Cake Walk

หายจากร้างราการ Review อาหารไปนาน วันนี้เราก็จะเปิด Entry ของกินอีกครั้ง โดยเริ่มจากของกินที่มันไม่ค่อยหนักมากก่อนอย่างขนมเค้ก ,, เอาเป็นว่าเริ่มกันที่ร้าน Cake Walk ครับ

ร้าน Cake Walk ก็เป็นร้านที่ขายขนมและอาหาร เท่าที่ผมรู้มี 2 สาขาคือสาขาที่ทองหล่อ 13 แถวๆ ตึก Grand Heritage, กับอีกที่ที่วันนี้ไปก็คือที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ตรงส่วน Living Zone (เป็นส่วนที่อยู่ข้างนอก แถวๆ Starbucks ครับ) ถ้าวนในฟิวเจอร์ฯ ก็เดินตรงทางออกที่อยู่ตรงข้ามกับทางเข้า BigC อะ เดินออกประตูมาก็เจอร้าน Cake walk สีน้ำตาลตั้งเด่นเป็นสง่า

วันนี้มาร้าน Cake Walk ,, มาชิมเค้กกันดีกว่า

แผนที่ไปฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตจ้า (ก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่แล้วนะ)


ดู Cake Walk ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เปิดประตูเข้าไปในร้านกันเถอะครับ

ที่ร้าน Cake Walk ด้านใน

ภายในร้าน Cake Walk กว้างขวางและบรรยากาศสบายน่านั่งมากๆ สามารถเลือกนั่งรับแอร์เย็นๆ ภายในร้าน หรือจะเลือกนั่งข้างนอกก็ได้ (แต่ร้อนมากเลยนะเธอ) สามารถเลือกดูที่ตรงเคาน์เตอร์และสั่งขนมมาได้ตรงนั้นเลย หรือว่าคิดอะไรไม่ออกก็มานั่งเลือกเมนูที่โต๊ะได้ ซึ่งที่ร้าน นอกจากจะมีเค้กนานาชนิด ก็ยังมีเครื่องดื่มร้อน-เย็น และอาหารที่ออกแนวฟิวชั่นหน่อยๆ

บรรยากาศภายในร้าน Cake Walk ครับ
บรรยากาศร้านน่านั่งสุดๆ
เลือกเค้กได้เลยที่เคาน์เตอร์ ,, มีให้เลือกเยอะดีนะ

วันนี้กินแค่เค้กกับเครื่องดื่มละกัน อาหารพักไว้ก่อน (งบจำกัด)

ในที่สุด ก็ได้ขนมมากิน

เริ่มที่เครื่องดื่มก่อนละกัน

ที่สั่งคือชาผลไม้เย็น (จำไม่ผิดเป็นชาแอปเปิ้ลนะ) ส่วนตัวชิมแล้วต่อนข้างจางกว่าที่คิด ไม่ได้เข้มข้นเท่าไหร่แต่ก็พอลื่นคออยู่ ,, ส่วนอีกอย่างที่ผมสั่งคือสตรอเบอร์รี่ปั่น ส่วนตัวผมไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ เพราะในราคา 80 บาทที่จ่ายไปกลับได้แค่น้ำเชื่อมรสสตรอเบอร์รี่ปั่นกับผลสตรอเบอร์รี่เชื่อม สิ่งที่ออกมาก็คือนน้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ปั่นๆ มีกลิ่นสตรอเบอร์รี่เทียมๆ หวานแบบน้ำเชื่อม โปะหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่สดแก่นนึง ,, กินไปเฟลไป

เครื่องดื่มเย็นทั้งชาเย็นและสตรอเบอร์รี่ปั่นไม่ค่อยปลื้ม

จิบเครื่องดื่มไปสักครู่ เค้กก็มาแล้ว…

พาเหรดเค้กที่ CakeWalk

จริงๆ ว่าไปร้าน Cake Walk นี่ก็คล้ายๆ แคทวอล์คสำหรับให้เค้กต่างๆ ภายในร้านได้เดินอวดโฉมและได้ลิ้มลอง แต่หากจะลิ้มลองทั้งหมดแล้ว ผมคงไม่เหลือเงินไปกินข้าวแน่ๆ ฮาๆๆๆ

