หมูทอดเจ้จง

หลังจากที่ช่วงนี้หลายๆ สื่อพร้อมใจกันตีแผ่ร้านหมูทอดเจ้จงจนดัง
ผมก็อยากรู้บ้างว่ามันดังอย่างไร อร่อยจริงเหรอ มีทีเด็ดตรงไหน
วันนี้เลยตามมาพิสูจน์ร้านหมูเจ้จงครับ ร้านที่ถือเป็นเซเลบอยู่ในเวลานี้

ร้านหมูทอดเจ้จงที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาว์นในขณะนี้

กว่าจะได้มาก็ลำบากเหมือนกัน

แอบโชคดีที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้จงก่อนทาง twitter ก่อน
ซึ่งเป็นดังคาดจริงๆ เพราะทีแรกจะไปวันพ่อแล้วแต่เจ้บอกร้านเจ้ปิด (เพราะถ้าไปแล้วร้านปิดแล้วนี่คงเซ็งมากๆ)
สุดท้ายก็เลยไปวันรัฐธรรมนูญแทน อะฮิๆๆๆ

โชคดีที่ได้คุยกับเจ้จงก่อนนะเนี่ย

แนะนำช่องทางการติดต่อกับร้านเจ้จงนิดนึง ซึ่งเจ้แกเล่นหมดทั้ง twitter และ facebook แถมเล่นเองด้วย … หรือไม่เล่น Social network ก็โทรไปร้านละกันนะครับ ที่ 0830132574

หลังจากรับทราบว่าร้านเจ้จงอยู่พระรามสี่ก็คิดปวดหัวตุบตับอยู่นาน เพราะไกลจากที่อยู่ผมเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน


View หมูทอดเจ้จง in a larger map

ถ้าดูแผนที่แล้วงงๆ ร้านเจ้จงอยู่หลังโลตัสพระรามสี่ (ไอ้โลตัสที่อยู่ตรงข้ามกับคาร์ฟูร์อะ) เดินออกจากประตูหลังโลตัสแล้วเลี้ยวซ้ายนิดนึง ก็จะเห็นร้านเจ้ตั้งเด่นเป็นสง่า รับรองมองเห็นแน่นอน เพราะมีป้ายผ้าใบติดเต็มชั้น 2 ของร้าน

ทางเข้าร้านเจ้จง (เข้าจากทางโลตัสพระรามสี่)
หน้าร้านหมูทอดเจ้จงครับ ,, ถึงแล้วๆๆๆๆ

คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

เท่าที่เคยเห็นจากทีวีและรูปจากหลายๆ ที่แล้ว ผมก็เกรงจะหวั่นใจว่าจะต้องยืนต่อคิวนานเหมือนคริสปี้ครีม ,, แต่อาจเพราะวันนี้เองเป็นวันหยุดด้วย หรือไม่ก็อาจมาไม่สายมาก คนเลยยังไม่เยอะอย่างที่เคยเห็น (แต่ผมว่าถ้าเทียบกับร้านข้าวแกงก็ถือว่าเยอะมาก)

น้องเค้ายืนหั่นหมูได้มันโคตรๆ
รอคิวไม่นานมาก เย่ๆๆ ใกล้ถึงละ

ก่อนที่จะถึงที่เราสั่งแนะนำว่าให้เล็งๆ ดูก่อนว่าเราอยากกินอะไรนะครับ
หลักๆ ก็คงมีหมูทอดยืนพื้น ส่วนกับอื่นๆ ก็เลือกเอาตามความต้องการละกันครับ

มีกับให้เลือกเยอะจริงอะไรจริง -_-a
เลือกกินกันได้ตามอัธยาศัยครับ
กับอื่นๆ เยอะจริงๆ ,, อย่าลืมสั่งหมูทอดด้วยนะครับ

ลืมบอกว่าเดี๋ยวนี้เจ้จงรับ Delivery แล้วนะครับ สนใจลองโทรถามดูได้,, แต่ผมว่าถ้าไม่ได้มาต่อคิวมันก็ขาดมนต์ขลังแฮะ

ทีเด็ดแห่งร้านเจ้จง

หลังจากได้ข้าวได้กับแล้ว ก็หาที่นั่งครับ ยอมรับว่าในร้านคนแน่นมากยังกะแจกฟรี
เดินวนหลายรอบ หาตั้งนานกว่าจะได้ที่นั่ง ,, ถ้ามาหลายคนแล้วอารมณ์อยากนั่งติดกันนี่ลำบากนิดนึง

คนเยอะจริงๆ นั่งพื้นกินเลยดีมั้ย
ในร้านก็คนเยอะ ,, นอกร้านก็ต่อคิวกันเพียบ

แต่ที่เด็ดคือ เจ้จงกำลังร้องเพลง ,, อารมณ์มีเครื่องเสียงส่วนตัว ร้องแบบไม่แคร์สื่อใดๆ
เข้าใจทันทีว่าทำไมวันนี้คนถึงน้อย ฮาๆๆๆ (แซวเล่นนะครับ -/\-)

เจ้จงร้องเพลงกับน้องชาย ,, แหล่มมากมาย

ซึ่งผมก็ได้ทำตามที่กล่าวไว้ว่าจะเอาวิดีโอเจ้ร้องเพลงมาลงบล๊อกผม เชิญชมได้ ,, อะฮิๆๆ
(ต้องการดูระบบ HD ไปดูใน Youtube เองละกันนะ ,, แต่ภาพคมมากๆ)

แม้เสียงเจ้อาจไม่เริ่ดเหมือนเดอะสตาร์ แต่ผมชอบจุดนี้มากเลยนะ ,, อารมณ์มันก็บันเทิงจากการฟังเพลงส่วนนึง บวกกับตลกกับที่เจ้เล่นมุขเป็นระยะ (ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บวกกับเจ้จะชอบเล่าเรื่องต่างๆ เช่นประวัติร้านเอย ได้ไปออกรายการนั้นรายการนี้มา เล่าเรื่องสัพพเพเหระ เรื่องลูกเรื่องผัว ฯลฯ ,, ในจุดนี้มันช่วยผ่อนคลายอารมณ์คนรอคิวซื้อรอคิวนั่งได้เยอะเลยนะ

แต่ที่ดีใจที่ดีสุด เจ้จงจำผมได้ด้วยว่ามาจาก twitter !!! เย่ๆๆๆๆ เจ้ก็เลยเลี้ยงโค้กขวดนึง

โค้กขวดนี้ กับโทษฐานที่เรารู้จักกัน

ผมก็เลยไปช่วยเจ้จงร้องเพลงซักหน่อย อะฮิๆๆๆ (ไม่มีคลิปนะครับ)

แอบถือโอการช่วยเจ้ร้องเพลง ,, ลูกค้าหายเยอะกว่าเดิม -_-a
แอบถ่ายรูปคู่กับเจ้ซักหน่อย (มีคนบอกหน้าเหมือนกันด้วย -_-a)

เข้าเรื่องอาหารบ้างดีกว่า

หลังจากที่ได้ข้าวกับที่นั่งแล้วคือ ตักผักครับ (หรือใครจะขอข้าวเพิ่มก็ไปได้นะ) ส่วนมากเป็นผักสดนะ ในจุดนี้มีผักให้เลือกเยอะมากๆ อารมณ์สลัดบาร์ร้านเจ้จงเลยอะไรแบบนั่น

มีบริการตักผักแบบเลือกไม่อั้น ถ้าจานข้าวไม่พอมีจานเปล่าให้ด้วย

แต่สลัดบาร์ที่นี่แม้จะไม่มีน้ำสลัด แต่ก็มีน้ำพริกและน้ำจิ้ม ,, แถมถ้าไม่อิ่มมีกล้วยน้ำว้าด้วย
กะว่า ใครที่มาร้านเจ้จงแล้ว ถ้าไม่อิ่มจริงไม่ได้ออกนอกร้าน

น้ำพริกเอามากินกับผักที่ตักมาจากสลัดบาร์ (สังเกตจานข้าวด้านหลังถ้วยน้ำจิ้ม)
กล้วยน้ำว้าและน้ำจิ้มต่างๆ ครับ ,, เลือกเติมได้ตามใจ

