Elite Grill

หลายคนถามว่าร้านบุฟเฟต์เนื้อย่างร้านไหมแหล่มสุด,,,
มันเป็นอะไรที่ตอบยากเหมือนกัน เพราะว่าการชอบแต่ละบุคคลต่างกัน
แต่ส่วนตัวแล้ว ผมให้ร้านนี้ครับ ,, Elite Grill หรือ อิลีท กริล

ที่มาที่ไปและทำเลของร้าน

พูดตรงๆ ว่าตั้งแต่ผมเริ่มเขียน blog มา ร้านนี้เป็นร้านที่ผมรู้จักเป็นร้านแรกๆ แต่ไม่มีโอกาสไปกินซักที
เพราะด้วยการเดินทางที่ต้องเข้าซอยลึก แถมไม่มีรถไฟฟ้าผ่าน ไอ้คนไม่มีรถอย่างผมก็พลอยไม่สะดวก
แถมประกอบกับราคาที่ถือว่าแพงได้อีก จึงเป็นข้อจำกันของผมอย่างมากๆ

แต่วันนี้ ขอลุยซักทีครับ

โดยร้าน Elite Grill อยู่ในเวิ้งที่เรียกว่า Ozono plaza ครับ

Ozono plaza ถามว่ามาจากทางไหน มาได้สองทางครับคือฝั่ง ถ.เพชรบุรี หรือฝั่ง ถ.สุขุมวิท แต่ส่วนตัวแนะนำให้มาทางเพชรบุรีง่ายกว่าเยอะครับ โดยเข้ามาทางซอยอิตัลไทย ข้ามสะพานมาอีกนิดเดียวก็ถึงครับ ก่อนที่จะถึงสามแยกข้างหน้า สังเกตทางซ้ายจะเห็นร้านโนบุชาบูอยู่ติดถนนเลย (แต่ร้านเราต้องเข้ามาข้างในหน่อย)
ถ้าใครไม่มีรถก็ให้ลงสถานี MRT เพชรบุรี แล้วต่อรถฝั่งแฟมิลีหมูกระทะ ตรงมาอีกนิดนึงแล้วเลี้ยวเข้าซอยพร้อมพงษ์ครับ ส่วนถ้าใครมีรถก็สามารถจอดที่ Ozono plaza ได้ครับ ประเมินคร่าวๆ น่าจะจอดได้ 30 คันได้สบายๆ อยู่นะ


ดู Ozono Plaza ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เมื่อถึง Ozono plaza ก็ให้เดินเข้ามาข้างในเลยครับ เดินเข้ามาก็จะเริ่มได้กลิ่นเนื้อย่าง

ลืมบอกว่าร้านเปิด 17.00-23.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ ,, ส่วนเสาร์-อาทิตย์-วันหยุดจะเปิด 11.00-23.00 น.
ถ้าสั่ง Buffet จะนั่งได้ 2 ชั่วโมงเต็มๆ ครับ

ในเวิ้งของ Ozono Plaza ครับ
ป้ายร้าน Elite Grill ครับ

บรรยากาศร้านที่นี่ดูสบายๆ ออกแนว Modern หน่อย ไม่ค่อยเอาเกาหลีญี่ปุ่นมาเกี่ยวเท่าไหร่
ร้าน Elite Grill มีสองชั้นนะครับ ชั้นบนกับชั้นล่างคล้ายๆ กัน แต่ข้างบนรองรับโต๊ะที่มีคนมาเยอะๆ
วันที่ไปนี่เป็นช่วงดึก + กลางคืน คนเลยไม่แน่นมากเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวแนะนำให้โทรไปก่อน 02-2597588

บรรยากาศในร้าน Elite Grill

แอบเอาเมนูบุฟเฟต์มาให้ดูด้วย ซึ่งมี 2 เกรด ครับ
แบบแรกเป็นแบบ Silver ราคา 499 บาท กับแบบ Gold ราคา 699 บาท ซึ่งราคายังไม่รวม Vat และ service charge

ถ้ารวมแล้ว แบบ Gold จะตก 823 บาท ,,, โอ้วแม่เจ้า แพงได้อีก ,,, กินมื้อเดียวจนไปเดือนนึง

เมนูบุฟเฟ่ระดับ Silver ราคา 499 บาท ยังไม่รวมชาร์จเพิ่ม
เมนูบุฟเฟต์ระดับ Gold ราคา 699 บาท ยังไม่รวมชาร์จเพิ่ม

แต่ถ้าคลั่งเนื้อย่างจริงๆ แนะนำเอาแบบ Gold ไปครับ เพราะมันมีของเด็ดอยู่ นั่นคือ เนื้อสันนอกพิเศษ
กับอีกอย่าง เมนูแบบ Gold จะมีน้ำโค้กบริการให้ฟรีๆ แบบไม่อั้นด้วย (ไม่มีน้ำแบบอื่นนะ) แถมยังมีเมนูแปลกๆ ให้ลองอีกเยอะ ,, ไหนๆ นานๆ ทีจะมาแล้วก็ของลองไปแบบสุดๆ เลยละกัน

เมื่อตกลงปลงใจ ก็มาลุยกันเลย

เอาครับ รวบรวมกำลังเงินที่เก็บหอมรอมริบมาซัด Gold Package ไปเลย
หลังจากตอบตกลงไป น้องๆ เด็กเสิร์ฟก็ส่งน้ำจิ้มและน้ำโค้กมาวอร์มก่อนหลังจากที่อดอาหารมาตั้งแต่เช้า

น้ำจิ้มถ้วยโต กับพริกกระเทียม มะนาว และต้นหอม
รินมา รินมา โค้กเติมไม่อั้นๆ

เอาถ่านไม้มาใส่ เปิดเตาให้แรง เร่งไฟให้ร้อน เครื่องดูดควันทำงาน รอเนื้อมาเสิร์ฟ โอ้สสสสส!!!

เตรียมตัวให้พร้อมกับศึกครั้งนี้!!

ระหว่างรอทุกอย่างพร้อม เราก็มาสอยเมนูเด็ดๆ รายทางกันก่อน เอามาเรียกน้ำย่อย คริๆๆ
ที่นี่แอบมีชื่อเสียงเบาๆ เรื่องสปาเก็ตตี้ ทั้งคาโบนารา และพริกขี้หนูกระเทียม ก็เลยต้องจัดมาหน่อย

สปาเก๊ตตี้พริดขี้หนูกระเทียม หอมมากๆ
สปาเก็ตตี้คาโบนารา ชีสเยอะๆ เยิ้มๆ

ส่วนตัวชิมสปาเก็ตตี้แล้วถือว่าอร่อย แต่วันนี้คงกินไม่เยอะ เพราะยังมีอย่างอื่นที่อยากกินอยู่

หนึ่งในนั้นคือ Session อาหารญี่ปุ่นครับ มีทั้งข้าวปั้นและซาซิมิครับ น่าสนใจมากครับ แถมมีเทมปุระด้วย เลือกได้ทั้งกุ้งล้วน หรือผสมกับผักทอดครับ
เท่าที่ลองสั่งมาแซลม่อนที่นี่ดูสดมากๆ ถ้าได้มันตอนที่กำลังเลี่ยนเนื้อมากๆ คงจะเพลินไม่ใช่น้อย ส่วนเทมปุระทอดได้กรอบอร่อยดี แต่น้ำจิ้มรสชาติจางไปหน่อย

ซาซิมิแซลม่อนเค้าก็ไม่เลวนะ
แคลิฟอเนียมากิครับ สั่งได้ไม่อั้นเช่นกัน
เทมปุระกุ้งทอดอย่างกรอบ

หรือถ้าชินกับการกินข้าว ที่นี่ก็มีข้าวให้เลือกทั้งข้าวกระเทียมและข้าวขาวปกติ มาพร้อมซุปร้อน ซึ่งซุปที่นี่ไม่ใช่มิโสะซุปนะครับ แต่จะประมาณซุปต้มเครื่องเทศจีนนิด มีกลิ่นหน่วงนิดๆ แต่ลื่นคิดชื่นใจดี กินแล้วคิดถึงบ้าน

ซุปใสร้อนๆ แนะนำให้สั่งครับ ช่วยทำให้ลื่นคอดี
ข้าวกระเทียม หอมอร่อยใช้ได้ครับ

นี่เรายังไม่ได้เข้าส่วนหลักที่เป็นเนื้อเลยนะครับ อย่าเพิ่งรีบอิ่มนะครับ

เมื่อเนื้อชั้นเยี่ยมมหาศาลมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ

พูดตรงๆ ว่าวันนี้โต๊ะของผมและผองเพื่อนแทบจะไม่มีอย่างอื่นเลยครับ นอกจากเนื้อวัว เพราะแต่ละคนก็แทบไม่ต่างจากผมที่ตั้งใจที่จะมาโค่นวัวกัน โอ้สสสส แถมซีฟู้ดต่างๆ ก็แทบไม่มีใครสั่ง (เพราะอาศัยกินซาซิมิเอาแทน) เนื้ออื่นๆ ที่โผล่มาก็เป็นประมาณอยากรู้อยากเห็นมากกว่า ส่วนผักนี่แทบไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเลย (ผมพึ่งคิดได้ว่าไม่ได้สั่งผักตอนเห็นโคจิจางที่อยู่บนโต๊ะ)

เห็ดรวม,,, เป็นผักอย่างเดียวที่ตั้งใจสั่งมาในวันนี้

เริ่มที่เนื้อแกะ อันนี้อยากลองชิมดูครับ ส่วนตัวผมเฉยๆ นะ ก็อร่อยดี แต่ในตัวเนื้อมันจะมีกลิ่นสาบหน่วงๆ อยู่ลึกๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตัวเนื้อแกะเอง หลายคนอาจไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แนะนำว่า ลองสั่งจานเล็กมาชิมก่อนครับ

เนื้อแกะครับ อร่อยดี แต่จะมีกลิ่นสาบปนอยู่ลึกๆ

ปลาค้อด อันนี้ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ลองสั่งมา โดยปลาค้อดมาพร้อมซ้อสปรุงรสราดอยู่ ถือว่าใช้ได้ครับ

ปลาค้อดครับ เนื้อแน่นอร่อยดี แช่ในซ้อสรสเยี่ยม

และเบคอนเนื้อดีหมักซ๊อสครับ เอามาย่างแล้วแหล่มมาก ไฟลุกพรึบๆๆๆ หอมอร่อยดีครับ

เบคอนเนื้อดี หมักมาพร้อมกับซ้อส

อัญเชิญเนื้อวัวมาได้แล้ว

เริ่มต้นแบบเบสิกๆ ด้วยลิ้นวัวหมักเกลือพริกไทยครับ
แต่จริงๆ ผมว่าไม่เบสิกเลยนะ มันแหล่มมาก ชิ้นโต กรุบกรึบได้ใจ

ลิ้นวัวหมักเกลือพริกไทยชิ้นโต

จากนั้นก็เป็น Serloin หรือส่วนของสันในครับ จริงๆ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ แต่เค้าบอกให้สังเกตว่าเนื้อจะมีมันอยู่แถบเดียว ส่วนตัวเนื้อไม่มีลายมันแทรกอยู่

เนื้อ Serlion ครับ

ต่อมาเป็นส่วนของเนื้อส่วนท้องครับหรือ Brisket

เนื้อส่วน Brisket ครับ

ต่อมาก็เนื้อส่วนของพับนอกหรือ Bottomround ครับ

เนื้อพับนอกหรือ Bottomround ครับ

สุดท้ายกับพระเอกของเนื้อในร้านนี้ครับ สันนอกพิเศษ หรือ Striploin ครับ สีสวยมาก
เป็นเนื้อแช่แข็ง แล้วตัดเป็นชิ้นๆ วางบนจานมาให้ ราดซ๊อสนิดนึง มีหอมโปะหน้านิด แหล่มมากๆ

เนื้อสันนอกพิเศษสุดแหล่ม
อีกมุมหนึ่งของเนื้อสันนอกพิเศษ ,,, โอ้ววววว

หลังจากสั่งเนื้อมาครบห้าแบบแล้ว ก็เอามาลุยไฟกันครับ

กลิ่นหอมของเนื้อบนเตาถ่านย่อมไม่เหมือนใคร

จากนั้นพอเนื้อพร้อม ก็ถึงเวลาวางเนื้อลงบนเตาได้แล้วครับ แรกๆ เหมือนจะปราณีตหยิบเนื้อมาวาง แต่จริงๆ แล้วช่วงหลังๆ เป็นการฟาดเนื้อลงตะแกรงครับ วางพรึ่บและหมดเร็วมาก ยอมรับว่าวันนั้นกินเนื้อไปเยอะมาก เป็นเนื้อคุณภาพที่ต่างจากบุฟเฟต๋เนื้อย่างที่อื่นจริงๆ

เนื้อชั้นดีแหล่มๆ ทั้งนั้นครับ
ค่อยๆ วางเนื้อสันนอกพิเศษลงบนตะแกรง อร้างงงงง
เนื้อลายสวยๆ บนเปลวเพลิง

ด้วยความหนาของเนื้อกำลังดี บนเปลวไปที่ร้อนได้ที่กับเนื้อคุณภาพเยี่ยม เอามาจิ้มน้ำจิ้ม

เอาไปลุยน้ำจิ้มที่ปรุงเตรียมไว้แล้ว โอสสสส

วันนั้นสั่งมาเยอะมากจริงๆ สำหรับสันนอกพิเศษ นับคร่าวๆ ไม่น่าจะต่ำกว่า 30 จานใหญ่ได้ครับ
ส่วนเนื้อแบบอื่นๆ ก็มีสั่งประปราย ทั้งแกะ ทั้งเบคอน รวมๆ วันนั้นน่าจะ 50 จานได้เลย

เนื้อสันนอกพิเศษ จานแล้ว จานเล่า...
ปิ้งแล้ว ปิ้งอีก ,,, เนื้อเรียงสวยๆๆ

“มันสุดยอดมากครับ”

เนื้อที่นี่ที่ผมว่าเก๋ คือเริ่มจากเป็นเนื้อแช่แข็งก้อนโต แล้วค่อยมาหั่นเป็นจานๆ ตาม Order ไม่ได้มีการหั่นเก็บเอาไว้ โดยความหนาในการหั่นของแต่ละส่วนของเนื้อก็ต่างกัน ซึ่งผมว่าจำเป็นมากๆ เพราะว่าเนื้อที่อร่อยนอกจากจะมีปัจจัยเรื่องคุณภาพเนื้อแล้ว ความหนาในการหั่นและเทคนิคในการปิ้งก็ถือเป็นส่วนสำคัญ

ต้องยอมรับว่าเนื้อที่นี่อร่อยมากๆ ครับ

ถ้าถามว่าส่วนไหนอร่อยสุด ส่วนตัวผมยกให้สันนอกพิเศษลายหินอ่อนครับ อร่อยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง ขนาดพิมพ์ blog ไปยังหิวตามไปด้วยเลย เฮือกกกก คิดถึงความรู้สึกที่ได้กินในวันนั้นแล้วยังอยากกินอีก

กินจนอื่มซะเปรม เดินเกือบไม่ได้….

