Ponganes Espresso

ต้องออกตัวเบาๆ ก่อนว่าผมเป็นคนชอบกินกาแฟ ยิ่งช่วงหลังนี่เรียกว่าออกแนวติดเลยทีเดียวแหละ แต่เรื่องความรู้ด้านกาแฟอาจไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ ส่วนมากจะเน้นฟีลลิ่งเวลากาแฟสัมผัสที่ลิ้นเราเป็นหลักในการตัดสินว่าร้านไหนดีหรือไม่ดี ไม่ได้มีวิชาการหรือวิชามารอะไร

ร้านกาแฟในเชียงใหม่เยอะมากก็จริงๆ แต่หาที่ดีๆ ยากเหมือนกัน
ร้านกาแฟในเชียงใหม่เยอะมากก็จริงๆ แต่หาที่ดีๆ ยากเหมือนกัน

เดี๋ยวนี้ร้านกาแฟที่เชียงใหม่เยอะมากๆ เยอะจริงๆ เยอะแบบหากินง่ายกว่าร้านข้าวแกงอีกอะ แต่เท่าที่ชิมมานะ หาร้านที่ถูกปากผมค่อนข้างยากมากๆ ร้านบางร้านสวยนะ ราคาก็แพง แต่ว่ากาแฟก็งั้นๆ ,, แต่วันนี้ผมจะพามาที่นึงนะ เป็นร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ในซอยแคบๆ แต่เป็นร้านที่ดีมากๆ ร้านนึงที่ผมเคยกินมาเลยทีเดียว

พามาชิมกาแฟดีๆ ที่ Ponganes Espresso bar
พามาชิมกาแฟดีๆ ที่ Ponganes Espresso bar

ชื่อร้าน Ponganes Espresso ครับ

แวะร้าน Ponganes

ร้าน Ponganes เป็นร้านเล็กๆ ในร้านมี 2 bar กับ 1 โต๊ะ (ในร้านน่าจะรับลูกค้าได้ไม่เกิน 6 คน ,, แต่อยู่กัน 4 คนก็อึดอัดละ) กับโต๊ะ 3 ตัวที่สวนข้างๆ (ร้อนกว่าในร้าน) ในซอยแคบๆ ที่มีลูกค้ามาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะลูกค้าฝรั่ง/ชาวต่างชาตินี่มีไม่เคยจะขาด (ยิ่งอ่านรีวิวจาก Tripvisor แล้วได้คะแนนดีมากๆ เลยอะ ถ้าจำไม่ผิดนี่เป็นร้านกาแฟอันดับ 2 เลยนะ เลยไม่แปลกใจที่ฝรั่งจะเยอะมากๆ)

ร้านข้างในแคบมากๆ มีเครื่องคั่วเบียด หลังคาต่ำๆ แต่ผมว่ามันอบอุ่นมากเลยนะ
ร้านข้างในแคบมากๆ มีเครื่องคั่วเบียด หลังคาต่ำๆ แต่ผมว่ามันอบอุ่นมากเลยนะ
ตกแต่งร้านด้วยซองเมล็ดกาแฟจากทั่วทุกมุมโลก
ตกแต่งร้านด้วยซองเมล็ดกาแฟจากทั่วทุกมุมโลก
พี่ปองจะเป็นคนชงกาแฟให้เราทุกแก้ว ,, เอาใจใส่ในทุกๆ โมเมนต์ของมัน
พี่ปองจะเป็นคนชงกาแฟให้เราทุกแก้ว ,, เอาใจใส่ในทุกๆ โมเมนต์ของมัน

ที่ร้านจะมีพนักงาน 2 คนคือพี่ปองกะพี่เนสนะครับ หลักๆ คนชงกาแฟจะเป็นพี่ปอง ที่ไปรับวิชาบาริสตาที่ออสเตรเลียมา (ดังนั้นกาแฟที่ร้านจะออกแนวออซซี่พอควร) ,, ซึ่งนอกจากชงแล้วพี่แกก็ยังคั่วกาแฟด้วย ลองถามแกดูครับ แต่ละช่วงจะมีเฮ้าส์เบลนด์ไม่เหมือนกัน บางวันถามแกก็มีกาแฟแปลกๆ ที่เพิ่งคั่วเสร็จให้ชิมด้วย (จำได้ว่าครั้งนึงไปชิม ได้เฮ้าส์เบลนด์คั่วโฮะมา (คือคั่วเหลือๆ หลายๆ สายพันธุ์มารวมๆ กัน เหมือนกะ ชั่งเมล็ดก่อนคั่วมา 1 กก. แต่คั่วเสร็จเหลือ 840 กรัม แกก็บรรจุถุง 800 กรัม 40 ก็เอามาโฮะๆๆๆๆ กัน) บ่องตงว่าอร่อยมากๆ บอดี้แน่น กลิ่นหอมหวาน ซึ่งพี่แกบอกว่าต่อจากแก้วผมก็ได้อีกซัก 2 แก้วนี่แหละ) ซึ่งถ้าติดใจฝีมือกาแฟที่ร้านก็สามารถซื้อเมล็ดคั่วไปชงเองที่บ้านก็ได้ มีทั้งเมล็ดไทย เมล็ดนอก ราคาก็ว่ากันไป

เมล็ดกาแฟมีขาย ทั้งกาแฟไทย และกาแฟนอก
เมล็ดกาแฟมีขาย ทั้งกาแฟไทย และกาแฟนอก

ที่นี่การคั่วและการเลือกเมล็ดจะค่อนข้างต่างกับที่ Ristr8to2 เพราะบอดี้จะไม่แน่นมากเท่า สีกาแฟไม่เข้มเท่า วาดลายไม่จัดจ้านเท่า แต่จะออกสายเนียนและละมุนมากกว่า อโรมาเหนือกว่ามาก มีอมเปรี้ยวนิดๆ กำลังดี ,, เมนูโปรดของผมคงไม่พ้นพวกกาแฟร้อน โดยเฉพาะ Flat white ที่นี่ผมโปรดปรานมาก แบบว่ากลิ่นและรสชาติเนียนสุดๆ บอดี้กำลังดี มีอมเปรี้ยวนิดๆ แต่ไม่มาก แถมมีอโรมาแปลกๆ มานำเสนออยู่เนืองๆ หมดแก้วนึงก็อยากจัดอีกแก้วต่อทันที 55555

