ไปออกหน่วยแพทย์อาสา 1 วันที่บ้านนอแล, บนดอยอ่างขาง

ครั้งแรกและครั้งนึงในชีวิตที่ได้เป็นแพทย์อาสาออกหน่วยไปตรวจชาวบ้านบนดอยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2554 ,, ซึ่งคราวนี้เป็นที่บ้านนอแล ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาบนดอยอ่างขางที่ติดกับชายแดนพม่า ,, สนุกและได้ความทรงจำดีๆ มากมาย

ในที่สุดก็ได้ไปแล้ว

เหตุเกิดที่ว่า มีพี่เลขาฯ แพทย์ เดินมาชวนไปออกหน่วยบนอ่างขางวันพรุ่งนี้

พูดตามตรงว่าผมก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดอะไรมากหรอกเกี่ยวกับการออกหน่วยครั้งนี้ (แม้ว่าจะสอบถามแล้ว…) ไปกับใครไปทำอะไรไปกี่คนก็ไม่รู้ แค่รู้คร่าวๆ ว่าเค้าต้องการหมอไปช่วยออกหน่วยที่บ้านนอแลที่ติดกับชายแดนพม่าบนดอยอ่างขาง ซึ่งคิดว่าถ้าไม่ได้ไปก็คงไม่ได้ไปละ ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของผมที่พอขยับขยายย้ายเวร+ได้รับอนุญาตพี่ๆ staff ทั้งสองให้ไปได้ (ซึ่งต้องกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ -/\-) ก็รีบไปเก็บของและเตรียมตัวดีกว่า

ซึ่งกว่าจะถึงบางอ้อว่าไปที่ไหนยังไงกับใครมีใครไปมั่งไปทำอะไร… ก็อยู่หน้ารถที่จะพาขึ้นแล้ว

เดินทางขึ้นดอยอ่างขางกันครับ 🙂

วันนี้หมอกหนาและอากาศเย็นกว่าช่วงก่อนที่มาอีกแฮะ แถมพญาเสือโคร่งก็เริ่มกลายเป็นสีชมพูบ้างแล้ว ,, ซึ่งสรุปแผนที่คร่าวๆ แล้วจะได้ดังนี้ (แต่วันนี้แผนที่ไม่แม่นมากนะครับ เพราะว่าบางช่วงผมไม่ได้ bookmark ไว้เพราะไม่มีสัญญาณมือถือ เลยเดาๆ เอาว่าน่าจะอยู่ตรงนี้แหละ)


View ออกหน่วยบ้านนอแล in a larger map

เติมพลังระหว่างทาง

ระหว่างทางไปบนดอยอ่างขางก็มีแวะกินข้าวซอยยูนนานที่บ้านหลวงครับ ,, ซึ่งแถวนี้หลักๆ เป็นชุมชนมุสลิม/จีนฮ่อ ข้าวซอยของเค้าก็จะแปลกๆ หน่อย ไม่เหมือนกับข้าวซอยที่เรากินประจำ ประมาณก๋วยเตี๋ยวแล้วเติมพริกกับกะทิลงไปมากกว่า ให้บรรยากาศอร่อยแบบแปลกๆ ,, ส่วนเมนูที่ผมว่าแหล่มคือเนื้อตุ๋นครับ ขนาดว่ายังตุ๋นไม่ได้ที่แต่ตักเอามาจิ้มกินกับหมั่นโถวนี่เข้ากันดีมากๆ แก้หนาวได้ดีสุดๆ

แวะพักกินข้าวแป๊บนึง อิอิ
ข้าวซอยยูนนาน ,, อร่อยแบบแปลกๆ แฮะ
แกงเนื้อ ,, เอามากินกับหมั่นโถว อร่อยดีมากๆ (เค้าให้มาชิมแค่นี้)

อิ่มแล้วก็เดินทางกันต่อไปยังจุดหมายของเราครับ 😀

ยิ่งขับลึกยิ่งมีหมอก ,, ดอกพญาเสือโคร่งก็ยิ่งเยอะเรื่อยๆ
ในที่สุด.... ก็ถึงที่หมายสักที

