ไก่หุบบอน แห่งโรงโป๊ะ

พอดีช่วงสัปดาห์ก่อนต้องไปช่วยงานพี่ๆ และอาจารย์ที่พัทยา
พอพูดถึงพัทยา ก็คิดถึงทะเล ,, แม้สภาพกทม. ตอนนี้จะมีน้ำท่วมคล้ายทะเลแต่มันก็ต่างกัน
พอพูดถึงทะเล อารมณ์อยากกินอาหารทะเลก็ลอยมา ง่ำๆๆ
ไปๆๆๆ ไปกินอาหารทะเลดีกว่า ,, และแล้วเราก็ติดรถเพื่อนๆ ไป

ลากสังขารที่อดนอนมาทั้งคืนเพื่อมาพัทยา ,, ทะเลๆๆ

แต่ไปพัทยาครั้งนี้ กลับไม่ได้เหยียบทะเลเลย อาหารทะเลก็ไม่ได้กินด้วย
เพื่อนตรูพามากินไก่ครับ…

มาชลบุรีเพื่อมากินไก่

ฟังไม่ผิดนะ ไม่ได้พามาล้างหน้าไก่… แต่มากินไก่ โอ้แม่เจ้า!!!…
โอ้โห ฟีลลิ่งแรกหลังจากลากสังขารของตัวเองที่อยู่เวรทั้งคืนเพื่อมากินไก่พัทยา
“เอ้ย… จะบ้าหรือเปล่า มาตั้งไกลเพื่อกินไก่เนี่ยนะ ที่ไหนก็มีเหอะ” หงุหงิๆๆๆ
กรุณาดูแผนที่ ซูมให้ถ้วนถี่ แล้วสรรเสริญความเป็นนักสืบค้นของมันเถอะครับ
ถ้าหาร้านไม่เจอ ลองโทรไปถามทางได้ที่ 038704507 ครับ ร้านอยู่แถวๆ พัทยาเหนือ


View ไก่หุบบอน โรงโป๊ะ in a larger map

หน้าร้านครับ ,, ก็ดูธรรมดาๆๆ

หน้าร้านไก่หุบบอนโรงโป๊ะ ที่ดูธรรมดาๆ
มีไก่อยู่หน้าร้านด้วย

บรรยากาศในร้าน ก็กลางๆ นะ
มีชาวบ้านทั่วไปมานั่งกินเรื่อยๆ แต่ก็แปลกที่ประมาณบ่ายสามก็มีคนมากินประมาณหนึ่งในสามของร้าน
(ลืมบอกว่าร้านเปิดตั้งแต่แปดโมงเช้า จนถึงประมาณทุ่มนึงครับ)

บรรยากาศก็เหมือนร้านอาหารทั่วๆ ไปนะ

อืมๆๆ ไหนๆ มาละ ก็ลองสั่งไก่ดูสักหน่อย

รายการเมนูอาหารช่างทำให้ข้าสับสนยิ่งนัก

ร้านนี้เค้ามี list รายการอาหารแล้วให้เรามาติ๊กๆ เองว่าอยากกินอะไร
เห็นแล้วมันช่างงงงวยยิ่งนัก ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี จะถามเด็กเสิร์ฟ ก็ไปซะละ

รายการอาหารครับ ,, ห้ามพลาดรายการหมายเลข 1

ในจังหวะนั้นโชคดีที่เพื่อนผมมันบอกว่า “มึงสั่งแค่ 1 พอ หรือถ้าชอบแห้งๆ ก็เอา 2 ด้วย”
เมื่อพิจารณาดู ก็คือจะมีไก่สับหุบบอน กับ ไก่อบเกลือ…. อืมมมม มาร้านไก่หุบบอนก็ต้องมีไก่หุบบอนสิ
หลังจากตกลงปลงใจกับสองเมนูบน เพื่อนผมก็ยังวงๆๆ ไปอีกหลายอัน
เออ,,, มึงอยากกินอะไรวงไปนะ ในกระเป๋าตังกรูมีเงินอยู่ร้อยเดียว ,, ไม่พอก็ออกให้ไปก่อนด้วย อิอิ

พริกน้ำปลา และน้ำจิ้มไก่ถ้วยสีเขียวๆ นั่นแหละครับ

อารมณ์ตอนนั้นเข้าใจว่าไก่หุบบอนมันต้องแบบไก่เทพๆ ปรุงรสเยอะๆ ใส่เครื่องอร่อยๆ

เริ่มมีอาหารมาทยอยเสิร์ฟ

เริ่มที่ข้าวก่อนดีกว่าครับ
ข้าวสวยที่นี่เป็นข้าวอย่างดีหุงร้อนๆ เรียงเม็ดสวย มีสีเขียวนวลจากใบเตย ดูน่ากินใช้ได้

ข้าวสวยสีเขียวนวล ของที่ร้านครับ

และแล้วไก่จานแรกก็มาครับ เป็นไก่อบเกลือ ดูแห้งๆ ตามที่เพื่อนผมได้กล่าวอ้างไว้

ไก่อบเกลือครับ เนื้อหนังแห้งกรอบ มีเกลือด้านบน
ไก่อบเกลือ ,, ดูหนังมันแล้วกรอบน่ากินดีมากๆ

ลองหยิบพลิกๆ ดู ต้องบอกว่าทางร้านอบไก่ได้แห้งมาก เพราะอารมณ์เหมือนไก่ทอดไร้น้ำมัน
ถ้าใครชอบไก่แบบแห้งๆ มากกว่าไก่แบบเปียกๆ หน่อย รับรองบอกว่าอร่อย
(แต่จริงๆ เนื้อไก่ก็ไม่ถึงกับแห้งกรอบนะ ผมว่าเนื้อได้ที่กำลังอร่อยเลยล่ะ)
ยิ่งได้นัวๆ กับน้ำจิ้มพริก และข้าวสวยร้อนๆ นี่ต้องบอกว่าโคตรแหล่ม ,, หนังกรอบมากๆ

อบไก่ได้กรอบแห้งดีมากครับ กินกับข้าวโคตรแหล่ม
ไก่อบเกลือ เอาลงไปกระซวกกับน้ำจิ้ม

จานต่อมาอยู่ดีเค้าก็เอาไก่ต้มมาวาง ผมก็งงว่าไม่ได้สั่งไก่ต้มนี่นา…
เพื่อนผมบอกว่า นี่แหละ คือไก่หุบบอน ,,, เอ้ย ไก่ต้มบ้านๆ เนี่ยนะครัฟฟฟฟ ที่ผมหอบสังขารมากิน
ไหนๆ มาแล้วก็ขอลองชิมสักหน่อยละกัน

ไก่ที่ดูเรียบๆ ผิวเผินนี่แหละ คือ ไก่หุบบอนที่มากินกัน
ไก่หุบบอนกระซวกน้ำจิ้ม ว้ากกกกกก อร่อย

