Ignite Thailand++

หลายๆ ครั้ง เรื่องราวบนโลกอินเตอร์เนต เป็นเพียงแค่ความคิดที่ล่องลอยเท่านั้น
หลายๆ ครั้ง ความคิดต่างๆ อุดมไปไอเดียดีๆ
แต่คงจะน่าเสียดาย ที่มันจะลอยผ่านไป หรือไม่ก็อยู่ข้างบนนั้น

มันจะเป็นไปได้ไหมครับ ถ้าเราเอาความคิดต่างๆ ลงมือมาปฏิบัติจริง

Ignite Thailand++

เราเคยมีงาน Ignite เพื่อสร้างแรงจูงใจดีๆ แก่ผู้ฟังมาแล้ว
วันนี้เราก็จะมี Ignite ครั้งที่ 2 แบบเฉพาะกิจ เพื่อสร้างแรงจูงจูงใจและจุดประกายความคิดดีๆ สำหรับประเทศไทยครับ
ไม่ใช่แค่ที่กรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังกระจายไปยังแต่ละภาคทั่วประเทศด้วย

Ignite for Thailand

ที่มาของงานนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดความแตกแยกทางความคิด จนก่อให้เกิดเรื่องราวที่สะเทือนใจผู้คนมากมายนั้น “เครือข่ายพลังบวก” ได้ถือกำเนิดขึ้นจากการพูดคุยกันในกลุ่มเครือข่ายนักสร้างสรรค์และสื่อสาร มวลชน, ครีเอทีฟผู้ผลิตสื่อโฆษณา และชุมชน Social Media ได้ประชุมหารือเพื่อจัดทำแคมเปญ “ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย” หนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญคือการชักชวนกันมาเป็นแนวร่วมเพื่อรับฟังการจุดประกายความ คิดแบบไม่แบ่งสี แบ่งฝ่าย หวังจุดประกายให้คนไทยปลุกพลังคิดบวกในตัวเอง เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้น่าอยู่และดีขึ้นกว่าเดิม และนี่จึงเป็นแรงบันดาลใจของการจัดงาน Ignite ครั้งที่ 2 ขึ้น ในภายใต้ชื่องานว่า “Ignite Thailand++” โดยการสนับสนุนจาก สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสื่อมวลชนหลายแขนงตลอดจนอาสาสมัครผู้ร่วมงานจากภาคประชาสังคมที่หลากหลาย

“Ignite Thailand++” ครั้งนี้ มีกำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 16 มิถุนายน 2553 นี้ ณ ลุมพินีสถาน สวนลุมฯ (เวลา 18.00-21.00 น. โดยประมาณ) โดยมีกลุ่มผู้ฟังที่จะเข้าร่วมงานประมาณ 400 คน โดยในครั้งนี้ Igniters (วิทยากร) จะประกอบไปด้วยบุคคลจากหลากสาขาอาชีพ อายุ เพศ ในหลากหลายพื้นที่และแนวคิด เพื่อมาร่วมเป็นหนึ่งในการแบ่งปันเรื่องดี ๆ ให้กับสังคมไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

พร้อมหรือยังในวันที่ 16 นี้

ผมยอมรับว่า Igniter ในครั้งนี้ น่าสนใจและทำให้ผมอยากไปงานนี้มากๆ ครับ ท้ัง

  • พระศรญาณีโสภณ (ท่านปิยโสภณ วัดพระรามเก้า กาญจนาภิเษก)
  • คุณเดียร์ – ขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาวคนเดียวของ เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
  • ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ
  • คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย
  • คุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม)
  • คุณนที สรวารี
  • คุณโรส – วริศรา (ลี้ธีระกุล) มหากายี อดีตพิธีกรและนักแสดง
  • คุณพิทยากร ลีลาภัทร์ เจ้าของธนาคารแห่งความสุข
  • คุณทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day
  • คุณปรัชญา สิงห์โต ผู้ก่อตั้งและเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์ F0nt.com
  • คุณณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม (ครูยุ)
  • คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้เชี่ยวชาญด้าน E-Commerce & E-Marketing
  • อาจารย์รวิทัต ภู่หลำ
  • และอื่นๆ อีกหลายคนครับ
  • น่าสนใจมากๆ ครับ

