เที่ยวสระแก้วตอนที่ 3 :: อรัญและโรงเกลือ

หลังจากที่หมดช่วงเช้าไปกับภาคที่ 2 แล้ว ,, ภาคที่ 3 จะเป็นการไปเที่ยวช่วงบ่าย ซึ่งจริงๆ สระแก้วยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกหลายที่ ทั้งละลู หรือปราสาทสด๊กก็อกธม รวมทั้งปราสาทโบราณอีกหลายแห่ง แต่ด้วยเวลาที่จำกัดของผมและเพื่อนร่วมทริปเลยตัดสินใจไปแค่ตลาดโรงเกลืออย่างเดียว

โลดแล่นสู่ตลาดโรงเกลือพร้อมๆ กับพี่สิบล้อ *เกาะล้อเค้าไป*

ถนนและการเดินทางสู่ตลาดโรงเกลือด้วยทางหลวงหมายเลข 33 นั้นสะดวกและกว้างขวางมาก รถบรรทุกแทบทุกสายเหมือนวิ่งเข้าสู่ที่นี่ รถตู้และรถทัวร์นั้นเห็นท่ารถที่สระแก้วเป็นเพียงทางผ่าน แต่เป้าหมายหลักจริงๆ นั้นเป็นอรัญและตลาดโรงเกลือแทบทั้งนั้นเลย

กินแล้ว ก็กินอีก

เปิดแผนที่ดูแล้ว ทางไปตลาดโรงเกลือนั้นอีกไกล เรามากินกันก่อนดีกว่า (ซูมดูได้ฮะ)


View สระแก้ว ตอนที่ 3 in a larger map

ร้านแรกที่จะไปนี่เจ้เจ้าถิ่นที่พาเที่ยวจะพาไปกินอาหารเวียดนาม (ซึ่งสังเกตดู แถวสระแก้ว-อรัญประเทศมีอาหารเวียดนามเยอะจริงๆ ) ซึ่งอาหารเวียดนามนั้นมีทั้งแบบเป็นคนเวียดนามอพยพสมัยอดีตแล้วมาตั้งรกรากที่ไทยแล้วทำอาหารเวียดนามขายก็มี หรืออาจเป็นร้านคนไทยประยุกต์อาหารเวียดนามมาทำเองบ้างก็มี ส่วนตัวผมไม่ได้แคร์ ขอแค่อร่อยและสะอาด (ยังไม่อยากขี้แตกที่โรงเกลือ) ,, แต่ร้านนี้ เจ้แกยืนยัน นอนยัน และตีลังกายันว่าเป็นร้านอาหารเวียดนามระดับเทพส์ ร้านนี้มีชื่อว่าเจ๊เง็กอาหารเวียดนามครับ

จังหวะที่มาถึงร้านเจ้เง็กนี่เราจะงงๆ นิดนึง ทั้งขนาดร้านที่ใหญ่โต+ที่จอดรถกว้างขวาง และสไตล์การแต่งร้านแนวแปลกๆ คือ

  • ร้านเจ้เง็กจะทาสีเหลือง มองจากข้างนอกจะให้อารมณ์มาเที่ยววิลล่ามาร๊อค
  • พอเดินถึงหน้าร้านจะให้อารมณ์ร้านข้าวต้มกุ๊ยที่รถทัวร์ชอบจอดพัก มีของฝาก มีพ่อครัวทำครัวกำลังยุ่งๆ
  • พอนั่งในร้านในโซนไม่มีแอร์ จะให้อารมณ์ซิสเลอร์ เพราะเก้าอี้เหมือนเก้าอี้ซิสเลอร์รุ่นเก่ามากๆ
  • แต่ถ้านั่งข้างในจะให้อารมณ์ร้านอาหารริมน้ำ มีชุดโต๊ะและเก้าอี้ไม้อย่างดีรออยู่

ถึงแต่งร้านแปลกไปหน่อย แต่คนเยอะมาก น่าจะต้องอร่อยในระดับนึง

หน้าร้านเจ๊เง็ก อาหารเวียดนามครับ (อารมณ์ร้านข้าวต้มกุ๊ย)
บรรยากาศโต๊ะไม้แบบร้านอาหารไทยริมน้ำ แต่คนเยอะจริงๆ แฮะ

สั่งอาหารมาแค่ประทังหิว แต่สั่งไปสั่งมานี่แทบจะล้นโต๊ะ มีทั้งแหนมเนือง, ทอดมัน, ขนมเบื้องเวียดนาม,, แต่ลองชิมดูแล้วมันเป็นอาหารเวียดนามที่เมพส์มากครับ อร่อยแทบทุกอย่าง แต่ถ้าจะให้เลือกเมนูที่แนะนำระดับแปดกระโลกห้ามพลาดโดยสิ้นเชิงก็คงต้องมี…

  • ข้าวเกรียบปากหม้อเวียดนาม ที่นี่เค้าจะบรรจงทำแป้งให้เหนียวและบางมากๆ จนทะลุถึงด้านในได้ แล้วบรรจุใส้ที่ผัดอย่างหอมไว้ข้างใน พับมาแล้วได้ขนาดพอดีคำ โรยหน้าด้วยกระเทียมทอด กินคู่กับน้ำจิ้มและผักแกล้มนี่อร่อยมากๆ ครับ
  • ไก่ทอดและข้าวเหนียว ไก่ทอดที่นี่จะคล้ายๆ ไก่ทอดหาดใหญ่ที่ใช้ไก่ที่หมักเครื่องเทศไว้ได้ที่แล้วมาทอด ข้างนอกกรอบและข้างในนุ่มและหอมได้ที่มาก เอามากินคู่กับข้าวเหนียวก่ำคือข้าวเหนียวที่ยังเป็นสีดำๆ อยู่ ซึ่งผมว่าข้าวมันจะแข็งกว่าข้าวเหนียวธรรมดาหน่อยแต่ให้รสหอมของข้าวที่ดีกว่ามากๆ ,, เอาไก่มาจิ้มแจ่วแล้วลากเข้าปากพร้อมข้าวเหนียวก่ำนี่มันสุดตรีนจริงๆ ฮะ
ข้าวเกรียบปากหม้อเวียดนาม ,, ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
ไก่ทอด ,, คล้ายๆ ไก่ทอดหาดใหญ่ แต่อร่อยกว่าแบบไม่มีสาเหตุ
ข้าวเหนียวดำ ,, อร่อยแบบมีสไตล์ ไม่เคยเห็นขายที่ไหนด้วย

