หนีกันไปเกาะมันนอก

หลังจากที่ปีที่แล้วไปลุยทะเลใต้มา ปีนี้ก็อยากไปทะเลอีก…

ทีแรกว่าจะไม่ได้ไปแล้วเพราะเวรมันอัดมากๆ แต่สุดท้ายก็เคลียร์ช่วงวันหยุด 4 วัน แว๊บไปทะเลได้ ,, แต่ทะเลรอบนี้เป็นทะเลฝั่งภาคตะวันออกบ้าง ตรงเกาะมันนอก ที่จังหวัดระยอง ซึ่งทัวร์ครั้งนี้ก็เป็นน้องนุ๊กที่เป็นหัวหน้าพาทัวร์เช่นเคย ซึ่งทีแรกที่น้องเค้ามาชวนไปเกาะมันนอกนั้น ผมก็ไม่รู้จักหรอก (รวมทั้งถามหลายๆ คนที่จะไปทริปก็ไม่รู้จักหรอก) แต่เท่าที่ลองดูก็เห็นว่ามันสวยดีนะ น้ำสีฟ้าใสสวยดี

บนเกาะมีรีสอร์ทด้วยแต่มีที่เดียวคือเกาะมันนอกรีสอร์ท รับคนขึ้นเกาะไม่เกิน 70 คน ดูเป็นส่วนตัวดีมากๆ (แต่จริงๆ เพราะห้องพักมันมีแค่นั้น) แต่เห็นราคาที่น้องเค้าบอกมาแล้วค่อนข้างแพงมาก (ประมาณเที่ยวภาคใต้แล้วนอนโรงแรมหรูๆ เลยทีเดียว) แถมรายละเอียดและเงื่อนไขค่อนข้างเยอะ แต่เอาเหอะ ไหนๆ ก็ได้พักแล้ว แถมช่วงสงกรานต์ผมจะต้องอยู่เวร 4 วันรวด ก็เลยต้องขอไปพักผ่อนเก็บแรงก่อนแล้วค่อยไปลุยอยู่เวรช่วงนั้น

ได้ไปเที่ยวทะเลอีกแล้ววววว~~~~

ครั้งนี้ผมก็เดินทางจากฝางมายังตัวเมืองเชียงใหม่ แล้วก็ขึ้นเครื่องบินจากเชียงใหม่ไปลงสุวรรณภูมิ จากนั้นนั่งมาอนุเสาวรีย์เพื่อมาขึ้นรถไประยองอีกที (หลายต่อมากๆ) โดยทีแรกจะนั่งรถตู้คิวปกติไป (ประมาณคนละ 200 บาท) แต่สุดท้ายด้วยกระเป๋าและทรัพย์สินอันพะรุงพะรังและจำนวนสมาชิกในทีมที่เยอะพอตัว (10 คน) เลยตัดสินใจเหมารถตู้ไปเลย (เค้าคิดค่าเหมา 2800 บาทแต่จริงๆ นั่งได้สูงสุด 15 คนนะ) ไปแพงหน่อยแต่ทุกคนนั่งสบายดี

จุดหมายของเราครั้งนี้คือแหลมตาลครับ (ดูตามแผนที่ละกัน พี่รถตู้เค้าพามา ระหว่างทางผมหลับ)


View เกาะมันนอก in a larger map

เริ่มต้นเดินทางไปเกาะกัน

เมื่อถึงแหลมตาลแล้วจะต้องมาเช็คอินที่รีสอร์ท (ส่วนภาคพื้นดิน) กันก่อน กระเป๋าใบไหนที่ใหญ่ๆ ขี้เกียจแบกก็ฝากพี่ๆ เค้าขนขึ้นเรือได้ จากนั้นก็กินข้าวให้อิ่ม ซื้อขนมตุนไว้ให้พอ อยากกินไอติมนี่ขอให้ซัดให้เต็มที่ แล้วรอเรือขึ้นเกาะ ,, ตื่นเต้นเหมือนกันนะเนี่ย

