Rapha festive 500

ถามว่าช่วงปีใหม่เราคิดถึงอะไรกันบ้างครับ
งานเฉลิมฉลอง, การพักผ่อน, เที่ยว, หยุดยาว ฯลฯ
แต่สำหรับคนบ้าอย่างเรา มันต้องเป็นงาน Rapha Festive 500 ครับ
พูดง่ายๆ คือเค้าจะให้เวลาเราแปดวัน ปั่นให้ได้ 500 โล เก็บระยะโดยใช้ Strava
ปีนี้มีกำหนดกิจกรรมระหว่างวันที่ 24-31 ธันวาคม 2557 ,, ตีง่ายๆ วันละ 65 โลก็จบได้
ถ้าคุณทำได้ก็จะได้ Badge ผ้าจาก Rapha ส่งตรงจากรุงลอนดอนถึงมือคุณ

ปีแล้วทำไม่ได้ครับ เนื่องจากติดภารกิจเยอะ แถมมีญาติมาด้วย
ปีนี้เลยตั้งใจเป็นพิเศษว่าจะต้องทำได้

Day 1st-2nd-3rd :: เริ่มต้นมาก็จะล่มเสียแล้ว

ปัญหาคาราคาซังในช่วงเดือนกว่าๆ ของผมคือคอมันฝืดก่อนที่จะแน่นครับ
คือถ้าขันปกติ คอจะหลวมมาก โยกแล้วดูไม่มั่นคง, แต่ถ้าขันจนแน่นอีกนิด คอจะฝืดมากๆๆ
คิดว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ตัวลูกปืนถ้วยคอ ไปร้านเดลเปิดใหม่ที่เชียงใหม่เจอช่างฝรั่งเหมือนจะดูดี
ผมขอซื้อลูกปืนที่แกแต่ไม่ยอมเปลี่ยนให้ แกบอกขอหาสาเหตุก่อน+พยายามซ่อมให้
แต่ไม่หายนะ (แถมหนักกว่าเดิมด้วย) แต่เก็บตังด้วยนะ และแพงด้วยนะ
สุดท้ายสั่งถ้วยคอจากอีเบย์มาเปลี่ยนดีกว่า

เริ่มมาก็จะทำท่าล่มซะละ เฮ้อออออ
เริ่มมาก็จะทำท่าล่มซะละ เฮ้อออออ

ระหว่างรอของ ผมก็พยายามซ่อมไปด้วยนะ + ทดลองปั่นไปด้วย
ทีแรกนึกว่าดี ก่อนปั่นก็ว่าแน่นดีแล้วนะ แต่พอกลับมาก็หลวมอยู่ดี
รวมๆ ระยะเท่าที่ทำในช่วงเวลาสำคัญ ได้ระยะทางไปแค่ 34.4 กม.
แต่กว่าจะได้ของ+เข้าเมืองมาเปลี่ยนก็เสียเวลาทำระยะไป 3 วันครับ
เหลือเวลาแค่ห้าวัน กับทางสี่ร้อยเจ็ดสิบโล…

เข้าเมืองปุ๊บ รีบเปลี่ยนปั๊บ อาการหายขาด… ก็คงไม่ได้เจอร้านเดลนี้กันอีกแล้วล่ะ

Day 4th :: Chiang Dao Gran Fondo

จุดนี้ไม่มีทางเลือกแล้วครับ ถ้าอยาก Complete Mission คงต้องจัดหนักหน่อยครับ
ก็เลยจัดทริปไป-กลับอำเภอเชียงดาวครับ เติมด้วยปั่นเล่นแถวๆ นั้นด้วย กะว่าให้ได้เลย 200 โล
ชดเชยกับเวลาที่เสียไปสามวัน

