ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคตรัง :: ตอนที่ 9 สำราญกับทะเลตรัง

ความเดิมในตอนที่แล้วคือ ผมไปจัดหนักนานร้านอาหารที่ตรังมา ซึ่งจริงๆ เท่าที่สังเกตดูนี่ตรังนี่มีร้านอาหารน่ากินเยอะมากๆ ทั้งของคาวของหวาน ที่ผมกินไปนี่แค่ส่วนนึงเท่านั้นเอง ขืนถ้าอยู่นานซักเดือนนึงนี่คงพริ้วไม่ออกแน่ๆ (ฮาๆๆ)

หลังจากกินอิ่มแล้ว ,, ก็ต้องไปเที่ยวกันครับ วันนี้ก็ list ที่เที่ยวไว้ตามแผนที่ครับ ดึ่งดึงๆๆ


ดู ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาค 9 :: ตอนที่ ตรัง ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ที่เที่ยวในเมืองตรัง

จริงๆ เมืองตรังก็เป็นเมืองเก่าแก่มากๆ ที่นึงนะ ดังสังเกตเห็นว่ามีโบราณสถานหลายแห่งมาก ถึงขั้นมีประกาศ 20 โบราณสถานที่จังหวัดตรัง (แต่มันกระจายไปในหลายๆ อำเภออะนะ) เอาว่าที่ที่อยู่ในเขตอำเภอเมืองแล้วเราสามารถไปเยี่ยมดูได้ไม่ยากก็มีคริสตจักรตรัง, สโมสรข้าราชการจังหวัดตรัง (เดี๋ยวนี้เหมือนกับเค้าจะเอามาขาย OTOP แล้วแฮะ), จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ,, ส่วนที่เหลือไปค่อนข้างไกลน่ะ

เออ… แต่การเดินทางในตรังมีทางเลือกไม่มากเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้ไปกับตุ๊กตุ๊กหัวกบก็มันก็น่าจะเหลือแค่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอย่างเดียว ซึ่งที่ตรังนี่พวกร้านให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์นี่หายากมาก แถมราคาเช่าก็ค่อนข้างแพงใช้ได้ พยายามเดินหาแถวๆ สถานีรถไฟซึ่งเป็นย่านที่มีบริษัททัวร์เยอะก็ยังไม่ค่อยมี (หรือมันมีแต่เราหาไม่เจอหว่า) ถ้ามีรถส่วนตัวมาเองก็จะสะดวกกว่ามากๆ เพราะที่เที่ยวที่นิยมส่วนใหญ่ค่อนข้างไกลด้วยทั้งทะเลและชายหาดหรือถ้ำเลเขากอบ

แต่ถ้าขี้เกียจก็เที่ยวในเมือง+หาของกินก็โอเคแล้วนะครับ

ตุ๊กตุ๊กหัวกบที่หน้าสถานีรถไฟตรัง
ตุ๊กตุ๊กหัวกบจอดเรียงรายอยู่เพียบ
สภาพบ้านเรือนทรงโบราณสวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย

แต่สุดท้ายผมก็หาร้านเช่ามอไซได้นะ ,, ก็เลยได้มีโอกาสไปหลงทางในเมือง (ฮาๆๆ) แต่พอเริ่มชินทางก็แรดไปทั่ว สนุกดีมากๆ ,, จริงๆ ตัวเมืองตรังไม่ได้ใหญ่มากนะ แถมทางก็ไม่ได้จำยากมากเท่าไหร่ด้วย แต่มาตรังทั้งทีก็อย่าลืมขึ้นตุ๊กตุ๊กหัวกบนะครับ 🙂

อันนี้แลดูคล้ายวงเวียนปลาพะยูนนะ
คริสตจักรตรัง ,, หนึ่งใน 20 โบราณสถานของที่นี่
หอนาฬิกาตรัง ,, ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางเมืองตรังเลย

ถ้ำเลเขากอบ

ทริปนี้มันเริ่มจาก @DrJoop เค้า Recommend สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กม. ทีแรกผมก็จะไม่ไปแล้วหล่ะเพราะเพลียจากที่เที่ยวมาก่อนๆ หน้านี้ แถมมันก็ไกลมากกับการบิดรถเครื่องไป รวมทั้งต้องแบกรับความเสี่ยงกับท้องฟ้าครึ้มๆ ด้วย แต่พี่แกเซ้าซี้และชวนไปนั่นแหละ ,, เออๆๆๆ ไปก็ได้

ว่าแล้วก็บิดรถเครื่องฉายเดี่ยวไปถ้ำเลเขากอบครับ

ขับรถไปอำเภอห้วยยอด เพื่อไปลุยถ้ำเลเขากอบ
ปากทางเข้าถ้ำเลเขากอบ ,, ดูอลังการดีมากๆ

กว่าจะบิดไปถึงนี่หน้าแทบชา แถมมีฝนตกไล่หลังผมมาด้วย แต่ไม่ต้องกลัวหลงนะครับ ขับมาเรื่อยๆ พอใกล้ถึงอ.ห้วยยอดนี่ก็จะเริ่มเห็นป้ายบ้าง แต่พอเข้าซอยที่เขียนถ้ำเลเขากอบแล้วป้ายนี่ถี่มากๆ เรียกว่าโผล่ป้ายมาให้เห็นทุก 30 เมตรเลย จนถึงถ้ำเลแล้วก็ไม่ต้องกลัวขับเลย เพราะเห็นทางเข้าต้องบอกว่าอลังการมากๆ ที่นี่ดูแลโดยอบต.เขากอบนะครับ ไม่ได้เป็นของอุทยานแห่งชาติ