เท่าที่สังเกตลูกค้าที่มากินร้านหมูทอดเจ้จงจะมีประมาณสองสามแบบ

  • แบบแรกเป็นพวก มากินแบบกะอิ่ม บางทีเหมือนกับว่าวันนี้มากินข้าวมื้อเดียวหรือเปล่า จัดเยอะมากๆ กับก็หน่อยนึง แต่ข้าวเยอะมาก แถมผักจิ้ม ตักน้ำพริก ซัดกล้วยน้ำว้าอีก ,,, เห็นร้านเจ้ยิ่งกว่าบุฟเฟ่ต์อีกซะงั้น
  • อีกแบบเป็นพวกตามกระแส คล้ายๆ ผม มาลองชิมนั่นชิมนี่ดู สังเกตพวกนี้จะเป็นแนววัยรุ่นๆ มีถ่ายรูปอัพเฟสบุ๊กอวดเพื่อนๆ อะไรแบบนี้ ประมาณว้ายหมูทอดอะไรไม่เคยรู้จัก ขอถ่ายรูปหน่อยนิดนึง ถ่ายเสร็จก็เอาเก็บไว้เผื่อหิวก็เอามาเปิดดู ,, อ้าาา อิ่มจังเลย
  • อีกพวกเป็นชนหมู่มากในร้านเจ้จง แนวมากินตามปกติ ทั้งแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจมา ส่วนมากเป็นพวกพนักงานบริษัท พวกนี้มักจะมีการฝากซื้อ อาจเป็นแพกเกจแบบหมูล้วน หรือเอามาพร้อมข้าวและผักกับทั่วๆ ไป
  • สุดท้ายเป็นพวกซื้อกลับ (ไม่แน่ใจว่าไม่มีที่นั่งด้วยหรือเปล่า) รวมทั้งพี่ๆ แมสเซนเจอร์ ,, ซึ่งคนที่กินแม้ได้รับรู้ความอร่อยทางลิ้น แต่ขาดความสนุกในการต่อคิวและบรรยากาศที่ร้าน อารมณ์ซื้อคริสปี้ครีมมือสองที่เอามาขายตามเสารถไฟฟ้าสยาม แนะนำว่าควรลองมาจั่วหมูทอดเองที่ร้านเจ้จงสักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดี

เข้าเรื่องหมูทอดบ้างดีกว่า

หลังจากที่ตักผักตักข้าวได้เนื้อได้น้ำได้ที่นั่งอะไรครบแล้ว ก็มากินกันดีกว่า

จานนี้ของผมเองครับ

ขออนุญาตรำลึกความหลังของน้องหมูก่อนที่จะมาทอดนิดนึงครับ…เพราะกว่าที่จะมาเป็นหมูทอด ผมก็ขออนุญาตเจ้เข้าไปถ่ายรูปทีมงานกำลังเตรียมหมูและทอดหมูกัน ซึ่งหมูที่ถูกเลือกมาอย่างดีจะผ่านการหมักและเอาชุบแป้งที่ผ่านการปรุงรสแล้ว แล้วจึงนำไปทอดกับน้ำมันที่เปลี่ยนกันวันต่อวัน ,, ถ้าใครสนใจเจ้เค้ามีสอนทำหมูทอดนะ (ลองติดต่อตาม contact ด้านบน)

หมูชุบแป้งทอดอย่างเมพ!!
ทอดหมูวันนึงนี่เยอะมากๆ เลยนะเนี่ย

จริงๆ เจ้แกเล่าว่า หมูทอดจริงๆ ก็เป็นหมูธรรมดาที่ซื้อตามท้องตลาดทั่วๆ ไป ซึ่งลูกเจ้ก็ชอบกินหมูทอดมาก แต่ทีนี้หมูทอดที่กทม. ทั่วไปก็คือเอาหมูหมักๆ แล้วก็ไปทอดเลย ,, แต่เจ้แกเกิดไอเดียว่าเอาหมูไปชุบแป้งดูก่อนแล้วค่อยเอาไปทอดอีกทีนึง จากนั้นก็มีการพัฒนาปรับสูตรนิดหน่อยจนได้หมูทอดจงคัตสึที่เรามาชิมกันวันนี้นี่เอง

กองหมูทอดจงคัตสึสีทองที่ทอดสุกอย่างดี พร้อมหั่นและเสิร์ฟแก่ทุกๆ คน

เท่าที่ลองชิม ผมว่าหมูทอดจงคัตสึของเจ้จงอร่อยดีนะ
รสชาติหมูทอดเจ้ประมาณหมูทอดเชียงใหม่เลย กินแล้วคิดถึงบ้านตะหงิดๆ

อร่อยเลยทีเดียว กับหมูทอดร้านเจ้จง

แม้รสชาติหมูและราคาที่ไม่แพงเกินไปจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้คนมาอุดหนุนร้านเจ้เยอะ แต่ลีลาของเจ้ทั้งเติมข้าวเติมผักฟรี มีน้ำพริกมาบริการ แถมยังสร้างความบันเทิงได้อีก ทั้งพูดทั้งร้อง ในจุดนี้ผมว่าเป็นอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านและทำให้ลูกค้าชอบนะ

มื้อนี้ ซัดไปอิ่มมากครับ

ติดใจทั้งรสชาติหมูทอดและลีลา(ร้องเพลง)ของเจ้จง
รับรองว่าผ่านมาแถวนี้ ผมไม่พลาดแวะที่นี่แน่นอน (ขอเจ้อย่าลืมผมก็แล้วกัน 🙂 )

Tako House

หลังจากที่ร่อนไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นมาทั่ว ร้านที่ดีก็มาก ที่ไม่ได้เรื่องก็มี
แต่ที่สังเกตคือ อาหารแพง และคนทำส่วนมากจะไม่ใช่คนญี่ปุ่น

ทาโกยากิร้อนๆๆๆๆ น่ากิน

แต่วันนี้มีอีกร้านที่จะมาแนะนำครับ เป็นร้านอาหารที่เปิดโดยคนญี่ปุ่นแท้ๆ ชื่อ ร้านทาโกะเฮ้าส์ (Tako House)

ที่มาที่ไปของร้านนี้

ร้านนี้ผมได้รับการเชื้อเชิญครั้งแรกโดย @lingjaidee ครับ
พี่ลิงใจดีเล่าว่า(เท่าที่จับใจความได้) ร้านนี้เป็นร้านที่มีต้นกำเนิดจากสามี(ญี่ปุ่น)กับภรรยา(คนไทยไปญี่ปุ่น)
สองคนนี้หลังจากแต่งงานกันก็ย้ายไปญี่ปุ่นนานๆๆ ครับ จากนั้นจึงกลับมาเมืองไทยอีกครั้งประมาณสามปีก่อน
แกก็เอาวิชาอาหารญี่ปุ่นมาเปิดร้านเล็กๆ หลัง Jusco รัชดาฯ ครับ
วิธีการมาก็ไม่ยากครับ เดินทะลุลานจอดรถมา ทะลุตัว Jusco มา เดินตรงเข้าซอยนิดๆ ก็เห็นร้านแล้วครับ
ถ้าหลงทาง เราก็จัดเบอร์โทรไว้ให้ครับ ที่ 087-5143558 ร้านเปิดทุกวันนะครับ ตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น
(คืนก่อนไปมีลูกค้ามานั่งเรื่อยๆ ร้านก็อาจปิดเลทหน่อยได้นะครับ)


View Tako House in a larger map

แรกๆ ร้านนี้เปิดเป็นร้านเพิงเปิดสองห้อง ทำอาหารญี่ปุ่นขายได้เรื่อยๆ ถึงขั้นดี จึงต้องการพัฒนากิจการบ้างไรบ้าง
เลยตั้งใจทำเป็นห้องปิดติดแอร์อย่างดี แต่กลับถูกบีบและขึ้นค่าเช่า ทำให้ต้องเปิดเหลือห้องเดียว
ฟังดูเหมือนกับนิยายโอชินของคนสู้ชีวิตแท้ๆๆๆ ต้องต่อสู้กับเจ้าของที่ให้เช่า T T

ร้าน Tako house ครับ เน้นๆ ทาโกยากิ

เข้าร้านกันเถอะครับ

หลังจากเข้ามาในร้าน บรรยากาศร้านจะเป็นร้านเล็กๆ ครับ แรกเปิดประตูก็จะเห็นเตาทาโกยากิขนาดใหญ่
พี่ลิงแกว่านี่อิมพอร์ทมาจากโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นเลยนะเฟร้ยยยยยย