ทีแรกชวนน้องมิกไปด้วยครับ แต่ชวนไปทีไรแม่งเบี้ยวทุกที (แต่พอสาวๆ ชวนนี่ไป…)
ก็ไม่เป็นไรครับ ปั่นเดี่ยวก็ได้ ปกติชีวิตก็เป็นแบบนั้นมาตลอด
ออกบ้านแปดโมงสี่สิบ กลับเข้าบ้านจะห้าโมงเย็น ,, กับระยะทาง 186.2 กม.ครับ
ปั่นไปทีแรกแพลนจะแวะร้านหนังสือเชียงดาวกินกาแฟชิวๆๆ แต่ร้านปิดครับ…
แถมวนๆ ดูหลายๆ ร้านในเชียงดาวนี่นักท่องเที่ยวเยอะมากๆ ,, สุดท้ายกินก๋วยเตี๋ยวแล้วก็กลับ
แต่พอกลับมาแล้วแบบว่าระบมไปทั้งตัว เกล็ดขี้เกลือขึ้นแล้วขึ้นอีกเต็มตัวไปหมด

สภาพนี่แบบ... แหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ชัดๆ
สภาพนี่แบบ… แหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ชัดๆ

แถมหนักกว่านั้น น้องซันทักมาบอกว่าอย่าลืมนัดเราพรุ่งนี้นะพี่
นัดอะไร!!?? สะเมิงคลาสสิกไงพี่…
มันก็ดีนะ ได้ระยะทางเก้าสิบกว่าโลเก็บเพิ่ม ,, แต่มันคงจะดีกว่านี้ ถ้ามันเป็นทางเรียบ

Day 5th :: Clockwise of Samoeng Classic

น้องซันนัดเจ็ดโมงครึ่ง เรามาเจ็ดโมงครึ่ง แต่น้องซันและทีมงานมารอตั้งแต่เจ็ดโมง ,, รู้สึกผิดนิดๆ
จากนั้นเราก็โรลลิ่งไปครับ แพลนขึ้นทางคันคลอง, ผ่านสะเมิง, แล้วลงทางแม่ริม
สาบานเลยว่าผมวนแบบนี้เป็นครั้งแรก ปกติไปหยุดแค่ศาลาสิบสองสิงหาแล้วไหลกลับ
ดังนั้นตั้งแต่จากแยกหนองควายขึ้นสิบสองสิงหานี่เป็นเรื่องชิวๆ แต่หลังจากนั้นแม่งนรก
เพราะผมไม่ได้แพลนเรื่องของกินมาด้วย, เผื่อเก็บแรง, เผื่อน้ำ
แถมขาที่ล้าระดับใกล้หลุด ทำให้หมดแรงและน้ำหมดกลางดอย
จากที่ปั่นความเร็ว 12-15 กม./ชม. ก็เหลือแค่ราวๆ 5-7 กม./ชม.
ยังดีที่มีร้านกาแฟเปิดใหม่ให้แวะเติมพลังก่อน และทำให้วนออกแม่ริมได้สำเร็จ
ได้ระยะทางวันนี้เพิ่มอีก 99 โล ,, รวมละได้ทางประมาณ 320 กม. แล้วนี่

สะเมิงคลาสสิก ,, เก็บไปอีก 99 โล
สะเมิงคลาสสิก ,, เก็บไปอีก 99 โล
สูดหายใจลึกๆ แล้วก็ปั่นต่อไป
สูดหายใจลึกๆ แล้วก็ปั่นต่อไป

ตอนนี้ พิจารณาตัวเองแล้ว นอกจากขาจะล้าแล้ว ตูดยังเยินและเจ็บมากๆ ด้วย
แต่อีก 180 กม. เราต้องสู้ต่อปัยยยยยยยยยยย

Day 6th :: On duty

เป็นวันที่ผมอยู่เวรครับ ก็ดีเหมือนกัน ก็คิดว่าได้พักไปด้วย
ก่อนเข้าเวร เลยไปปั่นเช้าได้ 22.2 โลครับ รู้เลยว่าระบมทั้งตัว เอาก้นวางบนเบาะนี่โคตรปวด
อากาศไม่หนาวมาก แต่สถานการณ์ที่ขานี่เข้าใกล้ความพิการมากขึ้นทุกที
แต่วันนี้จะเรียกให้เต็มปากพักก็คงไม่ใช่ เพราะมันมีแข่งบอลด้วย ฮือๆๆๆ
ช่วงว่างจากเวรก็ต้องมาแข่งบอลกับเค้าด้วย

