Charcoa — Bakery and Restaurant

วันนี้ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศมากินอาหารฝรั่งบ้างละกันครับ โดยร้านที่จะพาไปวันนี้เป็นร้านเก่า (แต่ไม่ถึงกับเก่ามาก) ร้านนึงของเชียงใหม่ที่มีชื่อว่า Charcoa (สะกดแบบนี้จริงๆ ไม่ได้พิมพ์ตัว L ตกไปนะ)

ร้านชาโคลตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลย คือมาทางตลาดสมเพชร เลี้ยวซ้ายตามแจ่งศรีภูมิมาหน่อยนึงแล้วเข้าซอยถัดจากร้านขายจักรยาน ซึ่งเป็นซอยที่แคบมาก (จริงๆ มีป้ายปักอยู่หน้าซอย) ที่ร้านเค้าทำที่จอดรถให้เหมือนกันแหละ แต่จอดได้ราว 3-4 คันเท่านั้น (คือถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าลองวนมาดูก่อน ถ้าเต็มก็วนออกแล้วไปจอดแถวๆ ร้านจักรยาน แต่ถ้ามาช่วงเที่ยงๆ แนะนำว่าไม่ต้องวนเข้ามาเลย จอดแถวๆ ร้านจักรยานนั่นแหละ)

วันนี้พามาร้านอาหารฝรั่ง+เบเกอรี่ที่มีชื่อว่า Charcoa

แผนที่คร่าวๆ เผื่อหลง หรือถ้าหาร้านไม่เจอก็ลองโทรไปได้ ที่ 053-212681 ครับ


View Charcoa in a larger map

เมื่อมาถึงหน้าร้านจะให้อารมณ์ขัดๆ กับนอกร้านนิดนึง แบบว่ากว่าจะเข้ามาได้ ที่จอดก็หายาก แถมละแวกนั้นก็มีกจะเป็นตึกแถวหรือร้านค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ,, แต่ร้านชาโคลกลับให้บรรยากาศสบายๆ คล้ายเป็นมุมพักผ่อน ซึ่งผมว่าเค้าตกแต่งร้านในโทนสีน้ำตาล-ขาวครีมออกมาได้ดูดีมากๆ อีกทั้งการจัดเรียงรูปแบบร้าน ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และต้นไม้สีเขียวภายในร้าน มันดูลงตัวไปหมด

หน้าร้าน Charcoa ,, แบบว่า บรรยากาศดูดีมากๆๆ
บรรยากาศภายในร้าน Charcoa ,, จะออกแนวบ้านไม้+ตกแต่งแบบไม้ๆ หน่อย

มาที่นี่เพิ่งเห็นว่ามีห้องพักบริการด้วยแฮะ บรรยากาศน่าจะดูดีใช้ได้เลยนะ 🙂

เปิดเมนูสั่งอาหาร

เมนูของร้าน Charcoa มีทั้งของคาวและของหวานให้เลือกอย่างเพียบ

หมวดอาหารคาวของหลักๆ จะเป็นอาหารไทยประยุกต์และอาหารฝรั่ง ซึ่งผมว่าอาหารเค้าทำได้ดีและอร่อยใช้ได้เลย แถมวัตถุดิบที่ใช้ก็เป็นเกรดดีมากๆ แต่เท่าที่ลองชิมดูพวกอาหารไทยประยุกต์จะมีกลิ่นไทยๆ ปนอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอะไรที่ต้องใส่เครื่องเทศ, พริกหรือมีรสเผ็ดเค้าจะทำได้สะใจมากๆ จนบางทีคิดว่าเรากินร้านอาหารฝรั่งอยู่เหรอเนี่ย

สปาเก็ตตี้ขี้เมากุ้ง ,, เผ็ดสะใจจนลืมไปว่าผัดกับสปาเก๊ตตี้
แฮมสเต๊กซอสครีมเฟตตูชินี่ ,, ชิ้นแฮมหนาสะใจ เข้าได้กับครีมซอสอย่างดี
ข้าวห่อไข่สูตรชาโคล ,, หนึ่งในเมนูสุดฮิตของทางร้าน
แอบเปิดข้าวห่อไข่ให้ดู ,, น่ากินมากๆ ข้าวผัดอร่อยดีด้วย
จานนี้เป็นข้าวอบชีตริสซอตโต้ ,, หอมมาแต่ไกล
ชีสแบบว่าเต็มที่มากๆ ใส่ลงบนข้าวจนออกแนวคล้ายๆ ข้าวต้มหน่อย แต่หอมมาก

