อาสิ่ว ข้าวต้มกระดูกหมู เยาวราชเชียงใหม่

วันนี้ไปหาอะไรกินที่มันไม่แพงกันดีกว่า

ช่วงที่ผ่านมา คุณแม่+คุณน้าผมแกชอบกินร้านข้าวต้มซี่โครงหมูร้านนึง ถึงขั้นที่ว่าต้องไปนั่งรอหน้าร้านก่อนที่จะเปิด แกก็ชวนผมกินมาหลายทีนะ แต่ผมหลบลี้ไปเรียนต่อที่กทม.เสียก่อน เลยไม่ได้มีโอกาสมาชิมเท่าไหร่ ,, ครั้งนี้ได้โอกาสมาอยู่เชียงใหม่ ก็เลยต้องขอไปกินแบบตั้งใจสักครั้งนึง แถมอากาศหนาวๆ แบบนี้ ได้อะไรอุ่นๆ ลงท้องคงดีไม่น้อย

เกาเหลากับข้าวร้อนๆ ,, อากาศหนาวๆ แบบนี้น่าจัดซักถ้วย

ป๊ะ!! ไปกินข้าวต้มซี่โครงกัน

ใครๆ ก็ตามมากินกัน

เหมือนจะมากินได้ง่ายๆ แต่ภายในนั้นยังมีความซับซ้อนอยู่!!!

ความยากลำดับที่หนึ่งคือการเดินทางมาที่ร้านครับ ประมาณว่ามาจากถนนช้างม่อยก็ตรงมาเรื่อยๆ ครับ พอใกล้ๆ ถึงแยกศรีนครพิงค์แล้วก็เลี้ยวเข้าซอยตรงซอยก่อนถึงถนนยุโรปอะครับ (อ่านแล้วงงก็ดูตรงแผนที่ละกัน)


View ข้าวต้มกระดูกหมู เยาวราชเชียงใหม่ in a larger map

คือเชียงใหม่จะมีถนนเส้นนึงที่เชื่อมระหว่างวัดแสนฝางและสี่แยกศรีนครพิงค์/วัดนามธารี ได้มีการจัดการจราจรแปลกๆ ต่างกับถนนทั่วไป คือ เราจะเห็นเลนที่สวนกับเราอยู่ทางด้านซ้ายมือ และใครขับช้าให้ชิดขวา ซึ่งคล้ายๆ กับถนนในบางประเทศ ทางจขบ. ไม่ทราบชื่อแท้จริงของถนนนี้ (ถ้าจำไม่ผิดจะประมาณช้างม่อยตัดใหม่อะไรประมาณนี้) แต่ด้วยสภาพดังกล่าวและเพื่อความไฮโซ จึงขอตั้งชื่อว่าถนนยุโรปละกัน

สิ่งที่ยากลำดับต่อมาหลังจากหาร้านเจอคือการหาที่จอดรถครับ เพราะว่าซอยมันแคบมาก และสองฝั่งถนนด้านข้างก็มักจะมีรถจอดไว้อยู่แล้ว ถ้าเป็นมอไซก็จอดหน้าร้านได้ไม่มีปัญหา แต่ว่ารถยนต์แนะนำให้ไปจอดที่ถนนยุโรปแล้วเดินมาเอาแลดูจะง่ายปลอดภัยกว่า

เมื่อมาถึงหน้าร้านกันแล้ว

สิ่งที่ยากลำดับที่สามคือความอาร์ทของเจ้าของร้านครับ ทั้งเฮียและเจ้เจ้าของร้านเลย คือร้านเนี่ยจะเปิดตอน 18.00 น. พอดี คือใครมาก่อนก็ได้นะ แต่ก็นั่งรอไปจนถึงหกโมงเพลงชาติจบถึงจะเริ่มทำ, ส่วนเวลาปิดร้านไม่แน่นอน ส่วนมากก็ราวสี่ทุ่มกว่าๆ

พอเวลาผ่านไปใกล้ๆ หกโมงครึ่งคนก็เริ่มเต็มร้าน แถมเริ่มมีคนมาต่อคิวซื้อกลับบ้านด้วย เราสั่งไปตั้งนานแล้วก็ยังไม่ได้ซักที ไอ้ขายดีแล้วคนเยอะน่ะมันก็ใช่ แต่อีกปัจจัยคงเป็นเพราะร้านนี้ทำช้ามากกกกกกกกก เคยถามเจ้เจ้าของร้านว่าทำไมมันช้านัก เจ้แกตอบว่าอยู่ใกล้ของร้อนต้องเย็นๆ ไว้ (จังหวะนั้นกลัวแกสาดน้ำร้อนสวนมามากๆ) แต่ถ้าสังเกตดูจริงๆ เฮียเจ้าของร้านแกจะค่อยๆ บรรจงทำทีละถ้วยแล้วเสิร์ฟ