แต่ยังครับ,, เรายังมีของหวานให้เลือกอีกสามแบบ ที่สั่งมาได้แบบไม่อั้น ทั้งเต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด, น้ำแข็งไสถั่วแดง และสาคูเมล่อนน้ำกะทิครับ ส่วนตัวผมชอบสามอันพอๆ กัน ตัวเต้าฮวยก็เนื้อแน่นเด้ง, น้ำกะทิก็หอมแต่ไม่ข้นมาก ซึ่งลื่นคอหลังจากกินเนื้อมาเต็มคราบแล้ว

ของหวานปิดท้ายสามอย่าง เลือกทานได้ตามใจ

วันนี้ซัดเนื้อย่างอิ่มมาก

ที่มากินวันนี้

ยอมรับว่าราคาแพงมาก กับบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างราคา 823 บาทหลังจากรวมทุกสิ่งอัน
แต่ถ้าลองมาสัมผัสคุณภาพเนื้อ และการบริการของที่นี่ ต้องยอมรับว่าเหนือกว่าร้านอื่นๆ จริงๆ สั่งที่นี่รับออร์เดอร์ดีมาก สั่งไปไม่มีขาด น้ำเติมไม่มีขาด ไฟเติมไม่มีพลาด ขออะไรไม่มีบ่น ขอบอกว่าไม่เสียดายค่า service charge เลย
และโดยเฉพาะกับเนื้อวัวคุณภาพที่อร่อยเหนือคำบรรยาย อยากให้มาลองเองจริงๆ แล้วจะติดใจอย่างแรง แต่ถ้ากินบ่อยๆ จะติดหนี้อย่างแรงได้ไม่แพ้กัน

เอาเป็นว่า ถ้ากินแล้วติดใจ แนะนำให้ทำสมาชิกไปเลยครับ!!!

Muso by Suan-Kularb

จริงๆ ช่วงนี้ผมจะพยายามผลิต Entry ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์บ้าง
แต่ทำไปทำมา เนื้อหาที่มีใน stock ก็มีแต่ของกินทั้งนั้น
ครั้งนี้ก็เป็นของกินอีกเหมือนกัน แถมเป็นเนื้อ + มีบุฟเฟ่ต์ด้วย (อีกละ)
ร้านที่จะพาไปนี้ชื่อ Muso ครับ

หากร่างกายท่านกำลังต้องการเรียกร้องหาเนื้อย่าง แนะนำร้านนี้ครับ Muso

ที่ตั้งและทำเลของร้านนี้

ร้านนี้อยู่แถวๆ ถ.พระรามหกครับ ให้เราเข้าซอยมาทางโรงพยาบาลวิชัยยุทธ เป็นซอยที่ตรงข้ามกับทางลงทางด่วน
คือวิชัยยุทธมันจะมีสองที่ พูดง่ายๆ อย่าไปเข้าซอยที่เป็นที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ให้เข้าซอยก่อนหน้า
จำไม่ผิดซอยนี้จะชื่อว่า ถ.เศรษฐศิริครับ เข้ามาอีกประมาณ 300 เมตรก็จะเจอร้านอยู่ทางขวาก่อนออกไปเจอทางรถไฟ
ไปตามแผนที่ข้างล่างได้เลยครับ


View MUSO in a larger map

สนใจโทรมาจองได้ครับที่ 02-6199941 ร้านเปิดทุกวัน 10.30-22.30 น ครับ
หน้าร้านเค้าก็ออกแนวไฮโซครับ ดูดีมีชาติตระกูลเลยทีเดียว

หน้าร้าน Muso ที่จะมาชิมครับ

ลองเข้ามาดูในร้านดูหรูหราโอ่โถงมากๆ ครับ มีชั้นหนึ่งกับระเบียงนิดนึง
แถมที่ร้านเค้าแบ่งโซนชัดเจนว่าจะกินปิ้งย่างหรือชาบู,, วันนี้ผมกินปิ้งย่างโดยได้นั่งที่ระเบียงครับ
เท่าที่สังเกตร้านค่อนข้างใหม่ พนักงานไม่น้อย แถมลูกค้าก็เยอะดีด้วย

บรรยากาศจากระเบียงของร้าน คนเยอะจริงๆ

บุฟเฟต์ปิ้งย่าง 399 บาทเน็ท แต่เราสามารถสั่งเมนูพิเศษมาเติมได้ แต่ส่วนตัวแค่ในรายหการก็เยอะแล้วครับ

เมนูอาหารของที่ร้าน

เมื่อที่ทางพร้อม น้องเด็กเสิร์ฟก็เอาเมนูอันเท่าบ้านความหนาหนึ่งหน้ามาให้ครับ
หน้านึงเป็นฝั่งชาบู-ปิ้งย่าง อีกฝั่งเป็นซูชิ และอื่นๆ ครับ

เมนูคร้าบบบบบ (เฉพาะฝั่งปิ้งย่าง-ชาบู)

ที่ร้านมีบริการทั้งยากินิขุและชาบูบุฟเฟต์ และมีซูชิอลาคาร์ท สังเกคจากเมนูและโต๊ะข้างๆ ก็ดูน่ากินอยู่
แถมซูชิที่เห็นในลิสท์นี่ก็เยอะมาก ราคาระดับนึง แต่ในจุดนี้ ขอล้มวัวให้คุ้มค่าบุฟก่อนนะครับ

จากนั้นตามมาตรฐานผมก็สั่งเนื้อชุดใหญ่และเครื่องเคราอื่นๆ ไป
แต่จากเมนู ถ้าสังเกตดีๆ จะมีช่วงนึงที่อ่านแล้วจะงงๆ เกี่ยวกับน้ำจิ้มชื่อแปลกๆ มากมาย …
ซึ่งน้ำจิ้มที่อยู่บนโต๊ะก็ไม่เห็นเหมือนน้ำจิ้มในเมนูเลย

ชุดน้ำจิ้มที่อยู่บนโต๊ะครับ

และแล้ว อาหารก็ค่อยๆ ทยอยมา

เริ่มตั้งแต่ชาเขียวมาเสิร์ฟแล้วครับ อร่อยดี มีกลิ่นเถ้าแก่น้อยปนๆ อยู่ในระดับนึง
จากนั้นพวกเนื้อ-หมู-ไก่-ปลา-ผัก-อาหารต่างๆ เริ่มทยอยมาเสิร์ฟครับ แต่ละอย่างน่ากินมากมาย เอิ้กๆๆ

กุ้งครับ ขนาดตัวไม่โตมาก แต่โดยรวมสดดี
ปลาหมึก ตัวไม่โตมาก แต่ให้มาเต็มตัว
หมูสันคอแผ่นโตมากๆ
เนื้อไก่หมัก ก็โอนะครับ (ผมไม่ค่อยชอบกินไก่)
เห็ดออรินจิชิ้นโต ราดซ้อสมาพร้อม

ส่วนที่ผมชอบคือปลาเค้าเอาใส่ฟอยล์มา ดูเอาใจใส่ดี
เพราะถ้าเอาแซลมอลปิ้งสดๆ เนื้ออาจเละและติดคาตะแกรงได้ รวมทั้งสุกไม่ทั่วถึงได้
การใส่ฟอยล์ก็จะทำให้ช่วยลดปัญหาดังกล่าวไป แต่ก็จะลำบากนิดๆ ที่มันจะกินที่ และสังเกตยากว่าข้างในสุกหรือเปล่า
และผมแนะนำว่าถ้าปิ้งเสร็จ แนะนำให้เทน้ำที่ออกมาในฟอยล์ระหว่างปิ้งด้วยครับ

ปลาแซลมอนในฟอยล์ครับ พิถีพิถันดี

อีกอันที่น่ากิน และชิมจริงก็อร่อยคือซี่โครงหมูครับ
เป็นส่วนหมูที่ติดกระดูกมาแทะมันดี บางีก็ติดกระดูกอ่อนมาเคี้ยวกร๊วบๆๆๆ ม่วนชื่น

ซี่โครงหมูแหล่มหลาย เด็ดสะระตี่เลยทีเดียว

ต่อมาเป็นโซนเนื้อครับ ในเมนูบุฟเฟต์มีเนื้อบริการสองแบบ เป็นเนื้อสันและเนื้อติดมันครับ
มีให้เลือกน้อยไปหน่อย แต่คุณภาพเนื้อเค้าถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลยนะครับ

เนื้อติดมันคุณภาพเยี่ยมมาก
เนื้อสันมันน้อย แต่ไม่ด้าน เนื้อนุ่มกำลังน่ากิน

ชุดข้าวกระเทียมและกิมจิครับ ข้าวกระเทียมแหล่มใช้ได้ กิมจิโอเคเลยครับ รสชาติกลมกล่อมกำลังดี

ข้าวกระเทียมผัดได้หอมมันใช้ได้
กิมจิรสไม่จัดมาก ออกรสหวานๆ หน่อย อร่อยดี

ปริศนาแห่งน้ำจิ้ม !!!

หลังจากที่ผมถามน้องเด็กเสิร์ฟว่าไอ้น้ำจิ้มสี่อย่างคืออะไร แกก็พยายามอธิบายแต่มันก็งงๆๆ
และแล้วปริศนาทุกอย่างก็ไขกระจ่าง เมื่อน้องเค้าเอาเจ้านี่มาเสิร์ฟครับ!!

ซ้อสหมักสี่ฤดู (ตั้งเอง) แห่งร้าน Muso ครับ

จริงๆ มันไม่ใช่น้ำจิ้ม แต่มันเป็นซ้อสหมัก เอามาราดเนื้อสัตว์หรือผักก่อนที่จะเอาไปปิ้งย่าง
ซึ่งซอสหมักแต่ละแบบก็จะเหมาะกันกับอาหารที่ต่างกันไป ได้แก่

  • เกลือ : เหมาะกับเนื่อหมู แกะ รสชาติเค็มมากๆ (เพราะมันเป็นเกลือนี่นา)
  • ซ๊อสมูโซะ : เป็นซ้อสพิเศษจากทางร้าน ออกแนวซีอิ้วญี่ปุ่นที่ไม่เค็มมาก รสชาติกลมกล่อม
  • เนยกระเทียม : เป็นเนยบดรวมกับกระเทียม หอมอร่อยมากๆ ตามเมนูบอกว่าเหมาะกับแซลม่อน แต่ผมว่ามันเหมาะกับแทบทุกอย่างเลย ชอบมากๆ ป้ายๆ ไปมันจะได้อารมณ์อบชีสเลย แหล่มหลายๆ
  • เพสโต้ : ซอสหมักสีเขียว อารมณ์จะเป็นกลิ่นมิ้นท์ๆ นิดๆ เย็นสดชื่นฟุ้งๆ คล้ายๆ ใบกระเพาแต่มันจะละมุนกว่า เอาใส่กับพวกเนื้อสัตว์ก็ดีครับ น่าจะทำมาจากพืชตระกูลมิ้นท์หลายๆ อย่างมารวมกันอย่างลงตัวครับ
ชอบซ๊อสหมักอันนี้สุดแล้ว เนยกระเทียม
อันนี้ราดซ๊อสหมักมูโซ่ลงไปเพิ่ม ดูแล้วคล้ายๆ เดิมแฮะ

เมื่อหมักอะไรๆ พร้อมแล้วก็เริ่มมาปิ้งย่างกันดีกว่า

บรรยากาศการปิ้งย่าง โฮกมากๆ

บรรยากาศการปิ้งย่างก็สนุกดีครับ แรกๆ ก็ไฟแรงดี แรงจนเนื้อไหม้ไปหน่อย
ฟอยล์ที่ห่อนปลาแม้จะเกะกะไปหน่อย แต่มันก็ทำให้เนื้อปลาข้างในแหล่มมากๆ

เริ่มการปิ้งย่างกันแล้วครับ!!
เนื้อหมักเพสโต้เอามาย่างไฟ แหล่มมากๆ ครับ

แต่ที่ผมว่าแหล่มมากๆ อีกอัน แบบไม่เคยกินมาก่อนคือสับปะรดย่างนี่แหละครับ
รสชาติมันอร่อยขึ้น แถมช่วยคั่นเวลากินเนื้อเลี่ยนๆ ได้ดีเลยทีเดียว
แต่อยากบ่นนิดๆ ว่าวันนั้นไม่มีพนักงานขึ้นมาเปลี่ยนตะแกรงเลย ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ตะแกรงเดียว
สงสัยสั่งอาหารเยอะไป จนพนักงานลืม ฮาๆๆๆ

สับปะรดย่าง!! แหล่มแบบไม่น่าเชื่อ

สรุปกินไปหลายจานอยู่ (หลายๆๆๆ) เอิ้กๆๆ อิ่มมากมาย XD

ที่่มากินวันนี้ครับ

เริ่มที่ละจุดเลยละกันนะครับ
การเดินทางผมว่าถ้าคนไม่มีรถจะลำบากนิดนึง เพราะไม่มีรถ BTS หรือ MRT ผ่าน แถมรถเมล์ที่ผ่านแถวนี้ก็น้อย ป้ายจอดก็อยู่ห่าง แต่ถ้าใครเอารถมาผมว่าก็โอเคนะ ที่ร้านเค้ามีที่จอดด้านหน้าได้ประมาณซัก 20 คัน และยังจอดข้างๆ ถนนได้ด้วย