บรรยากาศเตาทาโกยากิอิมพอร์ท

ข้างในนั่งได้ 3-4 โต๊ะ แถมมีภาษาญี่ปุ่นลอยไปลอยมาเต็มร้าน บรรยากาศญี่ปุ่นมากๆ
แรกๆ เข้าไปแล้วก็จะงงๆ หน่อยครับ แต่คุณภรรยาเจ้าของร้านดีมากๆ ครับ เข้ามาชวนคุย แนะนำเมนู
ซึ่งเมนูติดหราอยู่ที่ผนัง เอิ่ม ใหญ่มากครับ สังเกตราคาปานกลาง ไม่แพงมาก มีทั้งของกินเล่นกินจริง
นอกจากนั้นอาจมีเมนูสเปเชี่ยลแต่ละช่วง ซึ่งคุณภรรยาจะมาแนะนำให้ด้วย น่ารักมากๆๆๆๆ

บรรยากาศมุมญี่ปุ่นของร้าน
เมนูที่ร้านครับ

งั้นเรามาสั่งกันเลยดีกว่า แนะนำว่าร้านนี้สั่งแล้วอาจช้านิดนึงนะครับ

สิ่งที่ผมชอบร้านนี้มากๆ คือความเป็นกันเอง เราเดินไปดูเค้าทำได้ ถ่ายรูปได้ เจ้าของชวนคุยตลอด ชวนหิวๆ
ถ้าคุยญี่ปุ่นได้นี่จะเริ่ดมาก เพราะจะคุยกับคนอื่นๆ ในร้านได้ด้วย โดยเฉพาะคุณสามีที่เป็นชาวญี่ปุ่น

ทำอาหารให้ดูกันเห็นๆ เลยทีเดียว
ทาโกยากิ กลิ่นหอมน่ากินมากๆ

จริงๆ นะ บรรยากาศมากินข้าวบ้านเพื่อน สบายๆ
มีแม่มาชวนคุย แนะนำอาหารเป็นกันเอง แถมไปดูแม่ทำกับข้าวก็ได้ อยากได้อะไรหยิบเอง เดินเพ่นพ่านได้สบายๆ

เริ่มเปิดด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย

และแล้ว… จานแรกก็มาแล้วครับ ผมไม่รู้จัก… ให้อารมณ์เหมือนพิซซ่าญี่ปุ่นปนแพนเค้กแฮะ แต่หอมกว่า
แต่เห็นผู้ร่วมทริปอีกท่าน คือ @sickbear เรียกมันว่า “Kyabetsuyaki” (พยายามฟังพี่แกหลายทีแต่ไม่รู้เรื่องจริงๆ)

พี่ @sickybear เรียกมันว่า Kyabetsuyaki

อร่อยดีครับ โดยเฉพาะตอนกินร้อนๆ หอมมาก
อารมณ์รสชาติคล้ายๆ Okonomiyaki แต่องค์ประกอบส่วนมากจะเป็นไข่ชั้นล่าง
ชั้นกลางเป็นผักและหอมใหญ่และหมู ส่วนชั้นบนเป็นซอสราดมายองเนส อร่อยเมพพพพพ
รสชาติอบอุ่นมากครับ หอมหวานและติดตรึงในความทรงจำเหลือเกิน

ประทับใจ Kyabetsuyaki

และแล้ว ทาโกยากิก็มาครับ…
หลังจากสั่งไป ก็มีกลิ่นหอมยั่วมาตลอด แถมรอนานนิดๆ เพราะเค้าทำใหม่ทุกครั้งที่เราสั่ง ไม่ได้เอาของเก่ามาอุ่นใหม่
และแล้ว,, ทาโกยากิร้อนๆ ก็มาครับ จานนึงมีแปดลูก กลิ่นหอมดีครับ

Takoyaki ที่สั่งมาแล้วครับ

แม้จะหิวมากมายแค่ไหน ก็อย่าได้ริอาจกระโจนเข้าใส่มันเร็วเกินไป เพราะมันร้อนมากๆๆๆๆๆ
เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ทาโกยากิอร่อยไม่เลวแฮะ

ต่อมาก็เป็นข้าวปั้นอินาริครับ ชุดนึงมีสามคำ
เป็นข้าวปั้นห่อฟองเต้าหู้ รสชาติออกหวานๆ เปรี้ยวๆ เย็นๆ ส่วนตัวผมเฉยๆ นะ

ข้าวปั้น Inari หรือ อินาริ

มาถึงอาหารจานหลัก

เริ่มด้วยชุดปลาย่าง เป็นชุดมาพร้อมข้าวญี่ปุ่นครับ จำชื่อปลาไม่ได้ -_-a
ย่างนานมาก เจ้าของร้านลงทุนไปย่างไฟนอกร้าน ก็หอมดีครับ จิ้มกินกับโชยุ รสชาติไม่เลว

ชุดปลาย่าง หอมใช้ได้

ชุดต่อมาก็เป็นฮัมบากุหมูชิ้นโตร้อนมาก มาพร้อมกับไข่ดาวและข้าวที่ร้อนไม่แพ้กัน
ชุดนี้ผมว่าอร่อยดีนะ เป็นหมูสับผสมกับหอมใหญ่ซอยละเอียดแล้วปรุงรสอย่างดี แม้ก้อนใหญ่แต่ก็สุกทั่วถึง

ฮัมบากุหมู ชิ้นโต ราดซอสเมพ

สิ่งที่ผมว่าแหล่มเลยคือซอสที่ราดบนหมูแหละครับ สันนิษฐานว่าเอามาจากซอสราดทาโกยากิ
ร่วมกับเนื้อหมูที่เสริมพลังจากหอมใหญ่ เนื้อหมูเด้งๆๆๆ อร่อยๆๆ กินเพลินๆ
แนะนำว่าให้สั่งซุปมิโซะ(ไม่รวมในชุด) เพิ่มมาด้วยครับ แหล่มสุด

ฮัมบากุอร่อย ก้อนใหญ่ เนื้อหมูปรุงรสอย่างดี
ระเบิดฮัมบากุกินกับไข่ คลุกซอสทั่วๆ อร่อยๆ

ส่วนจานหลักอีกจานนี่ผมเฝ้ารอเฝ้าคอยมานานครับ
จานนี้คือ tonkatsu ชุดหมูทอดญี่ปุ่นพร้อมข้าวครับ

ชุด tonkatsu ครับ

ชุด tonkatsu ประกอบด้วยหมูทอด น้ำจิ้ม ผัก และข้าวสวยครับ
ส่วนตัวผมว่า tonkatsu รสชาติกลางๆ ครับ ไม่ได้เก๋มากครับ อร่อยระดับแก้เสี้ยนแบบอยากกินมาก แต่ไม่รู้ที่ไหนดี
เนื้อหมูโอเคครับ เลือกส่วนใช้ได้ ส่วนแป้งกับเกล็ดขนมปังก็กลางๆ ครับ ทอดกรอบดีแต่ไม่ฟูมาก

เนื้อหมูโอเคครับ เนื้อแน่น ติดมันไม่เยอะ
แป้งและเกล็ดขนมปังบน tonkatsu

ถ้ากินเปล่าเปลี้ยๆ รสชาติจะเฉยๆ
แต่ถ้าได้เวทย์มนต์แห่งน้ำจิ้ม มันจะอร่อยเทพขึ้นมาอีกหลายขุมโดยไม่รู้ตัว