แนะนำว่าซื้อเฉพาะขนมตุนขึ้นเกาะพอ พวกน้ำอะไรงี้ไม่ต้อง (หรืออย่างมากเอาแค่น้ำเปล่าไปก็พอ) เพราะบนเกาะมีขาย แม้ราคาแพงหน่อยแต่ว่าถึงจุดๆ นั้น เราต้องการน้ำเย็นมากๆ เพราะอากาศบนเกาะร้อนมาก จะกินโค้กหรือเบียร์ร้อนๆ ที่เราแบกมาก็กะไรอยู่ ,, หรือถ้าอยากประหยัดมากๆ ก็ขนลังโฟมไปแล้วซื้อน้ำแข็งบนเกาะมาแช่เอา แต่มันจะไม่เย็นเจี๊ยบเท่ากับที่มาจากตู้แช่หรอกนะ

มาเช็คอินที่รีสอร์ท+ฝากกระเป๋ากันก่อน รอเรือมารับ
เรือประมงที่จอดเทียบท่าที่แหลมตาล
เห็นเค้าขึ้นเรือกันแล้ว อยากไปมั่ง... (น่าจะเป็นรีสอร์ทที่เกาะมันกลาง/มันใน)
ถึงตาเราแล้ว เดินทางกันไปขึ้นเรือ... อากาศดีมากๆๆๆๆ

ที่มาของชื่อเกาะคือเมื่อก่อนสมัยเรือประมงออกหาปลาจะแวะหาหัวมันกินที่เกาะสามเกาะนี้ เกาะที่อยู่ใกล้สุดก็เรียกเกาะมันใน ไอ้ที่อยู่ไกลสุดก็เกาะมันนอก ,, ระหว่างอยู่บนเรือก็เห็นทุกเกาะ นั่งไล่ได้เลยตั้งแต่เกาะมันใน เกาะมันกลาง และสุดท้าย (ที่เห็นลิบๆ) ก็เกาะมันนอก (ซึ่งทุกเกาะมีสัมปทานทำรีสอร์ทหมด)

ใช้ระยะเวลาเดินทางจากฝั่งไปเกาะมันนอกทั้งสิ้นประมาณ 45 นาทีครับ…

เห็นเกาะมันนอกแล้ว เย่ๆๆๆๆ

ถึงเกาะแล้วจ้า

มาถึงเกาะแล้วอยากบอกว่าที่เดินทางมาทั้งวันนี่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยนะ วิวและบรรยากาศที่เกาะสวยดีมากๆ ฟ้าก็สวยน้ำทะเลใสไม่แพ้ทะเลฝั่งอันดามันเลย แถมชายหาดก็ดูเป็นส่วนตัวดีมากๆ เห็นแล้วอยากเล่นน้ำทะเลเกยตื้นเลยทีเดียว

น้ำใสดีมากๆ ใครเจอก็ต้องประทับใจแน่ๆ

เอาเป็นว่าผมสรุปเป็นประเด็นๆ บนเกาะไว้เลยละกัน

กิจกรรมบนเกาะ

จริงๆ กิจกรรมบนเกาะหลักๆ ก็คือนั่งรับลมทะเล ฟังเสียงคลื่นซัด หยุดเวลาไว้และปล่อยตัวปล่อยใจสบายๆ ไปกับธรรมชาติรอบๆ ตัว อาจหยิบหนังสือเล่มโปรดมานั่งอ่านที่ชายหาด นอนพักบนเปลญวณ หรือถ้าเบื่อๆ ก็อาจเล่นน้ำทะเลใสๆ ก็ได้นะ (แต่หาดที่นี่ไม่ได้กว้างมากเท่าไหร่ มีแค่ 2 มุมให้เลือกเล่นเอง แถมแต่ละหาดมีโขดหินอยู่ที่หาดค่อนข้างเยอะ)

หรือถ้าเบื่อๆ ก็มานั่งชิงช้าเล่นได้นะ สนุกดี

นั่งสบายๆ ที่บังกะโลริมหาด
บรรยากาศตรงบังกะโลแต่ละที่ดีมากๆ แถมมีเบาะให้นอนเล่นด้วย
หรือจะนั่งใต้ต้นไม้ก็ได้ แต่ร้อนนิดนึงนะ
น้ำใสๆ กับหาดทรายสวยๆ ทำให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดไปเลย
นั่งทั้งวันก็ยังไม่เบื่อเลย (แต่หลายๆ วันนี่ว่ากันอีกที)
แค่เห็นทะเลสีคราม ท้องฟ้าสีฟ้าสลับกับเมฆขาว ,, เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว
ชิงช้าขวัญใจ ใครๆ ก็แวะมาเล่น
เล่นชิงช้าที่นี่ผมว่าสนุกดีนะ ชอบเวลาที่มีลมทะเลพัดมาโดนตัวเรา
ได้ลองมาเล่นซักครั้ง รับรองว่าติดใจแน่ๆ