เวลาการจะไปเที่ยวถ้ำเลต้องพายเรือเข้าไป โดยเราต้องจ้างฝีพายพร้อมกับเรือสีฟ้าสะดุดตาของเค้า สนนราคา 300 บาท ,, เรือบรรจุได้ 6 คน (นักท่องเที่ยว 4 คน และคนพายเรือ 2 คน) ถ้าใครต้องการไปแบบส่วนตัวก็จ่ายเองเลย 300 ,, แต่ถ้าต้องการประหยัดก็แท๊คทีมกันไป หรืออาจร่วมแจมไปกับคนอื่นได้ (แต่แนะนำว่าไม่ควรไปคนเดียว โดยเฉพาะวันที่ฝนตกหรือน้ำขึ้นสูงครับ)

เตรียมขึ้นเรือเพื่อไปลุยเขากอบกันครับ
พี่คนพายเรือก็จะพาเราเข้าไปดูด้านในของถ้ำเลกัน

การเดินทางเข้าถ้ำเลต้องให้พี่เค้าพายเรือพาตามคลองลอดถ้ำภูเขาหินปูนที่เป็นโพรงข้างใน พอทะลุเข้าไปก็จะได้ชมพวกหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นภายในถ้ำ ,, เมื่อถึงที่หมายตามจุดต่างๆ พี่คนพายเค้าก็จะเทียบฝั่งให้เราเดินเข้าไปลุยในห้องต่างๆ โดยในถ้ำเลจะแบ่งเป็นห้องต่างๆ 3-4 ห้อง ใช้เวลาทั้้งหมดประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ลักษณะหินงอกหินย้อยที่นี่ก็เป็นพวกหินปูน ถ้าวันที่ฝนตกอยู่นี่ก็จะเห็นมีน้ำย้อยลงมาด้วย

ทีแรกผมก็เฉยๆ แกมหงุดหงิดนะว่าจะอะไรกับถ้ำเลมากมาย ก็แค่ภูเขาหินปูนธรรมดาที่มีคลองด้านใน, หินงอกหินย้อยธรรมดา, แถมมืดๆ อากาศอับๆ มองไม่ค่อยเห็นอีกทำไมต้องแนะนำกรูมาวะ บิดมอไซมาตั้งไกลแถมค่าเรือก็ตั้ง 300 แหน่ะ… แต่ความคิดทั้งหมดหายไปในห้องสุดท้ายที่เรียกว่า “ถ้ำมังกร” ซึ่งในจุดนี้ถือว่าเป็น unseen และ adventure มากๆ ,, ถ้าถามว่ามันคืออะไร ผมว่าไปลุยเองดีกว่านะ ไม่อยากบอกเท่าไหร่เดี๋ยวจะไม่สนุก แต่ส่วนตัวผมว่าตื่นเต้นดีนะ เพราะวันที่ผมไปผมลงเรือคนเดียว ฝนก็ตกแถมน้ำก็ขึ้นอีก เสียวติดถ้ำมากๆๆ ฮาๆๆ

ภายในถ้ำเลก็มีลักษณะเป็นหินงอกหินย้อยครับ
ข้างในค่อนข้างกว้างนะ มีให้เยี่ยมชม 3-4 ห้องหลักๆ
ที่เด็ดที่สุดคงต้องลอดถ้ำมังกรสินะ

ออกมาจากถ้ำแล้วก็อยากผอมทันที ,, เอิ้กๆ

บุกทะเลตรัง

จากนั้นผมก็หาทัวร์ไปเที่ยวทะเลตรังสักหน่อย โดยผมสนใจ One-day trip เพราะว่าเวลาค่อนข้างจำกัดและราคาก็ไม่ได้แพงมากเท่าไหร่ (ถ้าเทียบกับต้องมีการนอนค้างนะ) ,, จริงๆ ดูอยู่หลายที่นะ ตอนแรกติดต่อไปที่เจ้าไหมทัวร์เพราะว่าร้านอยู่ไม่ไกลที่พักเท่าไหร่ แต่ว่าพอไปถามแล้วคนเต็ม ,, แต่ทางเจ้าไหมเค้าก็ช่วยเรานะโดยติดต่อที่ลิบงทราเวลให้ สนใจก็ลองโทรไปได้ที่เบอร์ 075-214676 ,, โดย One day trip เค้าให้ราคา 850 บาทถ้วน

ซึ่งส่วนตัวผมว่าก็โอเคนะครับกับลิบงทราเวล ,, เริ่มตั้งแต่เช้าเค้าก็เอารถมารับผมที่โรงแรมเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือปางเมงซึ่งห่างไป 40 กม. จากนั้นก็ไปลงทะเบียนและรอเรือที่หาดปากเมง ,, ส่วนตัวผมว่าวันนี้ไม่ค่อยเหมาะกับการเที่ยวทะเลเลย เพราะว่าเมฆมากและฟ้าครึ้มในระดับที่มองไม่เห็นแสงแดดยามเช้าเลย ทะเลที่คิดว่าจะเป็นสีฟ้าก็กลายเป็นทะเลสีเทาๆ ,, ตอนนี้เท่าที่ทำได้ก็คงเพียงแต่กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ให้ฟ้าเปิดบ้าง (ว่าแล้วก็ สา…ธุ)

พอใกล้ถึงเวลาเรือออก ต้องบอกว่าคนเยอะมากๆ

วันนี้เราจะไปกับลิบงการท่องเที่ยวครับ
บรรยากาศตอนเช้าแบบครึ้มๆ ไม่มีแดดที่หาดปากเมง
พร้อมแล้วก็ไปรอที่ท่าเรือเลยครับ
ณ ท่าเรือปากเมง ,, วันนี้คนเยอะมากๆ
เรือโดยสารของเราพร้อมแล้วครับ