    กำหนดการคร่าวๆ

    • 14.00 น. แถลงข่าวเปิดตัวเครือข่ายพลังบวก นำเสนอโรดแมพการทำงาน
    • 18.00 น. Ignite Show ช่วงโชว์ผลงาน ที่ทุกท่านสามารถสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมานำเสนอกันได้ไม่ว่าจะเป็นงานศิลป์ งานประดิษฐ์ เพื่อจุดประกายความคิดเชิงบวก ดำเนินรายการโดย พิธีกรอารมณ์ดี หนุ่ย พงษ์สุข หิรัญพฤกษ์ @nuishow และทีมงาน Show NoLimit
    • 19.00 น. Ignite Talk ช่วงจุดประกายความคิด โดย Igniters ประมาณ 20 ท่าน บรรยายท่านละ 5 นาที ประกอบสไลด์ 20 แผ่น

    มาร่วมมือกันทำให้ประเทศเราดีขึ้นเถอะครับ

    อย่างที่บอกครับ ทุกคนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี่ได้ฟรี โดยไปลงทะเบียนได้ที่ http://www.ignite.in.th/ ครับ

    ผมไม่สนนะว่าใครคิดบวก ลบ หรือจะคูณ หาร หรือจะสีไหน ยังไง อะไร
    มาช่วยลงมือทำให้ประเทศไทยมันดีขึ้นกันเถอะครับ

เป็น Igniter ในงาน Ignite Bangkok วันแรกมาด้วย

งาน Ignite Bangkok วันแรกมีอะไรมากกว่าที่ผมคิดนะ
และมันเหมือนอะไรบันดาลให้ผมได้พูดในงาน Ignite Bangkok ครั้งนี้เสียเหลือเกิน

การเดินทางของ igniter ของผม

หลังจากที่ผมเขียนเล่าเรื่องราวและประชาสัมพันธ์งาน Ignite Bangkok ไปใน blog ผม
ผมก็รู้สึกนิดๆ ว่าอยากพูด แต่ไม่รู้เอาเรื่องอะไรดี
จะพูดเอาสนุก หรือเอาเครียดดี แถมจะสอบด้วย จะทำ slide ทันไหมเนี่ยยยยย
เอาว่า ไปลงชื่อไปฟังก่อนดีกว่า

Ignite Bangkok

หลังจากลงชื่อไปหลายวัน เรื่องอยากพูดก็ลืมๆ ไป เพราะต้องไปงานแต่งงานพี่เม่นที่ปาย
จนระหว่างนั่งรถตู้กลับมากรุงเทพฯ พี่พัชรก็ถามว่าไม่พูดเหรอ
“ถ้าเป็น @tongkatsu ก็ต้องพูด tonkatsu สิ”
เอ่อ มันยังมีหัวข้อนี้ด้วยนี่นา เรามัวแต่เครียดจะพูดเรื่องชีวิตนักเรียนแพทย์มาตลอด แล้วก็พบทางตันทุกที
โอเค งั้นติดต่อทางผู้จัดแล้วกันว่าเราจัเปลี่ยนสถานะเป็น igniter ดีกว่า

เมื่อตั้งใจจะเป็นคนพูดแล้ว

ผมก็ติดต่อไปทางเจ้าหน้าที่ผู้จัดในวันจันทร์ว่าผมอยากเป็น igniter แต่สามารถพูดในวันที่ 3 เท่านั้น

จนได้คำตอบคอนเฟิร์มจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเราได้เป็นตัวสำรองนะ
ผมคิดนานมากๆ ว่าจะพูดดีไหม เพราะนี่ต้องเสียเวลานั่งทำ powerpoint อีก แต่ก็ตอบคอนเฟิร์มไปก่อนว่าโอเคๆๆ
แต่จริงๆ แทบไม่ได้ทำอะไรเลยpowerpoint ก็ทำได้แค่เลือกๆ รูปนิดๆ พิมพ์หน่อยๆ อารมณ์เซ็งๆ

เหตุเพราะ “ชีวิตมันยังไม่ ignite พอ”

เมื่อทุกอย่างต้องการให้ผมพูด

มันเหมือนอะไรที่ลงตัวมากๆ
เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าวันที่ 3 มีนาคม ที่อยู่ดีๆ ก็แบก Notebook ไปติวด้วยและก็ทำ powerpoint บน taxi ระหว่างไปติวที่รพ.จุฬาฯ ซึ่งปกติ ผมจะไม่ชอบทำงานบนรถเท่าไหร่
ดูขยันแต่มันก็ทำได้ไม่มากหรอก ซัก 20% เอารูปที่มีมาเรียงมั่วๆ ก่อน

จนตอนสายๆ ใกล้ๆ เที่ยง ก็มี mention นี้มา

ได้เป็นตัวจริงแล้ว!!!