เอาเป็นว่าเริ่มต้นที่จานแรกด้วย Strawberry Shortcake ครับ ,, ส่วนตัวเท่าที่ลองชิมผมว่ากลางๆ นะ รสชาติไม่ได้หวานจัดมาก กลิ่นวนิลาของเนื้อเค้กและครีมก็ไม่ได้จัดจ้านมาก ,, แต่ผมกลับว่ามันเนียน ละมุนและอ่อนโยนดี ตัวเนื้อเค้กนุ่มดีมาก ได้กินคู่กับชิ้นสตรอเบอร์รี่สดๆ แล้วเหมือนกับเป็นความสดชื่นที่แทรกเข้ามาอย่างได้จังหวะ ใช้ได้เลย (จำไม่ผิดก้อนนึงราคา 110 บาทน่ะ)

นี่คือ Strawberry Shortcake ครับ
เนื้อสตรอเบอร์รี่สดๆ กินกับเค้กนุ่มๆ
ใครๆ ก็ติดใจเนื้อเค้กนุ่มๆ ของ Strawberry Shortcake ที่นี่

ส่วนก้อนที่สองที่ขอแนะนำคือ Tia Maria – Mailey’s ,, ให้จินตนาการว่าเราได้เค้กที่เป็นทะเลสาบมา ,, เนื้อดินรอบๆ เป็นเค้กกาแฟเนื้อแน่นได้ที่ ส่วนที่เป็นตัวทะเลสาบคือซ้อสช๊อกโกแลตเข้มข้น เวลาตักเค้กก็จะมีซอสช๊อกโกแล๊ตไหลเยิ้มลงมาเหมือนกับน้ำตกเลย ซึ่งตัวเนื้อเค้กกาแฟและซอสช๊อกโกแลตนี่เข้มข้นและเข้ากันดีมากๆ ,, ชิมแล้วถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลย

ก้อนที่สองครับ Tia Maria - Mailey’s ครับ
แงะเนื้อเค้กกาแฟมา ,, ทะเลสาบช๊อกโกแลตก็เทไหลลงมา
ทะเลสาบช๊อกโกแล๊ตไหลเยิ้มลงมา ,, อว้ากกกส์
เค้กกาแฟกับช๊อกโกแลตเข้มข้น ,, เข้ากันดีมากๆ

เหล่าเค้กยังไม่จบนะครับ

ก้อนต่อมาเป็น Blueberry Cheesecake เป็นชั้นๆ ตั้งเป็นทรงสวยงามเลย ,, แต่ข้อเสียเบาๆ คือเวลาตักแรงๆ แล้วตัวเค้กมันถล่มลงมาเลย ไม่รู้ว่าแช่เย็นน้อยเกินไปหรือไม่ หรือว่าตัวเค้กมันเป็นองค์ประกอบแบบนี้อยู่แล้ว ,, แต่ชิมแต่ละชั้นรวมๆ กันก็ใช้ได้นะ กลิ่นหอมของชีสและรสชาติเข้มข้นของแยมบลูเบอร์รี่เข้ากันดีเลยนะ

สตรอเบอร์รี่ชีสเค้กครับ ,, น่าหม่ำมากๆ
แต่ละชั้นของบลูเบอร์รี่ชีสเค้กถล่มมาไวมากๆ ,, เสียรูปทรงหมด
แต่ซอสบลูเบอร์รี่+เนื้อชีส+ชั้นอื่นๆ รสชาติเข้ากันดีมาก

ตระกูลชีสเค้กยังไม่จบ… เรามาต่อกันด้วย Coffee Cheesecake ครับ (ถ้าจำชื่อไม่ผิดอะนะ) ,, อันนี้เท่าที่ผมสังเกตและชิมดู ตัวชีสเหมือนจะผสมและรวมไปกับเนื้อเค้กเลย ถ้าใครชอบชีสและกาแฟก็คงจะปลื้มมันน่าดู เพราะกลิ่นกาแฟคละคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นหอมของชีส ,, แต่ก็มีข้อติหน่อยๆ ที่เนื้อเค้กมันไม่ค่อยฟูนุ่มเหมือนเค้กทั่วๆ ไป (ส่วนนึงน่าจะมาจากชีสที่ผสมลงไป) แต่ก็ต้องชมเพราะว่าแม้ว่าเค้กจะไม่ฟูนุ่ม แต่ทางร้านก็ทำเนื้อเค้กได้เนียนแทน