แต่พอได้ชิมแล้ว ผมว่า ไก่ที่ร้านนี้มันไม่ธรรมดานะ ดูเรียบง่ายแต่นุ่มลึก
มันดูเหมือนไก่ต้ม อาจดูน่ากินน้อยกว่าที่วางขายตามร้านข้าวมันไก่ แต่ถ้าเทียบเนื้อไก่กันแล้ว ไก่หุบบอนจะมีเนื้อไก่ที่แน่นกว่ามาก ส่วนที่เป็นอกไก่ผมก็รู้สึกว่ามันไม่ด้านมากหรือร่วนมาก ส่วนที่เป็นหนังก็มีมันติดไม่เยอะ
แม้ว่าจะไม่ได้ปรุงรสจัดจ้านอะไรมากมาย แค่ไก่เพียวๆ กับการหมักนิดหน่อยก็สร้างความประทับใจให้ผมได้ไม่ใช่น้อย

เนื้อไก่เค้าดีจริง,, เรียกว่าอร่อยมากเลยก็ได้
เนื้อไก่แน่น มันน้อย ชิมแล้วจะติดใจแน่นอน
เนื้อไก่+หนังอย่างเนียน สะเด็ดน้ำจิ้ม กับข้าวสวยร้อนๆ

อร่อยจนต้องสั่งมาอีกจาน แม้นั่งกินกันสองคน

ไก่หุบบอนเทพจริงครับ ถ้ามีโอกาสไม่ควรพลาด

จริงๆ ผมเคยกินพวกไก่บ้านที่อาโกวเอามาไหว้เจ้านะ มันก็ไม่อร่อยเท่าเจ้านี้แฮะ
ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ ,,,

ต่อมาเป็นผัดผักบุ้ง ดูผัดรกๆ แต่อร่อยดีนะ ไม่เลวๆๆ
เอามากินสลับกับไก่แก้เลี่ยนแล้วโอเคเลยนะ

ผัดผักบุ้งไฟแดง ถือว่ารสชาติไม่เลวเลยทีเดียว

อาหารอื่นๆ ที่สั่งมาผมว่าก็อร่อยดีนะ ทั้งทะเลผัดฉ่าและปลากะพงสามรส
แต่รสชาติโดยรวมๆ ก็คล้ายๆ กับร้านทั่วๆ ไปนะ เอามากินแก้เบื่อก็โอเค
แต่ระวังปลากะพงนิสนึง จานนี้สามร้อยฮะ!!! เอาว่าเงินไม่พอกันเลยทีเดียว

ทะเลผัดฉ่าครับ หนักเครื่องแกงดีมากๆๆ
ปลากะพงสามรส อร่อยดีนะ แต่แพงไปหน่อยอะ

สรุปคือ,, ไก่พัทยาอร่อยกว่าไก่กรุงเทพฯ จริงๆ ด้วย
ถึงว่า ชอบมากินไก่กันแถวพัทยานี้ คริๆๆ

ที่มากินวันนี้

เท่าที่หาๆ + ถามๆ มา จริงๆ ไก่หุบบอนเป็นชื่อไก่พันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดชลบุรีน่ะครับ แถวๆ ศรีราชา โดยการเลี้ยงไก่จะไม่ได้เอาเข้าฟาร์มเลี้ยงเหมือนไก่ที่ขายตามท้องตลาด แต่จะเลี้ยงแบบไก่บ้าน ซึ่งจุดเด่นของไก่ที่นี่จะให้เนื้อที่แน่นแต่นุ่ม ร่วมกับปริมาณไขมันไม่มาก หนังสีเหลือง (ไม่รู้ว่าโม้หรือเปล่าว่าเค้าเลี้ยงไก่จากข้าวโพด -_-a)

แม้จะภายนอกเป็นแค่ไก่หนึ่งจาน (ที่ร้านบอกประมาณครึ่งตัว) มองดูก็เป็นเพียงแค่ไก่ต้มเรียบง่ายธรรมดา แต่มันอร่อยกว่าที่คิดมาก ประมาทเอาเสียไม่ได้เลย ยิ่งได้กับน้ำจิ้มพริกเขียวๆ ผมว่ามันอร่อยอะ ,, The best is simplify จริงๆ ,, บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องได้เมนูที่ปรุงซับซ้อนมากมายก็อร่อยได้ จริงๆ เห็นว่าพวกเมนูไก่อื่นๆ ก็อร่อยนะครับ ทั้งไก่ผัดกะเพรา ต้มยำไก่ แถมบางเมนูก็จะมีไข่อ่อน (ไข่ไก่ที่ปฏิสนธิแล้วแต่ยังไม่ได้ฟักเป็นตัว) ใส่มาด้วย ,,

ไก่หุบบอนนี้แนะนำครับ มาชลบุรีไม่ควรพลาด

Burendo shabu

หลังจากช่วงนี้ซัดเนื้อย่างมาเยอะมากๆ
หลายคนทักว่า เอ็งเป็นหมอไม่รู้เหรอไงกินปิ้งย่างเยอะมันเสี่ยงมะเร็ง …ทำไงได้ ก็ใจมันอยากนี่ครับ
แถมตัวผมเองยังชอบกินเนื้อวัวอย่างรุนแรง
เอาเป็นว่าวันนี้เราลองเปลี่ยนบรรยากาศจากปิ้งย่างมาเป็นชาบูบ้างครับ ที่ “Burendo shabu”

ตำแหน่งที่ตั้งของร้าน

ร้าน Burendo ครั้งแรกผมได้รับการเชิญชวนจาก @l3ortor (แต่ก็ได้แค่ชวน เพราะนัดกี่ทีชีเบี้ยวตลอด)
เป็นร้านที่ชื่อแปลกๆ เหมือนกัน เพราะพักหลังๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นมักตั้งชื่อตามดารา AV แต่นี่ไม่คุ้น
มันจะอร่อยเหรอวะ !!!

ก็ลองไปดูครับ ร้านตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 10 ร้านเป็นตึกแถว หายากนิดนึง เพราะสีร้านจะไม่ค่อยมีฉูดฉาด
ชั้นล่างเป็นบันได เพื่อพาขึ้นมาชั้นสองครับ (แอบเสียดาย Space นิดนึง)


View Burendo shabu in a larger map

หน้าร้าน Burendo shabu

ร้านเปิด 11.00 -21.30 น. ของทุกวันนะครับ ไม่แน่ใจหรือต้องการโทรจองก็ที่เบอร์ 02-2517557

เมื่อเดินขึ้นชั้น 2 ก็จะพบกับตัวร้านจริงๆ ครับ
บรรยากาศแนวสะอาดเรียบร้อย คนไม่เยอะมาก บรรยากาศการตกแต่งเรียบง่าย ดูสบายๆ ครับ
ข้างๆ ผนังแอบมี Post-it บริการติดผนังให้ เผื่อใครต้องการจารึกอักษรหรือคำติชมลงผนังร้าน
ตอนนี้กำลังเรียงสวยเลย

