สถานีสูตรเตี๋ยว สาขาเชียงใหม่

มันมีโจทย์มาวันก่อนว่า มีน้องในแฟนเพจผม (อั้ยย่ะ!!) แกมาจากกรุงเทพฯ มาเที่ยวเชียงใหม่แล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยว ร้านเดิมๆ แกก็คงเบื่อแล้ว ส่วนร้านที่เปิดใหม่ส่วนมากก็ไม่อร่อย ก็เลยถามผมเกี่ยวกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่เชียงใหม่ว่ามีที่ไหนเด็ดๆ บ้าง คิดอยู่นานผมก็แนะนำเธอร้านนึง (ซึ่งผมชอบร้านนี้มาก กินมาตั้งแต่เด็กและยังไม่สูญหาย แต่ยังไม่เคยเขียนรีวิวไป ที่ไม่ใช่ร้านนี้นะ ฮาๆๆ)

คิดไปคิดมา เดี๋ยวนี้บ้านเมืองเราหาร้านก๋วยเตี๋ยวหรือร้านอาหารไทยอร่อยๆ ยากกว่าหาอาหารญี่ปุ่นอีกนะ :/

เดี๋ยววันนี้ มาหาก๋วยเตี๋ยวกินดีกว่า
เดี๋ยววันนี้ มาหาก๋วยเตี๋ยวกินดีกว่า

พอกลับถึงบ้านก็ปิ้งไอเดีย เพราะเมื่อวานพูดถึง JJ Market (ที่รีวิวร้าน Ice Hub) ไป วันนี้ก็จะมาพูดถึงอีกร้านนึงที่ดังไม่แพ้กันเลยที่ JJ Market ที่แฟนผมชวนมากินวันก่อน แต่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวและของคาวที่ออกตัวแนวฟิวชั่นระหว่างอาหารเรียบง่ายๆ ของไทย กับที่มีกลิ่นไอฝรั่ง ร้านนี้มีชื่อว่าสถานีสูตรเตี๋ยว สาขาเชียงใหม่ครับ

แผนที่ก็คล้ายๆ เดิม ที่ JJ Market แถวๆ ตลาดคำเที่ยงครับ


View สถานีสูตรเตี๋ยว สาขาเชียงใหม่ in a larger map

ส่วนสาขาอื่นๆ นอกจากเชียงใหม่นี่ผมไม่รู้หมือนกัน (แต่เท่าที่ลองหาดูเห็นบอกมีที่รังสิต? แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน) แต่ที่แน่ใจคือ ชื่อร้านเค้านี่ออกแบบมาสำหรับผวนคำแน่นอน ฮาๆ

เมื่อมาถึงร้าน…

ครั้งแรกผมมาร้าน วันนั้นประมาณบ่ายโมง คนเยอะเหมือนกัน พอมาถึงร้านเค้าบอกว่าก๋วยเตี๋ยวหมดแล้ว ส่วนข้าวก็รอออีกครึ่งชั่วโมง แอบเฟลและแค้นนิดๆ เพราะเห็นว่าร้านเปิดตั้งแต่ประมาณสิบโมง ปิดห้าหกโมงเย็น อะไรวะ มาเที่ยงหมดละ มันต้องอร่อยแน่ๆ

ผมเลยเก็บความแค้นกลับไปแม่อายและถ่อสังขารกลับมาอีกครั้งเพื่อชำระแค้นตั้งแต่สิบโมงครึ่ง ,, อ่า… วันนี้ไม่มีคนเลย (แต่เหมือนจะมาเช้าไปหน่อยนะ เห็นพี่ๆ เค้าแกะไข่ต้มกันอยู่เลย ฮาๆๆๆ)

หน้าร้านสถานีสูตรเตี๋ยวครับ
หน้าร้านสถานีสูตรเตี๋ยวครับ
ต้องสังเกตจริงๆ ว่าตรงนี้เค้าเป็นที่ลวกก๋วยเตี๋ยวนะ ฮาๆๆ
ต้องสังเกตจริงๆ ว่าตรงนี้เค้าเป็นที่ลวกก๋วยเตี๋ยวนะ ฮาๆๆ

เข้ามาในร้านนี่บรรยากาศผิดแปลกจากร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปนะ เค้าแต่งร้านแนววินเทจที่ค่อนข้างรกไปหน่อยจนผมก็งงๆ เหมือนกันว่านี่มาร้านก๋วยเตี๋ยวหรือว่ามาร้านเหล้าวะเนี่ย เหอๆๆๆ ,, เลือกนั่งได้นะ แม้ว่าจะไม่มีเครื่องปรับอากาศบริการแต่ก็แนะนำให้นั่งข้างในอะ เพราะข้างในเป็นโต๊ะเตี้ยๆ และเก้าอี้นวม/โซฟาบุหนัง (แบบที่ไม่เคยเห็นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหนมาก่อนจริงๆ)

บรรยากาศการแต่งร้านดูแนวมากๆ ไม่ซ้ำใครจริง
บรรยากาศการแต่งร้านดูแนวมากๆ ไม่ซ้ำใครจริง

ลองสั่งกันมาดู

หลังจากสั่งไปสักครู่ ก็เริ่มมีอาหารยกมาเสิร์ฟแล้วครับ

จานแรกเป็นออร์เดิร์ฟเก๋ๆ อย่างเกี๊ยวอบชีสแล้วปรุงรสด้วยผงชีสอีกที (จริงๆ มีหลายรสนะ ทั้งต้มยำ, ซาวครีม, บาร์บีคิว) ส่วนตัวผมว่าก็อร่อยดีนะ เกี๊ยวหั่นพอดีคำทอดได้กรอบดี แล้วโปะด้วยชีสยืดๆๆๆๆ ขนาดทิ้งไว้สักพักจนชีสเริ่มแข็งแล้วเกี๊ยวก็ยังกรอบดีเลย แต่ถ้าจะให้ติก็คงเป็นความทั่วถึงของชีสที่เกี๊ยวแผ่นด้านข้างๆ จะได้รับอานิสงส์น้อยไปหน่อย

ออเดิร์ฟจานแรกครับ เป็นเกี๊ยวอบชีส โรยหน้าผงชีสอีกที
ออเดิร์ฟจานแรกครับ เป็นเกี๊ยวอบชีส โรยหน้าผงชีสอีกที
นี่ๆๆๆๆ ยืดดดดดดด แฮ่ๆๆ
นี่ๆๆๆๆ ยืดดดดดดด แฮ่ๆๆ

ถ้วยต่อมาเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำดับเบิ้ลชีสครับ เสิร์ฟคู่กับเกี๊ยวทอดและมะนาวอีกซีกนึง

ชิมแล้วอารมณ์คล้ายๆ ต้มยำสุโขทัยบ้านเรานี่แหละ แต่เติมน้ำพริกเผา, หอมเจียวเพิ่มลงไป แล้วอัดด้วยชีสแผ่นและชีสสีส้ม ให้อารมณ์แบบชีสสีส้มที่ใส้กรอกดับเบิ้ลชีสเซเว่นมากๆ (ผมไม่ค่อยเชียวชาญเรื่องชนิดของชีสเท่าไหร่น่ะ) ,, ส่วนตัวเลยนะ อร่อยใช้ได้ ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวได้ดี ปลาเส้นและหมูบะช่อนี่กลางๆ แต่น้ำซุปอร่อยดี ปรุงรสต้มยำได้ดี ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็เข้มข้นโฮกๆ ละ แถมชีสที่เค้าเติมมาให้ก็นัวกับก๋วยเตี๋ยวได้อย่างลงตัวจนผมยังแอบแปลกใจเบาๆ เหมือนกัน

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำดับเบิ้ลชีส น่ากินโฮกๆๆ
ก๋วยเตี๋ยวต้มยำดับเบิ้ลชีส น่ากินโฮกๆๆ

ถ้วยต่อมาเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งแม่น้ำดับเบิ้ลชีสครับ เป็นเมนูที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็น Signature ของทางร้านในระดับที่มาแล้วต้องสั่ง ,, จินตนาการง่ายๆ ก็คือก๋วยเตี๋ยวต้มยำดับเบิ้ลชีสถ้วยตะกี้แล้วใส่กุ้งแม่น้ำที่ย่างแล้วหั่นซีกลงไปนั่นแหละครับ หากใครคิดจะสั่งจะต้องใจเย็นรอซัก 10-15 นาทีเพื่อย่างกุ้ง (ไม่ใช่พม่า!!)

