Heiroku sushi

วันนี้ลองเปิด Entry ใหม่ด้วยหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นที่ผมยังไม่เคยรีวิว นั่นคือซูชิ (sushi) ครับ
ซึ่งหลังจากกินซูชิมาหลายครั้ง ทั้งแบบชิ้นละห้าบาท หรือร้านภูเข้าไฟชุดละห้าร้อย
สิ่งที่มันเด้งขึ้นมาเลยคือเดี่ยวแปด “ปลาสั้นๆ ข้าวยาวๆ” กับรสชาติที่ผมว่าคล้ายๆ กัน เหอะๆๆๆ

เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ..
พอดีไปกิซูชิจานหมุนร้าน Heiroku sushi มาครับ และพบว่ามันแหล่มมากกว่าที่เคยกินมาใดๆ

ลองมากินร้านซูชิจานหมุน

ร้านเฮโรคุซูชิ ( 平禄寿司 หรือ Heiroku sushi) เป็นร้านซูชิจานหมุนมาจากประเทศญี่ปุ่นครับ เปิดสาขาแรกที่ CTW จากนั้นก็มีการขยายสาขามาที่ Digital gateway และ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ซึ่งจริงๆ ร้านนี้ผมเห็นเปิดมาช่วงใหญ่ๆ แล้วละที่ CTW เห็นคนเยอะดี เพื่อนๆ ก็บอกว่าอร่อยดี แต่ผมก็ติดที่สองข้อครับคือ

  • ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์
  • ซูชิร้านภูเขาไฟแพงสุดติ่งราคาห้าร้อยให้รสใกล้ๆ กับคำละสิบบาท

มันก็เลยยังไม่ได้กินครับ มาจนถึงวันก่อนครับได้มีโอกาสลองไปกินดูมา ,, แรกๆ แอบดูหน้าร้านเห็นคนเยอะดี ร้านมืดๆ หน้าร้านมีคนต่อคิวเหมือนกัน เราก็ไปรอคิวนิดนึงพอเป็นประเพณี

หน้าร้าน Heiroku sushi

เอ้าๆๆ ,, เค้าเรียกแล้วครับ เข้าร้านกันเถอะ

เมื่อเข้าร้านซูชิจานหมุน

เข้าไปแล้วก็มีคนทำซูชิอยู่ในเวิ้งซักห้าหกคน แล้วก็มีรางที่มีซูชิหมุนๆ รอบๆ มีจานซูชิหลากหลายสีสันวางอยู่ข้างบน ดูแล้วงงๆ

งงๆ กับบรรยากาศร้านซูชิจานหมุน ติ้วๆๆๆ

ผมก็เลยเหลือบไปมองเมนูก่อน เอ่อ เห็นเมนูแล้วเยอะมากๆ ครับ น่ากินทั้งนั้น แต่เท่าที่สังเกตในรางไม่ได้เยอะแบบในเมนู สรุปคือจะหยิบจากในรางเลยก็ได้ ไม่ต้องรอทำให้ หรือถ้าต้องการเมนูที่ไม่มีในรางก็สั่งเอาจากเมนูได้ครับ

รายการเมนูซูชิมากมายเหลือเกิน

ร้านนี้ต้องขอบอกว่าไม่ใช่บุฟเฟ่ต์นะครับ อย่าไปหยิบเพลิน มันมีราคาแต่ละจานของมันครับ

ราคาแต่ละจานฟ้องด้วยสีที่อยู่บนจาน

จานถูกสุดราคา 19 บาท ,,, ผมรับว่ามันเป็น rare item ไม่มีเพ่นพ่านมาให้เห็นตามรางซูชิแน่ๆ ส่วนแพงสุดราคาจานละ 199 บาท ,,, เฮือกกก ส่วนที่เห็นวิ่งๆ ตามรางมักจะเป็นจานแดงๆ ฟ้าๆ มากกว่า มีทั้งของคาวของหวาน เยอะดีเหมือนกัน