จริงๆ ทางรีสอร์ทก็มีกิจกรรมให้ทำนะ เช่น พาเดินชมธรรมชาติรอบเกาะ อันนี้ฟรี คือพี่ๆ เจ้าหน้าที่เค้าจะพาไปดูพวกหินทรงประหลาดท้ายเกาะกับพวกต้นไม้ต่างๆ (ส่วนตัวผมว่าสนุกดีนะ แต่แอบร้อนไปนิดนึง) หรืออยากเสียเงินก็จะเช่าสน๊อกเกิล+ตีนกบมาดำเล่น (ราคา 100 บาท แต่แถวนั้นไม่มีปะการังนะ) หรือจะเช่าเรือคายักมาพายรอบเกาะก็ได้ (เรือสำหรับ 2 คนตั้ง 800 แหน่ะ แพงไปอะ แถมผมรู้สึกว่าพายไปแล้วไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่เลย)

มีเส้นทางเดินรอบเกาะ มีจนท. นำ ร้อนนิดนึงนะ แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน
ส่วนมากก็ไปเดินดูหินทรงประหลาดด้านท้ายเกาะ+ต้นไม้ประจำถิ่น

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก

ครั้งนี้ผมกับเพื่อนๆ (รวมกัน 8 คน) พักที่ Villa M ซึ่งเป็นห้องพักที่ใหญ่สุด ที่นี่มีแอร์ 1 ตัว, ห้องอาบน้ำ 2 ห้อง, ห้องส้วม 2 ห้อง, โดยรวมผมว่าโอนะ แอร์เย็นดี แต่ถ้าจะให้ดีน่าจะพักกันไม่เกิน 6 คน (8 คนต้องเพิ่มเตียงเสริมที่พื้นอะ แต่ผมว่าดีนะ แอร์ลงที่นอนพอดี) ส่วนวิลล่าอื่นๆ ไม่แน่ใจนะ แต่เห็นเท่าที่คนอื่นบอกมาก็โออยู่

แม้ว่าที่พักที่นี่จะราคาค่อนข้างแพง แต่ที่นี่กลับไม่มีผ้าขนหนู, สบู่, แชมพู ฯลฯ ให้เลย ถ้าใครพลาดลืมเอามาก็ต้องซื้อเอาจากที่เกาะ (ซึ่งราคาแพงมาก ผ้าขนหนูผืนละ 300 แหนะ)

ที่พักแบบวิลล่าหลังเล็กๆ เหมาะกับมาเป็นคู่
ส่วนครั้งนี้ผมพักวิลล่า M ซึ่งเป็นหลังใหญ่ที่สุด (6-8 คน)
ข้างในวิลล่า M เป็นเตียง 2 ชั้น ข้างในมีแอร์เย็นสบาย

อาหารการกิน

อาหารมื้อหลักรวมทั้งกาแฟตอนเช้านั้นรวมไปกับค่าที่พักแล้ว โดยรวมอาหารของที่นี่พอกินได้ (ออกแนวไม่อร่อยซะด้วยซ้ำ) เมนูก็ซ้ำๆ เช่น เช้าเป็นข้าวต้ม (สลับข้าวต้มกุ๊ย กับข้าวต้มกุ้ง) ส่วนมื้อบ่ายเป็นกับข้าว 3-4 อย่าง ส่วนอาหารสั่งทำพิเศษ (ที่เราต้องออกเงินเพิ่ม) นี่อร่อยดีนะ แต่ราคามหาโหดเลยแหละ เช่นส้มตำปูม้าจานละ 100+ บาท พอดีพวกผมสั่งซีฟู้ดเผาทั้งปลาหมึก กุ้ง หรือปูเนี่ยก็อร่อย+สดดีนะ แต่กุ้งราคาโลละพันกว่า ส่วนปูม้าโลละเจ็ดร้อย… แนะนำว่าไปกินที่ฝั่งเหอะ