อย่างอื่นก็อร่อยจริงๆ นะ

ชามนี้เรียกบั้นหอย เป็นเส้นหมี่กินกับชิ้นหมู ผัก ราดน้ำจิ้มลงไป
แหนมเนืองรสชาติเข้มข้น เนื้อแน่นได้ใจจริงๆ
จานนี้เรียกกาจ๋า ,, เป็นทอดมันเวียดนาม เนื้อเหนียวๆ หนึบคล้ายทอดมันปลากราย
ขนมเบื้องเวียดนาม ,, แป้งหอมผงกะหรี่ ผัดใส้ได้ดีแต่ถั่วงอกเยอะไปหน่อย

อย่างที่บอกแหละครับ ก็แค่กดมาเต็มโต๊ะ ,, แต่ทั้งหมดก็หายวั้บไปในเวลาอันรวดเร็ว ที่กินเร็วนี่ไม่ได้จะทำเวลาไปโรงเกลือหรอกนะ แต่ว่ามันอร่อยจริงๆ แต่ละคนซัดกันแบบไม่ยั้งเลย ,, เห็นเยอะแบบนี้ ถัวเฉลี่ยคนละ 150 บาทเองนะจ๊ะ

จัดหนักมาเต็มโต๊ะฮะ ,, แต่ก็หมดอย่างรวดเร็ว

อิ่มจัดจนแทบอยากเลี้ยวกลับไปนอนแล้ว ,, แต่เรายังต้องไปโรงเกลือนี่นา!!!

เข้าสู่อรัญประเทศ

ความรู้สึกแรกที่เข้าสู่อรัญฯ คือมันเป็นเมืองที่ใหญ่มาก สังเกตคร่าวๆ แล้วน่าจะใหญ่กว่าสระแก้ว 2-3 เท่า ผู้คนก็พลุกพล่านบรรยากาศเมืองก็ครึกครื้นมากกว่า แต่ที่มาอรัญฯ ตอนนี้คือจะหาของกินเพิ่มอีกหน่อย ,, โดยเจ้เจ้าถิ่นพาไปร้านโฮมเบเกอรี่ครับ ซึ่งทีเด็ดของร้านโฮมเบเกอรี่นั้นก็คือซาละเปาครับ

ซาละเปานึ่งร้อนๆ ที่ร้านโฮมเบเกอรี่ครับ

เท่าที่ชิมดูซาละเปาของที่นี่เค้าไม่เลวเลยนะ แป้งเกาะตัวกันดี ไม่ร่วน ส่วนใส้ที่เลือกกินเป็นใส้หมูสับก็ปรุงรสได้ดี มีใส่ไข่ต้มและกุนเชียงด้วย ปริมาณใส้สมดุลกับแป้งใช้ได้ แต่ผมว่าใส้จืดไปนิด เพราะกินกับแป้งแล้วรสชาติถูกกลบไปหน่อยนึง

ได้มาแล้ว ,, ซาละเปาจากโฮมเบเกอรี่ครับ
ใส้หมูสับ ใส่ไข่ต้มและกุนเชียง ,, รสชาติถือว่าใช้ได้ครับ

กินไปแค่ลูกเดียวเพราะอาหารเวียดนามนั้นยัดจนแทบจะล้นกระเพาะ

เข้าสู่ตลาดโรงเกลือแล้วจ้า

หลายคนอาจเคยมาที่ตลาดโรงเกลือแล้ว แต่คนที่ไม่เคยมาตลาดโรงเกลือมาก่อนแบบผม พูดตรงๆ ว่าผมเคยจินตนาการว่าตลาดโรงเกลือขายเกลือ มีเกลือทะเล เกลือสินเธาวุ์ ฯลฯ

แต่พอได้มาเหยียบที่นี่แล้วมันให้อารมณ์ประมาณตลาดนัดสวนจตุจักรแบบไร้ขอบเขตนะ คือมันกว้างไปหมด มองไปทางไหนก็เหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด สภาพของร้านมีทั้งแบบกั้นเป็นล๊อคๆ มีหลังคาดีๆ มีทั้งเปิดเป็นแผงลอย มีทั้งแบบรถเข็น ,, ส่วนของที่ขายนั้นก็มีโคตรจะหลากหลาย แต่หนักๆ จะไปทางพวกเสื้อผ้า กระเป๋า หมวก และของใช้ ทั้งมือหนึ่งและมือสอง

มาตลาดโรงเกลือครั้งแรกครับ ,, งงมากมาย
เดินไปทางไหนไม่รู้ ,, เดินตามๆ เค้าไปก็แล้วกัน กลัวหลง
ร้านรวงอะไรไม่รู้ ,, เดินโรงเกลือจนงงไปหมดละ