ส่วนตัวผมมีเทคนิกการกินเพื่อประหยัดเงินคือ พยายามเลือกสีเขียว-ฟ้า-แดง อย่าเอาแพงกว่านั้น กินคำนึงก็ซัดน้ำชาเขียวเยอะๆ เพราะว่ามันฟรี น้องพนักงานเค้าก็ดีมาเติมให้เรื่อยๆ ส่วนตัวชาเขียวดูข้นๆ แต่ไม่ค่อยมีกลิ่นเถ้าแก่น้อยเท่าไหร่

ขาเขียวเย็นและชาเขียวร้อน เสิร์ฟฟรี

เริ่มหยิบแต่ละจานลงมาหม่ำกันดีกว่า

พูดตรงๆ ว่าจากนาทีนี้ไป blog นี้จะโหลดรูปเยอะมาก เนื่องจากผมพยายามรวบรวมถ่ายเมนูต่างๆ มาให้ชมกัน
เริ่มที่ซูชิปลาต่างๆ ทั้งแบบระดับชาวบ้าน และระดับหรูหรา

ซูชิแซลม่อนระดับชาวบ้าน ,, แค่นี้ก็อร่อยมากแล้ว
ซูชิแซลม่อนแบบไฮโซ จะติดมันมากกว่า อร่อยกว่า แพงกว่า
ซูชิหน้าปลาไหลน้ำจืดแบบถูก ,, แค่นี้ก็อร่อยมากๆ แล้ว

จริงๆ มันมีมีซูชิหน้าปลาไหลแบบพิเศษด้วย เดี๋ยวนี้ราคาจานละ 159 บาท แม่เจ้า!! แพงกว่าแบบธรรมดาตั้งเกือบ 3 เท่า เลยไม่กล้าสั่งมากินอะ เกินไปๆๆๆ

ซูชิหน้าปลาฮามาจิของท่านโชกุน ,, รสชาติเฉยๆ แพงไปหน่อย
หน้าซาบะดอง ต้องยอมรับว่าอร่อย เพราะปกติผมไม่กินซาบะดอง แต่ที่นี่ผมกิน

ส่วนพวกหน้าแซลม่อนย่างไฟ พนักงานเค้าจะเอาไฟมาเผาๆ หน้าชิ้นแซลม่อนของเรา แล้วก็โบ๊ะเครื่องกับมายองเนส น่าดูชม

ซูชิหน้าแซลม่อนย่างไฟ โปะหน้าด้วยเครื่องและมายองเนส

จริงๆ มันมีอีกหลายปลานะ แต่เอาหน้าอื่นๆ ที่น่าสนใจดีกว่า

ซูชิหน้ากุ้งมายองเนส อันนี้แหล่มมากๆ
ซูชิหน้าปลาหมึก(อิกะ)ทอดกรอบ มีราดน้ำหวานๆ ผมว่าเฉยๆ นะ
ซูชิหน้ายำสาหร่าย พอใช้ได้ รสชาติเข้มข้นดี
ซูชิหน้ายำสาหร่ายผสมซ้อสกิมจิ ,, อันนี้ผมว่าเผ็ดนิดๆ อร่อยดี
ซูชิลิ้นวัวย่าง ,, อร่อยดีครับ แต่แพงไป
หน้าไข่หวาน ผมเฉยๆ นะ เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบไข่หวาน

เหนื่อยหรือยังครับ ยังมีซูชิอีกหลากหลายหน้ามากๆๆ

ซูชิหน้าไข่กุ้ง รสชาติธรรมดาๆ ครับ
ซูชิหน้ากุ้งทอดเทมปูระ ถ้าร้อนๆ กรอบอร่อยดี
ซูชิหน้าหอยปีกนกแดง อร่อยครับ เคี้ยวกรุบกรับดีมากๆ
ซูชิหน้าหอยปีกนกขาว กรุบกว่าแดง แพงกว่าด้วย
ซูชิหน้ากุ้งทรงเครื่อง รสชาติไม่เลวครับ
ซูชิหน้าหอยเชลล์ เนื้อเหลวๆ ไปนิดนึง ไม่ค่อยโดย
ข้าวอัดอะไรซักอย่าง โปะด้วยแซลม่อนย่าง อร่อยดีครับ
ข้าวอัดแล้วมีปลาไหลโปะหน้า อันนี้อร่อยดีๆ