ถึงที่หมาย,, บ้านนอแล

พอมาถึงที่บ้านนอแลก็มีชาวบ้านและอาจารย์/น้องๆ จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเชียงใหม่มารออยู่แล้วส่วนนึง มองไปคร่าวๆ ก็มีชาวบ้านและลูกเด็กเล็กแดงมารอตรวจเยอะเหมือนกัน โดยวันนี้จะแปรสภาพโรงเรียนของเด็กๆ เป็นห้องตรวจและห้องยาชั่วคราว เจ้าหน้าที่และพี่ๆ ทุกคนก็เตรียมสถานที่และจัดเรียงยาต่างๆ ให้พร้อม ,, โอ้ว ตื่นเต้นจัง

ชาวบ้านที่นี่ส่วนมากเป็นชาวปะหล่อง สังเกตง่ายๆ ว่าที่เอวของชาวปะหล่องเค้าจะใส่ห่วงอยู่ บางคนใส่ห่วงไม้ บางคนใส่ห่วงโลหะ บางคนใส่สองสามอัน บางคนใส่เยอะเลย ,, ผมลองถามดูเค้าบอกว่าอยากใส่กี่อันก็ใส่ (ทีแรกนึกว่าจะใส่ตามฐานะทางสังคมซะอีก)

ถึงที่ที่จะมาออกหน่วยแล้ว ,, ชาวบ้านรอเยอะเหมือนกัน
มีทั้งคนแก่, ลูกเด็กเล็กแดงอย่างเพียบ
เตรียมสถานที่และเครื่องเคราต่างๆ ให้พร้อมก่อน

อีกสักพักก็เริ่มเอะใจ เฮ้ย… เราตรวจหมดนี้เลยเหรอ (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ราวๆ ร้อยกว่าคน) เพราะทั้งทริปมีเราเป็นหมอคนเดียว ที่เหลือก็เป็นน้องๆ พยาบาล อาจารย์พยาบาล น้องเภสัช และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล…

“ใช่คะ หมอตรวจหมดเลยคะ” เป็นคำตอบจากพี่ staff พยาบาลท่านนึงที่ทำให้ผมแทบทรุดลงไปนอนกองกับพื้น แต่ก็เอาวะ สู้ๆ แม้เยอะไปหน่อยแต่จะให้หนีลงดอยตอนนี้ก็คงทำไม่ทันแล้ว ตรวจเด็กน้อยก่อนแล้วก็ตรวจผู้ใหญ่

เด็กๆ ส่วนมากไม่มีอะไร อย่างมากก็เป็นหวัด เป็นขี้มูกธรรมดา บางคนปกติดีก็แจกวิตามินกันไป ,, แต่ผู้ใหญ่นี่มีปัญหาค่อนข้างเยอะ ที่เจอเยอะมากๆ เลยคือความดันสูงแล้วขาดการควบคุมที่ดี บางคนคิดว่าเป็นความดินกินยา 1 ครั้งความดันกลับมาปกติก็หายแล้ว ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ นอกจากนั้นก็เจอโรคอื่นๆ ประปราย

ภาคแรก :: เด็กน้อยอย่างเพียบเลย เห็นก็จะเป็นลมละ
พี่ๆ เจ้าหน้าที่, พยาบาล และน้องๆ เภสัชทำงานกันหนักมากๆๆ
น้องเด็กๆ น่ารักมาก ,, แต่ละคนมีแต่ขี้มูก ฮาๆๆ
ไหนๆๆๆ อ้าปากแบบลุงหมอหน่อย ,, อ้า~
น้อง Albenism มองเผินๆ นี่เหมือนเด็กฝรั่งเลยอะ
ภาค 2 :: ถึงคิวผู้ใหญ่แล้ว เยอะกว่าเดิมอีก
เห็นมีน้องๆ พยาบาลมาช่วยดูด้วย ,, แต่สุดท้าย ให้หมอตรวจหมด (มีเราคนเดียว)
ตรวจไปเรื่อยๆ ก็เพลินดีนะ (ปลอบใจตัวเอง)
น้องๆ เด็กๆ ชาวเขาน่ารักมากๆ 🙂
จ๊ะเอ๋!!! หนูลืมอะไรไปรึเปล่าจ๊ะ
ตรวจเสร็จก็ถ่ายรูปหมู่กันหน่อย อิอิ