ส่วนขนมที่ร้านส่วนมากเป็นพวกเค้กและเบเกอรี่ต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีทั้งรูปลักษณ์และรสชาติ ทำให้เค้กที่นี่ช่วงเทศกาลจะขายดีมากๆ (โดยเฉพาะแบบที่เป็นปอนด์อะ) ตอนจะไปก็มีคนแนะนำหลายอย่างนะ ทั้งทิรามิสุ ทั้งคาราเมลคัสตาร์นิวยอร์คชีสเค้ก แต่ผมกลับสะดุดในชื่อเค้กช๊อกโกแล๊ตภูผาดำ ซึ่งเป็นเค้กแบบ low fat แต่ตัวเค้กกลับชุ่มไปด้วยช๊อกโกแล๊ตอย่างน่าหลงไหล ,, ส่วนเครื่องดื่มที่ไปสั่งวันนั้นก็เป็นน้ำผลไม้ปั่นหลากสีและไอริชคอฟฟี่ที่เติมความสดชื่นให้กับช่วงบ่ายได้อย่างดีเยี่ยม

เป็นน้ำผลไม้ปั่นอะ จำชื่อเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ก็อร่อยดีฮะ
ไอริชคอฟฟี่ราคาแพง ,, มีวิพครีมวางบนกาแฟร้อน ละลายเร็วมาก
เค้กช๊อกโกแล๊ตภูผาดำ ,, เค้กช๊อกโกแล๊ตเข้มข้นชื่อดังของทางร้าน
สตรอเบอร์รี่ช๊อตเค้ก ,, อัดแน่นไปด้วยเนื้อสตรอเบอร์รี่ในทุกชั้นเลย
Panna Cotta กับซอสและสตรอเบอร์รี่สด ,, นุ่มละมุนผสานกับความสดชื่น

แม้ว่าผมจะไม่ได้ไปสำรวจห้องพัก แต่รับรองว่าจะต้องติดใจในบรรยากาศและขนมของร้านนี้แน่ๆ

ที่มากินร้านนี้

คือเท่าที่เคยมากินที่ร้านนี้เมื่อหลายปีก่อน จำได้ว่าเป็นร้านที่แบบว่าบรรยากาศไฮโซดูดีมากๆ ราคาอาหารคาวแอบแพงนิดนึง แต่เค้กนี่ไม่แพงมากเท่าไหร่ ยังพอรับไหว (แต่จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้แล้ว) ,, แต่ครั้งนี้ที่ได้มาผมก็ยังรู้สึกว่าราคาของคาวมันก็ยังแพงเหมือนเดิมแหละ (แต่ก็ต้องยอมรับนะว่าเค้าใช้วัตถุดิบดีมากในการทำอาหารแต่ละอย่าง) ตกจานละร้อยกว่าถึงสองร้อย ถ้าไม่ได้สั่งพวกสเต๊กหรืออะไรที่มันไฮโซมากอะนะ แต่ขนมเค้กและเครื่องดื่มราคามันแพงขึ้นเยอะเหมือนกันนะ อย่างเค้กก้อนนึงนี่ก็แปดเก้าสิบแล้ว น้ำปั่นแก้วนึงก็หลายสิบนะ ส่วนไอริชคอฟฟี่แก้วนึงนี่จำไม่ผิดนี่ร้อยห้าสิบเลยนะ (แพงมั่กๆๆๆๆๆๆ จนตอนจ่ายตังแอบถอนหายใจเบาๆ)

ลองได้ชิมซักครั้งแล้วจะติดใจจรต้องทำบัตรสมาชิก ฮาๆๆ

ถ้าหาร้านบรรยากาศดีๆ ในโอกาสพิเศษเฉลิมฉลอง ,, ร้านนี้คงต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกของผมแน่ๆ