หมูทอดลงน้ำจิ้ม เข้ากันดีมาก

เอิ้ก อิ่มอร่อย
เติมข้าวไปทีนึง จุกแทบตายเลยครับ 555+

สรุปที่มากินวันนี้

ถ้าอธิบายเรื่องรสชาติ ราคา ผมให้ระดับปานกลางนะ ไม่ได้อร่อยมากๆ เหมือนร้านดังๆ แต่ราคาก็พอหยิบจับได้
เช่นถ้าเทียบทาโกยากิกับร้านงินดาโกะ (ใต้ Esplanade) ผมว่ายังห่างชั้นกันอยู่ แต่ราคาก็ห่างด้วย
หรืออย่างชุด tonkatsu ชุดนึงก็ประมาณ 120 บาท ถ้าเทียบราคาแล้วผมโอเคนะ
แต่จุดเด่นจริงๆ ของร้านนี้คือบรรยากาศและความเป็นกันเอง
การที่เข้ามาในร้านเค้าต้อนรับคุณดีมาก เป็นกันเองดี ชวนคุยได้ตลอด แนะนำอาหารว่าวันนี้มีอะไรดีไม่ดี
ถ้าเทียบก็อย่างที่บอกแหละครับ เหมือนไปกินข้าวบ้านเพื่อนที่รู้จักกัน
อารมณ์แวะมาเที่ยว มาพูดคุยกัน แล้วกินข้าวด้วย มากกว่าที่จะเป็นลูกค้ากินเสร็จจ่ายเงินกลับไปจบ
แถมการเดินทางก็ไม่ยากด้วย ทะลุ Jusco เข้ามานิดเดียวเอง
เหมาะกับคนรอดูหนังหรือหลังหนังเลิกที่ esplanade (แต่ไม่เกิน 22.00 — แนะนำให้โทรไปถามที่ร้านก่อน) ก็ไปกินได้

เป็นอีกร้านที่ผมประทับใจในความอบอุ่นของอาหารเหนือรสชาติของอาหารครับ 😀

Brochette

คลั่งไคล้เนื้อย่างไปหลาย Entry
วันนี้หวนกลับมากินและรีวิว tonkatsu อีกครั้งหนึ่งครับ

คราวนี้ไปกินร้านไหนดี

หนึ่งในอาคารที่อุดมไปด้วยอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ คืออาคารซิตี้รีสอร์ทครับ
อาคารนี้เข้าซอยมาทางสุขุมวิท 39 ครับ แต่เข้ามาลึกเหมือนกัน ถ้าไม่มีรถส่วนตัวจะลำบากหน่อย
แต่ถ้ามา BTS ก็ลงพร้อมพงษ์ แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์หรือรถกะป๊อเข้ามาก็ได้

อาคารซิตี้รีสอร์ทครับ


View Citi Resort Bldg in a larger map

อย่างที่บอกครับ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่นี่มีเยอะมาก
ทั้ง Giants เนื้อย่าง, Rakutei tonkatsu, Ramen Tei และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่วันนี้จะพามาร้าน Brochette ครับ

ร้าน Brochette ครับ

ร้านนี้อยู่ชั้น 3 ของอาคารดังกล่าวครับ ,, หาไม่ยากครับ เพราะอยู่เยื้องๆ กับเนื้อย่าง Giants
เปิดบริการทุกวันสองช่วงเวลา 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.00 น.
ถ้าหาไม่เจอหรืออยากจองลองโทรไปได้ที่ 026621559 ครับ

หน้าร้าน brochette

Brochette คืออะไร

จริงๆ คำว่า Brochette มีรากมาจากภาษาฝรั่งเศส จะประมาณว่าเนื้อสัตว์เสียบไม้ปิ้งย่างครับ
ซึ่งเนื้อสัตว์เสียบไม้ปิ้งย่างก็เป็นของขึ้นชื่อของที่นี่เหมือนกัน
นอกจากนั้น ร้านนี้ยังมีเมนูเทพๆ อีกหลายอย่างซึ่งส่วนมากเป็นเมนูทำร้อนๆ เช่น ยากิโซบะ
ถ้าสั่งแล้วพ่อครัวก็จะมาผัดให้เราดูให้เห็นกันได้ที่ Counter เลย
ซึ่งในจังหวะนั้นมันหอมมาก (แต่หัวเราจะแอบเหม็นนิดนึง) รวมทั้งปิ้ง/ทอดอาหารเสียบไม้ก็ตรงนั้น

พ่อครัวมาผัดยากิโซบะเอง หอมมากกกก

ส่วนวันนี้ผมจะมาตามล่า tonkatsu ครับ

และแล้ว ก็สั่งอาหารกันเถอะครับ

เปิดประตูเข้าร้านพนักงานก็มาต้อนรับอย่างดีครับ
เป็นร้านที่ counter ยาวและน่านั่งดีครับ ส่วนโต๊ะจะ preserve สำหรับกรณีมาหลายๆ คน
มาถึงพนักงานก็จดเมนูและเอาชาจีนเย็นมาเสิร์ฟ ชื่นใจดีครับ

ชาเย็นๆ ครับ

ส่วนบริการผมว่าโอเคนะ จะมีน้องพนักงานเสิร์ฟพรางกายอยู่หลังเรา
เวลาชาหมด เติมข้าว หรือต้องการความช่วยเหลืออะไรเค้าก็มาเร็วดีครับ

อีกสักแป๊บน้องเค้าก็มาเสิร์ฟแล้วครับ เป็นข้าวหมูทอดราดแกงกะหรี่ของ @narudom
อยากบอกว่า หอมมากกกก… แอบชิมเครื่องแกงกะหรี่แล้วใช้ได้ครับ เข้มข้นดี
แต่ที่ผมว่าแปลกคือหมูที่นี่ดูจะไม่เปียกไปตามแกงกะหรี่ โดยเฉพาะตัวแป้ง+เกล็ดขนมปัง

ข้าวหมูทอดราดแกงกะหรี่ เมพพพพพ
หมู, เกล็ดขนมปัง และแกงกะหรี่ดูเข้ากันดีมาก

ส่วนของผมเป็นชุดหมูทอดครับ
ค่อยๆ เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ตั้งแต่ข้าวญี่ปุ่น น้ำจิ้ม ผักดองและเต้าหู้เครื่องเคียง

ชุดข้าวและเครื่องเคียงของผม

ส่วนที่ผมว่าเก๋คือเต้าหู้ราดซีอิ้วนี่แหละครับ ดูทำไม่ยากแต่ทำได้ดี
อร่อยดีครับ แค่แอบเค็มไปนิด กินกับข้าวร้อนๆ นี่โอเคเลย

เต้าหู้ราดซีอิ้ว+โรยปลาหมึก น่ากินมาก

และแล้ววววว หมูทอดชิ้นโตผมก็มาครับ กลิ่นหอมน่ากินมากๆ สีก็เหลืองทองกรอบครับ หิวแล้ววววววว
มาถึงขอถ่ายกับชุดก่อนครับ ก่อนที่ผมจะซัดมันหมดในพริบตาแน่นอน

ถ่ายครบทั้งชุดหมูทอดก่อนจะจัดลงท้อง

ก่อนไปดูหมูก็ไปดูผักกะหล่ำซอยกับมันบดครับ
กะหล่ำซอยเค้าโอเคเลยนะครับ สดและกรอบดี แถมราดด้วยน้ำมันงาหอมดีครับ
ส่วนมันบดก็หอมอร่อยดีครับ เป็นเครื่องเคียงบนจานที่เอามาลดเลี่ยนได้อย่างดี
เสียดายที่ชุดหมูทอดเติมได้แต่ข้าวครับ

มันหมดและกะหล่ำซอย

หมูทอดกันเถอะ

ส่วนหมูที่คอยส่งกลิ่นหอมและสีทองวับๆ ก็ขอแง้มดูนิดนึงครับ

โอยยยยย น่ากินมากมาย

เราค่อยๆ ไล่มาดูทีละส่วนเลยครับ เริ่มตั้งแต่เนื้อหมู
เป็นเนื้อสันนอกอย่างดีครับ ทอดได้สุกกำลังสวย เนื้อขาว มีมันแทรกไม่มากเกินไป
แถมพ่อครัวก็ตัดหมูแต่ละชิ้นขนาดพอดีคำ เอิ๊อออกกกก

เนื้อหมูสันนอกขาวๆ มีส่วนติดมันกำลังพอดี

ส่วนแป้งที่นี่คือความแตกต่างครับ!!!
ที่ต่างคือแป้งข้างนอกจะมีเกล็ดขนมปังไม่ได้ฟูมาก แต่แป้งเค้าจะทอดได้แน่นครับ
ประมาณว่า ถ้ากัดไปมันจะไม่ได้กรอบซุยเหมือนเจ้าอื่นๆ แต่มันจะแน่นๆ แข็งๆ นิดนึง
ข้อดีของมันคือ มันจะกรอบกรุ้มกริ่มดีมาก ไม่ว่าเราแช่น้ำจิ้มหรือราดแกงกะหรี่มันก็ไม่เซ็งหรือแฉะ
ส่วนตัว ผมชอบนะ จะกัดจะเคี้ยวหรือจะแช่น้ำจิัมนานๆ มันก็ยังกรอบ ประมาณกรอบนานแต่ไม่กรอบเว่อร์