ส่วนตัวนะครับ เหมือนกับถ้วนบนเป๊ะๆ ทั้งเครื่องและเส้น แค่มีกุ้งแม่น้ำหัวโตกว่าตัวที่เพิ่มมา (อาจมีกลิ่นกุ้งย่างปนมาหน่อยๆ) ตัวกุ้งนะสดพอควร แต่ผมว่าเค้าย่างตัวกุ้งได้ยังไม่ถึงจุดฟินของมันเท่าไหร่อะ

เค้าบอกว่าเป็น signature ของร้าน ,, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำดับเบิ้ลชีสกุ้งแม่น้ำ
เค้าบอกว่าเป็น signature ของร้าน ,, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำดับเบิ้ลชีสกุ้งแม่น้ำ
กุ้งตัวโตมากกกกกกก แฮ่ๆๆ
กุ้งตัวโตมากกกกกกก แฮ่ๆๆ

จริงๆ มีอีกหลายเมนูที่ผมไม่ได้สั่งนะ ทั้งข้าวราดกะเพราชื่อแปลกๆ ,ข้าวราดหน้าไก่่ และเมนูคล้ายอาหารตามสั่งอีกหลายร้าน รวมทั้งพวกเครื่องดื่มด้วย แฮ่ๆๆๆ ไว้คราวหน้าละกันเนอะ 🙂

ที่มาวันนี้

ส่วนตัวผมว่ามันก็อร่อยดีนะ เปิดโลกทัศน์ใหม่ของอาหารฟิวชั่นโดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเลยแหละ ฮาๆๆ

แต่ถ้าเทียบกับราคาแล้วออกแนวแพงไปหน่อยเลยแหละ อย่างก๋วยเตี๋ยวธรรมดา 40 บาท, อัพต้มยำเป็น 50 บาท, อัพเป็นซิลเกิ้ลชีสเป็น 60 บาทและถ้าดับเบิ้ลชีสนั่นก็ 70 บาทละ ,, ยิ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งแม่น้ำดับเบิ้ลชีสนั่นปาไป 150 บาท กุ้งอัลไลตัวละ 80 บาท แพงกว่าก๋วยเตี๋ยวทั้งถ้วยอีกอะ..

แม้ใครจะบอกว่ากุ้งตัวใหญ่มากเบยส์นะ แต่ที่ผมได้กุ้งในถ้วยมาจริงๆ มันก็ไม่ได้ใหญ่เว่ออลังการดาวล้านดวงแบบพวกสามสี่ตัวโลอะไรนั่นหรอกนะ แถมส่วนตัวเองผมไม่ค่อยปลื้มกะกุ้งแม่น้ำมาตั้งนานละ ตั้งแต่วิธีการเลี้ยงกุ้งมาจนถึงการขาย (อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับร้านเค้าเลย ฮาๆๆ) เพราะกุ้งมันใหญ่แต่หัว เนื้อจริงๆ มีจึ๋งเดียว แถมไม่เด้งเหมือนพวกกุลาดำหรือกุ้งชีแฮ้ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ความเด่นของกุ้งแม่น้ำคือมันที่หัวนี่แหละ ซึ่งมาผนวกกับชีสอีก บวกกับหอมเจียวอีก เติมไข่ต้มยางมะตอยยางมะตูมด้วย แล้วย้ำด้วยน้ำพริกเผาอีก บ่องตงว่าเลี่ยนครับ ไขมันเยอะมาก จะดับเลี่ยนด้วยเกี๊ยวหรือหมูบะช่อหรือปลาเส้นมันก็คงไม่ใช่สไตล์ หาผักก็ไม่ค่อยมี ผักชีต้นหอมก็คงไม่ไหว คิดมาคิดไปคำนวณคร่าวๆ ถ้วยนี้ผมว่าเฉียดๆ 2,000kcal สยองใช้ได้สำหรับคนต้องการคุมน้ำหนักและคุมอาหารเลยทีเดียว

ลองมาชิมกันได้นะครับ ที่ร้านาถานีสูตรเตี๋ยว สาขาเชียงใหม่
ลองมาชิมกันได้นะครับ ที่ร้านาถานีสูตรเตี๋ยว สาขาเชียงใหม่

เบื่อๆ ก๋วยเตี๋ยวธรรมดาก็มาชิมกันดูได้ครับ 🙂

Heiroku sushi

วันนี้ลองเปิด Entry ใหม่ด้วยหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นที่ผมยังไม่เคยรีวิว นั่นคือซูชิ (sushi) ครับ
ซึ่งหลังจากกินซูชิมาหลายครั้ง ทั้งแบบชิ้นละห้าบาท หรือร้านภูเข้าไฟชุดละห้าร้อย
สิ่งที่มันเด้งขึ้นมาเลยคือเดี่ยวแปด “ปลาสั้นๆ ข้าวยาวๆ” กับรสชาติที่ผมว่าคล้ายๆ กัน เหอะๆๆๆ

เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ..
พอดีไปกิซูชิจานหมุนร้าน Heiroku sushi มาครับ และพบว่ามันแหล่มมากกว่าที่เคยกินมาใดๆ

ลองมากินร้านซูชิจานหมุน

ร้านเฮโรคุซูชิ ( 平禄寿司 หรือ Heiroku sushi) เป็นร้านซูชิจานหมุนมาจากประเทศญี่ปุ่นครับ เปิดสาขาแรกที่ CTW จากนั้นก็มีการขยายสาขามาที่ Digital gateway และ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ซึ่งจริงๆ ร้านนี้ผมเห็นเปิดมาช่วงใหญ่ๆ แล้วละที่ CTW เห็นคนเยอะดี เพื่อนๆ ก็บอกว่าอร่อยดี แต่ผมก็ติดที่สองข้อครับคือ

  • ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์
  • ซูชิร้านภูเขาไฟแพงสุดติ่งราคาห้าร้อยให้รสใกล้ๆ กับคำละสิบบาท

มันก็เลยยังไม่ได้กินครับ มาจนถึงวันก่อนครับได้มีโอกาสลองไปกินดูมา ,, แรกๆ แอบดูหน้าร้านเห็นคนเยอะดี ร้านมืดๆ หน้าร้านมีคนต่อคิวเหมือนกัน เราก็ไปรอคิวนิดนึงพอเป็นประเพณี

หน้าร้าน Heiroku sushi

เอ้าๆๆ ,, เค้าเรียกแล้วครับ เข้าร้านกันเถอะ

เมื่อเข้าร้านซูชิจานหมุน

เข้าไปแล้วก็มีคนทำซูชิอยู่ในเวิ้งซักห้าหกคน แล้วก็มีรางที่มีซูชิหมุนๆ รอบๆ มีจานซูชิหลากหลายสีสันวางอยู่ข้างบน ดูแล้วงงๆ

งงๆ กับบรรยากาศร้านซูชิจานหมุน ติ้วๆๆๆ

ผมก็เลยเหลือบไปมองเมนูก่อน เอ่อ เห็นเมนูแล้วเยอะมากๆ ครับ น่ากินทั้งนั้น แต่เท่าที่สังเกตในรางไม่ได้เยอะแบบในเมนู สรุปคือจะหยิบจากในรางเลยก็ได้ ไม่ต้องรอทำให้ หรือถ้าต้องการเมนูที่ไม่มีในรางก็สั่งเอาจากเมนูได้ครับ

รายการเมนูซูชิมากมายเหลือเกิน

ร้านนี้ต้องขอบอกว่าไม่ใช่บุฟเฟ่ต์นะครับ อย่าไปหยิบเพลิน มันมีราคาแต่ละจานของมันครับ

ราคาแต่ละจานฟ้องด้วยสีที่อยู่บนจาน

จานถูกสุดราคา 19 บาท ,,, ผมรับว่ามันเป็น rare item ไม่มีเพ่นพ่านมาให้เห็นตามรางซูชิแน่ๆ ส่วนแพงสุดราคาจานละ 199 บาท ,,, เฮือกกก ส่วนที่เห็นวิ่งๆ ตามรางมักจะเป็นจานแดงๆ ฟ้าๆ มากกว่า มีทั้งของคาวของหวาน เยอะดีเหมือนกัน

ส่วนตัวผมมีเทคนิกการกินเพื่อประหยัดเงินคือ พยายามเลือกสีเขียว-ฟ้า-แดง อย่าเอาแพงกว่านั้น กินคำนึงก็ซัดน้ำชาเขียวเยอะๆ เพราะว่ามันฟรี น้องพนักงานเค้าก็ดีมาเติมให้เรื่อยๆ ส่วนตัวชาเขียวดูข้นๆ แต่ไม่ค่อยมีกลิ่นเถ้าแก่น้อยเท่าไหร่

ขาเขียวเย็นและชาเขียวร้อน เสิร์ฟฟรี

เริ่มหยิบแต่ละจานลงมาหม่ำกันดีกว่า

พูดตรงๆ ว่าจากนาทีนี้ไป blog นี้จะโหลดรูปเยอะมาก เนื่องจากผมพยายามรวบรวมถ่ายเมนูต่างๆ มาให้ชมกัน
เริ่มที่ซูชิปลาต่างๆ ทั้งแบบระดับชาวบ้าน และระดับหรูหรา

