เที่ยวงานบอลลูนนานาชาติ ที่โรงเรียนปรินส์ฯ

ช่วงปลายๆ เดือนกันยาที่ผ่านมามีเพื่อนๆ หลายคน (จากกรุงเทพฯ) ชวนผมไปงานบอลลูนนานาชาติที่เชียงใหม่ ที่สำคัญ ดันมาจัดที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยด้วย ซึ่งผมเป็นคนเชียงใหม่และลูกหม้อปรินส์แท้ๆ กลับไม่รู้เลย

“ไม่ไปว่ะ ขี้เกียจ คนเยอะ” ผมตอบตามสัญชาติญาณรักสันโดษของผม

จนหนึ่งอาทิตย์ก่อนเริ่มงาน กระแสเรื่องบอลลูนเริ่มเยอะ เพื่อนๆ และน้องๆ ทั้งหลายก็ชวนไปงานบอลลูน ผมก็ยังยืนยันว่าจะไม่ไปๆๆๆๆ ,, แต่ในที่สุดผมก็ไปงานบอลลูนถึง 2 วัน จุดเริ่มเพราะคุณอาผมเอาบัตรฟรีมาให้ 2 ใบ (ค่าบัตร 50 บาท สองใบก็ร้อยนึง อืม,,,, สรุปแปลว่าความงกชนะทุกสิ่งนี่เอง ฮาๆๆๆ)

ได้บัตรฟรีทั้งที คราวนี้ก็คงต้องไปแล้วละครับ!!

ไปก็ได้ฟระ!!!! (จริงๆ ผมไปงานบอลลูน 2 วันนะครับ แต่จะพยายามเอาความบรรยากาศทั้ง 2 วันมาเล่ารวมๆ กันก็แล้วกัน)

กลับมาโรงเรียนอีกครั้ง

ผมรีบบึ่งรถมาโรงเรียนตั้งแต่สี่โมงนิดๆ เนื่องจากกลัวรถติด ซึ่งถือว่าเช้ามากสำหรับงาน (ถ้าไม่นับที่บอลลูนลอยรอบเช้าประมาณ 6 โมงซึ่งผมตื่นไม่ไหวจริงๆ รวมทั้งต้องไปราวน์คนไข้ก่อนด้วย) ช่วงสี่โมงบอลลูนยังไม่ลอย ผมก็เดินเวิ่นในโรงเรียน ได้บรรยากาศกลับมาเยี่ยมโรงเรียนอีกครั้ง ความทรงจำเก่าๆ สมัยเด็กๆ ก็กลับบมาเยือนผมอีกครั้ง นึกถึงทีไรก็ยังสนุกและมีความสุขเสมอ

จนประมาณใกล้ๆ ห้าโมงก็เริ่มมีบอลลูนทยอยพองตัวขึ้นทีละลูกๆ จนเริ่มแน่นพื้นที่สนามหน้าต้นจามจุรี ก็เหมือนเรียกผู้คนให้เข้างานมา ซึ่งคนมาเยอะมากๆ เรียกว่าแน่นขนัดไปด้วยช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น, ครอบครัวที่กระเตงลูกเด็กเล็กแดงมาดู, กลุ่มวัยรุ่นที่นัดหมายกันมาเป็นกลุ่มใหญ่, คู่รักที่จูงมือกันมาเที่ยว ซึ่งผมเจอเพื่อนเก่าแบบบังเอิญหลายคนที่งานนี้ด้วยแฮะ ฮาๆๆๆ

ใครโชคดีก็จะได้ขึ้นบอลลูนลอยด้วย ส่วนผมก็ได้นะ ขอเค้าขึ้นตะกร้าบอลลูนแบบไม่ลอย (ได้แค่นี้แหละ เพราะจะขึ้นบอลลูนลอยได้จะต้องจับฉลากหางบัตรได้น่ะ) ก็เลยให้สิทธิ์นี้แก่แฟนไป

แอบมาเยี่ยมโบสถ์ของโรงเรียนก่อน
เตรียมบอลลูนให้พร้อม แล้วเป่าลมเข้าไป
เป่าลมเสร็จแล้วพ่นไฟให้อากาศข้างในร้อน เพื่อที่บอลลูนจะได้พองตัวออก
ในที่สุด, บอลลูนของเราก็พองโตเต็มที่แล้ว 😀
เหวอๆๆๆ เริ่มมีบอลลูนลอยเยอะแล้ว
บอลลูนลูกลายนี่ลอยขึ้นฟ้าจริงๆ และลอยหายไปไหนไม่รู้....
เห็นเค้าลอยขึ้นไปกันแล้วก็อยากขึ้นบ้าง (อิจฉาเล็กๆ)
บรรยากาศสนุกๆ ภายในงาน อิอิ
ไม่ได้ลอยบนฟ้า แค่ได้เกาะตะกร้าไปก่อนก็แล้วกัน
บอลลูนลูกนี้เร่งพ่นไฟอย่างแรงเลย ร้อนมากๆ
อีกสักพักก็ลอยขึ้นได้เลย ... โหววววว เท่มากๆๆๆ