บรรยากาศสบายๆ ที่ร้านครับ

โดนร้านหลักๆ เราจะเห็นเป็น 2 ส่วนครับ คือส่วนที่เป็นห้องครัว และอีกส่วนที่เป็นเวิ้งเตาไฟฟ้า
โดยเราสามารถเลือกนั่งตรงเวิ้งได้เต็มที่ครับ โดยจะมีพนักงานวนเวียนมาช่วยปรับไฟให้ด้วย

เปิดเมนูกันเลยดีกว่า

ที่ร้านมีบรืการทั้งแบบอาหารชุด (สั่งเป็นจานแยก), และแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งบุฟเฟต์ก็แบ่งได้อีก 2 ราคาครับ
คือ 350 บาท สั่งได้เฉพาะเนื้อวัว-หมู-ไก่-ผัก โดยเนื้อวัวก็เป็นแบบเนื้อธรรมดาครับ เทียบๆ แล้วเลือกอาหารได้ประมาณ 1 คอลัมน์
อีกแบบเป็น 550 บาท โดยเพิ่มจากเดิมคือ เนื้อวัวจะเป็นเนื้อนำเข้าและมีให้เลือกเยอะกว่า มีเนื้อนกกระจอกเทศ ข้าวปั้นต่างๆ อาหารแปลกๆของบุเรนโด (ส่วนมากเป็นพวกเกี๊ยว ลูกชิ้นเทพๆ ฯลฯ) เทียบๆ แล้วเลือกอาหารได้ 10 คอลัมน์ -_-a

วันนี้ผมเลยจัดชุด 550 บาทครับ อาจดูแพงไปหน่อยแต่ก็อยากลองอะไรบ้าง
ออ ลืมบอกว่าราคาบุฟเฟ่ต์รวมเครื่องดื่มแล้วนะครับ
อยากบอกว่าเครื่องดื่มที่นี่มีทั้งน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ ซึ่งส่วนของน้ำผลไม้ผมว่าโอเคมากๆ เลยครับ
มีทั้งน้ำส้ม น้ำมะนาวโซดา น้ำแตงโม น้ำมะพร้าวเข้มข้น น้ำมะตูม และอื่นๆ รวมเกือบ 10 แบบ อร่อยแทบทั้งสิ้น

น้ำผลไม้ที่นี่แหล่มมากๆ

ส่วนเรื่องน้ำจิ้มที่ร้านก็มีสองแบบครับ
คือแบบน้ำจิ้มงา และน้ำจิ้มซ๊อสเปรี้ยวซึ่งร้านเค้าจะเติมพริก-กระเทียม-ต้นหอม ลงไปด้วย

น้ำจิ้มงา และชุดพริกกระเทียมรอเติมน้ำจิ้มซอสเปรี้ยว

ส่วนผมถ้ากินชาบู ผมชอบจิ้มไข่ดิบมากกว่าครับ มันเข้าถึงกว่า
ส่วนน้ำจิ้ม 2 แบบเอามากินคั่นเป็นพักๆ เวลาเลี่ยนไข่

ตีไข่ให้พร้อม เอามาจิ้มกับเนื้อชาบู

จากนั้นเราก็มาสั่งเนื้อกันดีกว่าครับ

พลิกเมนู มันเยอะได้อีก

หลังจากที่เลือกเมนูบุฟเฟ่ต์ 550 บาท แม้จะดูแพง แต่เลือกได้เกือบทุกเมนูของร้าน (เว้นแค่พวกปลาดิบ)
อีหรอบนี้ผมก็เลยจัดหนักเลยครับ สารพัดสารพันเนื้อครับ
เนื้อวัวก็มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งน่องลายแก้ว เนื้อสันนอก เนื้อนำเข้า ฯลฯ ครับ
สังเกตว่าเนื้อที่นี่จะมีส่วนที่เป็นมันไม่มาก ยกเว้นเนื้อสันนอกครับ ถ้าไม่ชอบมันก็สามารถมาทานได้สบายๆ

เนื้อวัวนำเข้า เมพครับ
เนื้อสันนอก... ในจุดนี้ชอบได้อีก
เนื้อน่องลายแก้ว
เนื้อวัวห่อผักกวางตุ้งครับ

ส่วนเนื้อแบบอื่นๆ ก็มีครับ ที่ผมอยากลองเป็นเนื้อนกกระจอกเทศ
ชิมแล้วรสชาติเฉยๆ ครับ เนื้อโอเค กลิ่นไม่คาว แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมาก คล้ายเนื้อทั่วๆ ไป

เนื้อนกกระจอกเทศ... รสชาติกลางๆ
ตับหมูหั่นชิ้นโต คุณภาพดีมาก

นอกจากเนื้อแล้ว ยังมีเมนูกุ๊กกิ๊กพวกเกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวปลา ลูกชิ้น แต่อยากบอกว่าเทพมากครับ
ที่ร้านเค้าเลือกวัตถุดิบอย่างดี ทำอย่างพิถีพิถัน ห่ออย่างดี ต้มตั้งนานไม่มีแตกร่อน

เกี๊ยวกุ้งเทพ อร่อยจริงจัง
เกี๊ยวปลาห่อสาหร่าย ประทับใจมาก
นานาเมนูแนะนำโดยบุเรนโด!!! อร่อยเทพมากครับ

นอกจากนั้นก็มีพวกชุดผัก ชุดเห็ดอีกครับ เยอะมากๆ จริงๆ เยอะกว่านี้อีก แต่ถ่ายไม่ไหว

เห็ดฮังการี ถ้าจำไม่ผิดนะ
เห็ดเข็มทอง กับเห็ดเป๋าฮื้อ (ถ้าจำไม่ผิด)

พอรู้สึกว่าสั่งมาได้ที่แล้วก็…. เอ่อ มันเยอะมากเลยครับ จะล้นเคาท์เตอร์แล้ว
รีบกินกันก่อนดีกว่า

พร้อมรบครับ -- เตรียมเอาลงไปจุ่มได้

แต่ระหว่างจะเอาสิ่งต่างๆ แห่ลงไปเฉกเช่นขบวนร้อยอสูรนั้น กลับมีข้าวปั้นมาเสิร์ฟฮะ
ทั้งแคลิฟอร์เนียมากิ ทั้งซูชิหลากหลายหน้าตา เอิ่มมมมม เยอะมากๆๆๆๆๆ

แคลิฟอเนียมากิ เต็มปากเต็มคำ
ซูชิหน้าไข่แซลมอน กับซูชิแซลมอนตัวแม่

เฮือออกกกก รีบเอาอาหารลงกันเถอะครับ

กลิ่นไอ(น้ำ)แห่งชาบู

การลวกชาบูที่ดีต้องให้ได้เนื้อที่สุกพอดีครับ จากนั้นเอามาจิ้มไข่
ว้ากกกๆๆๆ หิวๆๆๆๆๆๆ