ทัวร์ One-day trip ที่เราจะไปก็มี 4 เกาะครับ ได้แก่

  • เกาะมุก ,, ที่เกาะนี้มีถ้ำมรกตอยู่ การที่เราจะเข้าไปข้างในจะต้องเกาะกันเป็นแถวแล้วลอดถ้ำมรกตไป สิ่งที่สวยมากๆ คือน้ำที่อยู่พื้นถ้ำสะท้อนแสงเบาๆ ของวันนี้เปล่งเป็นสีเขียวมรกตสวยมากๆ ,, หลังจากทะลุเข้าไปแล้วก็เหมือนเราอยู่ที่ปล่องที่มีภูเขาหินปูนล้อมรอบ ส่วนตัวผมเฉยๆ นะเพราะว่าคนเล่นน้ำเยอะจนมันขุ่น แถมแดดก็ไม่มีด้วย (แถมตอนขาออกน้ำทะเลขึ้นด้วย ต้องมีไกด์พาดำน้ำออกไปทีละคนด้วย)
  • เกาะกระดาน ,, ที่เกาะนี้เป็นจุดพักกินข้าวของเรา เรือเค้าจะเทียบท่าห่างจากเกาะหน่อยๆ ที่นี่มีชายหาดสวยน้ำใสในระดับหนึ่ง แถมตอนนี้แดดก็เริ่มมาแล้ว อาจกระโดดจากเรือมาเล่นน้ำสนุกๆ , เดินหาดสบายๆ ที่เกาะ หรือถ้าขี้เกียจจะนั่งชิลๆ บนเรือก็ได้
  • เกาะเชือก ,, ที่เกาะนี้ก็ได้เล่น Snorkel กันขำๆ ฮะ เท่าที่ดำลงไปก็มีปะการังฟอกขาวจำนวนมาก รวมทั้งหอยเม่นก็มีโคตรจะเยอะเลย ถ้าพลาดไปเหยียบโดนมันนี่คงสยองน่าดูเลย, ส่วนปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ก็พอมีให้ดูบ้าง ,, เล่นน้ำไปเล่นน้ำมาพี่ทัวร์ก็หยิบปลาดาวหนามมาให้ดู สีสวยสดมากๆ แต่พอดูสักพักก็รู้สึกสงสารน่ะ เลยปล่อยมันกลับที่เดิม (ค่อยๆ วางมันลงไปนะครับ เพราะว่ามันพลิกตัวเองไม่ถนัดเท่าไหร่)
  • เกาะม้า ,, เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีโขดหินจำนวนมาก สิ่งที่มาถึงเกาะม้านอกจากเรือของเราแล้วก็ยังมีกลุ่มเมฆกลุ่มใหญ่มากตามมาด้วย แต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่คลื่นไม่แรงและฝนก็ยังไม่ตก เราเลยมีโอกาสที่จะได้เล่นน้ำที่นี่ซักช่วง ซึ่งที่นี่น่าจะเป็นจุดที่ปะการังดีที่สุดในหลายๆ จุดที่ผมไปดำมา มีทั้งปลานานาชนิด มีปะการังอ่อนและปะการังเขากวางที่กำลังงอกด้วย ซึ่งสวยมากๆ ,, แต่สิ่งที่ควรระวังอย่างยิ่งในการเล่นน้ำที่นี่คือพวกโขดหิน บางทีเรามองจากใต้น้ำแล้วเหมือนจะปลอดภัย แต่โผล่พ้นน้ำมาแล้วหินนี่อยู่ตรงหน้าเราเลย
ข้างหน้าเราคือเกาะมุก ,, มีถ้ำมรกตอยู่ที่นี่
รูทางเข้าออกของถ้ำมรกต (จากภายในตัวเกาะ)
บรรยากาศสนุกๆ จากถ้ำมรกต ในวันที่ฟ้าหลัว
ที่เห็นลิบๆ ข้างหน้านั่นคือเกาะกระดานครับ
ที่เกาะกระดานมีหาดสวยๆ และทะเลสีฟ้า ,, น่าจะสดกว่านี้ถ้ามีแดดอะนะ
น้ำใสๆ และหาดสวยๆ ในตอนที่แดดเริ่มมา ,, ที่เกาะกระดาน
ถึงเกาะเชือกแดดมาพอดี เราก็เล่นน้ำกันได้แล้ว ,, เย่ๆๆๆ
ปลาดาวหนาม (ยังมีชีวิตนะ) ,, เจอที่เกาะเชือก
ฟ้าครึ้มอีกครั้งที่เกาะม้า ,, ภาวนาอย่าให้ฝนตก
ท้องฟ้าและน้ำทะเลดูไม่ค่อยเป็นมิตรเหมือนทุกครั้ง
ที่เกาะม้ายังมีทรัพยากรต่างๆ ค่อนข้างสมบูรณ์มากๆ ทั้งปลาและปะการังอ่อน

เที่ยวครบสี่เกาะ ก็ขึ้นเรือกลับฝั่งครับ ,, แถมระหว่างกลับก็ต้องแล่นเรือฝ่าฝนที่โถมกระหน่ำมาด้วย แลดูตื่นเต้นดี แต่ก็ถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัยดี

พอดีกลับ ,, ฝนกระหน่ำลงมาเหมือนอัดอั้นมานาน

กลับบ้านแล้วจ้า

หมดวันนี้ผมต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว ,, แต่ทุกพื้นที่ตอนนี้ฝนตกหนักมากๆ ไม่เห็นวี่แววว่าจะหยุดเมื่อไหร่เพราะว่ามันมืดไปทั้งเมืองเลย แค่นั่งรถไปท่ารถก็ลำบากแล้ว ฝนตกตลอดทางจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลย…

จากวันนั้น ,, ฝนก็ตกหนัก และกลายเป็นน้ำท่วมภาคใต้

ถามว่าหนักมากแค่ไหนน่ะเหรอ… ก็แค่ระดับภาคใต้น้ำท่วมหนัก มีดินถล่ม คลื่นสูง เศรษฐกิจเสียหายจนเดือดร้อนไปทั่วนะครับ ,, ทีแรกก็เสียดายนะที่ต้องรีบไปธุระก่อนทำให้เที่ยวได้ไม่ครบ แต่คิดไปคิดมาแล้วรู้สึกว่าโชคดีใช้ได้เลย เพราะว่าถ้ายังฝืนดึงดันเที่ยวไปอีกซัก 2-3 วันรับรองว่าผมก็คงติดอยู่ที่เกาะไหนซักเกาะประมาณอาทิตย์นึง แล้วก็รอเรือไปรับ …..