Cake Walk

หายจากร้างราการ Review อาหารไปนาน วันนี้เราก็จะเปิด Entry ของกินอีกครั้ง โดยเริ่มจากของกินที่มันไม่ค่อยหนักมากก่อนอย่างขนมเค้ก ,, เอาเป็นว่าเริ่มกันที่ร้าน Cake Walk ครับ

ร้าน Cake Walk ก็เป็นร้านที่ขายขนมและอาหาร เท่าที่ผมรู้มี 2 สาขาคือสาขาที่ทองหล่อ 13 แถวๆ ตึก Grand Heritage, กับอีกที่ที่วันนี้ไปก็คือที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ตรงส่วน Living Zone (เป็นส่วนที่อยู่ข้างนอก แถวๆ Starbucks ครับ) ถ้าวนในฟิวเจอร์ฯ ก็เดินตรงทางออกที่อยู่ตรงข้ามกับทางเข้า BigC อะ เดินออกประตูมาก็เจอร้าน Cake walk สีน้ำตาลตั้งเด่นเป็นสง่า

วันนี้มาร้าน Cake Walk ,, มาชิมเค้กกันดีกว่า

แผนที่ไปฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตจ้า (ก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่แล้วนะ)


ดู Cake Walk ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เปิดประตูเข้าไปในร้านกันเถอะครับ

ที่ร้าน Cake Walk ด้านใน

ภายในร้าน Cake Walk กว้างขวางและบรรยากาศสบายน่านั่งมากๆ สามารถเลือกนั่งรับแอร์เย็นๆ ภายในร้าน หรือจะเลือกนั่งข้างนอกก็ได้ (แต่ร้อนมากเลยนะเธอ) สามารถเลือกดูที่ตรงเคาน์เตอร์และสั่งขนมมาได้ตรงนั้นเลย หรือว่าคิดอะไรไม่ออกก็มานั่งเลือกเมนูที่โต๊ะได้ ซึ่งที่ร้าน นอกจากจะมีเค้กนานาชนิด ก็ยังมีเครื่องดื่มร้อน-เย็น และอาหารที่ออกแนวฟิวชั่นหน่อยๆ

บรรยากาศภายในร้าน Cake Walk ครับ
บรรยากาศร้านน่านั่งสุดๆ
เลือกเค้กได้เลยที่เคาน์เตอร์ ,, มีให้เลือกเยอะดีนะ

วันนี้กินแค่เค้กกับเครื่องดื่มละกัน อาหารพักไว้ก่อน (งบจำกัด)

ในที่สุด ก็ได้ขนมมากิน

เริ่มที่เครื่องดื่มก่อนละกัน

ที่สั่งคือชาผลไม้เย็น (จำไม่ผิดเป็นชาแอปเปิ้ลนะ) ส่วนตัวชิมแล้วต่อนข้างจางกว่าที่คิด ไม่ได้เข้มข้นเท่าไหร่แต่ก็พอลื่นคออยู่ ,, ส่วนอีกอย่างที่ผมสั่งคือสตรอเบอร์รี่ปั่น ส่วนตัวผมไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ เพราะในราคา 80 บาทที่จ่ายไปกลับได้แค่น้ำเชื่อมรสสตรอเบอร์รี่ปั่นกับผลสตรอเบอร์รี่เชื่อม สิ่งที่ออกมาก็คือนน้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ปั่นๆ มีกลิ่นสตรอเบอร์รี่เทียมๆ หวานแบบน้ำเชื่อม โปะหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่สดแก่นนึง ,, กินไปเฟลไป

เครื่องดื่มเย็นทั้งชาเย็นและสตรอเบอร์รี่ปั่นไม่ค่อยปลื้ม

จิบเครื่องดื่มไปสักครู่ เค้กก็มาแล้ว…

พาเหรดเค้กที่ CakeWalk

จริงๆ ว่าไปร้าน Cake Walk นี่ก็คล้ายๆ แคทวอล์คสำหรับให้เค้กต่างๆ ภายในร้านได้เดินอวดโฉมและได้ลิ้มลอง แต่หากจะลิ้มลองทั้งหมดแล้ว ผมคงไม่เหลือเงินไปกินข้าวแน่ๆ ฮาๆๆๆ

