Johoney — โจฮันนี่

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนเรื่องอาหารเลย กลับบ้านทีไรก็ต้องไปกินข้าวกับที่บ้านตลอดเลย วันนี้ได้โอกาสไปกินขนมแถวๆ บ้าน เลยมีโอกาสมารีวิวนิดนึงครับ ร้านนี้มีชื่อว่าโจฮันนี่ (Johoney) ครับ

วันนี้ลองเปลี่ยนสไตล์มากินไอศครีมบ้าง
วันนี้ลองเปลี่ยนสไตล์มากินไอศครีมบ้าง

การเดินทางมาโจฮันนี่ถ้าบอกลอยๆ นี่มาลำบากมาก เข้าซอยลึกลับซับซ้อนสุดๆ (แต่สำหรับคนเชียงใหม่อย่างผมก็ไม่ยากนะ) เอาเป็นว่าเข้าทางซอยร้านเลิฟแอดเฟิร์สไบท์ (ซอยที่ติดกับโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน) จากนั้นก็เข้ามาเรื่อยๆ เลยร้านเลิฟมาซัก 20 เมตร จะเห็นร้านสีเหลืองๆ อยู่ตรงสามแยกครับ (อาจต้องสังเกตนิดนึง) ,, กับอีกทางนึง คือถ้าเข้ามาทางร้านลาแปง ให้เข้ามาเรื่อยๆ ประมาณ 100 เมตร จะเห็นร้านโจฮันนี่อยู่ทางขวามือครับ (แต่ระวังรถสวน)


View Johoney in a larger map

เปิดประตูเข้ามาชิมติม

หน้าร้านแต่งสวยดีนะครับ ออกแนวโทนสีเหลืองครับ เข้ามาในร้านก็น่ารักดี ดูหวานๆ สบายๆ น่านั่ง

หน้าร้าน Johoney
หน้าร้าน Johoney
บรรยากาศภายในร้านครับ
บรรยากาศภายในร้านครับ

นั่งคุยกะพี่เจ้าของ แกบอกว่า เมื่อก่อนแกทำไอศครีมโฮมเมดส่งขายตามที่ต่างๆ เมื่อหลายปีก่อน เห็นว่าขายได้ดีแล้วก็เวิร์คดี ก็เลยลองเปิดร้านเองดูบ้าง (เปิดร้านมาได้ประมาณปีกว่าๆ แล้ว) และเติมเมนูเครื่องดื่มและพวกขนมต่างๆ ทั้งวาฟเฟิล, เครป, ฮันนี่โทสต์ ฯลฯ ลงมาด้วย

ช๊อกโกแล๊ตลาวาครับ เสิร์ฟพร้อมไอศครีมและมะม่วง
ช๊อกโกแล๊ตลาวาครับ เสิร์ฟพร้อมไอศครีมและมะม่วง
โดยรวมก็ถือว่าพอใช้ได้นะ
โดยรวมก็ถือว่าพอใช้ได้นะ
กาแฟก็มีครับ
กาแฟก็มีครับ

เท่าที่ลองชิมดูก็โอเคนะครับ เห็นเพื่อนผมแนะนำพวกวาฟเฟิล แต่ผมไม่ได้สั่งครับ ฮาๆๆ ผมสั่งเป็น Chocolate Lava ครับ ที่นี่เค้าเสิร์ฟตัวลาวามาพร้อมกับไอศครีมหนึ่งลูก วิพครีม และมะม่วงสุกหั่นลูกเต๋า, กาแฟผมสั่งแบบเย็นมา รสชาติ+กลิ่นก็กลางๆ นะ

แต่ที่ผมว่าเด่นจริงๆ คือพวกไอศครีมครับ เพราะที่นี่ทำไอศครีมเองอย่างที่บอก แถมรสชาติยังเป็นเอกลักษณ์มากๆ โดยเฉพาะไอศครีมรสเปรี้ยวๆ ทั้งตะลิงปลิง, มะเกี๋ยง, มะยมพริกเกลือ ฯลฯ รสชาติเปรี้ยวเข็ดเด็ดถูกใจมากจริงๆ ครับ

ทีเด็ดของร้านเลยคงต้องเป็นไอศครีมโฮมเมดครับ
ทีเด็ดของร้านเลยคงต้องเป็นไอศครีมโฮมเมดครับ
โดยเฉพาะพวกรสผลไม้แปลกๆ เปรี้ยวเข็ดฟันจริงๆ
โดยเฉพาะพวกรสผลไม้แปลกๆ เปรี้ยวเข็ดฟันจริงๆ
สีสันสดใสมากๆ รสชาติอร่อยดีมากๆ
สีสันสดใสมากๆ รสชาติอร่อยดีมากๆ
ผมชอบมะเกี๋ยงกับมะยมนะ อร่อยๆ
ผมชอบมะเกี๋ยงกับมะยมนะ อร่อยๆ

แวะลองมาชิมกันได้ครับ

Cup ETC.

หลายๆ ครั้งในความวุ่นวาย เราก็อยากจะหยุดและปลดปล่อยตัวเองจากสิ่งเหล่านั้น ,, การได้กาแฟแก้วเล็กๆ หรือของหวานๆ ในช่วงหยุดเบรคสั้นเพื่อเติมพลัง มันก็คล้ายๆ การพักผ่อนชั้นเลิศ ,, ใน entry นี้ก็จะพาไปร้านขนมเล็ก (จริงๆ มีขายมากกว่าขนมนะ) ย่านอโศกที่น่านั่งอย่างร้าน Cup ETC. ครับ

นั่งจิบกาแฟยามบ่ายที่ Cup ETC ครับ

การเดินทางและบรรยากาศของร้าน

ร้าน Cup ETC. เดินทางมาไม่ลำบากครับ ถ้าดูจากแผนที่จะงงๆ หน่อย แต่สรุปคร่าวๆ คือร้านจะอยู่ตรงเวิ้งข้างๆ โรงพยาบาลจักษุรัตนิน (จำไม่ผิดจะชื่อโครงการเรนทรีอโศกนะ) โดยร้านจะสังเกตยากนิดนึงเพราะเป็นร้านที่อยู่ในเกือบสุดแถมหน้าร้านก็ไม่ได้กว้างมากเท่าไหร่ พยายามดูไอ้ที่เป็นสีน้ำเงินๆ ไว้ครับ ลองส่องๆ มา รับรองว่าหาไม่ยากครับ


View Cup ETC. in a larger map

หน้าร้าน Cup ETC. ครับ

แม้หน้าร้านจะไม่ได้กว้างมาก แต่ภายในร้านนั้นโอ่โถง ดูสบายตา ,, สามารถเลือกที่นั่งได้หลายแบบแล้วแต่อารมณ์และทรงผม ทั้งแบบโต๊ะเก้าอี้สีขาวสะอาดตา, นั่งโซฟา หรือจะเป็น bean bag ก็ได้ ,, แถมที่ผมชอบเพิ่มคือที่ร้านมีปลั้กไฟและ wifi บริการฟรีอีกด้วย จะหอบงานมาทำด้วยก็ได้ (แต่แนะนำว่าไม่ต้องเอามาดีกว่านะ)

ในร้านกว้างขวางและบรรยากาศดูสะอาดตาดี
จะเลือกนั่งบีนแบกหรือโซฟาก็ได้ครับ
เอาเป็นว่า ,, เลือกนั่งตามอัธยาศัยก็แล้วกัน

ถ้าพร้อมแล้วก็มาสั่งขนมกันได้ครับ

เมนูจาก Cup ETC.