จุ่มเนื้อสุกพอดีๆ แล้วเอามาลุยไข่ดิบสไตล์สุกี้

ส่วนเนื้ออื่นๆ หรืออาหารอื่นๆ ก็ต้องให้สุกพอดีเช่นกัน แต่พวกลูกชิ้นเทพหรืออะไรพวกนี้แนะนำว่าลวกนานนิดนึง
เพราะว่าเค้าแช่แข็งมา บางทีข้างนอกเหมือนดูสุก แต่ตรงกลางยังจับเกล็ดน้ำแข็งอยู่ได้

กุ้งเนื้อดี ลวกสุกกำลังดี

กินอิ่มกลับไปแทบจะเดินไม่ได้เลยทีเดียว ร้านนี้ประทับใจมากๆ ครับ

ที่มากินวันนี้

นี่เป็นอีกหนึ่งในร้านชาบูที่ผมว่าดีมากๆ เลยครับ ทั้งในเรื่องตัวร้าน การตกแต่ง สถานที่ บรรยากาศ ภาชนะต่างๆ
รวมทั้งเนื้อสัตว์และคุณภาพของอาหารแทบทุกอย่างคัดสรรและลงมือทำเป็นอย่างดี จนแทบไม่มีข้อตำหนิเลย
ส่วนรสชาติก็ถือว่าดีครับ เป็นไปตามเกณฑ์แห่งชาบู อะฮิๆๆๆ ซึ่งถ้าคุณภาพของอาหารดีอยู่เดิม ก็จะเสริมให้ชาบูนั้นอร่อยเป็นทวีคูณได้อีก

ส่วนเครื่องดื่มผมว่าอร่อยมาก วันนั้นซัดน้ำแตงโมไป 3-4 แก้ว แถมยังมีน้ำอย่างอื่นอีก น้ำมะพร้าวนี่เข้มข้นดีครับ แต่มะนาวโซดาแอบแรงไปนิด วันนั้นไปแล้วน้ำแอปเปิ้ลหมดแอบเสียดาย แต่โดยส่วนตัวถือว่าเยี่ยมมาก

ร้านนี้คุณภาพอาหารดีมากครับ รสชาติอร่อยใช้ได้

ส่วนการบริการผมว่าโอเคนะ ถ้าคนเยอะๆ อาจมีช้าบ้าง แต่เมนูสั่งแล้วได้ครบถ้วนดี ไม่มีขาด พนักงานอาจมีไม่เยอะแต่เอาใจใส่ดีครับ, เราแทบไม่ต้องปรับไฟเองเลย เพราะที่ร้านออกแบบมาให้พนักงานประจำเวิ้งเป็นคนดูแล เสิร์ฟของ และคอยปรับความแรงของไฟ

แถมร้านนี้ก็ถือว่าอยู่กลางใจเมืองเลย นั่นคือตรงซอย 10 ของสยามสแควร์ครับ เดินทางไม่ลำบากแน่นอน,, ส่วนตัวผมถ้าเทียบกับราคาบุฟเฟต์แบบ 550 บาท อาจแพงไปเหมือนกัน แต่ถ้าเรามากินเอาบรรยากาศดีๆ กับครอบครัวหรือคนรักแล้ว ถือว่าโอเคและคุ้มค่าเลยทีเดียว และถือว่าเป็นร้านที่เยี่ยมยอดมากๆ อีก 1 ร้านครับ แนะนำให้มาลิ้มลองเป็นอย่างแรงครับ

Sumisumi yakiniku

หิวเนื้อย่างอีกแล้ว!!!
แม้ช่วงนี้กินเนื้อย่างบ่อยๆ จนห่างหาย tonkatsu ไปบ้าง แต่ก็ชอบและอยากกินอยู่เรื่อยๆ
คงเพราะกลิ่นและเสน่ห์จากการย่างกระมัง ที่ทำให้ผมหลงไหลมากมาย

สันนอกและเนื้อลายมัน คริๆๆๆ

วันนี้จะแอบพาไปอีกร้านครับ อยู่ไกลจากที่ผมพักเหมือนกัน
ร้านนี้มีชื่อว่า sumisumi ครับ

ร้านนี้เดินทางอย่างไร

ร้านนี้อยู่ที่อาคารเทอร์มินอล ซอยสุขุมวิท 24 ใกล้ๆ กับห้างเอ็มโพเรียมครับ
ถ้ามาสะดวกๆ ก็ BTS แล้วลงสถานีพร้อมพงษ์ครับ
เดินเข้าซอยมานิดนึงก็เห็นแล้วครับ อาคารสีขาวๆ ทางขวามือ


View Sumisumi in a larger map

หน้าอาคารเทอร์มินัล

โดยพอเข้าตึกแล้วขึ้นบันไดไปชั้นนึง ร้านจะอยู่ชั้น 1F ครับ
ร้านเปิดทุกวัน โดยเสาร์-อาทิตย์ 11.00-23.00 น และจันทร์-ศุกร์แบ่งสองช่วง 11:30 – 14:30 และ 17:30 – 23:00 น.
ติดต่อที่ร้านได้ทั้งทางโทรศัพท์ที่ 026634636 และที่ร้านยังมี Facebook และ Web ที่ www.sumiyakiniku.com

เอาเป็นว่าขึ้นมาแล้วเห็นร้านทันที
ร้านไม่ใหญ่มากครับ และก็ไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ พอนั่งได้ 20-30 คนทั้งร้าน

หน้าร้านครับ

บรรยากาศร้านโดยทั่วไปคนไม่เยอะมากครับ วันที่ผมไปนั่งกัน 2 โต๊ะเอง
ส่วนตัวผมว่าอึดอัดไปนิดๆ อาจเพราะเพดานเตี้ยไปหน่อย แต่โดยรวมก็โอเคครับ
อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ก็โอเคครับ

โต๊ะในร้าน

เริ่มสั่งอาหารเลยดีกว่า

มันต้องกินบุฟเฟต์กันอยู่แล้ว

เมนูที่ร้านมีให้เลือกหลายแบบนะครับ ทั้งแบบสั่งเป็นจาน และสั่งเป็นบุฟเฟต์
แถมบุฟเฟต์ยังแบ่งระดับความหรูอีกสองขั้น คือแบบหรูปานกลาง 399 และหรูมากขึ้น 699
โดย 699 จะเพิ่มเนื้อ wagyu, หอยเชลล์, เนื้อ NZ, เนื้อ AUS, และเนื้อซี่โครงเพิ่มขึ้นมา

เมนูสองแบบครับ

แต่วันนี้ตามอัตภาพขอที่ 399 ก่อนละกันครับ

เริ่มสั่งอาหารกันเถอะ

เริ่มมาก็ต้องจัดหนักกันหน่อยครับ แล้วยิ่งวันนี้มีสมาชิกมาร่วมแจมหลายท่าน นานๆ ทีจะได้กินกันเยอะๆ