สิ่งที่ยากลำดับสี่คือ มากินร้านนี้ต้องดิ้นรนนิดนึง จะนั่งเป็นเจ้าขุนมูลนายไม่ได้ พวกน้ำชา/น้ำแข็งมีบริการให้ฟรีแต่ต้องไปตักเอง พวกเมนูต่างๆ ก็ดูที่ฝาผนังด้านข้างร้านเอง พอเลือกได้ก็ต้องเดินไปบอกข้างหน้าหรือเขียนใส่กระดาษให้ จะรอเจ้าของร้านมาถามถึงโต๊ะก็คงไม่ได้กินกัน ซึ่งถ้าเป็นพวกข้าวต้ม/เกาเหลาแนะนำให้เขียนลงในกระดาษข้างหน้า แต่ถ้าจะสั่งหมูเค็มหมูกรอบก็ปากเปล่ากับเจ้เจ้าของร้านได้เลย (แต่เค้ายกมาเสิร์ฟอาหารให้ที่โต๊ะอยู่นะ อิอิ)

หน้าร้านตอนทุ่มนิดๆ โต๊ะเต็ม+คนต่อคิวซื้อกลับบ้านเพียบ
เมนู+ราคาก็ดูที่ข้างฝาเอาเองนะจ๊ะ เลือกได้เต็มที่
เฮียแกค่อยๆ บรรจงทำทีละถ้วย ,, ช่วยใจเย็นๆ หน่อย

เอาวะ รอก็รอ

สุดยอดหมูกรอบระดับเวิล์ดคลาส + ซี่โครงเทพ

ถ้าหิวมากๆ ระหว่างรอ ที่ร้านก็ยังมีออเดิฟให้กินด้วย ซึ่งถ้ามาช่วงร้านเปิดใหม่ๆ ก็จะมีหมูเค็มให้กินด้วย โดยเราเลือกตักเองที่ถาดด้านหน้าร้าน วันนึงที่ร้านจะทำเพียงแค่ถาดเดียวเท่านั้น หมดแล้วก็หมดเลย (เท่าที่สังเกตไปหลังทุ่มก็ไม่ได้กินแล้ว) สนนราคาจานละ 40 บาท

ส่วนสิ่งที่เป็นไฮไลท์ของร้านตัวจริงคือหมูกรอบครับ คือแบบว่าอร่อยและลงตัวแบบหาที่เปรียบมิได้ เพราะที่นี่เค้าพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกส่วนชิ้นเนื้อที่เอามาทำหมูกรอบ คือเนื้อแน่นได้ที่ มันไม่เยอะมาก หนังไม่หนาหรือแข็งเกินไป จากนั้นก็เอาไปต้มจนหมูสุกทั่วได้ที่จึงนำไปทอด เค้าจะค่อยๆ บรรจงทอดให้หนังกรอบสม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้น จากนั้นจึงหั่นใส่จานเอามาจิ้มกินกับซีอิ๊วดำ หรือจะโยนใส่ในข้าวต้มก็ได้ ซึ่งความกรอบมันจะยังคงอยู่นานมากแม้ว่าจะแช่อยู่ในน้ำซุปก็ตาม

น่าจะเป็นหมูกรอบที่อร่อยที่สุดเจ้านึงที่ผมเคยกินมานะ!!!!

หมูเค็ม :: เค็มไปหน่อยถ้ากินเปล่า ถ้ากินกับข้าวต้มอร่อยมาก
หมูกรอบของที่ร้านครับ ,, เนื้อหมูสุกนิ่ม มันไม่เยอะ หนังกรอบได้ที่
จิ้มกินกับซีอิ๊วดำ ,, สุดยอดมากๆๆๆๆๆ ฟินไปถึงต่อมหมวกไต

ส่วนพวกข้าวต้มหรือเกาเหลาก็ต้องบอกว่าอร่อย พวกวัตถุดิบที่ร้านเลือกใช้ถือว่าดีมากๆ อย่างกระดูกหมูที่ร้านเค้าก็จะเลือกส่วนที่เป็นซี่โครง (เป็นส่วนที่เนื้อเยอะ กระดูกน้อย แทะง่าย) ต้มจนนุ่มพอดี, หรือพวกเครื่องในต่างๆ ที่ร้านเค้าก็ล้างได้ดีจนไม่มีกลิ่นเหม็นคาว แล้วก็ต้มจนนุ่มได้ที่ ลงตัวกับน้ำซุปกระดูกมากๆ ,, ไม่รู้จะสั่งอะไรก็ลองสั่งเกาเหลาหรือข้าวต้มรวมก็ได้ ส่วนเมนูโปรดผมคงเป็นเกาเหลาซี่โครง+กระเพาะกับข้าวเปล่าถ้วยนึง

ถ้าใส่พริกไทยเยอะๆ นี่ให้กลิ่น+รสชาติจะคล้ายๆ พวกก๋วยจั๊บน้ำใสที่เยาวราชมากๆ

ข้าวต้มรวม+หมูกรอบ อะแหล่มๆๆๆ
ส่วนของซี่โครงนี่เป็นอะไรที่ห้ามพลาดครับ ,, ขอย้ำอีกครั้ง
อ่า~ฟิน กินไม่หยุดเลยทีเดียว....