เมนูที่ร้านก็หาไม่ยากครับ อยู่ตรงกระดานดำหลังเคาน์เตอร์ (จริงๆ มีเมนูเวอร์ชันเต็มสูบที่มีรายการอาหารเยอะกว่าบนกระดานดำด้วย) ซึ่งจริงๆ ที่ร้านนอกจากจะบริการเครื่องดื่มและขนมหวานแล้ว ยังมีอาหารคาว ตั้งแต่แบบกินเล่นขำๆ เช่นแซนวิชหรือผักขมอบชีส หรือจะเอาแบบกินอิ่มจริงจังก็มี ทั้งข้าวหน้าไก่ หน้าสตู ลาซานญ่า ,, แต่วันนี้ผมไม่ได้สั่งอาหารคาวนะ สั่งแค่ขนมมากินอย่างเดียว

ดูเมนูแล้วก็เลือกสั่งอาหารได้เลย

ทีเด็ดของร้าน (ที่เค้าบอกกัน) ก็คือพวกไอศครีมโฮมเมดที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมา รสที่เค้าแนะนำจะประมาณ Strawberry Chedda (แต่วันที่ไปไม่มี) นอกจากนั้นก็มีรสแปลกๆ และไอศครีมตามเทศกาลด้วย เช่นไอศครีมรสขนมเปี๊ยะไข่เค็ม (อันนี้ชิมมาแล้วอร่อยดีมากๆ ประทับใจ), I’m in love, และอื่นๆ อีกมากมาย

ไอศครีมโฮมเมด รส Passion Fruit ,, เปรี้ยวหวานได้ใจ

หรือถ้าเบื่อไอศครีมเพียวๆ ก็สามาถกินคู่กับออพชั่นอื่นๆ ได้ ทั้งวาฟเฟิลร้อนๆ เป็นไอศครีมวาฟเฟิล , หรือจะกินคู่กับกาแฟ Espresso กลายเป็น Affogato ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีชื่อของทางร้านครับ (แนะนำไอศครีมวนิลาสำหรับ Affogato นะครับ ส่วนไอศครีมที่เอามากินคู่กับวาฟเฟิลนี่แล้วแต่ แต่ส่วนตัวก็แนะนำพวกไอศครีมนมๆ มากกว่าไอศครีมผลไม้นะ)

ทำวาฟเฟิลใหม่ๆ ร้อนๆ ให้เลยตรงนั้น ,, หอมมากมาย
ไอศครีมวาฟเฟิลแหล่มมากๆ

ข้อเสียเบาๆ คือวิพครีมที่วางบนวาฟเฟิลจะละลายเร็วมาก เนื่องจากวาฟเฟิลที่ร้อนนั่นเอง ,, ส่วนตัววาฟเฟิลเองก็ถือว่าหอมอร่อยดีมาก กัดดูแล้วมีทั้งส่วนนอกที่กรอบหน่อยๆ และส่วนเนื้อในที่หอมนุ่มครับ ถ้ายิ่งได้กินคู่กับไอศครีมนี่แจ่มมากๆ ครับ

วาฟเฟิลและไอศครีมเข้ากันดีมากๆ ครับ

ส่วน Affogato ที่เอากาแฟ Espresso เทผสมกับไอศครีม… อารมณ์มันจะคล้ายๆ ไอศครีมกาแฟนะ แต่เด่นกว่าตรงความหอมและรสชาติที่เข้มข้นของกาแฟ รวมทั้งเราสามารถปรับรสกาแฟได้เอง ว่าจะเข้มมากเข้มน้อย จะเทรวดเดียวหมดหรือเติมทีละหน่อยก็ได้ อร่อยดีนะครับ (แต่เทกาแฟต้องระวังหกนิดนึงนะครับ)

ชุด Affogato = Espresso + ไอศครีมวนิลาครับ
จะกินแล้วก็เทกาแฟลงไป ,, ระวังหกนะจ๊ะ
เท่านี้ Affogato ก็พร้อมแล้วครับ 🙂

เมนูอร่อยๆ ยังมีอีกเพียบ

อีกหนึ่งเมนูที่ผมว่าใช้ได้เลยมีชื่อว่า ETC. Caramel Toast ครับ เป็นขนมปังปิ้งชุบเนยพร้อมไอศครีม 1 ลูก แล้วราดด้วยคาราเมลครับ ,, แม้ว่าไอศครีมจะแหล่มมาก แต่ส่วนตัวผมว่าพอมารวมๆ กันแล้วรสชาติกลางๆ ครับ แต่ยังสู้ Shibuya Honey Toast แห่ง After You ไม่ได้อะ

ETC. Caramel Toast ครับ ,, น่าทานดี
ผมว่า ETC. Caramel Toast อร่อยกลางๆ นะ ,, ยังไม่สุดเท่าไหร่

ส่วนเครื่องดื่มเค้าก็โอเคนะ รสชาติใช้ได้เลย ทั้งกาแฟและชาเขียว ,, ได้เครื่องดื่มเย็นๆ ในช่วงเวลาบ่ายๆ แบบนี้มันช่างตัดกับความรีบเร่งและอากาศร้อนๆ ข้างนอกยิ่งนัก

นานาเครื่องดื่มที่ Cup ETC.
ช่วงเวลาพักผ่อนที่ Cup ETC. ครับ

อยากลองไปชิมก็ได้นะครับที่ร้าน Cup ECT. เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 07.00 -19.00 น. และวันเสาร์ 11.30 – 17.00 น. ส่วนวันอาทิตย์ไม่ได้เปิดนะ ,, จะขับรถมาก็ได้ เดินมาก็ดี (ตามแผนที่) หรือ MRT ก็ขึ้นสถานีเพชรบุรีโลด

แล้วจะหลงไหลในร้านเล็กๆ ที่เปี่ยมด้วยความสุขและทำให้เวลาคุณเดินช้าลงกับ Cup ETC.

Me & Ice cream

วันนี้มีคนชวนไปกินร้านไอติมเปิดใหม่ที่ CDC ครับ เห็นเค้าบอกมาว่าชื่อร้าน Me & Ice cream ,, เห็นเค้าบอกกันว่าเป็นร้านไอศครีมโฮมเมดเล็กๆ ที่บรรยากาศร้านอบอุ่นจนไอศครีมละลาย

ไปกินไอศครีมที่ Me & Ice cream ที่ CDC ครับ

น่าสนแฮะ… ไป CDC กันเถอะ

เกี่ยวกับความซับซ้อนของ CDC

หลายๆ ครั้งที่มีคนพูดถึง CDC หรือ Crystal Design Center แล้วพ่วงด้วยร้านอาหารหรูๆ มาตลอด จนผมเข้าใจว่า CDC มันคือแหล่งรวมร้านอาหารที่ใหม่ แต่อ่านชื่อไปมันเป็นศูนย์ออกแบบนี่นา มันจะมีร้านอาหารเหรอ หรือยังไง เริ่มงงแล้ว ,, เอาวะ!!! ไอ้ตัวเราก็ไม่เคยไปแต่ก็หิวไอติม เลยตัดสินใจนั่ง Taxi ไป รู้ตำแหน่งคร่าวๆ ก็แค่ว่าอยู่ตรงทางเลียบทางด่วนรามอินทรา โดย CDC จะอยู่เยื้องๆ Crystal park (งงว่าแถวนี้จะ Crystal อะไรกันนักหนา มันงงครับพี่น้อง)

นั่งไปก็ลุ้นไป เจอป้าย CDC ก็โดดลงทันที แต่ไหงมีแต่ขายของแต่งบ้านอะ มีร้านอาหารนิดเดียวเอง