นอกจากนั้นระหว่างวันการเดินทางไปในที่ต่างๆ เช่นกินข้าว ดูคนไข้ ไปตลาด กลับบ้านก็พยายามใช้จักรยานตลอด
ไม่น่าเชื่อว่าขี่รถถีบวนไปวนมาแถวนั้นสองวัน ได้ทาง 9.4 กม.
ถือว่าเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากๆ ในสถานการณ์แบบนี้

Day 7th :: How far can you ride in one hour

เหลือสองวัน กับทางราวๆ ร้อยสี่สิบโล ,, ถือว่าไม่ง่าย แต่ไม่ยาก
เลิกงานปุ๊บ ก็ควบจักรยานปั่นเลยครับ
แต่พอจจูงจักรยานเท่านั้นแหละครับ ต้องไปช่วยน้องหมอดูคนไข้ + ligate เส้นเลือด
เวลาเราจำกัด ต้องรีบหน่อยๆๆ

ผลจากการพักขาเมื่อวาน ทำให้พอมีแรงบ้างครับ เลยอยากรู้ว่าตัวเองจะปั่นได้ไกลแค่ไหน
ก็เลยจัดหนักเท่าที่พอมีเหลือดูครับ จากรพ. แม่อาย ผ่านฝาง ผ่านไฟแดง ผ่านการจราจรที่รุงรัง
สุดท้ายไปถึงหน้าโรงเรียนแม่ข่าครับ ,, ได้ระยะทางประมาณ 34.5 กม. (ไปกลับก็ 70 โล)

ขาไปก็ฟินดีครับ แต่ขากลับดันเริ่มหมดแรง แถมปวดมากขึ้นด้วย ไม่น่าอัดเลยตู…

Day 8th :: Last step of Rapha, I’m Survive

ทีแรกจะให้จบที่เชียงใหม่ แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจให้มาจบที่นี่ก็แล้วกัน
กะไว้คร่าวๆ แปดสิบโล, ปั่น endurance, สามชั่วโมงไม่เกิน

เส้นทางก็เดิมๆ ครับ ปั่นจากรพ. มาวนบายพาสที่ฝางสามรอบแล้วปั่นกลับ
แต่มันทรมานมากๆ ขาที่เก็บสะสมความล้ากว่า 420 โล ในระยะเวลาสี่วัน
แปดสิบกิโลสุดท้าย กับสภาพที่เหมือนจะไม่ไหวแล้ว แต่จุดนี้จะโอดครวญไปก็เท่านั้น
ทำได้ดีที่สุดก็คือหยิบจักรยานมาปั่น แล้วให้ใจพาเราไปครับ

แบร่ๆๆๆๆ ในที่สุด....
แบร่ๆๆๆๆ ในที่สุด….

สุดท้ายก็ทำสำเร็จกับ 81.7 กม. ในเวลา 2 ชม. 59 นาทีครับ
Challenge และความตั้งใจสุดท้ายในการปั่นจักรยานของปีก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
แต่รถเยินและพังอีกแล้ว….

รถอะไร ซ่อมแม่งตลอด ปั่นไปแค่แปดเดือนเอง โธ่ว์
รถอะไร ซ่อมแม่งตลอด ปั่นไปแค่แปดเดือนเอง โธ่ว์