พูดตรงๆ ว่าเดินไปทางไหนไม่ถูก เลยถามเพื่อนๆ ในทวิตเตอร์ไป ,, เค้าก็แนะนำมาว่าให้ไปทางตลาดใหม่ ,, คือพูดตามตรงครับ ไอ้ที่ผมอยู่ยังไม่รู้เลยเรียกว่าอะไร ไม่ต้องกังวลว่าตลาดใหม่ไปทางไหน ผมไปไม่ถูกหรอกครับ แถมเดินไปเดินมาแล้วหลงก็กลัวเค้าจะจับส่งไปชายแดนเขมรอีก เอาเป็นว่าเดินไปตามมีตามเกิดก็แล้วกันครับ ,, ส่วนตัวเท่าที่ดูราคาของแล้วถูกกว่าตามท้องตลาดทั่วไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็อารมณ์ตาดีได้ตาร้ายเสียเหมือนกัน

โรงเกลือขายของอย่างเพียบฮะ
ทีมงานรับขนของที่ตลาดโรงเกลือฮะ
ขนของทั้งที ต้องเอาแบบให้คุ้ม ,, สุดยอดจริงๆ
เสื้อผ้าอะไรไม่รู้อย่างเพียบ ดูแล้วงงตาม
แฟชั่นแนวสุดเขตฯ ,, จริงๆ เราได้แนวมาจากแถวนี้นี่เอง
เด็กๆ ที่ตลาดโรงเกลือครับ
พี่ชายช่วยเลี้ยงน้อง DS ,, เจอโดยบังเอิญที่โรงเกลือ
สภาพร้านค้าในบรรยากาศร้อนๆ ที่โรงเกลือ
ร้อนๆ ง่วงๆ ที่โรงเกลือแฮะ

บรรยากาศทั่วไปที่โรงเกลือร้อนมากๆ ส่วนตัวแนะนำว่าควรมีหมวกหรือ Gadget กันแดดกันลมบ้าง หรือถ้าใครเดินนานๆ แนะนำว่าน่าจะมีน้ำดื่มอะไรติดมือไปบ้างเล็กน้อย หรือถ้าใครขี้เกียจเดินนานๆ ที่นี่ก็มีเช่าจักรยานปั่นให้ทั่ว ,, เดินไปเดินมาเจอเขมรมาขายขนม อารมณ์คล้ายๆ กับรวมมิตร ใส่วุ้นมะพร้าว ใส่แตงไทย ราดน้ำกะทิ ใส่น้ำแข็ง ,, รสชาติพอใช้ได้ฮะ สดชื่นดี (แต่เสี่ยงท้องเสียมากๆ)

หม่ำขนมที่โรงเกลือ ,, กลัวท้องเสียมาก แต่ที่ซื้อเพราะสาวเสื้อขาว ฮาๆ
Gadget กันแดดในรูปแบบเวียดกงแฟชั่น
ลูกตาล+แตงไทย+น้ำกะทิ ,, ปะแล่มๆ แต่ก็อร่อยดีนะ

เอาเป็นว่า สาวๆ มาช๊อปโรงเกลือแล้วไม่มีผิดหวังแน่นอน ส่วนคุณผู้ชายที่พาสาวๆ มา ก็เตรียมฟิตร่างกายมาขนของให้ดี ป้อนข้าวป้อนน้ำ รับรองว่าเหนื่อยไม่แพ้คนช๊อปแน่นอน

กลับเมืองหลวงกันดีกว่า

ใกล้จะครบเวลา 24 ชม. ตั้งแต่มาเหยียบสระแก้ว ,, ตอนนี้ก็เริ่มนับเวลาถอยหลังที่จะกลับกรุงได้แล้ว ซึ่งขากลับจริงๆ ก็คล้ายๆ ขามานะ คือมีทั้งรถทัวร์และรถตู้ เลือกนั่งได้ทั้งที่ตรงตลาดโรงเกลือเลย หรือจะกลับมานั่งที่ท่ารถที่อรัญฯ หรือสระแก้วก็ได้ (แต่รถน้อยกว่าที่โรงเกลือนะ) หรือจะโทรให้รถตู้มารับตามจุดนัดหมายก็ได้ หรือถ้าเอาแบบเสี่ยงๆ ก็โบกรถเอาข้างทางก็ได้ ซึ่งถ้ารถว่างเค้าก็จะจอดรับเราขึ้นรถ แต่ถ้าไม่ว่างก็ต้องรอกันต่อไปนะจ๊ะ

ยามเย็นที่สระแก้ว ,, ที่ River Resort and Spa ครับ
รถตู้เติมก๊าซ ,, คันนี้กลับกทม. ครับ
แสงสุดท้ายที่สระแก้ว ,, กลับกทม. ละคร้าบบบบ

มาสระแก้วครั้งนี้สนุกมากๆ ครับ ,, จังหวัดเล็กๆ แต่มีของดีมากมายเหลือเกิน

เที่ยวสระแก้วตอนที่ 2 :: ปางสีดา

หลังจากที่มาถึงสระแก้วดังในภาคที่ 1 ที่ได้เที่ยวนิดหน่อย+กินอิ่ม+นอนอุ่นไปแล้ว วันนี้ก็จะมาวางแผนท่องเที่ยวสระแก้วต่อ โดยใน Entry นี้จะเป็นภาคครึ่งเช้า ก่อนที่จะเข้าภาค 3 ที่จะเป็นการไปเที่ยวสระแก้วภาคบ่ายต่อนะครับ

ยามเช้าที่สระแก้ว

หลังจากที่หลับสบายที่ River Resort and Spa ก็รีบตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น…