มาแล้ววววว กับ Coffee Cheesecake ครับ
เนื้อเค้กร่วนไปนิด ,, แต่กลิ่นหอมของชีสผสมกับกาแฟนี่สุดยอดมาก
ถือว่า Coffee Cheesecake ถือว่าใช้ได้เลยสำหรบคนชอบกาแฟ

เค้กที่จะมาอวดโฉมก้อนสุดท้ายของวันนี้คือ Chocolate Almond cake ,, ลักษณะเป็นเนื้อเค้กช๊อกโกแล๊ตเข้มข้นที่ป้ายหน้าด้วยครีมช๊อกโกแล๊ต แล้วตกแต่งข้างบนด้วยอัลมอนด์เคลือบคาราเมลกรุบกรอบ เท่าที่ผมชิมมาก็โอเคนะ ตัวช๊อกโกแลตและอัลมอนด์หวานๆ เข้ากันดี แต่ตัวเนื้อเค้กเกาะกันไม่ค่อยแน่นมาก กินแรงๆ ระวังเค้กถล่มลงมา (แต่ไม่เท่ากับ Blueberry Cheesecake หรอกนะ)

อันนี้คือ Chocolate Almond cake
เนื้อช๊อกโกแล๊ตเข้มข้นมาพร้อมกับอัลมอนด์เคลือบน้ำตาล

อัดเค้กไปห้าก้อน จุก… ผมก็ขอจบ Entry นี้ไปง่ายๆ เลยละกัน 🙂

เดินไปกินไปเยาวราชกับเพื่อนๆ

ใกล้ๆ จะปีใหม่ เพื่อนๆ ใน twitter ผมก็ชวนๆ มาหาอะไรทำกัน
ตอนแรกเห็นว่าจะมีจับฉลากอะไรกัน ,, แต่ดูเหมือนว่าไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่
สุดท้ายเลยตกลงไปเดินเยวราชกัน เออ ไปก็ไป

ไปไหนมาบ้างเอ่ย

วันนี้นัดกันเช้าหน่อย ราวสี่โมงกว่าๆ แต่กว่าจะครบทีมก็เกือบห้าโมงครึ่ง -_-a

เริ่มต้นจากวงเวียนโอเดียนครับ
เยาวราชนี่คนเยอะจริงๆ แต่ของกินอะไรก็ละลานตาเหมือนกัน
ผลไม้นานาชนิดก็มีให้เลือกไม่ขาด

และแน่นอนยิ่งกว่าสิ่งใด มาเยาวราชมันก็ต้องมีของกินสินะครับ
เริ่มมาที่ร้านกระทะร้อนอะไรซักอย่าง (ชื่อประมาณหมี่กระเฉดกระทะร้อน)
เท่าที่ชิมหมี่กระเฉดของ @maeyingzine มาแล้วรู้สึกเฉยๆ + เผ็ด ,, ไม่ค่อยโดน
ส่วนจานอื่นๆ เท่าที่ลองชิมแล้วรสชาติกลางๆ นะ

หมี่กระเฉดกระทะร้อน จริงๆ ก็พอกินได้ แต่เผ็ดไปอะ

ต่อมาเป็นก๋วยจั๊บน้ำใสหน้าโรงหนังเก่า ชื่อ อ้วนโภชนาก๋วยจั๊บ น้ำซุปร้อนและเผ็ดพริกไทยดี แต่ได้เส้นน้อยไปหน่อย แถมหมูกรอบไม่ค่อยกรอบเท่าไหร่ โดยรวมผมว่าเฉยๆ นะ เพราะส่วนตัวผมชอบร้านนายเล็ก (อ้วน) มากกว่า

ก๋วยจั๊บน้ำใสรสพริกไทย เผ็ดๆๆ จากร้านอ้วนโภชนา

แม้รสชาติของน้ำซุปโคตรพริกไทยจะไม่ต่างกันมาก แต่ว่าหมูกรอบของนายเล็ก (อ้วน) กรอบกว่ามาก และต้มเครื่องในได้มีกลิ่นคาวน้อยกว่าด้วย ,, ไม่เชื่อก็ลองชิมดู