ซูชิแซลม่อนระดับชาวบ้าน ,, แค่นี้ก็อร่อยมากแล้ว
ซูชิแซลม่อนแบบไฮโซ จะติดมันมากกว่า อร่อยกว่า แพงกว่า
ซูชิหน้าปลาไหลน้ำจืดแบบถูก ,, แค่นี้ก็อร่อยมากๆ แล้ว

จริงๆ มันมีมีซูชิหน้าปลาไหลแบบพิเศษด้วย เดี๋ยวนี้ราคาจานละ 159 บาท แม่เจ้า!! แพงกว่าแบบธรรมดาตั้งเกือบ 3 เท่า เลยไม่กล้าสั่งมากินอะ เกินไปๆๆๆ

ซูชิหน้าปลาฮามาจิของท่านโชกุน ,, รสชาติเฉยๆ แพงไปหน่อย
หน้าซาบะดอง ต้องยอมรับว่าอร่อย เพราะปกติผมไม่กินซาบะดอง แต่ที่นี่ผมกิน

ส่วนพวกหน้าแซลม่อนย่างไฟ พนักงานเค้าจะเอาไฟมาเผาๆ หน้าชิ้นแซลม่อนของเรา แล้วก็โบ๊ะเครื่องกับมายองเนส น่าดูชม

ซูชิหน้าแซลม่อนย่างไฟ โปะหน้าด้วยเครื่องและมายองเนส

จริงๆ มันมีอีกหลายปลานะ แต่เอาหน้าอื่นๆ ที่น่าสนใจดีกว่า

ซูชิหน้ากุ้งมายองเนส อันนี้แหล่มมากๆ
ซูชิหน้าปลาหมึก(อิกะ)ทอดกรอบ มีราดน้ำหวานๆ ผมว่าเฉยๆ นะ
ซูชิหน้ายำสาหร่าย พอใช้ได้ รสชาติเข้มข้นดี
ซูชิหน้ายำสาหร่ายผสมซ้อสกิมจิ ,, อันนี้ผมว่าเผ็ดนิดๆ อร่อยดี
ซูชิลิ้นวัวย่าง ,, อร่อยดีครับ แต่แพงไป
หน้าไข่หวาน ผมเฉยๆ นะ เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบไข่หวาน

เหนื่อยหรือยังครับ ยังมีซูชิอีกหลากหลายหน้ามากๆๆ

ซูชิหน้าไข่กุ้ง รสชาติธรรมดาๆ ครับ
ซูชิหน้ากุ้งทอดเทมปูระ ถ้าร้อนๆ กรอบอร่อยดี
ซูชิหน้าหอยปีกนกแดง อร่อยครับ เคี้ยวกรุบกรับดีมากๆ
ซูชิหน้าหอยปีกนกขาว กรุบกว่าแดง แพงกว่าด้วย
ซูชิหน้ากุ้งทรงเครื่อง รสชาติไม่เลวครับ
ซูชิหน้าหอยเชลล์ เนื้อเหลวๆ ไปนิดนึง ไม่ค่อยโดย
ข้าวอัดอะไรซักอย่าง โปะด้วยแซลม่อนย่าง อร่อยดีครับ
ข้าวอัดแล้วมีปลาไหลโปะหน้า อันนี้อร่อยดีๆ

ซาซิมิก็มีนะเธอ

ซาซิมิแซลม่อน เนื้อดี อร่อยมากมาย
ซาซิมิปลามากูโร่ อันนี้เฉยๆ แต่ผมว่าก็โอเคนะ

แต่สิ่งที่ห้ามสั่งเป็นอันขาดเลยคือ ซูชิหน้าไข่หอยเม่นครับ รูปร่างดูงงๆ เละๆ รสชาติกากถุยมาก ขมๆ เฝื่อนๆ ปนกลิ่นคาว กินแล้วจั๊กกะจี๋ในปากอีก แถมยังราคาจานละ 99 บาทอีกต่างหาก ฮ่วย!!!

ซูชิหน้าไข่หอยเม่น ห้ามสั่งเป็นอันขาด

ล้างปากด้วยของหวานกันต่อเลยครับ

ของหวานเค้าก็มีไม่น้อย

ของหวานจริงๆ เค้าก็มีปล่อยหมุนในรางด้วย หรือจะเอาให้ครบก็ดูจากเมนูก็ได้ครับ ส่วนตัวผมว่าของหวานเค้าโอเคนะ

เมล่อนแพง!! แต่หวานอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
ของหวานอะไรซักอย่างมีร่มด้วย อันนี้เฉยๆ ครับ
นี่ก็อะไรซักอย่าง มีกล้วย มีร่ม รสชาติโอเคครับ
เยลลี่มีให้เลือกสามรส อันนี้อร่อยครับ มีเนื้อผลไม้ด้วย

ยอมรับเลยครับว่าผมกินเยอะมาก,,, เยอะได้อีก เรียกว่านับจานแล้วคนก็มองอึ้งๆ หลายคน
ไม่เชื่อก็มาดูรูปกันได้ครับ เอิ้กๆๆๆ อยากบอกว่า โคตรอิ่มมากๆๆๆ

กินไปแค่นี้เอง -_-!!! ใครสนใจจะเลี้ยงผมมั้ยยยยย
แยกสีนับจาน เอาซะคนมองกันไม่ใช่น้อย

สุดท้าย,, พี่รหัสเลี้ยงน่ะครับ อิอิ

ที่มากินซูชิจานหมุนวันนี้

พูดได้เลยว่า อร่อยกว่าร้านดังๆ ตามห้างหลายร้าน แถมเมนูให้เลือกก็เยอะ ,, เนื้อปลายาวๆ ข้าวสั้นๆ ,, แบบนั้นเลย ฮาๆๆๆ

ไปกินมาแล้วครับ Heiroku sushi, ซูชิจานหมุน

แต่ก็ไม่ใช่ทุกเมนูที่อร่อยนะครับ ส่วนตัวผมชอบกินเกือบทุกอย่าง โดยเฉพาะแซลม่อน ปลาไหล หอยปีกนก (ขาว+แดง) บางเมนูไม่ต้องแพงก็อร่อยได้ ส่วนที่ห้ามสั่งเด็ดขาดเลยคือซูชิหน้าไข่หอยเม่นครับ ส่วนของหวานโดยรวมผมว่าโอเคนะ หลากหลายดี แต่ที่ชอบจริงๆ คงต้องเป็นเยลลี่ เนื้อมันดึ๋งๆ หยุ่นๆ ได้ใจมาก ส่วนสภาพร้านโดยรวมสะอาดดีครับ น้องๆ ก็บริการใช้ได้แม้คนเยอะและรอคิวยาว น้ำชาเดินเติมตลอดเวลา ที่สั่งไปอาจมีขาดบ้าง รอบ้าง แต่น้องเค้าทำซูชิให้ใหม่ๆ เลย ส่วนตัวแล้วผมประทับใจครับ

แม้ดูราคาแพงๆ แต่จริงๆ บวกไปบวกมาราคาประมาณ 400 กว่าๆ มันก็พอๆ กับบุฟเฟต์นะ หรือไม่ถ้าเทียบกับร้านภูเขาไฟ ผมว่าถูกกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเทียบราคาชิ้นต่อชิ้นแล้ว รวมทั้งคุณภาพต่อชิ้นก็อร่อยกว่าด้วย ส่วนตัวผมแนะนำไปกิน 2-3 คนขึ้นไป เพราะว่า 1 จานมันจะมีประมาณ 2 ชิ้น ถ้าเราไปกินคนเดียว เราจะกินของซ้ำ 2 ชิ้นในราคาเหมาเดี่ยว ซึ่งอาจเยอะเกินไปสำหรับหน้าที่ไม่ถูกปากเราเท่าที่ควร

ย้ำอีกที ร้านนี้ไม่ใช่บุฟเฟต์นะครับ!!!

Burendo shabu

หลังจากช่วงนี้ซัดเนื้อย่างมาเยอะมากๆ
หลายคนทักว่า เอ็งเป็นหมอไม่รู้เหรอไงกินปิ้งย่างเยอะมันเสี่ยงมะเร็ง …ทำไงได้ ก็ใจมันอยากนี่ครับ
แถมตัวผมเองยังชอบกินเนื้อวัวอย่างรุนแรง
เอาเป็นว่าวันนี้เราลองเปลี่ยนบรรยากาศจากปิ้งย่างมาเป็นชาบูบ้างครับ ที่ “Burendo shabu”

ตำแหน่งที่ตั้งของร้าน

ร้าน Burendo ครั้งแรกผมได้รับการเชิญชวนจาก @l3ortor (แต่ก็ได้แค่ชวน เพราะนัดกี่ทีชีเบี้ยวตลอด)
เป็นร้านที่ชื่อแปลกๆ เหมือนกัน เพราะพักหลังๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นมักตั้งชื่อตามดารา AV แต่นี่ไม่คุ้น
มันจะอร่อยเหรอวะ !!!