ถึง CDC แล้ว ,, แต่ทำไมมีแต่ขายของตกแต่งบ้านอะ
เดินไปก็หลงไป ,, งงกับ CDC จริงๆ

สรุป (เท่าที่เข้าใจ) ก็คือ CDC มี 2 phases คือ

  • phase แรกตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้า จะเน้นหนักไปทางร้านพวกของแต่งบ้าน ทั้งแต่เครื่องนอนหลายสิบยี่ห้อ เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะตู้ตั่งเตียง หรือแม้แต่ของเก๋ๆ ก็มีเพียบ ส่วนใน phase นี้มีร้านอาหารนิดหน่อย และออกแนวไฮโซมากส์ ตั้งแต่ Est.33, New York Cheesecake เป็นต้น
  • phase ที่สองต้องข้ามถนนมาจากโซนแรก โดยจะอยู่หลังตึก SCG Experience (ตึกรูปทรงแปลกๆ) โซนนี้จะมีร้านค้าและร้านอาหารอย่างเยอะ มีให้เลือกแบบงละลานตาอาหารคาวหวานทั้งไทยทั้งเทศทั้ง ซึ่งร้านไอศครีมที่เราจะไปกินก็อยู่แถวๆ นี้แหละ

และเพื่อความไม่สับสนเหมือนผม (ที่เดิน”เสียเวลาประมาณชั่วโมงนึง) เลยทำแผนที่พิเศษมาให้ จะได้ดูง่ายๆ


View Me & Ice Cream in a larger map

โดยร้านไอศครีมที่เราจะมาชิมกันก็หาไม่ยากครับ ,, ร้านน่ารักมากๆๆ เป็นร้านเล็กๆ จะเลือกนั่งที่ Counter ด้านในก็ได้ หรือว่าจะนั่งเป็นโต๊ะที่ข้างนอกก็ได้เช่นกัน (แนะนำว่านั่งข้างในดีกว่าเพราะยุงไม่กัด :D) ร้านเค้าเปิดตั้งแต่ประมาณใกล้ๆ เที่ยงจนถึงสามทุ่มกว่าๆ

หน้าร้าน Me & Ice cream ,, อย่างน่ารักอะ
ป้ายร้าน Me & Ice cream ที่ CDC

บรรยากาศภายในร้าน

หลังจากเปิดประตูเข้าไปเยี่ยมเยียน นอกจากกลิ่นไอความอบอุ่นของร้านแล้ว กลิ่นวาฟเฟิลก็ส่งกลิ่นหอมเอาเสียมากๆ ,, หลงไปซัก 2 นาทีเพิ่งได้สติว่าเรามากินไอศครีมกันนี่นา

ภายในร้าน Me & Ice cream ครับ
ที่นั่ง Counter ที่นั่งภายในร้าน ,, น่ารักดีนะ

(แอบกระซิบเบาๆ ว่าที่ร้านมีพวกเสื้อผ้า/กระเป๋ายี่ห้อ Rotsaniyom ขายด้วย ผมไม่รู้จักนะแต่เห็นสาวๆ บอกว่าเค้าขายดีที่สยาม เอาเป็นว่าสนใจก็ไปหยิบๆ จับๆ ลองๆ ซื้อๆ ได้)

มีเสื้อผ้าและพวกกระเป๋าผู้หญิงมาให้เลือกซื้อด้วยแฮะ

เท่าที่เห็นไอศครีมที่นี่มีให้เลือกราวสิบกว่ารสชาติ แต่จริงๆ แล้วที่ร้านเค้ามีไอศครีมในลิสต์ให้เลือกประมาณ 30 รส มีโดยมากเป็นรสทั่วไปที่คุ้นลิ้นดีไม่ได้แหวกแนวมากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ซ้ำกับเจ้าอื่นๆ เลยซักทีเดียว ,, โดยทางร้านจะทำหมุนเวียนสลับกันไปในแต่ละวัน ซึ่งไอศครีมที่นี่ก็จะเป็นไอศครีมทำเอง ถ้าใครโชคดีก็จะเห็นเค้านั่งปั่นไอศครีมขึ้นสดๆ ตรงนั้น

เท่าที่ชิมในวันนั้นมี ผมชอบ Orange Mango Sherbet, Cherry Berry Sherbet, Earl Grey Tea และ Mocha with Cashew nut ,, สี่รสนี้ต้องบอกว่าแจ่มแมวมากๆ ถ้าใครชอบแนวเชอร์เบทเปรี้ยวๆ ก็เอาสองรสแรก ส่วนถ้าใครชอบละมุนๆ ก็เอาเอิร์ลเกรย ส่วนถ้าใครคอกาแฟก็ไม่น่าพลาดรสสุดท้าย (จริงๆ รสอื่นๆ ก็อร่อยนะ ,, แนะนำให้ชิมเองก่อนดีกว่า จะได้ถูกใจ) หรือถ้าอยากเพิ่มอะไรที่ร้านก็มีท้อปปิ้งเผื่อให้ด้วย แต่ส่วนตัวผมว่าแค่ไอศครีมก็จัดเต็มแล้วนะ

สนนราคาสกู๊ปเดียว 49 บาท, สองสกู๊ป 89 บาท, สามสกู๊ป 129 บาทจ้า

ไอศครีมหลากรส ,, ที่ Me & Ice cream
ไอศครีมสองรสโปรด ,, ห้ามพลาดเลยทีเดียว
Passion Fruit Sherbet ,, เปรี้ยวเข้มข้นมากๆ
ชาเขียว , ช๊อกโกแล๊ต, และนิวยอร์ค ครีมชีส
ช๊อกโกแล๊ตที่นี่เข้มข้นมากๆ ,, โดนใจคนชอบช๊อกโก้ไม่น้อย

ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ไอศครีม

นอกจากไอศครีมแล้ว ทีเด็ดที่นี่ยังมีวาฟเฟิลที่ทำแบบใหม่ๆ สดๆ อีกด้วย ,, ซึ่งที่นี่มีวาฟเฟิลให้เลือกสามแบบ คือวาฟเฟิลธรรมดา, วาฟเฟิลชาเขียว (ใส่ชาเขียวลงไป สีจะตุ่นๆ มีจุดเขียวๆ เป็นช่วงๆ) และวาฟเฟิลช๊อกโกแล๊ต (ใส่ช๊อกโกแลตลงไป สีจะเข้มๆ หน่อย) แล้วเสิร์ฟคู่กับไอศครีมและวิพครีม

ลองชิมเฉพาะตัววาฟเฟิลหอมดี แต่ชิมแล้วรสชาติกลางๆ นะ ไม่ได้เข้มข้นหรือมันมากเท่าไหร่ ,, และแม้ว่าหลายๆ อย่างดูตรงข้ามกัน อย่างวาฟเฟิลร้อน-ไอศครีมเย็น , วาฟเฟิลเนื้อๆ-ไอศครีมนุ่มๆ ,, แต่พอกินคู่กันแล้วแจ่มแมวสุดๆ เข้ากันดีมากๆ ยิ่งได้วิพครีมมาโปะเสริมนิดนึงนี่โดนมากๆ ,, แต่ส่วนตัวแนะนำแค่วาฟเฟิลธรรมดานะ เพราะชิมๆ แต่ละรสแล้วต่างกันนิดหน่อย ยิ่งกินกับไอศครีมนี่แทบไม่รับรู้ความต่างเท่าไหร่

วาฟเฟิล, ไอศครีม, วิพครีม, และซ้อสช๊อกโกแลต
ไอศครีมและวาฟเฟิลจากมุมสูง
วาฟเฟิลชาเขียว และไอศครีมชาไทย
หั่นวาฟเฟิลพอดีคำ แล้วซัดไปพร้อมไอศครีมเลย
ไอศครีมและวาฟเฟิลเข้ากันได้ดีมากๆ ครับ