ถ้วยนี้ส่งประกวดจากร้านนายเล็ก (อ้วน)

ข้างๆ นายเล็กอ้วนมีร้านขนมเบื้องเวิ้งนครเกษม ดูไกลๆ แล้วน่ากินดี แต่ชิ้นนึงแพงเหมือนกัน อันละ 12 บาท มีใส้หวานและใส้เค็มมาให้เลือก (ถ้าซื้อที่อื่นคงอันละ 5 บาท) แต่เห็นคนมาซื้อเรื่อยๆ ก็เลยลองเอามาชิมซักหน่อยครับ ,, ชิมแล้วต้องบอกต่อเลยว่า “ห้ามซื้อ” ครับ เพราะไม่ได้อร่อยเลย ใส้ก็น้อย แถมแพงอีกต่างหาก

ร้านขนมเบื้องเวิ้งนครเกษม ใกล้ๆ กับร้านนายเล็ก (อ้วน)
หน้าตาของขนมเบื้องต้องห้าม!!

ต่อมามีกระเพาะปลาครับ ร้านนี้อยู่ข้างๆ กับก๋วยจั้บอ้วนโภชนา ,, รสชาติพอกินได้ครับ เนื้อปูชิ้นใหญ่ดี เนื้อกระเพาะปลาให้เยอะใช้ได้ สนนราคาถ้วยละ 50 บาท แอบแพงไปเหมือนกัน

ลีลาการปรุงกระเพาะปลาของเฮียเจ้าของร้าน
เนื้อปูชิ้นโต กับกระเพาะปลาเต็มชาม

อย่าเพิ่งอิ่มกันนะครับ

ต่อมาเดินมาเรื่อยๆ ก็เจอร้านขนมปัง คนยืนออหน้าร้านเยอะมากๆ

ร้านขนมปังอะไรคนยืนออเยอะมากๆ

โดยรวมดูร้านแล้วออกแนวเจ้าๆ นะ ,, ตั้งแต่ชื่อร้านก็ดูเทพ เขียนป้ายขั้นตอนการสั่งให้อ่านเอง ไม่มีพนักงานมาให้บริการ มีการเรียกคิว(แถมรอนานด้วย) ,, ถ้าเทียบๆ ในนาทีนี้แล้วคงคล้ายๆ คริสปี้ครีมกระมัง

ร้านขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช ,, ชื่อเมพ!!
อยากได้อะไรบริการตัวเองนะ ,, ราคาติดให้แล้ว
เลือกขนมปังได้สามแบบ ,, กับใส้อีกเพียบ

เห็นเค้าว่าร้านจะเปิดประมาณทุ่มนึงอะ อยากกินก็มาต่อคิวกันเอง

เรียงขนมปังกันเยอะมากๆๆๆ
เรียงขนมปังปิ้งๆๆ กันไป ,, เยอะมาก จะจำรสได้ป่าวเนี่ย

ที่นี่เค้าจะปิ้งขนมปังเนยไว้เลย ถ้าเราสั่งหน้าไหน/ขนมปังแบบไหน เค้าก็จะเอาขนมปังที่ปิ้งแล้วมาทาหน้าหรือยัดใส้ตามที่เราสั่งไว้ตั้งแต่แรก จากนั้นก็บรรจุถุงและส่งมอบให้ตามคิวครับ

คนรอหน้าร้านแบบว่าเยอะโคตรๆๆๆ
อันนี้แบบกรอบนอกนุ่มใน ,, ราดใส้ตามที่เราสั่งไว้เลย

ในที่สุดก็ได้กินซักที วะฮ่ะฮ่าๆๆๆ

ขนมปังที่สั่งไว้ มันอยู่ในห่อนี้ เย่ๆๆๆ
แอบส่องดูขนมปังในซองกระดาษ น่ากินๆๆ
แบบกรอบนอกนุ่มในนี่ให้ใส้มาเยอะมาก

ลองหยิบออกมาชิ้นนึงครับ เป็นนมเนยแบบแผ่นกรอบ
อารมณ์เค้าหั่นมาให้แล้วแฮะ รสชาติกลางๆ นมไม่เยอะมาก (อาจเป็นแผ่นริมด้วย T T)