แป้งที่นี่ทอดได้ดีดังคำบรรยาข้างต้นครับ
แป้งยังกรอบแม้แช่น้ำจิ้มหรือราดแกงกะหรี่

ส่วนน้ำจิ้มไม่ได้มีงาให้ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
รสชาติผมว่ากลางๆ ครับ ไม่ได้เด่นมากแต่ก็เสริมรสชาติหมูทอดได้ดี

หมูทอดสะท้านน้ำจิ้ม

อยากบอกว่ากินหมดชิ้นแล้วอิ่มมาก
หมูทอดชิ้นโตมากๆ จิ้มน้ำจิ้มแล้วเข้ากันดี แป้งทอดได้กรอบดีมาก ไม่ค่อยอมน้ำมัน
สุดท้ายที่ร้านยังมีผลไม้+กาแฟมาปิดท้ายด้วย

ตบท้ายด้วยกาแฟและผลไม้

ตบกันแรงทั้งหมูทั้งชุดกาแฟ อิ่มกันแทบคลานออกจากร้าน

ที่ได้มากินวันนี้

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ @narudom ที่เปิดประเด็นและการมากินที่ร้านนี้ครับ

ส่วนตัวร้านนี้ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยครับ ทุกส่วนเข้ากันได้ดี
เนื้อหมูโอเค ส่วนติดมีนกำลังสวย แป้งทอดแบบแน่นแข็ง ไม่ได้ฟูฟ่อง ทำให้ทนต่อการเปียกชื้นดี
ส่วนเครื่องเคียงภายในชุดก็โอเคครับ แถมยังมีปิดท้ายด้วยผลไม้และกาแฟด้วย

หมูทอดร้านนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

เก็บได้อีกร้านนึงแล้วครับ

AKA อากะ — tonkatsu + yakiniku

หลังๆ ผมชักติดใจการกินเนื้อย่างจนหลายๆ คนแนะนำว่าให้เลิกเปลี่ยนชื่อเป็น Yakiniku ดีกว่า
แต่วันนี้ ผมจะพาไปกินทั้ง tonkatsu และ yakiniku ครับ

ไปเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะทีไร ก็เห็นร้านเนื้อย่างสองร้านตั้งประจันกัน
ร้านแรกก็คือโนบุที่เคยรีวิวไปแล้ว
ส่วนวันนี้ก็เป็นอีกร้านนึงครับ คือร้าน AKA ครับ

ร้าน AKA ครับ

ร้านนี้มีดีอะไร

ร้านนี้มีขายทั้งอาหารญี่ปุ่นแทบทุกอย่าง แต่จะเน้นอาหารปิ้งย่างและทอด
แถมร้านนี้จะหากินง่ายกว่าร้านอื่นๆ หน่อย เพราะเปิดตามห้างใหญ่ๆ + มีหลายสาขาด้วย
ทั้ง Central World (ปิดร้านไปก่อน), Central พระราม 2, Central เเจ้งวัฒนะ และ Future รังสิต
(เท่าที่เคยเห็นนะ)

หน้าร้านครับ เปิดไฟสีแดงน่าสนใจดีมาก

งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า

ลุยกับ tonkatsu กันก่อนดีกว่า

พอถึงร้าน อย่างแรกที่สั่งคือชาเขียวครับ ชื่นใจดี แต่ไม่เข้มข้นมากเท่าไหร่

ชาเขียวของทีร้าน

จากนั้นเมนูที่สั่งคือชุด tonkatsu ชุดนึงราคา 130 บาท ซึ่งผมว่าไม่แพงนะ
ซึ่งบรรยากาศก็แอบแปลกๆ เพราะคนอื่นเค้ากินเนื้อย่างกัน แต่ผมกลับสั่งอาหารชุด
แม้ว่าร้านนี้หลักๆ จะขายปิ้งย่างเป็นหลัก แต่พอชุด tonkatsu มาเสิร์ฟก็น่ากินไม่เบา

ชุด tonkatsu ที่รอคอย

ที่เห็นๆ ในชุดมีหมู ข้าว น้ำจิ้ม กิมจิ ซุปมิโสะ และสลัดสองแบบ
เริ่มที่น้ำจิ้มครับ รสชาติไม่เลว แต่ออกแนวหวานๆ หน่อย

น้ำจิ้มครับ

ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ตอนมานี่ควันกรุ่นๆ แต่ถ่ายไปถ่ายมาควันหายหมด

ข้าวญี่ปุ่น

ซุปมิโสะ ผมว่าออกแนวหวานๆ นิดนึง แต่ก็ลื่นคอดี รสชาติใช้ได้

ซุปมิโสะ

ต่อมาเป็นแนวสลัดๆ ที่มาคู่กับชุดหมูทอดบ้าง
สลัดจานแรกเป็นผักกาดแก้ว แล้วราดด้วยน้ำสลัดใสแบบญี่ปุ่น เข้ากันได้ดีมาก
รสชาติของน้ำสลัดลดกลิ่นเหม็นเขียวได้ดี ส่วนผักก็กรอบและสดมาก แต่ก้นถ้วยจะเค็มไปหน่อย

สลัดราดน้ำสลัดญี่ปุ่น

สลัดอีกอย่างมาบนจานหมูทอด ราดด้วยน้ำสลัดแบบข้น
จานนี้ผลักหลายแบบมากๆ ไม่รู้ชื่อแต่ชอบที่มีผักหลายอย่างมากๆ

สลัดอีกชุดที่วางบนจาน

ที่ผมชอบเลยคือ “ผักเยอะมาก”
ใครไม่ชอบผักอาจทรมาน แต่สำหรับผม มันทำให้กิน tonkatsu ได้โดยไม่ต้องกินข้าวมาก และไม่เลี่ยน

หมดออบชั่นต่างๆ ก็ถึงคิวหมูทอดมั่ง

หมูทอดในชุดดูน่ากินมากครับ แต่สีเหลืองทองระยิบระยับน่ากินมาแต่ไกล
แต่กลิ่นหอมไม่มาก เพราะกลิ่นเนื้อย่างเต็มร้านกลบไปหมด

มาถึงคราวหมูทอดแล้ว

ลองหยิบมาดูซักชิ้นดูหมูแล้วแอบเหนื่อยนิดนึง น่ากินมากๆ

อูยยยยย หมูน่ากินจังเงอะ

งั้นก็เอาลงน้ำจิ้มละกัน

ซัดหมูกับน้ำจิ้ม

คือผมว่า มันแจ่มใช้ได้เลยนะ ร้อนๆ นี่อร่อยไม่เลวเลย
หมูคุณภาพปานกลาง นุ่มระดับนึง ไม่แข็งหรือด้านมาก ดูดีๆ มีส่วนที่เป็นมันแทรกอยู่บ้าง

หมูทอดอีกมุม

ส่วนแป้งผมว่าก็โอเคนะ ไม่ได้หนามาก หรือมีเกล็ดขนมปังลอยฟูฟ่องเหมือนเจ้าอื่นๆ
แต่ก็ไม่น้อยเกินจนอรรถรถของการกินหมูทอดเสียไป
สรุปคือกำลังดีครับ กำลังอร่อยใช้ได้เลย (ถ้าเกล็ดขนมปังเยอะกว่านี้ก็จะดีมากเลย)

ทอดแป้งได้กรอบอร่อยดีครับ
อืมมม หมูทอดเหลืองเกรียมดี

ส่วนการทอดผมว่าแอบเกินไปนิดนึง+มีน้ำมันเยอะไปนิด
แต่สลัดผักหลากหลายรูปแบบก็สามารถเอามาตัดเลี่ยนได้

tonkatsu กับน้ำจิ้มเข้ากันได้ดีครับ

สุดท้ายเป็นอีกร้านนึงที่ผมว่าโอเคกับราคานะครับ เมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารที่มา
ราคาสุทธิที่จ่ายไป 130+ค่าชาเขียว+service+vat = 170 กว่าบาท

มาต่อด้วยเนื้อย่างกันเถอะ

จริงๆ แค่ tonkatsu ก็อิ่มมากแล้ว แต่ที่ร้านก็ยังมีเนื้อย่างอันเป็นที่เชิดชูของร้านครับ
ผมก็เลยขอจัดอีกสักชุดนึงครับ

