บาดแผลฟกช้ำและการดูแล

เนื่องจากวันนี้มีพี่สาวคนนึงมาถามผม เพราะแกประสบอุบัติเหตุตกบันไดจากการเล่น BlackBerry Massaging (BBM) แล้วทีนี้เธอก็เกิดรอยฟกช้ำบริเวณข้อเท้า ซึ่งจริงๆ แนวทางการจัดการเรื่องพวกนี้ควรเริ่มที่สาเหตุครับ คือ การงดเล่นโปรแกรม Chat ระหว่างที่เดิน แต่ถ้าจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็มีเยอะแยะเลย เช่น application ที่เลือกใช้ควรมีการป้ององกันอุบัติเหตุเหล่านี้ เช่น ใช้กล้องถ่ายรูปให้เรามองทะลุเห็นข้างหลังได้ แล้วเราเดิน chat ไปด้วยได้ เวลาเดินไป tweet ไป เราจะได้เห็นทาง แต่การทำ app แบบนั้น ผมทำไม่เป็น วันนี้ผมก็มาบอกการดูแลเรื่องปลายเหตุอีกวิธี นั่นคือ การดูแลแผลฟกช้ำ

การฟกช้ำมันคืออะไร

จริงๆ การฟกช้ำหรือ Bruise ที่มากกว่าภายนอก แต่นิยามของคำว่าฟกช้ำคือมีการรั่วของเลือดออกมาบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังโดยรอบๆ ส่วนมากจะเกิดจากแรงกระแทก หรือพวก blunt forces ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนังแตกและมีเลือดรั่วไหลออกมา

โดยเลือดที่ออกมาในชั้นผิวหนังช่วงแรกๆ เราจะเป็นสีแดงๆ แต่จากนั้น มันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีไปเป็นสีม่วง/เทา สีเขียว และกลายเป็นสีน้ำตาลในที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนสีของมัน เกิดจากเลือดที่ไหลรั่วออกมาถูกแปรสภาพและทำลายไป ซึ่งแต่ละช่วงก็ให้สีที่ต่างกัน โดยขบวนการเปลี่ยนสีจะใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ตั้งแต่เลือดไหลรั่วออกมาจากหลอดเลือดที่ได้รับความเสียหาย

ถ้าการฟกช้ำมีแค่ เลือดออกใต้ผิวหนังก็ไม่มีอะไรมาก แต่ที่มีอะไรคือการบาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียงหรือ Assocoiated injury เช่น หกล้มหัวกระแทก มีกระดูกหัก หรือมีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

การดูแลบาดแผลฟกช้ำ

เมื่อเข้าใจพื้นฐาน การเกิดโรคแล้ว เราก็ลองมาจัดการมันดูครับ เพราะการดูแลในช่วงแรกนั้นสำคัญมากครับ

อย่างแรกคงเป็นการ ห้ามเลือดที่ออกมา รวมทั้งลดการบอบช้ำและการอักเสบของกล้ามเนื้อและโครงสร้างต่างๆ โดยสิ่งที่ทำอันดับแรก ก็คือ การประคบเย็นครับ ตั้งแต่รู้ตัวว่าบาดเจ็บก็ประคบเลยครับ ไม่ต้องรอให้บวมหรือเห็นรอยช้ำ อาจใช้ก้อนน้ำแข็งหรือ Hot-Cold pack ก็ได้ ช่วงเวลาในแต่ละตำรามีต่างกัน บ้าง แต่ส่วนมากอยู่ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก โดยมีเทคนิคการประคบนิดนึงคือเราอาจเอาผ้าห่อเจลฟ้าหรือถุงน้ำแข็งก่อนชั้นนึง ถ้ามันเย็นมากไป โดยการประคบเย็นจะช่วยลดทำให้หลอดเลือดมันหดตัว เลือดไหลซึมออกมาลดลง และยังลด enzymes และสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอักเสบลงอีกด้วย

ส่วนเรื่องการทายาวันแรก อาจไม่จำเป็นมากเท่าไหร่ครับ ถ้าอยากทายามากๆ ก็เป็นพวก Voltaren emulgel, reparil gel, หรือ Counterpain cool ครับ สังเกตว่ายาพวกนี้ทาแล้วจะไม่ร้อนครับ จะออกแนวเย็นๆ หรือเฉยๆ มากกว่า โดยการทายาก็ทาบางๆ ครับ ไม่ต้องทาหนาเตอะ เพราะส่วนที่ยาจะทำงานจะเป็นเพียงชั้นที่มันสัมผัสผิวกับเราเพียงชั้นเดียว นอกจากนั้นการพันผ้าหรือ bandage จะช่วยเรื่องการดูดซึมตัวยาลงสู่ชั้นผิวหนังได้เพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากการประคบเย็นแล้ว ในช่วงวันแรกที่แนะนำให้ทำคือ การพักครับ อย่าไปขยับบริเวณนั้นมาก เช่น หลีกเลี่ยงการเดินช๊อปปิ้งไรงี้ และยังแนะนำการยกขาสูงด้วย ไม่ต้องสูงถึงยิมนาสติกนะครับ เอาแค่อวัยวะส่วนปลายสูงกว่าแผลฟกช้ำก็พอ เช่น ตอนนอนก็หาหมอนมาหนุนซักใบ