เอาเป็นว่าเริ่มต้นที่จานแรกด้วย Strawberry Shortcake ครับ ,, ส่วนตัวเท่าที่ลองชิมผมว่ากลางๆ นะ รสชาติไม่ได้หวานจัดมาก กลิ่นวนิลาของเนื้อเค้กและครีมก็ไม่ได้จัดจ้านมาก ,, แต่ผมกลับว่ามันเนียน ละมุนและอ่อนโยนดี ตัวเนื้อเค้กนุ่มดีมาก ได้กินคู่กับชิ้นสตรอเบอร์รี่สดๆ แล้วเหมือนกับเป็นความสดชื่นที่แทรกเข้ามาอย่างได้จังหวะ ใช้ได้เลย (จำไม่ผิดก้อนนึงราคา 110 บาทน่ะ)

นี่คือ Strawberry Shortcake ครับ
เนื้อสตรอเบอร์รี่สดๆ กินกับเค้กนุ่มๆ
ใครๆ ก็ติดใจเนื้อเค้กนุ่มๆ ของ Strawberry Shortcake ที่นี่

ส่วนก้อนที่สองที่ขอแนะนำคือ Tia Maria – Mailey’s ,, ให้จินตนาการว่าเราได้เค้กที่เป็นทะเลสาบมา ,, เนื้อดินรอบๆ เป็นเค้กกาแฟเนื้อแน่นได้ที่ ส่วนที่เป็นตัวทะเลสาบคือซ้อสช๊อกโกแลตเข้มข้น เวลาตักเค้กก็จะมีซอสช๊อกโกแล๊ตไหลเยิ้มลงมาเหมือนกับน้ำตกเลย ซึ่งตัวเนื้อเค้กกาแฟและซอสช๊อกโกแลตนี่เข้มข้นและเข้ากันดีมากๆ ,, ชิมแล้วถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลย

ก้อนที่สองครับ Tia Maria - Mailey’s ครับ
แงะเนื้อเค้กกาแฟมา ,, ทะเลสาบช๊อกโกแลตก็เทไหลลงมา
ทะเลสาบช๊อกโกแล๊ตไหลเยิ้มลงมา ,, อว้ากกกส์
เค้กกาแฟกับช๊อกโกแลตเข้มข้น ,, เข้ากันดีมากๆ

เหล่าเค้กยังไม่จบนะครับ

ก้อนต่อมาเป็น Blueberry Cheesecake เป็นชั้นๆ ตั้งเป็นทรงสวยงามเลย ,, แต่ข้อเสียเบาๆ คือเวลาตักแรงๆ แล้วตัวเค้กมันถล่มลงมาเลย ไม่รู้ว่าแช่เย็นน้อยเกินไปหรือไม่ หรือว่าตัวเค้กมันเป็นองค์ประกอบแบบนี้อยู่แล้ว ,, แต่ชิมแต่ละชั้นรวมๆ กันก็ใช้ได้นะ กลิ่นหอมของชีสและรสชาติเข้มข้นของแยมบลูเบอร์รี่เข้ากันดีเลยนะ

สตรอเบอร์รี่ชีสเค้กครับ ,, น่าหม่ำมากๆ
แต่ละชั้นของบลูเบอร์รี่ชีสเค้กถล่มมาไวมากๆ ,, เสียรูปทรงหมด
แต่ซอสบลูเบอร์รี่+เนื้อชีส+ชั้นอื่นๆ รสชาติเข้ากันดีมาก

ตระกูลชีสเค้กยังไม่จบ… เรามาต่อกันด้วย Coffee Cheesecake ครับ (ถ้าจำชื่อไม่ผิดอะนะ) ,, อันนี้เท่าที่ผมสังเกตและชิมดู ตัวชีสเหมือนจะผสมและรวมไปกับเนื้อเค้กเลย ถ้าใครชอบชีสและกาแฟก็คงจะปลื้มมันน่าดู เพราะกลิ่นกาแฟคละคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นหอมของชีส ,, แต่ก็มีข้อติหน่อยๆ ที่เนื้อเค้กมันไม่ค่อยฟูนุ่มเหมือนเค้กทั่วๆ ไป (ส่วนนึงน่าจะมาจากชีสที่ผสมลงไป) แต่ก็ต้องชมเพราะว่าแม้ว่าเค้กจะไม่ฟูนุ่ม แต่ทางร้านก็ทำเนื้อเค้กได้เนียนแทน