ป้ายหน้าร้าน Muso ชัดเจนมาก

ส่วนสภาพร้านและการบริการโดยรวมที่ผมเจอเองก็โอเคนะครับ ร้านดูใหญ่โตไฮโซโอ่โถงและก็สะอาดดี เครื่องดูดควันก็เยี่ยมครับ พนักงานเยอะดี น้องเค้าก็ให้บริการดีแต่ลืมเปลี่ยนตะแกรง ซึ่งการเปลี่ยนตะแกรงและปรับถ่านให้ร้อนตลอดเป็นอะไรที่สำคัญมาก ร้านที่เริ่ดๆ ไม่จำเป็นต้องสั่งเค้าก็จะมาเปลี่ยนให้อยู่แล้ว อาจทุก 20 นาทีด้วยซ้ำไป

ส่วนเรื่องอาหารผมว่าโอเคนะ ความสดสะอาดโดยรวมถือว่าดี คุณภาพเนื้อวัวผมว่าโอเคเลยนะ อร่อยดี เสียดายที่มีให้เลือกน้อยไปหน่อย (อยากได้หลายแบบกว่านี้ต้องเสียตังเพิ่ม) ปลาห่อฟอลย์ก็แสดงความพิถีพิถันดี เนื้อสัตว์อย่างอื่นก็โอเคครับ ผักสดใช้ได้
แต่ที่ผมว่าแปลกๆ แต่เก๋คือซอสหมักสี่ฤดู (ผมตั้งชื่อเอง) ครับ แรกมีในเมนูผมงงมากๆว่ามันคืออะไรบวกกับความหน้าด้านและอยากรู้ ผมก็เลยให้เค้ายกมาหมดเลย หมักเองป้ายเอง แต่จริงๆ คือเราต้องสั่งให้ร้านเค้าป้ายมาให้น่ะครับ เช่น เอาหมู+เกลือ หรือ แซลมอน+เนยกระเทียม เนื้อติดมัน+เพสโต้ แบบนี้ แต่ผมว่าไอ้ซอสหมักนี่แหละเจ๋งดี เหมือนมันเพิ่มมิติในการกิน โดยเฉพาะเนยกระเทียมและเพสโต้ ซึ่งผมชอบเนยกระเทียมมากๆ ใส่มันหมดทุกแบบ ฮาๆๆๆๆ มันส์

ส่วนตัวร้านนี้ถือว่าโอเคเยี่ยมครับ เสียดายที่ไม่มีของหวานร่วมในเมนู แต่ก็ถือว่าเป็นร้านที่น่ามาอีกร้านนึงครับ
สุดท้ายต้องขอบคุณ @narudom และ @plajazz มากครับสำหรับทริปครั้งนี้

เนื้อย่าง เตาถ่าน

ศึกสงครามเนื้อย่างยังไม่จบ!!
ยิ่งตระเวนกินไปหลายๆ ร้าน พบว่า ร้านเนื้อย่างต่างๆ กลับผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
คิดว่าเราคงได้ล้มฝูงวัวทุกวันเพื่อให้ได้เนื้อคุณภาพมาให้ซัดบนเตาทุกวัน
วันนี้ก็จะพาไปอีกร้านครับ ชื่อ ร้านเนื้อย่างเตาถ่านหรือ Paradise Yakiniku

หน้าร้าน เนื้อย่าง เตาถ่าน

ตำแหน่งที่ตั้ง และบรรยากาศโดยทั่วไป

ร้านนี่ตั้งอยู่ในซอยเอกมัยครับ ง่ายๆ ลง BTS ที่สถานีเอกมัย สังเกตเห็นว่ามีร้านบ้านไร่กาแฟครับ
จากนั้นก็เข้ามาเรื่อยๆ ถ้าเดินอาจไกลไปนิดนึง
เลยสี่แยกเอกมัยซอย5 มาหน่อยนึง ตรงข้ามร้านนั่งเล่นครับ มองเข้าไปนิดๆ ในซอยแถบๆ โครงการปาร์คอเวนิวโฮมออฟฟิศ ก็จะเห็นร้านเตาถ่านอยู่


View เตาถ่าน Paradise Yakiniku in a larger map

ที่ร้านเปิดทุกวันเฉพาะตอนเย็นๆ ตั้งแต่ 16.00-24.00 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อนที่เบอร์ 0-2714-4534, 08-6616-6195 ครับ และนี่เป็นร้านแรกที่ผมแนะนำว่าควรโทรมาจอง โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะที่ร้านมันเต็มเร็วแบบงงๆ แถมที่นั่งในร้านก็ไม่เยอะมาก

บรรยากาศในร้าน -- ตอนเริ่มเปิด
คนงอกแบบงงๆๆๆ หลังกินไปประมาณเกือบชั่วโมง

คนมาจากไหนไม่รู้เยอะแยะ
สั่งอาหารดีกว่าครับ

รายการเมนูต่างๆ

จากนั้นพนักงานก็ส่งเมนูมาให้ครับ ออกแนวเยินนิดๆ ผ่านการใช้งานมายาวนาน
รายการอาหารมีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และอลาคาร์ทครับ บุฟเฟ่ต์ราคา 389 บาท ไม่รวมน้ำครับ
ที่ร้านมีบริการลิ้นวัวด้วย แต่เสียดาย ไม่อยู่ในลิสต์ของบุฟเฟต์ ส่วนเนื้อใบบัวก็น่าสนใจแต่ก็ต้องสั่งแยก

เมนูอาหารของบุฟเฟ่ต์ครับ

สรุปกินตามที่มีในบุฟเฟต์พอแล้วครับ
ซึ่งมันตรงกับข้อแนะนำอย่างที่สองของผมคือ อย่าสั่งทีละหลายจาน
โดยเฉพาะไปกินกันคนสองคน คิดว่าจะซัดโฮกสามคำหมดจาน ป๋าขอเตือนไว้ก่อนเลย เพราะจานใหญ่มาก
และเนื้อก็อัดแน่นๆ เต็มจาน เยอะได้อีกอะ

เนื้อวัวมาแล้วววว จานใหญ่อัดมาเต็มๆ
เนื้อหมูจานโตไม่แพ้กัน

หากไม่ดูคูณภาพเนื้อ ผมก็แอบเซ็งนิดๆ
คือที่ร้านเค้าจะหั่นสไลด์เนื้อใส่จาน แล้วก็เอามาวางซ้อนๆๆ กัน พอมีลูกค้ามาสั่งก็จะหยิบมาเสิร์ฟได้เลย เร็วดี
แต่ข้อเสียคือ คุณภาพของเนื้อจะลดลงไปมากๆ ครับ แม้เป็นเนื้อแช่แข็งเหมือนกันก็ตาม
ลองสังเกตจากรอยกดของจานชั้นบนมาบนตัวเนื้อที่วางชั้นล่างก็ได้ เนื้อจะบอบช้ำ

ส่วนลายเนื้อหรือคุณภาพเนื้อแต่ละส่วนก็โอเคครับในระดับของบุฟเฟ่ต์
อีกทั้งที่ร้านเป็นเนื้อที่ไม่ได้หมักหรือราดซ๊อส ความสดจึงเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ

เนื้อหนอกครับ
เนื้อรวมหลากแบบ (ไฟร้านสีเหลือง เลยถ่ายแล้วไม่ค่อยสวย)

นอกจากเนื้อวัวก็ยังมีอย่างอื่นๆ ที่อร่อยใช้ได้อีกนะครับ
ทั้งเนื้อหมู เนื้อปลา ไก่ ปลาหมึก (แต่ร้านใช้ไฟเหลือง ผมพยายามปรับ WB แต่ไม่ไหวจริงๆ)
แต่ปัญหาก็คล้ายๆ เนื้อวัวคือเหมือนทำเตรียมทิ้งไว้ ทำให้ดูไม่ค่อยแจ่มมาก

เบคอนจ้า
เนื้อปลาดอรี่หั่นชิ้น
เนื้อปลาหมึกครับ

จริงๆ ในบุฟเฟต์ก็ยังมีของอื่นๆ ให้สั่งอีกมากมายนะครับ ที่แหล่มๆ คือเห็ดออรินจิ

เห็ดออรินจิ แหล่มๆ ดี

ส่วนสิ่งต้องห้ามที่วันนั้นผมไปกินแล้วไม่โดนเลย คือ ข้าวกระเทียม ไม่ถูกปากอย่างแรง

ข้าวกระเทียมไม่ถูกปากผมเท่าไหร่นะ ส่วนซุปโออยู่

เมื่อทุกอย่างพร้อมก็มาลุยกัน

ของที่สั่งมาครบ เตาพร้อม ไฟพร้อม …
แต่ดูไปดูมา เยอะเหมือนกัน จะกินหมดเหรอเนี่ยยย เนื้อจานนึงก็เบ้อเริ่ม เอิ่มมมมมม

โอเค ทุกอย่างสั่งมาครบ

ก่อนลุยเราก็ต้องมีตระเตรียมน้ำจิ้มนิดนึง เดี๋ยวจะหาว่าขาดรสชาติ
เติมพริกมะนาวหน่อย แถมด้วยกระเทียมบดเยอะๆๆๆๆ

อะอ้าววววว++ น้ำจิ้มครับ

แล้วก็ซัดกันเลยปะหละครับ…

แต่สิ่งที่ผมว่าแหล่มมากๆ ในร้านคือส่วนกระทะ/ตะแกรงที่เรามาวางบนเตาถ่านนี่แหละครับ
มันทำมาจากตัวเทฟลอน (มั้งครับ) ร้อนเร็วรุนแรงมาก วางแป๊บเดียวก็สุก (ยิ่งชอบดิบๆ หน่อยนี่ห้ามวางเพลิน)
แถมเวลาเนื้อสุกแล้ว ผมสังเกตว่า ตัวของเนื้อมันจะไม่ไหม้ต่อด้วย ดึงออกกระทะก็ไม่ยาก
แต่ส่วนที่ไหม้ๆ มันก็จะติดตรึงบริเวณเทฟลอน แล้วลอกออกด้านข้างเอง ทิชชูเช็ดออกสบายๆ ไม่ต้องเปลี่ยนตะแกรง
เก๋ไปอีกแบบดีครับ

กระทะแบบเทฟล่อน = เทพ ล่อน
ปลาหมึกและดอรี่บนกระทะเทฟล่อน

สรุปคือ แทบจะไม่มีเนื้อไหม้เลย ปิ้งได้สบายๆ เรื่อยๆ ดีครับ
เนื้อสุกดี (แต่ส่วนตัวผมชอบแนว rare หน่อยนึง ทำให้กับผมมันสุกไปนิดๆ) ก็เอาลงน้ำจิ้มครับ

ได้กับน้ำจิ้มแล้วอร่อยดีครับ
เนื้อย่างกำลังพอดีครับ น่ากินๆๆๆ

อย่าลืมนะครับ… อย่าเอามาทีละหลายจาน เนื้อมันเยอะจริง วันนั้นเกือบกินไม่หมดแน่ะ

ที่กินมาวันนี้

โดยรวมผมถือว่าเป็นร้านที่กลางๆ นะ แต่คนเยอะมากๆ ในวันที่ผมไป อาจเป็นเพราะทำเลได้ด้วยส่วนนึง
แต่ส่วนตัวผมคิดว่าทางร้านยังต้องมีการปรับปรุงในหลายๆ ด้าน ดังที่กล่าวไป
ซึ่งหากปรับปรุงในจุดนี้ ก็จะช่วยเสริมจุดแข็งของทางร้านและยังจะทำให้ร้านพัฒนาขึ้นไปในหลายๆ เรื่อง
โดยเฉพาะเรื่องกระทะ ส่วนตัวผมว่ามันเก๋ดีนะ เนื้อก็ไม่ไหม้ น้ำมันก็ไม่ต้องใส่ แถมสุกไวดีด้วย
แต่ยังไง ผมก็ชอบกินแบบมีกลิ่นไหม้ๆ นิดนึงนะ เหม็นถ่านหน่อยๆ มันมีเสน่ห์ดี

มาจกบุฟเฟ่ต์ที่ร้านเตาถ่านได้ครับ

(ปล – ข้าวกระเทียมไม่โดนใจผมอย่างแรงฮะ T T)

Burendo shabu

หลังจากช่วงนี้ซัดเนื้อย่างมาเยอะมากๆ
หลายคนทักว่า เอ็งเป็นหมอไม่รู้เหรอไงกินปิ้งย่างเยอะมันเสี่ยงมะเร็ง …ทำไงได้ ก็ใจมันอยากนี่ครับ
แถมตัวผมเองยังชอบกินเนื้อวัวอย่างรุนแรง
เอาเป็นว่าวันนี้เราลองเปลี่ยนบรรยากาศจากปิ้งย่างมาเป็นชาบูบ้างครับ ที่ “Burendo shabu”

ตำแหน่งที่ตั้งของร้าน

ร้าน Burendo ครั้งแรกผมได้รับการเชิญชวนจาก @l3ortor (แต่ก็ได้แค่ชวน เพราะนัดกี่ทีชีเบี้ยวตลอด)
เป็นร้านที่ชื่อแปลกๆ เหมือนกัน เพราะพักหลังๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นมักตั้งชื่อตามดารา AV แต่นี่ไม่คุ้น
มันจะอร่อยเหรอวะ !!!