นี่มันไม่ใช่ทะเลหรือยอดเขานะ จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ ,, เอาเป็นว่าก็เดินเล่นแถวรีสอร์ทแทนแหละครับ ว่าไปวันนี้มีคิวไปเที่ยวเยอะเลย (เพราะว่ามานอนคืนเดียวและกลับเย็นวันนี้) เอาเป็นว่าไปเติมพลังที่ตลาดสระแก้วก่อนละกัน และเริ่มต้นเช้านี้ด้วยโจ๊กหมูร้อนๆ

อรุณสวัสดิ์ ,, สระแก้ว
ได้โจ๊กหมูเพิ่มพลังตอนเช้า ,, สุดยอดมาก

ระหว่างกินก็พลิกแผนท่องเที่ยวครึ่งวันเช้าของเราออกมา ซึ่งจะไปทางโซนเหนือของสระแก้ว ไปจนถึงส่วนของอุทยานแห่งชาติปางสีดาที่หลายคนบอกว่าสวยมากๆ


View สระแก้ว ตอนที่ 2 in a larger map

เดินตลาดเช้าที่สระแก้ว

หลังจากหม่ำโจ๊กอิ่มก็มาเดินเล่นที่ตลาดหน่อย โดยส่วนตัวผมว่ามันก็คล้ายๆ กับตลาดสดทั่วๆ ไปแถวๆ บ้านผมแหละ แต่ที่ผมว่าเก๋คือความเป็นกันเองของพ่อค้าแม้ค้าที่นี่ที่จะยิ้มแย้มและคุยเล่นกับผมเกือบตลอด (ไม่รู้เพราะว่าเห็นผมพกกล้องด้วยหรือเปล่า) ,, เดินตั้งนานสุดท้ายได้ขนมครกและน้ำมะเหน็ด (น้ำอัดลมโบราณที่เจ้าถิ่นบอกว่าขายมานานกว่า 30 ปีแล้ว) มานั่งกินเล่น

บรรยากาศตลาดเช้านี่คนอย่างเยอะเลย
บรรยากาศร้านขายผักในตลาดสด
ผักหลากชนิดหลายสีสัน ,, ที่ตลาดสระแก้ว
กินน้ำมะเหน็ดโบราณ ,, สดชื่นดีมากๆ
นั่งดูเค้าทำ+รอขนมครก ,, เอาแบบสดใหม่จากเตาเลย
ขนมครกร้อนๆ ได้แล้วจ้า ,,

น้ำมะเหน็ดสดชื่นดี ส่วนขนมครกมีองค์ประกอบของแป้งเยอะกว่ากะทิเยอะ ช่วงตอนร้อนๆ ก็อร่อยดีนะ แต่พอมันเย็นตัวลงเหมือนแป้งแฉะๆ ไม่น่ากินเท่าไหร่ ,, เท่าที่ชิมมายังหาขนมครกเมพเท่าเจ้าขนมครกเข้าวังราชวัตรไม่ได้

ออกเดินทางกันเถอะครับ

ระหว่างทางไปปางสีดา

หลังจากเติมพลังงานด้วยข้าวและขนมมาเกือบเต็มหลอด เราก็ออกเดินทางกันครับ ,, โดยระยะทางที่เราจะไปถึงด้านหน้าของอุทยานแห่งชาติปางสีดานั้นประมาณ 30 กม. และเพื่อไม่ให้เบื่อหรือหลับไป ระหว่างทางก็ได้แวะเก็บภาพต่างๆ ทั้งสถานีรถไฟสระแก้ว, สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติสองข้างทาง

ถึงสถานีรถไฟสระแก้วแล้วครับ
เราถึงสระแก้วกันแล้ว!! (เวอร์ชั่นมาด้วยรถไฟ)
ควายระหว่างทาง ,, ควายจริงๆ ครับ
ฝูงควายน่ารักดีนะ ,, เป็นกันเองดี (แต่ไปใกล้ก็หนีเหมือนกัน)
บรรยากาศแบบร่มรื่นระหว่างทาง (ซึ่งเป็นส่วนน้อย)
ข้ามคลองรัก , ทะลุป่ายูคา , ไปปางสีดาครับ

ระหว่างทางที่ขับไป อากาศสดชื่นดีมาก ถนนเรียบและกว้างดีมาก สองข้างทางจะเป็นบรรยากาศป่ายูคาลิปตัสสลับกับที่นาหรือแปลงเกษตรเป็นพักๆ ,, ใช่ครับ เค้าปลูกต้นยูคาลิปตัสเป็นป่าเลย ในระดับที่เนินเขาทั้งเนินมีแต่ต้นยูคาลิปตัส แล้วเราก็จะเห็นรถสิบล้อขนไม้ยูคาสวนกับเราเป็นช่วงๆ เพื่อเอาไปป้อนโรงงานกระดาษแถวนี้ ,, ในฐานะของนักท่องเที่ยวก็สวยดีนะครับ แถมกระตุ้นเศรษฐกิจแถวนี้ดี ส่วนนึงที่ถนนแถวนี้ดีเริ่ดคงเพราะเอามาให้สิบล้อขนด้วยแหละมั้งครับ แต่ถ้าพูดถึงการปลูกในระยะยาวผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

ขับรถไป ,, ดูป่ายูคาที่มีต้นยูคาเรียงกันเป็นตับ เป็นช่วงๆ
สองข้างหนูมีแต่ป่ายูคาลิปตัส ,, สวยดีนะ
ยูคา ยูคา และยูคาตลอดทาง (อันนี้ยูคากำลังเริ่มโต)
ขับขึ้นดอยหน่อยๆ ตามพี่แทร๊กเตอร์ไป