ในวันที่ภาคใต้สดใส ,, มันเป็นความสวยงามที่มากเกินกว่าจินตนาการใดๆ ถ้ามีโอกาสก็ห้ามพลาดที่จะมาเยี่ยมเยียน ,, และผมก็จะมาอีกเช่นกัน

ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคตรัง :: ตอนที่ 8 ลุยเขตแดนอาหาร

หลังจากที่ไปเที่ยวมายาวนาน ไล่มาตั้งแต่ระนอง, เกาะพยาม, หมู่เกาะสุรินทร์, หมู่เกาะสิมิลัน และแวะภูเก็ตแบบงงๆ ตอนนี้ก็จะไปยังจังหวัดตรังซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้ายของทัวร์อันแสนยาวนานครั้งนี้ (จริงๆ จะไปถึงอาดังราวีเลยแต่เวลามีไม่พอ ไว้มาคราวหน้าถ้าได้ไปแล้วจะทำลง blog ให้ละกันนะครับ)

จากภูเก็ตเมื่อตอนที่แล้ว เราก็นั่งรถบขส. อีก 6 ชั่วโมงข้ามกระบี่มายังตรังครับ ,, แอบดูวิวทิวทัศน์จากรถทัวร์แล้วรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้แวะกระบี่ ฮึ่มๆๆๆ เจ็บใจ

บรรยากาศเหงาๆ ของบขส. กระบี่ (ยามเช้า)


ดู ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาค 8 :: ตอนที่ ตรัง ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

และแล้ว ผมก็ถึงตรังแล้ว

(ภาคนี้ต้องขอบคุณหมอจุ๊บนะครับ ที่เป็นผู้ชี้ทางและบอกคีย์เวิร์ดที่กินที่เที่ยวที่พักที่ตรัง ถ้าไม่ได้พี่ผมคงต้องหาร้านอร่อยๆ ไม่เจอแน่ๆ เพราะที่นี่ของกินเยอะมาก)

เข้าพักที่บ้านอ่าวทอง

โบกรถเครื่องจากบขส. มายังห้องพักที่จองไว้ที่ชื่อบ้านอ่าวทอง ติดกับสถานีรถไฟตรังเลย ,, มองมาก็จะเห็นตึกสีม่วงเด่นเป็นสง่าแต่ไกล ทั้งภายนอกและภายในของที่นี่ตกแต่งด้วยเครื่องแกะสลักและปูนปั้นแบบไทยๆ ภายในตัวตึกและในห้องสะอาดเรียบร้อยดี (ถ้าสังเกตดีๆ ที่นี่จะเป็นห้องแถว 2 ห้องมาทุบเชื่อมต่อกันนะ)

ที่นี่ถือว่าเป็นที่พักที่ดีมากๆ ที่นึงของทริปครั้งนี้ แต่ราคาก็สูงหน่อยนึงนะ อารมณ์ห้องไม่มีหน้าต่างก็ 750 บาท (แต่ไปคนเดียวผมว่าแค่นี้ก็พอแล้วนะ) เอาเป็นว่าถ้าจะไปพักจริงๆ แนะนำให้โทรไปจองก่อน (เพราะวันที่ผมไปนี่ก็เหลือห้องเดียวน่ะ) ที่ 075-225611-2

บ้านอ่าวทอง ,, ทั้งภายนอกและภายในครับ
ห้องพักสะอาดมาก ,, แถมตู้เย็นยังมีลายเพ้นท์ด้วย

แม้หลายคนจะอิจฉาว่าไปเจอทะเลสวยๆ มาหลายที่ แต่พูดตรงๆ ว่านอกจากภูเก็ตแล้วผมเที่ยวมาแบบอดๆ อยากๆ ทั้งหมด ,, วันนี้ก็ได้ฤกษ์ปลดปล่อยของชมรมนักล่าอาหาร ว้ากกกกกกกก ไปหาอะไรกินกันเถอะ ,, วันนี้จะทำ blog รีวิวอาหารนะ!!!

ล่าอาหารเมืองตรัง

“ตรังมีอะไรกิน ตรังมีอะไรกิน…” คำนี้มันกึกก้องในหัวผมในขณะที่แหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วเดินโซเซออกมาจากโรงแรมแบบงงๆ อีกเช่นเดิม (สงสัยติดมาจากตอนไปเที่ยวที่ภูเก็ต) ว่าแล้วก็กางแผนที่ ลงคีย์เวิร์ด และเสิร์ชหาด้วยกูเกิ้ลแมปและโฟร์สแควร์ ,, ไปๆๆ ลุยกินให้ตายไปข้างนึง


ดู ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาค 8 :: ตอนที่ ตรัง ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

โกเภาหมูย่าง

เริ่มต้นที่หนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของตรังครับ ,, อืมมมม จริงๆ ผมเคยรีวิวหมูย่างตรังที่หมอจุ๊บเอามาฝากไปเมื่อต้นปีแล้ว ทีนี้ผมก็ได้โอกาสมาลุยกินหมูย่างที่ตรังแล้ว ,, ซึ่งมองไปมองมาแล้ว ที่ตรังนี่หมูย่างเยอะมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นหมูย่าง แล้วจะรู้ได้ไงว่าร้านไหนร้านเลิศ