ก็ลองไปดูครับ ร้านตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 10 ร้านเป็นตึกแถว หายากนิดนึง เพราะสีร้านจะไม่ค่อยมีฉูดฉาด
ชั้นล่างเป็นบันได เพื่อพาขึ้นมาชั้นสองครับ (แอบเสียดาย Space นิดนึง)


View Burendo shabu in a larger map

หน้าร้าน Burendo shabu

ร้านเปิด 11.00 -21.30 น. ของทุกวันนะครับ ไม่แน่ใจหรือต้องการโทรจองก็ที่เบอร์ 02-2517557

เมื่อเดินขึ้นชั้น 2 ก็จะพบกับตัวร้านจริงๆ ครับ
บรรยากาศแนวสะอาดเรียบร้อย คนไม่เยอะมาก บรรยากาศการตกแต่งเรียบง่าย ดูสบายๆ ครับ
ข้างๆ ผนังแอบมี Post-it บริการติดผนังให้ เผื่อใครต้องการจารึกอักษรหรือคำติชมลงผนังร้าน
ตอนนี้กำลังเรียงสวยเลย

บรรยากาศสบายๆ ที่ร้านครับ

โดนร้านหลักๆ เราจะเห็นเป็น 2 ส่วนครับ คือส่วนที่เป็นห้องครัว และอีกส่วนที่เป็นเวิ้งเตาไฟฟ้า
โดยเราสามารถเลือกนั่งตรงเวิ้งได้เต็มที่ครับ โดยจะมีพนักงานวนเวียนมาช่วยปรับไฟให้ด้วย

เปิดเมนูกันเลยดีกว่า

ที่ร้านมีบรืการทั้งแบบอาหารชุด (สั่งเป็นจานแยก), และแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งบุฟเฟต์ก็แบ่งได้อีก 2 ราคาครับ
คือ 350 บาท สั่งได้เฉพาะเนื้อวัว-หมู-ไก่-ผัก โดยเนื้อวัวก็เป็นแบบเนื้อธรรมดาครับ เทียบๆ แล้วเลือกอาหารได้ประมาณ 1 คอลัมน์
อีกแบบเป็น 550 บาท โดยเพิ่มจากเดิมคือ เนื้อวัวจะเป็นเนื้อนำเข้าและมีให้เลือกเยอะกว่า มีเนื้อนกกระจอกเทศ ข้าวปั้นต่างๆ อาหารแปลกๆของบุเรนโด (ส่วนมากเป็นพวกเกี๊ยว ลูกชิ้นเทพๆ ฯลฯ) เทียบๆ แล้วเลือกอาหารได้ 10 คอลัมน์ -_-a

วันนี้ผมเลยจัดชุด 550 บาทครับ อาจดูแพงไปหน่อยแต่ก็อยากลองอะไรบ้าง
ออ ลืมบอกว่าราคาบุฟเฟ่ต์รวมเครื่องดื่มแล้วนะครับ
อยากบอกว่าเครื่องดื่มที่นี่มีทั้งน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ ซึ่งส่วนของน้ำผลไม้ผมว่าโอเคมากๆ เลยครับ
มีทั้งน้ำส้ม น้ำมะนาวโซดา น้ำแตงโม น้ำมะพร้าวเข้มข้น น้ำมะตูม และอื่นๆ รวมเกือบ 10 แบบ อร่อยแทบทั้งสิ้น

น้ำผลไม้ที่นี่แหล่มมากๆ

ส่วนเรื่องน้ำจิ้มที่ร้านก็มีสองแบบครับ
คือแบบน้ำจิ้มงา และน้ำจิ้มซ๊อสเปรี้ยวซึ่งร้านเค้าจะเติมพริก-กระเทียม-ต้นหอม ลงไปด้วย

น้ำจิ้มงา และชุดพริกกระเทียมรอเติมน้ำจิ้มซอสเปรี้ยว

ส่วนผมถ้ากินชาบู ผมชอบจิ้มไข่ดิบมากกว่าครับ มันเข้าถึงกว่า
ส่วนน้ำจิ้ม 2 แบบเอามากินคั่นเป็นพักๆ เวลาเลี่ยนไข่

ตีไข่ให้พร้อม เอามาจิ้มกับเนื้อชาบู

จากนั้นเราก็มาสั่งเนื้อกันดีกว่าครับ

พลิกเมนู มันเยอะได้อีก

หลังจากที่เลือกเมนูบุฟเฟ่ต์ 550 บาท แม้จะดูแพง แต่เลือกได้เกือบทุกเมนูของร้าน (เว้นแค่พวกปลาดิบ)
อีหรอบนี้ผมก็เลยจัดหนักเลยครับ สารพัดสารพันเนื้อครับ
เนื้อวัวก็มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งน่องลายแก้ว เนื้อสันนอก เนื้อนำเข้า ฯลฯ ครับ
สังเกตว่าเนื้อที่นี่จะมีส่วนที่เป็นมันไม่มาก ยกเว้นเนื้อสันนอกครับ ถ้าไม่ชอบมันก็สามารถมาทานได้สบายๆ

เนื้อวัวนำเข้า เมพครับ
เนื้อสันนอก... ในจุดนี้ชอบได้อีก
เนื้อน่องลายแก้ว
เนื้อวัวห่อผักกวางตุ้งครับ

ส่วนเนื้อแบบอื่นๆ ก็มีครับ ที่ผมอยากลองเป็นเนื้อนกกระจอกเทศ
ชิมแล้วรสชาติเฉยๆ ครับ เนื้อโอเค กลิ่นไม่คาว แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมาก คล้ายเนื้อทั่วๆ ไป

เนื้อนกกระจอกเทศ... รสชาติกลางๆ
ตับหมูหั่นชิ้นโต คุณภาพดีมาก

นอกจากเนื้อแล้ว ยังมีเมนูกุ๊กกิ๊กพวกเกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวปลา ลูกชิ้น แต่อยากบอกว่าเทพมากครับ
ที่ร้านเค้าเลือกวัตถุดิบอย่างดี ทำอย่างพิถีพิถัน ห่ออย่างดี ต้มตั้งนานไม่มีแตกร่อน

เกี๊ยวกุ้งเทพ อร่อยจริงจัง
เกี๊ยวปลาห่อสาหร่าย ประทับใจมาก
นานาเมนูแนะนำโดยบุเรนโด!!! อร่อยเทพมากครับ

นอกจากนั้นก็มีพวกชุดผัก ชุดเห็ดอีกครับ เยอะมากๆ จริงๆ เยอะกว่านี้อีก แต่ถ่ายไม่ไหว

เห็ดฮังการี ถ้าจำไม่ผิดนะ
เห็ดเข็มทอง กับเห็ดเป๋าฮื้อ (ถ้าจำไม่ผิด)

พอรู้สึกว่าสั่งมาได้ที่แล้วก็…. เอ่อ มันเยอะมากเลยครับ จะล้นเคาท์เตอร์แล้ว
รีบกินกันก่อนดีกว่า

พร้อมรบครับ -- เตรียมเอาลงไปจุ่มได้

แต่ระหว่างจะเอาสิ่งต่างๆ แห่ลงไปเฉกเช่นขบวนร้อยอสูรนั้น กลับมีข้าวปั้นมาเสิร์ฟฮะ
ทั้งแคลิฟอร์เนียมากิ ทั้งซูชิหลากหลายหน้าตา เอิ่มมมมม เยอะมากๆๆๆๆๆ

แคลิฟอเนียมากิ เต็มปากเต็มคำ
ซูชิหน้าไข่แซลมอน กับซูชิแซลมอนตัวแม่

เฮือออกกกก รีบเอาอาหารลงกันเถอะครับ

กลิ่นไอ(น้ำ)แห่งชาบู

การลวกชาบูที่ดีต้องให้ได้เนื้อที่สุกพอดีครับ จากนั้นเอามาจิ้มไข่
ว้ากกกๆๆๆ หิวๆๆๆๆๆๆ

จุ่มเนื้อสุกพอดีๆ แล้วเอามาลุยไข่ดิบสไตล์สุกี้

ส่วนเนื้ออื่นๆ หรืออาหารอื่นๆ ก็ต้องให้สุกพอดีเช่นกัน แต่พวกลูกชิ้นเทพหรืออะไรพวกนี้แนะนำว่าลวกนานนิดนึง
เพราะว่าเค้าแช่แข็งมา บางทีข้างนอกเหมือนดูสุก แต่ตรงกลางยังจับเกล็ดน้ำแข็งอยู่ได้

กุ้งเนื้อดี ลวกสุกกำลังดี

กินอิ่มกลับไปแทบจะเดินไม่ได้เลยทีเดียว ร้านนี้ประทับใจมากๆ ครับ

ที่มากินวันนี้

นี่เป็นอีกหนึ่งในร้านชาบูที่ผมว่าดีมากๆ เลยครับ ทั้งในเรื่องตัวร้าน การตกแต่ง สถานที่ บรรยากาศ ภาชนะต่างๆ
รวมทั้งเนื้อสัตว์และคุณภาพของอาหารแทบทุกอย่างคัดสรรและลงมือทำเป็นอย่างดี จนแทบไม่มีข้อตำหนิเลย
ส่วนรสชาติก็ถือว่าดีครับ เป็นไปตามเกณฑ์แห่งชาบู อะฮิๆๆๆ ซึ่งถ้าคุณภาพของอาหารดีอยู่เดิม ก็จะเสริมให้ชาบูนั้นอร่อยเป็นทวีคูณได้อีก

ส่วนเครื่องดื่มผมว่าอร่อยมาก วันนั้นซัดน้ำแตงโมไป 3-4 แก้ว แถมยังมีน้ำอย่างอื่นอีก น้ำมะพร้าวนี่เข้มข้นดีครับ แต่มะนาวโซดาแอบแรงไปนิด วันนั้นไปแล้วน้ำแอปเปิ้ลหมดแอบเสียดาย แต่โดยส่วนตัวถือว่าเยี่ยมมาก

ร้านนี้คุณภาพอาหารดีมากครับ รสชาติอร่อยใช้ได้

ส่วนการบริการผมว่าโอเคนะ ถ้าคนเยอะๆ อาจมีช้าบ้าง แต่เมนูสั่งแล้วได้ครบถ้วนดี ไม่มีขาด พนักงานอาจมีไม่เยอะแต่เอาใจใส่ดีครับ, เราแทบไม่ต้องปรับไฟเองเลย เพราะที่ร้านออกแบบมาให้พนักงานประจำเวิ้งเป็นคนดูแล เสิร์ฟของ และคอยปรับความแรงของไฟ

แถมร้านนี้ก็ถือว่าอยู่กลางใจเมืองเลย นั่นคือตรงซอย 10 ของสยามสแควร์ครับ เดินทางไม่ลำบากแน่นอน,, ส่วนตัวผมถ้าเทียบกับราคาบุฟเฟต์แบบ 550 บาท อาจแพงไปเหมือนกัน แต่ถ้าเรามากินเอาบรรยากาศดีๆ กับครอบครัวหรือคนรักแล้ว ถือว่าโอเคและคุ้มค่าเลยทีเดียว และถือว่าเป็นร้านที่เยี่ยมยอดมากๆ อีก 1 ร้านครับ แนะนำให้มาลิ้มลองเป็นอย่างแรงครับ

โพนยางคำ เดอะ บุฟเฟต์

จังหวะที่เหนื่อยหลังลงเวร พูดตรงๆ ผมชอบหาอะไรกินครับ
ถ้าขัดสนจริงๆ ได้น้ำอัดลมซักกระป๋องก็ยังดี
แต่จังหวะแบบนี้ ต้องเนื้อครับ ยิ่งได้อาหารอีสานปนมาด้วยจะแหล่มมากๆๆๆ

ไม่ยืดเยื้อมากดีกว่า ตอนนี้ “คุณทอง” โพนยางคำแห่งซอยนวลจันทร์มีบุฟเฟ่ต์แล้ว เหมาะกับสถานการณ์แบบนี้มากๆ
คิดๆๆ เนื้อย่างบุฟเฟ่ คอมโบกับส้มตำ ข้าวเหนียว อาหารอีสาน… โอยยย หิววววว

พิกัดและบรรยากาศร้าน

ร้านนี้น่าจะเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางนะครับ
ตั้งแต่เป็นเพิง พัฒนาเป็นร้าน ตอนนี้โตขึ้นเยอะมากๆ ครับ

ที่ร้านโพนยางคำสาขาประจำ อะฮิๆ

ตำแหน่งร้านก็อยู่ในซอยนวลจันทร์ แถวๆ ปากซอยนวลจันทร์ 21
มาง่ายๆ ก็จากเรียบทางด่วนรามอินทรา เลี้ยวเข้าซอยนวลจันทร์ประมาณ 2 กม. ได้ ก่อนถึงร้านคุณทองโพนยางคำก็จะเห็นร้านเมกุมิ เนื้อย่าง ป้ายสีแดงๆ ก่อนนะครับ ถ้างงยังไงดูตามแผนที่เลยครับ


View โคขุนคุณทอง โพนยางคำ นวลจันทร์ in a larger map

บรรยากาศร้านตอนนี้ต้องยอมรับว่าเปลี่ยนไปจากวันแรกๆ ที่มากิน
จากเพิงข้างทาง ฝนตกก็เปียก ใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ กลายเป็นร้านบรรยากาศโอเคเลย
จากเด็กเสิร์ฟนับหัวได้ จนตอนนี้เยอะจนเดินแล้วแทบจะเหยียบหัวกันเอง 55+
จากวันที่โต๊ะมีซักสิบตัว ยืนต่อคิวกินกัน จนเดี๋ยวนี้มีเป็นร้อยโต๊ะ หลายสาขา แหล่มๆๆ
(สาขาอื่นไม่เคยกินนะครับ ไม่แน่ใจว่ารสชาติเป็นอย่างไรบ้าง)

เข้ามาก็ได้กลิ่นไอความเป็นเนื้อย่างแบบอีสานๆ ขอจกข้าวเหนียวหน่อยเห้อะ!!!