ตรวจไปเรื่อยๆ ก็เพลินๆ ดีนะ (แถมช่วงหลังมีพี่พยาบาลมาช่วยคัดกรอง+แบ่งโรคหวัดไปช่วยตรวจด้วย) ตรวจเสร็จเร็วกว่าที่คิดไว้อีก ทีแรกคิดว่าจะตรวจจนมืดแต่นี่ราวๆ สี่โมงกว่าๆ ก็เสร็จแล้ว

ซึ่งนั่นหมายถึงเราจะได้ไปเที่ยวกันแล้วสินะ 🙂

ทำงานเสร็จ ก็ขอไปเที่ยวนิดนึง

จากนั้นก็คงบ้านนอแล มาแวะเก็บของที่สถานีอนามัยอ่างขางซึ่งจะเป็นที่พักของเราในคืนนี้ด้วย ,, จากนั้นก็แว้บเข้าไปในสถานีเกษตรอ่างขางซึ่งต้องบอกว่าวันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ (วันที่ผมไปมันวันที่ 9/12 ซึ่งถัดไปจะเป็นวันหยุดยาว 10-11-12/12 ) รถตู้และรถส่วนตัวนี่แน่นสถานีเกษตรไปหมด ผู้คนละลานตาเดินถ่ายรูปดอกไม้กันยิ่งกว่าเพียบ…

ไหนๆ ก็ขึ้นมาอ่างขางแล้ว ก็ค้างบนสถานีอนามัยเลยละกัน
มุมสวยๆ ที่อ่างขาง (ในวันที่คนโคตรเยอะ)
ช่วงนี้ดอกไม้บานแล้ว สวยงามอลังการมากๆ (สวนดอกกุหลาบหอมมากๆ)

จนมาถึงสโมสรอ่างขาง ช่วงนี้เค้าจะเปิดเฉพาะบุฟเฟ่ต์หัวละ 300 บาทนะครับ ไม่มีเมนูตามสั่งเหมือนปกติ (แต่วันนี้ก็ไม่ได้กินที่นี่อยู่แล้ว) ,, ผมก็เลยแวะไปร้านของทีระลึกด้านข้าง ซื้อสตรอเบอร์รี่สดเป็นของฝากและดื่มสตรอเบอร์รี่ปั่นให้หายเหนื่อย

ต้องขอบอกว่าสตรอเบอร์รี่ปั่นที่นี่อร่อยระดับเวิร์ดคลาสมากๆ แม้ราคาแก้วละ 30 บาท แต่เค้าให้เนื้อสตรอเบอร์รี่ค่อนข้างเยอะมาก กลิ่นหอมของตัวสตรอเบอร์รี่สดๆ นั้นเด่นแบบสุดๆ รสหวานเด่นนั้นมาจากตัวสตรอเบอร์รี่แถมที่นี่เค้าปรุงรสได้อย่างลงตัว ต่างกับสตรอเบอร์รี่ปั่นจากร้านดังๆ หลายร้านที่มักจะใส่กลิ่นน้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ลงไป ทำให้ความหอมหวานอันเป็นธรรมชาติของสตรอเบอร์รี่สดนั้นหายไปและกลับกลายเป็นกลิ่นปรุงแต่งขึ้นมาแทน

วันนั้นซัดไป 3 แก้วครับ เติมความสดชื่นจากการทำงานที่ผ่านมาได้ดีมากๆ

สตรอเบอร์รี่ปั่น ,, หนึ่งในเมนูห้ามพลาดเด็ดขาด
สตรอเบอร์รี่แพคใส่กล่องสวย รอนักท่องเที่ยวมาซื้อ
เปิดกล่องออกมา!! แฮ่ๆๆๆ น่ากินอะเธอ
สตรอเบอร์รี่สีแดง ,, น่ากินมากๆๆ
ลูกโตในระดับนึง แต่หอมและหวานฉ่ำดีมกาๆ