ซาซิมิก็มีนะเธอ

ซาซิมิแซลม่อน เนื้อดี อร่อยมากมาย
ซาซิมิปลามากูโร่ อันนี้เฉยๆ แต่ผมว่าก็โอเคนะ

แต่สิ่งที่ห้ามสั่งเป็นอันขาดเลยคือ ซูชิหน้าไข่หอยเม่นครับ รูปร่างดูงงๆ เละๆ รสชาติกากถุยมาก ขมๆ เฝื่อนๆ ปนกลิ่นคาว กินแล้วจั๊กกะจี๋ในปากอีก แถมยังราคาจานละ 99 บาทอีกต่างหาก ฮ่วย!!!

ซูชิหน้าไข่หอยเม่น ห้ามสั่งเป็นอันขาด

ล้างปากด้วยของหวานกันต่อเลยครับ

ของหวานเค้าก็มีไม่น้อย

ของหวานจริงๆ เค้าก็มีปล่อยหมุนในรางด้วย หรือจะเอาให้ครบก็ดูจากเมนูก็ได้ครับ ส่วนตัวผมว่าของหวานเค้าโอเคนะ

เมล่อนแพง!! แต่หวานอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
ของหวานอะไรซักอย่างมีร่มด้วย อันนี้เฉยๆ ครับ
นี่ก็อะไรซักอย่าง มีกล้วย มีร่ม รสชาติโอเคครับ
เยลลี่มีให้เลือกสามรส อันนี้อร่อยครับ มีเนื้อผลไม้ด้วย

ยอมรับเลยครับว่าผมกินเยอะมาก,,, เยอะได้อีก เรียกว่านับจานแล้วคนก็มองอึ้งๆ หลายคน
ไม่เชื่อก็มาดูรูปกันได้ครับ เอิ้กๆๆๆ อยากบอกว่า โคตรอิ่มมากๆๆๆ

กินไปแค่นี้เอง -_-!!! ใครสนใจจะเลี้ยงผมมั้ยยยยย
แยกสีนับจาน เอาซะคนมองกันไม่ใช่น้อย

สุดท้าย,, พี่รหัสเลี้ยงน่ะครับ อิอิ

ที่มากินซูชิจานหมุนวันนี้

พูดได้เลยว่า อร่อยกว่าร้านดังๆ ตามห้างหลายร้าน แถมเมนูให้เลือกก็เยอะ ,, เนื้อปลายาวๆ ข้าวสั้นๆ ,, แบบนั้นเลย ฮาๆๆๆ

ไปกินมาแล้วครับ Heiroku sushi, ซูชิจานหมุน

แต่ก็ไม่ใช่ทุกเมนูที่อร่อยนะครับ ส่วนตัวผมชอบกินเกือบทุกอย่าง โดยเฉพาะแซลม่อน ปลาไหล หอยปีกนก (ขาว+แดง) บางเมนูไม่ต้องแพงก็อร่อยได้ ส่วนที่ห้ามสั่งเด็ดขาดเลยคือซูชิหน้าไข่หอยเม่นครับ ส่วนของหวานโดยรวมผมว่าโอเคนะ หลากหลายดี แต่ที่ชอบจริงๆ คงต้องเป็นเยลลี่ เนื้อมันดึ๋งๆ หยุ่นๆ ได้ใจมาก ส่วนสภาพร้านโดยรวมสะอาดดีครับ น้องๆ ก็บริการใช้ได้แม้คนเยอะและรอคิวยาว น้ำชาเดินเติมตลอดเวลา ที่สั่งไปอาจมีขาดบ้าง รอบ้าง แต่น้องเค้าทำซูชิให้ใหม่ๆ เลย ส่วนตัวแล้วผมประทับใจครับ