ส่วนเครื่องดื่มเนี่ย นอกจากกาแฟตอนเช้ากับน้ำเย็นที่มาเสิร์ฟตามมื้ออาหารแล้วเนี่ยเราต้องซื้อเองหมด มันแพงหมดแหละครับแต่ผมว่าพอได้กินอะไรเย็นๆ แล้วมันฟินมากๆ มันทำให้เกาะน่าอยู่ขึ้นเยอะ (เพราะบนเหาะตอนกลางวันร้อนมาก โดยเฉพาะว่าเพิ่งกลับมาจากเล่นน้ำหรือพายคายัค) แนะนำว่าที่คุ้มสุดจะเป็นน้ำมะพร้าวราคาลูกละ 50 บาทกับน้ำผลไม้ปั่น 60 บาท ส่วนน้ำอื่นๆ ที่ผมพอจำราคาได้ก็เช่นน้ำอัดลม/ชาเขียวขวดละ 40 บาท, ไฮเนเกนขวดเล็ก 120 บาท, เงาะกระป๋อง 120 บาท, ไอติม 60 บาท, น้ำแข็งถุงละ 40 บาท (แบบที่เซเว่นขาย 7 บาทอะ)

คือแอบงงค่าไอติมนิดนึง เพราะว่ามันมีหลายรุ่น หลายราคา บางรุ่นเป็นแบบเยลลี่ๆ บนฝั่งขาย 10 บาท 15 บาท แต่บางอันจะออกแนวคล้ายๆ แม๊กนั่มที่บนฝั่งขาย 30-40 บาท ผมรู้สึกว่าที่เกาะเค้าจะเหมาขายราคาเดียวนะ แต่มีครั้งนึงเห็นเค้าบอกว่าอันเล็ก 40 บาท ก็เลยงงๆ หน่อย (แต่มันก็ยังแพงมากอยู่ดี)

เรือนอาหาร :: หิวๆ ก็มาหาอะไรกินที่นี่ได้
ที่รีสอร์ทมีบริการอาหารให้ 3 มื้อ ,, รสชาติพอถูไถถึงไม่อร่อย
มะพร้าวแช่เย็น ,, อร่อยดีมากๆ แต่ลูกละ 50 บาท
ปูม้าย่าง... น่ากินดีมากๆ แต่ต้องสั่งพิเศษต่างหากนะ
บาร์บิคิวซีฟู้ด ,, อร่อยใช้ได้ แต่แนะนำว่าไปกินตอนกลับไปฝั่งเหอะ แพงเกิน

