Brochette

คลั่งไคล้เนื้อย่างไปหลาย Entry
วันนี้หวนกลับมากินและรีวิว tonkatsu อีกครั้งหนึ่งครับ

คราวนี้ไปกินร้านไหนดี

หนึ่งในอาคารที่อุดมไปด้วยอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ คืออาคารซิตี้รีสอร์ทครับ
อาคารนี้เข้าซอยมาทางสุขุมวิท 39 ครับ แต่เข้ามาลึกเหมือนกัน ถ้าไม่มีรถส่วนตัวจะลำบากหน่อย
แต่ถ้ามา BTS ก็ลงพร้อมพงษ์ แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์หรือรถกะป๊อเข้ามาก็ได้

อาคารซิตี้รีสอร์ทครับ


View Citi Resort Bldg in a larger map

อย่างที่บอกครับ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่นี่มีเยอะมาก
ทั้ง Giants เนื้อย่าง, Rakutei tonkatsu, Ramen Tei และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่วันนี้จะพามาร้าน Brochette ครับ

ร้าน Brochette ครับ

ร้านนี้อยู่ชั้น 3 ของอาคารดังกล่าวครับ ,, หาไม่ยากครับ เพราะอยู่เยื้องๆ กับเนื้อย่าง Giants
เปิดบริการทุกวันสองช่วงเวลา 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.00 น.
ถ้าหาไม่เจอหรืออยากจองลองโทรไปได้ที่ 026621559 ครับ

หน้าร้าน brochette

Brochette คืออะไร

จริงๆ คำว่า Brochette มีรากมาจากภาษาฝรั่งเศส จะประมาณว่าเนื้อสัตว์เสียบไม้ปิ้งย่างครับ
ซึ่งเนื้อสัตว์เสียบไม้ปิ้งย่างก็เป็นของขึ้นชื่อของที่นี่เหมือนกัน
นอกจากนั้น ร้านนี้ยังมีเมนูเทพๆ อีกหลายอย่างซึ่งส่วนมากเป็นเมนูทำร้อนๆ เช่น ยากิโซบะ
ถ้าสั่งแล้วพ่อครัวก็จะมาผัดให้เราดูให้เห็นกันได้ที่ Counter เลย
ซึ่งในจังหวะนั้นมันหอมมาก (แต่หัวเราจะแอบเหม็นนิดนึง) รวมทั้งปิ้ง/ทอดอาหารเสียบไม้ก็ตรงนั้น

พ่อครัวมาผัดยากิโซบะเอง หอมมากกกก

ส่วนวันนี้ผมจะมาตามล่า tonkatsu ครับ

และแล้ว ก็สั่งอาหารกันเถอะครับ

เปิดประตูเข้าร้านพนักงานก็มาต้อนรับอย่างดีครับ
เป็นร้านที่ counter ยาวและน่านั่งดีครับ ส่วนโต๊ะจะ preserve สำหรับกรณีมาหลายๆ คน
มาถึงพนักงานก็จดเมนูและเอาชาจีนเย็นมาเสิร์ฟ ชื่นใจดีครับ

ชาเย็นๆ ครับ

ส่วนบริการผมว่าโอเคนะ จะมีน้องพนักงานเสิร์ฟพรางกายอยู่หลังเรา
เวลาชาหมด เติมข้าว หรือต้องการความช่วยเหลืออะไรเค้าก็มาเร็วดีครับ

อีกสักแป๊บน้องเค้าก็มาเสิร์ฟแล้วครับ เป็นข้าวหมูทอดราดแกงกะหรี่ของ @narudom
อยากบอกว่า หอมมากกกก… แอบชิมเครื่องแกงกะหรี่แล้วใช้ได้ครับ เข้มข้นดี
แต่ที่ผมว่าแปลกคือหมูที่นี่ดูจะไม่เปียกไปตามแกงกะหรี่ โดยเฉพาะตัวแป้ง+เกล็ดขนมปัง

ข้าวหมูทอดราดแกงกะหรี่ เมพพพพพ
หมู, เกล็ดขนมปัง และแกงกะหรี่ดูเข้ากันดีมาก

ส่วนของผมเป็นชุดหมูทอดครับ
ค่อยๆ เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ตั้งแต่ข้าวญี่ปุ่น น้ำจิ้ม ผักดองและเต้าหู้เครื่องเคียง

ชุดข้าวและเครื่องเคียงของผม

ส่วนที่ผมว่าเก๋คือเต้าหู้ราดซีอิ้วนี่แหละครับ ดูทำไม่ยากแต่ทำได้ดี
อร่อยดีครับ แค่แอบเค็มไปนิด กินกับข้าวร้อนๆ นี่โอเคเลย

เต้าหู้ราดซีอิ้ว+โรยปลาหมึก น่ากินมาก

และแล้ววววว หมูทอดชิ้นโตผมก็มาครับ กลิ่นหอมน่ากินมากๆ สีก็เหลืองทองกรอบครับ หิวแล้ววววววว
มาถึงขอถ่ายกับชุดก่อนครับ ก่อนที่ผมจะซัดมันหมดในพริบตาแน่นอน

ถ่ายครบทั้งชุดหมูทอดก่อนจะจัดลงท้อง

ก่อนไปดูหมูก็ไปดูผักกะหล่ำซอยกับมันบดครับ
กะหล่ำซอยเค้าโอเคเลยนะครับ สดและกรอบดี แถมราดด้วยน้ำมันงาหอมดีครับ
ส่วนมันบดก็หอมอร่อยดีครับ เป็นเครื่องเคียงบนจานที่เอามาลดเลี่ยนได้อย่างดี
เสียดายที่ชุดหมูทอดเติมได้แต่ข้าวครับ

มันหมดและกะหล่ำซอย

หมูทอดกันเถอะ

ส่วนหมูที่คอยส่งกลิ่นหอมและสีทองวับๆ ก็ขอแง้มดูนิดนึงครับ

โอยยยยย น่ากินมากมาย

เราค่อยๆ ไล่มาดูทีละส่วนเลยครับ เริ่มตั้งแต่เนื้อหมู
เป็นเนื้อสันนอกอย่างดีครับ ทอดได้สุกกำลังสวย เนื้อขาว มีมันแทรกไม่มากเกินไป
แถมพ่อครัวก็ตัดหมูแต่ละชิ้นขนาดพอดีคำ เอิ๊อออกกกก

เนื้อหมูสันนอกขาวๆ มีส่วนติดมันกำลังพอดี

ส่วนแป้งที่นี่คือความแตกต่างครับ!!!
ที่ต่างคือแป้งข้างนอกจะมีเกล็ดขนมปังไม่ได้ฟูมาก แต่แป้งเค้าจะทอดได้แน่นครับ
ประมาณว่า ถ้ากัดไปมันจะไม่ได้กรอบซุยเหมือนเจ้าอื่นๆ แต่มันจะแน่นๆ แข็งๆ นิดนึง
ข้อดีของมันคือ มันจะกรอบกรุ้มกริ่มดีมาก ไม่ว่าเราแช่น้ำจิ้มหรือราดแกงกะหรี่มันก็ไม่เซ็งหรือแฉะ
ส่วนตัว ผมชอบนะ จะกัดจะเคี้ยวหรือจะแช่น้ำจิัมนานๆ มันก็ยังกรอบ ประมาณกรอบนานแต่ไม่กรอบเว่อร์

แป้งที่นี่ทอดได้ดีดังคำบรรยาข้างต้นครับ
แป้งยังกรอบแม้แช่น้ำจิ้มหรือราดแกงกะหรี่

ส่วนน้ำจิ้มไม่ได้มีงาให้ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
รสชาติผมว่ากลางๆ ครับ ไม่ได้เด่นมากแต่ก็เสริมรสชาติหมูทอดได้ดี

หมูทอดสะท้านน้ำจิ้ม

อยากบอกว่ากินหมดชิ้นแล้วอิ่มมาก
หมูทอดชิ้นโตมากๆ จิ้มน้ำจิ้มแล้วเข้ากันดี แป้งทอดได้กรอบดีมาก ไม่ค่อยอมน้ำมัน
สุดท้ายที่ร้านยังมีผลไม้+กาแฟมาปิดท้ายด้วย

ตบท้ายด้วยกาแฟและผลไม้

ตบกันแรงทั้งหมูทั้งชุดกาแฟ อิ่มกันแทบคลานออกจากร้าน

ที่ได้มากินวันนี้

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ @narudom ที่เปิดประเด็นและการมากินที่ร้านนี้ครับ

ส่วนตัวร้านนี้ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยครับ ทุกส่วนเข้ากันได้ดี
เนื้อหมูโอเค ส่วนติดมีนกำลังสวย แป้งทอดแบบแน่นแข็ง ไม่ได้ฟูฟ่อง ทำให้ทนต่อการเปียกชื้นดี
ส่วนเครื่องเคียงภายในชุดก็โอเคครับ แถมยังมีปิดท้ายด้วยผลไม้และกาแฟด้วย

หมูทอดร้านนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

เก็บได้อีกร้านนึงแล้วครับ

Misato มิซาโตะ

ถ้าพูดถึงร้าน tonkatsu ที่แบบเทพๆ บรรยากาศแบบ Japๆ เลยเนี่ย
เราจะยกร้านแบบสาขาเยอะๆ หรือร้านดังๆ มาเลยไม่ได้ ในห้างไม่เก๋ มันไม่แนว
ร้านที่เลือกต้องเป็นร้านชื่อแปลกๆ ลับๆ แต่กินแล้วต้องเก๋จริง
ร้านเหล่านั้นอยู่ใน blog ของผมแล้ว และกำลังทยอยเอาลงมาให้ครบถ้วน

วันนี้ที่เอามาก็เป็นร้านที่มีคนกล่าวขานว่าใกล้เคียงกับ tonkatsu ที่ญี่ปุ่นมากที่สุดแล้ว
ทั้งบรรยากาศ รสชาติ พ่อครัว (เว้นพนักงานที่หนักไปทางอีสานนิดนึง)
ร้านนี้ชื่อ Misato ครับ

หน้าร้าน Misato มิซาโตะ

ร้านอะไรอะ ไม่รู้จักเลย

จริงๆ อยากบอกว่าร้านนี้ดังในระดับนึงนะครับ โดยเฉพาะผู้คลั่ง tonkatsu และอาหารญี่ปุ่น
โดยร้าน Misato ตั้งอยู่ที่ตึกชาญอิสสระ ถนนพระรามสี่ เยื้องๆ กับ สถานเสาวภา
หรือง่ายๆ ก็เดินมาจากโรบินสันสีลม (เก่า) ย้อนมาทางหัวลำโพงประมาณ 100 เมตรได้