เครื่องชง Mirage 2 หัว กำลังเค้นเอสเพรสโซ่ชั้นยอดมาให้เรา
เครื่องชง Mirage 2 หัว กำลังเค้นเอสเพรสโซ่ชั้นยอดมาให้เรา
นมที่ผ่านการสตรีมอย่างดี ค่อยๆ เทเพื่อเป็นลวดลายบนกาแฟเรา
นมที่ผ่านการสตรีมอย่างดี ค่อยๆ เทเพื่อเป็นลวดลายบนกาแฟเรา
กับ Flat White แก้วโปรดมากๆๆๆ
กับ Flat White แก้วโปรดมากๆๆๆ
แก้วนี้ทำเป็นรูปหงส์ #แต่ผมไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลนะ
แก้วนี้ทำเป็นรูปหงส์ #แต่ผมไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลนะ
แก้วนี้เป็น Picolo Latte ครับ
แก้วนี้เป็น Picolo Latte ครับ

นอกจากนั้นที่นี่ยังมี Ice Coffee Aussie style ซึ่งไม่ได้เหมือนกาแฟเย็นบ้านเราซักทีเดียว แต่จะอารมณ์ Affogatto ใส่แก้วสู. แล้วเติมนมกับน้ำแข็งมากกว่า ไม่หวานมาก อร่อยดีแบบแปลกๆ ข้างบนหวานๆ ข้างล่างขมๆ

อันนี้ Affogatto ครับ
อันนี้ Affogatto ครับ
ส่วนนี่ Ice coffee Australian style :)
ส่วนนี่ Ice coffee Australian style 🙂

ส่วนขนม เท่าที่เคยชิม 2-3 อย่าง ถือว่ากลางๆ นะ ไม่ขอวิจารณ์ละกัน

วันที่หิวๆ กินกับครัวซองก์ก็โอเคนะ
วันที่หิวๆ กินกับครัวซองก์ก็โอเคนะ

ส่วนราคาผมว่ากลางๆ นะ ,, ถ้ากินสตาร์บัคส์ได้ ที่นี่ถูกกว่า คุณภาพดีกว่า

รอคอยการกลับมา

จริงๆ วันนี้เป็นวันที่ร้าน Ponganes สาขาเดิมจะเปิดวันนี้ (28/4/57) เป็นวันสุดท้าย เหตุที่ต้องย้ายไป เพราะโดนเจ้าของเกสเฮ้าท์ที่ตอนนี้เช่าที่อยู่ขับไล่ไปละ โดยร้านใหม่จะเข้าลึกไปในซอยกว่าเดิม ร้านไฉไลกว่าเดิม ขี้เกียจอธิบายครับ เดี๋ยวถ้าเปิดจะมาเขียน Blog ให้ละกัน

ยังไงก็จะรอวันที่ร้านเปิดอีกทีละกันนะครับ
ยังไงก็จะรอวันที่ร้านเปิดอีกทีละกันนะครับ

ยังไงก็จะรอวันที่ร้านใหม่จะเปิดอีกทีละกันนะครับ (ถามมาราวๆ 1-2 เดือนนะ)

ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคตรัง :: ตอนที่ 8 ลุยเขตแดนอาหาร

หลังจากที่ไปเที่ยวมายาวนาน ไล่มาตั้งแต่ระนอง, เกาะพยาม, หมู่เกาะสุรินทร์, หมู่เกาะสิมิลัน และแวะภูเก็ตแบบงงๆ ตอนนี้ก็จะไปยังจังหวัดตรังซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้ายของทัวร์อันแสนยาวนานครั้งนี้ (จริงๆ จะไปถึงอาดังราวีเลยแต่เวลามีไม่พอ ไว้มาคราวหน้าถ้าได้ไปแล้วจะทำลง blog ให้ละกันนะครับ)

จากภูเก็ตเมื่อตอนที่แล้ว เราก็นั่งรถบขส. อีก 6 ชั่วโมงข้ามกระบี่มายังตรังครับ ,, แอบดูวิวทิวทัศน์จากรถทัวร์แล้วรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้แวะกระบี่ ฮึ่มๆๆๆ เจ็บใจ

บรรยากาศเหงาๆ ของบขส. กระบี่ (ยามเช้า)


ดู ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาค 8 :: ตอนที่ ตรัง ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

และแล้ว ผมก็ถึงตรังแล้ว

(ภาคนี้ต้องขอบคุณหมอจุ๊บนะครับ ที่เป็นผู้ชี้ทางและบอกคีย์เวิร์ดที่กินที่เที่ยวที่พักที่ตรัง ถ้าไม่ได้พี่ผมคงต้องหาร้านอร่อยๆ ไม่เจอแน่ๆ เพราะที่นี่ของกินเยอะมาก)

เข้าพักที่บ้านอ่าวทอง

โบกรถเครื่องจากบขส. มายังห้องพักที่จองไว้ที่ชื่อบ้านอ่าวทอง ติดกับสถานีรถไฟตรังเลย ,, มองมาก็จะเห็นตึกสีม่วงเด่นเป็นสง่าแต่ไกล ทั้งภายนอกและภายในของที่นี่ตกแต่งด้วยเครื่องแกะสลักและปูนปั้นแบบไทยๆ ภายในตัวตึกและในห้องสะอาดเรียบร้อยดี (ถ้าสังเกตดีๆ ที่นี่จะเป็นห้องแถว 2 ห้องมาทุบเชื่อมต่อกันนะ)