จะรู้ว่าน้ำมะพร้าวเย็นๆ บนเกาะมันฟินมากเลยนะเธอ

อื่นๆ บนเกาะ เท่าที่คิดออก

ประเด็นอื่นๆ บนเกาะครับ สรุปหัวข้อไม่ได้ เลยรวบมาตรงนี้

  • บนเกาะมีนกยูงให้เราถ่ายรูปเล่นครับ โดยรวมค่อนข้างเชื่อง ป้อนขนมได้แต่ระวังโดนจิก ,, ที่มาของนกยูงเค้าบอกว่ามาจากเจ้าของสัมปทานเกาะเค้าเอามาเลี้ยง 1 คู่ ทีนี้มันก็สืบพันธุ์กันจนตอนนี้มีประมาณ 10+ ตัวได้ โดยรวมก็สวยดีนะครับ แต่พอตกกลางคืนแล้วร้องเสียงดัง+ต่อเนื่องทั้งคืน ใครนอนหลับยากๆ ก็เตรียม Earplug ไปด้วยละกัน
  • พนักงานที่นี่ไม่ใส่เสื้อครับ จะถิดเสื้อโชว์ซิกซ์แพคตลอด ,, แต่พนักงานที่นี่บริการดีมากครับ แต่ที่ประทับใจที่สุดคือครั้งที่ผมกินปูเสร็จ จะไปขอล้างมือตรงเคาน์เตอร์ คือกะไปขอสบู่เหลวมาล้างมือแค่นั้น เค้าก็บอกให้เรารอแป๊บ จากนั้นเค้าก็วิ่งไปปเอาถ้วยใหญ่ๆ มา ชงชา+ฝานมะนาวลงไปให้เราสำหรับเป็นน้ำล้างมืออะ น่ารักมากๆ
  • เตรียมรองเท้าแตะมาด้วย ถ้าลืมบนเกาะมีขายราคาคู่ละ 190 บาท (เซเว่นขาย 50 บาท)
  • ขอติทางรีสอร์ทหน่อยว่าระหว่างช่วงเดินทางไปเกาะมันนอก (ตอนที่อยู่บนเรือ) น่าจะให้ผู้โดยสารใส่ชูชีพหน่อยนะครับ ผมเห็นกรุ๊ปทัวร์อื่นๆ (น่าจะไปเกาะมันในหรือมันกลาง) เค้าก็ยังใส่กันเลย ไม่อยากให้ประมาทน่ะครับ เกิดอะไรขึ้นมามันจะไม่คุ้มเอา
  • ตั้งแต่ 9.00-14.00 น. (โดยประมาณ) จะเป็นช่วงที่เค้าจะไม่ปั่นไฟ ทำให้ห้องพักต่างๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้นะ แต่ถ้าอยากชาร์จโทรศัพท์มือถืออะไรงี้มาขอชาร์จที่เคาน์เตอร์ได้ (เหมือนไฟที่เคาน์เตอร์เปิดตลอดเลย และก็น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเค้ามีน้ำแข็ง+ไอติมแช่อยู่)
สัตว์เลี้ยงที่อยู่บนเกาะ :: นกยูง!!!
นกยูงที่นี่เชื่องมากๆ เลย ,, เดินไปป้อนอาหารให้มันยังได้อะ
เกาะเล็กๆ สบายๆ ,, รับรองว่าใครๆ มาก็คงต้องตกหลุมรักแน่ๆ

สรุปที่มาเที่ยวครั้งนี้

ถ้าไม่ติดเรื่องราคาที่แพงไปหน่อยแล้ว ผมประทับใจกับที่นี่นะ ทั้งเรื่องความเป็นส่วนตัว ความเงียบ และความเอาใจใส่ของพนักงานที่นี่ แถมที่นี่เดินทางไม่ไกลมากจากกรุงเทพฯ เท่าไหร่ด้วย ส่วนตัวผมว่ามันเหมาะกับการมานั่งพักผ่อนชิลๆ ชาร์จแบตตัวเองให้เต็มที่ อาจนั่งอ่านหนังสือหรือเล่นทะเลริมหาดสบายๆ ไม่ต้องมีกิจกรรมบู๊ล้างผลาญอะไรมาก

บรรยากาศสบายๆ ที่เกาะมันนอก 🙂
แสงสุดท้ายที่เกาะมันนอก ,, หากมีโอกาสคงได้พบเจอกันอีก

แต่ถ้าเลือกได้ (ในงบประมาณที่เท่ากัน) ผมก็ยังชอบทะเลใต้มากกว่าอยู่ดี

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อโชคชัยสี่

หลังจากที่ผมได้ทำ blog กินก๋วยเตี๋ยวเนื้ออยู่หลายครั้ง
จนหลายๆ คนต้องการตัวผมไปพิสูจน์ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในหลายๆ ที่
วันนี้ผมมาตามคำเชิญของ @ahohey และ @pimoooo เพื่อมาพิสูจน์ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ 3 ร้านย่านโชคชัยสี่ครับ
ต้องยอมรับว่าผมไม่เคยไปแถวนี้มาก่อนเลย ทำให้การเดินทางครั้งนี้ดึงดูดและน่าค้นหาสำหรับผม

เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้

เพื่อความไม่สับสนผม ก็ต้องพึ่งพาแผนที่กันนิดนึงครับ
จากนั้นก็ลองปักหมุดไล่ร้านมาเลย ตั้งแต่ต้นซอย 23 จนถึงร้านสุดท้ายที่ซอย 53 ครับ


View ก๋วยเตี๋ยวโชคชัย 4 in a larger map

เอาเป็นว่า เริ่มกันเลยดีกว่าครับ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านแรก “สว่างอรุณ”