อิ่มแล้วก็ยังอยากกินอีกแฮะ 🙂

ที่มากินวันนี้

แม้ว่าจะต้องรอนาน+บริการตัวเองเยอะไปหน่อย แต่ว่าต้องชมความเอาใจใส่ในการเลือกวัตถุดิบและทำอาหารของที่ร้านนี้ ซึ่งทำให้อาหารแต่ละอย่างออกมาดีมากๆ ,, ข้าวต้มที่นี่อร่อยมาก หมูกรอบอร่อยมากๆๆๆๆๆ ส่วนหมูเค็มก็อร่อยนะแต่เค็มไปหน่อย ถ้าจะให้ดีต้องกินกับข้าวต้ม ปอเปี๊ยะสดกลางๆ สั่งมากินก็พอถูไถได้

หมูกรอบที่นี่อร่อยเวิลด์คลาสมากๆ ,, ห้ามพลาดครับ

อร่อยสมกับที่รอครับ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้ง้อ

ช่วงนี้ใกล้ปีใหม่ หลายคนต้องใช้จ่ายเยอะ ทั้งซื้อของฝากคนนั้นคนนี้ พาแฟนไปเลี้ยง เดินทางกลับบ้าน ,, เอาเป็นว่าช่วงนี้ผมจะพยายามหาพวกของกินบ้านๆ ราคาไม่ต้องแพงมากเท่าที่ผมรู้หรือมีคนพาผมไปกินเอามาแบ่งปันก็แล้วกัน

วันนี้เอาง่ายๆ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวครับ

เปลี่ยนบรรยากาศมากินก๋วยเตี๋ยวกันดีกว่า

คำชวนจากพี่ชาย

“เฮ้ย!! ไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวราชวัตรกัน”

หลังจากวางหูโทรศัพท์ ,, สิ่งที่ผมคิดอย่างแรกคือ ราชวัตรคืออะไรหว่า อยู่แถวไหนวะ
ส่วนสิ่งที่สองที่คิดคือ ทำไมต้องไปไกลขนาดนั้นวะ อร่อยเมพเหรอ
แต่ผมก็ตอบตกลงที่จะไปกินก๋วยเตี๋ยวครั้งนี้ครับ
ส่วนตัวผมเดินทางไปราชวัตรไม่เป็น ,, ก็เลยซ้อนมอไซพี่เค้าซิ่งไป ฮิ้วๆๆๆๆๆๆ

นั่งมอไซไปกินก๋วยเตี่๋ยว ,, แล่นฉิวววววว

และแล้วก็ถึงเป้าหมายเราครับกับร้านก๋วยเตี๋ยวเจง้อ ย่านราชวัตร เห็นหลายคนบอกว่าเป็นร้านเก่าแก่ที่ร้านเปิดมานานแล้วราวๆ 30-40 ปี ซึ่งลูกค้าก็เยอะแบบนี้ตลอดเวลา จนเมื่อก่อนมีช่วงนึงที่ลูกชายของเจ้าของร้านพยายามไปเปิดอีกสาขาเพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ว่าสาขาสองกลับต้องปิดกิจการไป เพราะมนต์ขลังแห่งลีลาการลวกก๋วยเตี๋ยวและบรรยากาศร้านแบบเพิงๆ หน่อยมันไม่ได้ ,, สุดท้าย มันก็มีอยู่สาขาเดียวนี้แหละ

ถึงหน้าร้านเจ้ง้อ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแล้ว

ถ้าเปรียบเทียบร้านเจ้ง้อเป็นแผนที่ ก็คงได้ประมาณนี้อะครับ ,, เค้าเรียกแถวๆ นี้ว่าราชวัตรอะครับ ถัดสถานีรถไฟสามเสนมาหน่อย จริงๆ มีคนบอกว่าแถวนี้มีร้านอาหารอร่อยๆ เยอะ และส่วนมากเป็นพวกร้านเก่าๆ เปิดมานานแล้ว อืมมมม น่าสนๆๆ คราวหน้าต้องมาลองๆ


View ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้ง้อ in a larger map

สั่งก๋วยเตี๋ยวกันเถิดพี่น้อง

เท่าที่สังเกตดูคนเยอะมากๆ แม้ว่าในร้านจะมีโต๊ะให้นั่งประมาณ 3-4 ที่ แต่โต๊ะเสริมนอกร้านประมาณ 10 กว่าโต๊ะก็มีคนมานั่งตลอด บางช่วงอาจมีเก้าอี้ดนตรีด้วยซ้ำ แถมยังมีคนมาสั่งใส่ถุงกลับบ้านอีกเป็นระยะๆๆ

โต๊ะเสริมหน้าร้าน คนนั่งเต็มเกือบตลอด

ซึ่งจากปริมาณลูกค้าที่เยอะ กับทีมงานการผลิตเพียงไม่กี่คน ทำให้ก๋วยเตี๋ยวรอนานระดับนึง ,, เอาเป็นว่า ถ้าชิมแล้วอร่อยหรือมีแนวโน้มว่าไม่อิ่มให้รีบสั่งต่อเลย เพราะถ้วยแรกผมรอเกือบๆ 20 นาทีได้ (แต่จริงๆ ถ้วยแรกที่ได้คือข้าวนะ รอสามนาทีเอง T T) โดย (เท่าที่จำได้) ร้านเปิดประมาณ 9 โมง แล้วก็จะขายไปเรื่อยๆ ประมาณบ่ายสองของก็จะหมดแล้ว

หลังจากรอมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง เกาเหลารวมที่สั่งไว้ก็มาแล้ว…

ข้าวมาเสิร์ฟก่อนเลย รอจนหายร้อน
มาแล้วคร้าบบบบบ เกาเหลารวมทุกอย่าง (เนื้อ)
น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้ง้อนี่มันแหล่มจริงๆ

หลังจากลองชิมดูผมว่ารสชาติถือว่าใช้ได้ เข้มข้นดี ออกแนวหวานหน่อยๆ คล้ายๆ ซุปของร้านสว่างอรุณเลยประมาณนั้น ,, ส่วนที่ผมว่าเด็ดๆ เลยก็มีใส้อ่อนที่ตุ๋นใส้ได้นิ่มและไม่มีกลิ่นเหม็นเลย และเนื้อเปื่อยที่ผมว่าเปื่อยกำลังได้ที่ มีพวกกลิ่นเครื่องเทศแทรกซึมไปตามเนื้อด้วย ซึ่งกินรวมๆ ทั้งน้ำซุปและเนื้อถือว่าเข้ากันดี ,, แต่ส่วนที่ผมไม่ค่อยชอบคือปอดอะ แอบมีกลิ่นนิดนึง

โกยเนื้อ+ลูกชิ้น+ใส้อ่อนขึ้นมาให้ดู
เนื้อกับกระเพาะ (และถั่วงอก)

ซัดโฮกทุกสิ่งอัน น้ำซุปเกลี้ยง

เมื่อคนมันยังไม่อิ่ม

และเนื่องจากความหิวและความอร่อย ผมเลยซัดถ้วยนี้รวดเร็วมาก คิดว่าเร็วกว่าระยะเวลาที่รอ..
และจนได้ ผมต้องสั่งถ้วยที่สอง ,, ฮว้ากกกกกกก รอเจ้แกทำกว่าจะเสร็จเป็นเส้นเล็กแห้งเนื้อ และกลัวจะหิวอีก ก็เลยสั่งพิเศษไปด้วย

เส้นเล็กแห้งชามที่สองของข้าพเจ้า

หลังจากคลุกเคล้าทุกส่วนให้สัมผัสกับซีอิ๊วหวานและเครื่องปรุงต่างๆ อย่างทั่วถึงแล้วลองชิมดู ,, อร่อยดีครับ รสชาติดูเข้ากันดีมันๆ นัวๆ ระหว่างเนื้อกับเส้น และชอบที่ให้เนื้อและให้เส้นเยอะดี เลยซัดไปซะเยอะเลย

วางเนื้อทั้งสดและเปื่อยแบบเต็มๆ ถ้วย
ปริมาณเส้นมหาศาล ,, ถ้าสั่งถ้วยนี้ตั้งแต่แรกคงพอดีๆ
เนื้อเปื่อย เนื้อสด เข้ากันกับเส้นดีมากๆ

พอกินใกล้จะหมด เริ่มจะอิ่ม…
คิดไปคิดมา อยากได้น้ำซุปของเกาเหลาอีก อร่อยดีจัง ,,
ไว้คราวหน้ามา จะสั่งรวดเดียวเลย จะได้กินก๋วยเตี๋ยว + ซุปเกาเหลาด้วย วะฮะฮ่า

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อโชคชัยสี่

หลังจากที่ผมได้ทำ blog กินก๋วยเตี๋ยวเนื้ออยู่หลายครั้ง
จนหลายๆ คนต้องการตัวผมไปพิสูจน์ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในหลายๆ ที่
วันนี้ผมมาตามคำเชิญของ @ahohey และ @pimoooo เพื่อมาพิสูจน์ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ 3 ร้านย่านโชคชัยสี่ครับ
ต้องยอมรับว่าผมไม่เคยไปแถวนี้มาก่อนเลย ทำให้การเดินทางครั้งนี้ดึงดูดและน่าค้นหาสำหรับผม

เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้

เพื่อความไม่สับสนผม ก็ต้องพึ่งพาแผนที่กันนิดนึงครับ
จากนั้นก็ลองปักหมุดไล่ร้านมาเลย ตั้งแต่ต้นซอย 23 จนถึงร้านสุดท้ายที่ซอย 53 ครับ


View ก๋วยเตี๋ยวโชคชัย 4 in a larger map

เอาเป็นว่า เริ่มกันเลยดีกว่าครับ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านแรก “สว่างอรุณ”

ร้านแรกชื่อสว่างอรุณ ตั้งอยู่ปากซอย 23 ติดถนนเลยครับ ตรงข้ามหมู่บ้าน จากแผนที่เป็นหมุดตัวสีน้ำเงินครับ
เป็นร้านที่หาไม่ยากครับ สังเกตง่ายๆ คนจะค่อนข้างเยอะตลอดจนต้องขยายโต๊ะมาหน้าร้านข้างๆ
ในร้านดูสะอาดดีครับ (แต่คนเต็ม เลยต้องมานั่งฟุตบาทหน้าร้านข้างๆ แทน)