ในตึกชาญอิสสระ 1 มี misato ที่ชั้น 1

ร้านเปิดบริการสองช่วงเวลานะครับ ช่วงแรกคือ 1130-1400 น และช่วงหลัง 1730-2200 น. วันอาทิตย์ปิด
แนะนำให้มากลางวันนะครับ เพราะกลางคืนจะแปรสภาพจากร้านอาหารเป็นร้านที่มาสังสรรค์ของชาวญี่ปุ่นมากกว่า
แนะนำว่าโทรมาก่อนนะครับที่ 022372266 เพราะบางเที่ยงคนแน่นมาก
ถ้ายังหลงก็มาตามแผนที่นี่ละกัน


View My Life in a larger map

เมื่อเหยียบเข้ามาในร้าน

จากประสบการณ์ทัวร์ร้าน tonkatsu ร้านนี้บรรยากาศใกล้เคียงกับญี่ปุ่นมากๆ (แม้ตัวเองไม่เคยไปมาก่อน)
ทั้งการจัดร้าน เมนู(มีแค่ภาษาญี่ปุ่นกับอังกฤษ) พ่อครัว และลูกค้า(มักพกหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารมาอ่าน)
นั่งในร้านก็ดูเมนูครับ ไม่รู้เรื่อง ภาษาญี่ปุ่นล้วน T-T แต่คนเสิร์ฟเข้าใจ
เพราะคนไทยที่มากินส่วนมากก็กินแค่ tonkatsu ครับ ทั้งๆ ที่ที่นี่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นธรรมดาๆ
มีขายหมดทั้งซูชิ ปลาดิบ ของทอด นั่นนี่ แต่พอพูดถึงร้านนี้คนไทยรู้จักแค่ ,,, tonkatsu ครับ

ผมนั่งที่ counter ครับ ประจันหน้ากับพ่อครัวเลย

เริ่มต้อนรับกับผ้าอุ่นๆ เอาไว้เช็ดมือ กับชาจีนร้อน

ชุดชาร้อนและผ้าเช็ดมือระหว่างรอ

จากนั้นระหว่างรอ tonkatsu ผมก็สั่งปูอัดซาซิมิ อร่อยเหมือนกัน ^^ชอบตรงวาซาบิที่ให้เยอะ มีกลิ่นสดชื่นและไม่ฉุนมาก

ซาชิมิปูอัดตามสถานะทางการเงินช่วงนั้น

จริงๆ เคยกินพวกซาชิมิแซลมอลด้วย อร่อยมากๆ
เนื้อปลาดสด ไขมันกำลังพอดี แตะวาซาบินิด โชยุหน่อย อร่อยเทพกว่าบุฟเฟ่ต์ที่ใดในสามโลก
แต่ 5 ชิ้น 400 ,, ตกชิ้นละ 80 บาท OMG

แซลมอนเทพสุดสามโลก ราคาก็เทพไม่แพ้กัน

เม้าท์เพลิน!! มาแล้วครับ ชุด tonkatsu ชิ้นโตของผม
ภายในชุดจะประกอบไปด้วย หมูทอด 1 ชิ้น กะหล่ำ น้ำจิ้มทงคัตสึ น้ำสลัด เครื่องดอง เครื่องเคียง และมิโซะซุป
น้ำจิ้มที่นี่แอบแปลก ที่ไม่มีงามาให้ด้วย อืมมมม

นั่นมันชุด tonkatsu ของผมนี่นา

เริ่มที่มิโซะครับ รสชาติใช้ได้ อร่อยดี กำลังกลมกล่อมพอดี

มิโสะซุปอร่อยดีนะ

ของดองเป็นอะไรซักอย่างนี่แหละ สีม่วงๆ เค็มๆ งงๆ ให้มาก็กินหมด (แต่จริงๆ ไม่หมด)
เครื่องเคียงเป็นวุ้นเส้นบุกครับ มันกรุบๆ กว่าวุ้นเส้นตามท้องตลาดนิดนึง

เครื่องเครียงเส้นบุก อร่อยดีเหมือนกัน

ส่วนสิ่งที่ต่างกับเจ้าอื่นนิดๆ คือเรื่องน้ำจิ้มแหละครับ
เพราะที่นี่เวลากินไม่ควรราดน้ำสลัดลงไปตรงๆ ครับ
ให้คีบกะหล่ำซอยแล้วจุ่มน้ำสลัดสักแป๊บ แล้วยกขึ้นมากินเป็นคำๆ ไปดีกว่า
หรือถ้าใครชอบราดเอาแบบผม ก็อย่าเยอะ
เพราะหากราดเยอะไป น้ำสลัดมันจะซึมออกมาด้านล่างแล้วทำให้ไปโดนแป้งของหมูทอด
ทำให้แป้งมันนิ่ม ไม่กรอบและอร่อย รวมทั้งจะมห้ให้เกิดการแยกชั้นของแป้งและหมูด้วย

เวลากินกะหล่ำอย่าราดน้ำจิ้มไปแบบตรงๆ นะครับ

มาดูหมูทอดกันมั่งดีกว่า

ทีนี้มาดูจานหลักของเราบ้างครับ นั่นคือส่วนของหมูทอดชิ้นโตที่วางตรงหน้า
เริ่มที่แป้งด้านนอกผมว่าอร่อยเลยแหละ กรอบกำลังดี กรุบกรับๆ

แป้งข้างนอกทอดได้กรอบ อร่อยมากๆ ครับ

ส่วนหมูที่สั่งเป็นสันนอกคุณภาพดี ชิ้นโตๆ เอามาทอด
กัดไปแต่ละทีนี่เต็มปากเต็มคำมากๆ อร่อยๆ
สังเกตว่ามีลายเนื้อสอง zone ซึ่งให้รสชาติและความรู้สึกในการเคี้ยวที่ต่างกัน ^^

เนื้อหมูของ Misato อร่อยมากๆ

ยอมรับว่าหมูชิ้นใหญ่มากๆ กินเซ็ตเดียวก็อิ่มแล้วครับ

แต่ที่นี่แอบมีข้อเสียนิดนึง
กล่าวคือ ไม่มีพวกตะแกรงหรืออะไรมารองข้างใต้ชิ้นหมูเหมือนร้านอื่นๆ ทำให้เสี่ยงต่อการเปียกได้
ทั้งเปียกจากน้ำจิ้มสลัดที่เผลอราดลงไปมากเกิน
หรือเปียกจากไอน้ำอันเป็นผลจากการควบแน่น แล้วตกลงมาแฉะใต้ชิ้นหมู

ไม่ได้เวอร์นะเธอว์

หมูทอดที่นี่อร่อยครับ เสียดายเติมไม่ได้

ปิดท้ายเซตด้วยของหวานเป็นผลไม้ (เป็นแตงโมกับสับปะรด) และกาแฟร้อน/เย็นให้เลือก อิ่มกำลังดี

ชุดผลไม้และกาแฟปิดท้าย

เอิ๊ก อิ่มมาก ดีแล้วที่ไม่มีเติมเพิ่ม ^^”

สรุปที่มากินวันนี้

ส่วนตัวผมชอบบรรยากาศที่ร้านและพนักงานนะครับ
แม้จะมีภาษาอีสานลอยมาเป็นพักๆ แต่ที่ร้านก็ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดีมาก

แป้งฟู หมูอร่อยน่ากินมากๆ

พนักงานก็เอาใจใส่ดีระดับหนึ่ง ตามจำนวนลูกค้าที่มีอยู่ในขณะนั้น
ซึ่งลูกค้าช่วงเที่ยงที่ผมไปมา 2-3 ครั้ง พบว่าคนเยอะมาก เต็มร้านตลอด (วันธรรมดา)
ลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนญี่ปุ่นนะครับ ทำให้เมนูต่างๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นไหมหมด
ถ้าใครมีเบสิกการอ่านภาษาญี่ปุ่นจะช่วยได้มาก
แต่ถ้าพูดไม่ได้ มาถึงพนักงานเค้าก็จะเข้าใจกลายๆ ว่าเราจะมากิน tonkatsu อยู่แล้วครับ
สนนราคา Net ของ tonkatsu ชุดกลาง 250 ครับ จริงๆ มีชุดใหญ่ด้วย 300 บาท ส่วนซาซิมิปูอัด 120 ครับ -_-a
ส่วนตัว ถ้าคุณภาพขนาดนี้ ราคาถือว่าอยู่กลางๆ ครับ

อร่อยและติดใจครับ ทำ blog นี้แล้วหิวไปด้วย

เป็นอีกร้านที่ควรลิ้มลองและคอ tonkatsu ไม่ควรพลาดเลย

Bekku tonkatsu

ถ้าถามถึงร้าน tonkatsu ที่ดีที่สุด… คำตอบมันค่อนข้าง Ideal มากๆ
เพราะมันมีหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แต่ถ้าให้แนะนำว่าร้านไหนที่เหมาะและน่าไปที่สุด
ร้าน Bekku ถือว่าเป็นร้านหนึ่งในนั้นครับ

ประวัติและการเดินทางของร้าน

จริงๆ ร้านนี้มีต้นกำเนิดที่สาขาแรกที่เวิ้งตรงข้ามโรงแรมอริสตันครับ
ซึ่งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ซึ่งเป็นซอยที่ติดกับห้างเอ็มโพเรียม เข้าไปประมาณ 200 เมตร
แต่ตอนนี้สาขาแรกปิดไปแล้ว

ตอนนี้เหลือร้านใหม่ในซอยเดียวกัน อยู่ลึกกว่าเท่าตัว
อยู่ที่ President park ท้าย ซ.สุขุมวิท 24 (เกือบทะลุพระราม 4 แลัว) แถวๆ โรงแรมเดวิส ครับ
เปิดช่วงกลางวัน 11.30 – 14.00 น. เย็น 17.30 – 22.00 น. หยุดวันพุธ โทร. 027140469 / 026610645
ผมเคยกินทั้งสองร้านมาแล้ว และประทับใจมาตลอดครับ


View Bekku in a larger map

ส่วนวันนี้ที่ผมจะพาไป เป็นอีกสาขาครับ อยู่ที่ทองหล่อ
ไม่แน่ใจว่าสาขาไหนเปิดก่อนระหว่างที่ President park กับสาขาทองหล่อนี้