บรรยากาศฝั่งนอกร้านครับ

ส่วนน้ำจิ้มยังเหมือนเดิม มีสองแบบสองสไตล์ให้เลือก
แรกๆ ผมกินรู้สึกว่าไม่ค่อยโดน มีแต่เผ็ดกับเค็ม กินไปกินมา อร่อยดีแฮะ แอบติดนิดๆ

ณ จุดนี้ น้ำจิ้มขาดไม่ได้จริงๆ

จัดหนักกับบุฟเฟ่ต์ 199 บาท

รายการบุฟเฟต์ก็ตามนี้ครับ
ผมว่าเยอะใช้ได้เลย ส่วนมากก็เป็นเมนูที่ผมชอบสั่งอยู่เดิมอยู่แล้ว
ที่หายไปจากเมนูปกติก็คงเป็นพวกเนื้อสันเมพๆ ราคาแพงๆ

เมนูบุฟเฟ่ต์ 199 บาท

ถ้าคิดจะกินบุฟแล้ว จะมีโซนให้เราเลือกนั่งอยู่ ไม่แน่ใจว่ามีแอบถ่ายรูปเก็บไว้หรือเปล่า เผื่อกินในครั้งนี้เยอะแล้วคราวหน้าเค้าก็เอารูปเราติดหน้าร้านแล้วก็บอกว่าห้ามเข้า อะฮิๆๆๆ

โดยรายละเอียดบุฟเฟต์ที่ร้านคือ ช่วงจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่ 1100-2400 น ส่วน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 1100-1800 น ครับ, ส่วนวันหยุดอะไรไม่แน่ใจว่าเปิดหรือเปล่า, โดยราคาเน็ทคือคนละ 199 บาท เด็ก 100-120 ซม. คิด 129 บาท, ส่วนเด็กเตี้ยกว่า 100 ซม. กินฟรี เหยยยยดดดด….คิดแล้วอยากเป็น dwarfism จัง

ยังงงรายละเอียดลองไปที่ www.ko-khun.com หรือโทรไปสาขานวลจันทร์ได้ที่ 02-9444581 นะครับ

บุฟเฟ่ต์อะไรจริงจัง

ต้องยอมรับว่าบุฟเฟ่ต์เค้าจริงจังมาก คุณภาพอาหารโดยรวมใกล้เคียงกับที่สั่งเป็นจานใช้ได้
ส่วนข้อเสียนิดๆ เช่นอาหารไม่ร้อนมากแต่ก็ไม่ได้เย็นนะ แค่อุ่นๆ เช่นใส้ทอดหรือเนื้อแดดเดียว (คงทำมาทีละเยอะ)
หรือแม้ในส่วนของเนื้อวัวเองเค้าก็จะหั่นมาแล้ว แล้วเอามาแช่เย็นเป็นจานๆ รอเสิร์ฟ จุดนี้เข้าใจได้ เพราะถ้าจะให้หั่นเป็นจานทีละครั้งมันคงจะไม่ทันกินสำหรับพวกสัมพเวสีแบบพวกผม

โอววว เนื้อเสื้อร้องไห้ เนื้อหนอก และเนื้อสะโพก

แต่คุณภาพเนื้อโอเคเลยครับ ใกล้เคียงกับที่สั่งเป็นจานปกติดีมากครับ
ฟาดเนื้อลงเตา โยนเนยลงไป อ่า…….

เนื้อโคขุนบนกระทะร้อนๆๆๆ สุดยอดครับ เนยเยอะๆ

ส่วนอาหารอื่นๆ ผมก็ว่าโอเคนะ รสชาติอร่อยเลยแหละ ทั้งส้มตำ, น้ำตก, ตับหวาน, ต้มแซบร้อนๆ, เนื้อแดดเดียว, คอหมู, ฯลฯ
เอาเป็นว่า วันนั้นสั่งมาเกือบยี่สิบอย่าง โอเคหมด ไม่มีสมาชิกท่าใดบ่น

คอหมูย่าง เนื้อหมูคุณภาพดี อร่อยดี แต่เย็นไปนิด
บรรยากาศการซัดโฮก อาหารอร่อยครับ

แต่ถ้าถามเมนูแนะนำผม
ขอเป็นตระกูลเนื้อกระทะร้อนครับ อร่อยมาก เนื้อหนาแน่น สุกกำลังดีแบบข้างในยังดิบๆ กัดแล้วน้ำเนื้อหวานๆ ทะลักออกมา
ส่วนชนิดเนื้อที่แนะนำก็เป็นลูกมะพร้าวครับ เพราะไม่มันมาก มีส่วนของเนื้อกำลังพอเหมาะ ไม่เหนียวด้านครับ

เนื้อลูกมะพร้าวกระทะร้อนอร่อยมากๆ

เยอะมากจริงๆ ครับ จริงๆ ถ้าแกล้มเบียร์ด้วยจะโอมาก
อิ่มแทบเดินไม่ไหว ขากลับใครขับรถมาระวังหลับนะครับ
ปล – เมาไม่ขับนะครับ

ที่มากินครั้งนี้

ยอมรับว่าโอเคมากเลย คือปกติสั่งเป็นจานผมว่าโอเคอยู่แล้ว แต่นี่บุฟเฟ่ยิ่งโอเลย
ราคาเนื้อไม่แพง แต่ราคาน้ำแอบระวังนิดๆ นะ เพราะแพงอยู่เหมือนกัน
ส่วนบริการโดยรวมโอเคครับ มีขาดตกบ้าง ช้าบ้าง ตามจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ

โคขุนคุณทอง โพนยางคำ นวลจันทร์ บุฟเฟ่ต์

นาทีนี้ถ้าจิตใจเรียกร้องเนื้อโคขุนแนวอีสานต้อง “บุฟโพน” ครับ

Sumisumi yakiniku

หิวเนื้อย่างอีกแล้ว!!!
แม้ช่วงนี้กินเนื้อย่างบ่อยๆ จนห่างหาย tonkatsu ไปบ้าง แต่ก็ชอบและอยากกินอยู่เรื่อยๆ
คงเพราะกลิ่นและเสน่ห์จากการย่างกระมัง ที่ทำให้ผมหลงไหลมากมาย

สันนอกและเนื้อลายมัน คริๆๆๆ

วันนี้จะแอบพาไปอีกร้านครับ อยู่ไกลจากที่ผมพักเหมือนกัน
ร้านนี้มีชื่อว่า sumisumi ครับ

ร้านนี้เดินทางอย่างไร

ร้านนี้อยู่ที่อาคารเทอร์มินอล ซอยสุขุมวิท 24 ใกล้ๆ กับห้างเอ็มโพเรียมครับ
ถ้ามาสะดวกๆ ก็ BTS แล้วลงสถานีพร้อมพงษ์ครับ
เดินเข้าซอยมานิดนึงก็เห็นแล้วครับ อาคารสีขาวๆ ทางขวามือ


View Sumisumi in a larger map

หน้าอาคารเทอร์มินัล

โดยพอเข้าตึกแล้วขึ้นบันไดไปชั้นนึง ร้านจะอยู่ชั้น 1F ครับ
ร้านเปิดทุกวัน โดยเสาร์-อาทิตย์ 11.00-23.00 น และจันทร์-ศุกร์แบ่งสองช่วง 11:30 – 14:30 และ 17:30 – 23:00 น.
ติดต่อที่ร้านได้ทั้งทางโทรศัพท์ที่ 026634636 และที่ร้านยังมี Facebook และ Web ที่ www.sumiyakiniku.com

เอาเป็นว่าขึ้นมาแล้วเห็นร้านทันที
ร้านไม่ใหญ่มากครับ และก็ไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ พอนั่งได้ 20-30 คนทั้งร้าน

หน้าร้านครับ

บรรยากาศร้านโดยทั่วไปคนไม่เยอะมากครับ วันที่ผมไปนั่งกัน 2 โต๊ะเอง
ส่วนตัวผมว่าอึดอัดไปนิดๆ อาจเพราะเพดานเตี้ยไปหน่อย แต่โดยรวมก็โอเคครับ
อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ก็โอเคครับ

โต๊ะในร้าน

เริ่มสั่งอาหารเลยดีกว่า

มันต้องกินบุฟเฟต์กันอยู่แล้ว

เมนูที่ร้านมีให้เลือกหลายแบบนะครับ ทั้งแบบสั่งเป็นจาน และสั่งเป็นบุฟเฟต์
แถมบุฟเฟต์ยังแบ่งระดับความหรูอีกสองขั้น คือแบบหรูปานกลาง 399 และหรูมากขึ้น 699
โดย 699 จะเพิ่มเนื้อ wagyu, หอยเชลล์, เนื้อ NZ, เนื้อ AUS, และเนื้อซี่โครงเพิ่มขึ้นมา

เมนูสองแบบครับ

แต่วันนี้ตามอัตภาพขอที่ 399 ก่อนละกันครับ

เริ่มสั่งอาหารกันเถอะ

เริ่มมาก็ต้องจัดหนักกันหน่อยครับ แล้วยิ่งวันนี้มีสมาชิกมาร่วมแจมหลายท่าน นานๆ ทีจะได้กินกันเยอะๆ

จริงๆ ผมก็สั่งทุกอย่างแหละนะ แต่จะถ่ายทันบ้างหรือไม่ทันบ้างก็ตามความเร็วในการชักกล้องออกมาถ่าย
ระหว่างรอเนื้อก็ขอเก็บรายละเอียดน้ำจิ้มก่อนครับ
เท่าที่เห็น เบสิกน้ำจิ้มที่นี่มี 2 อันคือซ๊อสโชยุจิ้มเนื้อ กับน้ำจิ้มซีฟู๊ด (แต่กินไปกินมาเหมือนเห็นน้ำจิ้มแปลกๆ งอกเพิ่ม)
ส่วนพริก-กระเทียมก็เต็มที่

น้ำจิ้มสองแบบ กระเทียมเยอะๆ

แล้วผักๆ เห็ดๆ ข้าวๆ สลัดๆ ก็ตามมา

ผักกาดหอม แก้เลี่ยน
เห็ดเออรินจิราดซ๊อส มาแบบไม่อั้น
สลัดญี่ปุ่น อร่อยดี ใส่วาซาบินิดๆ

จากนั้นก็เป็นเนื้อครับ
ร้านนี้คุณภาพเนื้อปานกลาง-ดี ในระดับร้านบุฟเฟต์ 399 บาทเหมือนๆ กัน
ก็ไล่มาเลยครับ ตั้งแต่เนื้อสันนอก สันใน และเนื้อลายมัน ราดด้วยซ๊อสหมัก
โดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมครับ

เนื้อสันในเรียงมาสวยเลย
เนื้อลายมัน ฮึ่มๆๆ น่ากินๆๆ
เนื้อลายและเนื้อสันนอก ราดซ๊อสหมัก

ที่ชอบของเนื้อร้านนี้คือ เค้าใส่จานมาใหญ่ใหญ่สะใจดีมากครับ ใครชอบสั่งมาทีละเยอะๆ ก็ระวังด้วย
แถมจานก็ลักษณะเป็นเอกลักษณ์ดี แต่แอบมีข้อเสียนิดๆ ที่มันไม่มีขอบจาน หากมีน้ำมันจะไหลหกลงโต๊ะได้

ไม่กินเนื้อก็มาได้ครับ

ที่ร้านยังมีเมนูอื่นๆ อีกครับ สำหรับคนไม่กินเนื้อวัว
มีหมูหลายแบบ ไก่ กุ้งแม่น้ำ ปลาหมึก และเนื้อปลาครับ ดูคล้ายๆ ร้านอื่นๆ

หมูสามชั้น ปิ้งเกรียมๆ อร่อยมาก
แซลมอนชิ้นโต อร่อยมากครับ
ปลาหมึกหมักซ๊อส อร่อยไม่แพ้กัน

ทีเด็ดของร้าน

นอกจากเมนูเบสิกที่ทุกร้านควรมี ร้านนียังมีเมนูเก๋ๆ อีกอย่างที่ผมชอบมากๆ ครับ
คือเนื้อหมูติดกระดูกหมักซ๊อส อร่อยมากๆ

อันนี้แหละ เมนูเด็ด

เป็นกระดูกหมูหมักซ๊อสแดง ออกแนวหวานๆ กลมกล่อม เอามาย่างแล้วสุดยอดมาก
แต่แอบปิ้งยากไปนิด ถ้าชิ้นใหญ่ๆ เพราะข้างในจะไม่ค่อยสุกแต่ข้างนอกไหม้ แนะนำให้ปิ้งตรงที่ไฟไม่แรงมาก
พอปิ้งเสร็จ ก็จะได้แบบนี้ คริๆๆ

เนื้อติดกระดูกหลังย่างเสร็จ

อีกอันที่ผมว่าแปลกๆ และเก๋ดีสำหรับที่ร้านคือปลากะพงในห่อฟอยล์ครับ
เอาทั้งฟอยล์ไปปิ้งไฟเลยครับ จะแอบกินที่ในตะแกรงนิดๆ ปิ้งเอาพอสุกครับ เปิดห่อมาน่ากินดีครับ
ส่วนตัวผมชอบนะ เอามาจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด แต่เพื่อนๆ บางคนบอกว่าคาวไปหน่อย

เนื้อปลาในฟอยล์ อร่อยดีครับ

บรรยากาศการกิน

ก็หลังจากได้เนื้อ ได้ผัก ได้เห็ดมา ก็เอาลงตะแกรงละครับ

เอาลงตะแกรงแว้วววววว!!

บรรยากาศการกินสนุกสนานดี
ต้องขอบคุณคุณ @raoeang และผองเพื่อนที่ทำให้ Trip นี้สนุกมากมาย

บรรยากาศการไล่ล่าเนื้อ เรียกว่า จัดหนักกันทุกคน

เท่าที่หยิบทัน เอามากินกับข้าวกระเทียมครับ
ส่วนตัวข้าวกระเทียมที่นี่ยังไม่ค่อยโดนผมมากเท่าไหร่ครับ ส่วนข้าวญี่ปุ่นเพื่อนๆ บอกอร่อยดี

กินกับข้าวครับ

ที่มากินครั้งนี้ครับ

สำหรับบุฟเฟต์ 399 ที่ร้านผมว่าอยู่ในระดับโอเคนะครับ
เนื้อวัวที่ร้านก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ แถมราดซอสหมักมาให้ด้วย อร่อยดี
รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าใช้ได้ แต่ที่ผมว่าไม่โดนเลยคือข้าวกระเทียมครับ

แต่ที่ผมว่าแปลกและเด็ดคือซี่โครงหมูหมักซ๊อสย่าง อันนี้ผมว่าอร่อยจริงจัง
แต่อย่างที่บอก บางชิ้นหนาไปอาจปิ้งได้ไม่ทั่วถึง
ส่วนเรื่องเตาผมว่าโอเคนะ ไฟแรงดี พนักงานเอาใจใส่ใช้ได้ มีหลงลืมเมนูบ้างนิดๆ หน่อยๆ

มากินเนื้อย่างกันเถอะ!!!