ก็ลองไปดูครับ ร้านตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 10 ร้านเป็นตึกแถว หายากนิดนึง เพราะสีร้านจะไม่ค่อยมีฉูดฉาด
ชั้นล่างเป็นบันได เพื่อพาขึ้นมาชั้นสองครับ (แอบเสียดาย Space นิดนึง)


View Burendo shabu in a larger map

หน้าร้าน Burendo shabu

ร้านเปิด 11.00 -21.30 น. ของทุกวันนะครับ ไม่แน่ใจหรือต้องการโทรจองก็ที่เบอร์ 02-2517557

เมื่อเดินขึ้นชั้น 2 ก็จะพบกับตัวร้านจริงๆ ครับ
บรรยากาศแนวสะอาดเรียบร้อย คนไม่เยอะมาก บรรยากาศการตกแต่งเรียบง่าย ดูสบายๆ ครับ
ข้างๆ ผนังแอบมี Post-it บริการติดผนังให้ เผื่อใครต้องการจารึกอักษรหรือคำติชมลงผนังร้าน
ตอนนี้กำลังเรียงสวยเลย

บรรยากาศสบายๆ ที่ร้านครับ

โดนร้านหลักๆ เราจะเห็นเป็น 2 ส่วนครับ คือส่วนที่เป็นห้องครัว และอีกส่วนที่เป็นเวิ้งเตาไฟฟ้า
โดยเราสามารถเลือกนั่งตรงเวิ้งได้เต็มที่ครับ โดยจะมีพนักงานวนเวียนมาช่วยปรับไฟให้ด้วย

เปิดเมนูกันเลยดีกว่า

ที่ร้านมีบรืการทั้งแบบอาหารชุด (สั่งเป็นจานแยก), และแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งบุฟเฟต์ก็แบ่งได้อีก 2 ราคาครับ
คือ 350 บาท สั่งได้เฉพาะเนื้อวัว-หมู-ไก่-ผัก โดยเนื้อวัวก็เป็นแบบเนื้อธรรมดาครับ เทียบๆ แล้วเลือกอาหารได้ประมาณ 1 คอลัมน์
อีกแบบเป็น 550 บาท โดยเพิ่มจากเดิมคือ เนื้อวัวจะเป็นเนื้อนำเข้าและมีให้เลือกเยอะกว่า มีเนื้อนกกระจอกเทศ ข้าวปั้นต่างๆ อาหารแปลกๆของบุเรนโด (ส่วนมากเป็นพวกเกี๊ยว ลูกชิ้นเทพๆ ฯลฯ) เทียบๆ แล้วเลือกอาหารได้ 10 คอลัมน์ -_-a

วันนี้ผมเลยจัดชุด 550 บาทครับ อาจดูแพงไปหน่อยแต่ก็อยากลองอะไรบ้าง
ออ ลืมบอกว่าราคาบุฟเฟ่ต์รวมเครื่องดื่มแล้วนะครับ
อยากบอกว่าเครื่องดื่มที่นี่มีทั้งน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ ซึ่งส่วนของน้ำผลไม้ผมว่าโอเคมากๆ เลยครับ
มีทั้งน้ำส้ม น้ำมะนาวโซดา น้ำแตงโม น้ำมะพร้าวเข้มข้น น้ำมะตูม และอื่นๆ รวมเกือบ 10 แบบ อร่อยแทบทั้งสิ้น

น้ำผลไม้ที่นี่แหล่มมากๆ

ส่วนเรื่องน้ำจิ้มที่ร้านก็มีสองแบบครับ
คือแบบน้ำจิ้มงา และน้ำจิ้มซ๊อสเปรี้ยวซึ่งร้านเค้าจะเติมพริก-กระเทียม-ต้นหอม ลงไปด้วย

น้ำจิ้มงา และชุดพริกกระเทียมรอเติมน้ำจิ้มซอสเปรี้ยว

ส่วนผมถ้ากินชาบู ผมชอบจิ้มไข่ดิบมากกว่าครับ มันเข้าถึงกว่า
ส่วนน้ำจิ้ม 2 แบบเอามากินคั่นเป็นพักๆ เวลาเลี่ยนไข่

ตีไข่ให้พร้อม เอามาจิ้มกับเนื้อชาบู

จากนั้นเราก็มาสั่งเนื้อกันดีกว่าครับ

พลิกเมนู มันเยอะได้อีก

หลังจากที่เลือกเมนูบุฟเฟ่ต์ 550 บาท แม้จะดูแพง แต่เลือกได้เกือบทุกเมนูของร้าน (เว้นแค่พวกปลาดิบ)
อีหรอบนี้ผมก็เลยจัดหนักเลยครับ สารพัดสารพันเนื้อครับ
เนื้อวัวก็มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งน่องลายแก้ว เนื้อสันนอก เนื้อนำเข้า ฯลฯ ครับ
สังเกตว่าเนื้อที่นี่จะมีส่วนที่เป็นมันไม่มาก ยกเว้นเนื้อสันนอกครับ ถ้าไม่ชอบมันก็สามารถมาทานได้สบายๆ

เนื้อวัวนำเข้า เมพครับ
เนื้อสันนอก... ในจุดนี้ชอบได้อีก
เนื้อน่องลายแก้ว
เนื้อวัวห่อผักกวางตุ้งครับ

ส่วนเนื้อแบบอื่นๆ ก็มีครับ ที่ผมอยากลองเป็นเนื้อนกกระจอกเทศ
ชิมแล้วรสชาติเฉยๆ ครับ เนื้อโอเค กลิ่นไม่คาว แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมาก คล้ายเนื้อทั่วๆ ไป

เนื้อนกกระจอกเทศ... รสชาติกลางๆ
ตับหมูหั่นชิ้นโต คุณภาพดีมาก

นอกจากเนื้อแล้ว ยังมีเมนูกุ๊กกิ๊กพวกเกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวปลา ลูกชิ้น แต่อยากบอกว่าเทพมากครับ
ที่ร้านเค้าเลือกวัตถุดิบอย่างดี ทำอย่างพิถีพิถัน ห่ออย่างดี ต้มตั้งนานไม่มีแตกร่อน

เกี๊ยวกุ้งเทพ อร่อยจริงจัง
เกี๊ยวปลาห่อสาหร่าย ประทับใจมาก
นานาเมนูแนะนำโดยบุเรนโด!!! อร่อยเทพมากครับ

นอกจากนั้นก็มีพวกชุดผัก ชุดเห็ดอีกครับ เยอะมากๆ จริงๆ เยอะกว่านี้อีก แต่ถ่ายไม่ไหว

เห็ดฮังการี ถ้าจำไม่ผิดนะ
เห็ดเข็มทอง กับเห็ดเป๋าฮื้อ (ถ้าจำไม่ผิด)

พอรู้สึกว่าสั่งมาได้ที่แล้วก็…. เอ่อ มันเยอะมากเลยครับ จะล้นเคาท์เตอร์แล้ว
รีบกินกันก่อนดีกว่า

พร้อมรบครับ -- เตรียมเอาลงไปจุ่มได้

แต่ระหว่างจะเอาสิ่งต่างๆ แห่ลงไปเฉกเช่นขบวนร้อยอสูรนั้น กลับมีข้าวปั้นมาเสิร์ฟฮะ
ทั้งแคลิฟอร์เนียมากิ ทั้งซูชิหลากหลายหน้าตา เอิ่มมมมม เยอะมากๆๆๆๆๆ

แคลิฟอเนียมากิ เต็มปากเต็มคำ
ซูชิหน้าไข่แซลมอน กับซูชิแซลมอนตัวแม่

เฮือออกกกก รีบเอาอาหารลงกันเถอะครับ

กลิ่นไอ(น้ำ)แห่งชาบู

การลวกชาบูที่ดีต้องให้ได้เนื้อที่สุกพอดีครับ จากนั้นเอามาจิ้มไข่
ว้ากกกๆๆๆ หิวๆๆๆๆๆๆ