ที่นี่ถือว่าเป็นที่พักที่ดีมากๆ ที่นึงของทริปครั้งนี้ แต่ราคาก็สูงหน่อยนึงนะ อารมณ์ห้องไม่มีหน้าต่างก็ 750 บาท (แต่ไปคนเดียวผมว่าแค่นี้ก็พอแล้วนะ) เอาเป็นว่าถ้าจะไปพักจริงๆ แนะนำให้โทรไปจองก่อน (เพราะวันที่ผมไปนี่ก็เหลือห้องเดียวน่ะ) ที่ 075-225611-2

บ้านอ่าวทอง ,, ทั้งภายนอกและภายในครับ
ห้องพักสะอาดมาก ,, แถมตู้เย็นยังมีลายเพ้นท์ด้วย

แม้หลายคนจะอิจฉาว่าไปเจอทะเลสวยๆ มาหลายที่ แต่พูดตรงๆ ว่านอกจากภูเก็ตแล้วผมเที่ยวมาแบบอดๆ อยากๆ ทั้งหมด ,, วันนี้ก็ได้ฤกษ์ปลดปล่อยของชมรมนักล่าอาหาร ว้ากกกกกกกก ไปหาอะไรกินกันเถอะ ,, วันนี้จะทำ blog รีวิวอาหารนะ!!!

ล่าอาหารเมืองตรัง

“ตรังมีอะไรกิน ตรังมีอะไรกิน…” คำนี้มันกึกก้องในหัวผมในขณะที่แหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วเดินโซเซออกมาจากโรงแรมแบบงงๆ อีกเช่นเดิม (สงสัยติดมาจากตอนไปเที่ยวที่ภูเก็ต) ว่าแล้วก็กางแผนที่ ลงคีย์เวิร์ด และเสิร์ชหาด้วยกูเกิ้ลแมปและโฟร์สแควร์ ,, ไปๆๆ ลุยกินให้ตายไปข้างนึง


ดู ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาค 8 :: ตอนที่ ตรัง ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

โกเภาหมูย่าง

เริ่มต้นที่หนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของตรังครับ ,, อืมมมม จริงๆ ผมเคยรีวิวหมูย่างตรังที่หมอจุ๊บเอามาฝากไปเมื่อต้นปีแล้ว ทีนี้ผมก็ได้โอกาสมาลุยกินหมูย่างที่ตรังแล้ว ,, ซึ่งมองไปมองมาแล้ว ที่ตรังนี่หมูย่างเยอะมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นหมูย่าง แล้วจะรู้ได้ไงว่าร้านไหนร้านเลิศ

ณ ตลาดสดเทศบาลตรัง ,, คนตื่นเช้าจังแฮะ
หมูย่างตัวเบ้อเริ่ม ,, น่ากินสุดๆ
มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านหมูย่าง ,, เยอะจริงๆ

เดินวนเวียนในตลาดสักครู่ก็เจอร้านที่เป็นเป้าหมายวันนี้ที่ชื่อว่าร้านโกเภาหมูย่าง สังเกตว่าเป็นร้านเล็กๆ แถมหมูย่างร้านแกมีนิดเดียว โกเภาแกไม่ได้มักน้อยนะครับ แต่ว่าที่เห็นเนี่ยขายจะหมดแล้ว แถมไอ้ส่วนที่เหลือก็เป็นส่วนที่ไม่อร่อย (ขณะนั้นเวลาเจ็ดโมงครึ่งแต่ขายจะหมดแล้ว) ถ้าไม่โทรมาจองไว้ก่อนนี่รับรองว่าไม่ได้กินแน่นอน เอาเป็นว่า ตรงจุดนี้ ทิ้งเบอร์ไว้เลย 08-62778327 ,, แนะนำส่วนที่อร่อยสะแด่วต้องเป็นซี่โครงนะครับ ราคามาตรฐานตลาดตรังที่กิโลละ 380 บาท

หมูย่างโกเภาตอนเจ็ดโมงครึ่ง ,, จะหมดแล้วบะเฮ่ย
หมูย่างโกเภาบรรจุกล่องมาแบบสวยงาม

หลังจากได้ชิมดู สิ่งที่สะแด่วของหมูย่างโกเภาคือรสชาติและกลิ่นที่แทรกซึมแบบจัดเต็มของเครื่องเทศไปในทุกจุดของเนื้อหมู, ชั้นของมันที่ไม่หนามาก, เนื้อติดกระดูกซี่โครงก็ย่างได้ที่ ,, แต่ที่เด็ดที่สุดคงเป็นความกรอบของหนังที่กรอบสะท้านฟันปลอม กรอบชนิดที่เรียกว่ากรอบเสมอต้นเสมอปลาย คือผมซื้อไปตั้งแต่เช้า ทิ้งไว้จนถึงห้าโมงเย็นก็ยังกรอบอยู่ไม่เสื่อมคลาย ,, ห้ามพลาดๆๆๆๆ

เปิดกล่องหมูย่างมา ทั้งหอม และแลดูกรอบมากๆ
หนังกรอบๆ ,, มันบาง ,, เนื้อฉ่ำเครื่องเทศ
หมูย่างทุกชิ้นอะแหล่มหลาย ,, สุดยอดจริงๆ ครับ

ถือว่าเป็นหนึ่งในของฝากชั้นยอดเลย

เรือนไทยติ่มซำ

อีกหนึ่งอาหารเช้าที่คนตรังนิยมไปกินก็คือติ่มซำครับ ,, และแน่ละครับ แหกขี้ตาตื่นมากินติ่มซำมันต้องอร่อยระดับไม่ธรรมดาแน่ๆ โดยร้านที่จะพาไปวันนี้มีชื่อว่าเรือนไทยติ่มซำครับ ,, เป็นร้านที่สอนให้ผมรู้ว่าติ่มซำที่อร่อยกว่าเอ็มเคในราคาเข่งละ 15 บาท มันเป็นอย่างไร