จากนั้นช่วงกลางคืนก็มาเดินทัวร์ตลาดข้างหน้า พ่นควันจากปากสะท้านหนาวกันหน่อครับ ,, เดินจิบน้ำขิงผสมน้ำผึ้งอุ่นๆ โรตีร้อนๆ ซาละเปาทอดกรอบ มันปิ้งร้อนๆ และปิดท้ายด้วยหมูกระทะแกล้มกับผัก hydrophonics ที่สอยมาจากโครงการหลวงเมื่อกี้ ,, อ่า มีความสุขมากๆๆๆ

ออกมาเดินตลาดหน้าสถานีเกษตรอ่างขาง
หนาวๆ แบบนี้ ขอโรตีนิดนึง ,, ฟินมากๆ โดยเฉพาะโรตีชีส

อิ่มแล้วก็นอนดีกว่าครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน

รุ่งเช้าที่เร่งรีบและฝูงชน

วางแผนกับพี่หัวหน้าสอ.ว่าเช้านี้จะพาขับรถขึ้นไปชมตรงจุดชมวิวขอบด้ง (จริงๆ ก็เป็นทางผ่านไปบ้านนอแลนั่นแหละ) พี่เค้าบอกว่าตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้นจะสวยมากๆ เลย จนมีคนลงทุนไปตั้งเต๊นท์นอนแถวนั้นเลยทีเดียว แถมเดี๋ยวนี้มีแบบร้านขายโจ๊กขายน้ำเต้าหู้แถวนั้นด้วย ,, จินตนาการถึงแบบนั่งจิบน้ำเต้าหู้ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น โรแมนติกสุดๆ

แต่ในความเป็นจริง เช้านั้นต้องรีบตื่นมาด้วยความเร่งรีบเพราะว่าคณะของเราตื่นสายกัน กว่าล้อจะหมุนก็เริ่มเห็นแสงแรกของวันแล้ว พี่หัวหน้าสอ.เลยอุตส่าห์เหยียบพาไปส่งที่จุดชมวิว ปรากฏว่าเจอคนเยอะมากๆ ทั้งนักท่องเที่ยวที่แห่มาดูพระอาทิตย์เหมือนกับไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นมาก่อนและชาวเขาที่มาขายของจนนึกว่าเป็นตลาดไปแล้ว ,, ส่วนพระอาทิตย์นั่นเหรอครับ…. หมอกบังจนมองไม่เห็นอะไรเลย

ขับรถขึ้นไปดูพระอาทิตย์ที่จุดชมวิวขอบด้ง
คนแบบว่าเยอะมาก ,, จากจุดชมวิวกลายเป็นตลาดเลย

กะจะรอให้พระอาทิตย์งอกสักหน่อย แต่พอดีว่าต้องรีบไปราวน์เช้า+อยู่เวรเช้าต่อ เลยต้องรีบลงดอยไป ส่วนความฝันที่จะได้กินข้าวต้มกับน้ำเต้าหู้ดูพระอาทิตย์อะไรนั่นก็แห้วไป โฮๆๆๆ

เช้าๆ วันนี้หมอกเยอะมากๆ แต่ก็มีรถตู้ขึ้นมาไม่ขาดสาย
ทางโค้ง, หมอก และเลี้ยวหักศอก ,, ขับรถด้วยความระมัดระวัง

ไว้มีโอกาสดีๆ ค่อยมาเที่ยวใหม่ละกัน

สุดท้ายก็ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลฝาง (โดยเฉพาะพี่ staff ทั้งสองคนที่อนุญาติให้ผมมา ขอกราบงามๆ ประสานบริเวณยอดอกอีกทีครับ), วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเชียงใหม่, รพ.สต.อ่างขาง รวมทั้ง staff ทุกท่านและหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ไม่ได้กล่าวชื่อมาในที่นี่ ที่ทำให้งานประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งและสนุกสนานอย่างมากมายครับ 🙂

เที่ยวไร่สตรอเบอร์รี่แบบฉุกเฉิน ที่สะเมิง

บ่ายสามกว่า อากาศกำลังร้อนๆ แบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่เนื่องด้วยบรรยากาศสบายๆ ในขณะกำลังนั่งชิลๆ กินขนมกำลังสบายท้อง บีจังและโอเล่ก็ชวนไปสะเมิง ไปเก็บสตรอเบอร์รี่….