จริงๆ ผมก็สั่งทุกอย่างแหละนะ แต่จะถ่ายทันบ้างหรือไม่ทันบ้างก็ตามความเร็วในการชักกล้องออกมาถ่าย
ระหว่างรอเนื้อก็ขอเก็บรายละเอียดน้ำจิ้มก่อนครับ
เท่าที่เห็น เบสิกน้ำจิ้มที่นี่มี 2 อันคือซ๊อสโชยุจิ้มเนื้อ กับน้ำจิ้มซีฟู๊ด (แต่กินไปกินมาเหมือนเห็นน้ำจิ้มแปลกๆ งอกเพิ่ม)
ส่วนพริก-กระเทียมก็เต็มที่

น้ำจิ้มสองแบบ กระเทียมเยอะๆ

แล้วผักๆ เห็ดๆ ข้าวๆ สลัดๆ ก็ตามมา

ผักกาดหอม แก้เลี่ยน
เห็ดเออรินจิราดซ๊อส มาแบบไม่อั้น
สลัดญี่ปุ่น อร่อยดี ใส่วาซาบินิดๆ

จากนั้นก็เป็นเนื้อครับ
ร้านนี้คุณภาพเนื้อปานกลาง-ดี ในระดับร้านบุฟเฟต์ 399 บาทเหมือนๆ กัน
ก็ไล่มาเลยครับ ตั้งแต่เนื้อสันนอก สันใน และเนื้อลายมัน ราดด้วยซ๊อสหมัก
โดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมครับ

เนื้อสันในเรียงมาสวยเลย
เนื้อลายมัน ฮึ่มๆๆ น่ากินๆๆ
เนื้อลายและเนื้อสันนอก ราดซ๊อสหมัก

ที่ชอบของเนื้อร้านนี้คือ เค้าใส่จานมาใหญ่ใหญ่สะใจดีมากครับ ใครชอบสั่งมาทีละเยอะๆ ก็ระวังด้วย
แถมจานก็ลักษณะเป็นเอกลักษณ์ดี แต่แอบมีข้อเสียนิดๆ ที่มันไม่มีขอบจาน หากมีน้ำมันจะไหลหกลงโต๊ะได้

ไม่กินเนื้อก็มาได้ครับ

ที่ร้านยังมีเมนูอื่นๆ อีกครับ สำหรับคนไม่กินเนื้อวัว
มีหมูหลายแบบ ไก่ กุ้งแม่น้ำ ปลาหมึก และเนื้อปลาครับ ดูคล้ายๆ ร้านอื่นๆ

หมูสามชั้น ปิ้งเกรียมๆ อร่อยมาก
แซลมอนชิ้นโต อร่อยมากครับ
ปลาหมึกหมักซ๊อส อร่อยไม่แพ้กัน

ทีเด็ดของร้าน

นอกจากเมนูเบสิกที่ทุกร้านควรมี ร้านนียังมีเมนูเก๋ๆ อีกอย่างที่ผมชอบมากๆ ครับ
คือเนื้อหมูติดกระดูกหมักซ๊อส อร่อยมากๆ

อันนี้แหละ เมนูเด็ด

เป็นกระดูกหมูหมักซ๊อสแดง ออกแนวหวานๆ กลมกล่อม เอามาย่างแล้วสุดยอดมาก
แต่แอบปิ้งยากไปนิด ถ้าชิ้นใหญ่ๆ เพราะข้างในจะไม่ค่อยสุกแต่ข้างนอกไหม้ แนะนำให้ปิ้งตรงที่ไฟไม่แรงมาก
พอปิ้งเสร็จ ก็จะได้แบบนี้ คริๆๆ

เนื้อติดกระดูกหลังย่างเสร็จ

อีกอันที่ผมว่าแปลกๆ และเก๋ดีสำหรับที่ร้านคือปลากะพงในห่อฟอยล์ครับ
เอาทั้งฟอยล์ไปปิ้งไฟเลยครับ จะแอบกินที่ในตะแกรงนิดๆ ปิ้งเอาพอสุกครับ เปิดห่อมาน่ากินดีครับ
ส่วนตัวผมชอบนะ เอามาจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด แต่เพื่อนๆ บางคนบอกว่าคาวไปหน่อย

เนื้อปลาในฟอยล์ อร่อยดีครับ

บรรยากาศการกิน

ก็หลังจากได้เนื้อ ได้ผัก ได้เห็ดมา ก็เอาลงตะแกรงละครับ

เอาลงตะแกรงแว้วววววว!!

บรรยากาศการกินสนุกสนานดี
ต้องขอบคุณคุณ @raoeang และผองเพื่อนที่ทำให้ Trip นี้สนุกมากมาย

บรรยากาศการไล่ล่าเนื้อ เรียกว่า จัดหนักกันทุกคน

เท่าที่หยิบทัน เอามากินกับข้าวกระเทียมครับ
ส่วนตัวข้าวกระเทียมที่นี่ยังไม่ค่อยโดนผมมากเท่าไหร่ครับ ส่วนข้าวญี่ปุ่นเพื่อนๆ บอกอร่อยดี

กินกับข้าวครับ

ที่มากินครั้งนี้ครับ

สำหรับบุฟเฟต์ 399 ที่ร้านผมว่าอยู่ในระดับโอเคนะครับ
เนื้อวัวที่ร้านก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ แถมราดซอสหมักมาให้ด้วย อร่อยดี
รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าใช้ได้ แต่ที่ผมว่าไม่โดนเลยคือข้าวกระเทียมครับ

แต่ที่ผมว่าแปลกและเด็ดคือซี่โครงหมูหมักซ๊อสย่าง อันนี้ผมว่าอร่อยจริงจัง
แต่อย่างที่บอก บางชิ้นหนาไปอาจปิ้งได้ไม่ทั่วถึง
ส่วนเรื่องเตาผมว่าโอเคนะ ไฟแรงดี พนักงานเอาใจใส่ใช้ได้ มีหลงลืมเมนูบ้างนิดๆ หน่อยๆ

มากินเนื้อย่างกันเถอะ!!!

ส่วนตัวผมอยากลอง 699 นะครับ อยากรู้ว่า NZ หรือ AUS ที่อร่อยกว่ากัน
แต่เกินงบไปเยอะครับ ^^’

AKA อากะ — tonkatsu + yakiniku

หลังๆ ผมชักติดใจการกินเนื้อย่างจนหลายๆ คนแนะนำว่าให้เลิกเปลี่ยนชื่อเป็น Yakiniku ดีกว่า
แต่วันนี้ ผมจะพาไปกินทั้ง tonkatsu และ yakiniku ครับ

ไปเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะทีไร ก็เห็นร้านเนื้อย่างสองร้านตั้งประจันกัน
ร้านแรกก็คือโนบุที่เคยรีวิวไปแล้ว
ส่วนวันนี้ก็เป็นอีกร้านนึงครับ คือร้าน AKA ครับ