หยิบเนยนมออกมาชิ้นนึง ขนาดพอดีคำนะ
กรอบอร่อยดี แต่นมไม่เยอะมาก ,, ง่ำๆๆๆๆ

ส่วนที่เป็นกรอบนอกนุ่มในนี่อร่อยดีนะครับ เค้าปิ้งขนมปังได้ดีมาก คือกรอบนอกและนุ่มใน ซึ่งจริงๆ ผมว่าแค่ตัวขนมปังก็เทพมากแล้ว เพราะว่าเค้าทาเนยไว้อยู่แล้วข้างในและทาไปค่อนข้างเยอะ พูดตรงๆ ว่าเนยก็ทำให้มันหอมและอร่อยในตัวมันอยู่แล้ว ส่วนใส้ที่จะเลือกทานี่แล้วแต่ชอบนะ แต่ผมว่าแค่นมก็พอ ซึ่งที่ร้านจะให้ใส่เยอะมากจนเป็นปัญหา เพราะว่าเวลากัดแล้ว ใส้มันจะชอบไหลทะลักออกมาเลอะมือเลอะเท้าไปหมด

เนยก็เยอะ ใส้ก็แยะ ,, อร่อยดีนะครับ

ถ่ายรูปนานไปหน่อย หมายว่าจะชิมอีกอัน แต่หมดแล้ว TT TT,, เลยต้องไปแย่งรสน้ำพริกเผาทาบนขนมปังแบบกรอบของใครมาไม่รู้ ได้มาซีกนึง (ประมาณ 1/4 ของไอ้รูปที่ผมถืออะ),, ผมว่าอร่อยดีนะ อารมณ์ขนมปังแล้วป้าย paste ที่เป็นน้ำพริกเผา ได้เยอะและเข้มข้นดีนะ (ไม่มีรูป)

สรุปว่า ร้านนี้ไม่ควรพลาดครับ

เดินพักหย่อนท้องเก็บบรรยากาศ

ก็เดินกินลมชมวิวซักพัก แฮ่ๆๆ

ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล โย่วๆๆๆ
ก็ยังเดินงงๆ และหลงนิดๆ ของกินเยอะเกิ้น
@GraceSii ที่พลาดงานพริ๊ตตี้ที่มอเตอร์เอ๊กซ์โปก็มาเป็นที่นี่แทน
ปาเกียวก็มีมาถ่ายด้วยครับ เมพแท้ๆ
ช่วงนี้เห็นคนขายน้ำทับทิมเยอะมาก

เดินเพลินๆ แล้วอาหารเริ่มย่อยแล้ว ก็มาลุยกันต่อครับ

ยังกินกันไม่พออีกเรอะ!!!

เดินมาเดินไปก็เจอร้านหมูสะเต๊ะ คนเยอะมาก ฝรั่งก็มี ,, น่าสนใจ

ร้านหมูสะเต๊ะก็คริสปี้ครีมไม่แพ้กัน ,, ต้องต่อคิวชิมิ
หมูสะเต๊ะไม้ละห้าบาท แต่ดูไม้นึงให้หมูชิ้นใหญ่ดีแฮะ
หมูสะเต๊ะบนเปลวไฟ ,,, น่ากิน
เจ็กคนปิ้งเคลื่อนไหวไวปานเมพ โย่ๆๆ

รอคิวนานยิ่งกว่าร้านขนมปัง ในที่สุดก็ได้มันมาแล้ว… ชุดหมูสะเต๊ะที่รอคอย

Set หมูสะเต๊ะพร้อมเครื่องเคียงมากมาย
หมูสะเต๊ะชิ้นโคตรเบ้งกับขนมปังปิ้งร้อนๆ

ส่วนตัวผมว่าทีเด็ดร้านนี้มีตั้งแต่หมูชิ้นใหญ่สะใจดี ,, น้ำจิ้มได้กลิ่นเครื่องแกงเข้มข้นจัดจ้านและชัดเจนในอารมณ์มากๆ ปรุงรสได้อร่อยเข้ากับหมูสะเต๊ะได้ดี ,, ส่วนผักที่ใช้ทำอาจาดก็สดดีครับ แตงกวากรอบอร่อยมากๆๆ