หน้าร้านสว่างอรุณ

เมนูที่สั่งเป็นเกาเหลารวม เนื่องจากไม่ทราบว่าอะไรอร่อยบ้าง
ทีนี้ถ้วยที่สั่งมาก็เลยรวมจริงๆ ครับ เครื่องในเยอะกับอะไรไม่รู้ไปหน่อย
แต่ก็ดีครับ ใส่มาทั้งเอ็น ดอกจอก ปอด ส่วนเนื้อสดก็มีบ้าง แต่ไม่ค่อยจุใจ

เกาเหลาเนื้อรวมของร้านสว่างอรุณ
ดอกจอกในถ้วย

ราคาถ้วยละ 50 บาท กับปริมาณที่ได้ถือว่าเยอะใช้ได้ครับ
ถ้าคนทั่วไปคิดว่ากิน 1 ถ้วย + ข้าว 1 ถ้วย = อิ่มพอดีครับ
(แต่วันนี้ผมต้องกิน 3 ที่ เฮือกกก ^^)

ปริมาณต่อถ้วยถือว่าเยอะใช้ได้เลย

หลังจากชิม (ในปริมาณที่เรียกว่าแดก) แล้วส่วนตัวผมว่าพอใช้ครับ
ผมว่าซุปมันหวานไปหน่อย กลิ่นเนื้อในน้ำซุปถือว่าปานกลาง
ส่วนเครื่องในก็ต้มได้นุ่มดี ไม่มีกลิ่นคาว เอ็นก็ต้มได้จนนุ่ม เอาเหงือกกัดก็ขาดได้
เนื้อสดชิ้นใหญ่ นุ่ม และถือว่าอร่อยเลยทีเดียว ส่วนเนื้อเปี่อยถือว่ากลางๆ

เอ็นต้มเปื่อย อร่อยดีครับ
เนื้อสดนี่ผมว่าโอเคเลยนะ

ส่วนตัวร้านนี้ถือว่าโอเคครับ อร่อยปานกลาง แต่ก็ไม่ได้ตราตรึงมากนัก

ร้านที่สอง กับ “รส ชวนชิม”

ร้านนี้เป็นหมุดสีแดงนะครับ
ร้านอยู่หน้าปากซอย 43 ครับ สังเกตไม่ยากเท่าไหร่ครับ
โดยฝั่งนึงเป็นหม้อต้มก๋วยเตี๋ยวเนื้อ อีกฝั่งต้มก๋วยเตี๋ยวเป็ด

ร้านรส ชวนชิมครับ

ร้านนี้ที่เด็ด (เค้าบอกมา) คือหม้อไฟครับ งานนี้ก็เลยจัดหม้อไฟมาชุดนึง
หม้อนึงราคา 100 บาท ปริมาณ 4-5 คนกินกำลังพอดีครับ
ภายในหม้อมีแทบทุกอย่างครับ ทั้งเนื้อสด เปื่อย เครื่องใน เอ็น แล้วแยกผักมาในจาน ตักเติมเองตามใจ

หม้อไฟเนื้อเต็มแน่น

ส่วนตัวผมชอบกลิ่นและรสชาติของน้ำซุปร้านนี้มากกว่าสว่างอรุณนะ มันเข้าถึงและเข้มข้นกว่า
รวมทั้งรสชาติน้ำซุปที่ไม่หวานจนเกินไป และร้อนตลอดเวลา (จากความเป็นหม้อไฟ)

ภายในหม้อไฟ เนื้อ-เครื่องในทั้งนั้น

ส่วนเนื้อเปื่อยผมว่าคล้ายๆ กัน ส่วนเนื้อสดที่นี่จะออกแนวสุกและเหนียวไปหน่อย
ส่วนเครื่องในที่นี่ต้มคล้ายๆ กัน แต่ความหลากหลายน้อยกว่าที่สว่างอรุณ
ส่วนลูกชิ้นผมรู้สึกว่าอร่อยกว่าเช่นกัน

เนื้ออร่อยแซบมากกกกก

สองร้านถือว่าอร่อยใกล้ๆ กัน แต่ส่วนตัวผมชอบร้านนี้มากกว่าครับ

ร้านที่สาม “รสเยี่ยม”

ตอนนี้อิ่มใช้ได้แล้ว แต่ยังเหลืออีกร้านนึง เอาเป็นว่าลุยครับกับร้านที่ 3
ร้านนี้จากแผนที่คือหมุดสีเหลือง (ร้านบนสุด) หน้าปากซอย 53 ครับ เลยเซเว่นมานิดนึง

หน้าร้านลูกชิ้น รสเยี่ยมครับ

ร้านนี้จากกลิ่นไอจะออกแนวโปร่งๆ ครับ ไม่ได้เป็นเนื้ออบอวลเหมือนสองร้านที่ผ่านมา
พอมาถึงแล้วก็สั่งเกาเหลาเนื้อมาเลยครับ ที่ร้านมีแต่ลูกชิ้นเนื้อกับเนื้อสดเท่านั้น
เอาเป็นว่า เอามาเถอะครับ

เกาเหลาเนื้อสด-ลูกชิ้น

เห็นเกาเหลาตอนแรกแล้วคิดถึงช่วงที่เป็นเด็กๆ เลย ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสไรงี้
ช่างต่างกับสองร้านแรกอย่างสิ้นเชิง

น่ากินดีเหมือนกันนะครับ!!!