จากนั้นผมก็กด reply กลับอย่างรวดเร็วว่า “ตกลงครับ”
พูดตรงๆ ว่าไม่ได้คิดเลย แค่อยากพูดในงานเท่านั้น โดยผมได้เป็นลำดับสุดท้ายของ igniter

และแล้ว คุณพี่เจ้าหน้าที่ก็ตอบมาเร่งสไลด์ให้ส่งภายในก่อนเที่ยง ซึ่งต่อรองสุดๆ ได้ก่อนบ่ายสอง
“ก่อนบ่ายสอง!!!!!!!!”
ทีนี้มานั่งเครียดสิ powerpoint ที่มีทุนเดิมแค่ 20% ถ้าจะทำอีก 80% ชั่วโมงเดียวไม่เสร็จแน่ๆ
ไหงจะมีติวอีก จะเลือกทางไหนดี เรียนก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่เราก็ต้องพูดเย็นนี้ ว้ากกกกกก!!!

และแล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็บันดาลให้ผมได้ทำ presentation เพราะอาจารย์จะมาเลทชั่วโมงนึง
ดังนั้น 1200-1400 น จึงเป็นเวลา “Ignite” ตัว powerpoint ของผมนั่นเอง
และแล้วผมก็ส่ง presentation ตอน 1357 น ไม่มีตรวจทาน ไม่มีซ้อมใดๆเพราะต้องไปเรียนต่อ
(ปล – เรียนก็แอบหลับ เพราะเหนื่อยจากการทำ powerpoint อ่า)

พอเรียนเสร็จก็รีบแล่นไป Emporium เลยละกันนะ

และแล้วก็ลุยไป TCDC กัน

ผมมั่นใจมากๆ ว่าเป็นผู้เข้าร่วมงานคนแรกๆ ที่มางานนี้
เพราะมาตั้งแต่ 1600 น กว่าๆ โต๊ะจัดงานยังไม่ตั้งเลย

เจ้าหน้าที่กำลังตั้งโต๊ะจัดของอยู่

แอบไปช่วยเค้านิดหน่อย
แต่ช่วยไปช่วยมาเหมือนไปกวนเค้ามากกว่า -_-a
งั้นหนีไปหาอะไรกินแทนละกันนะ

ฝูงป้ายชื่อ ignite

แว๊บมาอีกที คนเริ่มเยอะแล้วแฮะ
แถมคราวนี้จัดงานในห้อง Auditorium ของ TCDC ซึ่งเป็นห้องสมุด จึงมีข้อกำหนดค่อนข้างมาก เช่น การนำกระเป๋าทึบที่มีขนาดใหญ่กว่า A4 เข้าไป, การนำอาหารเข้าไปทานข้างใน หรือแม้แต่การส่งเสียงดังก็ยังต้องระวัง
ส่วนคนที่มาต้องไป Regist ตัวเองในเวปก่อน จึงจะมีสิทธิ์ในการเข้าฟัง เพราะมีการจำกัดจำนวนคนในห้องด้วย

พี่เอ๋อติวเข้ม
คนมาลงทะเบียนเริ่มเยอะ

เมื่อถึงเวลาประมาณ 1800 น ก็ถึงเวลาเข้าห้องแล้วววววว
แอบตื่นเต้นนนนนนน

ในห้อง Auditorium

พอเข้ามาก็เห็นผู้คนมากมาย ที่แอบตื่นเต้นก็เลยตื่นเต้นจริงๆ เลย
“โห คนจะมาฟังเราเยอะแบบนี้เลยเหรอวะเนี่ยยยยย เราไร้สาระนะ!!!”