แม้ดูราคาแพงๆ แต่จริงๆ บวกไปบวกมาราคาประมาณ 400 กว่าๆ มันก็พอๆ กับบุฟเฟต์นะ หรือไม่ถ้าเทียบกับร้านภูเขาไฟ ผมว่าถูกกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเทียบราคาชิ้นต่อชิ้นแล้ว รวมทั้งคุณภาพต่อชิ้นก็อร่อยกว่าด้วย ส่วนตัวผมแนะนำไปกิน 2-3 คนขึ้นไป เพราะว่า 1 จานมันจะมีประมาณ 2 ชิ้น ถ้าเราไปกินคนเดียว เราจะกินของซ้ำ 2 ชิ้นในราคาเหมาเดี่ยว ซึ่งอาจเยอะเกินไปสำหรับหน้าที่ไม่ถูกปากเราเท่าที่ควร

ย้ำอีกที ร้านนี้ไม่ใช่บุฟเฟต์นะครับ!!!

Muso by Suan-Kularb

จริงๆ ช่วงนี้ผมจะพยายามผลิต Entry ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์บ้าง
แต่ทำไปทำมา เนื้อหาที่มีใน stock ก็มีแต่ของกินทั้งนั้น
ครั้งนี้ก็เป็นของกินอีกเหมือนกัน แถมเป็นเนื้อ + มีบุฟเฟ่ต์ด้วย (อีกละ)
ร้านที่จะพาไปนี้ชื่อ Muso ครับ

หากร่างกายท่านกำลังต้องการเรียกร้องหาเนื้อย่าง แนะนำร้านนี้ครับ Muso

ที่ตั้งและทำเลของร้านนี้

ร้านนี้อยู่แถวๆ ถ.พระรามหกครับ ให้เราเข้าซอยมาทางโรงพยาบาลวิชัยยุทธ เป็นซอยที่ตรงข้ามกับทางลงทางด่วน
คือวิชัยยุทธมันจะมีสองที่ พูดง่ายๆ อย่าไปเข้าซอยที่เป็นที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ให้เข้าซอยก่อนหน้า
จำไม่ผิดซอยนี้จะชื่อว่า ถ.เศรษฐศิริครับ เข้ามาอีกประมาณ 300 เมตรก็จะเจอร้านอยู่ทางขวาก่อนออกไปเจอทางรถไฟ
ไปตามแผนที่ข้างล่างได้เลยครับ


View MUSO in a larger map

สนใจโทรมาจองได้ครับที่ 02-6199941 ร้านเปิดทุกวัน 10.30-22.30 น ครับ
หน้าร้านเค้าก็ออกแนวไฮโซครับ ดูดีมีชาติตระกูลเลยทีเดียว

หน้าร้าน Muso ที่จะมาชิมครับ

ลองเข้ามาดูในร้านดูหรูหราโอ่โถงมากๆ ครับ มีชั้นหนึ่งกับระเบียงนิดนึง
แถมที่ร้านเค้าแบ่งโซนชัดเจนว่าจะกินปิ้งย่างหรือชาบู,, วันนี้ผมกินปิ้งย่างโดยได้นั่งที่ระเบียงครับ
เท่าที่สังเกตร้านค่อนข้างใหม่ พนักงานไม่น้อย แถมลูกค้าก็เยอะดีด้วย

บรรยากาศจากระเบียงของร้าน คนเยอะจริงๆ

บุฟเฟต์ปิ้งย่าง 399 บาทเน็ท แต่เราสามารถสั่งเมนูพิเศษมาเติมได้ แต่ส่วนตัวแค่ในรายหการก็เยอะแล้วครับ