ณ ตลาดสดเทศบาลตรัง ,, คนตื่นเช้าจังแฮะ
หมูย่างตัวเบ้อเริ่ม ,, น่ากินสุดๆ
มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านหมูย่าง ,, เยอะจริงๆ

เดินวนเวียนในตลาดสักครู่ก็เจอร้านที่เป็นเป้าหมายวันนี้ที่ชื่อว่าร้านโกเภาหมูย่าง สังเกตว่าเป็นร้านเล็กๆ แถมหมูย่างร้านแกมีนิดเดียว โกเภาแกไม่ได้มักน้อยนะครับ แต่ว่าที่เห็นเนี่ยขายจะหมดแล้ว แถมไอ้ส่วนที่เหลือก็เป็นส่วนที่ไม่อร่อย (ขณะนั้นเวลาเจ็ดโมงครึ่งแต่ขายจะหมดแล้ว) ถ้าไม่โทรมาจองไว้ก่อนนี่รับรองว่าไม่ได้กินแน่นอน เอาเป็นว่า ตรงจุดนี้ ทิ้งเบอร์ไว้เลย 08-62778327 ,, แนะนำส่วนที่อร่อยสะแด่วต้องเป็นซี่โครงนะครับ ราคามาตรฐานตลาดตรังที่กิโลละ 380 บาท

หมูย่างโกเภาตอนเจ็ดโมงครึ่ง ,, จะหมดแล้วบะเฮ่ย
หมูย่างโกเภาบรรจุกล่องมาแบบสวยงาม

หลังจากได้ชิมดู สิ่งที่สะแด่วของหมูย่างโกเภาคือรสชาติและกลิ่นที่แทรกซึมแบบจัดเต็มของเครื่องเทศไปในทุกจุดของเนื้อหมู, ชั้นของมันที่ไม่หนามาก, เนื้อติดกระดูกซี่โครงก็ย่างได้ที่ ,, แต่ที่เด็ดที่สุดคงเป็นความกรอบของหนังที่กรอบสะท้านฟันปลอม กรอบชนิดที่เรียกว่ากรอบเสมอต้นเสมอปลาย คือผมซื้อไปตั้งแต่เช้า ทิ้งไว้จนถึงห้าโมงเย็นก็ยังกรอบอยู่ไม่เสื่อมคลาย ,, ห้ามพลาดๆๆๆๆ

เปิดกล่องหมูย่างมา ทั้งหอม และแลดูกรอบมากๆ
หนังกรอบๆ ,, มันบาง ,, เนื้อฉ่ำเครื่องเทศ
หมูย่างทุกชิ้นอะแหล่มหลาย ,, สุดยอดจริงๆ ครับ

ถือว่าเป็นหนึ่งในของฝากชั้นยอดเลย

เรือนไทยติ่มซำ

อีกหนึ่งอาหารเช้าที่คนตรังนิยมไปกินก็คือติ่มซำครับ ,, และแน่ละครับ แหกขี้ตาตื่นมากินติ่มซำมันต้องอร่อยระดับไม่ธรรมดาแน่ๆ โดยร้านที่จะพาไปวันนี้มีชื่อว่าเรือนไทยติ่มซำครับ ,, เป็นร้านที่สอนให้ผมรู้ว่าติ่มซำที่อร่อยกว่าเอ็มเคในราคาเข่งละ 15 บาท มันเป็นอย่างไร

บรรยากาศร้านเรือนไทยติ่มซำ
ภายในร้านเรือนไทยติ่มซำแลดูกว้างขวางมากมาย

การกินติ่มซำที่นี่เราจะต้องเดินมาที่ซุ้มด้านหน้าเพื่อเลือกอาหารนึ่ง ซึ่งมีเป็นร้อยเข่งพันอย่างให้เลือกละลานตามากๆ เห็นอะไรก็น่ากินไปหมด (แถมเพิ่งมารู้ว่าปลาท่องโก๋ที่ทอดเรียงด้านหน้านี่อร่อยมากๆ) จากนั้นเลือกเสร็จพนักงานเค้าจะเอาไปนึ่งให้เราซึ่งจะใช้ระยะเวลาหน่อยนึง ช่วงที่รอเราก็เลือกพวกเมนูทอดๆ และสั่งเครื่องดื่ม (แถมยังมีเมนูพิเศษอีก ซึ่งทำเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) ,, ร้านเริ่มเปิดตั้งแต่เช้า ประมาณหกโมงครึ่ง

มหกรรมติ่มซำ ,, มีให้เลือกเยอะมากๆ
อันนี้เป็นของทอดครับ ,, มีพนักงานยกมาให้เลือกถึงที่โต๊ะ

รอไม่นานครับ พวกของนึงก็ตามมาสมทบ เอิ้กๆๆ

เครื่องดื่มร้อนๆ ช่างเข้ากับติ่มซำได้ดีมากๆ
ระเบิดตึกติ่มซำก็ได้ของกินมาอย่างเพียบ ,, เอิ้กๆๆ
ฮะเก๋าประทะขนมจีบ ,, อร่อยคู่ครับ
ติ่มซำมีให้เลือกเยอะจริงๆ ,, จะกินให้ครบนี่คงต้องมาเป็นเดือน
ซาละเปาใส้ครีมหอมและอร่อยมากๆ ,,

กินไปแปดเข่ง แต่ละเข่งอัดแน่นมากๆ อิ่มจนติ่มซำแทบทะลักออกทางรูจมูก ,, เออ…ทั้งหมดราคา 142 บาท