ส่วนสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงวันแรกคือ การบีบนวดและการทายาที่มีส่วนผสมของ Methylsalicylate เช่น Counterpain, Neotica balm หรือแม้แต่ยาหม่อง

ต่อไปหลัง 24-48 ชม. ช่วงนี้ให้เปลี่ยนจากประคบเย็นเป็นประคบอุ่นแทน ถ้าถามอุ่นแค่ไหน เอาแบบให้เรารู้สึกสบายๆ ครับ โดยประมาณ 40 องศา และช่วงนี้ก็สามารถทายาที่ห้ามทาช่วงแรกๆ ได้ครับ เพราะพวกยานี้ให้ฤทธิ์คล้ายๆ กับการประคบอุ่น คือ มันทำให้หลอดเลือดขยายตัว โดยเค้าเชื่อว่าการที่หลอดเลือดขยายตัวจะช่วยเอาพวกเลือดที่ค้างอยู่ออก และก็ให้มีเลือดใหม่ๆ พาสารอาหารและ oxygen มาเลี้ยงและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

ส่วนการพันผ้าไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำเสมอไป จะพันก็ดีไม่พันก็ได้ ถ้าพันไม่เป็นหรือไม่มีใครพันให้ก็โอเคครับ ส่วนการนวดควรหลีกเลี่ยงครับ

Agalico อะกาลิโก ร้านน้ำชาแห่งกาลเวลา

ประเดิม blog ใหม่ ด้วยร้านอาหารอีกแล้ว แต่วันนี้ไม่ได้พาไปร้านแนวกินบู๊ล้างผลาญที่ไหน
แต่เป็นร้านแบบนั่งสบายๆ อาจเป็นอารมณ์ไปพักผ่อน หรือนัดเดทไรงี้
แบบว่า วาเลนไทน์นี้ไม่รู้จะไปไหน ก็ไปที่นี่ได้ครับ

ร้านนี้เป็นร้านน้ำชา ตั้งอยู่กลางเมืองครับ
ชื่อ อกาลิโก หรือ Agalico ซึ่งแปลว่า ไม่ขึ้นกับเวลา แค่ชื่อร้านก็น่าสนใจแล้ว

Acalico อะกาลิโก ร้านน้ำชาแห่งกาลเวลา

ข้อมูลที่ร้าน

ส่วนตัวผมว่าการเดินทางไปร้านค่อนข้างสะดวกนะ เพราะร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 51
ถ้าจะมาก็สามารถมาทาง BTS โดยลงที่สถานีทองหล่อ แล้วเดินย้อนมานิดนึงได้ ซัก 100 เมตร
ร้านจะตั้งอยู่ด้านหน้าของตึกบุญจิราธรครับ

ร้านน้ำชาของเราอยู่ในตึกนี้ครับ

หรือไปตามแผนที่ที่ผมแนบมานี้ด้วยก็ได้ครับ


View My Life in a larger map

ที่เก๋ของร้านนี้คือ ร้านจะเปิดแค่วัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 1000 – 1800 น ครับ
ยังไงลองโทรไปก่อนได้นะครับ ที่ 0-2662-5857
บางวัน (โดยเฉพาะบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์) คนอาจเยอะนิดนึงนะครับ

บรรยากาศร้าน

บรรยากาศโทนของร้านจะเป็นสีขาวสะอาด ตกแต่งแนวโคโลเนียลนวลตา
มีการตกแต่งด้วยเครื่องทอ เครื่องถ้วยชามดินเผา และเครื่องหวายต่างๆ อย่างลงตัว
ทุกอย่างดูสะอาดจนไม่น่าเชื่อว่าร้านนี้เปิดมานานกว่า 10 ปีแล้ว

บรรยากาศการตกแต่งที่ร้าน

ตั้งแต่แรกเข้าเหมือนบรรยากาศเข้ามาจิบน้ำชาบ้านเพื่อนที่แบบเจ้าๆ หน่อย
ออกแนวหรูหรา แต่เป็นกันเอง
ซึ่งพวกชุดที่นั่ง โซฟา และเครื่องหวายต่างๆ ที่ร้านก็จำหน่ายด้วย

บรรยากาศสบายๆ ครับ
การตกแต่งสไตล์โคโลเนียลสีนวลตา
ชุดโซฟานั่งสบายที่ร้านครับ

ส่วนตัวผมชอบบรรยากาศที่นี่นะ ดูอบอุ่นดี
บางบ่ายๆ ก็มีสมาคมแม่บ้านมาตั้งวงด้วย ทั้งไทยและเทศ