จุ่มเนื้อสุกพอดีๆ แล้วเอามาลุยไข่ดิบสไตล์สุกี้

ส่วนเนื้ออื่นๆ หรืออาหารอื่นๆ ก็ต้องให้สุกพอดีเช่นกัน แต่พวกลูกชิ้นเทพหรืออะไรพวกนี้แนะนำว่าลวกนานนิดนึง
เพราะว่าเค้าแช่แข็งมา บางทีข้างนอกเหมือนดูสุก แต่ตรงกลางยังจับเกล็ดน้ำแข็งอยู่ได้

กุ้งเนื้อดี ลวกสุกกำลังดี

กินอิ่มกลับไปแทบจะเดินไม่ได้เลยทีเดียว ร้านนี้ประทับใจมากๆ ครับ

ที่มากินวันนี้

นี่เป็นอีกหนึ่งในร้านชาบูที่ผมว่าดีมากๆ เลยครับ ทั้งในเรื่องตัวร้าน การตกแต่ง สถานที่ บรรยากาศ ภาชนะต่างๆ
รวมทั้งเนื้อสัตว์และคุณภาพของอาหารแทบทุกอย่างคัดสรรและลงมือทำเป็นอย่างดี จนแทบไม่มีข้อตำหนิเลย
ส่วนรสชาติก็ถือว่าดีครับ เป็นไปตามเกณฑ์แห่งชาบู อะฮิๆๆๆ ซึ่งถ้าคุณภาพของอาหารดีอยู่เดิม ก็จะเสริมให้ชาบูนั้นอร่อยเป็นทวีคูณได้อีก

ส่วนเครื่องดื่มผมว่าอร่อยมาก วันนั้นซัดน้ำแตงโมไป 3-4 แก้ว แถมยังมีน้ำอย่างอื่นอีก น้ำมะพร้าวนี่เข้มข้นดีครับ แต่มะนาวโซดาแอบแรงไปนิด วันนั้นไปแล้วน้ำแอปเปิ้ลหมดแอบเสียดาย แต่โดยส่วนตัวถือว่าเยี่ยมมาก

ร้านนี้คุณภาพอาหารดีมากครับ รสชาติอร่อยใช้ได้

ส่วนการบริการผมว่าโอเคนะ ถ้าคนเยอะๆ อาจมีช้าบ้าง แต่เมนูสั่งแล้วได้ครบถ้วนดี ไม่มีขาด พนักงานอาจมีไม่เยอะแต่เอาใจใส่ดีครับ, เราแทบไม่ต้องปรับไฟเองเลย เพราะที่ร้านออกแบบมาให้พนักงานประจำเวิ้งเป็นคนดูแล เสิร์ฟของ และคอยปรับความแรงของไฟ

แถมร้านนี้ก็ถือว่าอยู่กลางใจเมืองเลย นั่นคือตรงซอย 10 ของสยามสแควร์ครับ เดินทางไม่ลำบากแน่นอน,, ส่วนตัวผมถ้าเทียบกับราคาบุฟเฟต์แบบ 550 บาท อาจแพงไปเหมือนกัน แต่ถ้าเรามากินเอาบรรยากาศดีๆ กับครอบครัวหรือคนรักแล้ว ถือว่าโอเคและคุ้มค่าเลยทีเดียว และถือว่าเป็นร้านที่เยี่ยมยอดมากๆ อีก 1 ร้านครับ แนะนำให้มาลิ้มลองเป็นอย่างแรงครับ

Sumisumi yakiniku

หิวเนื้อย่างอีกแล้ว!!!
แม้ช่วงนี้กินเนื้อย่างบ่อยๆ จนห่างหาย tonkatsu ไปบ้าง แต่ก็ชอบและอยากกินอยู่เรื่อยๆ
คงเพราะกลิ่นและเสน่ห์จากการย่างกระมัง ที่ทำให้ผมหลงไหลมากมาย

สันนอกและเนื้อลายมัน คริๆๆๆ

วันนี้จะแอบพาไปอีกร้านครับ อยู่ไกลจากที่ผมพักเหมือนกัน
ร้านนี้มีชื่อว่า sumisumi ครับ

ร้านนี้เดินทางอย่างไร

ร้านนี้อยู่ที่อาคารเทอร์มินอล ซอยสุขุมวิท 24 ใกล้ๆ กับห้างเอ็มโพเรียมครับ
ถ้ามาสะดวกๆ ก็ BTS แล้วลงสถานีพร้อมพงษ์ครับ
เดินเข้าซอยมานิดนึงก็เห็นแล้วครับ อาคารสีขาวๆ ทางขวามือ


View Sumisumi in a larger map

หน้าอาคารเทอร์มินัล

โดยพอเข้าตึกแล้วขึ้นบันไดไปชั้นนึง ร้านจะอยู่ชั้น 1F ครับ
ร้านเปิดทุกวัน โดยเสาร์-อาทิตย์ 11.00-23.00 น และจันทร์-ศุกร์แบ่งสองช่วง 11:30 – 14:30 และ 17:30 – 23:00 น.
ติดต่อที่ร้านได้ทั้งทางโทรศัพท์ที่ 026634636 และที่ร้านยังมี Facebook และ Web ที่ www.sumiyakiniku.com

เอาเป็นว่าขึ้นมาแล้วเห็นร้านทันที
ร้านไม่ใหญ่มากครับ และก็ไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ พอนั่งได้ 20-30 คนทั้งร้าน

หน้าร้านครับ

บรรยากาศร้านโดยทั่วไปคนไม่เยอะมากครับ วันที่ผมไปนั่งกัน 2 โต๊ะเอง
ส่วนตัวผมว่าอึดอัดไปนิดๆ อาจเพราะเพดานเตี้ยไปหน่อย แต่โดยรวมก็โอเคครับ
อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ก็โอเคครับ

โต๊ะในร้าน

เริ่มสั่งอาหารเลยดีกว่า

มันต้องกินบุฟเฟต์กันอยู่แล้ว

เมนูที่ร้านมีให้เลือกหลายแบบนะครับ ทั้งแบบสั่งเป็นจาน และสั่งเป็นบุฟเฟต์
แถมบุฟเฟต์ยังแบ่งระดับความหรูอีกสองขั้น คือแบบหรูปานกลาง 399 และหรูมากขึ้น 699
โดย 699 จะเพิ่มเนื้อ wagyu, หอยเชลล์, เนื้อ NZ, เนื้อ AUS, และเนื้อซี่โครงเพิ่มขึ้นมา

เมนูสองแบบครับ

แต่วันนี้ตามอัตภาพขอที่ 399 ก่อนละกันครับ

เริ่มสั่งอาหารกันเถอะ

เริ่มมาก็ต้องจัดหนักกันหน่อยครับ แล้วยิ่งวันนี้มีสมาชิกมาร่วมแจมหลายท่าน นานๆ ทีจะได้กินกันเยอะๆ

จริงๆ ผมก็สั่งทุกอย่างแหละนะ แต่จะถ่ายทันบ้างหรือไม่ทันบ้างก็ตามความเร็วในการชักกล้องออกมาถ่าย
ระหว่างรอเนื้อก็ขอเก็บรายละเอียดน้ำจิ้มก่อนครับ
เท่าที่เห็น เบสิกน้ำจิ้มที่นี่มี 2 อันคือซ๊อสโชยุจิ้มเนื้อ กับน้ำจิ้มซีฟู๊ด (แต่กินไปกินมาเหมือนเห็นน้ำจิ้มแปลกๆ งอกเพิ่ม)
ส่วนพริก-กระเทียมก็เต็มที่

น้ำจิ้มสองแบบ กระเทียมเยอะๆ

แล้วผักๆ เห็ดๆ ข้าวๆ สลัดๆ ก็ตามมา

ผักกาดหอม แก้เลี่ยน
เห็ดเออรินจิราดซ๊อส มาแบบไม่อั้น
สลัดญี่ปุ่น อร่อยดี ใส่วาซาบินิดๆ

จากนั้นก็เป็นเนื้อครับ
ร้านนี้คุณภาพเนื้อปานกลาง-ดี ในระดับร้านบุฟเฟต์ 399 บาทเหมือนๆ กัน
ก็ไล่มาเลยครับ ตั้งแต่เนื้อสันนอก สันใน และเนื้อลายมัน ราดด้วยซ๊อสหมัก
โดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมครับ

เนื้อสันในเรียงมาสวยเลย
เนื้อลายมัน ฮึ่มๆๆ น่ากินๆๆ
เนื้อลายและเนื้อสันนอก ราดซ๊อสหมัก

ที่ชอบของเนื้อร้านนี้คือ เค้าใส่จานมาใหญ่ใหญ่สะใจดีมากครับ ใครชอบสั่งมาทีละเยอะๆ ก็ระวังด้วย
แถมจานก็ลักษณะเป็นเอกลักษณ์ดี แต่แอบมีข้อเสียนิดๆ ที่มันไม่มีขอบจาน หากมีน้ำมันจะไหลหกลงโต๊ะได้