เริ่มที่การเตรียมน้ำจิ้มและเครื่องปรุงที่วางอยู่ครับ
รวมทั้งชุดผักต่างๆ

รอราดซ๊อสสำหรับจิ้มเนื้อ
ชุดผักที่เอามาย่าง

จากนั้นก็เป็นพวกเนื้อต่างๆ ครับ
โดยรวมผมว่ากลางๆ (จากที่เคยกินเทียบมากับหลายร้านนะ)
ยิ่งถ้าเทียบกับโนบุแล้ว ผมว่าโนบุอร่อยกว่าหลายขุมนะ

เนื้อลายมัน น่ากินๆๆๆ
เบคอนปิ้งเกรียมๆ
จริงๆ เนื้อเค้าก็ไม่เลวนะ

ถ้าเนื้อเลี่ยนมาก ผมก็ขอแนะนำมันฝรั่งบด
อร่อยดีครับ

มันฝรั่งบด

แต่สองสิ่งที่ผมชอบมากๆ ที่ร้านนี้คือ เห็ดออรินจิ และเนื้อสันนอกออสเตรเลีย
อร่อยเทพจริงครับ สันนอกออสเตรเลีย

เนื้อสันนอกออสเตรเลีย อร่อยสุดๆ ห้ามพลาดเลยทีเดียว
เห็ดออรินจิครับ
เนื้อ AUS สันนอกชิ้นโตมากกกก

โดยเฉพาะจังหวะปิ้งๆ เนื้อสันนอกออสเตรเลียถ้าปิ้งกำลังดีนั้น มันจะเหนียวนุ่มติดมัน
อร่อยโฮกกกกก อร่อยยได้อีก

เยี่ยมมม!!! ฟาดเนื้อย่างลงตะแกรง สันนอกออสเตรเลียเทพ

กินจนอิ่ม
ทั้ง tonkatsu ทั้งเนื้อย่าง ไปนอนดีกว่า ครอกๆๆๆๆ

สรุปที่มากินครั้งนี้

ส่วนตัวผมว่าร้านเค้าโอเคนะ สำหรับคนที่อยากกินอาหารญี่ปุ่นแบบสุกๆ ทอดๆ ปิ้งๆ ย่างๆ หน่อย
อาหารชุดราคาก็ไม่ได้แพงมาก แต่รสชาติและปริมาณนี่ต้องบอกว่าโอเคเลย
โดยเฉพาะชุด tonkatsu ที่ไปกิน ถ้าให้เทียบราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก

ส่วนเนื้อย่างที่ถือว่าเป็นจุดขายของร้าน ผมว่าปานกลางอะ
ข้อดีของที่นี่คงเป็นเรื่องการเดินทางที่ไม่ลำบากมาก และการที่ร้านตั้งในห้าง

ปิ้งย่างที่ร้าน

แต่นอกจากเนื้อสันนอกออสเตรเลียแล้ว ส่วนตัวผมว่าเนื้อยังสู้ร้านอื่นๆ ไม่ได้เท่าไหร่
พูดตรงๆ ว่าโนบุยังอร่อยกว่าหลายอย่างครับ (ในระดับบุฟเฟ่ต์) ส่วนหนึ่งคงเพราะการหมักเนื้อด้วย
รวมทั้งพวกถาดใส่เนื้อผมว่ามันขาดจุดเด่นไปนะ มันเป็นแค่ถาดใส่สุกี้เอง
ทำให้ราคาเนื้อ (จากการมอง) หายไปหลายบาทอยู่

คออาหารญี่ปุ่นทดลองไปชิมที่ร้านกันได้ครับ

Misato มิซาโตะ

ถ้าพูดถึงร้าน tonkatsu ที่แบบเทพๆ บรรยากาศแบบ Japๆ เลยเนี่ย
เราจะยกร้านแบบสาขาเยอะๆ หรือร้านดังๆ มาเลยไม่ได้ ในห้างไม่เก๋ มันไม่แนว
ร้านที่เลือกต้องเป็นร้านชื่อแปลกๆ ลับๆ แต่กินแล้วต้องเก๋จริง
ร้านเหล่านั้นอยู่ใน blog ของผมแล้ว และกำลังทยอยเอาลงมาให้ครบถ้วน

วันนี้ที่เอามาก็เป็นร้านที่มีคนกล่าวขานว่าใกล้เคียงกับ tonkatsu ที่ญี่ปุ่นมากที่สุดแล้ว
ทั้งบรรยากาศ รสชาติ พ่อครัว (เว้นพนักงานที่หนักไปทางอีสานนิดนึง)
ร้านนี้ชื่อ Misato ครับ

หน้าร้าน Misato มิซาโตะ

ร้านอะไรอะ ไม่รู้จักเลย

จริงๆ อยากบอกว่าร้านนี้ดังในระดับนึงนะครับ โดยเฉพาะผู้คลั่ง tonkatsu และอาหารญี่ปุ่น
โดยร้าน Misato ตั้งอยู่ที่ตึกชาญอิสสระ ถนนพระรามสี่ เยื้องๆ กับ สถานเสาวภา
หรือง่ายๆ ก็เดินมาจากโรบินสันสีลม (เก่า) ย้อนมาทางหัวลำโพงประมาณ 100 เมตรได้

ในตึกชาญอิสสระ 1 มี misato ที่ชั้น 1

ร้านเปิดบริการสองช่วงเวลานะครับ ช่วงแรกคือ 1130-1400 น และช่วงหลัง 1730-2200 น. วันอาทิตย์ปิด
แนะนำให้มากลางวันนะครับ เพราะกลางคืนจะแปรสภาพจากร้านอาหารเป็นร้านที่มาสังสรรค์ของชาวญี่ปุ่นมากกว่า
แนะนำว่าโทรมาก่อนนะครับที่ 022372266 เพราะบางเที่ยงคนแน่นมาก
ถ้ายังหลงก็มาตามแผนที่นี่ละกัน


View My Life in a larger map

เมื่อเหยียบเข้ามาในร้าน

จากประสบการณ์ทัวร์ร้าน tonkatsu ร้านนี้บรรยากาศใกล้เคียงกับญี่ปุ่นมากๆ (แม้ตัวเองไม่เคยไปมาก่อน)
ทั้งการจัดร้าน เมนู(มีแค่ภาษาญี่ปุ่นกับอังกฤษ) พ่อครัว และลูกค้า(มักพกหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารมาอ่าน)
นั่งในร้านก็ดูเมนูครับ ไม่รู้เรื่อง ภาษาญี่ปุ่นล้วน T-T แต่คนเสิร์ฟเข้าใจ
เพราะคนไทยที่มากินส่วนมากก็กินแค่ tonkatsu ครับ ทั้งๆ ที่ที่นี่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นธรรมดาๆ
มีขายหมดทั้งซูชิ ปลาดิบ ของทอด นั่นนี่ แต่พอพูดถึงร้านนี้คนไทยรู้จักแค่ ,,, tonkatsu ครับ

ผมนั่งที่ counter ครับ ประจันหน้ากับพ่อครัวเลย

เริ่มต้อนรับกับผ้าอุ่นๆ เอาไว้เช็ดมือ กับชาจีนร้อน

ชุดชาร้อนและผ้าเช็ดมือระหว่างรอ

จากนั้นระหว่างรอ tonkatsu ผมก็สั่งปูอัดซาซิมิ อร่อยเหมือนกัน ^^ชอบตรงวาซาบิที่ให้เยอะ มีกลิ่นสดชื่นและไม่ฉุนมาก

ซาชิมิปูอัดตามสถานะทางการเงินช่วงนั้น

จริงๆ เคยกินพวกซาชิมิแซลมอลด้วย อร่อยมากๆ
เนื้อปลาดสด ไขมันกำลังพอดี แตะวาซาบินิด โชยุหน่อย อร่อยเทพกว่าบุฟเฟ่ต์ที่ใดในสามโลก
แต่ 5 ชิ้น 400 ,, ตกชิ้นละ 80 บาท OMG