กับเกาเหลาเนื้อน้ำใสร้านนี้ผมว่ายังไม่ผ่านนะครับ แถมเนื้อก็ลวกสุกไปจนเหนียว
ส่วนลูกชิ้นที่ร้านผมว่าโอเคเลย อร่อยเท่าๆ กับร้านรสชวนชิม
จริงๆ ร้านแบบนี้มันต้องเส้นหมี่แห้ง แล้วเป็นเนื้อลวกโปะหน้า คู่กับซุปน้ำใสน่าจะเหมาะกว่า
สนนราคาเกาเหลาน้ำใส 30 บาทครับ

เนื้อสดแอบสุกไปหน่อย

หลังจากกินมาสามร้าน อยากบอกว่าอิ่มมากกก อิ่มได้อีก
จริงๆ ในโชคชัยสี่ยังมีอะไรน่ากินอีกมากมาย ไว้คราวหน้ามีโอกาส จะมาหาอะไรกินอีก

ที่มากินครั้งนี้

ก่อนอื่นต้องขอบคุณ @ahohey ที่เป็น navigator ชี้นำทางร้านอร่อยในครั้งนี้ และต้องขอบคุณ @pimoooo ที่เป็นผู้นำทางการเดินทางในครั้งนี้ครับ

สำหรัยทั้งสามร้าน ถ้าถามว่าอะไรอร่อยสุด มันตอบยาก เพราะแต่ละร้านก็มีข้อดีด้อยที่ต่างกัน
แถมรูปแบบที่มา เป็นถ้วยเป็นหม้อไฟ น้ำข้นและน้ำใส มันก็ยังต่างกันอีก เลยเทียบกันยาก
แต่ส่วนตัวผมประทับใจร้านรส ชวนชิมสุดนะ ผมว่ากลิ่นเนื้อมันเข้มข้นดี บรรยากาศร้านก็แนวๆ ดี
อีกอย่างบรรยากาศการกินหม้อไฟมันอร่อยกว่ากินถ้วยคนเดียวนะ
แต่ถ้าถามเรื่องเนื้อจริงๆ ยังสู้ร้านที่ผมเคยเขียนไว้ไม่ได้จริงๆ

ว่าแต่ ขึ้นชื่อ blog ก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่มีก๋วยเตี๋ยวเลยเนอะ ^^

เซี้ย vs ซิ่ว — พี่น้องเกาเหลาเนื้อ

ถ้าพูดถึงย่านเยาวราช หลายๆ คนจะคิดถึงอะไรกันบ้าง
ย่านเศรษฐกิจที่สำคัญ, ร้านทอง, ซอยเยอะๆ, รถติดๆ, คนจีนเยอะๆ, ของกินต่างๆ, ฯลฯ

ร้านรวงตามซอยย่านเยาวราช

สำหรับผม ที่นี่อุดมไปด้วยร้านอาหารชั้นยอดมากมาย ทั้งหรูหรา และแบบบ้านๆ
แต่วันนี้ร้านที่จะพาไป ไม่ใช่ร้านอะไรที่มันหรูมากนะครับ
แต่เป็นร้านเกาเหลาที่ดูธรรมดาๆ แต่รสชาติสุดยอดมากครับ

สุดยอดร้านเกาเหลาทั้งสองร้าน

ร้านทั้งสองมีชื่อว่า ซิ่ว และ เซี้ย ครับ
เคยมีลุงของผมเล่า(ไม่รู้อำหรือเปล่า)ว่า
เมื่อก่อนทั้งสองเป็นร้านเดียวกัน ตำรับเดียวกัน ทำโดยพี่น้องคู่นึง
จนวันนึง เกิดเรื่องอะไรสักอย่างที่ไม่ลงตัวของทั้งสอง ทำให้พี่น้องต้องเปิดแยกกันเป็น 2 ร้าน
อีกกระแส (อาอีกคนเล่า) ประมาณเมื่อก่อนคนนึงเป็นเจ้านาย อีกคนเป็นลูกน้อง แล้วต่อมาลูกน้องก็แยกออกมาทำเอง

สุดยอดเกาเหลาเนื้อครับ อร่อยได้อีกอะ

ไม่ว่าจะมีเรื่องราวในอดีตอย่างไร
สุดท้ายมันก็คือร้านซิ่วและร้านเซี้ยนี่แหละครับ


View ซิ่ว – เซี้ย in a larger map

เราลองไปดูแต่ละร้านเลยดีกว่า

ร้านซิ่วก่อนละกัน

ร้านซิ่วอยู่ถนนบริพัตร ฝั่งตรงข้ามสะพานเหล็กแล้ว ซอยที่ตรงข้ามเป็นศูนย์เพชร
พอเดินเข้ามาเรื่อยๆ ประมาณ 50 เมตร ก็จะเจอตรอกหิรัญ ตรงนั้นแหละครับ
อธิบายไม่ถูกอะครับ ดูตามแผนที่ข้างบนละกัน

ส่วนถ้าเดินมาเรื่อยหน้าร้านเค้าก็จะมีป้ายครับ

หน้าร้านซิ่วเนื้อวัว

บรรยากาศร้านจะออกแนวฮาร์ดคอร์นิดนึงครับ
อารมณ์ข้างทางนิดๆ ร้านข้างๆ มีซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ มีกลิ่นน้ำมันเครื่องบ้าง กลิ่นสีบ้าง