ไม่กินเนื้อก็มาได้ครับ

ที่ร้านยังมีเมนูอื่นๆ อีกครับ สำหรับคนไม่กินเนื้อวัว
มีหมูหลายแบบ ไก่ กุ้งแม่น้ำ ปลาหมึก และเนื้อปลาครับ ดูคล้ายๆ ร้านอื่นๆ

หมูสามชั้น ปิ้งเกรียมๆ อร่อยมาก
แซลมอนชิ้นโต อร่อยมากครับ
ปลาหมึกหมักซ๊อส อร่อยไม่แพ้กัน

ทีเด็ดของร้าน

นอกจากเมนูเบสิกที่ทุกร้านควรมี ร้านนียังมีเมนูเก๋ๆ อีกอย่างที่ผมชอบมากๆ ครับ
คือเนื้อหมูติดกระดูกหมักซ๊อส อร่อยมากๆ

อันนี้แหละ เมนูเด็ด

เป็นกระดูกหมูหมักซ๊อสแดง ออกแนวหวานๆ กลมกล่อม เอามาย่างแล้วสุดยอดมาก
แต่แอบปิ้งยากไปนิด ถ้าชิ้นใหญ่ๆ เพราะข้างในจะไม่ค่อยสุกแต่ข้างนอกไหม้ แนะนำให้ปิ้งตรงที่ไฟไม่แรงมาก
พอปิ้งเสร็จ ก็จะได้แบบนี้ คริๆๆ

เนื้อติดกระดูกหลังย่างเสร็จ

อีกอันที่ผมว่าแปลกๆ และเก๋ดีสำหรับที่ร้านคือปลากะพงในห่อฟอยล์ครับ
เอาทั้งฟอยล์ไปปิ้งไฟเลยครับ จะแอบกินที่ในตะแกรงนิดๆ ปิ้งเอาพอสุกครับ เปิดห่อมาน่ากินดีครับ
ส่วนตัวผมชอบนะ เอามาจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด แต่เพื่อนๆ บางคนบอกว่าคาวไปหน่อย

เนื้อปลาในฟอยล์ อร่อยดีครับ

บรรยากาศการกิน

ก็หลังจากได้เนื้อ ได้ผัก ได้เห็ดมา ก็เอาลงตะแกรงละครับ

เอาลงตะแกรงแว้วววววว!!

บรรยากาศการกินสนุกสนานดี
ต้องขอบคุณคุณ @raoeang และผองเพื่อนที่ทำให้ Trip นี้สนุกมากมาย

บรรยากาศการไล่ล่าเนื้อ เรียกว่า จัดหนักกันทุกคน

เท่าที่หยิบทัน เอามากินกับข้าวกระเทียมครับ
ส่วนตัวข้าวกระเทียมที่นี่ยังไม่ค่อยโดนผมมากเท่าไหร่ครับ ส่วนข้าวญี่ปุ่นเพื่อนๆ บอกอร่อยดี

กินกับข้าวครับ

ที่มากินครั้งนี้ครับ

สำหรับบุฟเฟต์ 399 ที่ร้านผมว่าอยู่ในระดับโอเคนะครับ
เนื้อวัวที่ร้านก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ แถมราดซอสหมักมาให้ด้วย อร่อยดี
รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าใช้ได้ แต่ที่ผมว่าไม่โดนเลยคือข้าวกระเทียมครับ

แต่ที่ผมว่าแปลกและเด็ดคือซี่โครงหมูหมักซ๊อสย่าง อันนี้ผมว่าอร่อยจริงจัง
แต่อย่างที่บอก บางชิ้นหนาไปอาจปิ้งได้ไม่ทั่วถึง
ส่วนเรื่องเตาผมว่าโอเคนะ ไฟแรงดี พนักงานเอาใจใส่ใช้ได้ มีหลงลืมเมนูบ้างนิดๆ หน่อยๆ

มากินเนื้อย่างกันเถอะ!!!

ส่วนตัวผมอยากลอง 699 นะครับ อยากรู้ว่า NZ หรือ AUS ที่อร่อยกว่ากัน
แต่เกินงบไปเยอะครับ ^^’

Minoru มิโนรุ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมกระหายอยากเนื้อมากๆ
พยายามหาร้านอร่อยๆ ทาน แต่ส่วนมาก ร้านที่ไปจะไม่ได้เน้นเนื้อเป็นหลัก มีให้เลือกก็ 2-3 แบบ
แถมแต่ละร้านก็อยู่ในตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่
แต่วันนี้จะลองพาไปอีกร้านนึงครับ เน้นเนื้อเป็นหลัก ในรสชาติที่สุดยอดครับ

ฉัน อยาก กิน เนื้อ ย่าง ครัฟ !!!

ร้านนี้คือ…

ร้านนี้ชื่อว่ามิโนรุ (Minoru Japanese barbeque) ครับ อยู่ตรงอเวนิวแจ้งวัฒนะ ติดกับบิ๊กซีแจ้งวัฒนะ
ร้านนี้เปิดมาประมาณ 2 ปีกว่าๆ แล้ว
ให้บริการอาหารย่างๆ เป็นหลัก มีทั้งบุฟเฟ่ต์ และเป็นจานๆ แยกมาเอง

ร้าน Minoru ที่อเวนิว แจ้งวัฒนะ

ถ้ามีรถยนต์ ก็สามารถจอดลงหน้าร้านได้เลย หรือจะจอดในส่วนของอเวนิวแล้วเดินมาก็ได้
มีแผนที่ให้ด้วย เผื่อหลงทางครับ
หรือสนใจ จะลองโทรไปสอบถามก่อนก็ได้นะครับ ที่เบอร์ 02-5738680


View Minoru in a larger map

เอาเป็นว่า วันนี้ผมจะพูดเฉพาะเมนูที่เป็นบุฟเฟต์ละกัน

แรกเข้าร้านนี้

เดินเข้ามาตอนแรก ร้านเค้าตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นอย่างดีครับ
แต่คนค่อนข้างน้อยครับ แม้ว่าวันที่ผมไปจะเป็นเย็นวันศุกร์ก็ตาม
ส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะมาจากการมาของเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะด้วย
(จริงๆ อเวนิวมันเงียบกว่าที่ผมเคยรู้จักน่ะครับ)

ป้ายในร้านมิโนรุ

ส่วนพี่พนักงานต้อนรับ แม้ว่าพี่เค้าจะดูเคร่งขรึมนึดๆ เมื่อแรกเจอ
แต่จริงๆ พี่แกบริการดีมากครับ เดินมาคอยดูแลเอาใจใส่ตลอด
เริ่มตั้งแต่การเติมชาเขียวครับ — ต้องบอกก่อนว่าชาเขียวอยู่นอกราคาบุฟนะครับ
รสชาติชาเขียวใช้ได้ครับ รสชาติเถ้าแก่น้อยแต่ก็โล่งคอดี

ชาเขียวชื่นใจดีครับ

จากนั้นก็เอาน้ำจิ้มมาให้ครับ มีสองแบบให้เลือกลองจิ้มให้

เริ่มจากซองตะเกียบ และน้ำจิ้มสองแบบ

นอกจากนั้นพี่แกยังเดินมาคอยเติมไฟ เปลี่ยนตะแกรง เก็บจานตลอด
สุดยอดครับ!!!

ที่ร้านจะมีเมนูแบ่งเป็น 2 ช่วงตามเวลาเปิดนะครับ

  • มื้อกลางวัน (วันจันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00 และเสาร์-อาทิตย์ 11.00-16.00) ราคาจะถูกกว่าครับ แต่เมนูที่เลือกได้ก็มีน้อยกว่าเช่นกัน ก็มีเนื้อ(ริบอาย/สันนอก/สะโพก), หมู, ไก่, ซีฟู้ด, และออปชั่นอื่นๆ
  • มื้อเย็น (วันจันทร์-ศุกร์ 17.30-22.00 และเสาร์-อาทิตย์ 16.00-22.00 ) ราคาเพิ่มอีกนิดนึง แต่มีเมนูที่เพิ่มมาจะมีลิ้นวัว, หมูติดมันและสันคอ, ปลากะพง รวมทั้งมีพวกผักปิ้งเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนตัวผมแนะนำให้เป็นเมนูเย็นนะ เพราะถ้าลองลิ้มรสปลากะพงและลิ้นวัวแล้วมันสุดยอดมากๆ

ออ ลืมบอกว่าบุฟเฟ่ต์นั่งได้ 90 นาทีนะครับ

เปิดฉากอย่างเร้าใจ

หลายๆ ร้านมักมาเสิร์ฟช้า ชุดแรกผมเลยสั่งจัดหนักไปครับ
แต่ที่ร้านเสิร์ฟค่อนข้างเร็วครับ (ส่วนนึงอาจเพราะว่าคนน้อยด้วย) เลยแทบจะล้นโต๊ะ
เริ่มที่… กิมจิครับ อร่อยดีครับ เอามาแก้เลี่ยนได้ดี