บรรยากาศร้านเรือนไทยติ่มซำ
ภายในร้านเรือนไทยติ่มซำแลดูกว้างขวางมากมาย

การกินติ่มซำที่นี่เราจะต้องเดินมาที่ซุ้มด้านหน้าเพื่อเลือกอาหารนึ่ง ซึ่งมีเป็นร้อยเข่งพันอย่างให้เลือกละลานตามากๆ เห็นอะไรก็น่ากินไปหมด (แถมเพิ่งมารู้ว่าปลาท่องโก๋ที่ทอดเรียงด้านหน้านี่อร่อยมากๆ) จากนั้นเลือกเสร็จพนักงานเค้าจะเอาไปนึ่งให้เราซึ่งจะใช้ระยะเวลาหน่อยนึง ช่วงที่รอเราก็เลือกพวกเมนูทอดๆ และสั่งเครื่องดื่ม (แถมยังมีเมนูพิเศษอีก ซึ่งทำเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) ,, ร้านเริ่มเปิดตั้งแต่เช้า ประมาณหกโมงครึ่ง

มหกรรมติ่มซำ ,, มีให้เลือกเยอะมากๆ
อันนี้เป็นของทอดครับ ,, มีพนักงานยกมาให้เลือกถึงที่โต๊ะ

รอไม่นานครับ พวกของนึงก็ตามมาสมทบ เอิ้กๆๆ

เครื่องดื่มร้อนๆ ช่างเข้ากับติ่มซำได้ดีมากๆ
ระเบิดตึกติ่มซำก็ได้ของกินมาอย่างเพียบ ,, เอิ้กๆๆ
ฮะเก๋าประทะขนมจีบ ,, อร่อยคู่ครับ
ติ่มซำมีให้เลือกเยอะจริงๆ ,, จะกินให้ครบนี่คงต้องมาเป็นเดือน
ซาละเปาใส้ครีมหอมและอร่อยมากๆ ,,

กินไปแปดเข่ง แต่ละเข่งอัดแน่นมากๆ อิ่มจนติ่มซำแทบทะลักออกทางรูจมูก ,, เออ…ทั้งหมดราคา 142 บาท

ร้านเลตรัง 2

อย่าเพิ่งเบื่อติ่มซำไปครับ เดี๋ยวจะพามากินติ่มซำอีกร้านที่อร่อยไม่ย่อหย่อนไปกว่ากันนักที่ชื่อว่า เลตรัง 2 ครับ ,, จริงๆ เจ้าของเลตรังเค้าทำรีสอร์ท+ร้านอาหารอยู่ที่ อ.สิเกาด้วย เลยคิดว่าที่นั้นน่าจะเป็นสาขาแรก ส่วนสาขาสองนี่อยู่กลางเมืองตรังเลย เปิดตั้งแต่เช้าเช่นกัน ,, ยังไงลองโทรไปถามรายละเอียดที่ 075-217700

ที่ร้านนี่จะดูดีกว่าร้านติ่มซำอื่นๆ คือเลือกนั่งได้ระหว่างสวนข้างนอก หรือว่าจะนั่งห้องแอร์ข้างใน

โซนห้องแอร์ของร้านเลตรัง 2 ครับ

จากนั้นก็คล้ายๆ เดิมครับ คือเดินออกไปเลือกติ่มซำที่เราอยากกินที่ซุ้มด้านนอก พอเลือกได้ก็จะมีพนักงานเค้าเอาไปนึ่งให้เราแบบสดๆ ซึ่งผมชอบแบบนี้มากกว่าแบบโบราณ คือเดินมานั่งแล้วที่ร้านยกมาให้ทั้งหมด ส่วนนึงการนึ่งหลายๆ ครั้งมันทำให้สภาพของอาหารเปลี่ยนไป ติ่มซำที่มีองค์ประกอบเป็นผักเช่นพวกบล๊อกโคลี่ หากนึ่งหลายครั้งจะทำให้ผักมันเหนื่อยและเซ็ง หรือแม้แต่พวกซาละเปาที่นึ่งทีเดียวกับนึ่งซ้ำไปมาก็ต่างกันโดยเฉพาะเนื้อแป้ง ทำให้อรรถรสของติ่มซำเสียไป

หมี่ผัดฮ่องกง ,, เอามากินคู่กับติ่มซำ
ขนมจีบกุ้ง โรยหน้าไข่กุ้ง ,, แหล่มมากๆ

ติ่มซำที่นี่จะราคาแพงนิดนึง แต่วัตถุดิบที่ใช้ก็จะดีกว่า ทั้งหอยจ้อคำเท่ากำปั้น ข้างในปูล้วนๆ ,, หรือจะเป็นติ่มซำปลาไหล อันนี้ก็อร่อยไม่แพ้ใครเหมือนกัน รวมทั้งที่นี่ก็มีของแปลกๆ ที่ผมไม่เคยเห็นด้วยแฮะ

หอยจ้อชิ้นโคตรใหญ่ ,, ด้านในปูล้วนๆ แน่นๆ
ติ่มซำที่นี่มีพวกปลาไหลด้วยแฮะ ,, ไฮโซจริงๆ
คนตรังเรียกสิ่งนี้ว่า ปลาท่องโก๋ ,, เป็นแป้ง หยุ่นๆ หวานๆ
ด้านล่างเป็นแป้งคล้ายขนมถ้วย ด้านบนเป็นเครื่องผัด เค็มๆ ดี

อีกอันที่ผมว่าเจ๋งคือซาละเปาประยุกต์ คือปกติซาละเปามันก็กลมๆ แต่ที่นี่เค้าทำออกมาในรูปแซนวิช อย่างที่ผมสั่งไปก็เป็นใส้ครีมไข่เค็ม (ชั้นสีเหลืองเป็นครีม ชั้นสีส้มเป็นไข่เค็ม) รูปร่างแปลกๆ แต่กินแล้วก็ยังเป็นซาละเปา

ซาละเปาใส้ครีมไข่เค็ม ,, คือตัวครีมผสมไข่เค็มลงไปด้วย
ซาละเปาแซนวิช ,, แป้งซาละเปา แยกชั้นครีมและไข่เค็ม ,, แหล่มมากๆ