แซลมอนเทพสุดสามโลก ราคาก็เทพไม่แพ้กัน

เม้าท์เพลิน!! มาแล้วครับ ชุด tonkatsu ชิ้นโตของผม
ภายในชุดจะประกอบไปด้วย หมูทอด 1 ชิ้น กะหล่ำ น้ำจิ้มทงคัตสึ น้ำสลัด เครื่องดอง เครื่องเคียง และมิโซะซุป
น้ำจิ้มที่นี่แอบแปลก ที่ไม่มีงามาให้ด้วย อืมมมม

นั่นมันชุด tonkatsu ของผมนี่นา

เริ่มที่มิโซะครับ รสชาติใช้ได้ อร่อยดี กำลังกลมกล่อมพอดี

มิโสะซุปอร่อยดีนะ

ของดองเป็นอะไรซักอย่างนี่แหละ สีม่วงๆ เค็มๆ งงๆ ให้มาก็กินหมด (แต่จริงๆ ไม่หมด)
เครื่องเคียงเป็นวุ้นเส้นบุกครับ มันกรุบๆ กว่าวุ้นเส้นตามท้องตลาดนิดนึง

เครื่องเครียงเส้นบุก อร่อยดีเหมือนกัน

ส่วนสิ่งที่ต่างกับเจ้าอื่นนิดๆ คือเรื่องน้ำจิ้มแหละครับ
เพราะที่นี่เวลากินไม่ควรราดน้ำสลัดลงไปตรงๆ ครับ
ให้คีบกะหล่ำซอยแล้วจุ่มน้ำสลัดสักแป๊บ แล้วยกขึ้นมากินเป็นคำๆ ไปดีกว่า
หรือถ้าใครชอบราดเอาแบบผม ก็อย่าเยอะ
เพราะหากราดเยอะไป น้ำสลัดมันจะซึมออกมาด้านล่างแล้วทำให้ไปโดนแป้งของหมูทอด
ทำให้แป้งมันนิ่ม ไม่กรอบและอร่อย รวมทั้งจะมห้ให้เกิดการแยกชั้นของแป้งและหมูด้วย

เวลากินกะหล่ำอย่าราดน้ำจิ้มไปแบบตรงๆ นะครับ

มาดูหมูทอดกันมั่งดีกว่า

ทีนี้มาดูจานหลักของเราบ้างครับ นั่นคือส่วนของหมูทอดชิ้นโตที่วางตรงหน้า
เริ่มที่แป้งด้านนอกผมว่าอร่อยเลยแหละ กรอบกำลังดี กรุบกรับๆ

แป้งข้างนอกทอดได้กรอบ อร่อยมากๆ ครับ

ส่วนหมูที่สั่งเป็นสันนอกคุณภาพดี ชิ้นโตๆ เอามาทอด
กัดไปแต่ละทีนี่เต็มปากเต็มคำมากๆ อร่อยๆ
สังเกตว่ามีลายเนื้อสอง zone ซึ่งให้รสชาติและความรู้สึกในการเคี้ยวที่ต่างกัน ^^

เนื้อหมูของ Misato อร่อยมากๆ

ยอมรับว่าหมูชิ้นใหญ่มากๆ กินเซ็ตเดียวก็อิ่มแล้วครับ

แต่ที่นี่แอบมีข้อเสียนิดนึง
กล่าวคือ ไม่มีพวกตะแกรงหรืออะไรมารองข้างใต้ชิ้นหมูเหมือนร้านอื่นๆ ทำให้เสี่ยงต่อการเปียกได้
ทั้งเปียกจากน้ำจิ้มสลัดที่เผลอราดลงไปมากเกิน
หรือเปียกจากไอน้ำอันเป็นผลจากการควบแน่น แล้วตกลงมาแฉะใต้ชิ้นหมู

ไม่ได้เวอร์นะเธอว์

หมูทอดที่นี่อร่อยครับ เสียดายเติมไม่ได้

ปิดท้ายเซตด้วยของหวานเป็นผลไม้ (เป็นแตงโมกับสับปะรด) และกาแฟร้อน/เย็นให้เลือก อิ่มกำลังดี

ชุดผลไม้และกาแฟปิดท้าย

เอิ๊ก อิ่มมาก ดีแล้วที่ไม่มีเติมเพิ่ม ^^”

สรุปที่มากินวันนี้

ส่วนตัวผมชอบบรรยากาศที่ร้านและพนักงานนะครับ
แม้จะมีภาษาอีสานลอยมาเป็นพักๆ แต่ที่ร้านก็ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดีมาก

แป้งฟู หมูอร่อยน่ากินมากๆ

พนักงานก็เอาใจใส่ดีระดับหนึ่ง ตามจำนวนลูกค้าที่มีอยู่ในขณะนั้น
ซึ่งลูกค้าช่วงเที่ยงที่ผมไปมา 2-3 ครั้ง พบว่าคนเยอะมาก เต็มร้านตลอด (วันธรรมดา)
ลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนญี่ปุ่นนะครับ ทำให้เมนูต่างๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นไหมหมด
ถ้าใครมีเบสิกการอ่านภาษาญี่ปุ่นจะช่วยได้มาก
แต่ถ้าพูดไม่ได้ มาถึงพนักงานเค้าก็จะเข้าใจกลายๆ ว่าเราจะมากิน tonkatsu อยู่แล้วครับ
สนนราคา Net ของ tonkatsu ชุดกลาง 250 ครับ จริงๆ มีชุดใหญ่ด้วย 300 บาท ส่วนซาซิมิปูอัด 120 ครับ -_-a
ส่วนตัว ถ้าคุณภาพขนาดนี้ ราคาถือว่าอยู่กลางๆ ครับ

อร่อยและติดใจครับ ทำ blog นี้แล้วหิวไปด้วย

เป็นอีกร้านที่ควรลิ้มลองและคอ tonkatsu ไม่ควรพลาดเลย

Bekku tonkatsu

ถ้าถามถึงร้าน tonkatsu ที่ดีที่สุด… คำตอบมันค่อนข้าง Ideal มากๆ
เพราะมันมีหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แต่ถ้าให้แนะนำว่าร้านไหนที่เหมาะและน่าไปที่สุด
ร้าน Bekku ถือว่าเป็นร้านหนึ่งในนั้นครับ

ประวัติและการเดินทางของร้าน

จริงๆ ร้านนี้มีต้นกำเนิดที่สาขาแรกที่เวิ้งตรงข้ามโรงแรมอริสตันครับ
ซึ่งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ซึ่งเป็นซอยที่ติดกับห้างเอ็มโพเรียม เข้าไปประมาณ 200 เมตร
แต่ตอนนี้สาขาแรกปิดไปแล้ว

ตอนนี้เหลือร้านใหม่ในซอยเดียวกัน อยู่ลึกกว่าเท่าตัว
อยู่ที่ President park ท้าย ซ.สุขุมวิท 24 (เกือบทะลุพระราม 4 แลัว) แถวๆ โรงแรมเดวิส ครับ
เปิดช่วงกลางวัน 11.30 – 14.00 น. เย็น 17.30 – 22.00 น. หยุดวันพุธ โทร. 027140469 / 026610645
ผมเคยกินทั้งสองร้านมาแล้ว และประทับใจมาตลอดครับ


View Bekku in a larger map

ส่วนวันนี้ที่ผมจะพาไป เป็นอีกสาขาครับ อยู่ที่ทองหล่อ
ไม่แน่ใจว่าสาขาไหนเปิดก่อนระหว่างที่ President park กับสาขาทองหล่อนี้

ป้ายหน้าร้านครับ

ข้อดีของสาขาทองหล่อนี้คือมาสะดวกมากๆ แค่ลงรถไฟฟ้าเดินเข้าทองหล่อประมาณ 80 เมตร เลยร้าน 7-11 มาหน่อยนึงก็จะเจอ bekku สาขานี้ครับ หรือลองโทรไปสอบถามก่อนได้ที่ 027140469 ครับ

เมื่อเดินเข้าร้าน

สิ่งที่ผมว่าโอเคเลยสำหรับร้านเบคคุคือพนักงานที่มาสอบถามตลอด
ตั้งแต่ที่ผมเดินเงอะๆ เงิ่นๆ อยู่หน้าร้านก็มีพนักงานมาให้ข้อมูล
เข้ามาตอนเที่ยง วันนี้คนไม่เยอะมาก ถือว่าโชคดีครับ