ฮือๆๆ

ปั่นเสร็จแล้ว ทำไงต่อ

ทำได้แล้วก็ต้องดีใจครับ
ทีแรกไม่คิดว่า 5 วัน กับระยะทาง 500 กม. มันจะเป็นไปได้

แต่หลังจากดีใจได้สักพัก ผมก็คิดว่า Rapha มันจะรู้ได้ไงวะว่าจะต้องส่งให้เราอะไรที่ไหนยังไง
เพราะเคยซื้อของแต่ Strava ,, แต่กับ Rapha ยังไม่เคย
โชคดีที่คุณขวัญมาบอกให้ไปลงทะเบียนที่เพจของ Rapha ,, หวังว่า Rapha จะไม่ลืมกันนะ อิอิ

อย่าลืมไปลงทะเบียนนะจ๊ะ
อย่าลืมไปลงทะเบียนนะจ๊ะ

แต่ที่สำคัญ ต้องเอารถไปซ่อมอีกแล้ว ฮือๆๆ สมกับเป็น Supersick จริงๆ

หลังจากลองปั่น 4000km บน Cannondale Supersix Evo Himod

หลังจากที่ได้กลับมาปั่นจักรยานอีกครั้งและเริ่มรู้แนวการปั่นของตัวเอง จากคันเดิมอย่างเจ้า Bianchi Impulso แล้ว ตอนนี้ก็มีโปรเจคงอกคันใหม่เพิ่มอีกคัน ซึ่งคอนเซปหลักๆ จะต้องเบาและปั่นสบายกว่าเดิมหน่อย, สีต้องโดนใจ, ท่อนอนของเฟรมต้องตรงและขนานกับพื้นมากที่สุด, ออกแนวเรซซิ่งนิดๆ ฯลฯ

เล็งมานาน สุดท้ายก็มาลงตัวกับเจ้า Cannondale Supersix EVO himod ลาย Team Cannondale ปี 2013 ครับ ซึ่งลงตัวหมดแทบทุกจุด ซึ่งทีแรกได้มาผมก็กะเขียนเลยแหละ แต่กลัวว่าจะอวยไปนิด ก็เลยขอลองปั่นทดสอบหน่อย ตอนนี้ผ่านมาก็เกือบๆ 5 เดือนแล้ว ปั่นระยะทางทั้งสิ้น 4,000 กิโล ได้ความสูง 50,000 ม.

ปั่นมาสักช่วง วันนี้เลยขอรีวิวซักหน่อย
ปั่นมาสักช่วง วันนี้เลยขอรีวิวซักหน่อย

ถือเป็นฤกษ์งามยามดีก็เลยจัดซะเลย

คอนเซปของรถคันนี้

จริงๆ ไม่มีอะไรมากเลยครับ นอกจากชอบที่มันตรงสเปคอย่างที่โม้มาด้านบน, ทีแรกก็เล็งๆ หา complete bike ของ Cannondale ที่เมืองไทยนี่แหละ แต่ว่าเจอดีลเลอร์รุงรัง+มีปัญหานิดหน่อย แถมสีที่อยากได้ก็ไม่มี+พูดกับเราก็ไม่ดี ,, พอดีกับผมมีโอกาสไปต่างประเทศพอดี เลยมีโอกาสได้ไปเดินดูร้านจักรยานที่นั่น พอดิบพอดีเจอเฟรมรถรุ่นที่เราอยากได้+มีไซส์+สีที่ชอบพอดีในงบที่เราเตรียมไป ก็เลยจัดมาครับ แถมได้ลดราคาอีกหน่อยเพราะว่าเป็นเฟรมของปีก่อน (แต่วัสดุและน้ำหนักแทบจะเหมือนกันทุกอย่าง)

เวลาเราซื้อจักรยานเฉพาะเฟรมเซตมันไม่ได้มาแค่เฟรมนะครับ จำเป็นต้องตรวจสอบดีๆ ด้วยว่าเค้าให้อะไรมาบ้าง เพราะของบางอย่างค่อนข้างจำเพาะและหาซื้อยาก อย่างเฟรมที่ผมซื้อเค้าจะมีตะเกียบ, ถ้วยคอ, ที่รัดหลักอาน และกะโหลก PF30 มาให้ด้วย