อุทยานแห่งชาติปางสีดา

ขับรถมาสักช่วงนึงในที่สุดก็ถึงซักทีครับ กับอุทยานแห่งชาติปางสีดา ,, อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่กว้างกว่าห้าแสนไร่ ครอบคลุมทั้งจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว ลักษณะโดยทั่วไปเป็นป่าบนเทือกเขาที่มีแหล่งกำเนิดน้ำ ลำธาร และน้ำตกต่างๆ อุดมไปด้วยธรรมชาติทั้งต้นไม้และสัตว์ป่าจำนวนมาก เห็นพี่เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าที่นี่มีสัตว์ป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งช้าง เสือ วัวป่า และนกนานาชนิด ,, ถ้าใครจะมาเที่ยวและพักข้างในตัวอุทยานเลย แนะนำว่าควรเอารถกระบะหรือโฟร์วีลไดร์ฟมา เพราะทางที่กว่าจะไปถึงจุดตั้งแรมเป็นทางดินและไม่ได้เรียบตลอดเส้นทาง

เดินทางมาถึงแล้วครับ!!
สภาพเส้นทางหลังจากป้ายบอกชื่ออุทยานครับ ,, เป็นดินล้วนๆ

แต่ถ้าใครอุตส่าห์ขับรถมาแล้วไม่ได้ขึ้นไปข้างบนก็ไม่ต้องเสียใจ ส่วนข้างล่างก็มีที่ท่องเที่ยวสวยนะครับ ทั้งส่วนของน้ำตกและดงผีเสื้อครับ ,, น้ำตกผมว่าก็โอเคนะ เสียดายว่าช่วงที่ไปเป็นหน้าแล้ง น้ำเลยไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แต่ที่เก๋คือผีเสื้อนี่แหละครับ ช่วงที่ผมไปนี่มีหลายสิบสายพันธุ์หลายร้อยหลายพันตัวสวยงามมากตามช่วงเวลาและฤดูกาล วิจิตรงดงามเหมือนเราเป็นศูนย์กลางแล้วมีผีเสื้อมาบินรอบๆ ตัว ว่อนกันผมงงไปเลยเหมือนกัน

จอดรถไว้ข้างนอก แล้วเดินเข้ามาชมธรรมชาติครับ
ดงผีเสื้อปางสีดา
ฝูงผีเสื้อที่กำลังเกาะนิ่งๆ นิ่งๆ นิ่งๆ รับแดดยามเช้า

ไม่ได้เตรียมเลนส์ดีๆ ไป (ที่พกไปมีแค่ 18-55 kit แค่นั้น) จะบอกว่า ภาพผีเสื้อถ่ายยากมากครับ เหมือนจะถ่ายได้แล้วแต่พอเจอจังหวะหุบปีหรือกางไม่สุดนี่ก็ไม่สวยไปเลย

หลากลีลาของผีเสื้อที่ปางสีดา

ส่วนน้ำตกอย่างที่บอกครับ น้ำแล้งไปหน่อย เห็นเค้าว่าช่วงฤดูฝนจะมีน้ำเยอะกว่านี้มากๆ แต่สภาพแวดล้อมแถวๆ นั้นก็ยังร่มรื่นด้วยต้นไม้สูงและมีใบเขียวอยู่เป็นส่วนมาก นั่งไปสักพักก็มีเด็กๆ (ผู้ชาย) แถวนั้นมาเล่นน้ำอยู่นะ

ทางเดินลงไปน้ำตกปางสีดาครับ
ต้นไม้สูงและใบไม้เขียวขจีที่น้ำตกปางสีดา
มีแมลงแปลกๆ มาตอมผลไม้ ,, ริมน้ำตกฮะ
ถึงน้ำตกปางสีดาแล้วคร้าบบบบบ
ช่วงหน้าแล้ง,, แห้งไปหน่อยแต่ก็ยังมีน้ำไหลดีอยู่นะครับ

ด้วยเวลาที่จำกัด เลยได้แค่เยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติปางสีดาแค่ดงผีเสื้อและน้ำตกแค่ 2 ชั้นเอง ,, แต่แค่นี้ก็มีความสุขมากๆ แล้ว

ถ้ามีเวลา ,, อุทยานแห่งชาติปางสีดาเป็นอะไรที่ไม่ควรพลาด

เติมพลังด้วยกาแฟอีกหน่อย

ลงจากอุทยานแห่งชาติมา ก็หากาแฟเติมสักหน่อยครับ ที่ร้านต้นข้าวกาแฟ ,, แม้ชื่อร้านจะดูงงว่าขายต้นข้าว, กาแฟ หรือต้นกาแฟ (จริงๆ เจ้าของร้านชื่อต้น+ข้าวน่ะครับ) แต่บรรยากาศข้างในดีมาก

ที่นี่ ,, ร้านต้นข้าวกาแฟครับ
บรรยากาศภายในร้านต้นข้าวกาแฟ ,, แอร์เย็นฉ่ำ

สั่งกาแฟไป นั่งคุยกับเจ้าของร้านไป กาแฟก็มาเสิร์ฟถึงที่ครับ ส่วนขนมหยิบเอาเอง ,, แอบชิมดูรสชาติกาแฟถือว่าไม่เลวเลย ขนมก็อร่อยดี ทั้งแอล์แคร์และบราว์นี่ แถมที่นี่ยังมีขายโปสการ์ดสวยๆ ด้วย

จิบกาแฟร้อนเติมพลังสักหน่อย
บราวน์นี่หน้านิ่ม ,, กินคู่กับกาแฟแล้วรสชาติไม่เลวเลย
กาแฟเย็น เอามากินคู่กับเอลแคร์ครับ
บรรยากาศร้านของเค้าดีจริงๆ นะเธอ
อิ่มกาแฟ+ขนม ก็พร้อมออกเดินทางไปเที่ยวกันต่อแล้วววว