กิมจิครับ

แล้วก็เอาไก่ก่อนครับ
เป็นไก่คัดส่วนดีครับ ไม่มีหนังติดมาก ไม่ด้านมาก ปิ้งสุกแล้วกำลังดี

ไก่หมักอย่างดี

ต่อมาก็หมูสามแบบครับ น่ากินมากๆ เน้นส่วนเนื้อครับ มันไม่เยอะมาก
ส่วนตัวผมว่าเค้าหมักมาโอเคเลยนะครับ กินกับข้าวกำลังพอดี

หมูสามแบบทั้งหมูสัน, สันคอ, สามชั้น

โอยยยย เอามิโสะมาคั่นหน่อยครับ
ส่วนตัวผมว่าเค็มไปนิดนึง

มิโสะซุปครับ

เมนูซีฟู๊ดครับ

ผมยกให้เป็นทีเด็ดของร้านนี้เลยทีเดียว
แม้ว่าไม่ได้มีปลาดิบหรือแซลมอนรวมในเมนูบุฟเฟ่ต์
แต่เจ้าปลากะพงและปลาซาบะที่นี่ต้องบอกว่าเทพมากๆ ครับ
เอาซะคนที่ไม่ค่อบกินปลาแบบผมคลั่งไคล้มันเลยทีเดียว

ปลาซะบาราดซ๊อส หั่นพอดีคำ พร้อมย่าง
ปลากะพงอร่อยมาก พลาดไม่ได้จริงๆ

แล้วยังมีกุ้ง(ที่ไม่ใช่กุ้งแม่น้ำอะ) พร้อมแกะเปลือก ราดซ๊อสหมักมาพร้อม
กับปลาหมึกกล้วยที่มาเสิร์ฟทั้งตัวครับ
ซ๊อสหมักซีฟู๊ดผมว่ากำลังได้ที่เลยนะครับ ไม่เค็มเกินไป

ปลาหมึกสดๆ อรอ่ยมากครับ
กุ้งแกะเปลือก ถูกใจผมมากๆ ครับ

และแล้วก็ถึงเมนูเนื้อครับ

เป็นร้านที่ผมว่าเลือกเนื้อและหั่นเนื้อได้ดีมากๆ ร้านนึงในระดับบุฟเฟต์ครับ
ราดด้วยซ๊อสหมักอีกแบบ รสชาติเข้มข้นครับ

เนื้อริบอายครับ อร่อยๆๆ
เนื้อสันนอกครับ กำลังกรุบๆ

ส่วนที่ผมชอบมากอีกส่วนคือลิ้นวัวครับ ที่นี่หั่นมาชิ้นใหญ่ดี หนากำลังพอดี
ดีใจมาก เย้ๆๆๆ

ลิ้นวัวครับ ของโปรดๆๆ

แต่เนื้อที่ผมประทับใจมากๆ ส่วนนึงคือสะโพกครับ เป็นส่วนที่มันไม่เยอะ แต่เนื้อนุ่มกรอบไม่ด้าน
เค้าหั่นหนากำลังดีเลย ปิ้งแบบ Medium rare ได้
ผมซัดไป 5 จานได้กระมังครับ

เนื้อสะโพกอร่อยจริงๆ
สะโพกเป็นส่วนไฮไลท์ของบุฟเฟ่ต์เลยทีเดียว

หิวแล้วๆๆ กินกันเถอะ

พอทุกอย่างพร้อม เราก็จัดลงเตากันครับ

สั่งไปเยอะครับ แถมมาเร็วอีก แทบจะล้นโต๊ะ

เฮือกกกก!!! เนื้อล้นโต๊ะแล้ว

จากนั้นก็ใช้ตะเกียบครับ หยิบเนื้อที่หั่นมาอย่างดีและราดซอสหมักรสเลิศ

กำลังลากเนื้อชิ้นโตไปลงตะแกรงครัฟ!!

บรรจงหยิบเนื้อแต่ละชิ้น ค่อยๆ วางเรียงบนตะแกรงที่อยู่เหนือถ่านร้อนๆ
“ฉ่า…….แฉ่ๆๆๆ……” เสียงเนื้อกำลังสุกมันช่างเย้ายวนเหลือเกิน
แถมมันยังส่งกลิ่นหอมน่ากินอย่างมากมาย คริๆๆๆ

เหล่าเนื้อวางบนตะแกรง... หอมน่ากินอะ

ปิ้งเสร็จละ คริๆๆๆ กลิ่นหอมมากมาย

อ่า... สุกแล้วสินะ

จากนั้น เอาเนื้อที่ได้ มาผ่านน้ำจิ้มครับ
ส่วนตัวผมชอบน้ำจิ้มแบบ Original มากกว่าแบบที่มีปรุงรสให้ด้วย

หยิบเนื้อลงสะดุ้งน้ำจิ้มทีนึง

ง่ำๆๆๆ เข้าปาก อร่อยโฮกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สิบกะโหลกเลย
ส่วนตัวผม ถ้ากินเพียวๆ เลย เนื้อมันจะเค็มไปหน่อยนะครับ
แนะนำว่า ให้สั่งข้าวญี่ปุ่นมาเสริมด้วยมันจะได้ไม่เค็มเกินไป

สรุป อิ่มมากครับ!!! เป็นร้านนึงที่ประทับใจครับ
อาหารอร่อย บริการดีครับ ราคาไม่แพงมากด้วย

สรุปที่มากินครั้งนี้

เป็นร้านนึงที่ผมว่าโอเคเลยนะ ทั้งในเรื่องราคา การบริการและความอร่อย
ข้อดีไม่ต้องพูดถึงมาก เพราะบรรยายมาเกือบทั้ง Entry อยู่แล้ว
แต่ที่ต้องเน้นคือ เป็นร้านที่มีทั้งเนื้อวัวอร่อย และเนื้อสัตว์อื่นๆ ก็อร่อยครับ โดยเฉพาะปลา
ทำให้คนที่ไม่กินเนื้อ และกินเนื้อ สามารถร่วมตะแกรงเดียวกันได้

ร้านนี้อร่อยครับ!!!

มาลุยข้อเสียดีกว่าครับ เท่าที่ผมเจอนะครับ
อย่างแรกคือ เนื้อมันเค็มไปที่จะกินเพียวๆ ครับ โดยเฉพาะซอสที่หมักเนื้อวัว
อย่างที่สอง ไม่มีเห็ดออรินจิ (อันนี้ผมอยากกินส่วนตัว)
อย่างที่สาม ไม่มีของหวานรวมในบุฟเฟ่ต์ด้วย ว้ากกกๆๆๆ

Minoru yakiniku เนื้อ-หมู-ไก่-ทะเล ปิ้งย่าง

แต่ไม่เป็นไรครับ ในอเวนิว ยังมีของหวานอีกเยอะครับ อิอิ

Daichan ไดจัง

อีกหนึ่งร้านที่ผมอยากลองมากินหลายครั้งมากๆ
แต่เนื่องจากมีเหตุทำให้ล่มไปตลอด
ทำให้กว่าจะได้มีโอกาสทำ Entry นี้จึงใช้เวลารอ (ไปถ่ายรูป+กิน) นานเป็นพิเศษ

ร้านนี้คือไดจัง (Daichan) ครับ

ข้อมูลเบื้องต้นของร้าน

ร้าน Daichan หรือ เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ที่เน้นเรื่องอาหารแนวปิ้งย่าง ทั้งเนื้อวัว หมู ไก่ ปลา และกุ้ง
ซึ่งจริงๆ ร้านนี้ก็อยู่ในเครือของร้าน Giants ที่เป็นเจ้าพ่อเนื้อย่างในกรุงเทพฯ ครับ
ทำให้การมาครั้งนี้ถึงอยากรู้คุณภาพ มาตรฐาน และบริการว่าจะต่างกับร้านอื่นๆ ในเครือหรือไม่

หน้าร้านไดจังครับ

การเดินทางก็ไม่ยากครับ ถ้า BTS ก็ลงสถานีอารีย์ แล้วเดินย้อนมาทางสนามเป้า
ส่วนถ้ารถยนต์ ก็ขับเข้าซอยราชครู (พหลโยธิน ซอย 5) ประมาณ 50 เมตรได้
โดยร้านอยู่ในเวิ้งร้าน T.House ทางซ้ายมือ หาไม่ยากครับ มีที่จอดรถหน้าร้านนิดหน่อยครับ