ร้านเลตรัง 2

อย่าเพิ่งเบื่อติ่มซำไปครับ เดี๋ยวจะพามากินติ่มซำอีกร้านที่อร่อยไม่ย่อหย่อนไปกว่ากันนักที่ชื่อว่า เลตรัง 2 ครับ ,, จริงๆ เจ้าของเลตรังเค้าทำรีสอร์ท+ร้านอาหารอยู่ที่ อ.สิเกาด้วย เลยคิดว่าที่นั้นน่าจะเป็นสาขาแรก ส่วนสาขาสองนี่อยู่กลางเมืองตรังเลย เปิดตั้งแต่เช้าเช่นกัน ,, ยังไงลองโทรไปถามรายละเอียดที่ 075-217700

ที่ร้านนี่จะดูดีกว่าร้านติ่มซำอื่นๆ คือเลือกนั่งได้ระหว่างสวนข้างนอก หรือว่าจะนั่งห้องแอร์ข้างใน

โซนห้องแอร์ของร้านเลตรัง 2 ครับ

จากนั้นก็คล้ายๆ เดิมครับ คือเดินออกไปเลือกติ่มซำที่เราอยากกินที่ซุ้มด้านนอก พอเลือกได้ก็จะมีพนักงานเค้าเอาไปนึ่งให้เราแบบสดๆ ซึ่งผมชอบแบบนี้มากกว่าแบบโบราณ คือเดินมานั่งแล้วที่ร้านยกมาให้ทั้งหมด ส่วนนึงการนึ่งหลายๆ ครั้งมันทำให้สภาพของอาหารเปลี่ยนไป ติ่มซำที่มีองค์ประกอบเป็นผักเช่นพวกบล๊อกโคลี่ หากนึ่งหลายครั้งจะทำให้ผักมันเหนื่อยและเซ็ง หรือแม้แต่พวกซาละเปาที่นึ่งทีเดียวกับนึ่งซ้ำไปมาก็ต่างกันโดยเฉพาะเนื้อแป้ง ทำให้อรรถรสของติ่มซำเสียไป

หมี่ผัดฮ่องกง ,, เอามากินคู่กับติ่มซำ
ขนมจีบกุ้ง โรยหน้าไข่กุ้ง ,, แหล่มมากๆ

ติ่มซำที่นี่จะราคาแพงนิดนึง แต่วัตถุดิบที่ใช้ก็จะดีกว่า ทั้งหอยจ้อคำเท่ากำปั้น ข้างในปูล้วนๆ ,, หรือจะเป็นติ่มซำปลาไหล อันนี้ก็อร่อยไม่แพ้ใครเหมือนกัน รวมทั้งที่นี่ก็มีของแปลกๆ ที่ผมไม่เคยเห็นด้วยแฮะ

หอยจ้อชิ้นโคตรใหญ่ ,, ด้านในปูล้วนๆ แน่นๆ
ติ่มซำที่นี่มีพวกปลาไหลด้วยแฮะ ,, ไฮโซจริงๆ
คนตรังเรียกสิ่งนี้ว่า ปลาท่องโก๋ ,, เป็นแป้ง หยุ่นๆ หวานๆ
ด้านล่างเป็นแป้งคล้ายขนมถ้วย ด้านบนเป็นเครื่องผัด เค็มๆ ดี

อีกอันที่ผมว่าเจ๋งคือซาละเปาประยุกต์ คือปกติซาละเปามันก็กลมๆ แต่ที่นี่เค้าทำออกมาในรูปแซนวิช อย่างที่ผมสั่งไปก็เป็นใส้ครีมไข่เค็ม (ชั้นสีเหลืองเป็นครีม ชั้นสีส้มเป็นไข่เค็ม) รูปร่างแปลกๆ แต่กินแล้วก็ยังเป็นซาละเปา

ซาละเปาใส้ครีมไข่เค็ม ,, คือตัวครีมผสมไข่เค็มลงไปด้วย
ซาละเปาแซนวิช ,, แป้งซาละเปา แยกชั้นครีมและไข่เค็ม ,, แหล่มมากๆ

กินติ่มซำไปเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ

จัดเต็มกับติ่มซำกับหมอจุ๊บ ,, เปรมละครับพี่น้อง

หาอะไรสบายๆ กินบ้างดีกว่า

โกแจ้ง สุดยอดร้านน้ำชาสามโลก

หลังจากได้รับแนะนำร้านนี้ผมก็เกิดอาการงงๆ เล็กน้อย ว่ามาตั้งไกล จะให้ไปนั่งร้านน้ำชาอะไรเป็นชั่วโมง เสียเวลาโคตรๆ ,, แต่หลังจากไปร้านนี้แล้วผมกลับรู้สึกว่า นี่เป็นร้านน้ำชาที่ดีที่สุดที่ผมเคยนั่ง เหนือกว่าร้านหรูๆ อย่างอะกาลิโกและเวียงจูมออนเสียด้วยซ้ำ

ร้านโกแจ้งเป็นร้านไม้เล็กๆ ความกว้างๆ 1 ห้อง ขายแค่เครื่องดื่ม ไม่มีขนมแกล้ม ,, ภายในร้านมืดๆ หน่อย เปิดเพลงคลาสสิกบ้าง บอสซาโนว่าบ้าง เท่าที่สังเกตที่ร้านมีโต๊ะนั่งอยู่ 5-6 โต๊ะในร้าน แต่ก็สามารถไปนั่งในสวนแคบๆ ได้อีกซัก 3-4 โต๊ะ ตกแต่งร้านแบบโกแจ้ง (คือแกชอบอะไรก็มาวาง หลักๆ เป็นพวกถ้วยน้ำชาสวยๆ นะ ถ้าพลิกดูแล้วจริงๆ แกขายด้วยนะ แต่ราคาแพงกว่าแก้วสตาร์บัคอีก) ,, ที่นี่ไม่มีป้ายชื่อร้าน ไม่มีจุดสังเกตอะไร เมนูไม่มี (เค้าเดินมาถามโต้งๆ เลยว่าเอาอะไร ,, ละกรูจะรู้มั้ยว่ามีอะไร ฮาๆๆ) ไม่มีปลั้ก ไม่มี wifi แถมถัดๆ บ้านโกแจ้งเป็นร้านซ่อมรถเครื่อง นั่งไปอาจได้ยินเสียงบิดมอไซปนกลิ่นน้ำมันเบาๆ ลอยมาได้ ,, ร้านโกแจ้งเปิดประมาณเที่ยง ปิดประมาณสามทุ่ม