ร้านแรกชื่อสว่างอรุณ ตั้งอยู่ปากซอย 23 ติดถนนเลยครับ ตรงข้ามหมู่บ้าน จากแผนที่เป็นหมุดตัวสีน้ำเงินครับ
เป็นร้านที่หาไม่ยากครับ สังเกตง่ายๆ คนจะค่อนข้างเยอะตลอดจนต้องขยายโต๊ะมาหน้าร้านข้างๆ
ในร้านดูสะอาดดีครับ (แต่คนเต็ม เลยต้องมานั่งฟุตบาทหน้าร้านข้างๆ แทน)

หน้าร้านสว่างอรุณ

เมนูที่สั่งเป็นเกาเหลารวม เนื่องจากไม่ทราบว่าอะไรอร่อยบ้าง
ทีนี้ถ้วยที่สั่งมาก็เลยรวมจริงๆ ครับ เครื่องในเยอะกับอะไรไม่รู้ไปหน่อย
แต่ก็ดีครับ ใส่มาทั้งเอ็น ดอกจอก ปอด ส่วนเนื้อสดก็มีบ้าง แต่ไม่ค่อยจุใจ

เกาเหลาเนื้อรวมของร้านสว่างอรุณ
ดอกจอกในถ้วย

ราคาถ้วยละ 50 บาท กับปริมาณที่ได้ถือว่าเยอะใช้ได้ครับ
ถ้าคนทั่วไปคิดว่ากิน 1 ถ้วย + ข้าว 1 ถ้วย = อิ่มพอดีครับ
(แต่วันนี้ผมต้องกิน 3 ที่ เฮือกกก ^^)

ปริมาณต่อถ้วยถือว่าเยอะใช้ได้เลย

หลังจากชิม (ในปริมาณที่เรียกว่าแดก) แล้วส่วนตัวผมว่าพอใช้ครับ
ผมว่าซุปมันหวานไปหน่อย กลิ่นเนื้อในน้ำซุปถือว่าปานกลาง
ส่วนเครื่องในก็ต้มได้นุ่มดี ไม่มีกลิ่นคาว เอ็นก็ต้มได้จนนุ่ม เอาเหงือกกัดก็ขาดได้
เนื้อสดชิ้นใหญ่ นุ่ม และถือว่าอร่อยเลยทีเดียว ส่วนเนื้อเปี่อยถือว่ากลางๆ

เอ็นต้มเปื่อย อร่อยดีครับ
เนื้อสดนี่ผมว่าโอเคเลยนะ

ส่วนตัวร้านนี้ถือว่าโอเคครับ อร่อยปานกลาง แต่ก็ไม่ได้ตราตรึงมากนัก

ร้านที่สอง กับ “รส ชวนชิม”

ร้านนี้เป็นหมุดสีแดงนะครับ
ร้านอยู่หน้าปากซอย 43 ครับ สังเกตไม่ยากเท่าไหร่ครับ
โดยฝั่งนึงเป็นหม้อต้มก๋วยเตี๋ยวเนื้อ อีกฝั่งต้มก๋วยเตี๋ยวเป็ด

ร้านรส ชวนชิมครับ

ร้านนี้ที่เด็ด (เค้าบอกมา) คือหม้อไฟครับ งานนี้ก็เลยจัดหม้อไฟมาชุดนึง
หม้อนึงราคา 100 บาท ปริมาณ 4-5 คนกินกำลังพอดีครับ
ภายในหม้อมีแทบทุกอย่างครับ ทั้งเนื้อสด เปื่อย เครื่องใน เอ็น แล้วแยกผักมาในจาน ตักเติมเองตามใจ

หม้อไฟเนื้อเต็มแน่น

ส่วนตัวผมชอบกลิ่นและรสชาติของน้ำซุปร้านนี้มากกว่าสว่างอรุณนะ มันเข้าถึงและเข้มข้นกว่า
รวมทั้งรสชาติน้ำซุปที่ไม่หวานจนเกินไป และร้อนตลอดเวลา (จากความเป็นหม้อไฟ)