เติมพลังกันเต็มที่ ก็ออกเดินทางกันต่อกับภาค 3 ละกันครับ

เที่ยวสระแก้วตอนที่ 1 :: ครั้งแรกกับสระแก้ว

“เย่ๆๆ จะได้ไปเที่ยวสระแก้วแล้ว..” ว่าแต่ จะไปเที่ยวอะไรดีล่ะ

ตั้งแต่ครั้นวัยเยาว์สมัยเรียนวิชาสังคม ผมก็รู้จักแค่ว่าสระแก้วแยกมาจากปราจีนบุรีแค่นั้น แต่จะให้ระบุในแผนที่จริงๆ อยากบอกว่าไม่รู้ครับนอกจากโรงเกลือ , สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็ไม่รู้จัก อาหารมีอะไรกินบ้างก็ไม่รู้ ,, มีหลายคนถามผมว่าไปสระแก้วทำไม, จะไปเที่ยวโรงเกลือเหรอ, จังหวัดมันไม่มีอะไรเลยนะ บลาๆๆ ผมก็เริ่มสงสัยว่าจะไปทำไมวะครับ โรงเกลือคืออะไรก็ไม่รู้จัก เหมือนนาเกลือหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

แต่ไม่ทันไรก็ซื้อตั๋วละครับ

ในที่สุดก็ได้ตั๋วรถทัวร์มาแล้ว ,, เย่ๆๆๆ

เดินทางไปสระแก้วกันเถิด

จริงๆ การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสระแก้วมีหลากหลายวิธีนะ หลักๆ ก็จะขึ้นรถเอาไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์หรือรถตู้ที่เขียนป้ายว่าสระแก้ว, อรัญประเทศ, โรงเกลือ หรืออะไรทำนองนี้ ในจุดนี้ผมขออนุญาตแบ่งตามสถานที่ที่ขึ้นรถและเท่าที่ผมทราบและหาข้อมูลได้นะ

  • หมอชิต – ที่นี่บริการรถทัวร์ ป.1 แบบเทียมๆ ยังไงไม่รู้ คือสภาพรถไม่ค่อยดีเท่าไหร่+แอร์ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ (และแวะจอดรับ-ส่งคนบ่อยมากๆ ) เส้นทางจะไปทางองครักษ์แล้วตัดเข้าปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางมาตรฐานในการเดินทางไปสระแก้วตั้งแต่สมัยอดีต เส้นทางจะอ้อมและถนนเป็นสองเลนสี่เลนบ้างสลับกันไป แต่ถ้านั่งชมวิวตลอดทางแบบชิลๆ จะพบว่าวิวสวยใช้ได้นะ แถมถ้ามีสัมภาระเยอะๆ ก็สามารถเอาไปใส่ไว้ใต้ท้องรถได้ด้วย ,, สนนระยะเวลาการเดินทางเกือบ 250 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำแล้วแต่ว่ามีคนขึ้น-ลงเยอะแค่ไหนด้วย (เส้นสีแดง)
  • อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – เป็นรถตู้หรูหรา (จริงๆ ก็เหมือนรถตู้ที่เรานั่งในกทม. แหละ) เส้นทางจะมาทางสุขุมวิทแล้วเข้ามอเตอร์เวย์ จากนั้นจะตัดเข้ามาทางฉะเชิงเทรา ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางใหม่ตัดใหม่ที่สั้นกว่า ถนนใหญ่ไฮโซหกเลนแปดเลน แต่ข้อเสียคือไม่มีวิวอะไรเลย แต่ข้อดีคือสะดวกรวดเร็วกว่า สนนระยะทาง 200 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งก็ถึง (เส้นสีน้ำเงิน)
  • ท่ารถสายตะวันออก (เอกมัย) – อันนี้แค่มีคนบอกมา ว่ามีรถไปเหมือนกัน แต่รายละเอียดจริงๆ ไม่ทราบ แต่คิดว่าน่าจะไปทางมอเตอร์เวย์แล้วตัดเข้าฉะเชิงเทราเหมือนกัน


View สระแก้ว ตอนที่ 1 in a larger map

นอกจากนั้นเรายังมีอีกวิธีคือการนั่งรถไฟจากหมอชิตมายังสถานีรถไฟสระแก้วนะครับ

เอาเป็นว่าผมโปรโมตวิธีนั่งรถบัสจากหมอชิตละกันสำหรับคนที่ยังไม่เคยเดินทางไปสระแก้วมาก่อน ซึ่งทัวร์ที่ผมไปคือแอร์อรัญฯ ขึ้นรถที่หมอชิต รถมีออกเกือบทั้งวันตั้งแต่เช้าแทบจะทุก 1-2 ชั่วโมงเลย สนใจลองโทรไปได้ที่ 02-512 3755-6,02-272-0365 ค่าตั๋ว 173 บาท แถมน้ำดื่ม 1 แก้ว

ได้รถทัวร์กันแล้ว เตรียมลุยๆๆๆ

บรรยากาศการขึ้นรถทัวร์แบบหวานเย็น

การคิดจะขึ้นรถทัวร์ถ้าว่างจริงๆ ก็คงมีสัมภาระเยอะมาก เพราะรถทัวร์ขับแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ แถมแอร์นี่ออกแนวร้อนนิดนึง ,, แต่ต้องบอกว่ารถทัวร์นี่ถือเป็นความสนุกอย่างหนึ่งเลยนะ บรรยากาศที่เราค่อยๆ ขับรถไปชื่นชมธรรมชาติและวัฒนธรรมจากแต่ละจังหวัดที่ผ่าน มีหยุดพักเป็นช่วงๆ ตามอารมณ์คนขับและคนโบกรถข้างทาง