โอ้ววว หมูสะเต๊ะชิ้นโต หอมน่ากินมากๆๆ
เอามากระซวกน้ำจิ้ม เน้นเยอะๆๆ อร่อยมากๆ
อาจาดก็อร่อยนะ ,, อย่าลืมกินผักด้วย 😛

อิ่มสะใจกันไปข้างนึง
และสุดท้าย ปิดท้ายด้วยของหวาน เป็นบัวลอยน้ำขิง ,, กินเสร็จเรอสบาย เอิ้กๆๆๆ

บัวลอยน้ำขิงปิดท้าย ,, เรอสบายเลยกรู

สุดท้ายต้องขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ สำหรับทัวร์เดินไปชิบไป สนุกมากและอิ่มมากๆ ไม่คิดว่าจะได้กินอะไรหลากหลายและเยอะแบบนี้ เดี๋ยวคราวหน้ามาจัดทริปกินกันอีก วะฮะฮ่าๆๆๆ

วงขิมที่อนุเสาวรีย์ชัยฯ

ถ้าพูดถึงเครื่องดนตรีไทยอย่างขิมแล้ว….
อารมณ์มันต้องประมาณผู้หญิงเจ้าๆ ไฮโซๆ นั่งเล่นแบบที่หรูๆ
แต่งกายชุดไทย แล้วเล่นเพลงเก่าๆ ด้วยอารมณ์ละเมียดๆ ,, โอย เกินบรรยาย
หรือไม่ก็มาเป็นวงมโหรีเลย แล้วก็เล่นขิมแบบเจ้าๆ ในวงนั้น

แต่วันนี้ผมพามาเจอวงขิมอีกแบบนึง,, น่าสนใจมากๆ

ลีลาการตีขิม ,, เจ๋งมากๆ ครับ

หรือวงขิมผู้ชายก็มีด้วยเหรอ?

แค่ฟังก็แปลกแล้วใช่ไหมครับ ว่าทั้งวงเป็นวงผู้ชายล้วนห้าคน แถมทั้งวงก็มีแต่ขิมหมด
(แต่ช่วงหลังเริ่มมีพวก cajon หรือ percussion อื่นๆ มาร่วมแจมแล้ว รู้สึกว่าดนตรีแน่นขึ้น)
แถมสถานที่เล่นก็เป็นที่พื้นทางเดิน BTS ตรงอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่ได้หรูหราอะไร
ส่วนช่วงเวลาเล่นเท่าที่สังเกตจะเป็นช่วงเย็นๆ ถึงค่ำๆ เจอเป็นบางวัน

วงขิมชายล้วน 5 คน

เพลงที่เล่นก็เป็นเพลงไม่เก่านะ ฟังทำนองก็พอรู้ว่าเพลงอะไร มีทั้งเพลงไทยเพลงเทศ เอาเป็นว่าฟังแล้วรู้จักแน่ๆ ส่วนฝีมือจะเป็นอย่างไร แนะนำว่าลองไปดูเองละกันครับ (อันนี้อัดจาก Nokia N8 นะครับ ถ้าดูจากเวปผมเป็นแบบธรรมดา แต่ถ้ากดเข้า Youtube ก็กดเป็น HD ได้)

ว่าไงๆๆๆ ติดใจไหมละครับ XD
เท่าที่สังเกตคนที่เดินผ่านไปมาทั้งไทยทั้งฝรั่งก็ชื่นชอมวงนี้ไม่แพ้กัน 🙂

วงนี้ผมชอบมากๆ เลยครับ

จริงๆ วงนี้เห็นมาหลายทีแล้วและชอบมากๆ นอกจากไอเดียเยี่ยมและฝีมือบรรเจิดมากๆ ผมยังไม่เคยคุยกับเค้าว่าเป็นใครมาจากไหนยังไง เพราะที่ผมผ่าน BTS อนุเสาวรีย์ก็มักเป็นช่วงกลางคืนแล้ว อารมณ์ผมก็รีบกลับเดี๋ยวไม่มีรถเมล์ ส่วนกลางวันที่ผ่านก็ยังไม่เคยเห็นน้องเค้าเล่นเหมือนกัน

ผมว่าเป็นวงดนตรีเปิดหมวกที่มีความเจ๋งและน่าให้การสนับสนุนอย่างมากมาย ,, นานๆ ทีจะกล้าควักแบงค์ให้
ใครผ่านไปก็ช่วยสนับสนุนน้องๆ เค้าด้วยละกันครับ 🙂