ไปสะเมิงตอนบ่ายสาม!!! เออ ไป…

ก็เลยเกิด blog ตอนนี้ขึ้นมา

ควบรถไปสะเมิง

เก็บของจากร้านขนมแถวมช. สตาร์ทรถแล้วก็เร่งสปีดไปแบบเต็มที่ ,, แต่จริงๆ ก็ไม่ได้รีบขนาดนั้น เอาเป็นว่าก็ขับแบบชิลๆ ไปเรื่อยๆ ตามคันคลองแล้วตัดขึ้นผ่าภูเขาเพื่อเข้าสู่อำเภอสะเมิงที่เป็นจุดหมายวันนี้


View เที่ยวไร่สตรอเบอร์รี่ in a larger map

พร้อมแล้วก็ไปกันสิ!!!

แล่นรถออกไปด้วยความเร็วสูง ,, อว้ากกกส์
บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติชิลเกินห้ามใจ
อีก 28 กม. ถึงสะเมิง ,, อุบ๊ะ!! ฝ่าโค้งอีกไกลเหมือนกัน

ในเมืองยังร้อนๆ แต่พอได้แตะโซนภูเขาอากาศนอกตัวรถนั้นดูท่าจะเย็นกว่า ,, สุดท้ายเลยเปิดหน้าต่างรับลมดีกว่า

แล่นฉิวฝ่าต้นไม้น้อยใหญ่...
เริ่มเห็นสวนและไร่ต่างๆ บ้างแล้ว เย้ๆๆๆ

จริงๆ มันก็ประมาณ 30 กม. จากตัวเชียงใหม่เองนะ ขับรถประมาณ 30-40 นาทีก็ถึงแล้ว ,, ถ้าเทียบที่กทม. ก็คงประมาณจากสยามสแควร์มาดอนเมือง (แต่ได้ข่าวว่าจากสยามมาดอนเมืองนี่สองชั่วโมง)

ถึงไร่แล้วสินะ สินะ

ผ่านดอยมานิดหน่อย ก็ถึงสะเมิงแล้ว ,, ดูไกลๆ ก็เป็นเมืองเล็กๆ สงบๆ ที่อยู่ในหุบเขา ดูแล้วน่าอยู่มากๆ

ไร่ และสวน และไร่ และสวน ที่สะเมิง

แถมที่มีไร่สตรอเบอร์รี่เยอะเหมือนกันนะ เท่าที่สแกนผ่านด้วยสายตานี่ก็ประมาณ 5-6 ที่ ,, วนไปหลายที่ สุดท้ายเค้าก็แนะนำไปสวนสตรอเบอร์รี่ที่ชื่อนภ-ภูผาครับ ,, ที่นี่มีปลูกหลายอย่าง ทั้งสตรอเบอร์รี่ ส้ม องุ่น รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์แปรรูปด้วย ทั้งน้ำสตรอเบอร์รี่ และสตรอเบอร์รี่หมักและกลั่น

ถ่ายกับป้ายหน้าสวน ยอมรับว่าอ้วนมาก
มีซุ้มนั่งชิล ชมวิวที่สวนด้วย
น้ำสตรอเบอร์รี่สดปั่น ,, ชื่นใจ
เครื่องดื่มพิเศษจากสตรอเบอร์รี่ 🙂

คิดว่า ตอนนี้มาเที่ยวรีสอร์ทมากกว่า

เรามาสายไปหน่อยนึงสินะ สินะ

ที่นี่มีแปลงสตรอเบอร์รี่ขนาดพอควรให้ลงคนที่มาเยี่ยมชมลงไปลุยสวน รวมทั้งเก็บลูกสตรอเบอร์รี่สีแดงๆ ได้ โดยค่าเข้าสวน 20 บาทต่อคน แต่ถ้าเก็บสตรอเบอร์รี่มาต้องจ่ายเงินเพิ่มตามน้ำหนักนะจ๊ะ (โลละประมาณ 200 บาทนะ ถ้าจำไม่ผิด)

พร้อมลุยสวนสตรอเบอร์รี่แล้ว!!