วันนี้สั่งเมนูชุดครับ
ภายในชุดมีหมูทอด, ข้าว, ซุปมิโสะ, น้ำชา, เครื่องเคียงต่างๆ และของหวานครับ
ถ้าเป็นเมนูธรรมดาก็ 220 บาทครับ ถ้าพิเศษก็ 240 ครับ ซึ่งถือว่าราคาไม่แพงมาก

หน้าร้านเบคคุครับ หาไม่ยากเลย
น้ำสลัดและน้ำจิ้มหมูทอดบนโต๊ะ

ในร้านตกแต่งแบบญี่ปุ่น ติดป้ายโฆษณา ติดรายละเอียดเมนูเยอะแยะ
และก็มีป้ายบอกว่าสำหรับเมนูชุดเติมได้ เข้าใจง่ายๆ คือเติมได้หมด ยกเว้นหมู (ก็แน่!!) กับของหวาน

เมนูอาหารเที่ยง

มาถึงก็ต้อนรับผมด้วยเครื่องดื่มครับ สามารถเลือกได้ทั้งชาเขียวร้อน-เย็น

ชาเขียวเย็นๆ มาแล้วจ้า

เมื่อตัดสินในสั่ง Set ที่ต้องการไปแล้ว
จากนั้นก็เริ่มเสิร์ฟหมู่เครื่องเคียงถ้วยเล็กๆ ซึ่งเยอะครับ
มีคนเคยบอกว่าช่วงเย็นๆ จะมีเครื่องเคียงเยอะกว่าเที่ยงๆ อีก

เครื่องเคียง : ยำเห็ด
เครื่องเคียง : ยำผลไม้

ส่วนตัวผมเฉยๆ กับเครื่องเคียงพวกนี้นะ อร่อยกลางๆ บางอย่างก็ไม่อร่อยก็มี
ถ้าราคาเพิ่มกับพวกนี้ ผมว่า ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่

เครื่องเคียง : มันบด
เครื่องเคียง : เส้นสปาเก๊ตตี้คลุกซอส
เครื่องเคียง : ไก่ในซอส

ที่ผมชอบคือสาขาที่ไปพนักงานเอาใจใส่ดีครับ กินยังไม่หมดก็ถามว่าจะเติมไหม
เดินเสิร์ฟตลอดไม่มีบ่นอะไร แอบสงสารนิดๆ ที่ถ้วยเล็ก
บางวันเครื่องเคียงอร่อย ผมก็เติมไป 6-7 รอบเลย

จนแล้วจนรอด
ข้าว ซุป และเครื่องเคียงมาพร้อมแล้ว ก็รอหมูทอดกันเถอะครับ

ตอนนี้เหลือแค่หมูทอดครับ

ห้ามพลาดสลัดกะหล่ำ

สิ่งที่ผมว่าร้าน Bekku เหนือกว่าร้านอื่น นอกจากเครื่องเคียงที่หลายหลากแล้ว
ยังมีเจ้านี่ครับ กะหล่ำซอย

กะหล่ำซอย+น้ำราดสุดยอดมาก

ที่เด็ดคือน้ำราดกะหล่ำครับ
ที่นี่รสชาติมันจัดจ้านมากๆ เหมาะกับลิ้นและริมฝีปากคนไทยสุดๆ
ยิ่งได้เสิร์ฟจังหวะเข้าคู่กับหมูทอดตอนเลี่ยนๆ นี่ตัดกันดีมากๆ เลย

หมูทอดมาแล้ว

โอวว และแล้วก็มาแล้วครับ เริ่มที่หมูสันนอกชิ้นโต ยาวประมาณฟุตนึง ใหญ่กว่า Saboten ราว 30% ได้เลย
สังเกตง่ายๆ หมูเลยตะแกรงรองหมูข้างล่าง มันจะต้องยาวมากๆ อยู่แล้ว

หมูทอดชิ้นโตครับ

เค้าทอดหมูได้เหลืองทองดี กลิ่นหอมน่ากินครับ
แป้งทอดได้เหลืองกรอบดี เกร็ดขนมปังละเอียด ไม่มีน้ำมันเยิ้ม
แล้วหั่นมาให้ขนาดใหญ่พอดีสามคำหมด เฮือกกกกก

แป้งทอดได้สุดยอดมากครับ กรอบอร่อย
หมูสันนอกชิ้นโตหั่นมาให้พร้อม
หมูสันนอกเนื้อดี ติดมันเยอะไปนิด

ลองกัดคำแรก มันอร่อยมากๆ ขอเรียกมันว่าความสมดุลครับ กับตัวแป้งที่ทอดกรอบกำลังดี ไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน
หมูสันนอกคุณภาพดี เกร็ดขนมปังที่ใช้ละเอียดและมีคุณภาพดี
ผสานกับน้ำจิ้มที่รสชาติจัดจ้าน แต่พอเจอชิ้นหมูกับกลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ
ยิ่งได้กับน้ำจิ้มนี่สุดยอดมากๆ

หมูทอดได้อร่อยมากๆ ครับ
เข้าคู่กับน้ำจิ้มอย่างดี

ส่วนหมูสันในของ Bekku ก็อร่อยนะครับ
ที่เคยกินมาหลายๆ เจ้าเค้าจะเป็นเนื้อล้วนๆ และด้านๆ จริงจัง
แต่ที่นี่หมูเค้าเป็นเนื้อล้วนๆ ก็จริง แต่มันนุ่มและอร่อยมาก
เหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ต้องการบริโภคสันนอกที่มีปริมาณมันค่อนข้างมาก

สันในทอดก้อนกลมหอมน่ากิน
เนื้อหมูสันนอกนุ่มอร่อยดีมาก

อยากรู้มั้ยว่าเมนูพิเศษที่แพงขึ้น 20 บาทเป็นอย่างไร

ผมเคยอยากรู้นะ ก็เลยลองสั่งดู
คือเมนูพิเศษมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ละช่วง
ซึ่งวันที่ผมไปเป็นทงคัตสึราดแกงกะหรี่ครับ ฟังดูแล้วน่ากินมากๆๆ เลยจัดมาซักชุด

หมูทอดราดแกงกะหรี่ ดูน่ากินเลยทีเดียว

มันน่ากินมากๆ ครับ แกงกะหรี่ก็ไม่ขี้เหร่อะไร
แต่มันกลับกลายเป็นข้อเสียและกลบจุดเด่นของแต่ละตัวไปหมด

หมูทอดในแกงกะหรี่

กล่าวคือ แป้งหมูทอด หลังจากโดนแกงก็ไร้ซึ่งความกรอบอีกต่อไป
ทำให้เนื้อหมูมันเด่นมามากเกินไป ไม่มีแป้งกรอบๆ ช่วยเลยรู้สึกเฉยๆ
ส่วนแป้งที่แหยะๆ ก็ไปทำให้แกงกะหรี่มันไม่ค่อยอร่อยอีกต่อครับ

แป้งที่ทอดกับแกงกะหรี่ดูจะไม่ชอบกันเท่าไหร่นัก

สรุป เมนูธรรมดาอร่อยกว่าแฮะ

ปิดท้ายด้วยของหวาน

และปิดท้ายกับของหวาน คัสตาร์ดเย็นครับ
แม้จะอิ่มจากหมูแค่ไหน แต่ก็รู้สึกว่าอยากกินอีกถ้วย

คัสตาร์ดเย็นอร่อยมากๆ ครับ เสียดายได้ถ้วยเดียว

ถือเป็นของหวานที่ปิดท้ายและอร่อยเอาเสียมากๆ เลยทีเดียว

สรุปที่ไปกินมา

สมกับเป็นหนึ่งในร้านที่ผมว่าสร้างความประทับใจร้านหนึ่งเลยทีเดียว
ทั้งคุณภาพ รสชาติ ปริมาณอาหาร และราคาที่อยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผลดีนะ ของหวานก็ดี
การเดินทางก็สะดวกดี ลงรถไฟฟ้าก็เรียกว่าจะถึงเลย หรืออีกสาขาออกเดวิสเสร็จก็ถึงเลย
ส่วนที่ยังเป็นข้อด้อยคือเมนูพิเศษ ในวันที่ผมกินมันยังไม่โดนพอ
รวมทั้งพวกเครื่องเคียงไม่ถูกปากผมหลายอย่าง ทั้งมะเขือ กะหล่ำต้ม ฯลฯ
แต่ข้อด้อยเหล่านี้ช่างเล็กน้อยเหลือเกิน

ร้าน Bekku ครับ