ที่สำคัญ อย่าลืมใบรับประกันและใบเสร็จนะครับ สำคัญมากๆ

ผมค่อนข้างตื่นเต้นกับน้ำหนักมันพอควร เพราะเฟรมไซส์ 50 + ที่รัดหลักอานมีน้ำหนักแค่ 8 ขีด (ทางเดลบอกว่า เฟรมเฉยๆ มีน้ำหนัก 690 กรัมเอง), ส่วนตะเกียบก่อนตัดซางหนัก 320 กรัม, ถ้วยคอ 110 กรัม และกะโหลก PF30 อีก 80 กรัม ,, รวมน้ำหนักชุดเฟรมเซ็ตแล้วไม่ถึง 1.4 โลเลย!!!!

จากนั้นผมก็เตรียมกรุ๊ป Dura-Ace 9000 (ยกเว้น Crankset ใช้ SISL1 ของ Cannondale เอง), ล้อ Eurus ของ Campagnolo, Cockpit ของ Ritchey ประกอบร่างให้มัน

จบเป็นคัน รวมขากระติก, กระติกไม่ใส่น้ำ, Barfly ของการ์มินและบันได 105 น้ำหนักอยู่ที่ 6.8 โลพอดี

สัญลักษณ์บ่งบอก Himod + ราคาเพิ่มขึ้นอีกเป็นหมื่น
สัญลักษณ์บ่งบอก Himod + ราคาเพิ่มขึ้นอีกเป็นหมื่น
Crankset เป็น SISL ของ Cannondale + ใบจาน 50-34 ของ FSA
Crankset เป็น SISL ของ Cannondale + ใบจาน 50-34 ของ FSA
เลือกใช้กรุ๊ป Dura Ace 9000 ครับ
เลือกใช้กรุ๊ป Dura Ace 9000 ครับ
มุมมองจากด้านหน้าครับ
มุมมองจากด้านหน้าครับ
สเตม -17 องศา ,, แบบว่า ก้มสุดๆๆๆ
สเตม -17 องศา ,, แบบว่า ก้มสุดๆๆๆ
ใส่ Arione ลายทีมมาเลย (แต่เป็นลายของ 2014 นะ)
ใส่ Arione ลายทีมมาเลย (แต่เป็นลายของ 2014 นะ)

เฟรม Supersix มันจะแปลกๆ กว่าเจ้าอื่นหน่อยๆ คือจะซ่อนเฉพาะสายเบรคหลังนะครับ สายเกียร์เดินออกด้านนอกปกติ ,, แถมพิเศษเฉพาะ Size 48 และ 50 รูเปิดปลายสายเบรคจะออกทางปลายของ Top tube, ส่วน size อื่นๆ จะออกทาง Seat stay ครับ

มีแค่เบรคหลังที่ซ่อนสายนะครับ
มีแค่เบรคหลังที่ซ่อนสายนะครับ

หลังจากลองปั่นจริง

ขอเล่าเป็นฉากๆ เลยละกันนะครับ (อาจดูไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ที่ผมเทียบกับคันเดิม เพราะสเปคต่างกันเยอะไปหน่อย)