ส่วนตัวผมอยากลอง 699 นะครับ อยากรู้ว่า NZ หรือ AUS ที่อร่อยกว่ากัน
แต่เกินงบไปเยอะครับ ^^’

AKA อากะ — tonkatsu + yakiniku

หลังๆ ผมชักติดใจการกินเนื้อย่างจนหลายๆ คนแนะนำว่าให้เลิกเปลี่ยนชื่อเป็น Yakiniku ดีกว่า
แต่วันนี้ ผมจะพาไปกินทั้ง tonkatsu และ yakiniku ครับ

ไปเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะทีไร ก็เห็นร้านเนื้อย่างสองร้านตั้งประจันกัน
ร้านแรกก็คือโนบุที่เคยรีวิวไปแล้ว
ส่วนวันนี้ก็เป็นอีกร้านนึงครับ คือร้าน AKA ครับ

ร้าน AKA ครับ

ร้านนี้มีดีอะไร

ร้านนี้มีขายทั้งอาหารญี่ปุ่นแทบทุกอย่าง แต่จะเน้นอาหารปิ้งย่างและทอด
แถมร้านนี้จะหากินง่ายกว่าร้านอื่นๆ หน่อย เพราะเปิดตามห้างใหญ่ๆ + มีหลายสาขาด้วย
ทั้ง Central World (ปิดร้านไปก่อน), Central พระราม 2, Central เเจ้งวัฒนะ และ Future รังสิต
(เท่าที่เคยเห็นนะ)

หน้าร้านครับ เปิดไฟสีแดงน่าสนใจดีมาก

งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า

ลุยกับ tonkatsu กันก่อนดีกว่า

พอถึงร้าน อย่างแรกที่สั่งคือชาเขียวครับ ชื่นใจดี แต่ไม่เข้มข้นมากเท่าไหร่

ชาเขียวของทีร้าน

จากนั้นเมนูที่สั่งคือชุด tonkatsu ชุดนึงราคา 130 บาท ซึ่งผมว่าไม่แพงนะ
ซึ่งบรรยากาศก็แอบแปลกๆ เพราะคนอื่นเค้ากินเนื้อย่างกัน แต่ผมกลับสั่งอาหารชุด
แม้ว่าร้านนี้หลักๆ จะขายปิ้งย่างเป็นหลัก แต่พอชุด tonkatsu มาเสิร์ฟก็น่ากินไม่เบา

ชุด tonkatsu ที่รอคอย

ที่เห็นๆ ในชุดมีหมู ข้าว น้ำจิ้ม กิมจิ ซุปมิโสะ และสลัดสองแบบ
เริ่มที่น้ำจิ้มครับ รสชาติไม่เลว แต่ออกแนวหวานๆ หน่อย

น้ำจิ้มครับ

ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ตอนมานี่ควันกรุ่นๆ แต่ถ่ายไปถ่ายมาควันหายหมด

ข้าวญี่ปุ่น

ซุปมิโสะ ผมว่าออกแนวหวานๆ นิดนึง แต่ก็ลื่นคอดี รสชาติใช้ได้

ซุปมิโสะ

ต่อมาเป็นแนวสลัดๆ ที่มาคู่กับชุดหมูทอดบ้าง
สลัดจานแรกเป็นผักกาดแก้ว แล้วราดด้วยน้ำสลัดใสแบบญี่ปุ่น เข้ากันได้ดีมาก
รสชาติของน้ำสลัดลดกลิ่นเหม็นเขียวได้ดี ส่วนผักก็กรอบและสดมาก แต่ก้นถ้วยจะเค็มไปหน่อย

สลัดราดน้ำสลัดญี่ปุ่น

สลัดอีกอย่างมาบนจานหมูทอด ราดด้วยน้ำสลัดแบบข้น
จานนี้ผลักหลายแบบมากๆ ไม่รู้ชื่อแต่ชอบที่มีผักหลายอย่างมากๆ

สลัดอีกชุดที่วางบนจาน

ที่ผมชอบเลยคือ “ผักเยอะมาก”
ใครไม่ชอบผักอาจทรมาน แต่สำหรับผม มันทำให้กิน tonkatsu ได้โดยไม่ต้องกินข้าวมาก และไม่เลี่ยน

หมดออบชั่นต่างๆ ก็ถึงคิวหมูทอดมั่ง

หมูทอดในชุดดูน่ากินมากครับ แต่สีเหลืองทองระยิบระยับน่ากินมาแต่ไกล
แต่กลิ่นหอมไม่มาก เพราะกลิ่นเนื้อย่างเต็มร้านกลบไปหมด

มาถึงคราวหมูทอดแล้ว

ลองหยิบมาดูซักชิ้นดูหมูแล้วแอบเหนื่อยนิดนึง น่ากินมากๆ

อูยยยยย หมูน่ากินจังเงอะ

งั้นก็เอาลงน้ำจิ้มละกัน

ซัดหมูกับน้ำจิ้ม

คือผมว่า มันแจ่มใช้ได้เลยนะ ร้อนๆ นี่อร่อยไม่เลวเลย
หมูคุณภาพปานกลาง นุ่มระดับนึง ไม่แข็งหรือด้านมาก ดูดีๆ มีส่วนที่เป็นมันแทรกอยู่บ้าง

หมูทอดอีกมุม

ส่วนแป้งผมว่าก็โอเคนะ ไม่ได้หนามาก หรือมีเกล็ดขนมปังลอยฟูฟ่องเหมือนเจ้าอื่นๆ
แต่ก็ไม่น้อยเกินจนอรรถรถของการกินหมูทอดเสียไป
สรุปคือกำลังดีครับ กำลังอร่อยใช้ได้เลย (ถ้าเกล็ดขนมปังเยอะกว่านี้ก็จะดีมากเลย)

ทอดแป้งได้กรอบอร่อยดีครับ
อืมมม หมูทอดเหลืองเกรียมดี

ส่วนการทอดผมว่าแอบเกินไปนิดนึง+มีน้ำมันเยอะไปนิด
แต่สลัดผักหลากหลายรูปแบบก็สามารถเอามาตัดเลี่ยนได้

tonkatsu กับน้ำจิ้มเข้ากันได้ดีครับ

สุดท้ายเป็นอีกร้านนึงที่ผมว่าโอเคกับราคานะครับ เมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารที่มา
ราคาสุทธิที่จ่ายไป 130+ค่าชาเขียว+service+vat = 170 กว่าบาท

มาต่อด้วยเนื้อย่างกันเถอะ

จริงๆ แค่ tonkatsu ก็อิ่มมากแล้ว แต่ที่ร้านก็ยังมีเนื้อย่างอันเป็นที่เชิดชูของร้านครับ
ผมก็เลยขอจัดอีกสักชุดนึงครับ

เริ่มที่การเตรียมน้ำจิ้มและเครื่องปรุงที่วางอยู่ครับ
รวมทั้งชุดผักต่างๆ

รอราดซ๊อสสำหรับจิ้มเนื้อ
ชุดผักที่เอามาย่าง

จากนั้นก็เป็นพวกเนื้อต่างๆ ครับ
โดยรวมผมว่ากลางๆ (จากที่เคยกินเทียบมากับหลายร้านนะ)
ยิ่งถ้าเทียบกับโนบุแล้ว ผมว่าโนบุอร่อยกว่าหลายขุมนะ

เนื้อลายมัน น่ากินๆๆๆ
เบคอนปิ้งเกรียมๆ
จริงๆ เนื้อเค้าก็ไม่เลวนะ

ถ้าเนื้อเลี่ยนมาก ผมก็ขอแนะนำมันฝรั่งบด
อร่อยดีครับ

มันฝรั่งบด

แต่สองสิ่งที่ผมชอบมากๆ ที่ร้านนี้คือ เห็ดออรินจิ และเนื้อสันนอกออสเตรเลีย
อร่อยเทพจริงครับ สันนอกออสเตรเลีย

เนื้อสันนอกออสเตรเลีย อร่อยสุดๆ ห้ามพลาดเลยทีเดียว
เห็ดออรินจิครับ
เนื้อ AUS สันนอกชิ้นโตมากกกก

โดยเฉพาะจังหวะปิ้งๆ เนื้อสันนอกออสเตรเลียถ้าปิ้งกำลังดีนั้น มันจะเหนียวนุ่มติดมัน
อร่อยโฮกกกกก อร่อยยได้อีก

เยี่ยมมม!!! ฟาดเนื้อย่างลงตะแกรง สันนอกออสเตรเลียเทพ

กินจนอิ่ม
ทั้ง tonkatsu ทั้งเนื้อย่าง ไปนอนดีกว่า ครอกๆๆๆๆ

สรุปที่มากินครั้งนี้

ส่วนตัวผมว่าร้านเค้าโอเคนะ สำหรับคนที่อยากกินอาหารญี่ปุ่นแบบสุกๆ ทอดๆ ปิ้งๆ ย่างๆ หน่อย
อาหารชุดราคาก็ไม่ได้แพงมาก แต่รสชาติและปริมาณนี่ต้องบอกว่าโอเคเลย
โดยเฉพาะชุด tonkatsu ที่ไปกิน ถ้าให้เทียบราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก

ส่วนเนื้อย่างที่ถือว่าเป็นจุดขายของร้าน ผมว่าปานกลางอะ
ข้อดีของที่นี่คงเป็นเรื่องการเดินทางที่ไม่ลำบากมาก และการที่ร้านตั้งในห้าง

ปิ้งย่างที่ร้าน

แต่นอกจากเนื้อสันนอกออสเตรเลียแล้ว ส่วนตัวผมว่าเนื้อยังสู้ร้านอื่นๆ ไม่ได้เท่าไหร่
พูดตรงๆ ว่าโนบุยังอร่อยกว่าหลายอย่างครับ (ในระดับบุฟเฟ่ต์) ส่วนหนึ่งคงเพราะการหมักเนื้อด้วย
รวมทั้งพวกถาดใส่เนื้อผมว่ามันขาดจุดเด่นไปนะ มันเป็นแค่ถาดใส่สุกี้เอง
ทำให้ราคาเนื้อ (จากการมอง) หายไปหลายบาทอยู่

คออาหารญี่ปุ่นทดลองไปชิมที่ร้านกันได้ครับ

Minoru มิโนรุ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมกระหายอยากเนื้อมากๆ
พยายามหาร้านอร่อยๆ ทาน แต่ส่วนมาก ร้านที่ไปจะไม่ได้เน้นเนื้อเป็นหลัก มีให้เลือกก็ 2-3 แบบ
แถมแต่ละร้านก็อยู่ในตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่
แต่วันนี้จะลองพาไปอีกร้านนึงครับ เน้นเนื้อเป็นหลัก ในรสชาติที่สุดยอดครับ

ฉัน อยาก กิน เนื้อ ย่าง ครัฟ !!!

ร้านนี้คือ…

ร้านนี้ชื่อว่ามิโนรุ (Minoru Japanese barbeque) ครับ อยู่ตรงอเวนิวแจ้งวัฒนะ ติดกับบิ๊กซีแจ้งวัฒนะ
ร้านนี้เปิดมาประมาณ 2 ปีกว่าๆ แล้ว
ให้บริการอาหารย่างๆ เป็นหลัก มีทั้งบุฟเฟ่ต์ และเป็นจานๆ แยกมาเอง

ร้าน Minoru ที่อเวนิว แจ้งวัฒนะ

ถ้ามีรถยนต์ ก็สามารถจอดลงหน้าร้านได้เลย หรือจะจอดในส่วนของอเวนิวแล้วเดินมาก็ได้
มีแผนที่ให้ด้วย เผื่อหลงทางครับ
หรือสนใจ จะลองโทรไปสอบถามก่อนก็ได้นะครับ ที่เบอร์ 02-5738680


View Minoru in a larger map

เอาเป็นว่า วันนี้ผมจะพูดเฉพาะเมนูที่เป็นบุฟเฟต์ละกัน

แรกเข้าร้านนี้

เดินเข้ามาตอนแรก ร้านเค้าตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นอย่างดีครับ
แต่คนค่อนข้างน้อยครับ แม้ว่าวันที่ผมไปจะเป็นเย็นวันศุกร์ก็ตาม
ส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะมาจากการมาของเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะด้วย
(จริงๆ อเวนิวมันเงียบกว่าที่ผมเคยรู้จักน่ะครับ)

ป้ายในร้านมิโนรุ

ส่วนพี่พนักงานต้อนรับ แม้ว่าพี่เค้าจะดูเคร่งขรึมนึดๆ เมื่อแรกเจอ
แต่จริงๆ พี่แกบริการดีมากครับ เดินมาคอยดูแลเอาใจใส่ตลอด
เริ่มตั้งแต่การเติมชาเขียวครับ — ต้องบอกก่อนว่าชาเขียวอยู่นอกราคาบุฟนะครับ
รสชาติชาเขียวใช้ได้ครับ รสชาติเถ้าแก่น้อยแต่ก็โล่งคอดี

ชาเขียวชื่นใจดีครับ

จากนั้นก็เอาน้ำจิ้มมาให้ครับ มีสองแบบให้เลือกลองจิ้มให้

เริ่มจากซองตะเกียบ และน้ำจิ้มสองแบบ

นอกจากนั้นพี่แกยังเดินมาคอยเติมไฟ เปลี่ยนตะแกรง เก็บจานตลอด
สุดยอดครับ!!!