กินติ่มซำไปเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ

จัดเต็มกับติ่มซำกับหมอจุ๊บ ,, เปรมละครับพี่น้อง

หาอะไรสบายๆ กินบ้างดีกว่า

โกแจ้ง สุดยอดร้านน้ำชาสามโลก

หลังจากได้รับแนะนำร้านนี้ผมก็เกิดอาการงงๆ เล็กน้อย ว่ามาตั้งไกล จะให้ไปนั่งร้านน้ำชาอะไรเป็นชั่วโมง เสียเวลาโคตรๆ ,, แต่หลังจากไปร้านนี้แล้วผมกลับรู้สึกว่า นี่เป็นร้านน้ำชาที่ดีที่สุดที่ผมเคยนั่ง เหนือกว่าร้านหรูๆ อย่างอะกาลิโกและเวียงจูมออนเสียด้วยซ้ำ

ร้านโกแจ้งเป็นร้านไม้เล็กๆ ความกว้างๆ 1 ห้อง ขายแค่เครื่องดื่ม ไม่มีขนมแกล้ม ,, ภายในร้านมืดๆ หน่อย เปิดเพลงคลาสสิกบ้าง บอสซาโนว่าบ้าง เท่าที่สังเกตที่ร้านมีโต๊ะนั่งอยู่ 5-6 โต๊ะในร้าน แต่ก็สามารถไปนั่งในสวนแคบๆ ได้อีกซัก 3-4 โต๊ะ ตกแต่งร้านแบบโกแจ้ง (คือแกชอบอะไรก็มาวาง หลักๆ เป็นพวกถ้วยน้ำชาสวยๆ นะ ถ้าพลิกดูแล้วจริงๆ แกขายด้วยนะ แต่ราคาแพงกว่าแก้วสตาร์บัคอีก) ,, ที่นี่ไม่มีป้ายชื่อร้าน ไม่มีจุดสังเกตอะไร เมนูไม่มี (เค้าเดินมาถามโต้งๆ เลยว่าเอาอะไร ,, ละกรูจะรู้มั้ยว่ามีอะไร ฮาๆๆ) ไม่มีปลั้ก ไม่มี wifi แถมถัดๆ บ้านโกแจ้งเป็นร้านซ่อมรถเครื่อง นั่งไปอาจได้ยินเสียงบิดมอไซปนกลิ่นน้ำมันเบาๆ ลอยมาได้ ,, ร้านโกแจ้งเปิดประมาณเที่ยง ปิดประมาณสามทุ่ม

งงมากๆ คือที่นี่ไม่มีจุดขายตามหลักการทางการตลาด แต่คนเยอะมาก ยิ่งช่วง Prime time นี่เรียกว่าต่อคิวกันนั่งนะครับพี่น้อง ขนาดวันที่ฝนตกยังมีคนฝ่าฝนไปกิน ,, ไม่น่าเชื่อ…

ภายในร้านโกแจ้ง ,, ก็ดูธรรมดาๆ นะ
บรรยากาศในมุมต่างๆ ภายในร้านโกแจ้ง
โซนชงเครื่องดื่มโกแจ้ง ,, ดูรกๆ แต่อุปกรณ์ครบมือ

เมนูแนะนำ (คนอื่นๆ บอกต่อมา) ก็มีกาแฟร้อน (สังเกตเครื่องชงกาแฟแกจะเป็นเครื่องชงแบบ Syphon ชนิดสั่งทำพิเศษ), โอดิบ (เป็นไมโลดิบสูตรเข้มข้นที่อร่อยมากๆ ), โกโก้เย็น และชาสูตรต่างๆ ทั้งอู่หลง กวนอิม ชาเขียว ชาดอกไม้ ชาดำ ฯลฯ (ถ้าไม่รู้ให้โกแจ้งแกชงชาให้เลยก็ได้) ,, เครื่องดื่มระดับโคตรอร่อยแก้วละประมาณ 12 บาท ส่วนชากาละ 30 บาท ,, ถ้าวันไหนโกแจ้งอารมณ์ดีแกก็จะชงชาให้ชิมเพิ่มแบบฟรีๆ

โกแจ้งชงกาแฟด้วยเครื่องชงแบบไซฟ่อน (หลักการกาลักน้ำ)
โอดิบ ,, โอวัลตินแบบดิบๆ ไม่ต้องราดน้ำร้อน
ชาดำและชาคาโมไมล์ ,, จากร้านโกแจ้ง
ชากวนอิมและชาดอกไม้ ,, หอมมากๆ

สิ่งที่ผมได้รับจากโกแจ้งคือ ความสุขของการได้จิบชานั้นหาได้อยู่ที่ร้านสวยๆ หรือชาแพงๆ เสมอไปไม่ ,, แต่คนปรุงชาที่รู้จักชาและรู้จักคนจิบชานั้นสำคัญกว่านัก ,, ผมทิ้งเรื่องราวต่างๆ ที่ชวนคิดมากไว้นอกร้าน และมานั่งจิบชาสบายๆ ฟังเพลงที่แกเปิดไป คุยกับโกแจ้บ้าง อ่านหนังสือบ้าง… มันรู้สึกว่ารสชาติและกลิ่นหอมฟุ้งของชามันโลดแล่นผ่านโสดประสาททั้งห้าคล้ายกับว่าเราเริงระบำอยู่ ทำให้ทุกสิ่งแลดูช้าลงคล้ายโลกมันกำลังหยุดหมุน ,, มีความสุขดีมากๆ

ร้านนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

โรงแรมโกเต็ง

เป็นโรงแรมเก่าแก่ของจังหวัดตรัง เปิดมาร่วมร้อยปีแล้ว ทุกอย่างที่ใช้เห็นที่นี่ถูกสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโกเต็งผู้ก่อตั้งโรงแรม ส่งต่อมายังรุ่นลูกและรุ่นหลาน ซึ่งส่วนของโรงแรมก็ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวมาพักอยู่ แต่จะไม่ได้สะดวกสบายเหมือนกับโรงแรมทั่วๆ ไป แต่วันนี้ที่มาที่นี่ไม่ได้จะมาเปลี่ยนที่พักนะครับ จะพามากินข้าวที่นี่ ซึ่งร้านอาหารที่นี่ก็ถือว่ามีชื่ออยู่มิใช่น้อยเลยทีเดียว