ขับไปก็ชิลไปบนถนนสองเลน ,, อยากลงไหนบอกพี่่โชเฟอร์ได้สบาย
ขับไปตามป้ายเรื่อยๆ ครับ ,, สบายๆ 🙂

ขับไป พักไป จอดไป แถมทริปที่ผมไปมีการรับผู้โดยสารจากรถคันอื่นที่เสียด้วย -_-a (ตอนที่รับผู้โดยสารเพิ่มจากรถที่เสียนี่มันส์มากๆ เพราะคนที่ขึ้นมาใหม่เนี่ยจะต้องยืนเบียดๆ จินตนาการว่าเอาประชากร 1 รถทัวร์เอามายัดตรงทางเดินอะ แน่นยิ่งกว่ารถเมล์หลังเลิกงานอีก แอร์ที่ไม่เย็นตอนนี้กลายเป็นร้อนไปเลย, ปริมาณออกซิเจนบนรถก็เบาบางลงและถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเต่าและกลิ่นรองเท้า)

คนโคตรแน่น เหม็นเต่า และขาดอากาศหายใจหลังจากรับคนมาเพิ่มอีกหนึ่งคันรถ
ในที่สุดก็ถึงสระแก้วซักที วะฮะฮ่า

รถออกบ่ายโมงครึ่ง ถึงนั่นเกือบหกโมง… เหยียบสระแก้วโดยสวัสดิภาพละครับ

River Resort ,, ที่พักสุดเริ่ด

สิ่งแรกหลังจากมาถึงสระแก้ว (โดยเฉพาะขึ้นรถทัวร์มาแบบเยินๆ อะนะ) สำหรับผมแล้วคงเป็นที่พักดีๆ บรรยากาศโอเค ยิ่งถ้าได้หลับซักงีบคงจะดี ,, ซึ่งรีสอร์ทที่พักคราวนี้มีชื่อว่า River Resort and Spa ซึ่งจะออกมาจากตัวตัวเมืองนิดนึง ถ้าใครขับรถมาเองก็สะดวกนะ เพราะติดกับถนนใหญ่ทางที่จะไปโรงเกลืออะ แถมที่จอดรถของที่นี่ก็เยอะดีครับ

ป้ายด้านหน้าของ River Resort and Spa ที่มาพักครั้งนี้
พลิกตัวเข้ามาใน River Resort แล้วครับ ,, บรรยากาศดีมาก
ที่จอดรถสำหรับบริการผู้เข้าพักทุกท่านครับ

สิ่งแรกที่มาถึง River Resort and Spa คือพนักงานต้อนรับขี้เล่นและเป็นมิตรสองตัวครับ คือ คือพนักงานต้อนรับสาวพันธุ์ลาบราดอร์ชื่อชูใจ และพนักงานต้อนรับหนุ่มรูปหล่อพันธุ์บีเกิ้ลชื่อมานะ ครับ (เออ.. พนักงานที่เป็นคนก็มีนะครับ)

เจ้าชูใจ พนักงานต้อนรับสาวครับ ส่วนด้านหลังคือมานะ
ส่วนพนักงานต้อนรับหนุ่มของเราหนีไปนอนนี่เอง

ส่วนบรรยากาศข้างในรีสอร์ทก็สวยดีครับ ,, มีต้นไม้ทั้งเล็กและใหญ่ ทำให้รีสอร์ทดูร่มรื่นดีนะ แถมมีสระว่ายน้ำเล็กๆ และลานกิจกรรมด้วย ซึ่งถ้ามีกิจกรรมกลุ่มก็มาจัดที่นี่ได้ ,, ส่วนห้องพักก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากๆ ทั้งเรื่องความสะอาด การบริการต่างๆ และความสะดวกสบายครับ

บรรยากาศที่ร่มรื่นภายในรีสอร์ทครับ
อีกมุมที่ River Resort and Spa ครับ
ลานกิจกรรมและสระเล็กๆ ด้านหลังรีสอร์ทครับ
อันนี้ในห้องพักครับ ,, แอร์เย็น+เตียงนอนสบาย
ของที่ระลึกก็มีขายนะเธอ

เอาเป็นว่าถ้าสนใจรายละเอียด River Resort and Spa ก็ดูรูปเพิ่มเติมที่เวปไซต์ของเค้า หรือลองโทรไปสอบถามรายละเอียดได้นะครับ ที่เบอร์ 037-421111 ครับผม

ไปหาอะไรกินกันเถอะครับ

กิจกรรมค่ำคืนแรก (และคืนเดียว) ในสระแก้ว


View สระแก้ว ตอนที่ 1 in a larger map

เริ่มต้นที่กินกันก่อนดีกว่าครับ โดยเลือกเอาใกล้ๆ ที่พักก็แล้วกัน

วันดี ย่างเกาหลีครับ

จริงๆ ร้านอาหารในสระแก้วก็มีเยอะนะ ส่วนนึงที่เลือกกินหมูกระทะอย่างวันดี ย่างเกาหลี (ไม่น่าเชื่อว่าอิทธิพลเกาหลีก็ระบาดมาถึงสระแก้วเช่นกัน) คือโคตรหิวจากการเดินทาง ต้องการกินอะไรแบบ Mass หน่อย , อีกส่วนคือเจ้าถิ่นบอกว่าหมูกระทะเจ้านี้มีทีเด็ดที่เนื้อไก่ที่ไม่เหมือนเจ้าอื่น อารมณ์เป็นปีกไก่ท่อนกลางเลาะเอากระดูกออกแล้วหมักด้วยซอสงาขาว เคี้ยวแล้วจะกรุบๆ หน่อยเพราะมีกระดูกอ่อนปนๆ มาด้วย ,, กินแล้วต้องบอกว่าสุดติ่งจริงๆ ครับ หยุดไม่ได้แค่ชิ้นเดียวแน่นอน (วันนั้นตักไก่ไปสามจานได้ ฟาดไก่กันมันปากเลยทีเดียว) แต่ข้อเสียของร้านนี้คือไม่มีเนื้อวัวนั่นเอง