ที่ร้านจะมีเมนูแบ่งเป็น 2 ช่วงตามเวลาเปิดนะครับ

  • มื้อกลางวัน (วันจันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00 และเสาร์-อาทิตย์ 11.00-16.00) ราคาจะถูกกว่าครับ แต่เมนูที่เลือกได้ก็มีน้อยกว่าเช่นกัน ก็มีเนื้อ(ริบอาย/สันนอก/สะโพก), หมู, ไก่, ซีฟู้ด, และออปชั่นอื่นๆ
  • มื้อเย็น (วันจันทร์-ศุกร์ 17.30-22.00 และเสาร์-อาทิตย์ 16.00-22.00 ) ราคาเพิ่มอีกนิดนึง แต่มีเมนูที่เพิ่มมาจะมีลิ้นวัว, หมูติดมันและสันคอ, ปลากะพง รวมทั้งมีพวกผักปิ้งเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนตัวผมแนะนำให้เป็นเมนูเย็นนะ เพราะถ้าลองลิ้มรสปลากะพงและลิ้นวัวแล้วมันสุดยอดมากๆ

ออ ลืมบอกว่าบุฟเฟ่ต์นั่งได้ 90 นาทีนะครับ

เปิดฉากอย่างเร้าใจ

หลายๆ ร้านมักมาเสิร์ฟช้า ชุดแรกผมเลยสั่งจัดหนักไปครับ
แต่ที่ร้านเสิร์ฟค่อนข้างเร็วครับ (ส่วนนึงอาจเพราะว่าคนน้อยด้วย) เลยแทบจะล้นโต๊ะ
เริ่มที่… กิมจิครับ อร่อยดีครับ เอามาแก้เลี่ยนได้ดี

กิมจิครับ

แล้วก็เอาไก่ก่อนครับ
เป็นไก่คัดส่วนดีครับ ไม่มีหนังติดมาก ไม่ด้านมาก ปิ้งสุกแล้วกำลังดี

ไก่หมักอย่างดี

ต่อมาก็หมูสามแบบครับ น่ากินมากๆ เน้นส่วนเนื้อครับ มันไม่เยอะมาก
ส่วนตัวผมว่าเค้าหมักมาโอเคเลยนะครับ กินกับข้าวกำลังพอดี

หมูสามแบบทั้งหมูสัน, สันคอ, สามชั้น

โอยยยย เอามิโสะมาคั่นหน่อยครับ
ส่วนตัวผมว่าเค็มไปนิดนึง

มิโสะซุปครับ

เมนูซีฟู๊ดครับ

ผมยกให้เป็นทีเด็ดของร้านนี้เลยทีเดียว
แม้ว่าไม่ได้มีปลาดิบหรือแซลมอนรวมในเมนูบุฟเฟ่ต์
แต่เจ้าปลากะพงและปลาซาบะที่นี่ต้องบอกว่าเทพมากๆ ครับ
เอาซะคนที่ไม่ค่อบกินปลาแบบผมคลั่งไคล้มันเลยทีเดียว

ปลาซะบาราดซ๊อส หั่นพอดีคำ พร้อมย่าง
ปลากะพงอร่อยมาก พลาดไม่ได้จริงๆ

แล้วยังมีกุ้ง(ที่ไม่ใช่กุ้งแม่น้ำอะ) พร้อมแกะเปลือก ราดซ๊อสหมักมาพร้อม
กับปลาหมึกกล้วยที่มาเสิร์ฟทั้งตัวครับ
ซ๊อสหมักซีฟู๊ดผมว่ากำลังได้ที่เลยนะครับ ไม่เค็มเกินไป

ปลาหมึกสดๆ อรอ่ยมากครับ
กุ้งแกะเปลือก ถูกใจผมมากๆ ครับ

และแล้วก็ถึงเมนูเนื้อครับ

เป็นร้านที่ผมว่าเลือกเนื้อและหั่นเนื้อได้ดีมากๆ ร้านนึงในระดับบุฟเฟต์ครับ
ราดด้วยซ๊อสหมักอีกแบบ รสชาติเข้มข้นครับ

เนื้อริบอายครับ อร่อยๆๆ
เนื้อสันนอกครับ กำลังกรุบๆ

ส่วนที่ผมชอบมากอีกส่วนคือลิ้นวัวครับ ที่นี่หั่นมาชิ้นใหญ่ดี หนากำลังพอดี
ดีใจมาก เย้ๆๆๆ

ลิ้นวัวครับ ของโปรดๆๆ

แต่เนื้อที่ผมประทับใจมากๆ ส่วนนึงคือสะโพกครับ เป็นส่วนที่มันไม่เยอะ แต่เนื้อนุ่มกรอบไม่ด้าน
เค้าหั่นหนากำลังดีเลย ปิ้งแบบ Medium rare ได้
ผมซัดไป 5 จานได้กระมังครับ

เนื้อสะโพกอร่อยจริงๆ
สะโพกเป็นส่วนไฮไลท์ของบุฟเฟ่ต์เลยทีเดียว

หิวแล้วๆๆ กินกันเถอะ

พอทุกอย่างพร้อม เราก็จัดลงเตากันครับ

สั่งไปเยอะครับ แถมมาเร็วอีก แทบจะล้นโต๊ะ

เฮือกกกก!!! เนื้อล้นโต๊ะแล้ว

จากนั้นก็ใช้ตะเกียบครับ หยิบเนื้อที่หั่นมาอย่างดีและราดซอสหมักรสเลิศ

กำลังลากเนื้อชิ้นโตไปลงตะแกรงครัฟ!!

บรรจงหยิบเนื้อแต่ละชิ้น ค่อยๆ วางเรียงบนตะแกรงที่อยู่เหนือถ่านร้อนๆ
“ฉ่า…….แฉ่ๆๆๆ……” เสียงเนื้อกำลังสุกมันช่างเย้ายวนเหลือเกิน
แถมมันยังส่งกลิ่นหอมน่ากินอย่างมากมาย คริๆๆๆ

เหล่าเนื้อวางบนตะแกรง... หอมน่ากินอะ

ปิ้งเสร็จละ คริๆๆๆ กลิ่นหอมมากมาย

อ่า... สุกแล้วสินะ

จากนั้น เอาเนื้อที่ได้ มาผ่านน้ำจิ้มครับ
ส่วนตัวผมชอบน้ำจิ้มแบบ Original มากกว่าแบบที่มีปรุงรสให้ด้วย

หยิบเนื้อลงสะดุ้งน้ำจิ้มทีนึง

ง่ำๆๆๆ เข้าปาก อร่อยโฮกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สิบกะโหลกเลย
ส่วนตัวผม ถ้ากินเพียวๆ เลย เนื้อมันจะเค็มไปหน่อยนะครับ
แนะนำว่า ให้สั่งข้าวญี่ปุ่นมาเสริมด้วยมันจะได้ไม่เค็มเกินไป

สรุป อิ่มมากครับ!!! เป็นร้านนึงที่ประทับใจครับ
อาหารอร่อย บริการดีครับ ราคาไม่แพงมากด้วย

สรุปที่มากินครั้งนี้

เป็นร้านนึงที่ผมว่าโอเคเลยนะ ทั้งในเรื่องราคา การบริการและความอร่อย
ข้อดีไม่ต้องพูดถึงมาก เพราะบรรยายมาเกือบทั้ง Entry อยู่แล้ว
แต่ที่ต้องเน้นคือ เป็นร้านที่มีทั้งเนื้อวัวอร่อย และเนื้อสัตว์อื่นๆ ก็อร่อยครับ โดยเฉพาะปลา
ทำให้คนที่ไม่กินเนื้อ และกินเนื้อ สามารถร่วมตะแกรงเดียวกันได้

ร้านนี้อร่อยครับ!!!

มาลุยข้อเสียดีกว่าครับ เท่าที่ผมเจอนะครับ
อย่างแรกคือ เนื้อมันเค็มไปที่จะกินเพียวๆ ครับ โดยเฉพาะซอสที่หมักเนื้อวัว
อย่างที่สอง ไม่มีเห็ดออรินจิ (อันนี้ผมอยากกินส่วนตัว)
อย่างที่สาม ไม่มีของหวานรวมในบุฟเฟ่ต์ด้วย ว้ากกกๆๆๆ

Minoru yakiniku เนื้อ-หมู-ไก่-ทะเล ปิ้งย่าง

แต่ไม่เป็นไรครับ ในอเวนิว ยังมีของหวานอีกเยอะครับ อิอิ

Daichan ไดจัง

อีกหนึ่งร้านที่ผมอยากลองมากินหลายครั้งมากๆ
แต่เนื่องจากมีเหตุทำให้ล่มไปตลอด
ทำให้กว่าจะได้มีโอกาสทำ Entry นี้จึงใช้เวลารอ (ไปถ่ายรูป+กิน) นานเป็นพิเศษ

ร้านนี้คือไดจัง (Daichan) ครับ

ข้อมูลเบื้องต้นของร้าน

ร้าน Daichan หรือ เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ที่เน้นเรื่องอาหารแนวปิ้งย่าง ทั้งเนื้อวัว หมู ไก่ ปลา และกุ้ง
ซึ่งจริงๆ ร้านนี้ก็อยู่ในเครือของร้าน Giants ที่เป็นเจ้าพ่อเนื้อย่างในกรุงเทพฯ ครับ
ทำให้การมาครั้งนี้ถึงอยากรู้คุณภาพ มาตรฐาน และบริการว่าจะต่างกับร้านอื่นๆ ในเครือหรือไม่

หน้าร้านไดจังครับ

การเดินทางก็ไม่ยากครับ ถ้า BTS ก็ลงสถานีอารีย์ แล้วเดินย้อนมาทางสนามเป้า
ส่วนถ้ารถยนต์ ก็ขับเข้าซอยราชครู (พหลโยธิน ซอย 5) ประมาณ 50 เมตรได้
โดยร้านอยู่ในเวิ้งร้าน T.House ทางซ้ายมือ หาไม่ยากครับ มีที่จอดรถหน้าร้านนิดหน่อยครับ


View ไดจัง Dichan in a larger map

ถ้าหาไม่เจอ หรือต้องการจองล่วงหน้า ก็ลองโทรมาได้ที่ 080-0930007 หรือ 02-6195570-1 ครับ
ออ ร้านเปิด 11.00-24.00 น. ทุกวันนะครับ (ตอนเที่ยงๆ และเย็นในวันหยุดคนจะเยอะ)
ค่าอาหารและบริการ 450 บาท (ส่วนเด็ก 250 บาท) นั่งได้ 2 ชม. ครับ

อิ่ม อร่อย สไตล์ไดจัง

ถ้าจะเริ่มถึงการกินเนื้อย่าง สิ่งที่สำคัญมากอย่างนึงคือน้ำจิ้มครับ
น้ำจิ้มที่นี่ถือว่าใช้ได้เลย ไม่เค็มเกินไป แถมยังมีหวานๆ มาแจมๆ ด้วย
ซึ่งเราสามารถปรุงรสได้ตามใจเรา ด้วยพริก มะนาว กระเทียมแบบไม่อั้นครับ

นอกจากนั้น เรายังสามารถขอน้ำจิ้มน้ำพริกเผาได้ด้วยครับ

น้ำจิ้มและเครื่องปรุงต่างๆ

เมนูน้ำดื่มก็รวมกับราคาอาหารแล้วครับ
เลือกได้ทั้งชาบาร์เลย์ น้ำเปล่า และน้ำอัดลมต่างๆ ชาลิปตันครับ

ส่วนอาหารอื่นๆ ที่สั่งก็มาเสิร์ฟเร็วใช้ได้ครับ
อาหารสดใช้ได้เลย พร้อมราดด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้าน
แต่พอแอบชิมแล้วคล้ายๆ ของ Giants และโนบิตะเหมือนกันครับ

ทั้งเมนูอาการทะเล ทั้งกุ้ง ปลาหมึก และแซลมอน

ปลาหมึกสดดีครับ
แซลมอนชิ้นโต
น้องกุ้งสดๆ รอปิ้งครับ

ส่วนเมนูเนื้อวัวมีทั้ง เนื้อสัน (Rosu), เนื้อลายมัน (Hump), เนื้อติดมัน (Karubi)
เสียดาย มีเนื้อน้อยไปหน่อย คริๆๆ แต่ซอสหมักเค้าถือว่าอร่อยเลยทีเดียว

เนื้อสันครับ มันน้อย
เนื้อตัดมัน จานนี้ชอบมากครับ
เนื้อลายมัน น่ากินมากมาย

และมีเนื้อหมู (Buta), เนื้อไก่ (Tori), เบคอน (Bacon) ที่อร่อยไม่แพ้เนื้อเลย
ทำให้คนไม่กินเนื้อก็สามารถมากินได้ด้วย (แต่ระวังตอนปิ้งเสร็จแล้วจะแยกไม่ออก)

หมูสันคอครับ อร่อยๆๆ
เบคอนย่างเกรียม อร่อยมาก
เนื้อไก่ครับ ^^ เห็นเพื่อนๆ ชอบกันหลายคนเลย

แต่ที่ถูกใจผมวันนี้คือ แซลมอนซาซิมิครับ ไม่ได้กินแก้เลี่ยนเฉยๆ ผมว่าเค้าสดและอร่อยใช้ได้เลยนะ
ส่วนซาบะและปูอัดก็อยู่ในเกณฑ์ดีครับ

ชุดซาซิมิ ทั้งแซลมอน ปูอัด และซาบะ
ต้องขอต่อแซลมอนอีกซักชุด

ไม่ได้มีแค่นั้นนะ ที่ร้านยังมีพวกเมนูผักยำ ผักสด และเห็ดออรินจิด้วย
ส่วนตัวผมว่าตรงนี้เป็นจุดลดความเลี่ยนที่สำคัญเลย

ผักกาดหอมสดๆ กินกิบเนื้ออร่อยมาก
เห็ดออรินจิราดซ้อสต้นตำรับ

แรกๆ รู้สึกว่าตัวเองสั่งมาด้วยความคึกคะนองมากๆ จนแทบไม่มีที่วางจาน
แถมแต่ละจานนี่ไม่ได้น้อยเลยนะ จะกินหมดไหมเนี่ยยยยยย

แต่เปลวไฟที่อยู่ข้างหน้ามันร่ำร้องให้ผมวางเนื้อลงไปทีละชิ้นๆ…
จนกลายเป็นการปิ้งย่างด้วยความคึกคะนอง ยัดเนื้อกันล้นตะแกรง

เต็มโต๊ะเลยทีเดียว
คิดถึงเนื้อย่างจัง

พอปิ้งได้ที่ก็เอามาลงน้ำจิ้มที่เราเตรียมไว้อย่างดี
ง่ำ,,,, โอยยยยย สุดดดดดยอดดดดดด ,, จากนั้น ก็ชิ้นต่อชิ้นไปเรื่อยๆ

เนื้อลงน้ำจิ้ม กรี๊ดดดดด หิวววว

สั่งแล้ว สั่งอีก… รอบแล้ว รอบเล่า อิ่มมากมาย
ตบท้ายด้วยของหวาน มีทั้งวุ้นน้ำแข็งไส และถั่วแดงเย็นครับ เลือกได้ไม่อั้น
เดินออกจากร้านอิ่มแทบตาย