ที่นี่ ,, โรงแรมโกเต็งครับ

อาหารที่นี่มีให้เลือกทั้งแบบอาหารจานเดียวและเป็นแบบกับข้าวครับ ,, และที่สำคัญที่นี่ยังรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารตั้งแต่อดีตมาจนถึงทุกวันวันนี้ ทำให้เป็นที่ติดใจของทั้งชาวตรังและนักท่องเที่ยวที่หลงไหลในรสชาติอาหารของโรงแรมฯ มาก่อน ,, เมนูแนะนำของที่นี่คงจะเป็นแกงกะหรี่เอามากินคู่กับยำกุนเชียง ซึ่งทั้งคู่เป็นสูตรของทางโรงแรมไม่เหมือนใคร ,, ส่วนตัวผมประทับใจยำกุนเชียงมากๆ กินพร้อมกับแกงกะหรี่, มะม่วงและแตงกวาแล้วต้องบอกว่าสดชื่นมากๆ ครับ

แกงกะหรีไก่สูตรพิเศษจากทางร้าน
ยำกุนเชียงสูตรแปลกประหลาด ,, แต่สดชื่นมาก

อย่างอื่นๆ ก็อร่อยนะครับ

ขามปังหน้าหมูสูตรโกเต็ง
อันนี้คล้ายๆ พะโล้ แต่เค้าเคี่ยวน้ำมันออกจากหมูได้ดี
ซี่โครงหมูผัดซ๊อส ,, อร่อยครับ

อิ่มกันรึยังเอ่ย

โรตีเมืองตรัง

อีกหนึ่งร้านโรตีอร่อยที่อยู่แถวๆ สถานีรถไฟระดับเดินมาได้ ร้านนี้เริ่มเปิดมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว แรกๆ ที่ร้านมีแค่ป้าที่ทำโรตีและชงชาอย่างเดียว ต่อมาด้วยความแซบของโรตีและชาชักทำให้แกก็ต้องชักชวนลูกๆ มาช่วยกันทอดโรตี รวมทั้งต้องเปิดซุ้มชงชาและเครื่องดื่มขึ้นมาเพิ่ม ,, ใครสนใจก็ลองไปชิมได้นะครับ เริ่มขายตั้งแต่ประมาณสี่โมงเย็นจนถึงสี่ทุ่ม ยิ่งดึกแล้วยิ่งคนเยอะ เอ่อ.. ที่นั่งแกจะ outdoor นิดนึง วันไหนฝนตกอาจไม่ได้ขายนะครับ

ร้านโรตีเมืองตรังครับครับ ,, กำลังทำโรตีอย่างนัว
ที่นั่งแบบ outdoor พอฝนตกก็ตัวใครตัวมัน เอิ้กๆๆ
ตกดึกแล้วคนเยอะมาก (ขณะที่ถ่ายมีคนทอดโรตีสามคน)

เมนูที่แนะนำนี่ผมไม่รู้ฮะ ผมสั่งโรตีกรอบ โรตีนิ่มและชาชักมา ,, แต่ผมชอบโรตีกรอบที่สุด อร่อยดีนะ เค้าทอดได้กรอบถึงแก่นดีมาก เอามาจิ้มกับนมและน้ำตาลนี่อร่อยโคตรๆ ส่วนโรตีนิ่มพอจิ้มนมแล้วชีแลดูอร่อยขึ้นหน่อยนึง

ชาชักรสชาติอร่อยดีนะ ,, ชื่นใจสุดๆ
โรตีแบบนิ่มฮะ ,, อันนี้ผมว่าเฉยๆ นะ
อันนี้โรตีแบบกรอบ อร่อยโคตรๆ เลยฮะ
เอาโรตีจิ้มนมแกล้มน้ำตาลกินอย่างสนุกสนาน

ปิดท้ายอีกซักร้านละกันนะครับ

ไข่ทองกาแฟ

ร้านนี้ได้รับการแนะนำจากเพื่อนคนนึง ในคืนที่ฝนเพิ่งหยุดตกตอนเกือบๆ สี่ทุ่มและเราก็หิวมากๆ มองไปทางซ้ายร้านรวนก็ปิดหมด มองไปทางขวาก็ไม่มีอะไรเปิด ,, ขับรถเครื่องหลงไปมาก็เจอร้านไข่ทองกาแฟเปิดไฟเด่นเป็นสง่า คล้ายจะล่อแมงเม่าอย่างเราเข้าไปติดกับ เชอะ!! มีเหรอที่เราจะไปติด (ขับรถจอดหน้าร้านแล้วเดินเข้าไปด้วยใจมั่นคงที่จะชนะความหิว)

ข้าน้อยไม่รู้ว่าร้านที่เดินเข้าไปมันชื่อว่าร้านไข่ทองกาแฟหรอก เพราะแกเล่นติดป้ายชื่อร้านไว้ซอกมุมในสุดของร้านเลย (จริงๆ ไม่หลงหรอก แต่ขี่รถเครื่องวนนานเพราะไม่เห็นป้ายชื่อร้านไข่ทองกาแฟ จนทนไม่ไหวแวะเข้าร้านนี้ แล้วก็ดันถูกร้านพอดี) ,, มาถึงแล้วก็สั่งพวกติ่มซำมาครับ