  • ครั้งแรกที่ลองปั่น บอกไม่ค่อยถูกครับ แต่รู้เลยว่ารถเบา พุ่งกว่าเดิมเยอะชัดเจน เทียบกับ Impulso คันเดิมแล้วชอบฟีลของอลูที่ดิบมากกว่า ชอบฟีลที่เหมือนกับเราเอาตัวไปแนบกะพื้นเลย หินทุกก้อน, ทรายทุกเม็ด ส่งแรงกระเทือนมาหาเราทุกดอก (คิดว่าเราคงติดการ set รถคันเก่าและอารมณ์เดิมๆ อยู่)
  • หลังจากเทสไปซัก 30-40 โล เราเริ่มรู้ละว่าคำว่านุ่มเป็นไง คือขับผ่านทางขรุขระไม่มากในความเร็วระดับนึง (มากกว่า 20 กม./ชม.) แล้วรู้สึกว่าเหมือนความขรุขระมันหายไปซักครึ่งนึงหรือมากกว่า แต่แรงกดต่างๆ ที่เราส่งไปให้รถแทบจะเหมือนรถอลูเลย ชอบมากๆ ,, ดูจากรีวิวหลายที่ เค้าบอกว่าที่หางหลังมันมีระบบ SAVE ช่วยรับแรงกระแทกให้เรา
  • จากนั้นลองเทสปั่น 100+ กม. พบว่าอาการปวดหลังในช่วงที่เราปั่นนานๆ เกินสองชั่วโมงครึ่งลดลงไปเกินครึ่ง คือมันก็ยังมีเมื่อยนิดๆ นะ แต่สบายกว่าเดิมมากๆๆ (ขนาดคันใหม่นี่ต่อให้ใช้สเตม -17 ซึ่งโคตรก้มอะ แต่ยังปวดหลังน้อยกว่า) ,, แต่ที่ชอบสุดๆ เลยคงเป็นจังหวะขึ้นเขา เพราะรถมันเบาเร่งขึ้นได้ดั่งใจ กดเป็นมา รู้เลยว่าน้ำหนักที่หายไปทำให้เราขึ้นเขาได้แจ่มแมวมากขึ้นแค่ไหน แถมอาการปวดหลังช่วงขึ้นเขาของผมก็หายไปแทบจะปลิดทิ้ง
  • พอปั่นไปนานๆ ลุยดอยมาเป็นร้อยลูก ปั่นมาเป็นพันโล พบว่าเจ้า Cannondale ยิ่งปั่นยิ่งสนุกเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากๆ กลับไปปั่น Impulso แล้วไม่ตอบสนองได้ไม่เท่าเลย เรียกได้ว่าแทบอยากขายรถอลูทิ้งเลย ซึ่งผมชักเข้าใจละว่าทำไมเค้าถึงขายทิ้งกันซะเยอะ 555
  • ใช้ Dura Ace แล้วฟินมากๆ ฟีลลิ่งดีกว่า 105 แบบขาดลอย (เทียบกับราคาที่อัพมาสามเท่ากว่าๆ อะนะ) ส่วนเบาะ Arione แรกๆ ใช้ละโคตรเมื่อยตูด แข็งก็แข็ง แต่พอใช้ไปนานๆ + ปรับระยะดีๆ แล้วนั่งสบายกว่าเบาะนุ่มๆ อีก แถมเซตตัวเองให้ปั่นให้แอโร่ง่ายขึ้นด้วย
เทสกับการปั่นขึ้นอ่างขาง (จากทางฝาง)
เทสกับการปั่นขึ้นอ่างขาง (จากทางฝาง)
ขึ้นถึงป้ายดอยลาง-ผ้าห่มปกแอบชันไปนิด แต่ก็สนุกดี
ขึ้นถึงป้ายดอยลาง-ผ้าห่มปกแอบชันไปนิด แต่ก็สนุกดี

สรุปง่ายๆ ละกัน

แม้ว่าค่าตัวจะแรงไปนิดเพราะถือว่าเป็นเฟรมตัวท๊อปในไลน์แล้ว แต่ส่วนตัวผมว่าเป็นรถที่ปั่นดีนะ ปั่นสนุกมากๆ ทำให้เข้าใจว่ารถที่สติฟแต่ไม่กระด้างเป็นอย่างไร ขึ้นเขาสบายขึ้นเยอะ จะทางราบก็โอเคมากๆ อาการปวดหลังจากการปั่นจักรยานนานๆ (เรียกว่าความเบาเป็นพระรองไปเลย) ก็ดีขึ้นมาก เรียกว่าแทบจะหาข้อเสียไม่มีเลย

แต่ถ้ามีคันหน้า อยากได้รถที่ปั่นสบายแบบนี้ แต่ดูแลง่ายๆ กว่านี้+ปัญหาจุกจิกน้อยกว่านี้อีกหน่อย 555