เมนูอาหารของที่ร้าน

เมื่อที่ทางพร้อม น้องเด็กเสิร์ฟก็เอาเมนูอันเท่าบ้านความหนาหนึ่งหน้ามาให้ครับ
หน้านึงเป็นฝั่งชาบู-ปิ้งย่าง อีกฝั่งเป็นซูชิ และอื่นๆ ครับ

เมนูคร้าบบบบบ (เฉพาะฝั่งปิ้งย่าง-ชาบู)

ที่ร้านมีบริการทั้งยากินิขุและชาบูบุฟเฟต์ และมีซูชิอลาคาร์ท สังเกคจากเมนูและโต๊ะข้างๆ ก็ดูน่ากินอยู่
แถมซูชิที่เห็นในลิสท์นี่ก็เยอะมาก ราคาระดับนึง แต่ในจุดนี้ ขอล้มวัวให้คุ้มค่าบุฟก่อนนะครับ

จากนั้นตามมาตรฐานผมก็สั่งเนื้อชุดใหญ่และเครื่องเคราอื่นๆ ไป
แต่จากเมนู ถ้าสังเกตดีๆ จะมีช่วงนึงที่อ่านแล้วจะงงๆ เกี่ยวกับน้ำจิ้มชื่อแปลกๆ มากมาย …
ซึ่งน้ำจิ้มที่อยู่บนโต๊ะก็ไม่เห็นเหมือนน้ำจิ้มในเมนูเลย

ชุดน้ำจิ้มที่อยู่บนโต๊ะครับ

และแล้ว อาหารก็ค่อยๆ ทยอยมา

เริ่มตั้งแต่ชาเขียวมาเสิร์ฟแล้วครับ อร่อยดี มีกลิ่นเถ้าแก่น้อยปนๆ อยู่ในระดับนึง
จากนั้นพวกเนื้อ-หมู-ไก่-ปลา-ผัก-อาหารต่างๆ เริ่มทยอยมาเสิร์ฟครับ แต่ละอย่างน่ากินมากมาย เอิ้กๆๆ

กุ้งครับ ขนาดตัวไม่โตมาก แต่โดยรวมสดดี
ปลาหมึก ตัวไม่โตมาก แต่ให้มาเต็มตัว
หมูสันคอแผ่นโตมากๆ
เนื้อไก่หมัก ก็โอนะครับ (ผมไม่ค่อยชอบกินไก่)
เห็ดออรินจิชิ้นโต ราดซ้อสมาพร้อม

ส่วนที่ผมชอบคือปลาเค้าเอาใส่ฟอยล์มา ดูเอาใจใส่ดี
เพราะถ้าเอาแซลมอลปิ้งสดๆ เนื้ออาจเละและติดคาตะแกรงได้ รวมทั้งสุกไม่ทั่วถึงได้
การใส่ฟอยล์ก็จะทำให้ช่วยลดปัญหาดังกล่าวไป แต่ก็จะลำบากนิดๆ ที่มันจะกินที่ และสังเกตยากว่าข้างในสุกหรือเปล่า
และผมแนะนำว่าถ้าปิ้งเสร็จ แนะนำให้เทน้ำที่ออกมาในฟอยล์ระหว่างปิ้งด้วยครับ

ปลาแซลมอนในฟอยล์ครับ พิถีพิถันดี

อีกอันที่น่ากิน และชิมจริงก็อร่อยคือซี่โครงหมูครับ
เป็นส่วนหมูที่ติดกระดูกมาแทะมันดี บางีก็ติดกระดูกอ่อนมาเคี้ยวกร๊วบๆๆๆ ม่วนชื่น

ซี่โครงหมูแหล่มหลาย เด็ดสะระตี่เลยทีเดียว

ต่อมาเป็นโซนเนื้อครับ ในเมนูบุฟเฟต์มีเนื้อบริการสองแบบ เป็นเนื้อสันและเนื้อติดมันครับ
มีให้เลือกน้อยไปหน่อย แต่คุณภาพเนื้อเค้าถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลยนะครับ

เนื้อติดมันคุณภาพเยี่ยมมาก
เนื้อสันมันน้อย แต่ไม่ด้าน เนื้อนุ่มกำลังน่ากิน

ชุดข้าวกระเทียมและกิมจิครับ ข้าวกระเทียมแหล่มใช้ได้ กิมจิโอเคเลยครับ รสชาติกลมกล่อมกำลังดี

ข้าวกระเทียมผัดได้หอมมันใช้ได้
กิมจิรสไม่จัดมาก ออกรสหวานๆ หน่อย อร่อยดี

ปริศนาแห่งน้ำจิ้ม !!!

หลังจากที่ผมถามน้องเด็กเสิร์ฟว่าไอ้น้ำจิ้มสี่อย่างคืออะไร แกก็พยายามอธิบายแต่มันก็งงๆๆ
และแล้วปริศนาทุกอย่างก็ไขกระจ่าง เมื่อน้องเค้าเอาเจ้านี่มาเสิร์ฟครับ!!

ซ้อสหมักสี่ฤดู (ตั้งเอง) แห่งร้าน Muso ครับ

จริงๆ มันไม่ใช่น้ำจิ้ม แต่มันเป็นซ้อสหมัก เอามาราดเนื้อสัตว์หรือผักก่อนที่จะเอาไปปิ้งย่าง
ซึ่งซอสหมักแต่ละแบบก็จะเหมาะกันกับอาหารที่ต่างกันไป ได้แก่

  • เกลือ : เหมาะกับเนื่อหมู แกะ รสชาติเค็มมากๆ (เพราะมันเป็นเกลือนี่นา)
  • ซ๊อสมูโซะ : เป็นซ้อสพิเศษจากทางร้าน ออกแนวซีอิ้วญี่ปุ่นที่ไม่เค็มมาก รสชาติกลมกล่อม
  • เนยกระเทียม : เป็นเนยบดรวมกับกระเทียม หอมอร่อยมากๆ ตามเมนูบอกว่าเหมาะกับแซลม่อน แต่ผมว่ามันเหมาะกับแทบทุกอย่างเลย ชอบมากๆ ป้ายๆ ไปมันจะได้อารมณ์อบชีสเลย แหล่มหลายๆ
  • เพสโต้ : ซอสหมักสีเขียว อารมณ์จะเป็นกลิ่นมิ้นท์ๆ นิดๆ เย็นสดชื่นฟุ้งๆ คล้ายๆ ใบกระเพาแต่มันจะละมุนกว่า เอาใส่กับพวกเนื้อสัตว์ก็ดีครับ น่าจะทำมาจากพืชตระกูลมิ้นท์หลายๆ อย่างมารวมกันอย่างลงตัวครับ
ชอบซ๊อสหมักอันนี้สุดแล้ว เนยกระเทียม
อันนี้ราดซ๊อสหมักมูโซ่ลงไปเพิ่ม ดูแล้วคล้ายๆ เดิมแฮะ

เมื่อหมักอะไรๆ พร้อมแล้วก็เริ่มมาปิ้งย่างกันดีกว่า

บรรยากาศการปิ้งย่าง โฮกมากๆ

บรรยากาศการปิ้งย่างก็สนุกดีครับ แรกๆ ก็ไฟแรงดี แรงจนเนื้อไหม้ไปหน่อย
ฟอยล์ที่ห่อนปลาแม้จะเกะกะไปหน่อย แต่มันก็ทำให้เนื้อปลาข้างในแหล่มมากๆ

เริ่มการปิ้งย่างกันแล้วครับ!!
เนื้อหมักเพสโต้เอามาย่างไฟ แหล่มมากๆ ครับ

แต่ที่ผมว่าแหล่มมากๆ อีกอัน แบบไม่เคยกินมาก่อนคือสับปะรดย่างนี่แหละครับ
รสชาติมันอร่อยขึ้น แถมช่วยคั่นเวลากินเนื้อเลี่ยนๆ ได้ดีเลยทีเดียว
แต่อยากบ่นนิดๆ ว่าวันนั้นไม่มีพนักงานขึ้นมาเปลี่ยนตะแกรงเลย ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ตะแกรงเดียว
สงสัยสั่งอาหารเยอะไป จนพนักงานลืม ฮาๆๆๆ