มาชิมไอศครีมกันเถิด

ส่วนตัวผมชอบร้านนี้นะ ดูอบอุ่นและเป็นกันเองดี ยิ่งถ้าในช่วงหน้าหนาวหรืออากาศดีๆ หรือช่วงที่ยุงไม่ค่อยเยอะ (จริงๆ วันที่ไปนี่ผมได้นั่งข้างนอกก่อน น้องพนักงานเค้าก็ยกพัดลมมาเปิดไล่ยุงให้นะ น่ารักมากๆ แต่สุดท้ายก็เลือกไปนั่งในร้านดีกว่า) ได้นั่งข้างนอกแล้วคงชิลมากๆ แถมบางวันมีคอนเสิร์ตที่ลานของ CDC นั่งกินไอศครีมที่ร้านก็ได้ฟังดนตรีสดๆ ด้วย

แวะมาชิม Me & Ice cream ได้ครับ 🙂

ถ้ามา CDC ก็แวะมาชิมไอศครีมโฮมเมดที่ Me & Ice cream กันได้ครับ

As a Lobby — ice cream

เป็นหนึ่งในร้าน ice cream ที่ผมติดใจมาตั้งแต่ blog เก่าแล้ว
ร้านนี้เป็นร้านไอศครีมเล็กๆ ห้องเดียว สีสันสะดุดตาในซอย 24
ซึ่งร้านนี้เป็นร้านในเครืองของ Asa garden ที่ทำห้องพักอยู่ด้านหลังครับ

ไอศครีมน่าทานจัง!!

ร้านนี้คือ As a Lobby ครับ (สังเกตดีๆ จะคล้ายๆ Asa lobby)

ทำเลและบรรยากาศร้าน

มาร้านก็ไม่ยากครับ เดินมาเรื่อยๆ จากปากซอยสุขุมวิท 24 หรือซอยข้างเอ็มโพเรียมครับ
เดินเข้ามาอีกประมาณ 150 เมตรได้กระมังครับ ก็จะเห็นร้านนี้อยู่
ข้อดีของร้านนี้คือ เราแอบเอารถไปจอดใน Asa Garden ที่เป็นlส่วนของโรงแรมได้

ร้าน As a Lobby ครับ


View As A Lobby in a larger map

เป็นร้าน Home made ไอศครีม ออกแนวญี่ปุ่นๆ ตอนผมไปไม่มีคนเลย นั่งสบายสุดๆ
แอร์เย็นฉ่ำ แถมเลือกได้ว่าอยากนั่งโซฟานุ่มๆ หรือเก้าอี้กับโต๊ะทั่วๆ ไป
ถูกใจผมที่เดินไปแล้วเมื่อยอยู่มากๆๆ

บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศในร้านสบายๆ ครับ

รสไอศครีมมีหลากหลายดีนะครับ
ส่วนน้องพนักงานก็ใจดีครับ พยายามเชียร์และทดลองให้ชิมเกือบครบ
ทั้งแบบเปรี่ยว แบบหวาน โอวว เยอะๆๆๆ

แอบส่องดูในตู้ไอศครีม

หลังจากเลือกรสไอศครีมอยู่นานก็ได้มาแล้วครับ

แอบชิมไอศครีมกันดีกว่า

หลังจากเลือกอยู่ครู่ใหญ่ๆ แอบชิมไปก็หลายรส สรุปได้มาสอง Scoop โตๆ ครับ
เป็นรสลิ้นจี่โยเกิร์ตกับแบล๊กเคอเรนในถ้วยเดียวกัน
สีตัดกันสุดๆ น่ากินมากๆ ตกแต่วด้วยวาฟเฟิลกรอบ

เลือกมานานก็ได้กินซักที

ส่วนตัวผมชอบแก้วใสไอศครีมนะ ด้วยรูปทรงมันเก๋ดี
อีกอย่าง ถ้วยที่ใช้เค้าจะแช่เย็นมา ทำให้ไอศครีมมีชีวิตอยู่ข้างนอกได้นานขึ้น

วาฟเฟิลกรอบ กินได้จริง
สีสันและรสชาติตัดกันดีมาก

รสชาติผมว่าอร่อยใช้ได้เลยนะ ชิมแล้วสดชื่นดี
แบล๊กเคอร์เรนจะออกแนวเปรี้ยวๆ ส่วนลิ้นจี่โยเกิร์ตจะออกแนวหวานๆ กว่า
ที่ผมชอบอีกอย่างคือในเนื้อไอศครีมจะใส่ผลไม้สดลงไปด้วย ใส่แบบชิ้นเบ้งๆ เลย สะใจดี
(ทำให้ผมรู้ว่าแบล๊กเคอเรนนี่จริงๆ เปรี้ยวพอๆ กะมะยมเลย)

เนื้อลิ้นจี่ในไอศครีม
ลูกแบล๊กเคอเรนต์เต็มๆ ลูก เปรี้ยวมากๆๆ

และแล้วก็ปิดท้ายด้วย คอฟฟี่อัลมอนด์ใส่ถ้วยกลับ อีกซัก 1 scoop แบบกลับบ้าน
เอาไว้กินระหว่างเดินทาง รสชาติหอมอร่อยดีครับ

ไอศครีมใน package แบบกลับบ้าน (ยังที waffle กรอบอีก)
เอิ่มมม คอฟฟีและอัลมอนด์เต็มมากๆ

แต่ที่สังเกตได้เลยคือการที่ไม่ได้ใส่ถ้วยแช่แข็งไว้ทำให้ไอศครีมละลายเร็วกว่าเดิมมาก

ที่มากินวันนี้

จริงๆ เหตุผลที่มากินร้านนี้ไมาใช่เพราะมีคนแนะนำหรืออะไรหรอกนะครับ
แต่อยากบอกว่าเหตุผลจริงๆ ที่ผมเข้าไปนั่งก็เพราะมันมี free wifi และก็มีปลั้กไฟให้ด้วย

ป้ายหน้าร้านบอกว่ามี free wifi นี่นา

พอดีไอโฟนแบตจะหมด คริๆๆ แต่กลับได้เจอไอศครีมรสชาติโอเคเลย แถมร้านคนน้อย นั่งสบายๆๆ
คราวหน้ามีโอกาส ถ้าร้านย้งอยู่จะแว้บเข้ามาอีกครับ

Sfree กันเถอะ Part 2

หลังจาก Part 1 ของ Sfree แล้ว ผมก็ยังมี Part 2 อีก เนื่องจากเมนูมันเยอะมากๆ
โดย Part นี้จะเน้นเมนูพิเศษ และเมนูจานๆ ครับ

เมื่อพร้อมแล้วก็มาต่อกันที่ร้านอีกรอบเลย

กลับมาที่ร้านอีกครั้ง

ก่อนอื่นวันนี้ นอกจากจิตใจจะพร้อมสู้กับอากาศที่ร้อนมากๆ (โดยการกินไอศครีม) แล้ว
วันนี้คงต้องเผื่อพื้นที่ในท้องไว้นิดนึงด้วยนะครับ
เพราะวันนี้จะเน้นเมนูแบบจานๆ และเมนูพิเศษต่างๆ ครับ

บรรยากาศหวานๆ สบายๆ

จานแรกของวัน

จานแรกวันนี้เป็น จัมโบ้ ชูครีม อะลาโหมด (Jumbo Choux Cream A La Mode) ครับ
จานนี้ขอบอกว่าใหญ่มาก รวมทั้งเนื้อในอัดแน่นมากๆ
มองเผินๆ จานนี้เหมือนแฮมเบอร์เกอร์เลยอะ แต่เป็นใส้ผลไม้และไอศครีม