ป้ายหน้าร้านครับ

ข้อดีของสาขาทองหล่อนี้คือมาสะดวกมากๆ แค่ลงรถไฟฟ้าเดินเข้าทองหล่อประมาณ 80 เมตร เลยร้าน 7-11 มาหน่อยนึงก็จะเจอ bekku สาขานี้ครับ หรือลองโทรไปสอบถามก่อนได้ที่ 027140469 ครับ

เมื่อเดินเข้าร้าน

สิ่งที่ผมว่าโอเคเลยสำหรับร้านเบคคุคือพนักงานที่มาสอบถามตลอด
ตั้งแต่ที่ผมเดินเงอะๆ เงิ่นๆ อยู่หน้าร้านก็มีพนักงานมาให้ข้อมูล
เข้ามาตอนเที่ยง วันนี้คนไม่เยอะมาก ถือว่าโชคดีครับ

วันนี้สั่งเมนูชุดครับ
ภายในชุดมีหมูทอด, ข้าว, ซุปมิโสะ, น้ำชา, เครื่องเคียงต่างๆ และของหวานครับ
ถ้าเป็นเมนูธรรมดาก็ 220 บาทครับ ถ้าพิเศษก็ 240 ครับ ซึ่งถือว่าราคาไม่แพงมาก

หน้าร้านเบคคุครับ หาไม่ยากเลย
น้ำสลัดและน้ำจิ้มหมูทอดบนโต๊ะ

ในร้านตกแต่งแบบญี่ปุ่น ติดป้ายโฆษณา ติดรายละเอียดเมนูเยอะแยะ
และก็มีป้ายบอกว่าสำหรับเมนูชุดเติมได้ เข้าใจง่ายๆ คือเติมได้หมด ยกเว้นหมู (ก็แน่!!) กับของหวาน

เมนูอาหารเที่ยง

มาถึงก็ต้อนรับผมด้วยเครื่องดื่มครับ สามารถเลือกได้ทั้งชาเขียวร้อน-เย็น

ชาเขียวเย็นๆ มาแล้วจ้า

เมื่อตัดสินในสั่ง Set ที่ต้องการไปแล้ว
จากนั้นก็เริ่มเสิร์ฟหมู่เครื่องเคียงถ้วยเล็กๆ ซึ่งเยอะครับ
มีคนเคยบอกว่าช่วงเย็นๆ จะมีเครื่องเคียงเยอะกว่าเที่ยงๆ อีก

เครื่องเคียง : ยำเห็ด
เครื่องเคียง : ยำผลไม้

ส่วนตัวผมเฉยๆ กับเครื่องเคียงพวกนี้นะ อร่อยกลางๆ บางอย่างก็ไม่อร่อยก็มี
ถ้าราคาเพิ่มกับพวกนี้ ผมว่า ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่

เครื่องเคียง : มันบด
เครื่องเคียง : เส้นสปาเก๊ตตี้คลุกซอส
เครื่องเคียง : ไก่ในซอส

ที่ผมชอบคือสาขาที่ไปพนักงานเอาใจใส่ดีครับ กินยังไม่หมดก็ถามว่าจะเติมไหม
เดินเสิร์ฟตลอดไม่มีบ่นอะไร แอบสงสารนิดๆ ที่ถ้วยเล็ก
บางวันเครื่องเคียงอร่อย ผมก็เติมไป 6-7 รอบเลย

จนแล้วจนรอด
ข้าว ซุป และเครื่องเคียงมาพร้อมแล้ว ก็รอหมูทอดกันเถอะครับ

ตอนนี้เหลือแค่หมูทอดครับ

ห้ามพลาดสลัดกะหล่ำ

สิ่งที่ผมว่าร้าน Bekku เหนือกว่าร้านอื่น นอกจากเครื่องเคียงที่หลายหลากแล้ว
ยังมีเจ้านี่ครับ กะหล่ำซอย

กะหล่ำซอย+น้ำราดสุดยอดมาก

ที่เด็ดคือน้ำราดกะหล่ำครับ
ที่นี่รสชาติมันจัดจ้านมากๆ เหมาะกับลิ้นและริมฝีปากคนไทยสุดๆ
ยิ่งได้เสิร์ฟจังหวะเข้าคู่กับหมูทอดตอนเลี่ยนๆ นี่ตัดกันดีมากๆ เลย

หมูทอดมาแล้ว

โอวว และแล้วก็มาแล้วครับ เริ่มที่หมูสันนอกชิ้นโต ยาวประมาณฟุตนึง ใหญ่กว่า Saboten ราว 30% ได้เลย
สังเกตง่ายๆ หมูเลยตะแกรงรองหมูข้างล่าง มันจะต้องยาวมากๆ อยู่แล้ว

หมูทอดชิ้นโตครับ

เค้าทอดหมูได้เหลืองทองดี กลิ่นหอมน่ากินครับ
แป้งทอดได้เหลืองกรอบดี เกร็ดขนมปังละเอียด ไม่มีน้ำมันเยิ้ม
แล้วหั่นมาให้ขนาดใหญ่พอดีสามคำหมด เฮือกกกกก

แป้งทอดได้สุดยอดมากครับ กรอบอร่อย
หมูสันนอกชิ้นโตหั่นมาให้พร้อม
หมูสันนอกเนื้อดี ติดมันเยอะไปนิด

ลองกัดคำแรก มันอร่อยมากๆ ขอเรียกมันว่าความสมดุลครับ กับตัวแป้งที่ทอดกรอบกำลังดี ไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน
หมูสันนอกคุณภาพดี เกร็ดขนมปังที่ใช้ละเอียดและมีคุณภาพดี
ผสานกับน้ำจิ้มที่รสชาติจัดจ้าน แต่พอเจอชิ้นหมูกับกลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ
ยิ่งได้กับน้ำจิ้มนี่สุดยอดมากๆ

หมูทอดได้อร่อยมากๆ ครับ
เข้าคู่กับน้ำจิ้มอย่างดี

ส่วนหมูสันในของ Bekku ก็อร่อยนะครับ
ที่เคยกินมาหลายๆ เจ้าเค้าจะเป็นเนื้อล้วนๆ และด้านๆ จริงจัง
แต่ที่นี่หมูเค้าเป็นเนื้อล้วนๆ ก็จริง แต่มันนุ่มและอร่อยมาก
เหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ต้องการบริโภคสันนอกที่มีปริมาณมันค่อนข้างมาก

สันในทอดก้อนกลมหอมน่ากิน
เนื้อหมูสันนอกนุ่มอร่อยดีมาก

อยากรู้มั้ยว่าเมนูพิเศษที่แพงขึ้น 20 บาทเป็นอย่างไร

ผมเคยอยากรู้นะ ก็เลยลองสั่งดู
คือเมนูพิเศษมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ละช่วง
ซึ่งวันที่ผมไปเป็นทงคัตสึราดแกงกะหรี่ครับ ฟังดูแล้วน่ากินมากๆๆ เลยจัดมาซักชุด

หมูทอดราดแกงกะหรี่ ดูน่ากินเลยทีเดียว

มันน่ากินมากๆ ครับ แกงกะหรี่ก็ไม่ขี้เหร่อะไร
แต่มันกลับกลายเป็นข้อเสียและกลบจุดเด่นของแต่ละตัวไปหมด

หมูทอดในแกงกะหรี่

กล่าวคือ แป้งหมูทอด หลังจากโดนแกงก็ไร้ซึ่งความกรอบอีกต่อไป
ทำให้เนื้อหมูมันเด่นมามากเกินไป ไม่มีแป้งกรอบๆ ช่วยเลยรู้สึกเฉยๆ
ส่วนแป้งที่แหยะๆ ก็ไปทำให้แกงกะหรี่มันไม่ค่อยอร่อยอีกต่อครับ

แป้งที่ทอดกับแกงกะหรี่ดูจะไม่ชอบกันเท่าไหร่นัก

สรุป เมนูธรรมดาอร่อยกว่าแฮะ

ปิดท้ายด้วยของหวาน

และปิดท้ายกับของหวาน คัสตาร์ดเย็นครับ
แม้จะอิ่มจากหมูแค่ไหน แต่ก็รู้สึกว่าอยากกินอีกถ้วย

คัสตาร์ดเย็นอร่อยมากๆ ครับ เสียดายได้ถ้วยเดียว

ถือเป็นของหวานที่ปิดท้ายและอร่อยเอาเสียมากๆ เลยทีเดียว

สรุปที่ไปกินมา

สมกับเป็นหนึ่งในร้านที่ผมว่าสร้างความประทับใจร้านหนึ่งเลยทีเดียว
ทั้งคุณภาพ รสชาติ ปริมาณอาหาร และราคาที่อยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผลดีนะ ของหวานก็ดี
การเดินทางก็สะดวกดี ลงรถไฟฟ้าก็เรียกว่าจะถึงเลย หรืออีกสาขาออกเดวิสเสร็จก็ถึงเลย
ส่วนที่ยังเป็นข้อด้อยคือเมนูพิเศษ ในวันที่ผมกินมันยังไม่โดนพอ
รวมทั้งพวกเครื่องเคียงไม่ถูกปากผมหลายอย่าง ทั้งมะเขือ กะหล่ำต้ม ฯลฯ
แต่ข้อด้อยเหล่านี้ช่างเล็กน้อยเหลือเกิน

ร้าน Bekku ครับ

Tonsei ตองเซอิ

ผมเพิ่งสังเกตว่า แถวๆ ตึกธนิยะมีคนญี่ปุ่นอยู่เยอะมาก ไม่แพ้แถวๆ สุขุมวิทเลย
แต่อันนี้มักเป็นแนวพนักงานบริษัทมาทำงานมากกว่า
แถวนี้ก็เลยมีร้านอาหารญี่ปุ่นเยอะมากๆ หลากหลายแนวและราคา
แม้แต่ในซอยทานตะวัน (ตรงข้ามโรงแรมตะวันนารามาดา) ที่เป็นซอยเล็กๆ
แต่ยังมีร้าน tonkatsu ถึงสองร้านเช่นกัน
ร้านแรกก็ review ไปแล้ว คือ Katsushin
ส่วนวันนี้จะมา review อีกร้านที่อยู่ตรงข้ามกัน นั่นคือ Tonsei หรือ ตองเซอิ

หน้าร้าน tonsei ตองเซอิ

ขอสถานที่อีกทีนึง+รายละเอียดเพิ่มเติม

ร้าน Tonsei อยู่ในซอนทานตะวันอย่างที่เล่ามาแล้ว
เยื้องๆ กับร้าน Katsushin แต่ร้านนี้ถึงก่อนนิดนึง
ถ้ายังงงๆ ก็ไปตาม map ละกันนะครับ