ถ่ายรูปจนเพลินเลยแฮะ

ยิ่งดึกยิ่งสวย

พอตกดึกคนก็เหมือนแห่กันมาเยอะขึ้นไปอีก ซึ่งตอนกลางคืนมีกิจกรรม Night glow ซึ่งอารมณ์ประมาณบอลลูนเล่นแสงประกอบจังหวะดนตรี+พลุ รวมทั้งมีกิจกรรมพวกเล่นแสงไฟต่างๆ ด้วย คนละอารมณ์กับช่วงเย็นๆ แต่ก็สวยและสร้างความประทับใจได้อีกแบบนึงฮะ

เวลาพ่นไฟใส่บอลลูนตอนกลางคืนนี่เหมือนมันเรืองแสงเลยแฮะ
ยิ่งดึกคนยิ่งเพียบ ,, บอลลูกก็แข่งกันขึ้น
บอลลูนเรืองแสงตอนกลางคืนนี่สวยดีมากๆๆ
พ่นไฟๆ เพื่อให้บอลลูนเรืองแสง (เปลวไฟร้อนมากๆ)
Night glow ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
มี glow หันหลายแบบ ,, ถ่ายมุมไหนก็ดูสวย
โย่ๆๆ เรืองแสงพร้อมกันทุกลูกเลย
ปิดการแสดงโชว์ Night glow ด้วยพลุ
พลุสวยงามและอลังการงานสร้างมากๆ

สรุปความรู้สึกที่ได้ไปละกัน

งานโดยรวมมว่าก็โอเคนะครับ แฮปปี้ในระดับหนึ่งเลย แต่ส่วนตัวผมว่าจำนวนบอลลูนมันยังไม่ค่อยอลังมากเท่าไหร่ แบบว่าชื่องานว่าเทศการบอลลูน แต่มีบอลลูนที่ลอยพร้อมกันจริงไม่ถึงสิบลูก (คือจินตนาการผมแบบว่าบอลลูนประมาณ 30-40 ลูกพองพร้อมกัน) ซึ่งมันก็ย้อนกลับไปที่สถานที่จัดงานตรงโรงเรียนปรินส์ฯ ที่โดยรวมผมว่าแคบไปและไม่ค่อยเหมาะกับงานเท่าไหร่, การจัดสรรมวลชน+คนดูในสนามยังทำได้ไม่ดีพอ, หาที่จอดรถยาก, และมีพวกต้นไม้/สายไฟเยอะ (ไม่รู้เกี่ยวกับการขึ้น-ลงของบอลลูนหรือเปล่า) ซึ่งผมว่าไปจัดตรงสนาม 700 ปีน่าจะเวิร์คกว่าและแก้จุดบอดเรื่องสถานที่ได้หลายจุด

บอลลูนเรืองแสง และฝูงชนมหาศาล

อีกอย่างที่อยากวิจารณ์เบาๆ คือกิจกรรมเสริมในงานเทศกาลฯ ในทั้ง 2 วันมันยังไม่ค่อยน่าสนใจเท่าที่ควร ตัว Night glow แรกๆ ก็ดูตื่นเต้นดี แต่พอดูๆ ไปก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น, ส่วนกิจกรรมเล่นไฟหรือการแสดงต่างๆ ก็สนุกระดับนึง แต่ยังรู้สึกว่าเฉยๆ บางอันก็ขัดๆ กับอารมณ์งานด้วย (อย่างตอนแสดงวงโยธวาธิตก็ดูแยกๆ ไม่ค่อยเกี่ยวกับบอลลูนเท่าไหร่ แถมเปิดไฟซะสว่างเลย) ซึ่งถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้มีการแบ่งโซนกิจกรรมไปพร้อมกับบอลลูนนะ เช่นจุดนี้มีบอลลูน 3 ลูกพร้อมกับแสดงเต้น, อีกจุดมีบอลลูน 4 ลูกพร้อมกับแสดงดนตรี อีกจุดมี 3 ลูกพร้อมกับกิจกรรมเล่นแสงไฟ ซึ่งทางโรงเรียนอาจใช้ทั้งสนามจามจุรี, สนามหน้าโบสถ์ และสนามเพชรรัตน์พร้อมๆ กันไปได้ ซึ่งมันน่าจะ work กว่านะ

อยากให้มีจัดงานแบบนี้ที่เชียงใหม่ทุกปีเหมือนกันนะ 🙂

บ่นไปเยอะ แต่จริงๆ ชอบนะ ปีหน้ามาจัดอีกละกันนะครับ

มันมาอีกแล้ว!!! Thailand Blog Awards 2011

มันมาอีกครั้งหนึ่งแล้วสำหรับการประกวด Blog ที่ (น่าจะ) ใหญ่ที่สุดของไทย (ที่ดราม่ากันไปที่คราวก่อน) นั่นคืองาน Thailand Blog Awards นั่นเองครับ