Jumbo Choux Cream A La Mode

ที่จานราดด้วยซอสคัสตาร์ดรสจางๆ (แอบเมาท์ว่าชิมนานมาก เพราะรสจางไปหน่อย ได้แค่กลิ่นจางๆ อะ)
ข้างบนมีช๊อกโกแลตฮ๊อตฟัดจ์ราดเยิ้มลงมาด้านล่าง
อร่อยๆๆๆ ยิ่งกินคู่กับผลไม้ต่างๆ ด้วยนี่สุดยอดมากๆ

ชั้นต่างๆ ของชูครีม

ส่วนตัวชูครีมเป็นคล้ายๆ ขนมปังก้อนครับ ไม่ได้นุ่มอย่างที่คิด แต่ก็อร่อยดี
ข้างในอัดด้วยซอฟเซิร์ฟเยอะมากๆ เข้ากับชูครีมและผลไม้อย่างดี
แล้วติดทุกชั้นด้วยคัสตาร์ดข้างในและผลไม้อัดแน่นมากมาย
สังเกตว่าส่วนของไอศครีมมันเยอะมากๆ มาถึงกลางตัวชูครีมเลยด้วยซ้ำ

ข้างในของจัมโบ้ชูครีม อลาโหมด

ต่อจานที่สองเลยดีกว่าครับ

เมื่อเครปกลายมาเป็นของเย็นๆ

เมนูจานที่สองนี่เป็นเมนูเครปประยุกต์ครับ ชื่อ เครป อะลาโหมด (Crepe A La Mode)
ภาพแรกที่จานนี้มันสะท้อนเข้าตา มันดูหรูมากๆ
เห็นแป้งเครปอย่างดีที่บรรจงบรรจุอะไรซักอย่างไว้ข้างใน

Crepe A la mode

ด้านล่างมีผลไม้มากมายหลากหลายชนิดละสีสัน
ทั้งมะม่วง กล้วย แก้วมังกร สตรอเบอร์รี่ กีวี่ หั่นเป็นรูปลูกเต๋าเล็กๆ สวยงาม
แล้วราดด้วยซอสคัสตาร์ดรสละมุนๆ (จนถึงขั้นจาง)

ผลไม้และคัสตาร์ดที่วางอยู่ใต้ชิ้นเครป

ส่วนด้านในของตัวเครปก็บรรจุซอฟเสิร์ฟจำนวนมากไว้
ร่วมกับมีช๊อกโกแลตฮอทฟัดจ์อยู่ข้างใต้ด้วย แกะปุ๊บก็ไหลออกมาปนๆ กับไอศครีมและผลไม้เลย

ภายในบรรจุซอฟเซิร์ฟไว้เต็มที่

ดูรกๆ และกินลำบากไปนิดนึง แต่ก็ยังอร่อยอยู่

ถึงคราวชีสเค้กบ้าง

ข้อดีของเมนูจานๆ เนี่ยคือผมว่าเชฟเค้ามี Space ในการสร้างสรรค์ผลงานได้เยอะขึ้น
จะหยิบจับหรือตกแต่งเมนูต่างๆ ก็ทำได้สะดวก
อย่างชีสเค้ก อลาโหมดนี่ก็อย่างนึง

Cheese cake A La Mode

อย่างการตกแต่งของเมนูจานๆ มีผลไม้ตัดแบ่งเป็นชิ้นเก๋ๆ
มีเอาสตรอเบอร์รี่ฝานๆๆ แล้วมาโป๊ะบนชีสเค้ก
แต่ก็ต้องยอมรับว่าจานนี้เด็ดที่ชีสเค้กจริงๆ แม้ภายนอกมองดูว่าเหมือนเค้กธรรมดา
หากได้ลองสัมผัสเนื้อเค้กที่นุ่มๆ และหอมชีสมากมาย
ยิ่งได้ผลไม้มาเสริมรสยิ่งเพิ่มความอร่อยของชีสเค้กดีครับ

ชีสเค้กอร่อยมากๆ

ถือเป็นเมนูน่าลองครับ แต่แอบแพงไปนิด

คราวนี้มาเป็นกล่อง

ปกติแล้วอาหารชุดเบนโตะมักจะมาแบบอาหารคาวๆ
ใส่ข้าวปั้นเอย ปลาดิบเอย ไก่ย่างซีอิ้วเอย ..แต่วันนี้มาแปลกครับ
เพราะมีแต่ของหวานบรรจุเต็มแทนใน เบนโตะ พาร์เฟต์ (Bento Parfait)

Bento Parfait

ในชุดก็สมเป็นเบนโตะมากๆ เพราะมีขนมหลากหลาย
มีทั้งพุดดิ๊ง, ชาเขียวช๊อต, โมจิ, ถั่วแดง, ขนมโตเกียว, ชุดผลไม้และซอฟเสิร์ฟอร่อยๆ

ขนมหลายชนิดมากๆ แต่อย่างละนิดๆ

ที่ผมชอบคือพุดดิ้งนะ อร่อยดี, ส่วนชาเขียวมันน้อยไป
อย่างอื่นๆ ธรรมดาๆ นะ

พุดดิ้งๆ ครับ อร่อยดีๆๆ

ส่วนตัวผมว่าเมนูมันแพงไปหน่อยนะครับ แถมแต่ละอย่างก็ได้ไม่เยอะ
คงแพงค่าไอเดียกับค่ากล่องไปไม่น้อย

ไอศครีมและน้ำแข็งไส

อีกเมนูยอดฮิตของร้านคือ Kakigori ครับ
เป็นไอศครีมที่วางอยู่บนน้ำแข็งไส แล้วตกแต่งด้วย Topping เป็นแบบต่างๆ ครับ
อีกหนึ่งเมนูอร่อย เพราะไอศครีมเค้าใช้ได้ ยิ่งกินคู่กันทั้งไอศครีม ทั้งน้ำแข็งไส ทั้ง Topping จะสุดยอดมาก
แต่เสียดาย น้ำแข็งไสข้างล่างถ้ากินช้ามันจะแฉะๆ นิดนึง

Kakigori รสนม มีถั่วแดงและโมจิมาเป็นเพื่อน
Kakigori และเครื่องเคียงทั้งหลาย

เมนูพิเศษหน้าร้อนนี้

เพื่อให้เข้า trend ช่วงนี้ที่ไม่ว่าร้านไอศครีมเจ้าไหนก็มีม่วงกันหมด
แต่กับ Sfree มีมะม่วงเป็นเมนูหลักมาตั้งนานแล้ว เลยเอาประยุกต์กันสนุกเลย
ผมกับเพื่อนๆ ก็เลยสั่งมาซักอย่างนึง(จากสี่อย่างในเมนู) จำชื่อไม่ได้ครับ -_-a

ชุดเมนูมะม่วงฤดูร้อนนี้

ประกอบด้วยมะม่วงวางเรียง น้ำแข็งใสมะม่วงใส่ซอฟเสิร์ฟและเนื้อมะม่วง
สุดท้ายเป็นขนมปังราดด้วยซอสมะม่วง เหลืองไปหมด
แต่ทีเด็ดของจานต้องเป็นตัวขนมปังนี้ครับ

ทีเด็ดของจานครับ

คือทีแรกเห็นอาจให้ feeling แบบเป็นพายกรอบๆ
แต่จริงๆ เป็นขนมปังนุ่มๆ ประมาณเนื้อเค้กอะ กลิ่นหอมดี ค่อยๆ ทำเรียงไปทีละชั้นๆ
ตัดกินกับซอสมะม่วงและเนื้อมะม่วงนี่อร่อยมากๆ