อาาาา,, เข้าถึงวิถีชีวิตชาวบ้านดีครับ เข้าถึง เข้าถึง

บรรยากาศโต๊ะ เก้าที้ที่ร้าน

ร้านเปิดตั้งแต่ประมาณ 10 โมงครับ ส่วนมากขายหมดประมาณบ่ายนิด
ปกติคนเยอะ และยิ่งวันเสาร์คนจะเยอะมากครับ บางเสาร์เที่ยงก็จะไม่เหลืออะไรแล้ว
ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับผมในการมากินมาก เพราะที่พักผมอยู่ค่อนข้างห่างจากร้านมากๆ
ส่วนวันอาทิตย์ไม่เปิด

มาตอนเที่ยงก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว

ถ้าใครจะไปแนะนำว่าให้โทรไปก่อนนะครับ ที่ 0860124524

ที่มีในร้านจะเป็นเนื้อวัวทุกรายการนะครับ มีทั้งเกาเหลา ก๋วยเตี๋ยว ข้าวเปล่า
เนื้อก็มีเนื้อกรอบ(น่องลาย) เปื่อย(สามชั้น) โกเบ(มีบางวัน) เนื้อสด ขี้ริ้ว และเครื่องในต่างๆ
โดยสนนราคาก๋วยเตี๋ยวประมาณ 40 บาท (ปกติกินแต่เกาเหลา)
ส่วนเกาเหลาเริ่มที่ 60 80 100 120 ครับ
ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อและปริมาณครับ

เกาเหลาที่สั่งมาแล้ว!!!

ขอเริ่มต้นที่เนื้อน่องลายก่อนเลยนะครับ ถือว่าอร่อยมาก
เนื้อกรอบ เคี้ยวจะกรุบๆ นิดๆ เคี้ยวแล้วกำลังมันพอดี ส่วนตัวชอบมาก
มันบอกไม่ถูก เหมือนมีความลงตัวอยู่ภายใน

สุดยอดเนื้อกรอบครับ

ส่วนคราวนี้มาดูเนื้อเปื่อยบ้าง ซึ่งเป็นส่วนของเนื้อที่ได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดี
เนื้อเปื่อยจะติดมันนิดๆ นะครับ แต่ก็อร่อยและนุ่มมาก นุ่มกว่าหมูตุ๋นบางร้านอีก

เนื้อเปื่อยครับ นุ่มและหอมมาก

ยิ่งกินคู่กับน้ำซุปเนื้อร้อนๆ กลิ่นหอมๆ ที่เคี่ยวมาอย่างดี
แล้วข้าวสวยเม็ดงามๆ ร้อนๆ ด้วยแล้วละก็,,, สุดยอดมากครับ

เฮือก!!! เนื้อนุ่มมาก พระเจ้าช่วย

น่ากินไหมครับ,,, ยังไม่หมดครับ เหลืออีกร้านนึง

ถึงตาเซี้ยบ้างแล้ว

ร้านนี้อยู่ที่ตลาดปีระกาครับ ภายในเวิ้งนครเกษม ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับร้านซิ่ว
ลองดูตามแผนที่ข้างบนได้ครับ หรือถ้าหาไม่เจอถามคนแถวนั้นก็รู้จักครับ
เปิดทุกวันเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 0830-1400 น (มาเกินเที่ยงก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว)
โทรมาก่อนได้ครับที่ 026224765

หน้าร้านเซี้ย

ลืมบอกว่าทั้งร้านมีแต่เกาเหลานะครับ อย่าไปสั่งเส้นเล็กหรืออะไรทั้งนั้น
ส่วนเนื้อก็คล้ายๆ กับร้านซิ่วแหละครับคือเนื้อกรอบ เปื่อย โกเบ เนื้อสด ขและเครื่องในต่างๆ
เกาเหลามีหลายราคาครับ ตั้งแต่ 60 บาทขึ้นไป ไปจนถึงร้อยกว่าบาท

ลีลาเฮียเจ้าของร้านทำเกาเกลา

สถาพร้านจะประมาณ open air นิดนึง อยู่กลางตลาด แต่มีหลังคากันฝนได้
ร้านรอบๆ ก็มีขายเครื่องจักร เครื่องคนตรี โอย ,,, เยอะ เข้ากับบรรยากาศมาก
,,,ตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าเข้ามา กลิ่นของเนื้อก็หอมแตะจมูกมาแต่ไกล

และแล้ว จนเกาเหลาที่ผมสั่งก็มา กลิ่นหอมไม่แพ้กันเลย เหมือนร้านซิ่วมากๆๆๆ

นี่มัน,, เกาเหลาเนื้อของผมนี่นา

ต่อมาเราลากเนื้อแต่ละส่วนมาดูกันเลย เริ่มที่เนื้อกรอบ (หรือน่องลายสด)
ส่วนตัวผมว่าอร่อยดี ลวกได้ที่มากๆ เข้ากันกับน้ำซุปดีมาก

เนื้อสดอร่อยมากครับ เฮือกกกก!!