งงมากๆ คือที่นี่ไม่มีจุดขายตามหลักการทางการตลาด แต่คนเยอะมาก ยิ่งช่วง Prime time นี่เรียกว่าต่อคิวกันนั่งนะครับพี่น้อง ขนาดวันที่ฝนตกยังมีคนฝ่าฝนไปกิน ,, ไม่น่าเชื่อ…

ภายในร้านโกแจ้ง ,, ก็ดูธรรมดาๆ นะ
บรรยากาศในมุมต่างๆ ภายในร้านโกแจ้ง
โซนชงเครื่องดื่มโกแจ้ง ,, ดูรกๆ แต่อุปกรณ์ครบมือ

เมนูแนะนำ (คนอื่นๆ บอกต่อมา) ก็มีกาแฟร้อน (สังเกตเครื่องชงกาแฟแกจะเป็นเครื่องชงแบบ Syphon ชนิดสั่งทำพิเศษ), โอดิบ (เป็นไมโลดิบสูตรเข้มข้นที่อร่อยมากๆ ), โกโก้เย็น และชาสูตรต่างๆ ทั้งอู่หลง กวนอิม ชาเขียว ชาดอกไม้ ชาดำ ฯลฯ (ถ้าไม่รู้ให้โกแจ้งแกชงชาให้เลยก็ได้) ,, เครื่องดื่มระดับโคตรอร่อยแก้วละประมาณ 12 บาท ส่วนชากาละ 30 บาท ,, ถ้าวันไหนโกแจ้งอารมณ์ดีแกก็จะชงชาให้ชิมเพิ่มแบบฟรีๆ

โกแจ้งชงกาแฟด้วยเครื่องชงแบบไซฟ่อน (หลักการกาลักน้ำ)
โอดิบ ,, โอวัลตินแบบดิบๆ ไม่ต้องราดน้ำร้อน
ชาดำและชาคาโมไมล์ ,, จากร้านโกแจ้ง
ชากวนอิมและชาดอกไม้ ,, หอมมากๆ

สิ่งที่ผมได้รับจากโกแจ้งคือ ความสุขของการได้จิบชานั้นหาได้อยู่ที่ร้านสวยๆ หรือชาแพงๆ เสมอไปไม่ ,, แต่คนปรุงชาที่รู้จักชาและรู้จักคนจิบชานั้นสำคัญกว่านัก ,, ผมทิ้งเรื่องราวต่างๆ ที่ชวนคิดมากไว้นอกร้าน และมานั่งจิบชาสบายๆ ฟังเพลงที่แกเปิดไป คุยกับโกแจ้บ้าง อ่านหนังสือบ้าง… มันรู้สึกว่ารสชาติและกลิ่นหอมฟุ้งของชามันโลดแล่นผ่านโสดประสาททั้งห้าคล้ายกับว่าเราเริงระบำอยู่ ทำให้ทุกสิ่งแลดูช้าลงคล้ายโลกมันกำลังหยุดหมุน ,, มีความสุขดีมากๆ

ร้านนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

โรงแรมโกเต็ง

เป็นโรงแรมเก่าแก่ของจังหวัดตรัง เปิดมาร่วมร้อยปีแล้ว ทุกอย่างที่ใช้เห็นที่นี่ถูกสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโกเต็งผู้ก่อตั้งโรงแรม ส่งต่อมายังรุ่นลูกและรุ่นหลาน ซึ่งส่วนของโรงแรมก็ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวมาพักอยู่ แต่จะไม่ได้สะดวกสบายเหมือนกับโรงแรมทั่วๆ ไป แต่วันนี้ที่มาที่นี่ไม่ได้จะมาเปลี่ยนที่พักนะครับ จะพามากินข้าวที่นี่ ซึ่งร้านอาหารที่นี่ก็ถือว่ามีชื่ออยู่มิใช่น้อยเลยทีเดียว

ที่นี่ ,, โรงแรมโกเต็งครับ

อาหารที่นี่มีให้เลือกทั้งแบบอาหารจานเดียวและเป็นแบบกับข้าวครับ ,, และที่สำคัญที่นี่ยังรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารตั้งแต่อดีตมาจนถึงทุกวันวันนี้ ทำให้เป็นที่ติดใจของทั้งชาวตรังและนักท่องเที่ยวที่หลงไหลในรสชาติอาหารของโรงแรมฯ มาก่อน ,, เมนูแนะนำของที่นี่คงจะเป็นแกงกะหรี่เอามากินคู่กับยำกุนเชียง ซึ่งทั้งคู่เป็นสูตรของทางโรงแรมไม่เหมือนใคร ,, ส่วนตัวผมประทับใจยำกุนเชียงมากๆ กินพร้อมกับแกงกะหรี่, มะม่วงและแตงกวาแล้วต้องบอกว่าสดชื่นมากๆ ครับ