ซอสมะม่วงเยิ้ม กินกับขนมปังอร่อยดีนะ

เมนูพิเศษหน้าหนาวเมื่อฤดูกาลก่อน

กล่าวคือ ผมเก็บไว้ตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสปลายปีที่แล้วล่ะครับ
ช่วงนั้นก็จะเน้นโทนเขียวๆ-แดงๆ-แต่งๆ แบบหิมะๆ ดูเก๋ๆ ไรงี้

เริ่มที่แบบเป็นถ้วยก่อนดีกว่าครับ อันนี้จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน แต่จำได้ว่าอร่อยดี

เมนูพิเศษช่วงคริสมาสต์

คือเป็นส่วนผสมของ Strawberry และ Kiwi ครับ
แม้สีจะต่างๆ แต่มันกลับลงตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งตัวผลไม้และน้ำแข็งใส

กีวี และ สตรอเบอร์รี่

แต่ถ้าทิ้งไว้นานไป สีก็เละๆ ไปหน่อยนะครับ ดังนั้น อย่าปล่อยให้ละลายเป็นอันขาด

ต่อมาเป็นเมนูชื่อว่า ลา โนเอล อลาโมด

คือจานนี้จะประกอบไปด้วยชีสเค้กสูตรพิเศษของเชฟอิเคดะ (พนักงานบอกมาแบบนี้)
แล้วก็มีน้ำแข็งใส (เลือกรสได้) แล้วมีโยเกิร์ตซอฟเสิร์ฟวางอยู่ข้างบน
แล้วตกแต่งด้วยชิ้นสตรอเบอรรี่สดหั่นบางๆ พอคำกับวิพครีม

บรรยายซะเว่อร์ มาดูรูปดีกว่า

ลา โนเอล อลาโหมด
สมเป็นเมนูพิเศษจริง

อีกถ้วยในเมนูพิเศษเป็น Kakigori ครับ

Kakigori รสพิเศษ

เป็นไอศครีมรสนมท่ามกลางสตรอเบอร์รี่
แล้วโรยด้วยไวท์ช๊อกโกแลต อารมณ์ประมาณอยู่ท่ามกลางหิมะเลย

อร่อยดีนะ แต่หากินได้เป็นฤดูกาลเท่านั้น

ต่อมาเป็นของเทศกาลวาเลนไทน์ครับ
เป็นชุดเค้กอะไรซักอย่าง ผมก็จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน แต่อร่อยดีครับ
ในชุดมีเค้กช๊อกโกแล๊ต สตรอเบอร์รี่สด และซอฟเสิร์ฟบนน้ำแข็งไส

เมนูพิเศษช่วงวาเลนไทน์
ซอฟเสิร์ฟและน้ำแข็งไสรสโปรด

ส่วนที่เด็ดคือเค้กช๊อกโกแลตนี้ครับ
เหมือนเป็นช๊อกโก้แลตอัดแน่นๆๆๆ เลย อร่อยมาก

ช๊อกโกแลตเค้าอร่อยจริงๆๆ

การกินแบบจานๆ ที่ผ่านมา

เมนูแบบจานผมว่ามันมีอิสระและพื้นที่ในการตกแต่งที่เหนือกว่าแบบถ้วยธรรมดา
ทำให้แต่ละจานที่ออกมานั้นสวยงามและลงรายละเอียดในหลายๆ เรื่อง
รวมทั้งการมีพวกเมนูพิเศษตามฤดูกาลทำให้มีอะไรแปลกใหม่มาเรื่อยๆ
ทำให้เห็นว่าจินตนาการในการพัฒนาเมนูนั้นมีเรื่อยๆ จริงๆ

อาหารก็สามารถเป็นศิลปะได้

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับจริงๆ ว่าข้อเสียของการกินแบบจานคือมันกินลำบากใช้ได้เลย
ทั้งเรื่องการตักชิ้นๆ ผลไม้ที่ลำบาก เพราะมันเล็กและลื่นไปหน่อย
รวมทั้งหากกินช้าๆ มันจะละลายและเจิ่งนองเละไปหมด (โดยเฉพาะกินไปถ่ายรูปไป)
แต่ถ้าชอบกินแบบมิกซ์ๆ ก็ไม่ว่ากันครับ เพราะคุณจะได้อะไรที่ละลายรวมกันดีมาก

ร้าน Sfree

เมนูพิเศษพวกนี้ จะหากินได้อีกทีต้องไปกินที่ Parferio
ซึ่งเป็นร้านแม่ของเหล่า Sfree ทั้ง 7 ครับว่าเป็นถ้วยครับ เอาไว้ค่อย Review คราวหน้าละกัน
(จริงๆ ก็เลย Review มาแล้วนะที่ Blog เก่า)

Sfree กันเถอะ Part 1

เหมาะมากๆ กับช่วงอากาศร้อนๆ เราก็น่าหาอะไรเย็นๆ ทานกัน
ยิ่งร้านที่อยู่ในห้างด้วย ไม่ต้องหอบสังขารฝ่าแดดไปกินที่ไกลๆ ยิ่งดีใหญ่
หนึ่งในร้านของหวานที่ผมชอบและประทับใจมาตลอด
ทั้งด้านรสชาติ, การแต่งร้าน, คุณภาพสินค้า และการบริการลูกค้า
(ซึ่งผมเคยเขียน blog ไปแล้วหลายครั้งมากๆ แต่วันนี้ผมจะรวบรวมมาไว้ที่นี่)

ร้านนั้นคือร้าน Sfree ครับ

ไปกินไอศครีมกันเถอะ

ร้าน Sfree เท่าที่ผมนับได้มีหลายสาขา แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ตามห้างรอบนอก
ทั้ง Future Park, เซ็นทรัลพระราม 3, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, ซาฟารีเวิร์ล
อาจดูไกลนิดนึง แต่กับผมละใกล้ครับ (แปลว่าเราอยู่ห่างตัวเมือง T T)

ร้าน Sfree ครับ อ่านว่า สฟรี

หลักๆ ร้าน Sfree จะขายของหวานๆ เย็นๆ ครับ
เมนูมีให้เลือกยาวและเยอะมาก
จะมีไอศครีม, พาร์เฟต์(parfait), น้ำแข็งใส, เครื่องดื่มต่างๆ ครับ
แถมมีเมนูพิเศษแต่ละช่วงของปีด้วย

เปิดเมนูเลือกเลยละกัน

ถ้าเทียบลำดับแล้ว มันก็ดูธรรมดาๆ นะ น้ำแข็งใสอะไรงี้ ไอศครีมที่ไหนก็มี พาร์เฟต์ไหนไม่รู้จัก
ถ้าคิดแบบนั้นแนะนำว่าลองไปกินดูซักทีครับ แล้วความคิดคุณจะเปลี่ยนไป
เพราะของทุกอย่างที่ร้านเป็นของคุณภาพดีมาก ทำอร่อยและเข้มข้นมากๆ
แค่น้ำแข็งใสเค้าก็เหมือนกับเอาน้ำผลไม้แช่แข็งแล้วมาบดเป็นเกล็ดละเอียด
(ช่วงนี้ผมลองน้ำแข็งใสรสงา อร่อยหวานมันมากๆ ชอบสุดๆ)
โดนลิ้นทีงี้.. ซี๊ดซ้าดกันเป็นทิวแถว อร่อยมากๆๆๆๆ

เชฟมือดีจากญี่ปุ่นมาทำให้ถึงที่

บรรยากาศของร้านจะแต่แนวพาสเทล สีหวานๆ นุ่มนวล ดูอบอุ่นและเป็นกันเองดี

ภายในร้าน Sfree

โม้มามาก เปิดถ้วยแรกเลยดีกว่า

ของหวานที่ผมชอบที่สุด

เริ่มถ้วยแรก เป็นเมนูที่ผมชอบอันดับหนึ่งในใจผม
ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ปลื้มมะม่วงสุกมากเท่าไหร่นัก แต่ถูกใจเมนูนี้มากๆ
คือ แมงโกพาร์เฟต์ หรือ Mango Parfait