ภายในหม้อไฟ เนื้อ-เครื่องในทั้งนั้น

ส่วนเนื้อเปื่อยผมว่าคล้ายๆ กัน ส่วนเนื้อสดที่นี่จะออกแนวสุกและเหนียวไปหน่อย
ส่วนเครื่องในที่นี่ต้มคล้ายๆ กัน แต่ความหลากหลายน้อยกว่าที่สว่างอรุณ
ส่วนลูกชิ้นผมรู้สึกว่าอร่อยกว่าเช่นกัน

เนื้ออร่อยแซบมากกกกก

สองร้านถือว่าอร่อยใกล้ๆ กัน แต่ส่วนตัวผมชอบร้านนี้มากกว่าครับ

ร้านที่สาม “รสเยี่ยม”

ตอนนี้อิ่มใช้ได้แล้ว แต่ยังเหลืออีกร้านนึง เอาเป็นว่าลุยครับกับร้านที่ 3
ร้านนี้จากแผนที่คือหมุดสีเหลือง (ร้านบนสุด) หน้าปากซอย 53 ครับ เลยเซเว่นมานิดนึง

หน้าร้านลูกชิ้น รสเยี่ยมครับ

ร้านนี้จากกลิ่นไอจะออกแนวโปร่งๆ ครับ ไม่ได้เป็นเนื้ออบอวลเหมือนสองร้านที่ผ่านมา
พอมาถึงแล้วก็สั่งเกาเหลาเนื้อมาเลยครับ ที่ร้านมีแต่ลูกชิ้นเนื้อกับเนื้อสดเท่านั้น
เอาเป็นว่า เอามาเถอะครับ

เกาเหลาเนื้อสด-ลูกชิ้น

เห็นเกาเหลาตอนแรกแล้วคิดถึงช่วงที่เป็นเด็กๆ เลย ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสไรงี้
ช่างต่างกับสองร้านแรกอย่างสิ้นเชิง

น่ากินดีเหมือนกันนะครับ!!!

กับเกาเหลาเนื้อน้ำใสร้านนี้ผมว่ายังไม่ผ่านนะครับ แถมเนื้อก็ลวกสุกไปจนเหนียว
ส่วนลูกชิ้นที่ร้านผมว่าโอเคเลย อร่อยเท่าๆ กับร้านรสชวนชิม
จริงๆ ร้านแบบนี้มันต้องเส้นหมี่แห้ง แล้วเป็นเนื้อลวกโปะหน้า คู่กับซุปน้ำใสน่าจะเหมาะกว่า
สนนราคาเกาเหลาน้ำใส 30 บาทครับ

เนื้อสดแอบสุกไปหน่อย

หลังจากกินมาสามร้าน อยากบอกว่าอิ่มมากกก อิ่มได้อีก
จริงๆ ในโชคชัยสี่ยังมีอะไรน่ากินอีกมากมาย ไว้คราวหน้ามีโอกาส จะมาหาอะไรกินอีก

ที่มากินครั้งนี้

ก่อนอื่นต้องขอบคุณ @ahohey ที่เป็น navigator ชี้นำทางร้านอร่อยในครั้งนี้ และต้องขอบคุณ @pimoooo ที่เป็นผู้นำทางการเดินทางในครั้งนี้ครับ

สำหรัยทั้งสามร้าน ถ้าถามว่าอะไรอร่อยสุด มันตอบยาก เพราะแต่ละร้านก็มีข้อดีด้อยที่ต่างกัน
แถมรูปแบบที่มา เป็นถ้วยเป็นหม้อไฟ น้ำข้นและน้ำใส มันก็ยังต่างกันอีก เลยเทียบกันยาก
แต่ส่วนตัวผมประทับใจร้านรส ชวนชิมสุดนะ ผมว่ากลิ่นเนื้อมันเข้มข้นดี บรรยากาศร้านก็แนวๆ ดี
อีกอย่างบรรยากาศการกินหม้อไฟมันอร่อยกว่ากินถ้วยคนเดียวนะ
แต่ถ้าถามเรื่องเนื้อจริงๆ ยังสู้ร้านที่ผมเคยเขียนไว้ไม่ได้จริงๆ

ว่าแต่ ขึ้นชื่อ blog ก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่มีก๋วยเตี๋ยวเลยเนอะ ^^