แกงกะหรีไก่สูตรพิเศษจากทางร้าน
ยำกุนเชียงสูตรแปลกประหลาด ,, แต่สดชื่นมาก

อย่างอื่นๆ ก็อร่อยนะครับ

ขามปังหน้าหมูสูตรโกเต็ง
อันนี้คล้ายๆ พะโล้ แต่เค้าเคี่ยวน้ำมันออกจากหมูได้ดี
ซี่โครงหมูผัดซ๊อส ,, อร่อยครับ

อิ่มกันรึยังเอ่ย

โรตีเมืองตรัง

อีกหนึ่งร้านโรตีอร่อยที่อยู่แถวๆ สถานีรถไฟระดับเดินมาได้ ร้านนี้เริ่มเปิดมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว แรกๆ ที่ร้านมีแค่ป้าที่ทำโรตีและชงชาอย่างเดียว ต่อมาด้วยความแซบของโรตีและชาชักทำให้แกก็ต้องชักชวนลูกๆ มาช่วยกันทอดโรตี รวมทั้งต้องเปิดซุ้มชงชาและเครื่องดื่มขึ้นมาเพิ่ม ,, ใครสนใจก็ลองไปชิมได้นะครับ เริ่มขายตั้งแต่ประมาณสี่โมงเย็นจนถึงสี่ทุ่ม ยิ่งดึกแล้วยิ่งคนเยอะ เอ่อ.. ที่นั่งแกจะ outdoor นิดนึง วันไหนฝนตกอาจไม่ได้ขายนะครับ

ร้านโรตีเมืองตรังครับครับ ,, กำลังทำโรตีอย่างนัว
ที่นั่งแบบ outdoor พอฝนตกก็ตัวใครตัวมัน เอิ้กๆๆ
ตกดึกแล้วคนเยอะมาก (ขณะที่ถ่ายมีคนทอดโรตีสามคน)

เมนูที่แนะนำนี่ผมไม่รู้ฮะ ผมสั่งโรตีกรอบ โรตีนิ่มและชาชักมา ,, แต่ผมชอบโรตีกรอบที่สุด อร่อยดีนะ เค้าทอดได้กรอบถึงแก่นดีมาก เอามาจิ้มกับนมและน้ำตาลนี่อร่อยโคตรๆ ส่วนโรตีนิ่มพอจิ้มนมแล้วชีแลดูอร่อยขึ้นหน่อยนึง

ชาชักรสชาติอร่อยดีนะ ,, ชื่นใจสุดๆ
โรตีแบบนิ่มฮะ ,, อันนี้ผมว่าเฉยๆ นะ
อันนี้โรตีแบบกรอบ อร่อยโคตรๆ เลยฮะ
เอาโรตีจิ้มนมแกล้มน้ำตาลกินอย่างสนุกสนาน

ปิดท้ายอีกซักร้านละกันนะครับ

ไข่ทองกาแฟ

ร้านนี้ได้รับการแนะนำจากเพื่อนคนนึง ในคืนที่ฝนเพิ่งหยุดตกตอนเกือบๆ สี่ทุ่มและเราก็หิวมากๆ มองไปทางซ้ายร้านรวนก็ปิดหมด มองไปทางขวาก็ไม่มีอะไรเปิด ,, ขับรถเครื่องหลงไปมาก็เจอร้านไข่ทองกาแฟเปิดไฟเด่นเป็นสง่า คล้ายจะล่อแมงเม่าอย่างเราเข้าไปติดกับ เชอะ!! มีเหรอที่เราจะไปติด (ขับรถจอดหน้าร้านแล้วเดินเข้าไปด้วยใจมั่นคงที่จะชนะความหิว)

ข้าน้อยไม่รู้ว่าร้านที่เดินเข้าไปมันชื่อว่าร้านไข่ทองกาแฟหรอก เพราะแกเล่นติดป้ายชื่อร้านไว้ซอกมุมในสุดของร้านเลย (จริงๆ ไม่หลงหรอก แต่ขี่รถเครื่องวนนานเพราะไม่เห็นป้ายชื่อร้านไข่ทองกาแฟ จนทนไม่ไหวแวะเข้าร้านนี้ แล้วก็ดันถูกร้านพอดี) ,, มาถึงแล้วก็สั่งพวกติ่มซำมาครับ

เหตุเกิด ณ ร้าน ไข่ทองกาแฟ ,, แหม.. เจ็บใจป้ายชื่อ

เท่าที่ลองชิมดูก็โอเคนะ แต่พอดีผมอยู่ในดินแดนแห่งติ่มซำ จึงค้นพบว่าร้านนี้สู้ร้านอื่นๆ ไม่ได้ ทั้งเรือนไทย, เลตรัง2, หรือแม้แต่บุญรัตน์ที่ภูเก็ตก็ตาม ,, ส่วนกาแฟนี่คำแรกที่ผมกินนี่อยากบอกว่าโคตรจืดยังกะน้ำล้างแก้ว กำลังจะลุกไปด่าเจ้าของร้านว่าทำไมกาแฟมึงกากจังวะพอดีสำเหนียกตัวเองได้ลองคนดู เออ พอใช้ได้ (ก่อนไปวีนเจ้าของร้านกรุณาคนกาแฟก่อนนะครับ เดี๋ยวโดนสาดกลับด้วยน้ำก๋วยเตี๋ยว)

จริงๆ ร้านนี้มีพวกข้าวต้ม บะหมี่ และของกินอื่นๆ ขายอีกเพียบ ,, แต่แค่ติ่มซำมาผมก็กินจะไม่ไหวละครับ แต่กินไปตั้งเยอะก็ยังไม่ถึง 150 บาทเลย อิ่มเกินราคาจริงๆ

ติ่มซำและอาหารต่างๆ ที่สั่งมาชิมดู (ย้ำว่าชิม)
จัดหนักมากครับ ,, แต่ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่นะ

กินอิ่ม นอนอุ่น ,, เตรียมหุ่นไปลุยทะเลตรัง