เหตุเกิด ณ ร้าน ไข่ทองกาแฟ ,, แหม.. เจ็บใจป้ายชื่อ

เท่าที่ลองชิมดูก็โอเคนะ แต่พอดีผมอยู่ในดินแดนแห่งติ่มซำ จึงค้นพบว่าร้านนี้สู้ร้านอื่นๆ ไม่ได้ ทั้งเรือนไทย, เลตรัง2, หรือแม้แต่บุญรัตน์ที่ภูเก็ตก็ตาม ,, ส่วนกาแฟนี่คำแรกที่ผมกินนี่อยากบอกว่าโคตรจืดยังกะน้ำล้างแก้ว กำลังจะลุกไปด่าเจ้าของร้านว่าทำไมกาแฟมึงกากจังวะพอดีสำเหนียกตัวเองได้ลองคนดู เออ พอใช้ได้ (ก่อนไปวีนเจ้าของร้านกรุณาคนกาแฟก่อนนะครับ เดี๋ยวโดนสาดกลับด้วยน้ำก๋วยเตี๋ยว)

จริงๆ ร้านนี้มีพวกข้าวต้ม บะหมี่ และของกินอื่นๆ ขายอีกเพียบ ,, แต่แค่ติ่มซำมาผมก็กินจะไม่ไหวละครับ แต่กินไปตั้งเยอะก็ยังไม่ถึง 150 บาทเลย อิ่มเกินราคาจริงๆ

ติ่มซำและอาหารต่างๆ ที่สั่งมาชิมดู (ย้ำว่าชิม)
จัดหนักมากครับ ,, แต่ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่นะ

กินอิ่ม นอนอุ่น ,, เตรียมหุ่นไปลุยทะเลตรัง

Cafe Ubuntu

หลังจากที่มักจะไปนั่งร้านเนื้อย่างและอาหารญี่ปุ่น
จนบางครั้ง รู้สึกว่ากลิ่นเนื้อย่างติดตัวเราอยู่ตลอดเวลา ฮาๆๆๆๆ
วันนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งร้านกาแฟบ้างอะไรบ้าง
เบื่อกาแฟกระป๋องที่ต้องกินก่อนไปเข้าเวรแล้วเหมือนกัน

จริงๆ ผมก็ชอบมานั่งร้านกาแฟนะ

จริงๆ ร้านกาแฟที่ผมชอบมากๆ มันก็มีรายละเอียดเหมือนกันนะ

  • คนไม่เยอะมาก ไม่เอาแบบต้องมาเล่นเก้าอี้ดนตรียืนต่อคิวแย่งโต๊ะกัน
  • มี free wifi ไม่ต้องเร็วเว่อร์ก็ได้ ขอให้เล่นพอได้บ้างเป็นพอ
  • เสียงไม่ดังมาก อยากมีสมาธิทำงานหรืออ่านหนังสือ จะเปิดเพลงฟังสบายๆ ก็โอเคอยู่
  • มีปลั๊กไฟบริการ อันนี้สำคัญ เพราะเวลาใช้ notebook หรือจะชาร์จแบตมือถือระหว่างนั่งก็ดี
  • บรรยากาศโอเค ร้านเป็นกันเอง กาแฟพอกินได้ ไม่แพงเวอร์

ด้วยเหตุผลหลายๆ ข้อ ช่วงนี้ผมถูกใจร้าน Cafe Ubuntu มากๆ

วันนี้มานั่ง Cafe Ubuntu ครับ

ร้านอยู่ในซอยศาลาแดง เดินเข้ามาจาก MRT หรือ BTS ก็ได้ เข้ามาอีกประมาณ 100 เมตร ,,
เดินผ่านศาลาแดงซอยสอง และผ่านตึกสีลมแกรมด์เทอร์เรซ
แล้วก็จะถึงร้าน Cafe Ubuntu ที่เป็นเป้าหมายของผมในวันนี้


View Cafe Ubuntu in a larger map

พอมาถึงแล้ว เราก็จะเจอร้านแบบนี้ครับ แนวมาก ไม่มีหลงหรือหาไม่เจอแน่ๆ
ส่วนเบอร์โทรที่ร้านก็มีนะครับที่ 0818882308 ครับ และ Facebook ของที่ร้านครับ

หน้าร้าน Cafe Ubuntu ที่ในซอยศาลาแดง
ร้านเปิด ทุกวันครับ ถึงประมาณสามทุ่มกว่าๆ

เปิดประตูเข้าไปในร้าน

เข้าร้านมาก็เป็นร้านไม่ใหญ่มาก ประมาณห้องนึง แต่บรรยากาศสบายๆ น่านั่งๆ
ร้านตกแต่งแบบแนวๆ แถมมีกลิ่นหอมๆ ของกาแฟ ผมว่าโอเคเลยนะ

บรรยากาศชั้น 1 ตรง counter หน้า barista
บรรยากาศดีๆ ของชั้น 1 ฝั่งโซฟา ,, มีบริการปลั้กไฟและ wifi ให้ด้วย

ที่ร้านมีสองชั้นนะครับ หรือจะเลือกนั่งหน้าร้านก็ได้ครับ เลือกนั่งได้ตามความสมัครใจ
ส่วนตัวผมแอบชอบบันไดทางขึ้นนะ ดูเก๋ดี แต่พอขึ้นจริงก็เสียวเหมือนกัน

บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวขึ้น ที่ชั้น 2
บันไดวนๆ สำหรับขึ้นชั้น 2

นั่งถามเจ้าของร้านว่า Cafe Ubuntu มันเกี่ยวอะไรกับ OS ที่เป็น Ubuntu หรือเปล่า
เค้าบอก ไม่เกี่ยวกันครับ…
แถมยังให้ประวัติเพิ่มเติมว่า จริงๆ ร้านนี้เปิดมาหลายปีแล้ว แต่ก่อนอยู่ฝั่งตรงข้าม ขายหลายอย่าง ตั้งแต่กาแฟ ขนม ยันไปถึงเฟอร์นิเจอร์ (จริงๆ ก็คล้ายๆ ร้านอะกาลิโกนะ) ร้านใหม่ย้ายฝั่งมาได้ 1-2 ปีแล้ว ขายแต่กาแฟกะขนมเป็นหลัก ชื่อ Ubuntu ก็ใช้มานานมากแล้ว ไม่ได้มีอิทธิพลจากโอเพ่นซอร์ซใดๆ มาเกี่ยว …
ส่วนที่ใช้ Ubuntu เพราะชอบความหมายของมัน ที่แปลว่า ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน…