เอาเป็นว่าไม่ขออะไรมาก ถ้าถูกใจก็ช่วยโหวตให้ทีละกันครับ

มาโหวตให้ Blog ผมกับงาน Thailand Blog Awards 2011 กัน

วิธีการโหวต

ปีที่แล้วเราโหวตกันง่ายๆ โดยอาศัยการกด Like ,, แต่ปีนี้โหวตวุ่นวายกว่าเดิมหน่อย (แต่น่าจะเป็นระเบียบมากขึ้นนะ) โดยวิธีการก็คือ

  1. เข้าไปที่ http://www.thailandblogawards.com/ แล้วกด Sign Up ครับ (แปลว่าจะโหวตก็ต้องไปสมัครสมาชิกก่อนนั่นเอง) ใส่ข้อมูลให้เรียบร้อยทุกช่องด้วยเพราะมันจะไม่ให้สมัคร จากนั้นก็ OKๆๆ ไปจนเสร็จ
  2. พอสมัครเสร็จ เราจะได้คะแนนมา 15 คะแนน ซึ่งกติกาใหม่ปีนี้คือสามารถโหวตได้เพียงวันละ 1 คะแนนเท่านั้น !!
    แต่สามารถโหวตบล็อกเดิมซ้ำได้ในวันถัดๆ ไป
  3. กดโหวตให้ blog ผม โดยสามารถคลิ้กลิงก์ที่เป็น sidebar ด้านข้างก็ได้ครับ กดให้คะแนนกันได้ตั้งแต่ วันที่ 25 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2554 นี้ครับ

ถ้าใครโหวตให้ จขบ. ก็ขอกราบขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยละกันครับ

หวังอะไรเหรอ

ส่วนตัวปีนี้ผมก็ส่งไปสนุกๆ เฉยๆ เอาเป็นว่าถ้ามีใครผ่านมาอ่านแล้วสนุกหรือได้อะไรไปบ้างผมก็ดีใจแล้ว ส่วนคะแนนโหวตถือเป็นโบนัสไป ,, แถมช่วงหลังๆ ไม่ค่อยได้เขียน blog เยอะเท่าไหร่ เพราะว่าต้องทำงานประจำที่หนักมากขึ้น ,, ยิ่งเห็นกติกาอันซับซ้อนของปีนี้แล้วก็ยิ่งปวดต่อมหมวกไต คิดว่าปีนี้น่าจะเกิดดราม่าได้ไม่ยากเหตุเพราะ….

  • โหวตยากกว่าเดิม คนที่อ่าน blog ผมแล้วชอบมากจะมีไปสมัคร TBA เพื่อมากดโหวตวันละคะแนนซักกี่คนกันเชียว แถมใครจะมากดทุกวัน ทำงานหาเงินดีกว่ามั้ย
  • แถมนอกจากจะโหวตยากแล้ว คะแนนจากการโหวตยังนับเป็นเพียง 30% เอง (โดยอีก 70% เป็นของกรรมการ) คล้ายว่าถ้าโหวตมาเยอะ แต่กรรมการไม่ชอบ เอ็งก็ไม่ได้หรอกนะ (แถมกรรมการอะไรก็ดูเหมือนชุดเดียวกับครั้งที่แล้วนะ)
  • การแบ่ง Categories เหมือนเดิม (คือตาม sponsor ที่ออกตังให้งาน) แปลว่าถ้าเขียน blog แบบไม่แนว sponsor ก็จบกัน เช่นง่ายๆ พวก blog รีวิวอาหาร, แต่งรถ, DIY, หรือบล๊อกพวกงานช่างต่างๆ ก็จะถูกเหมารวมไปปนเปไปอยู่ในหมวด recreation ที่คล้ายๆ เป็นถังขยะใบใหญ่ที่ไม่รู้จะกดลงหมวดไหนก็ใส่ในหมวดนี้
  • ซึ่งปัญหาต่อเนื่องคือ ถ้าลง categories ไม่ถูกก็ไม่ได้รางวัล ซึ่งผมหนักใจแทนช่างไฟฟ้าที่มารีวิวหลอดประหยัดไฟแบบต่างๆ จริงๆ เพราะหาหมวดไหนลงก้ไม่โดน

สิ่งเดียวที่ผมชอบรายการนี้ คือผมได้รู้จัก blog อื่นๆ เยอะขึ้น แอบสต๊อกไปดูดซับไอเดียเก๋ๆ มาจากหลาย blog (ซึ่ง blog พวกนี้ได้คะแนนไม่ค่อยเยอะมาก) ซึ่งสุดท้ายทำให้การเขียน blog มันขึ้นอีกหน่อย ได้ประเด็นมาเขียนเยอะขึ้น, ก็สนุกดีครับ

หวังว่า ปีนี้ไม่ดราม่าละกันครับ 🙂