ร้าน AKA ครับ

ร้านนี้มีดีอะไร

ร้านนี้มีขายทั้งอาหารญี่ปุ่นแทบทุกอย่าง แต่จะเน้นอาหารปิ้งย่างและทอด
แถมร้านนี้จะหากินง่ายกว่าร้านอื่นๆ หน่อย เพราะเปิดตามห้างใหญ่ๆ + มีหลายสาขาด้วย
ทั้ง Central World (ปิดร้านไปก่อน), Central พระราม 2, Central เเจ้งวัฒนะ และ Future รังสิต
(เท่าที่เคยเห็นนะ)

หน้าร้านครับ เปิดไฟสีแดงน่าสนใจดีมาก

งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า

ลุยกับ tonkatsu กันก่อนดีกว่า

พอถึงร้าน อย่างแรกที่สั่งคือชาเขียวครับ ชื่นใจดี แต่ไม่เข้มข้นมากเท่าไหร่

ชาเขียวของทีร้าน

จากนั้นเมนูที่สั่งคือชุด tonkatsu ชุดนึงราคา 130 บาท ซึ่งผมว่าไม่แพงนะ
ซึ่งบรรยากาศก็แอบแปลกๆ เพราะคนอื่นเค้ากินเนื้อย่างกัน แต่ผมกลับสั่งอาหารชุด
แม้ว่าร้านนี้หลักๆ จะขายปิ้งย่างเป็นหลัก แต่พอชุด tonkatsu มาเสิร์ฟก็น่ากินไม่เบา

ชุด tonkatsu ที่รอคอย

ที่เห็นๆ ในชุดมีหมู ข้าว น้ำจิ้ม กิมจิ ซุปมิโสะ และสลัดสองแบบ
เริ่มที่น้ำจิ้มครับ รสชาติไม่เลว แต่ออกแนวหวานๆ หน่อย

น้ำจิ้มครับ

ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ตอนมานี่ควันกรุ่นๆ แต่ถ่ายไปถ่ายมาควันหายหมด

ข้าวญี่ปุ่น

ซุปมิโสะ ผมว่าออกแนวหวานๆ นิดนึง แต่ก็ลื่นคอดี รสชาติใช้ได้

ซุปมิโสะ

ต่อมาเป็นแนวสลัดๆ ที่มาคู่กับชุดหมูทอดบ้าง
สลัดจานแรกเป็นผักกาดแก้ว แล้วราดด้วยน้ำสลัดใสแบบญี่ปุ่น เข้ากันได้ดีมาก
รสชาติของน้ำสลัดลดกลิ่นเหม็นเขียวได้ดี ส่วนผักก็กรอบและสดมาก แต่ก้นถ้วยจะเค็มไปหน่อย

สลัดราดน้ำสลัดญี่ปุ่น

สลัดอีกอย่างมาบนจานหมูทอด ราดด้วยน้ำสลัดแบบข้น
จานนี้ผลักหลายแบบมากๆ ไม่รู้ชื่อแต่ชอบที่มีผักหลายอย่างมากๆ

สลัดอีกชุดที่วางบนจาน

ที่ผมชอบเลยคือ “ผักเยอะมาก”
ใครไม่ชอบผักอาจทรมาน แต่สำหรับผม มันทำให้กิน tonkatsu ได้โดยไม่ต้องกินข้าวมาก และไม่เลี่ยน

หมดออบชั่นต่างๆ ก็ถึงคิวหมูทอดมั่ง

หมูทอดในชุดดูน่ากินมากครับ แต่สีเหลืองทองระยิบระยับน่ากินมาแต่ไกล
แต่กลิ่นหอมไม่มาก เพราะกลิ่นเนื้อย่างเต็มร้านกลบไปหมด

มาถึงคราวหมูทอดแล้ว

ลองหยิบมาดูซักชิ้นดูหมูแล้วแอบเหนื่อยนิดนึง น่ากินมากๆ

อูยยยยย หมูน่ากินจังเงอะ

งั้นก็เอาลงน้ำจิ้มละกัน

ซัดหมูกับน้ำจิ้ม

คือผมว่า มันแจ่มใช้ได้เลยนะ ร้อนๆ นี่อร่อยไม่เลวเลย
หมูคุณภาพปานกลาง นุ่มระดับนึง ไม่แข็งหรือด้านมาก ดูดีๆ มีส่วนที่เป็นมันแทรกอยู่บ้าง

หมูทอดอีกมุม

ส่วนแป้งผมว่าก็โอเคนะ ไม่ได้หนามาก หรือมีเกล็ดขนมปังลอยฟูฟ่องเหมือนเจ้าอื่นๆ
แต่ก็ไม่น้อยเกินจนอรรถรถของการกินหมูทอดเสียไป
สรุปคือกำลังดีครับ กำลังอร่อยใช้ได้เลย (ถ้าเกล็ดขนมปังเยอะกว่านี้ก็จะดีมากเลย)

ทอดแป้งได้กรอบอร่อยดีครับ
อืมมม หมูทอดเหลืองเกรียมดี

ส่วนการทอดผมว่าแอบเกินไปนิดนึง+มีน้ำมันเยอะไปนิด
แต่สลัดผักหลากหลายรูปแบบก็สามารถเอามาตัดเลี่ยนได้

tonkatsu กับน้ำจิ้มเข้ากันได้ดีครับ

สุดท้ายเป็นอีกร้านนึงที่ผมว่าโอเคกับราคานะครับ เมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารที่มา
ราคาสุทธิที่จ่ายไป 130+ค่าชาเขียว+service+vat = 170 กว่าบาท

มาต่อด้วยเนื้อย่างกันเถอะ

จริงๆ แค่ tonkatsu ก็อิ่มมากแล้ว แต่ที่ร้านก็ยังมีเนื้อย่างอันเป็นที่เชิดชูของร้านครับ
ผมก็เลยขอจัดอีกสักชุดนึงครับ

เริ่มที่การเตรียมน้ำจิ้มและเครื่องปรุงที่วางอยู่ครับ
รวมทั้งชุดผักต่างๆ

รอราดซ๊อสสำหรับจิ้มเนื้อ
ชุดผักที่เอามาย่าง

จากนั้นก็เป็นพวกเนื้อต่างๆ ครับ
โดยรวมผมว่ากลางๆ (จากที่เคยกินเทียบมากับหลายร้านนะ)
ยิ่งถ้าเทียบกับโนบุแล้ว ผมว่าโนบุอร่อยกว่าหลายขุมนะ

เนื้อลายมัน น่ากินๆๆๆ
เบคอนปิ้งเกรียมๆ
จริงๆ เนื้อเค้าก็ไม่เลวนะ

ถ้าเนื้อเลี่ยนมาก ผมก็ขอแนะนำมันฝรั่งบด
อร่อยดีครับ

มันฝรั่งบด

แต่สองสิ่งที่ผมชอบมากๆ ที่ร้านนี้คือ เห็ดออรินจิ และเนื้อสันนอกออสเตรเลีย
อร่อยเทพจริงครับ สันนอกออสเตรเลีย

เนื้อสันนอกออสเตรเลีย อร่อยสุดๆ ห้ามพลาดเลยทีเดียว
เห็ดออรินจิครับ
เนื้อ AUS สันนอกชิ้นโตมากกกก