บรรยากาศในห้อง Auditorium

จนถึงเวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ พี่เอ๋อ เจ้าหน้าที่ และสปอนเซอร์ต่างๆ ก็มากล่าวเปิดงาน

กล่าวเปิดงาน

ถึงเวลาพูดแล้ว เริ่มที่คุณปอนด์ก่อน จากนั้นก็คนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ ไปเรื่อยๆ…
แต่ละคุณพูดเก่งๆ ทั้งนั้น สุดยอดมากๆ
ไม่เชื่อดูคนฟังสิ เค้าได้ทั้งความสนุกและการสร้างแรงจูงใจด้วย เก่งจัง
ตอนนั้นแอบหวั่นๆ และประหม่า แต่ก็คิดว่า
“ถ้าวันนี้ไม่ได้พูด ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พูด อย่างน้อยชาตินี้ก็ครั้งนึง โอกาสมาแล้ว ลุยมันซะ อย่าตื่นเต้ลลลล!!!”

ผู้เข้าฟังดูสนุกมากๆ

พี่พัชรผู้สร้างแรงบันดาลใจกับผมในครั้งนี้
พูดเรื่อง iHear, และวงดนตรีและงานแต่งงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่แกถนัดมากๆ แต่ครั้งนี้มาแบบมีเวลามาบีบด้วย

พี่พัชร หรือ @ipattt แห่ง iHear

แต่ส่วนตัวฟังมา 19 คน ผมชอบคุณณัฐ ประกอบสันติสุข มากที่สุด
อาจเป็นเพราะการถ่ายภาพของพี่เค้าเป็นการใช้ฝีมือจริงๆ เป็นช่างภาพมากกว่าคนเล่นกล้อง
“เทคนิคไม่สำคัญเท่ากับบริบท” ประทับใจมากๆๆ

ณัฐ ประกอบสันติสุข ในหัวข้อ Are we machines?

รวมทั้งต้องขอบคุณพี่น้องชาว twitter ที่ส่ง mentions มาให้กำลังใจผมเยอะมากๆ
เอาจากที่หายตื่นเต้น(จากที่จะต้องไปพูด) มาตื่นเต้นอีก(ดีใจที่มีคนส่งมาให้)

และแล้วก็ถึงตาผมพูด

หัวข้อวันนี้ของผมที่มาพูดคือ “Live Review : tonkatsu by @tongkatsu”
ยอมรับกันตรงๆ ว่าผมอาจหลุด Concept ของ ignite ไป
แต่จังหวะนั้น พอผมจับไมโครโฟน มอง Slide ที่ทำมา และเริ่มพูด
“มันพูดไม่ทันแฮะ”
และแล้ว ผมก็ได้เปิดสปีดแรพมา คิดว่า Tempo น่าจะ 300 ขึ้นไป
(ขอบคุณรูปจาก @macroart )

Live Review : tonkatsu by @tongkatsu

จังหวะนั้นพูดตรงๆ ว่าผมพูดไปเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ที่ผมเจอมาเองจริงๆ ไม่ต้องคิดเลย พูดให้ทัน มีอะไรที่มัน strike ในหัวเราตอนนั้นพูดออกมาให้หมด มันพูดออกมาเองเรื่อยๆ เหมือนหลุดไปในภวังค์แห่งหมูทอด สนุกดี แต่เหนื่อยมากๆ เพราะพูดเร็วจี๋ แทบจะไม่หายใจ หลายคนทักว่าผมหายใจตอนไหนเหรอ อืมมมม นั่นสินะ ตอนไหนล่ะ!!!

ห้านาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก จบแล้ว ทุกคนปรบมือมากมาย
ผลตอบรับดีกว่าที่ผมคิดนะ มีทั้งติและชม ก็น้อมรับทุกคำชี้แนะ
รวมทั้งได้รู้จักใครๆ หลายๆ คนเพิ่มขึ้นใน twitter และหวังว่าเค้าคงรู้จักผมเพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งเห็นหน้าค่าตา, ใน twitter และใน blog ของผม
รู้สึกคุ้มค่ามากๆ ที่ได้มาพูดในครั้งนี้ ต้องขอบคุณ Staff และ Sponsors ที่จัดงานจริงๆ

ที่สำคัญเอาผมมาปิดท้าย ทำให้หิวกันถ้วนหน้า 555+ ไปกินกันเถอะ

Ignite Bangkok มาแล้ว!!