มาแล้ววววว กับ Coffee Cheesecake ครับ
เนื้อเค้กร่วนไปนิด ,, แต่กลิ่นหอมของชีสผสมกับกาแฟนี่สุดยอดมาก
ถือว่า Coffee Cheesecake ถือว่าใช้ได้เลยสำหรบคนชอบกาแฟ

เค้กที่จะมาอวดโฉมก้อนสุดท้ายของวันนี้คือ Chocolate Almond cake ,, ลักษณะเป็นเนื้อเค้กช๊อกโกแล๊ตเข้มข้นที่ป้ายหน้าด้วยครีมช๊อกโกแล๊ต แล้วตกแต่งข้างบนด้วยอัลมอนด์เคลือบคาราเมลกรุบกรอบ เท่าที่ผมชิมมาก็โอเคนะ ตัวช๊อกโกแลตและอัลมอนด์หวานๆ เข้ากันดี แต่ตัวเนื้อเค้กเกาะกันไม่ค่อยแน่นมาก กินแรงๆ ระวังเค้กถล่มลงมา (แต่ไม่เท่ากับ Blueberry Cheesecake หรอกนะ)

อันนี้คือ Chocolate Almond cake
เนื้อช๊อกโกแล๊ตเข้มข้นมาพร้อมกับอัลมอนด์เคลือบน้ำตาล

อัดเค้กไปห้าก้อน จุก… ผมก็ขอจบ Entry นี้ไปง่ายๆ เลยละกัน 🙂

Agalico อะกาลิโก ร้านน้ำชาแห่งกาลเวลา

ประเดิม blog ใหม่ ด้วยร้านอาหารอีกแล้ว แต่วันนี้ไม่ได้พาไปร้านแนวกินบู๊ล้างผลาญที่ไหน
แต่เป็นร้านแบบนั่งสบายๆ อาจเป็นอารมณ์ไปพักผ่อน หรือนัดเดทไรงี้
แบบว่า วาเลนไทน์นี้ไม่รู้จะไปไหน ก็ไปที่นี่ได้ครับ

ร้านนี้เป็นร้านน้ำชา ตั้งอยู่กลางเมืองครับ
ชื่อ อกาลิโก หรือ Agalico ซึ่งแปลว่า ไม่ขึ้นกับเวลา แค่ชื่อร้านก็น่าสนใจแล้ว

Acalico อะกาลิโก ร้านน้ำชาแห่งกาลเวลา

ข้อมูลที่ร้าน

ส่วนตัวผมว่าการเดินทางไปร้านค่อนข้างสะดวกนะ เพราะร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 51
ถ้าจะมาก็สามารถมาทาง BTS โดยลงที่สถานีทองหล่อ แล้วเดินย้อนมานิดนึงได้ ซัก 100 เมตร
ร้านจะตั้งอยู่ด้านหน้าของตึกบุญจิราธรครับ

ร้านน้ำชาของเราอยู่ในตึกนี้ครับ

หรือไปตามแผนที่ที่ผมแนบมานี้ด้วยก็ได้ครับ


View My Life in a larger map

ที่เก๋ของร้านนี้คือ ร้านจะเปิดแค่วัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 1000 – 1800 น ครับ
ยังไงลองโทรไปก่อนได้นะครับ ที่ 0-2662-5857
บางวัน (โดยเฉพาะบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์) คนอาจเยอะนิดนึงนะครับ

บรรยากาศร้าน

บรรยากาศโทนของร้านจะเป็นสีขาวสะอาด ตกแต่งแนวโคโลเนียลนวลตา
มีการตกแต่งด้วยเครื่องทอ เครื่องถ้วยชามดินเผา และเครื่องหวายต่างๆ อย่างลงตัว
ทุกอย่างดูสะอาดจนไม่น่าเชื่อว่าร้านนี้เปิดมานานกว่า 10 ปีแล้ว

บรรยากาศการตกแต่งที่ร้าน

ตั้งแต่แรกเข้าเหมือนบรรยากาศเข้ามาจิบน้ำชาบ้านเพื่อนที่แบบเจ้าๆ หน่อย
ออกแนวหรูหรา แต่เป็นกันเอง
ซึ่งพวกชุดที่นั่ง โซฟา และเครื่องหวายต่างๆ ที่ร้านก็จำหน่ายด้วย