สรุปที่มาวันนี้

ส่วนตัวผมว่าเนื้อสัตว์ต่างๆ มีความสดดีครับ
แต่รสชาติอื่นๆ ผมว่ามันคล้ายๆ กับ Giants นะ (ก็มันเครือเดียวกันนี่นา ^^)
ถ้าถามความต่างแล้ว ผมว่ามันยังไม่ Striking พอในจุดเด่นเรื่องเนื้อ
แต่ถ้าถามว่า ไดจังเด่นกว่าอันอื่นๆ ที่ไหน ผมว่าคงที่ปลาดิบนี่แหละครับ

แซลมอนน่ากินมากๆ

ผมว่าปลาดิบวันที่ผมไปกินนี่สดใช้ได้เลยนะ (ในระดับร้านเนื้อย่าง)
เอามาแก้เลี่ยนตอนซัดเนื้อติดมันไปเยอะๆ ได้ดีทีเดียว คริๆๆ
ส่วนบริการของทางร้านก็ดีมากครับ ตามมาตรฐานของ Giant เช่นเดิม
บรรยากาศร้านก็โอเคครับ เหมาะกับงานสังสรรค์ดี

ซัดกันแบบไม่เลี้ยงเลยครับ

เอาเป็นว่า อยากกิน Giants แต่เดินทางไปสาขาสุขุมวิทลำบาก ลองมากินที่นี่ก็ดีครับ

[update 15/12/53]ของใหม่ไดจัง

สิ่งที่ผมว่าไดจังแอบเหนือกว่าร้านเนื้อบุฟเฟ่ต์ทั่วไป นอกจากจะมีซาซิมิแล้ว ทางร้านยังมีการพัฒนาและเติมเมนูแปลกๆ อยู่เสมอ

อย่างอันแรกเป็นเนื้อดำ (ฟังชื่อไม่ผิดพนักงานเค้าพูดว่าฮิบิบับอะไรประมาณนีัครับ) ชิมแล้วกลางๆ ครับ มีกลิ่นสาบนิดๆ ให้อารมณ์คล้ายๆ กินเนื้อแกะ

เนื้อดำครับ ของใหม่ในช่วงนี้

ส่วนอีกอันเป็นสิ่งที่ผมปรบมือให้ดังๆ กับหมูทอด tonkatsu ซึ่งต้องบอกว่าหมูทอด tonkatsu นั้นสุดยอดมากๆ ตั้งแต่ชิ้นหมูสันนอกชิ้นโตคุณภาพดีที่เลือกมา การทอดแป้งได้กรอบและฟูฟ่อง เกล็ดขนมปังกรอบกำลังพอดี หั่นมาขนาดพอดีคำ และที่สำคัญมันรวมมาในบุฟเฟต์ด้วย

หมูทอด tonkatsu เดี๋ยวนี้ก็มีแล้วนะ
หมูสันนอกชิ้นโตทอดมาอย่างสวย เห็นแล้วประทับใจมากๆๆๆ
ทอดแป้งได้ฟูพอดี กรอบได้ใจเต็มคำมากๆๆๆ
ถ่ายกับน้ำจิ้ม

พูดตรงๆ เลยว่าร้านอาหารญี่ปุ่นดังๆ ตามห้างหลายๆ ร้านยังทอดไม่ดีเท่าไดจังเลย สุดยอดจริงๆ ครับ
เชิญสั่งได้ตามอัธยาศัยครับ (ในชุดบุฟเฟต์)

Shimi ชิมิ — เนื้อย่าง Home made

เป็นร้านเนื้อย่างทีผมอยากไปกินหลายครั้งแล้ว แต่มักล่มเป็นส่วนใหญ่
วันนี้ได้โอกาสไปก็ขอไปลองซักทีครับ
กับร้านที่มีหน้าร้านเหมือนสปาแบบนี้
นี่หรือคือร้านที่จะขายเนื้อย่าง….

ร้านนี้กว่าจะมากินได้

ร้านนี้คือ Shimi ครับ ร้านเค้าออกแนวบ้านแล้วประยุกต์มาทำร้านนิดนึง
ชื่อออกแนวซึนๆ นิดนึงครับ แต่น่ารักดี

ร้านนี้อยู่ที่ไหน

ร้านนี้อยู่ในซอยประดิพัทธิ์ 19 ครับ
แม้ร้านนี้จะอยู่ใกล้ๆ ตามแนวรถไฟฟ้า แต่ก็แอบลำบากเหมือนกัน
เพราะถนนอยู่ระหว่างสถานีอารีย์และสะพานควายครับ


View Shimi in a larger map

เมื่อตามมาถึงถนนประดิพัทธิ์ ก็เดินเข้ามาประมาณ 50m เข้าซอย 19 ร้านจะอยู่ฝั่งขวามือครับ
ถ้าขี้เกียจก็ลงรถไฟฟ้าอารีย์แล้วนั่ง Taxi ต่อมาก็ได้
ไม่ต้องกลัวหลงครับ เพราะหน้าร้านเค้ามีป้ายอยู่

หน้าปากซอยประดิพัทธิ์ 19

เดินเข้าซอยมานิดนึงก็เห็นหน้าร้านครับ บ้านชั้นเดียว มีต้นไม้เยอะๆ
มีป้ายหน้าร้านชัดเจนครับ
แนะนำว่าถ้าตั้งใจไปจริงๆ โทรจองหน่อยก็ดีครับที่ 023571390 ครับ

หน้าร้านชิมิ

ทางร้านจะแบ่งเป็น 3 โซนครับ คือโซน coffee shop, โซนร้านอาหาร และโซนนอกร้าน
ถ้ากินชาบูก็เลือกได้ว่าจะนอกหรือใน แต่ถ้าปิ้งย่างก็ออกนอกเลยครับ

ครั้งนี้ลองทานแบบปิ้งย่างครับ เลยถูกจัดมาข้างนอกเลย บรรยากาศโอเลย

ในร้านเป็นห้องแอร์
ข้างนอกนี่ร้านเค้าตกแต่งไว้สวยดีมาก

ถ้าเลือกเป็นปิ้งย่างจะราคาแพงกว่าเยอะเหมือนกัน
คือชาบู 249 บาท แต่ถ้าปิ้งย่างจะราคา 349 บาท
ส่วนตัวผมว่ากินชาบูดีกว่า เพราะราคาถูกกว่า เมนูเนื้อก็เท่าๆ กันด้วย
แถมได้นั่งในห้องแอร์อีก เฮือกกกกกก

เมนูของปิ้งย่าง

ส่วนเมนูอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน สั่งเพิ่มได้ใน set buffet อยู่แล้ว

เมนูอาหารญี่ปุ่น เยอะดีจัง

นั่งรับลมร้อนกับปิ้งย่าง

อีกเหตุผลนึงนี่ผมว่ากินชาบูดีกว่าปิ้งย่างเพราะเตานี่แหละครับ
มันเป็นเตาแก๊สแบบมินิ อันเล็กๆ แล้วก็ส่งความร้อนผ่านแผ่นเหล็ก
ไม่ใช่เตาถ่านเหมือนร้านทั่วไป ทำให้ความหอมลดลงและเสี่ยงเป็นมะเร็งลดลงด้วย

ชุดให้ความร้อนเตาแก๊สน้อย
มีมันหมูด้วย อารมณ์หมูกระทะเลย

ตระเตรียมน้ำจิ้มครับ
ชอบที่มีน้ำจิ้มให้หลายอย่าง และตักพริกกระเทียมเองเลย

สหน้ำจิ้มและเครื่องปรุงรส

ส่วนน้ำนี่จะมีพนักงานมาเสิร์ฟครับ
แต่ถ้าคนเยอะๆ หรือไม้ทันใจ เราก็ไม่ตักเองได้เลย
น้ำก็มีให้เลือกเยอะดีครับ ทั้งน้ำอัดลม น้ำพันช์ น้ำฝรั่ง ชาเขียว ฯลฯ ละลานตา

ตู้กดน้ำครับ
แก้วเล็กไปนิด ต้องเดินบ่อย แต่ก็ได้กินน้ำหลายแบบดี

อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ

เริ่มที่อาหารญี่ปุ่นก่อนครับ
อันแรกเป็นโคโระเกะครับ อร่อยกลางๆ

โคโระเกะพร้อมน้ำจิ้ม

ต่อมาก็เป็นพิซซ่าญี่ปุ่น
อันนี้เป็นของมีชื่อของที่ร้านนะ แต่พอดีวันผมไปคนที่ทำเก่งๆ เค้าไม่อยู่
ผมก็เลยว่า เฉยๆ อีกเช่นกัน

พิซซ่าญี่ปุ่น

ส่วนนี่เป็นข้าวปั้น รสชาติกลางๆ ครับ
ส่วนตัวคิดว่าเอามากินแก้เสี้ยนเฉยๆ ไม่ได้โดนมากนัก

ข้าวปั้นเป็นคำๆ

ผมว่าอาหารญี่ปุ่นพอเอามาแก้ขัดเฉยๆ เอามากินเล่นพอได้
รสชาติกลางๆ ครับ ฝีมือไม่เลว แต่ก็ไม่ได้อร่อยประทับใจ
ส่วนตัวผมโอเคนะ เพราะ มันเพิ่มความหลากหลายและสีสันดี ไม่น่าเบื่อ

มื้อหลักเริ่มมาแล้วววว

เริ่มที่เมนูข้าวก่อนครับ
ผมสั่งข้าวกระเทียมไป อร่อยดีนะ

ข้าวกระเทียม

ส่วนชุดผักก็ดูดีนะครับ สั่งมาพอเป็นพิธี
เพราะหลักๆ ผมซัดแค่เนื้อครับ

ชุดผักย่างครับ
กะหล่ำราดซ๊อสพร้อมย่าง

จากนั้นก็เริ่มที่ตระกูลเนื้อทั้งหลาย เยอะมากๆ จริงๆ

เนื้อติดมัน อร่อยดี
เนื้อลายมัน น่ากินมากๆๆๆ
เนื้อสันใน นุ่มอร่อยดี
เนื้อสันนอก น่ากินๆๆ
เนื้อริบอายหลายจานครับ

และเมนูที่ไม่ใช่เนื้อครับ
มีทั้งหมู ไก่ เครื่องในต่างๆ เยอะดี

เบคอนตัวแม่ จัดหนัก อร่อยดี
หัวใจหมู ถ้าปิ้งพอดีๆ จะอร่อยกรุบๆ มาก
ตับหมู อืมมม จานนึงก็ได้เยอะนะ
หมูสามชั้น แม่เจ้ามากๆ

ของพร้อมแล้วก็ลงกันเหอะ

เมนูพอเอามกองเยอะๆ นี่แอบเริ่มหวั่นเหมือนกัน ว่าจะกินหมดหรือเปล่า
ยิ่งที่ร้านนี่โต๊ะไม่ได้ใหญ่มากด้วย โอยยย จานล้นโต๊ะ

ทุกอย่าพร้อม เราก็ลุยกันเยอะ

เอ้าๆๆ พอดีเลย กระทะร้อนๆ ก็จับเนื้อวางบนกระทะเลย
ได้ที่ๆ น่ากินมากมาย

เนื้อกำลังปุดๆ เลย น่ากินมากมาย

พอได้ที่ดีแล้วก็เอาลงมาใส่น้ำจิ้มเลยครับ
อ่า… อร่อยมากๆ เลย

เนื้อ-น้ำจิ้มอร่อยดี

กินไปแบบนี้แหละครับ ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปตอนกินเท่าไหร่
เอิ้กๆๆๆ แต่อร่อยดีนะ เนื้อเค้า แต่ขอวิจารณ์นิด ว่าหั่นเนื้อสำหรับปิ้งย่างบางไปมาก
เพราะเนื้อที่เหมาะเอามาย่างควรหนานิดนึง ไม่ใช่วางไปแล้วเนื้อก็สุกหมด

ปิดท้่ายด้วยไอศครีมครับ (ไม่รวมในบุฟเฟต์นะครับ)
เป็นตระกูลเจลาโต อร่อยดีนะ เข้มข้นดี

ไอศครีมเจลาโตรสกาแฟ

เสียดายวันนั้นไอศครีมหมดเร็วมากๆ กินแค่กาแฟได้ลูกเดียวเอง

ที่มากินวันนี้

อิ่มอร่อยมากๆ ครับ กับร้านบรรยากาศดีๆ แบบนี้
เป็นร้านที่ไม่คิดว่าจะทำเนื้อย่างเท่าไหร่ แต่เหมือนเจ้าของร้านใจรักในอาหารญี่ปุ่น
ตั้งแต่โครงสร้างตึกที่ถ้าทำปิ้งย่างในร้านละก็ หัวเหม็นมากแน่ๆ
เพราะแม้แต่มาปิ้งกันข้างนอก ก็ยังมีกลิ่นติดหัวกันไปด้วยเลย

Shimi ชิมิ เนื้อย่าง

อีกอย่างที่เป็นจุดด้อยคือการหั่นเนื้อสำหรับปิ้งย่างครับ คือหั่นบางไป
ทำให้เนื้อจะสุกเกินไปเวลาปิ้งครับ รวมทั้งการใช้เตาแก๊สทำให้สเน่ห์บางอย่างมันหายไปบ้าง
เป็นผลให้เรื่องรสชาติผมให้ระดับกลางๆ นะ

แต่นั่นเป็นเพียงข้อเสียบางมุมเท่านั้น
ที่ผมชอบร้านนี้เลยและเป็นสิ่งที่ทำให้ผมอยากมากินอีกคือบรรยากาศครับ มันเหมือนมากินข้าวบ้านเพื่อน
อบอุ่น ดูนุ่มนวล เป็นกันเอง และเอาใจใส่อย่างดีมากในแทบทุกจุด
พนักงานพูดจาดี เจ้าของร้านลงมาลุยเอง ถ้าไม่รักเนื้อก็คงไม่ทำถึงขนาดนี้
พยายามสรรสร้างเมนูอื่นๆ มีไอศครีมมาเพิ่ม มีน้ำแปลกๆ เยอะดี น่าสนใจครับ

แม้เดินทางลำบากไปนิดๆ แต่เป็นร้านที่น่าแวะมาเยี่ยมเยือนอีกจริงๆ