Mango Parfait

เพื่อง่ายแก่การเข้าใจ ตัว Parfait มันก็คือเอาผลไม้-ไอศครีม-เครื่องต่างๆ มาปรุงรวมๆ กัน
แต่งให้สวยงาม ออกมาเป็นแนว Art หน่อย

สาเหตุที่ผมชอบ Mango Parfait มากที่สุดเพราะไอศครีมมันไม่เฟคครับ
คือรสไอศครีมมันเหมือนเนื้อมะม่วงเอาไปแช่เย็น แล้วปั่นเป็นน้ำแข็ง
และมันก็ดันเข้ากับเนื้อมะม่วงที่เอามาใส่ข้างๆ
และน้ำแข็งใสมันก็ดันอร่อยและเข้มข้นมากๆ

เนื้อมะม่วงเยอะมากๆ

ที่สำคัญ ไม่ว่าผมจะกินฤดูร้อน-ฝน-หนาว มะม่วงสดๆ เค้าก็มีให้ตลอด
แถมเมนูนี้ราคาไม่แพงมากด้วย สุดยอดมากครับ!!!

ไอศครีมและน้ำแข็งใสรสมะม่วงอร่อยมาก

แต่ถ้าสาวๆ ชอบแบบ low fat ก็เปลี่ยนเป็น Mango Yoghurt Parfait ก็อร่อยไม่แพ้กัน

ในเมนูที่สวยที่สุด

เมื่อเปิดเมนูมา หนึ่งในเมนูที่เตะตามากๆ เมนูนึงคือ Melon Parfait ครับ
เหตุเพราะรูปทรง สีสัน มันเด่นเอาเสียมาก แตงสามสีคว้านเป็นลูกกลมๆ สวยมากมาย

Melon Parfait ครับ

แตงสามสีสามอย่างมีทั้งแตงโมสีแดง แคนตาลูปสีส้ม และแตงญี่ปุ่นสีเขียว
แตงคว้านลูกกลมๆ นอกจากจะสวยแล้ว พอเข้าปากแล้วอร่อยมากๆ ด้วย
คือเนื้อแตงมันเย็นและหวานไปถึงเนื้อใน ชุ่มฉ่ำไปจนถึงลำคอ แบบว่าเหมาะกับหน้าร้อนมาก

แตงคว้านลูกกลมสวย แช่เย็นอร่อย

ข้อเสียอย่างเดียวคือน้ำแข็งใสครับ
คือน้ำแข็งใสรสแตงก็อร่อยนะ รสชาติละมุน ไม่หวานจัด และสดชื่นดี
แต่แค่มันหวานน้อยกว่าแตงด้านบนแค่นั้นเอง
เวลากินแตงเสร็จจะมามากินน้ำแข็งใสต่อมันเลยจะจืดไปนิดนึงครับ

สตรอเบอร์รี่และช๊อกโกแล๊ต

ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าสตรอเบอร์รี่และช้อกโกแลตมันจะเข้ากันได้มาก่อนเลย
อันนึงเปรี้ยวๆ หวานๆ อีกอันขมๆ หอมๆ ต่างกันคนละขั้ว
จนมาเจอเมนูนี้ครับ Chocolate-Strawberry Parfait ครับ

Chocolate-Strawberry Parfait

เทียบแล้วมันเหมือนหญิงสาวที่มีทั้งความหวานหอม เปรี้ยวและ Sexy ภายในตัวเอง
ตั้งแต่ชั้นบนที่เป็นไอศครีมช้อกโกแลตกับเนื้อสตรอเบอร์รี่สดๆ
จนไปถึงชั้นล่างๆ ที่เป็นน้ำแข็งใสคั่นสลับระหว่างสีแดงและสีดำ

ความลงตัวของสีดำและสีแดง

หรือถ้ามาเดี่ยวๆ อย่าง Strawberry Parfait นี่ผมก็ต้องบอกว่ามันอร่อยมากๆ ไม่แพ้กัน
เป็นเมนูแรกที่ผมสั่งและประทับใจในร้านนี้ครั้งแรกที่ได้กินเลยทีเดียว

Strawberry Parfait

เนื้อ Strawberry สดๆ กับน้ำแข็งใสและไอศครีม Strawberry เข้มข้น
และมันก็ลงตัวและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ อร่อยมากๆ จริงๆ
ที่สำคัญ ฤดูร้อนโคตรที่กทม. เราก็ยังมี Strawbwrry กิน

ไอศครีมสตรอเบอร์รี่อร่อยมาก

ส่วนถ้าเล็งไปทางฝั่ง Chololate ก็มี Chololate mania parfait ครับ
รสชาติเข้มข้นคมเข้มไม่ได้แพ้กันเลย

ช๊อกโกแลตเมเนีย พาร์เฟต์

ทุกส่วนที่เป็น chocolate นี่ผมต้องยกให้ทางร้านที่ตั้งใจทำมากๆ
ง่ายๆ แค่น้ไแข็งใสล๊อกโกแลตมันอร่อยมากๆ จนไม่คิดว่าจะเป็นน้ำแข็งใส
แถมไอศครีมช๊อกโกแลตและไอ้ก้อนช๊อกโกแลตที่วางแหมะอยู่ข้างบนก็อร่อยมากๆ

ทุกส่วนมันคือช้อกโกแล๊ต

จะกินแยกแบบ หรือกินรวมกัน ก็อร่อยไม่แพ้กัน

เมนูจุดอ่อน

ใช่ครับ… ไม่ใช่ว่าที่ร้านจะมีเมนูที่เริ่ดไปหมด ผมเจอเมนูจุดอ่อนครับ นั่นคือ Chinese Parfait
เป็นเมนูที่รวบรวมเอาของทางเอเซียมาทำเป็น Parfait ครับ ทั้งแป๊ะก้วย ข้าวโพด แก้วมังกร ฯลฯ
ไอเดียเค้าดีมากๆ

แป๊ะก้วยในไอศครีม

จริงๆ จุดอ่อนของผมมันคือ มันสู้ถ้วยอื่นๆ ไม่ได้นะครับ หลักๆ คือรสชาติมันไม่เด่นพอ
หรือพูดง่ายๆ รสชาติมันยังขัดๆ กันในตัวเอง ไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่

Chinese Parfait

รวมทั้งแป๊ะก้วยในน้ำเชื่อมเนี่ย พอมันเย็นมันจะแข็งและเคี้ยวยากครับ
น้ำแข็งใสรสมะพร้าวก็เหมือนจะไม่โดนมากพอ

น้ำแข็งใสมะพร้าวกับซุปข้าวโพดยังไม่โดนพอ

เขียวเปรี้ยว และเขียวไม่เปรี้ยว

จะแนะนำสองเมนู คือ Kiwi Parfait และ Green Tea Parfait ครับ
คงไม่งงนะครับ ว่าอันไหนเปรี้ยวหรือไม่เปรี้ยว

เริ่มที่ Kiwi Parfait ก่อนละกันนะครับ

Kiwi Parfait

ถ้วยนี้โทนมาแนวสีเขียวอ่อนสลับขาว บนถ้วยทรงสูง
ดูมีสง่าราศีตั้งแต่น้องพนักงานเค้ายกมาแต่ไกลแล้ว