View tonsei in a larger map

เดินทางเข้าได้ทั้งทางสีลมซอย 6 หรือเข้าทางซอยทานตะวัน (ทางถนนสุรวงศ์) ก็ได้
ร้านนี้เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 1100-2300 น ไม่มีหยุดพักกลางวัน
หรือยังไงลองโทรไปก่อนได้ที่ 02-236-2836 นะครับ

นอกจากของทอดร้านนี้ยังขายอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ด้วยนะครับ ลองไปติดตามเมนูที่ร้านได้
ถ้าสนใจลองไปพลิกๆ ดูเมนูภาษาไทยหน้าร้านก่อนได้ครับ

บรรยากาศร้าน

กำลังยืนกะจะตั้งกล้องถ่ายรูปแล้วก็ต้องเก็บไปก่อน
เพราะพนักงานเค้าเปิดประตูต้อนรับเราอย่างดี (เหมือนเค้าจะส่องๆ เราว่าจะเข้าร้านหรือเปล่า)
เอาวะ!! เข้าก็เข้า (ทำฟอร์มไปงั้นแหละ ยังไงตั้งใจมาอยู่แล้ว)

พอเข้าร้านแล้วความรู้สึกแรกเหมือนกับมาร้านในญี่ปุ่นเลยนะ
บรรยากาศแบบใช่เลย ลูกค้าทุกคนพูดญี่ปุ่นหมดยกเว้นผม

บรรยากาศร้านเมื่อแรกเข้า

เท่าที่สังเกต ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวญี่ปุ่นและให้อารมณ์แบบลูกค้าประจำ
เพราะผมสังเกตว่าลูกค้าและพนักงานทักทาย+คุยเล่นกันคุ้นเคยมากๆ ด้วยภาษาญี่ปุ่น
ใช่ครับ พนักงานเสิร์ฟคุยภาษาญี่ปุ่นได้ -_-a เอาซะเรางงเหมือนกัน

ส่วนตัวผมแอบประทับใจเล็กๆ นะ เพราะถ้าเป็นคนญี่ปุ่น เค้าจะเอาเมนูญี่ปุ่นมาให้ แบบสวยเลย
ซึ่งผมลองแอบดูแล้ว ยิ่งกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นญี่ปุ่นหมด เขียนหวัดๆ ไม่มีรูป ขนาดราคายังญี่ปุ่นเลย
แต่พอคนไทยมา เค้าจะเอาเมนูไทยให้ ถ่ายรูปด้วย พร้อมราคา
ลักษณะเมนูเหมือนกับสเต๊กสามย่านอะครับ -_-a อาจไม่เนี้ยบ แต่สั่งง่ายดี

ส่วนนี่เป็นบรรยากาศบนโต๊ะครับ มีพร้อมทั้งโชยุและซอสราดหมูทอด

บนโต๊ะร้าน tonsei

ลองสั่งของรองท้องมาดู

พอสั่งปุ๊บ แปลว่าเราจะกินแน่ๆ
ก็เลยยกผ้าเช็ดมืออุ่นๆ กับน้ำชาเย็นๆ มาให้ ถูกใจมาก เพราะตอนนี้ร้อนจัดๆ แถมเดินมาไกลด้วย

ผ้าเช็ดมืออุ่นๆ และน้ำชาเย็นๆ

ผมไปคนเดียว เลยสั่งอะไรมามากไม่ได้
เอาขณะนั้นที่ผมอยากกินเป็นที่ตั้ง ซึ่งตอนนั้นอยากกินอะไรกรุบๆ สดๆ ไม่แพง
ผมเลยสั่งซาซิมิปลาหมึกยักษ์ไปครับ

ซาซิมิ หนาวดปลาหมึกยักษ์

ส่วนตัวผมว่าปลาหมึกสดดีนะครับ อร่อยดี ยิ่งได้คู่กับวาซาบิและโชยุแล้วอร่อยมากๆ เลย
เหมาะกับสำหรับการเรียกน้ำย่อยเป็นอย่างยิ่ง มันกรุบมากๆๆ

หนวดปลาหมึกยักษ์กับโชยุ

เมื่อชุดหมูทอดมาเยี่ยมเยือน

เมื่อแรกพบชุด tonkatsu ของผมไม่ใช่เจอกันด้วยสายตา… แต่มาด้วยกลิ่น
คือมันหอมรัญจวนใจมาตั้งแต่ไกลเลยทีเดียว

ชุดข้าวหมูทอด tonkatsu

นอกจากนั้นมีผักดอง ข้าวและซุปมาด้วยในชุดพร้อมกับหมูชิ้นโต
ควันคลุ้งหอมฉุย น่ากินมากๆ

ข้าว โชยุ และผักดอง

ส่วนนี่ครับ หมูทอดชิ้นโตเจ้าปัญหาของเรา ทอดได้เหลืองกรอบและหอมมากๆ
แต่เรายังไม่กินตอนนี้ครับ เพราะเรายังมีเครื่องเคียงภายหลังอยู่นะ

ชิ้นหมูทอดเหลืองหอมน่ากิน

เครื่องเคียงอย่างแรกคือผักกะหล่ำซอยครับ แอบชิมแล้วอร่อยดี ไม่เหม็น
เค้าอัดมาให้เยอะมากๆ เลย แถมด้วยมะเขือเทศหนึ่งซีก

กะหล่ำซอย และ มะเขือเทศ

แล้วยังมีมะกะโรนีคลุกกับน้ำสลัด แตงกวา และแฮมหั่นเล็กๆ
อร่อยดีเหมือนกัน แก้เลี่ยนได้ดีครับ

มะกะโรนีคลุกแฮม

พอครบทุกอย่าง เราก็มาเจอหมูทอดของเราดีกว่าครับ

หมูทอดแห่งร้าน Tonsei

หมูทอดที่มาเป็นหมูสันนอกครับ มีส่วนของเนื้อหมูนิ่มๆ ปนกับส่วนที่เป็นมันเล็กๆ ครับ
น่ากินมากๆๆ

หมูทอดในชุด tonkatsu

ส่วนแป้งของที่นี่ แม้จะไม่ได้หนาและฟูฟ่องเหมือนที่อื่นๆ
แต่ก็สามารถทอดได้เหลืองกรอบดี และเค้ายังกลับมีความหอมพิเศษ
เหมือนใส่ความตั้งใจและทะนุถนอมลงไปในการทอดด้วย

แป้งบนหมู tonkatsu

โดยการกินของที่นี่คือเราจะราดน้ำจิ้มลงไปในตัวหมูเลย
ตอนแรกผมก็แอบงงๆ ว่าแล้วงี้มันแป้งที่กรอบๆ จะไม่นิ่มหมดเหรอ

ราดน้ำจิ้มลงบนตัวหมูเลย

แต่นี่แหละที่ผมว่าเจ๋งคือ ราดน้ำจิ้มลงไปแล้วแป้งก็ยังคงสภาพอยู่ได้
คือแป้งที่ทอดจะมีน้ำจิ้มปนอยู่ แต่ความกรอบก็ยังใกล้เคียงเดิม
กลายเป็นส่วนผสมที่แปลกและอร่อยดีมากๆ

เมื่อแป้งเจอกับน้ำจิ้ม

นอกจากนั้น ผมว่าแป้งที่ทอดเค้าหอมมากเลยนะ
ยิ่งได้ผสมกับเนื้อหมูสันนอกชั้นดี น้ำจิ้มรสเลิศ โชยุลื่นคอ มีผักกำหล่ำและเครื่องเคียงมาตัดเลี่ยน
มันเป็นอะไรที่แบบว่า ลงตัวสุดๆ

แป้งไม่นิ่มแม้จะทอดมานานแล้ว

ถ่ายไปกินไปจนออกเกือบคนสุดท้าย ขนาดคนที่มาทีหลังยังออกก่อน
แต่ tonkatsu ของผมมันก็ยังคงความกรอบอยู่ แม้ว่าจะเป็นชิ้นสุดท้าย
อร่อยและประทับใจร้านนี้มากๆ ครับ

สรุปที่มากินร้านนี้

ส่วนตัวผมประทับใจแทบทุกอย่างเลยนะครับ
ราคาก็ไม่แพง (ชุดหมูทอด 200 บาท, หนวดปลาหมึก 80 บาท) บริการดีครับ
แถมร้านยังเปิดโดยไม่มีช่วงพักบ่ายเหมือนกับร้านอื่นๆ ด้วย ทำให้สามารถมากินตอนบ่ายแก่ๆ ได้

ชุดหมูทอด+น้ำจิ้ม อร่อยดี

ส่วนตัวหมูทอดและอาหารที่ผมสั่งมาถือว่าทางร้านทำได้ดีนะครับ ในราคานี้
แป้งทอดหมูที่กรอบทนกรอบนาน และชิ้นหมูที่ทอดได้สุกกำลังดี
กับน้ำจิ้มและเครื่องเคียงต่างๆ ลงตัวกับหมูได้อย่างพอดี

เป็นร้านนึงที่มีโอกาสแล้วคราวหน้าผมจะไปอีกครับ

Saboten ซาโบเตน

ร้าน tonkatsu อีกร้านที่มีชื่อเสียงมากๆ และคนเยอะมากๆ
เดินผ่านหน้าร้านเมื่อไหร่ก็เห็นคนเต็มตลอดเวลา

เหตุไม่ใช่แค่เพียงว่าเป็นร้านที่เดินทางได้สะดวกเพราะอยู่ใจกลางเมือง
แต่คุณภาพของอาหารก็ไม่เคยลดลงไปด้วย แม้คนจะเยอะแค่ไหนก็ตาม

หน้าร้านซาโบเตน Saboten

ใช่ครับ ร้านนั้นคือ Saboten นั่นเอง

ข้อมูลร้านเบื้องต้น

Saboten จากพจนานุกรมมันแปลว่ากระบองเพชรนะ แต่ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวอะไรกับร้านเหมือนกัน

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 ห้าง Central World Plaza ฝั่ง Isetan
โดยร้านนี้อยู่ใกล้ๆ กับร้านหนังสือ Kinokuniya ครับ หาไม่ยากครับ
เพราะถ้าไปช่วงเที่ยงๆ หรือเย็นๆ คนจะเยอะมาก และล้นออกมาหน้าร้านเป็นประจำ