โดยเฉพาะจังหวะปิ้งๆ เนื้อสันนอกออสเตรเลียถ้าปิ้งกำลังดีนั้น มันจะเหนียวนุ่มติดมัน
อร่อยโฮกกกกก อร่อยยได้อีก

เยี่ยมมม!!! ฟาดเนื้อย่างลงตะแกรง สันนอกออสเตรเลียเทพ

กินจนอิ่ม
ทั้ง tonkatsu ทั้งเนื้อย่าง ไปนอนดีกว่า ครอกๆๆๆๆ

สรุปที่มากินครั้งนี้

ส่วนตัวผมว่าร้านเค้าโอเคนะ สำหรับคนที่อยากกินอาหารญี่ปุ่นแบบสุกๆ ทอดๆ ปิ้งๆ ย่างๆ หน่อย
อาหารชุดราคาก็ไม่ได้แพงมาก แต่รสชาติและปริมาณนี่ต้องบอกว่าโอเคเลย
โดยเฉพาะชุด tonkatsu ที่ไปกิน ถ้าให้เทียบราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก

ส่วนเนื้อย่างที่ถือว่าเป็นจุดขายของร้าน ผมว่าปานกลางอะ
ข้อดีของที่นี่คงเป็นเรื่องการเดินทางที่ไม่ลำบากมาก และการที่ร้านตั้งในห้าง

ปิ้งย่างที่ร้าน

แต่นอกจากเนื้อสันนอกออสเตรเลียแล้ว ส่วนตัวผมว่าเนื้อยังสู้ร้านอื่นๆ ไม่ได้เท่าไหร่
พูดตรงๆ ว่าโนบุยังอร่อยกว่าหลายอย่างครับ (ในระดับบุฟเฟ่ต์) ส่วนหนึ่งคงเพราะการหมักเนื้อด้วย
รวมทั้งพวกถาดใส่เนื้อผมว่ามันขาดจุดเด่นไปนะ มันเป็นแค่ถาดใส่สุกี้เอง
ทำให้ราคาเนื้อ (จากการมอง) หายไปหลายบาทอยู่

คออาหารญี่ปุ่นทดลองไปชิมที่ร้านกันได้ครับ

Minoru มิโนรุ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมกระหายอยากเนื้อมากๆ
พยายามหาร้านอร่อยๆ ทาน แต่ส่วนมาก ร้านที่ไปจะไม่ได้เน้นเนื้อเป็นหลัก มีให้เลือกก็ 2-3 แบบ
แถมแต่ละร้านก็อยู่ในตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่
แต่วันนี้จะลองพาไปอีกร้านนึงครับ เน้นเนื้อเป็นหลัก ในรสชาติที่สุดยอดครับ

ฉัน อยาก กิน เนื้อ ย่าง ครัฟ !!!

ร้านนี้คือ…

ร้านนี้ชื่อว่ามิโนรุ (Minoru Japanese barbeque) ครับ อยู่ตรงอเวนิวแจ้งวัฒนะ ติดกับบิ๊กซีแจ้งวัฒนะ
ร้านนี้เปิดมาประมาณ 2 ปีกว่าๆ แล้ว
ให้บริการอาหารย่างๆ เป็นหลัก มีทั้งบุฟเฟ่ต์ และเป็นจานๆ แยกมาเอง

ร้าน Minoru ที่อเวนิว แจ้งวัฒนะ

ถ้ามีรถยนต์ ก็สามารถจอดลงหน้าร้านได้เลย หรือจะจอดในส่วนของอเวนิวแล้วเดินมาก็ได้
มีแผนที่ให้ด้วย เผื่อหลงทางครับ
หรือสนใจ จะลองโทรไปสอบถามก่อนก็ได้นะครับ ที่เบอร์ 02-5738680


View Minoru in a larger map

เอาเป็นว่า วันนี้ผมจะพูดเฉพาะเมนูที่เป็นบุฟเฟต์ละกัน

แรกเข้าร้านนี้

เดินเข้ามาตอนแรก ร้านเค้าตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นอย่างดีครับ
แต่คนค่อนข้างน้อยครับ แม้ว่าวันที่ผมไปจะเป็นเย็นวันศุกร์ก็ตาม
ส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะมาจากการมาของเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะด้วย
(จริงๆ อเวนิวมันเงียบกว่าที่ผมเคยรู้จักน่ะครับ)

ป้ายในร้านมิโนรุ

ส่วนพี่พนักงานต้อนรับ แม้ว่าพี่เค้าจะดูเคร่งขรึมนึดๆ เมื่อแรกเจอ
แต่จริงๆ พี่แกบริการดีมากครับ เดินมาคอยดูแลเอาใจใส่ตลอด
เริ่มตั้งแต่การเติมชาเขียวครับ — ต้องบอกก่อนว่าชาเขียวอยู่นอกราคาบุฟนะครับ
รสชาติชาเขียวใช้ได้ครับ รสชาติเถ้าแก่น้อยแต่ก็โล่งคอดี

ชาเขียวชื่นใจดีครับ

จากนั้นก็เอาน้ำจิ้มมาให้ครับ มีสองแบบให้เลือกลองจิ้มให้

เริ่มจากซองตะเกียบ และน้ำจิ้มสองแบบ

นอกจากนั้นพี่แกยังเดินมาคอยเติมไฟ เปลี่ยนตะแกรง เก็บจานตลอด
สุดยอดครับ!!!

ที่ร้านจะมีเมนูแบ่งเป็น 2 ช่วงตามเวลาเปิดนะครับ

  • มื้อกลางวัน (วันจันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00 และเสาร์-อาทิตย์ 11.00-16.00) ราคาจะถูกกว่าครับ แต่เมนูที่เลือกได้ก็มีน้อยกว่าเช่นกัน ก็มีเนื้อ(ริบอาย/สันนอก/สะโพก), หมู, ไก่, ซีฟู้ด, และออปชั่นอื่นๆ
  • มื้อเย็น (วันจันทร์-ศุกร์ 17.30-22.00 และเสาร์-อาทิตย์ 16.00-22.00 ) ราคาเพิ่มอีกนิดนึง แต่มีเมนูที่เพิ่มมาจะมีลิ้นวัว, หมูติดมันและสันคอ, ปลากะพง รวมทั้งมีพวกผักปิ้งเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนตัวผมแนะนำให้เป็นเมนูเย็นนะ เพราะถ้าลองลิ้มรสปลากะพงและลิ้นวัวแล้วมันสุดยอดมากๆ

ออ ลืมบอกว่าบุฟเฟ่ต์นั่งได้ 90 นาทีนะครับ

เปิดฉากอย่างเร้าใจ

หลายๆ ร้านมักมาเสิร์ฟช้า ชุดแรกผมเลยสั่งจัดหนักไปครับ
แต่ที่ร้านเสิร์ฟค่อนข้างเร็วครับ (ส่วนนึงอาจเพราะว่าคนน้อยด้วย) เลยแทบจะล้นโต๊ะ
เริ่มที่… กิมจิครับ อร่อยดีครับ เอามาแก้เลี่ยนได้ดี