ในปี 2010 นี้ จะมีการจัดงาน Global Ignite Week พร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 1-5 มีนาคม กว่า 60 เมือง
ซึ่งประเทศไทยของเราก็มีงาน Ignite Bangkok เหมือนกันนะ
ทีนี้เรามารู้จัก Ignite Bangkok กันดีกว่า

งาน ignite คืออะไร

งาน ignite ไม่ได้มีความหมายตรงๆ เหมือนกับชื่อมันที่แปลว่าจุดระเบิดหรือไปเผาบ้านใครนะครับ
แต่มันเป็นงานจุดระเบิดทางความคิดในแง่มุมต่างๆ ครับ โดยบุคคลจากหลายหลากวงการครับ
ด้วยการนำเสนอหลากหลายวิธีการ อะไรก็ได้ ตามที่ตนเองถนัด
(ส่วนมากเท่าที่เห็นก็มาจากวงการ IT นะ)
เพื่อให้ผู้ฟังเกิดแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ให้เกิดขึ้นมา

น่าสนใจนะครับ

รายละเอียดงานเบื้องต้น

คนที่ไปงาน ignite นั้นจะแบ่งหลักๆ ได้ 2 กลุ่มคือ คนที่ไปฟัง กับคนที่ไปพูด (igniter) ด้วย
เรื่องที่พูดนั้นไม่จำกัดหัวข้อ แต่เรามีข้อจำกัดทางด้านการทำเสนอ
คือ Igniters แต่ละท่านจะมีเวลาพูดคนละ 5 นาที ผ่านสไลด์ 20 แผ่น โดยแต่ละแผ่นจะเปลี่ยนอัตโนมัติภายในเวลา 15 วินาที

โดยงาน Ignite Bangkok จะจัดที่ TCDC (ตรง Emporium) ที่ห้อง Auditorium นะครับ
มี 2 วันคือวันที่ 3 และ 4 มีนาคม 2552 นี้ครับ ช่วงเย็นๆ หลังเลิกงาน ตั้งแต่ 1800 น. เป็นต้นไป
ใครสนใจรีบไปลงทะเบียนได้ที่ http://ignite.kapook.com/ ครับ
เท่าที่เห็นมีคนไปลงทะเบียนรวมแล้วประมาณ 150 คน และคาดว่าน่าจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนั้นยังสามารถติดตามงานผ่าน twitter และ facebook ได้ด้วย
รวมทั้งชาว tweeple สามารถใช้ hashtag #ignitebkk ในการพูดและติดตามงาน ignite bangkok ในครั้งนี้

ความคิดเห็นของผมก่อนเข้าร่วมงาน

ส่วนตัวผมว่ามันดูคล้ายๆ Barcamp เหมือนกันนะ แต่น่าจะเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ เลย
จากกรอบเดิมๆ ที่เราเคยยึดติด ความคิดหรืองานเดิมๆ ที่เราทำอยู่ทุกวัน อะไรที่มัน routine และมันซ้ำซากจำเจ
เราลองมาเรียนรู้และแบ่งปันแนวความคิด ไม่ต้องถึงขั้นหลุดกรอบเราก็ได้ครับ
แต่อย่างน้อยก็ได้แนวความคิดที่หลากหลายในการเอาไปใช้ ปรับสิ่งที่อยู่รอบตัวให้มันดีขึ้นได้ด้วยความคิดของเรา

ส่วน igniter ผมว่าเป็นอะไรที่เท่มากๆ เลย
เหมือนเป็นเทศกาลปล่อยของดีๆ แบบถูกกาลเทศะ
ต้องเตรียมตัวเอาเนื้อหาและเรื่องราวที่เตรียมมาหลายสิบชั่วโมงมาอัดให้เหลือแต่แก่นภายใน 5 นาที
และผมยังมองอีกว่าผู้ให้ย่อมได้มากกว่าผู้รับแน่ๆ ^^

แล้วเจอผมตัวจริงที่งานนะครับ ในฐานะผู้ฟัง
(แต่พอเริ่มเขียนเยอะๆ เริ่มหาข้อมูลมากๆ ชักอยากเป็น Igniter เสียแล้วสิ)
อย่าลืมลงทะเบียนเข้างานนะครับ นอกจากไอเดียที่ได้ ยังได้ของที่ระลึกเล็กน้อยมาด้วย 😉

Ignite Bangkok 2010