View ไดจัง Dichan in a larger map

ถ้าหาไม่เจอ หรือต้องการจองล่วงหน้า ก็ลองโทรมาได้ที่ 080-0930007 หรือ 02-6195570-1 ครับ
ออ ร้านเปิด 11.00-24.00 น. ทุกวันนะครับ (ตอนเที่ยงๆ และเย็นในวันหยุดคนจะเยอะ)
ค่าอาหารและบริการ 450 บาท (ส่วนเด็ก 250 บาท) นั่งได้ 2 ชม. ครับ

อิ่ม อร่อย สไตล์ไดจัง

ถ้าจะเริ่มถึงการกินเนื้อย่าง สิ่งที่สำคัญมากอย่างนึงคือน้ำจิ้มครับ
น้ำจิ้มที่นี่ถือว่าใช้ได้เลย ไม่เค็มเกินไป แถมยังมีหวานๆ มาแจมๆ ด้วย
ซึ่งเราสามารถปรุงรสได้ตามใจเรา ด้วยพริก มะนาว กระเทียมแบบไม่อั้นครับ

นอกจากนั้น เรายังสามารถขอน้ำจิ้มน้ำพริกเผาได้ด้วยครับ

น้ำจิ้มและเครื่องปรุงต่างๆ

เมนูน้ำดื่มก็รวมกับราคาอาหารแล้วครับ
เลือกได้ทั้งชาบาร์เลย์ น้ำเปล่า และน้ำอัดลมต่างๆ ชาลิปตันครับ

ส่วนอาหารอื่นๆ ที่สั่งก็มาเสิร์ฟเร็วใช้ได้ครับ
อาหารสดใช้ได้เลย พร้อมราดด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้าน
แต่พอแอบชิมแล้วคล้ายๆ ของ Giants และโนบิตะเหมือนกันครับ

ทั้งเมนูอาการทะเล ทั้งกุ้ง ปลาหมึก และแซลมอน

ปลาหมึกสดดีครับ
แซลมอนชิ้นโต
น้องกุ้งสดๆ รอปิ้งครับ

ส่วนเมนูเนื้อวัวมีทั้ง เนื้อสัน (Rosu), เนื้อลายมัน (Hump), เนื้อติดมัน (Karubi)
เสียดาย มีเนื้อน้อยไปหน่อย คริๆๆ แต่ซอสหมักเค้าถือว่าอร่อยเลยทีเดียว

เนื้อสันครับ มันน้อย
เนื้อตัดมัน จานนี้ชอบมากครับ
เนื้อลายมัน น่ากินมากมาย

และมีเนื้อหมู (Buta), เนื้อไก่ (Tori), เบคอน (Bacon) ที่อร่อยไม่แพ้เนื้อเลย
ทำให้คนไม่กินเนื้อก็สามารถมากินได้ด้วย (แต่ระวังตอนปิ้งเสร็จแล้วจะแยกไม่ออก)

หมูสันคอครับ อร่อยๆๆ
เบคอนย่างเกรียม อร่อยมาก
เนื้อไก่ครับ ^^ เห็นเพื่อนๆ ชอบกันหลายคนเลย

แต่ที่ถูกใจผมวันนี้คือ แซลมอนซาซิมิครับ ไม่ได้กินแก้เลี่ยนเฉยๆ ผมว่าเค้าสดและอร่อยใช้ได้เลยนะ
ส่วนซาบะและปูอัดก็อยู่ในเกณฑ์ดีครับ

ชุดซาซิมิ ทั้งแซลมอน ปูอัด และซาบะ
ต้องขอต่อแซลมอนอีกซักชุด

ไม่ได้มีแค่นั้นนะ ที่ร้านยังมีพวกเมนูผักยำ ผักสด และเห็ดออรินจิด้วย
ส่วนตัวผมว่าตรงนี้เป็นจุดลดความเลี่ยนที่สำคัญเลย

ผักกาดหอมสดๆ กินกิบเนื้ออร่อยมาก
เห็ดออรินจิราดซ้อสต้นตำรับ

แรกๆ รู้สึกว่าตัวเองสั่งมาด้วยความคึกคะนองมากๆ จนแทบไม่มีที่วางจาน
แถมแต่ละจานนี่ไม่ได้น้อยเลยนะ จะกินหมดไหมเนี่ยยยยยย

แต่เปลวไฟที่อยู่ข้างหน้ามันร่ำร้องให้ผมวางเนื้อลงไปทีละชิ้นๆ…
จนกลายเป็นการปิ้งย่างด้วยความคึกคะนอง ยัดเนื้อกันล้นตะแกรง

เต็มโต๊ะเลยทีเดียว
คิดถึงเนื้อย่างจัง

พอปิ้งได้ที่ก็เอามาลงน้ำจิ้มที่เราเตรียมไว้อย่างดี
ง่ำ,,,, โอยยยยย สุดดดดดยอดดดดดด ,, จากนั้น ก็ชิ้นต่อชิ้นไปเรื่อยๆ

เนื้อลงน้ำจิ้ม กรี๊ดดดดด หิวววว

สั่งแล้ว สั่งอีก… รอบแล้ว รอบเล่า อิ่มมากมาย
ตบท้ายด้วยของหวาน มีทั้งวุ้นน้ำแข็งไส และถั่วแดงเย็นครับ เลือกได้ไม่อั้น
เดินออกจากร้านอิ่มแทบตาย

สรุปที่มาวันนี้

ส่วนตัวผมว่าเนื้อสัตว์ต่างๆ มีความสดดีครับ
แต่รสชาติอื่นๆ ผมว่ามันคล้ายๆ กับ Giants นะ (ก็มันเครือเดียวกันนี่นา ^^)
ถ้าถามความต่างแล้ว ผมว่ามันยังไม่ Striking พอในจุดเด่นเรื่องเนื้อ
แต่ถ้าถามว่า ไดจังเด่นกว่าอันอื่นๆ ที่ไหน ผมว่าคงที่ปลาดิบนี่แหละครับ

แซลมอนน่ากินมากๆ

ผมว่าปลาดิบวันที่ผมไปกินนี่สดใช้ได้เลยนะ (ในระดับร้านเนื้อย่าง)
เอามาแก้เลี่ยนตอนซัดเนื้อติดมันไปเยอะๆ ได้ดีทีเดียว คริๆๆ
ส่วนบริการของทางร้านก็ดีมากครับ ตามมาตรฐานของ Giant เช่นเดิม
บรรยากาศร้านก็โอเคครับ เหมาะกับงานสังสรรค์ดี

ซัดกันแบบไม่เลี้ยงเลยครับ

เอาเป็นว่า อยากกิน Giants แต่เดินทางไปสาขาสุขุมวิทลำบาก ลองมากินที่นี่ก็ดีครับ

[update 15/12/53]ของใหม่ไดจัง

สิ่งที่ผมว่าไดจังแอบเหนือกว่าร้านเนื้อบุฟเฟ่ต์ทั่วไป นอกจากจะมีซาซิมิแล้ว ทางร้านยังมีการพัฒนาและเติมเมนูแปลกๆ อยู่เสมอ

อย่างอันแรกเป็นเนื้อดำ (ฟังชื่อไม่ผิดพนักงานเค้าพูดว่าฮิบิบับอะไรประมาณนีัครับ) ชิมแล้วกลางๆ ครับ มีกลิ่นสาบนิดๆ ให้อารมณ์คล้ายๆ กินเนื้อแกะ

เนื้อดำครับ ของใหม่ในช่วงนี้

ส่วนอีกอันเป็นสิ่งที่ผมปรบมือให้ดังๆ กับหมูทอด tonkatsu ซึ่งต้องบอกว่าหมูทอด tonkatsu นั้นสุดยอดมากๆ ตั้งแต่ชิ้นหมูสันนอกชิ้นโตคุณภาพดีที่เลือกมา การทอดแป้งได้กรอบและฟูฟ่อง เกล็ดขนมปังกรอบกำลังพอดี หั่นมาขนาดพอดีคำ และที่สำคัญมันรวมมาในบุฟเฟต์ด้วย

หมูทอด tonkatsu เดี๋ยวนี้ก็มีแล้วนะ
หมูสันนอกชิ้นโตทอดมาอย่างสวย เห็นแล้วประทับใจมากๆๆๆ
ทอดแป้งได้ฟูพอดี กรอบได้ใจเต็มคำมากๆๆๆ
ถ่ายกับน้ำจิ้ม

พูดตรงๆ เลยว่าร้านอาหารญี่ปุ่นดังๆ ตามห้างหลายๆ ร้านยังทอดไม่ดีเท่าไดจังเลย สุดยอดจริงๆ ครับ
เชิญสั่งได้ตามอัธยาศัยครับ (ในชุดบุฟเฟต์)