ต่อมาเป็นเนื้อเปื่อย ต้มกันซะโคตรเปื่อยยิ่งกว่าเนื้อหมู
จังหวะที่เข้าปากแล้วสัมผัสถึงความนุ่ม แต่ก็ยังมีความเหนียวของเนื้อให้เราเคี้ยว
เนื้อเปื่อยติดมันไม่เยอะเกินไป และหั่นเนื้อขนาดพอดีคำ

อันนี้ทีของเนื้อเปื่อยบ้าง

กินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วอร่อยโคตร

เนื้อเปื่อยกับข้าวสวยร้อนๆ

ส่วนเนื้อสด ที่เด็ดของร้านคือการลวกเนื้อครับ
ความสุกของมันพอดีมาก รอบนอกสุก แต่ตรงกลางกำลังกรุ้มกริ่ม
ทำให้เนื้อยังมีกลิ่นเนื้ออยู่ ไม่เหนียวกระด้างเกิน เคี้ยวไปแล้วเทพมาก
เข้าคู่กับน้ำซุปมากๆ ไม่มีกลิ่นคาวของเนื้อเหลืออยู่เลย

เนื้อสดอร่อยมากครับ

อร่อยเหนือคำบรรยายครับ

ไหนๆ ลองเปรียบเทียบทั้งสองร้านดู

ส่วนตัวเท่าที่ผมลองสัมผัสมแล้วทั้ง 2 ร้าน ผมว่ามันเหมือนกันมากๆ
ทั้งเทคนิคการลวกเนื้อที่ใกล้เคียงกัน ผักที่ใช้ใส่ กลิ่นของน้ำซุปก็ใกล้เคียงกัน
รวมทั้งจำนวนคนที่มากินด้วย ก็เยอะพอๆ กัน
ถ้าเปรียบเทียบกันตรงๆ คงไม่มีใครเหนือใคร
อย่างถ้าเทียบเป็นจุดเลย ตามความคิดผมนะครับ

  • ร้านเซี้ยผมว่าน้ำซุปยังเข้มข้นน้องกว่าซิ่วนิดนึง
  • การลวกเนื้อสดของร้านเซี้ยดีกว่านิดนึง
  • เนื้อร้านซิ่วจะหั่นชิ้นใหญ่กว่า ซึ่งมันพอดีคำผม
  • ที่ร้านซิ่วบางวันถ้าข้างบ้านทำมอเตอร์ไซอาจมีกลิ่นสีลอยมากวนได้

แต่สิ่งที่ต้องทำเหมือนกันคือ เมื่อมานั่งโต๊ะ ต้องเทซีอิ้วครับ
ซี่งจริงๆ มันก็เป็นซีอิ้วซักสูตรนึงของตราเด็กสมบูรณ์นี่แหละ
แต่ที่ต้องเลยเพราะพอเติมซีอิ้วอีกช้อนลงถ้วย รสชาติของน้ำซุปจะเปลี่ยนไปเหมือนเวทย์มนต์

ซีอิ๊วเวทมนต์

ใครไม่เชื่อให้ลองชิมก่อนใส่ซีอิ้วและหลังใส่ซีอิ้ว มันเหมือนน้ำซุปคนละถ้วยเลย
ความเข้มข้นมันเพิ่มขึ้น ความหอมมันเย้ายวนขึ้นมาก แต่กลับไม่เค็มอย่างที่คิด

ไม่น่าเชื่อ ว่านี่คือเนื้อ อร่อยจริงๆ พับผ่าสิ
อ้าวเฮ้ย เผลอแป๊บเดียว………. ขออีกถ้วยครับ ^^

หมดถ้วยแล้ว ต่ออีกถ้วยเลย

เป็นอีกสองร้านที่ไม่สมควรพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คลั่งเนื้อวัวทั้งหลาย

บทเสริมเรื่องการจอดรถและเดินทาง

การที่จะมากินทั้ง 2 ร้านนี้ แนะนำให้มาโดยรถโดยสารสาธารณะจะดีกว่าครับ
เพราะหากท่านมาโดยรถยนต์อาจไม่สะดวกนัก โดยเฉพาะเรื่องที่จอดรถ

  • ร้านซิ่วถ้าจะจอด สามารถจอดหน้าร้านได้ แต่ควรระวังตำรวจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นป้ายห้ามจอดทั้งแนว แต่ลองถามเฮียเจ้าของร้านดูก่อนได้ครับ หรือไม่ก็จอดตามแนวตรอกต่างๆ ซึ่งไม่แนะนำ เพราะแคบและมักมีเจ้าถิ่นอยู่แล้ว
  • ส่วนร้านเซี้ยก็ควรหาที่จอดข้างนอกครับ แล้วเดินเข้ามายังเวิ้งครับ เพราะซอยมันเวิ้งแคบจริงๆ แถมยังมีรถสัญจรตลอด ตำรวจผ่านประจำ ถ้าจอดขวางอาจเกิดอุบัติเหตุได้
  • ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์มาเอง อันนี้แล้วแต่สะดวกครับ จอดแถวๆ ร้านได้ทั้งคู่ แต่พกหมวกกันน้อคมาด้วย (พกแล้วใส่ด้วยนะ)