หน้าร้านซาโบเทน saboten คนเยอะแทบจะตลอดเวลา

เป็นร้านห้องเดียว แต่ใหญ่ๆ หน่อยๆ มีพนักงานมาคอยต้อนรับ (หลังๆ กลายเป็นจัดคิวมากกว่า) หน้าร้าน
ถ้าสั่งอาหารชุด เราสามารถเติมข้าว กะหล่ำซอย มิโสะ และชาเขียวได้เรื่อยๆ

ร้านเปิดประมาณ 1030 – 2100 น. นะครับ
ไม่มีพักช่วงบ่ายๆ เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหลายๆ ร้าน

บรรยากาศก่อนที่อาหารมา

หลังจากต่อคิวและฝ่าฝูงชนมาได้ ก็ได้ที่นั่ง พร้อมกับชาเขียวเย็นครับ
ผมชอบชาเขียวที่นี่นะ ผมว่ารสมันเหมือนสาหร่ายเถ้าแก่น้อยนะ สดชื่นดีๆ

ชาเขียวเย็น saboten ซาโบเตน

ร้านนี้หลักๆ จะขายพวกของทอดเป็นหลักนะครับ
นอกจากชุดหมูทอด tonkatsu แล้วยังมีอีกหลายอย่างที่อร่อยมากๆ ครับ

มาดูบนโต๊ะระหว่างที่รออาหารละกัน ก็จะมีเครื่องปรุง ทั้งน้ำจิ้ม น้ำสลัด เตรียมพร้อม
เริ่มจากขวาสุด เป็นไหที่ภายในบรรจุน้ำจิ้มทงคัทสึไว้ สีมันจะออกดำๆ หนืดๆ เปรี๊ยวๆ หน่อย
ต่อมาสองขวดแก้ว เป็นน้ำสลัด เอาไว้ราดกะหล่ำปลีซอยครับ สีน้ำตาลเป็นงาบด สีดำเป็นรสเปรี๊ยวๆ ครับ
และตลับเหล็กเป็นมัสตาร์ดครับ เอาไว้กินกับตัวหมูทอด แต่ผมไม่ชอบเท่าไหร่เพราะกลิ่นแรงไป

น้ำจิ้ม และน้ำสลัดที่วางอยู่บนโต๊ะ

จากนั้น ถ้าเราสั่งอาหารทอดๆ เค้าจะยกถ้วยงาคั่วอย่างดี พร้อมแท่งไม้มาให้ วิธีคือเราต้องบดงา
วิธีการทำที่ถูกคือเราเอาแท่งไม้หมุนๆ บดตัวงาให้กระแทกกับส่วนที่เป็นร่องของถ้วยนะครับ หมุนวนไปเรื่อยๆ ตามเข็มนาฬิกา เราจะได้ยินเสียงแครกๆๆๆ, บดแค่พอละเอียด เริ่มได้กลิ่นก็พอแล้วครับ ไม่ต้องให้แตกละเอียดถึงอนุภาคหรือโมเลกุล

ได้งาบดแล้ว ก็ตักน้ำจิ้มในไหมาราดครับ แนะนำว่าตักพอประมาณครับ เพราะตักเยอะงาจะจาง
ผมว่าประมาณ 1/3 – 1/2 ของถ้วยน่าจะกำลังพอดีนะครับ

ถ้วยงาพร้อมงาคั่ว Saboten ซาโบเตน

ต่อมา พนักงานจะเสิร์ฟกะหล่ำในจานเขียวก็จะมาลงที่โต๊ะ
เราก็แบ่งกะหล่ำซอยในจานเขียวมาลงถ้วยเล็กสีขาวครับ โดยใช้ตะเกียบยาวคีบมาเท่าที่ต้องการ แล้วเราจะกินกับน้ำราดครับ

กะหล่ำปลีซอย saboten ซาโบเตน

กะหล่ำนี่ผมว่ามันเย็นสดชื่นมากๆ ต่างกับที่กินกับใส้กรอกอีสานลิบลับ แถมไม่ค่อยเหม็นเขียวหรือเหม็นดินด้วย
พนักงานก็ขยันมาเติมกะหล่ำเหลือเกิน กะให้อิ่มกันเลยทีเดียว

กะหล่ำปลีซอย saboten ซาโบเตน

เมื่อ tonkatsu ชุดใหญ่มาพร้อม

หลังจากซัดกะหล่ำไปเซตนึง พนักงานก็เสิร์ฟชุดหมูทอดครับ… มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆ

ทั้งข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ซุปมิโซะหอมฉุยก็มาพร้อมกันครับ
แอบชิมแล้ว รสชาติถือว่าไม่เลวเลย แถมกินหมดแล้วขอเพิ่มได้เรื่อยๆ อีก
บางทีกินเหลือครึ่งถ้วย เริ่มเย็นแล้ว เค้าก็มาเปลี่ยนถ้วยให้นะครับ ดีมากๆๆๆ

ซุปมิโสะร้อนๆ saboten ซาโบเตน

ส่วนนี่คือตัวเอกของชุดครับ ทงคัทสึหมูสันนอกชิ้นใหญ่นั่นเอง สังเกตจะเห็นมีติดมันตรงขอบนิดๆ
เนื้อหมูที่เลือกใช้เป็นหมู S-Pure ครับ (เค้าบอกรับประกันความสดและสะอาด)
แอบกรี๊ดเบาๆ พ่อครัวทอดได้ดูเหลืองหอมและน่ากินมาก
และชองแท้ ชิ้นกลางๆ ต้องแอบตะแคงให้เราเห็นเนื้อหมูด้วย

หมูสันนอก tonkatsu saboten ซาโบเตน

สิ่งที่สันนอกโดดเด่นคือ ตรงที่มีติดมันหน่อยนึงนี่แหละครับ ผมว่ามันทำให้เกิดความสมดุลของหมูทั้งชิ้นครับ
เพราะถ้าเป็นสันใน (เนื้อเพียวๆ) บางร้านจะค่อนข้างฝืดคอไปหน่อย และผมว่ากัดแล้วรู้สึกว่าเป็นเนื้อล้วนๆ

หมูสันนอกทอดน่ากิน Saboten ซาโบเตน

แต่การที่มีมันนั้น ชิ้นหมูมันจะออกแนวนุ่มกว่า และเมื่อเคี้ยวไปที่ขอบส่วนที่ติดมันเล็กๆจะกระจายและแทรกซึมไปตามร่องเหงือก ซึ่งปริมาณของมันก็ไม่ได้เยอะมากจนทำให้เลี่ยนนะครับ (ถ้าซวยๆ อาจได้ชิ้นที่มันเยอะไปหน่อยนะ)

หมูสันนอก tonkatsu saboten ซาโบเตน

ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนที่เป็นมันยังมีส่วนที่คล้ายๆ เอ็นที่ไม่แข็งมากด้วย เวลาเคี้ยวทำให้เพิ่มมิติและความรู้สึกอร่อยเพิ่มมากขึ้นด้วยนะครับ

หมูสันนอก tonkatsu saboten ซาโบเตน

ไหนๆๆๆๆ ลองเอาทงคัทสึไปสัมผัสน้ำจิ้มซิ….
รสชาติของน้ำจิ้มช่วยลดความเลี่ยนของชิ้นหมูได้มาก รวมทั้ง ยังได้ความหอมของงาด้วย
และยิ่งได้คู่กับกะหล่ำปลีซอยยิ่งสุดยอดครับ โอยยยยยย หิวเอง T T

หมูสันนอกในน้ำจิ้ม saboten ซาโบเตน

ส่วนขนมปังเป็นเกล็ดละเอียดครับ ทอดได้เหลืองกรอบและน่ากินมากๆ
บรรยากาศในร้านมันคละคลุ้งด้วยกลิ่นนี้ไปทั่ว และทุกโต๊ะก็มีของทอดสีเหลืองทองทุกโต๊ะ
ทุกคนในร้านต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม (โดยเฉพาะเจ้าของร้าน)

แป้งกรอบสีเหลืองทอง น่ากินมากๆ Saboten ซาโบเตน

แป้งยังกรอบแต่ไม่แข็งเลย ถึงแม้ว่าหมูในจานเย็นแล้ว (เพราะมัวแต่ถ่ายรูป)
แอบอมน้ำมันเล็กน้อยครับ กินแล้วไม่เลี่ยนครับ

เกล็ดขนมปังบนหมูทอด saboten ซาโบเตน

นอกจากหมูธรรมดา เค้าก็มีชีสด้วยนะเธอ

ใช่ครับ ซาโบเตน นอกจากจะมีชื่อเสียงของหมูสันนอกแล้ว ยังมีสอดใส้ชีสด้วยครับ
จะเป็นเซ็ตที่เป็น Miniset ร่วมกับของทอดอย่างอื่นๆ ด้วย ชื่อ หมูสันในสอดใส้ชีสมิกซ์
ซึ่งทุกอย่างล้วนแต่อร่อยมากๆๆ

หมูสันในสอดใส้ชีสมิกซ์ Saboten ซาโบเตน

เริ่มที่หมูสันในใส้ชีสที่เราเพรียกหา ไม่ธรรมดาจริงๆ
ดูแค่ภายนอกก็น่ากินมากมายแล้วครับ

หมูสันในสอดใส้ชีส

อยากบอกว่าชีสมันเยอะเวอร์มากๆๆ
กัดไปคำแรกนี่ชีสล้นทะลักอย่างรุนแรงมากๆๆๆ แต่ชีสเค้าหอมมากเลยล่ะ
(กัดตอนร้อนระวังชีสลวกปากนะ เปรียบกับลาวาไหลโดนปากประมาณนั้น เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน)

หมูสันในสอดใส้ชีส ชีสเยอะมากๆ Saboten ซาโบเตน

นี่กัดคำที่สอง ชีสมันก็ยังไหลไม่หยุด โฮกๆๆๆๆ อร่อยๆๆๆ
ถ้าเจอแบบนี้เยอะๆ ชีสมันคงละลายไปอยู่ตามตัว แล้วผมคงจะถูกอัดใส้ชีสแทน

หมูสันในสอดใส้ชีส ชีสเยอะมากๆ Saboten ซาโบเตน

ส่วนอีกชิ้นในจานเท่าที่ฟังทันเค้าบอกว่าเป็นคร๊อกเก็ตปู
โดยเอามาผสมกับมายองเนส หอมใหญ่ ฯลฯ (ฟังไม่ทัน) แล้วปั้นก้อนเอาไปชุบแป้งทอด
ที่น่าแปลกสำหรับอันนี้คือ มันมีชิ้นเดียว