กิมจิครับ

แล้วก็เอาไก่ก่อนครับ
เป็นไก่คัดส่วนดีครับ ไม่มีหนังติดมาก ไม่ด้านมาก ปิ้งสุกแล้วกำลังดี

ไก่หมักอย่างดี

ต่อมาก็หมูสามแบบครับ น่ากินมากๆ เน้นส่วนเนื้อครับ มันไม่เยอะมาก
ส่วนตัวผมว่าเค้าหมักมาโอเคเลยนะครับ กินกับข้าวกำลังพอดี

หมูสามแบบทั้งหมูสัน, สันคอ, สามชั้น

โอยยยย เอามิโสะมาคั่นหน่อยครับ
ส่วนตัวผมว่าเค็มไปนิดนึง

มิโสะซุปครับ

เมนูซีฟู๊ดครับ

ผมยกให้เป็นทีเด็ดของร้านนี้เลยทีเดียว
แม้ว่าไม่ได้มีปลาดิบหรือแซลมอนรวมในเมนูบุฟเฟ่ต์
แต่เจ้าปลากะพงและปลาซาบะที่นี่ต้องบอกว่าเทพมากๆ ครับ
เอาซะคนที่ไม่ค่อบกินปลาแบบผมคลั่งไคล้มันเลยทีเดียว

ปลาซะบาราดซ๊อส หั่นพอดีคำ พร้อมย่าง
ปลากะพงอร่อยมาก พลาดไม่ได้จริงๆ

แล้วยังมีกุ้ง(ที่ไม่ใช่กุ้งแม่น้ำอะ) พร้อมแกะเปลือก ราดซ๊อสหมักมาพร้อม
กับปลาหมึกกล้วยที่มาเสิร์ฟทั้งตัวครับ
ซ๊อสหมักซีฟู๊ดผมว่ากำลังได้ที่เลยนะครับ ไม่เค็มเกินไป

ปลาหมึกสดๆ อรอ่ยมากครับ
กุ้งแกะเปลือก ถูกใจผมมากๆ ครับ

และแล้วก็ถึงเมนูเนื้อครับ

เป็นร้านที่ผมว่าเลือกเนื้อและหั่นเนื้อได้ดีมากๆ ร้านนึงในระดับบุฟเฟต์ครับ
ราดด้วยซ๊อสหมักอีกแบบ รสชาติเข้มข้นครับ

เนื้อริบอายครับ อร่อยๆๆ
เนื้อสันนอกครับ กำลังกรุบๆ

ส่วนที่ผมชอบมากอีกส่วนคือลิ้นวัวครับ ที่นี่หั่นมาชิ้นใหญ่ดี หนากำลังพอดี
ดีใจมาก เย้ๆๆๆ

ลิ้นวัวครับ ของโปรดๆๆ

แต่เนื้อที่ผมประทับใจมากๆ ส่วนนึงคือสะโพกครับ เป็นส่วนที่มันไม่เยอะ แต่เนื้อนุ่มกรอบไม่ด้าน
เค้าหั่นหนากำลังดีเลย ปิ้งแบบ Medium rare ได้
ผมซัดไป 5 จานได้กระมังครับ

เนื้อสะโพกอร่อยจริงๆ
สะโพกเป็นส่วนไฮไลท์ของบุฟเฟ่ต์เลยทีเดียว

หิวแล้วๆๆ กินกันเถอะ

พอทุกอย่างพร้อม เราก็จัดลงเตากันครับ

สั่งไปเยอะครับ แถมมาเร็วอีก แทบจะล้นโต๊ะ

เฮือกกกก!!! เนื้อล้นโต๊ะแล้ว

จากนั้นก็ใช้ตะเกียบครับ หยิบเนื้อที่หั่นมาอย่างดีและราดซอสหมักรสเลิศ

กำลังลากเนื้อชิ้นโตไปลงตะแกรงครัฟ!!

บรรจงหยิบเนื้อแต่ละชิ้น ค่อยๆ วางเรียงบนตะแกรงที่อยู่เหนือถ่านร้อนๆ
“ฉ่า…….แฉ่ๆๆๆ……” เสียงเนื้อกำลังสุกมันช่างเย้ายวนเหลือเกิน
แถมมันยังส่งกลิ่นหอมน่ากินอย่างมากมาย คริๆๆๆ

เหล่าเนื้อวางบนตะแกรง... หอมน่ากินอะ

ปิ้งเสร็จละ คริๆๆๆ กลิ่นหอมมากมาย

อ่า... สุกแล้วสินะ

จากนั้น เอาเนื้อที่ได้ มาผ่านน้ำจิ้มครับ
ส่วนตัวผมชอบน้ำจิ้มแบบ Original มากกว่าแบบที่มีปรุงรสให้ด้วย

หยิบเนื้อลงสะดุ้งน้ำจิ้มทีนึง

ง่ำๆๆๆ เข้าปาก อร่อยโฮกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สิบกะโหลกเลย
ส่วนตัวผม ถ้ากินเพียวๆ เลย เนื้อมันจะเค็มไปหน่อยนะครับ
แนะนำว่า ให้สั่งข้าวญี่ปุ่นมาเสริมด้วยมันจะได้ไม่เค็มเกินไป

สรุป อิ่มมากครับ!!! เป็นร้านนึงที่ประทับใจครับ
อาหารอร่อย บริการดีครับ ราคาไม่แพงมากด้วย

สรุปที่มากินครั้งนี้

เป็นร้านนึงที่ผมว่าโอเคเลยนะ ทั้งในเรื่องราคา การบริการและความอร่อย
ข้อดีไม่ต้องพูดถึงมาก เพราะบรรยายมาเกือบทั้ง Entry อยู่แล้ว
แต่ที่ต้องเน้นคือ เป็นร้านที่มีทั้งเนื้อวัวอร่อย และเนื้อสัตว์อื่นๆ ก็อร่อยครับ โดยเฉพาะปลา
ทำให้คนที่ไม่กินเนื้อ และกินเนื้อ สามารถร่วมตะแกรงเดียวกันได้

ร้านนี้อร่อยครับ!!!

มาลุยข้อเสียดีกว่าครับ เท่าที่ผมเจอนะครับ
อย่างแรกคือ เนื้อมันเค็มไปที่จะกินเพียวๆ ครับ โดยเฉพาะซอสที่หมักเนื้อวัว
อย่างที่สอง ไม่มีเห็ดออรินจิ (อันนี้ผมอยากกินส่วนตัว)
อย่างที่สาม ไม่มีของหวานรวมในบุฟเฟ่ต์ด้วย ว้ากกกๆๆๆ

Minoru yakiniku เนื้อ-หมู-ไก่-ทะเล ปิ้งย่าง

แต่ไม่เป็นไรครับ ในอเวนิว ยังมีของหวานอีกเยอะครับ อิอิ