ชุดถ้วยชามและองค์ประกอบต่างๆ ลงตัวอย่างมีเสน่ห์
บรรยากาศที่นี่สบายและอบอุ่นดีนะ

นอกจากนั้นพวกถ้วยจานชามก็เป็นเครื่องเคลือบอย่างดีครับ

เครื่องเคลือบภายในร้าน

เราสามารถเลือกนั่งในร้านได้ไม่ว่าจะเป็นชั้นล่าง ชั้นสอง
และออกไปนั่งในส่วนที่เป็นสวนข้างนอกได้ด้วย

มีอะไรกินบ้าง

หลักๆ ร้านน้ำชาก็ต้องมีขายน้ำชาสิครับ
แต่ชาที่มีมันเยอะมากๆ และล้วนแต่เป็นชานำเข้าคุณภาพดี หลากรสหลายกลิ่น อาทิ
Le Cordon Bleu, Harrods, Fortnum & Mason, Whittard of Chelsea, Mariage Frères, Twinings

ชาที่ร้านมีหลากหลายรูปแบบ หลายกลิ่นมากๆ

ชาร้อน 1 กาสนนราคากาละ 85 บาท
รวมทั้ง 1 กานั้น ไม่สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่มได้ ถ้าเติมจะคิดราคาเท่ากับอีกกานึง
เฮือกกกก ราคาแพงใช่เล่นนะนี่

ชาแอปเปิ้ลครับ อร่อยดีเหมือนกัน
จิบน้ำชายามบ่าย

แอบมีน้ำตาลให้เติมเผื่อชอบหวานๆ

น้ำตาลรูปร่างแปลกๆ

เครื่องดื่มอื่นๆ ก็มีชาเย็น กาแฟเย็น กาแฟร้อน และอื่นๆ อีก

นอกจากนั้นก็มีขนมเบเกอรี่คุณภาพดีบริการด้วย เหมาะเอามาทานคู่กับน้ำชายิ่ง
ทั้ง Sandwich, Scone, Quiche, และขนมเค้กต่างๆ สนนราคาประมาณ 90-120 บาท
ราคาดูเหมือนจะแพงนะครับ แต่ผมว่าขนมคุณภาพดีมากๆ รสชาติอร่อยดีด้วย

มีขนมเอาไว้จิบคู่กับน้ำชามากมาย
เค้กช๊อกโกแลตครับ
Quiche แฮม ครับ
เค้กกาแฟ

สรุปคือ จิบน้ำชาไป กินขนมไป ก็เพลินดีนะครับ (แต่ระวังเงินหมดไม่รู้ตัว ;))

ส่วนตัวผมชอบบรรยากาศที่ร้านนะครับ
แม้ภายนอกอาจมองดูว่าหรูหราและน่าหลงไหล แต่จริงๆ ก็เป็นกันเองและสบายๆ เสียมากกว่า

ผมชอบบรรยากาศนะ ทั้งนอกและในร้าน

เหมาะกับที่สาวๆ จะมานั่งคุยกันเป็นกลุ่ม หรือหนุ่มๆ พาสาวๆ มาเดทหรือมานั่งอ่านหนังสือก็ได้
ผมว่าบรรยากาศแนวๆ นี้สาวๆ น่าจะชอบนะ

เอาเผื่อไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่หาที่ไปไหนในช่วงบรรยากาศดีๆ ไม่ได้แล้วกัน
ผมว่า การได้พาคนรักมาสร้างช่วงเวลาดีๆ ในบรรยากาศดีๆ มันช่างคุ้มค่าไม่แพ้ดอกกุหลาบช่อโตเลยทีเดียว

เมื่อ Tongkatsu ย้ายบ้าน

หลังจากที่ผมได้เขียน blog ที่ exteen มาตั้งแต่ 18 สิงหาคม 2552
นับไปนับมาก็ได้เวลาประมาณสี่เดือน กับเกือบ 70  entries
มันทำให้ผมสนุกกับการเขียน blog และแบ่งปันสิ่งต่างๆ

เริ่มจากวันที่ไม่รู้จะเขียนอะไร
จนกลายเป็นวันที่เขียนไม่ไหว

แต่เมื่อวันนึงที่ผมต้องโตขึ้น
บ้านหลังเก่าที่บรรจุความสนุกสนานและกลิ่นไอแห่งความอบอุ่น
ก็จะเปลี่ยนไปเป็นบ้านหลังใหม่ที่แปลกใหม่และเต็มไปด้วยความสดใส
ต้องขอบคุณ TigerIdea และ iPattt ที่แบ่งที่ให้ผมได้แทรกตัวอยู่ครับ
ส่วนบ้านหลังเก่าใช่ว่าผมจะทิ้งมันไปเลย
ผมยังจะ update ครับ แต่จะเป็น link จากที่นู่นมาที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่ครับ