คร๊อกเก็ตปูมายองเนส saboten ซาโบเตน

ชิ้นนี้อยากบอกว่าอร่อยมากๆๆ เค้าปรุงรสได้ลงตัวมากๆ เลย
อีกทั้งกลิ่นหอมจางๆ จากหอมใหญ่เหมือนจะทำให้เคลิ้มไปตามตามกรอบนอก และนุ่มในของคร๊อกเก็ต

คร๊อกเก็ตปูมายองเนส saboten ซาโบเตน

โอยยยยย กินเยอะไปรึเปล่าเนี่ยยยยยย
แต่ก็อร่อยมากๆ เลยนะเนี่ยยยย อยากกินอีกกกกกกกก

ของหวานท้ายชุด

เมื่อซัดไปจนหมด อยากบอกว่าอิ่มมากๆๆๆๆ
แต่ถึงกระนั้น ก็ต้องมีคิวของหวานผิดท้ายหน่อยครับ เป็นไอศครีมชาเขียวครับ

ไอศครีมชาเขียว saboten ซาโบเตน

ผมว่ามันอร่อยมากๆ เลยนะ ยิ่งกว่าไอศครีมชาเขียวของ Swensen เลย เพราะหอมนมมากกว่า
มีแค่ลูกเดียวนะครับ ขอสองไม่ได้ แอบเสียใจ 😉

สรุปการมาชิมครั้งนี้

แพงเอาการเหมือนกันครับ
เหตุที่มันแพงเพราะ vat + service charge = 7% + 10%
แต่เทียบกับคุณภาพและการที่ร้านตั้งอยู่ในห้างแล้วก็สมเหตุผลอยู่

อิ่มอร่อยจาก saboten ซาโบเตน

รวมทั้งผมยังแอบชื่นชทซาโบเตนว่าไม่ว่าคนจะเยอะแค่ไหน เค้าก็รักษาคุณภาพของเค้าได้ยอดเยี่ยม
ทั้งเรื่องความสดของอาหาร การทอด การบริการต่างๆ แทบไม่ drop เลย
เมื่อคุณได้มีโอกาสกินที่นี่แล้ว คุณจะไม่สามารถกลับไปกินข้าวหมูทอดทั่วไปได้อีก
ความอร่อยมันต่างกันมากๆ เลย

พล่ามข้อดีมานาน เอาข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ บ้างนะครับ
คือคนต่อคิวนานครับโดยเฉพาะช่วง Prime time ในการกินอาหาร บางทีอาจต้องรอถึงครึ่งชั่วโมง โดยเฉพาะมาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ๆ อาจต้องรอนานเป็นพิเศษนะครับ
และชิ้นหมูค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับร้านอื่นครับ (แต่นั่นก็อิ่มมากแล้วนะ)

Katsushin คัทสึชิน

ย่านสีลมมีอาหารอร่อยๆ หลายร้าน
แม้แต่ร้านอาหารญี่ปุ่น หรือแม้แต่ tonkatsu ก็ยังมีให้เลือกหลายร้านเลย

ใช่ครับ วันนี้จะลองมาหา tonkatsu แถวๆ สีลมกินกัน

tonkatsu katsushin คัทสึชิน

เริ่มที่ร้านแรกครับ ร้านนี้คือคัทซึชิน (Katsushin) ครับ

katsushin คัทสึชิน

ข้อมูลร้านเบื้องต้นและบรรยากาศร้าน

ร้านนี้สามารถเข้ามาจากทางสีลมซอย 6 ครับ แต่ทางจะคดเคี้ยวและเดินไกลกว่า
จะง่ายกว่าถ้ามาทางสุรวงศ์ เพราะอยู่ตรงข้ามโรงแรมตะวันนารามาดา เข้ามาทางซอยทานตะวันเลย


View katsushin in a larger map

ลืมบอกว่าเปิดเฉพาะ จันทร์-เสาร์นะครับ สองช่วงคือ 1100-1400 น กับ 1500-2200 น
ส่วนวันอาทิตย์ปิดนะครับ (ผมไปวันอาทิตย์มาแล้ววววว TTwTT)
ร้านเป็นห้องแถวห้องเดียวมีสามชั้นครับ
ลูกค้าส่วนมากที่มากินก็เป็นคนญี่ปุ่นครับ

ร้าน katsushin คัทสึชิน

ชั้นล่างเป็นโต๊ะเล็กๆ กับเคาน์เตอร์ ถ้านั่งก็จะเห็นพ่อครัวคนญี่ปุ่นทอดหมูไปด้วย
แต่ข้อเสียคือหัวจะแอบเหม็นไปด้วยนิดนึง ;(

พ่อครัวทอดหมู คัทสึชิน katsushin

ส่วนนี่ชั้นสองครับ ตกแต่งบรรยากาศดูดี ออกแนวลึกลับนิดนึง แอร์เย็นสบายๆ
ที่นั่งเป็นโต๊ะเก้าอี้ธรรมดาครับ นั่งสบาย

บรรยากาศชั้น 2 คัทสึชิน katsushin

ส่วนชั้นสามจะเปิดเมื่อสองชั้นล่างเต็ม (แหงสิ)
บรรยากาศจะโปร่งๆ และสว่างกว่า โต๊ะที่นั่งก็จะเป็นแบบญี่ปุ่นที่จะต้องนั่งขัดสมาธิ
ถ้าใส่กางเกงฟิตๆ หรือกระโปรงสั้นๆ อาจลำบากนิดนึง

บรรยากาศชั้น 3 คัทสึชิน katsushin

โดยร้านนี้ที่ผมรู้จักเพราะเค้าเรียกมากินครับ (แต่ไม่มีเงินให้ -_-a)
เป็นร้านที่เน้นขายอาหารตระกูลทอดๆ ครับ แต่อาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ก็มี

เครื่องดื่มและของบนโต๊ะ

แอบเดินมาจากศาลาแดง เหนื่อยเหมือนกัน
งั้นเริ่มต้นด้วยน้ำชาเขียวครับ ทั้งร้อนและเย็น ส่วนตัวผมว่ามันยังจางไปหน่อยนะครับ

ชาเขียวร้อนและเย็น คัทสึชิน katsushin

ด้านข้างก็เป็นส่วนของเครื่องปรุง
ตั้งแต่น้ำจิ้มหมู โชยุ มัสตาร์ด เกลือครับ

เครื่องปรุงบนโต๊ะ คัทสึชิน katsushin

เมื่อดูเมนู พบว่ามีของน่ากินจำนวนมาก
ทั้งแบบเป็นหมูทอด และส่วนที่เป็นจานๆ สั่งมา
แต่ส่วนตัว ราคาแพงใช้ได้เลยแฮะ ราคาประมาณ 250+ สำหรับอาหารชุด

คัทสึชิน katsushin

งั้นก็มาสั่งอะไรมากินกันเถอะครับ

อาหารรองท้อง

ระหว่างรอ tonkatsu สันนอกที่สั่งไป ก็สั่งของรองท้องมารอดีกว่า
จานแรกเป็นสลัดปลาซิวญี่ปุ่นครับ

สลัดปลาซิวญี่ปุ่น คัทสึชิน katsushin

ส่วนตัวผมว่าผักก็สดดีครับ ปลาซิวญี่ปุ่นเหมือนปลาซิวบ้านเรามากครับ
ส่วนน้ำสลัดผมว่ารสออกแนวเค็มไปหน่อย

สลัดปลาซิวญี่ปุ่น คัทสึชิน katsushin

ส่วนจานที่สองก็เป็นยำสาหร่ายครับ
ผมว่าก็เฉยๆ นะ ข้างหน้ามีโรยมะเขือเทศทำให้เห็นมีสีแดงๆ ตัดด้วย

ยำสาหร่าย คัทสึชิน katsushin

อาหารชุดจานหลัก…

ระหว่างที่รอหมูทอด เค้าจะมี set ถ้วยงามาให้บดและผักดองมาให้
แอบชอบถ้วยกับที่บดงาดูเก๋ดีมากๆ

บดงาแล้วราดน้ำจิ้มรอหมูทอดและชุดอาหารมาไปเรื่อยๆๆๆ

ชุดงาและผักดอง คัทสึชิน katsushin

และแล้ว… ชุดหมูทอดที่เรารอคอยยยยย ก็มาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ

อาหารชุด tonkatsu คัทสึชิน katsushin

ชุดทงคัทซึร้านนี้จะประกอบไปด้วยหมูทอด ข้าว กะหล่ำ มิโสะ เครื่องเคียง
สามารถเติมได้ทุกอย่าง ยกเว้นหมูทอด (แต่หมูก็ชิ้นใหญ่แล้วนะเธอ)

หมูทอดส่งกลิ่นหอมตั้งแต่พนักงานเปิดประตูเข้ามาเสิร์ฟ

ชิ้นหมูทอด tonkatsu คัทสึชิน katsushin

ส่วนมิโสะ ผมว่ารสชาติโอนะ ไม่แรงเกินไป
แถมก้นถ้วยมีแครอทกะหมูอยู่ด้วย อร่อยดีๆ

ซุปมิโสะ คัทสึชิน katsushin

ข้าวที่เสิร์ฟญี่ปุ่น คุณภาพใช้ได้ บอกพนักงานว่าเอามากเอาน้อยได้
เสียดาย น่าจะมีผงโรยข้าวข้างบน จะแซบมากๆๆ

ต่อมาเป็นกะหล่ำซอยครับ ตัวกะหล่ำเองผมว่าเฉยๆ เพราะกลิ่นดินและเหม็นเขียวเยอะเหมือนกัน
แต่ที่ผมว่าเด่นคือน้ำสลัดสองอย่างครับ มีแบบสีขาวคือน้ำสลัดงามายองเนส กะสีน้ำตาลเป็นน้ำสลัดมิโสะ

น้ำสลัด 2 แบบ คัทสึชิน katsushin

ส่วนตัวผมชอบน้ำสลัดมิโสะสีน้ำตาลมาก รสชาติมันดูเข้ากันกับกะหล่ำซอยมากกว่า
แถมเหมือนมีกลิ่นขิงจางๆ อีกหน่อย อร่อยดี เสียอย่างที่มันจะค่อนข้างแยกชั้นน้ำมันเยอะไปหน่อย

น้ำสลัดราดบนกะหล่ำซอย คัทสึชิน katsushin

สุดท้ายก็เป็นชิ้นหมูทอดสีเหลืองอร่ามครับ น่ากินมากๆๆๆๆ

ที่ร้านตัดหมูทอดแต่ละชิ้นค่อนข้างใหญ่ครับ เกินปากเกินคำไปนิด (ถ้าเป็นสาวๆ คงจะเยอะนิดนึง)