แต่ว่าเราแอบมาช้าไปนิดนึง เพราะตอนนี้สตรอเบอร์รี่สีแดงโดนเก็บไปเป็นส่วนมากแล้ว ที่เหลือก็เป็นแต่สีชมพู สีขาว และดอกสตรอเบอร์รี่สีขาว ,, สรุปคือ ตอนนี้เราอยู่ท่ามกลางใบสตรอเบอร์รี่สีเขียว!!!

ใบสตรอเบอร์รี่สีเขียว ,, แล้วลูกมันที่สีแดงๆ อยู่ไหน!!

แม้ผมจะดูใส่อารมณ์มากๆ ที่ไม่มีสตรอเบอร์รี่ ,, แต่ด้วยความชิลของสะเมิง อากาศที่เย็นสบาย บรรยากาศดีๆ สวนสวยๆ แบบนี้ก็ทำให้ผมมีความสุขได้แม้ว่าจะไม่มีผลสตรอเบอร์รี่ก็ตาม … เอาวะ ดอก ใบ และลูกสีชมพูก็โอเค!!!

ดอกสตรอเบอร์รี่สีขาว
สตรอเบอร์รี่สีชมพู (เกือบแดงละ อีกนิดนึง)
บรรยากาศสบายจริงๆ อยากอยู่ที่นี่สักคืน
มุมจุดชมวิวของสวนครับ

ถ้าจะหาสตรอเบอร์รี่ติดไม้ติดมือหน่อย ที่นี่ก็มีขายนะครับ

สตรอเบอร์รี่สดที่เก็บจากสวน (ของคนอื่น)
ที่สวนเค้าก็มีขายสตรอเบอร์รี่เป็นกล่องๆ นะ

แต่ด้วยงบประมาณและสติปัญญาของผม ,, เลยซื้อได้แค่นี้ ,, แต่ก็สดอร่อยมากนะ

ถอยสตรอเบอร์รี่สดคลุกเกลือน้ำตาลมาชิม

เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็อยู่ถึงเย็น แสงที่สวนกำลังสวยได้ที่

ยามเย็นที่สวนสตรอเบอร์รี่

ช่วงเวลาแห่งความสุขกำลังหมดไป

เหลือบดูนาฬิกาก็หกโมงเย็น ,, รีบลงจากสวนกันดีกว่า เดี๋ยวจะมืด โดยขากลับนี้ เราจะกลับไปทางแม่ริม ซึ่งเป็นคนละทางกับที่เรามาสะเมิงตอนแรก

แล่นฉิวรีบกลับเข้าเมือง ก่อนที่จะมืดเกินไป
เหวอๆๆ เริ่มมืดเกินไปแล้วววว จะกลับบ้านทันมั้ยยยย

ก็เหมือนจะรีบนะ แต่เราก็มีอารมณ์ชิลระหว่างขึ้นเขา แวะถ่ายรูปแสงสวยๆ ที่จุดชมวิวระหว่างทางนิดหน่อย ซึ่งในจังหวะและมุมจากความสูง 700 เมตรจากระดับน้ำทะเลนั้น พระอาทิตย์กำลังตกพอดี

แสงสวยๆ ของพระอาทิตย์ตกระหว่างกลับ
ที่จุดชมวิวบนดอย ,, สวยมากๆ
นั่งดูแสงสุดท้ายของวัน ,, ชอบมากๆๆ

ถ่ายรูปสบายๆ กลับถึงบ้านเกือบสองทุ่ม… ขอบคุณธรรมชาติ ,, ขอให้คงอยู่สืบไป

ช๊อกโกแล๊ตชีส (และขนมหวาน) ที่ Sweethound

หลังจากเรื่องช๊อกโกแล๊ตซีสที่ออกแนววิชาการจ๋า เราก็มาเปลี่ยนแนวเป็นของกินบ้าง
คราวนี้จะพาไปกินช๊อกโกแล๊ตชีสครับ