สับปะรดย่าง!! แหล่มแบบไม่น่าเชื่อ

สรุปกินไปหลายจานอยู่ (หลายๆๆๆ) เอิ้กๆๆ อิ่มมากมาย XD

ที่่มากินวันนี้ครับ

เริ่มที่ละจุดเลยละกันนะครับ
การเดินทางผมว่าถ้าคนไม่มีรถจะลำบากนิดนึง เพราะไม่มีรถ BTS หรือ MRT ผ่าน แถมรถเมล์ที่ผ่านแถวนี้ก็น้อย ป้ายจอดก็อยู่ห่าง แต่ถ้าใครเอารถมาผมว่าก็โอเคนะ ที่ร้านเค้ามีที่จอดด้านหน้าได้ประมาณซัก 20 คัน และยังจอดข้างๆ ถนนได้ด้วย

ป้ายหน้าร้าน Muso ชัดเจนมาก

ส่วนสภาพร้านและการบริการโดยรวมที่ผมเจอเองก็โอเคนะครับ ร้านดูใหญ่โตไฮโซโอ่โถงและก็สะอาดดี เครื่องดูดควันก็เยี่ยมครับ พนักงานเยอะดี น้องเค้าก็ให้บริการดีแต่ลืมเปลี่ยนตะแกรง ซึ่งการเปลี่ยนตะแกรงและปรับถ่านให้ร้อนตลอดเป็นอะไรที่สำคัญมาก ร้านที่เริ่ดๆ ไม่จำเป็นต้องสั่งเค้าก็จะมาเปลี่ยนให้อยู่แล้ว อาจทุก 20 นาทีด้วยซ้ำไป

ส่วนเรื่องอาหารผมว่าโอเคนะ ความสดสะอาดโดยรวมถือว่าดี คุณภาพเนื้อวัวผมว่าโอเคเลยนะ อร่อยดี เสียดายที่มีให้เลือกน้อยไปหน่อย (อยากได้หลายแบบกว่านี้ต้องเสียตังเพิ่ม) ปลาห่อฟอลย์ก็แสดงความพิถีพิถันดี เนื้อสัตว์อย่างอื่นก็โอเคครับ ผักสดใช้ได้
แต่ที่ผมว่าแปลกๆ แต่เก๋คือซอสหมักสี่ฤดู (ผมตั้งชื่อเอง) ครับ แรกมีในเมนูผมงงมากๆว่ามันคืออะไรบวกกับความหน้าด้านและอยากรู้ ผมก็เลยให้เค้ายกมาหมดเลย หมักเองป้ายเอง แต่จริงๆ คือเราต้องสั่งให้ร้านเค้าป้ายมาให้น่ะครับ เช่น เอาหมู+เกลือ หรือ แซลมอน+เนยกระเทียม เนื้อติดมัน+เพสโต้ แบบนี้ แต่ผมว่าไอ้ซอสหมักนี่แหละเจ๋งดี เหมือนมันเพิ่มมิติในการกิน โดยเฉพาะเนยกระเทียมและเพสโต้ ซึ่งผมชอบเนยกระเทียมมากๆ ใส่มันหมดทุกแบบ ฮาๆๆๆๆ มันส์

ส่วนตัวร้านนี้ถือว่าโอเคเยี่ยมครับ เสียดายที่ไม่มีของหวานร่วมในเมนู แต่ก็ถือว่าเป็นร้านที่น่ามาอีกร้านนึงครับ
สุดท้ายต้องขอบคุณ @narudom และ @plajazz มากครับสำหรับทริปครั้งนี้