ชิ้นหมู tonkatsu คัทสึชิ katsushin

เริ่มที่แป้งครับ

ผมว่าเป็นจุดเด่นของร้านนี้เลยครับ
เพราะเค้าทอดหมูได้กรอบและสีเหลืองทองผ่องอำไพน่ากินมาก เกร็ดขนมปังก็ฟูกำลังพอดีเลย

แป้งสีเหลืองทองฟ่องฟู คัทสึชิ katsushin

ค่อยๆ แง้มดูเนื้อหมูสันนอกที่สั่งไป
โอววววว แม่เจ้า มันสุดยอดมากๆๆๆ

โดยเฉพาะสันนอกชิ้นริม จะเป็นชิ้นที่มีแป้งเยอะ และมันเยอะ เนื้อไม่มาก ผมว่าอร่อยสุดๆ

หมูสันนอก คัทสึชิ katsushin

ยิ่งได้เจอกับน้ำจิ้มผมว่าสุดๆ แล้ว
เข้ากันดีมาก รสชาติแบบว่าใช้ได้เลย หอมกลิ่นงาบดด้วย

ชิ้นหมู tonkatsu กับน้ำจิ้ม คัทสึชิน katsushin

ต่อมามาดูชิ้นกลางบ้าง
ตรงนี้จะเป็นเนื้อที่ดูค่อนข้างแน่นนิดนึงเพราะเป็นส่วนที่ไม่ค่อยมีมันแทรกเท่าไหร่
ส่วนตัวผมว่ายังค่อนข้างแห้งไปนิดนึง แต่ก็ยังอร่อยอยู่
ยิ่งมีน้ำจิ้มและแป้งกรอบก็สามารถดึงพลังให้หมูแจ่มขึ้นมาได้

ชิ้นหมู tonkatsu คัทสึชิ katsushin

นอกจากหมูทอดแล้ว อาหารชุดอีกอย่างที่มีชื่อเสียงคือชุดแฮมเบอร์เกอร์ครับ
ชื่อเสียงของมันคือ มันอันใหญ่มาก

ชุดแฮมเบอร์เกอร์ katsushin คัทสึชิน

ชุดนี้เป็นเบอร์เกอร์หมูชิ้นใหญ่มากๆๆ ราดด้วยซอสสีน้ำตาลหอม
แล้วยังมีไข่ดาวกับกะหล่ำผัดอีก.. เยอะจริงๆ
แต่แม้จะได้เยอะ แต่รสชาติถือว่าอร่อย ตัวหมูเกาะกันเป็นก้อนดี

ชุดแฮมเบอร์เกอร์ katsushin คัทสึชิน

ปิดท้ายด้วยกาแฟเย็นในชุดอีกแก้วนึง
ไม่มีของหวานรวมในชุดนะครับ ถ้าอยากกินต้องสั่งแยก 😉

กาแฟเย็นอีกชุดปิดท้าย katsushin คัทสึชิน

สรุปความรู้สึกที่มากินร้านนี้

ซัดหมูซัดข้าวกันหมด ก็อิ่มมากครับ เรียกว่าถึงขั้นจุกได้เลยทีเดียว
ดูตอนแรกเหมือนไม่เยอะมาก แต่กินไปกินมาก็อิ่มมากๆ ครับ

tonkatsu ที่ katsushin คัทสึชิน

ส่วนตัวร้านนี้ผมว่าใช้ได้เลยครับ แต่อาจติดว่าเดินทางลำบากนิดนึง เพราะต้องเดินจากรถไฟฟ้านิดนึง
เรื่องราคาที่ผมว่าแพงกลางๆ นะครับ แต่ถ้าสั่งนู่นนี่บวกไปมาอาจเกินงบได้ไม่รู้ตัว
พนักงานบริการดีครับ เดินมาสอบถามตลอด ส่วนเมนูมีหลายอย่างครับ ไม่ได้มีแค่ tonkatsu นะครับ
หรือแม้ tonkatsu เอง เราก็สามารถเลือกเกรดหมูได้นะครับ ซึ่งราคาอาจเพิ่มขึ้นไปอีก
เสียดายที่ร้านไม่มียัดใส้ชีส หรืออื่นๆ นะครับ

ถือว่าเป็นร้านนึงที่ไม่ควรพลาดครับ

Katsuichi คัทสึอิชิ

หลังจากที่ผมเคย Review tonkatsu หลายๆ ร้านมาแล้วที่ blog เก่าของผม
วันนี้ผมจะ Revised เอารูปเก่าๆ พร้อมข้อมูลต่างๆ มาลงใหม่อีกที
และเริ่มด้วยร้านนี้ ที่ผมว่าแจ่มมากๆ
เพราะเท่าที่กินมาร้านนี้ตัวหมูอร่อยที่สุดเลยครับ

ร้านนี้คือ Katsuichi หรือถ้าภาษาไทยก็คัทสึอิชิ

ร้าน katsuichi ชั้น 2

ข้อมูลร้าน

ร้านนี้อยู่สุขุมวิท 11 หรือลงรถไฟฟ้าก็สถานีนานา
จากนั้นต้องเดินเข้าซอยอีกประมาณ 500 เมตร
ร้านจะอยู่ในเวิ้งก่อนถึงสามแยก (มีแผนที่ด้านล่าง)
โดยร้านเปิดทุกวัน เฉพาะช่วง 1800-2400 น ไม่เปิดช่วงกลางวันนะ


View Katsuichi in a larger map

เดินมาถึงหน้าร้านก็เป็นป้ายสีเหลืองครับ เป็นร้านตึกแถวห้องเดียว
โดยตัวร้านจะอยู่ชั้นสองครับ เมื่อมาถึงแล้วต้องขึ้นลิฟท์เอา

ร้าน katsuichi

พอถึงชั้นสองแล้วนี่ก็คือร้านที่ผมเฝ้ารอที่จะเจอมานาน
ตอนแรกเคยมาตอนกลางวันแล้วแต่ปิด นึกว่าร้านเจ๊งไปแล้วนะเนี่ย

บรรยากาศร้าน katsuichi

ร้านน่านั่งครับ
อยากบอกว่าทั้งร้านมีผมเป็นคนไทยเพียงโต๊ะเดียวที่เหลือญี่ปุ่นหมด

บรรยากาศร้าน katsuichi

ที่่ร้านจะเน้นของทอดนะครับ
พวกปลาด่งปลาดิบอะไรจะไม่มีไรงี้ -_-a

บรรยากาศร้าน katsuichi

ซึ่งปัจจัยข้างต้นนี้ทำให้เมนูทั้งหลายก็เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ไม่มีรูปด้วย
พูดตรงๆ ว่าไม่รู้เรื่อง แถมไอ้ภาษาอังกฤษที่มีก็เหมือนแค่สะกดคำอ่านแค่นั้น
รู้เรื่องแค่ตัวเลขราคา แถมราคาก็ญี่ปุ่นด้วยครับ หมายความว่าราคาค่อนข้างแพง
(แต่จากมารยาทผมขอไม่ถ่ายราคาเมนูมาลงนะครับ)

แต่พนักงานน่ารักมากครับ เดินมาอธิบายให้แต่ละเมนูเลยว่าคืออะไร

เริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มและออร์เดิฟ

เดินทางมาตั้งไกลก็สั่งอะไรเย็นๆ หน่อย
เริ่มที่ชาครับ เป็นชาจีนอูหลงครับ หอมอร่อยดี เป็นร้านญี่ปุ่นที่เสิร์ฟชาจีนเลยแฮะ อืมมมมม
นอกนั้นยังมีชาข้าวด้วย

ชาอูหลง และชาข้าว katsuichi

และระหว่างที่รอ tonkatsu ก็หาอะไรมากินเพิ่มอัพราคากันดีกว่า
เอาว่าจานแรกครับ ปลาหมึกผัดเนย

ปลาหมึกผัดเนย katsuichi

มันหอมและดูน่ากินมากๆ ตั้งแต่ตอนยกมาเสิร์ฟควันก็ลอยโชยมายั่วแต่ไกล
ปลาหมึกผัดได้ดีครับ ข้างนอกกำลังกรอบได้ที่ ข้างในก็สุกพอดี
กลิ่นเนยก็หอมครับ แต่ไม่เลี่ยนหรือแฉะจนเกินไป

อร่อยครับ เคี้ยวกรุบๆๆๆ อร่อยอ่ะ XD
ทั้งส่วนที่เป็นตัวของมัน และส่วนที่เป็นหนวด

ปลาหมึกผัดเนย katsuichi

ต่อมาจานที่สองครับ เห็ดโคนญี่ปุ่นผัดเนย
อันนี้เฮือกกว่าเดิม

เห็ดโคนญี่ปุ่นผัดเนย katsuichi

อร่อยมากเลย
เรียกว่ากินแล้วเคลิ้มไปเลย
ได้ใจไปตั้งแต่ความหอมที่ลอยมาระหว่างที่เสิร์ฟแล้ว

เห็ดโคนญี่ปุ่นผัดเนย katsuichi

เห็ดอร่อยมากๆเลย ไม่มีเหม็นกลิ่นดินเลย ผัดกับเนยเข้ากันสุดๆ ชุ่มกำลังพอดี
เรียกว่าจังหวะเข้าปากงี้นะ กรุ๊บๆๆๆ กรอบสุดๆ
แถมข้างหน้าโรยปลาหมึกฝอยด้วย เข้ากันแบบไม่น่าเชื่อเลย
โดยเฉพาะชิ้นกลางทีมันโรยปลาหมึกเยอะๆ ไรงี้

เห็ดโคนญี่ปุ่นผัดเนย

อร่อยแบบสุดๆ ไปเลยแฮะ
เสียอย่างเดียว ได้น้อยไปอ่า

สุดท้ายอีกจานกับทาโกยากิร้อนๆ ลูกพอดีคำ วางหกลูกบนจานสวย
ข้างบนราดซอสและมายองเนส โรยหน้าโดยปลาหมึกซอยอย่างเยอะ

ทาโกะยากิ

แค่อาหารเรียกน้ำย่อยก็ไม่ธรรมดาแล้วววววว

แอบชิม+ดูน้ำจิ้ม

ที่นี่เท่าที่สังเกตจะมีแต่น้ำจิ้ม tonkatsu
แต่ไม่มีงาให้บด และไม่มีน้ำสลัดให้ราด

น้ำจิ้ม tonkatsu

ไหนๆ ก็ถึงจุดนี้ละ ลองกินกับน้ำจิ้มดู
น้ำจิ้มอยู่ในไห สีออกน้ำตาลเข้มๆ

ส่วนตัวผมว่ารสชาติน้ำจิ้มมันออกแนว Original มากๆ คือมันจะเปรี้ยวๆ หมักๆ หน่อย
อาจไม่ค่อยถูกปากคนไทยเท่าไหร่นัก
แต่กับหมูต้องลองชิมดูอีกทีนึงนะ