บรรยากาศสบายๆ ครับ
การตกแต่งสไตล์โคโลเนียลสีนวลตา
ชุดโซฟานั่งสบายที่ร้านครับ

ส่วนตัวผมชอบบรรยากาศที่นี่นะ ดูอบอุ่นดี
บางบ่ายๆ ก็มีสมาคมแม่บ้านมาตั้งวงด้วย ทั้งไทยและเทศ

ชุดถ้วยชามและองค์ประกอบต่างๆ ลงตัวอย่างมีเสน่ห์
บรรยากาศที่นี่สบายและอบอุ่นดีนะ

นอกจากนั้นพวกถ้วยจานชามก็เป็นเครื่องเคลือบอย่างดีครับ

เครื่องเคลือบภายในร้าน

เราสามารถเลือกนั่งในร้านได้ไม่ว่าจะเป็นชั้นล่าง ชั้นสอง
และออกไปนั่งในส่วนที่เป็นสวนข้างนอกได้ด้วย

มีอะไรกินบ้าง

หลักๆ ร้านน้ำชาก็ต้องมีขายน้ำชาสิครับ
แต่ชาที่มีมันเยอะมากๆ และล้วนแต่เป็นชานำเข้าคุณภาพดี หลากรสหลายกลิ่น อาทิ
Le Cordon Bleu, Harrods, Fortnum & Mason, Whittard of Chelsea, Mariage Frères, Twinings

ชาที่ร้านมีหลากหลายรูปแบบ หลายกลิ่นมากๆ

ชาร้อน 1 กาสนนราคากาละ 85 บาท
รวมทั้ง 1 กานั้น ไม่สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่มได้ ถ้าเติมจะคิดราคาเท่ากับอีกกานึง
เฮือกกกก ราคาแพงใช่เล่นนะนี่

ชาแอปเปิ้ลครับ อร่อยดีเหมือนกัน
จิบน้ำชายามบ่าย

แอบมีน้ำตาลให้เติมเผื่อชอบหวานๆ

น้ำตาลรูปร่างแปลกๆ

เครื่องดื่มอื่นๆ ก็มีชาเย็น กาแฟเย็น กาแฟร้อน และอื่นๆ อีก

นอกจากนั้นก็มีขนมเบเกอรี่คุณภาพดีบริการด้วย เหมาะเอามาทานคู่กับน้ำชายิ่ง
ทั้ง Sandwich, Scone, Quiche, และขนมเค้กต่างๆ สนนราคาประมาณ 90-120 บาท
ราคาดูเหมือนจะแพงนะครับ แต่ผมว่าขนมคุณภาพดีมากๆ รสชาติอร่อยดีด้วย

มีขนมเอาไว้จิบคู่กับน้ำชามากมาย
เค้กช๊อกโกแลตครับ
Quiche แฮม ครับ
เค้กกาแฟ

สรุปคือ จิบน้ำชาไป กินขนมไป ก็เพลินดีนะครับ (แต่ระวังเงินหมดไม่รู้ตัว ;))

ส่วนตัวผมชอบบรรยากาศที่ร้านนะครับ
แม้ภายนอกอาจมองดูว่าหรูหราและน่าหลงไหล แต่จริงๆ ก็เป็นกันเองและสบายๆ เสียมากกว่า

ผมชอบบรรยากาศนะ ทั้งนอกและในร้าน

เหมาะกับที่สาวๆ จะมานั่งคุยกันเป็นกลุ่ม หรือหนุ่มๆ พาสาวๆ มาเดทหรือมานั่งอ่านหนังสือก็ได้
ผมว่าบรรยากาศแนวๆ นี้สาวๆ น่าจะชอบนะ

เอาเผื่อไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่หาที่ไปไหนในช่วงบรรยากาศดีๆ ไม่ได้แล้วกัน
ผมว่า การได้พาคนรักมาสร้างช่วงเวลาดีๆ ในบรรยากาศดีๆ มันช่างคุ้มค่าไม่แพ้ดอกกุหลาบช่อโตเลยทีเดียว