แบบว่า Ubuntu มากครัฟฟฟฟฟ
ชอบลายบนแก้วกาแฟที่นี่นะ ดูน่ารักและเป็นเอกลักษณ์ดี

นั่งนาน สั่งอะไรมาบ้างอะไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำพี่น้อยหน่า Barista ที่แสนใจดีก่อนครับ ผู้เป็นเจ้าของ Blog หมีป่วยเข้าครัว และหนังสือเบ๊ตเตอร์เบนโตะด้วย (ถ้าสนใจหนังสือบอกพี่เค้าก่อนได้ แล้วไปรับที่ร้านพร้อมลายเซ็นต์ แถมแอบชิมฝีมือพี่เค้าได้ด้วย ฮาๆๆ)

เบื้องหลัง Barista พี่น้อยหน่า -- น่ารักมากๆๆ

หิวมากสั่งแซนวิช พี่น้อยหน่าเลยจัดแซนวิชแต่งหน้าหมีมาให้
น่ารักมากๆๆๆ กินไม่ลงเลยอ่า ,, เอาเป็นว่าถ่ายรูปเก็บไว้ซักหน่อย

แซนด์วิชประยุกต์ของพี่น้อยหน่า น่ารักมากๆๆ

แต่พอกินแซนวิช ,, ก็เริ่มติดคอ ,, หรือนี่จะเป็นแผนของพี่น้อยหน่าวะ -_-!!!
งั้นก็ขอสั่งพวกเครื่องดื่มเย็นก่อน จะได้ลื่นๆ คอ อันนี้เป็นชา Saffron พิเศษ หอมดีครับ

ชา Saffron เย็นชื่นใจดีครับ

ส่วนนี่เป็นน้ำแอปเปิลปั่นผสมอะไรซักอย่าง
จริงๆ เป็นของของลูกค้าข้างนอก ,,เห็นสีสวยน่ากิน เลยขอพี่น้อยหน่าถ่ายก่อนยกไปเสิร์ฟ
น่าจะแอบชิมซักนิด ,, เสียดายจัง

น้ำแอปเปิ้ลปั่นผสมอะไรซักอย่าง น่ากินดี

นั่งนานก็ขอสั่งคาปูชิโนร้อนๆ สักแก้ว,, อันนี้ของผมเอง,, พี่น้อยหน่าก็ยังไม่ลืมทำหมีให้
ส่วนตัวรสชาติกาแฟผมว่าโอเคเลยนะ หอมอร่อยและปรุงหวานได้ดี
ดื่มเข้าไปนอกจากจะให้กลิ่นหอมและรสที่สดชื่นของกาแฟ ในแก้วยังเต็มไปด้วยความพิถีพิถันและความตั้งใจของ Barista ที่ใส่ลงไปในแก้วอย่างเต็มเปี่ยมด้วย ,, เคลิ้มไปเลยทีเดียว

Cappucino แบบหมีๆ ,, มีที่นี่ที่เดียวละกระมัง

นอกจากเครื่องดื่มก็มีอย่างอื่นอีกนะเธอ

จริงๆ ที่ร้าน (เพิ่งสังเกตเมนู) มีพวกอาหารคาวขายด้วยนะครับ
ตั้งแต่ข้าวกระเพา หมูกระเทียม ลามไปถึงอาหารหนักแบบสเต๊กด้วย น่ากินมากๆ

สเต๊กปลากับใส้กรอก ,, ของโต๊ะข้างนอกเช่นกัน -_-!!

และที่ไม่ควรพลาดเลยคือขนมครับ มีให้เลือกเต็มตู้ด้านหน้าเลย
มีเยอะมากตังแต่เค้กส้ม บราวน์นี่ ฯลฯ แต่ที่มีชื่อเสียง (เห็นคนอื่นบอก) ว่าคัพเค๊กอร่อย
แต่วันนั้นหมด!!! (พี่น้อยหน่าบอกมาตามนี้ ;P)

เค้กส้มครับ
ดูเหมือนจะเป็นคัพเค้ก ,, น่ากินดีนะ

สุดท้าย เห็น Red Velvet สีสันจี๊ดจ๊าดมันบาดไปถึงลำใส้เล็กส่วนต้น
แถม Barista มาช่วยเชียร์อีก ,, เอ้า!! เลยจัดมาซักชิ้น
สีแดงของเนื้อเค๊ก Red Velvet มาจาก Raspberry น่ะครับ ทำให้ในเนื้อมีเม็ดๆ ของ Raspberry ปนมาด้วย แถมผมว่ามันเปรี้ยวๆ นิด ไม่ค่อยถูกปากผมเท่าไหร่น่ะ แต่ถ้าคนชอบเปรี้ยวๆ คงอร่อยมากๆ

Red Velvet สีแดงบาดใจมากๆๆๆ

แล้วจะมารอคัพเค๊กคราวหน้า ฮาๆๆๆๆๆ

ที่มากินวันนี้

ส่วนตัวผมชอบร้านนี้ในเกือบทุกจุดนะ ตั้งแต่บรรยากาศสบายๆ บริการโอเค รสชาติกาแฟไม่แพ้ร้านดังๆ เลย
มันเหมาะมากๆ กับการนั่งสบายๆ หรือทำงานที่ร้านกาแฟได้อะ
เพราะที่ร้านเค้า support เราตรงนี้ทั้งหมดโดยที่เราไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลย
ส่วนราคาเครื่องดื่มและอาหารผมว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้นะ โดยเฉพาะในทำเลยที่ศาลาแดง

ร้าน Cafe Ubuntu ที่ซอยศาลาแดงครับ เชิญได้ๆ

เสียดายที่ร้านแอบอยู่ไกลจากที่พักผมเหมือนกัน ไม่งั้นคงมาบ่อยกว่านี้
แล้วคราวหน้าจะพกหนังสือมาอ่าน ,, แต่ก็คงมาเล่น wifi ที่นี่มากกว่าแหละ