ช๊อกโกแล๊ต (และ) ชีส

ชื่อคล้ายๆ กัน แต่รสชาติต่างกันเยอะ

At Sweethound

ร้าน Sweethound เป็นร้านในเครือ Greyhound ที่เป็นร้านขนมหวานที่ Avenue ทองหล่อครับ


View Sweethound in a larger map

หน้าร้าน Sweethound ครับ

ร้าน Sweethound เปิดทุกวันครับ ตั้งแต่ 11.00-23.00 น. ร้านหาไม่ยากครับถ้ามา Avenue ทองหล่อถูก
หรือจะลองโทรมาก็ได้ที่ 0-2712-6547
มองจากนอกร้าน ก็จะเห็นเป็นร้านแต่งเก๋ๆ มีโต๊ะทั้งในร้านและนอกร้านครับ รวมๆ ประมาณ 10 โต๊ะได้
บรรยากาศก็ออกแนวเท่ๆ สบายๆ หน่อยครับ
ส่วนผมไปตอนกลางคืน บรรยากาศก็จะเป็นแนวนั่งหรูๆ นิดๆ ประมาณว่ากินขนมก่อนไปเที่ยวต่อ

บรรยากาศ Chic Chic ในสไตล์เกรย์ฮาวนด์
บรรยากาศภายในร้าน

ของหวานนานาชนิด

ที่ร้านหลักๆ จะขายเป็นพวกของหวานนะครับ มีทั้งไทยทั้งเทศ

เมนูและการตกแต่งร้านที่ Sweethound

แต่ที่เป็นเมนูเชิดชูร้านคงเป็นพวกตระกูล Waffle หลายสิบแบบครับ
มีตั้งแต่เบสิกวาฟฟเฟิล จนไปถึงวาฟเฟิลทรงเครื่องมากมายหลายท๊อปปิ้งคาวหวาน
ราคาดูแพงไปนิด (โดยเฉพาะขนมไทย) แต่รสชาติถือว่าไม่เลวเลยครับ

วันนี้ผมสั่งวาฟเฟิลบานาน่าช๊อกชีส (Waffle Banana Choc-Cheese)ครับ

วาฟเฟิลของผมครับ Waffle Banana Choc-Cheese

นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงามแล้ว ส่วนตัวผมว่ารสชาติไม่เลวครับ อร่อยดี แถมได้เยอะดีด้วย
แนะนำว่าเวลาไปกินจริงจังควรไปหลายคนครับ
เพราะชิ้นนึงได้เยอะใช้ได้ และยิ่งถ้าซัดคนเดียวหมดชิ้น ต้องยอมรับว่าเลี่ยนมากครับ

น่ากินดีนะครับ 😀
รสชาติไม่เลว แต่กินเยอะๆ ก็เลี่ยนเหมือนกัน

ถ้าเลี่ยนมากก็หาอะไรมาต่ออีกนิดไหมครับ

ของหวานแก้เลี่ยนก็มีนะ!!!

ใช่ครับ ที่นี่มีของหวานแก้เลี่ยนชั้นดี นั่นคือพาร์เฟต์หลากรูปแบบครับ
ส่วนวันนี้ที่ผมสั่งคือ Strawberry parfait ครับ น่ากินมากๆ

Strawberry parfait ครับ

รสชาติออกแนวเปรี้ยวจี๊ด รสชาติเยี่ยมครับ ล้างรสชาติเลี่ยนๆ ได้เป็นอย่างดี สาวๆ น่าจะชอบอยู่นะครับ

เปรี้ยวถึงใจดีมากครับ

ไม่ comment อะไรมากละครับ ลองมาชิมดูกันได้ แล้วจะติดใจในบรรยากาศและรสชาติครับ
ถ้าไม่เชื่อ ลองพาหวานในมากินอะไรหวานๆ กันหน่อยไหมครับ