ร้านวันดี ย่างเกาหลี ,, หลังคายังไม่เสร็จดีนัก -_-a
บรรยากาศการสู้ศึกย่างเกาหลี (ก็คือหมูกระทะนั่นแหละ)
สารรูปของไก่เมพครึ่งจาน ,, อีกครึ่งจานอยู่บนเตา
ตกดึกแล้วประชากรผู้มาเข้าประชันในร้านหมูกระทะเยอะมากๆ

จริงๆ มีหมูกระทะอีกร้านถัดไปอีกหน่อยชื่อร้านมาลัย เจ้าถิ่นบอกว่าร้านนี้ไม่แหล่มเท่าวันดี แต่ว่ามีเนื้อวัวให้กินด้วย

บ้านลอยนวล

เนื่องจากจขบ. กินยังไม่อิ่ม เลยมาต่อที่บ้านลอยนวลซึ่งอยู่ด้านหลังริเวอร์รีสอร์ทที่จขบ. พักอยู่,, ที่นี่เป็นร้านอาหารสวยๆ ติดริมน้ำ ตกแต่งร้านแนวร่วมสมัย หลายๆ ครั้งร้านนี้ได้รับเกียรติต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่มาเยี่ยมเยียนด้วย ,, เจ้าถิ่นบอกว่าที่นี่นอกจากอาหารอร่อย บรรยากาศดี จะเลือกนั่งกินข้าวแบบจริงจังหรือว่าจะสั่งกับแกล้มพร้อมจิบเบียร์ก็ได้ครับ ,, ที่สำคัญจุดเด่นอีกอย่างคือเจ้าของร้านครับ

ณ ร้านอาหารบ้านลอยนวลครับ
บรรยากาศส่วนนึงภายในบ้านลอยนวล
ทอดมันปลา ,, ส่งประกวดในฐานะกับแกล้ม
ข้าวกรอบๆ คลุกแหนม ,, สุดยอดกับแกล้มแห่งปี

ทีแรกผมเห็นก็แค่ลุงแก่ๆ ธรรมดา มันจะเด่นอะไรเหรอ ,, แต่อีกสักพักเท่านั้นแหละครับ แกก็ถือ ukulele เดินเล่นตามโต๊ะต่างๆ แบบเป็นกันเอง (แต่เพลงนี่ต้องย้อนไปประมาณ 30-40 ปีนะ) แถมอีกสักพักแกก็ไปนั่งตรงลานข้างหน้า เล่นเองร้องเองอย่างเมพ ทั้งกีตาร์ เปียโน และไวโอลิน ,, แถมเสียงของคุณพี่เจ้าของร้านนี่ระดับศิลปินยังอาย เพราะแกร้องเพราะมาก ในจังหวะนั้นเหมือนผมติดในภวังค์คล้ายกับดูศิลปินระดับโลกแสดงอยู่ต่อหน้า ,, แอบอัดวิดีโอมาหน่อยนึงด้วย hTC HD7 ฮะ

เจ้าของร้านเล่นดนตรีแล้วคร้าบบบบ

สุดท้ายเลยไปแจมกับพี่เจ้าของร้านหน่อยนึง ^^

มาสระแก้วห้ามพลาดร้านนี้นะครับ

กิจกรรมพิเศษในคืนนี้

จริงๆ วันที่ผมไปมันเป็นวันมาฆบูชาพอดี (รับรู้กันให้ทั่วว่าดอง blog ไว้นานมากๆ) เท่าที่สังเกตคนจะชอบไปที่วัดสระแก้ว ซึ่งเป็นวัดใหญ่และคนค่อนข้างเยอะมากๆ เจ้าถิ่นเค้าก็เลยพาผมไปเวียนเทียนที่วัดศาลาลำดวน (ซึ่งต้องขับออกนอกเมืองไปหน่อย)

ดอกไม้, ธูปเทียนเตรียมพร้อมแล้วกับวันมาฆบูชา
อุโบสถของวัดศาลาลำดวน ,, ในคืนวันเพ็ญครับ

วัดศาลาลำดวนเป็นวัดที่สวยและได้รับการดูแลดีมาก ทั้งเรื่องความสะอาดและการดูแลสภาพโดยรอบวัด ,, ขนาดอยู่ไกลจากตัวเมืองแต่ก็มีคนมาเวียนเทียนไม่น้อยเลยทีเดียว

มีคนมาเวียนเทียนไม่น้อยเลยนะเนี่ย
ทักษิณานุประทาน 3 รอบแล้ว
นับเทียนดูแล้วจะรู้ว่ามีคนมากี่คน (ซึ่งเยอะมาก)

ที่ผมชอบคือบรรยากาศที่ครอบครัวพากันมาเวียนเทียน มีทั้งวัยรุ่นหนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่พี่น้องและลูกเด็กเล็กแดงก็ขนๆ กันมา เรียกว่ามากันเต็มวัด ,, อบอุ่นดีจัง

พ่อแม่ก็พาเด็กๆ มาเวียนเทียนกันไม่น้อยเลย
พาเจ้าตัวน้อยมาไหว้พระครับ ,, น่ารักมาก

เอาว่าขอไปพักก่อน แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปทัวร์สระแก้วในโซนไกลๆ กันต่อ