น่ากินมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะกินมันได้ด้วย

เสริมถ้วยด้วยกีวีสด และน้ำซอสกีวีราดอยู่บนวิพครีมอีกทีนึง
ส่วนตัวเนื้อกีวีอร่อยดีมากๆ ครับ

กีวีสดๆ ในถ้วย

ส่วนน้ำแข็งใสกีวีก็ชุ่มฉ่ำไม่ได้แพ้กันเลย
รสชาติที่กลมกล่อม เปรี้ยวนิดๆ อมหวานหน่อยๆ ไม่ต่างกับเนื้อกีวีช่างสร้างเสน่ห์ได้อย่างมากมาย
เป็นหนึ่งในรสน้ำแข็งใสที่ผมชอบมากๆ เลย ไม่เฟคเหมือนกีวีที่อื่นๆ

น้ำแข็งใสเค้าอร่อยมากๆ

ต่อมาเป็นเขียวไม่เปรี้ยวครับ
นั่นคือ Green Tea parfait ครับ

Green Tea Parfait ครับ

ส่วนตัวถ้วยนี้ผมไม่ได้กินเองนะ แอบถ่ายของเพื่อนๆ มา
แต่ก็มีแอบชิมบ้าง อะไรบ้าง ก็อร่อยดีนะครับ
ผมว่ามันเก๋ที่มีถั่วแดงในถ้วยด้วย ส่วนรสชาติก็อร่อยกลางๆ ครับ
ลองถามเพื่อนว่าชอบอะไรมากที่สุด มันตอบว่าชอบ”ร่ม”
เอ่อ พามากินไอติมนะครับพี่น้อง -_-a

มีถั่วแดงและโมจิให้ด้วย

เมนูลูกพีชทั้งเปรี้ยวและไม่เปรี้ยว

ผลไม้หรูๆ แบบพีชก็ยังเอามาทำอะไรได้ตั้งเยอะ
ซึ่งหากเอามาผสมกับผลไม้แบบต่างๆ ก็ให้ character ของ peach ที่เปลี่ยนไป
เริ่มเมนูลูกพีชแบบไม่เปรี้ยวก่อนดีกว่า คือ Apple-Peach Yoghurt Parfait ครับ

Apple-Peach yoghurt parfait

มันเก๋ตั้งแต่บนสุดที่มีแอปเปิ้ลหั่นสวยๆ กินคู่กับพายกรอบ
ร่วมกับซอฟเซิร์ฟโยเกิร์ต อร่อยและเข้ากันดีมากๆ
แต่สิ่งที่เก๋ที่สุดคือ น้ำแข็งไสรสแอปเปิ้ลครับ เพราะนอกจากความหวานหอมแล้ว
ยังมีเนื้อ apple เขียวกับแดงบดผสมและเติมลงในน้ำแข็งไสด้วย อร่อยมากๆ

น้ำแข็งใสรสแปเปิ้ลลลลล

นั่นแน่.. หวังว่าคงจะไม่ลืมนะครับ ว่าเมนูนี้ยังไม่หมด
เพราะเรายังมีพีชสดๆ ชิ้นโตหั่นอย่างดีอยู่ที่ก้นถ้วยด้วย ปิดท้ายได้ลงตัวดีจัง

พีชสด กับวุ้นใสๆ อร่อยๆๆ

ส่วนเมนูแบบเปรี้ยวก็ต้องเจ้านี้เลยครับ Peach & Passion Fruit Parfait ครับ

เริ่มที่หน้าตาของมันก็เริ่ดหรูมากๆ
มีพีชเย็นสดๆ วางอยู่รายรอบวิพครีมที่ราดด้วยซ้อสผลไม้

Peach & Passion fruit parfait

ส่วนชั้นน้ำแข็งใสเป็นรสแพชชั่นฟรุ๊ต รสชาติเปรี้ยวมากๆ ถ้ากินเพียวๆ
แต่ถ้ากินรวบพร้อมกันทุกชั้นแล้ว (ซึ่งเป็นการกินพาร์เฟต์ที่ถูกต้อง คือล้วงตั้งแต่ชั้นล่าง แล้วตักย้อนขึ้นมาชั้นบน)
รสชาติมันจะกลมกล่อมมากๆๆ เหมือนแพชชั่นฟรุ๊ตมันไปเสริมรสได้ดี
ส่วนพีชและอื่นๆ ก็ไปกลบรสไม่ให้แพชชั่นฟรุ๊ตมันเปรี้ยวเกินไป

รสชาติกลมกล่อมเมื่อกินพร้อมกัน

ปิดท้าย Part แรกแบบหวานๆ

เห็นเยอะแบบนี้ สาบานว่านี่เพิ่ง Part แรก
(และสาบานว่า Part 2 นี่ก็ไม่ได้แพ้กันเลย)
และปิดท้ายกันหวานแน่ๆ ครับ เพราะมันคือ Caramel Parfait ครับ

Caramel Parfait ครับ

โดดเด่นตั้งแต่รูปลักษณ์ตรงน้ำตาลที่เอามาสานเป็นลายตาข่ายสวยงาม
มีถั่วโรยด้านหน้า เสริมทั้งหน้าตาและรสชาติ
ส่วนรสชาติโดยรวมออกแนวหวานๆ ครับ เลี่ยนๆ ไปนิดนึง แต่ถ้าชอบหวานก็โอเคเลย

น้ำตาลสานๆๆ สวยงามมากๆ

ส่วนน้ำแข็งไสจำไม่ผิดเป็นรสชาเย็นนะ
ผมว่าอร่อยกลมกล่อมดี เหมือนกินชาเย็นเกล็ดน้ำแข็งไงงั้น
นอกนั้นเครื่องเคียงอื่นๆ ข้างได้ก็ยังเสริมๆ กับคาราเมลและชาเย็นได้อย่างดี

น้ำแข็งไสชาเย็น

อิ่มแล้วคร้าบบบบบ

เยอะไปมั้ยครับ

ส่วนตัวผมว่าเป็นร้านที่โอเคมากๆ เลยนะ ประทับใจมากๆ ทุกถ้วยที่ไปกินแม้ในต่างสาขา แต่คุณภาพนั้นเท่าๆ กัน ไม่มี drop เลย พนักงานเอาใจใส่ดีมากๆ การทำแต่ละขั้นตอนก็ทำด้วยความสะอาดและตั้งใจ
ราคาแต่ละถ้วยก็ไม่แพงมาก อยู่ในช่วง 85-120 บาท ครับ ซึ่งถ้าเทียบกับไอศครีมตามห้างแล้ว ถือว่าไม่ได้แพงกว่ากันเลย เพราะนี่ใส่ทั้งผลไม้ รวมทั้ง procedure ในการทำก็ซับซ้อนกว่า
ส่วนตัวผมว่าผู้หญิงน่าจะชอบแนวนี้นะ …ice cream, ผลไม้, โยเกิร์ต… ถ้าใครมีแฟนหรือจะจีบใคร พาไปร้านนี้ผมว่าคงสร้างความประทับใจกับเธอได้ไม่น้อยเลย
แถมช่วงนี้มีโปรโมชันด้วย คือถ้าใครเล่น twitter หรือ facebook โดยไป follow หรือเข้า group เค้าก็จะมีส่วนลดให้ด้วย น่าสนใจมากๆ

ส่วนวันแรกที่ผมไปกินเจอเชฟชาวญี่ปุ่นด้วย เลยแอบขอถ่ายรูปครับ
คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็ประทับใจครับ กำลังทำๆ อยู่ เค้าออกมาถ่ายรูปด้วยเลย

ถ่ายกับเชฟชาวญี่ปุ่น

เอาเป็นว่า เจอกัน Part 2 ต่อ นะครับ น่ากินไม่แพ้ Part 1 แน่ๆ