มาถึงตัว tonkatsu บ้าง

ลืมบอกว่าที่ร้านเค้าจะโฆษณาว่าเนื้อหมูที่มาทำ tonkatsu นั้นทำมาจากหมูดำ…
โดยหมูดำคืออะไร… ผมไม่รู้เหมือนกันแฮะ
แต่เค้าบอกว่ามันจะนุ่ม อร่อย และมีสารอาหารเยอะกว่าหมูทั่วไป

หมูดำ Katsuichi

และแล้วมันก็มาครับ tonkatsu ที่สั่งไป ถูกจัดลงจานอย่างสวยงามมาก น่ากินอ่า….
ชิ้นกำลังขนาดพอดีๆ น่ากินๆๆๆ

tonkatsu ที่ katsuichi

โหย…ทอดออกมาได้เหลืองทองน่ากินสุดๆ
ดูเกล็ดขนมปังนี่ฟูฟ่องมากๆ เค้าอยากกินแล้วอ่า
ตัวแป้งนี่ดูกรอบ แค่เห็นก็หิวเลยอะ

tonkatsu ที่ katsuichi

ลืมบอกว่าสั่งหมูทอดที่นี่ไม่ได้มาเป็นชุดนะครับ มาแค่หมูทอดอย่างเดียว
ต้องสั่งข้าวกับมิโสะเพิ่มเอง

แต่ข้าวที่นี่ข้าวก็มีผงสีม่วงๆ โรยข้างหน้า รสออกเค็มๆ หน่อยแต่อร่อยดี
ส่วนมิโซะก็รสชาติเข้มข้นดีมากๆๆ อร่อยดีครับ

ข้าวและมิโสะซุป

วันนี้สั่ง tonkatsu มายั่วที่จานแรกเป็นใส้บ้วย
หั่นออกมาน่ากินมากๆครับ กรี๊ดๆๆๆๆ

tonkatsu ใส้บ้วยที่ katsuichi

คือตอนแรกผมจินตนาการว่าใส้บ๊วยมันจะเหมือนกิมจ๊อบ้านเรา แต่มันอร่อยกว่ามากๆ
มันจะออกแนวเปรี้ยวแบบเบาๆ แต่พอกินกับหมูแล้วสดชื่นดี แถมช่วยตัดความเลี่ยนจากแป้งด้วย

tonkatsu ใส้บ้วยที่ katsuichi

ลงตัวแบบไม่น่าเชื่่อ อร่อยสุดๆ

tonkatsu ใส้บ้วยที่ katsuichi

ผมว่าน้ำจิ้มมันก็เข้ากับหมูดีนะ รสชาติแอบตัดกันดี ไม่ทำให้หมูเลี่ยนจนเกินไป
อยากบอกว่าอร่อยสุดๆ อะ

tonkatsu ใส้บ้วยที่ katsuichi

ส่วนกะหล่ำซอยก็สดดีนะครับ หั่นซอยออกมาขนาดกำลังพอดี
เท่าที่เห็นไม่มีอะไรจิ้มเป็นพิเศษ หรือน้ำสลัดแยก

ก็เลยจิ้มกับน้ำจิ้ม tonkatsu นี่แหละ

กะหล่ำซอย

ต่อมาเป็นจานที่สองครับ

อันนี้ใส้ชีส โหววววว น่ากินมากๆ ตั้งแต่แป้งที่ดูกรอบมากๆ
แอบเยิ้มๆๆๆ ไหลออกมาข้างนอกด้วย

tonkatsu ใส้ชีสที่ katsuichi

ไหนๆๆ แอบแง้มดูหน่อย
ชีสเยอะใช่เล่นนะเนี่ย XD

tonkatsu ใส้ชีสที่ katsuichi

อูยยยย ชีสเจิ่งนอง เห็นแล้วหิวเลยแฮะเรา เหมาะกับคนที่ชอบชีสมากๆ

ระวังดึงเยอะไปเดี๋ยวชีสยืด ยืดๆๆๆๆๆๆๆ ยาวๆๆๆๆๆ
แต่ยาวไปแล้วหกลงไปใต้ตะแกรง เห็นแล้วเสียดายอ่า

tonkatsu ใส้ชีสที่ katsuichi

ที่ร้านอัดชีสให้เยอะเหมือนกัน
ชีสหอมพอดีครับ กลิ่นไม่แรงเยอะเหมือนใส้กรอกฟุตลองชีส
ซึ่งผมว่าแบบนี้แหละ กำลังพอดีและอร่อยกว่า

tonkatsu ใส้ชีสที่ katsuichi

แล้วที่เด่นที่สุดครับ
คือเนื้อหมูครับ

ต้องยอมรับว่านี่เป็นร้านที่ผมว่าหมูอร่อยที่สุดในบรรดาทุกร้านครับ
ไม่ได้โม้นะ นี่เป็นสันนอก แต่ลายของหมูผมว่าสวยมากๆ เนื้อใสกิ๊กเลย
แต่เนื้อนุ่มมากๆและนุ่มเท่าๆ กันทั้งชิ้นด้วย

tonkatsu หมูดำที่ katsuichi

แถมไอ้ส่วนที่เป็นมันของสันนอกก็ไม่ได้เยอะครับ เห็นเป็นแค่ชั้นเงาๆ บางๆ
แต่กลับรู้สึกว่าตรงนั้นเป็นจุดที่อร่อยมากครับ
มันกรุบๆ มันๆ มีเนื้อปน
เรียกว่า เนื้อหมูละลายในปากได้เลยทีเดียว

tonkatsu หมูดำที่ katsuichi

ยิ่งช๊อตที่ได้กินกับน้ำจิ้มนี่ผมบอกว่าสุดยอดเลย เหมือนทุกอย่างมันประดังมารวมกัน
แต่กลับเข้ากันและลงตัวแบบไม่น่าเชื่อเลย

รสชาติสุดยอด
แป้งกรอบ หมูนุ่มอร่อย
เนื้อหมูติดมันนิดๆ แบบไม่เลี่ยน โอยยยยยย เริ่ดมาก XD

tonkatsu หมูดำที่ katsuichi

หลายคนอาจบอกว่าหมูดำมันก็เหมือนหมูธรรมดา
แต่ถ้าลองพิจารณาลึกๆ ดีๆ แล้วจะพบว่ามันอร่อยต่างกันจริงๆ
เท่าที่กินมาหลายร้าน ผมชอบหมูร้านนีัมากที่สุดเลยแฮะ มันจี๊ดมากๆๆ

เพิ่มเติมจากเดิมอีก

นอกจากสันนอกที่รสชาติไม่เป็นรองใครแล้ว
ยังมีเนื้อแบบอื่นๆ ด้วย ใช่แล้วววว มันคือสันในนั่นเอง

สันในหมูดำใส้ชีส Katsuichi

แถมนี่ไม่ใช่ธรรมดา เพราะว่าอัดชีสไว้ข้างในอีกนะ
ชีสไหลเยิ้ม ไหลเยิ้ม
เนื้อหมูก็ทอดสุกได้ที่ แป้ก็ทอดกรอบเหลืองอร่ามตามฉบับของร้าน

สันในหมูดำใส้ชีส Katsuichi

แต่หลังจากชิมผมว่าวันในมันยังสู้สันนอกไม่ได้นะ
ถึงแม้ว่าเนื้อหมูจะนุ่มและอร่อย ไม่แข็งหรือด้านก็ตาม … อืมมม ผมคงชอบสันนอกมากกว่าจริงๆ

อิอิ นอกจากนั้น วันนี้ยังได้เมนูพิเศษที่ไม่มีเขียนในเมนูด้วย
เป็นเนื้อวัวคุณภาพดีสับแล้วปรุงรส แล้วเอามาทอดกรอบเหมือน tonkatsu
มองๆ ดูคล้ายๆ สันในแต่ชิ้นเล็กกว่าหน่อยนึง

เนื้อบดปั้นก้อนชุบแป้งทอด katsuichi

แอบเปิดดู สังเกตว่าสีเนื้อมันก็จะคล้ำกว่าหมูจริงๆ แหละ
แต่สิ่งที่ผมแปลกในคือ เนื้อของเค้าแม้จะบดละเอียด แต่ก็เป็นก้อนดีมากไม่มีหลุดร่วงออกมา
แถมตัวเนื้อบดก็ได้รับการปรุงรสและกลิ่นที่ดี อารมณ์คล้ายๆ เนื้อแฮมเบอร์เกอร์ชั้นดีมาชุบแป้งทอด

เนื้อบดปั้นก้อนชุบแป้งทอด katsuichi

และผักที่ให้มาก็ต่างกับ tonkatsu นะ
แต่เป็นหอมญี่ปุ่นหั่นบางๆ กรอบๆ แล้วราดน้ำมันงา น่าแปลกที่แทบไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวเลย

เนื้อบดปั้นก้อนชุบแป้งทอด katsuichi

ส่วนตัวหลังจากกินไปรู้สึกเฉยๆ นะ
ถ้าสั่งแล้วแอบเสียดาย เพราะมาที่นี่น่ากินหมูดำมากกว่าน่ะ
เนื้อแม้เป็นวัวชั้นดี แต่ส่วนตัวเนื้อสับมันสู้เนื้อเป็นส่วนไม่ได้หรอก เพราะแต่ละส่วนมีอะไรที่ต่างกันเยอะ

สรุปการเดินทางมากินครั้งนี้

tonkatsu katsuichi

เริ่มที่ราคาแพงเหมือนกันครับ
กินกันสองคน (เมนูเท่าที่สั่งก็มีหมู ข้าว มิโสะ ปลาหมึก เห็ด และน้ำ) ก็ตกคนละ 500+ บาทครับ
เห็นราคาทีแรกแล้วแทบ shock นิดนึง เพราะเติมไม่ได้ด้วย
เหตุนึงเพราะว่าไม่มีชุดด้วยมั้งครับ เลยต้องสั่งข้าวแยก ซุปแยก บวกไปบวกมา ราคาบานปลาย T w T

แต่ด้วยความอร่อยและคุณภาพของหมู ผมก็ให้อภัยละกันครับ

แล่นรถไฟฟ้า ลองไปชิมกันได้ครับ