Bangkok Big Cleaning Day + Ruin tour

หลังจากศึกสงครามกลางเมืองย่านราชประสงค์ สีลม บ่อนไก่ สยาม และอีกหลายๆ ที่
ระหว่างคนไทยและคนไทย ได้สร้างความเสียหายแก่กรุงเทพฯ อย่างมาก
ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน เงินทอง คุณภาพชีวิต และค่าเสียโอกาสต่างๆ

วันที่ 23 พฤษภาคม 2553 กทม.ก็มีโครงการ Big Cleaning Day ครับ
ภายใต้โครงการที่ชื่อ Together, WE CAN หรือ รวมกันเราทำได้

โครงการ Together, WE CAN = รวมกัน เราทำได้

ซึ่งก่อนที่จะมีโครงการนี้ ผมกะ @jarpichit เคยวางแปลนว่าจะไปทำความสะอาดกทม. อยู่แล้ว
แต่มีโครงการนี้ก็ดีครับ ก็รวดเนียนๆ ไปเลย

เริ่มต้นที่ศาลาแดงก่อน

โดยงานนี้แรกเริ่มนัดกันที่หน้าพระบรมรูป ร.6 สวนลุมตอน 0800-0900 น
ผมไปตอน 0930 น เนื่องด้วยรถติด และต้องเดินทางหลายต่อ + ดูบอลมาเมื่อคืนด้วย
แต่พอมาถึง BTS สถานีสีลมพบว่า มีคนเยอะมาก ไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
โดยผมตั้งใจมาช่วยทำในส่วนของถนนสีลมครับ ตั้งแต่ศาลาแดง-แยกนราธิวาสครับ

ใต้รถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง คนเยอะมาก
บรรยากาศสนุกสนานครับ ทุกคนช่วยทำงาน คนเยอะจริงอะไรจริง
หน้าธนิยะ คนไม่ขาดสายจริงๆ

คนเยอะครับ ตีคร่าวๆ สีลมตอนนั้นก็ไม่น่าต่ำกว่า 500-600 คนครับ
ซึ่งผมก็เห็นคนมาเรื่อยๆ บ้างก็มาแจม บ้างก็โยกย้ายไปที่อื่นๆ ก็มีครับ

ทั้งกทม. + ประชาชนช่วยกันทำความสะอาด บริษัทต่างๆ ก็เอาของมาแจกเยอะ

ผม + @jarpichit + ทีมดราม่าแพ๊คกันทำงานครับ
หลายคนเรียกร้องอยากเห็นหน้าจ่า,,,
บ้างก็ว่าจ่าเป็นเกย์,,
บ้างก็ว่าจ่าแอ๊บแมน,,,,
วันนี้เลยถ่ายรูปจ่ามาครัฟ,, อาจไม่ชัดมากเท่าไหร่ ลองดูกันได้ครับ คนกลาง หัวโตหน้่อยนะครัฟ ^^

อย่าเครียดมากนะครับ!!!!

หมดสีลมผมก็เหนื่อยแล้วครับ คนก็เยอะ แถมมีนัดช่วงบ่ายอีก
เลยมาเดินถ่ายรูปเล่น ตามรอยกันดีกว่าครับ

เดินตามรอยม้อบสีลม

จากนั้นผมก็เริ่มเดินเก็บรายละเอียดครับ เริ่มจากแยกศาลาแดง หลังจากแยกย้ายกับจ่า
เริ่มที่ รพ.จุฬาและตึกต่างๆ ย่านสีลมครับ
โดยรวมเท่าที่มอง มีทั้งรอยกระสุน รอยระเบิด เยอะเหมือนกัน
หรือแค่มองไปยังตึก สก. รพ.จุฬาฯ ก็เห็นรอยระเบิด รอยกระสุน รอยควันยาง ลวดหนามล้อมรพ.

ตึก สก. มีรอยเต็มไปหมด
ใต้ราง BTS เป็นสีดำจากการเผายาง ดูเท่ไปอีกแบบ
ลวดหนามล้อมรอบรพ. เลย เฮือกกกก

เดินกันต่อครับ

เริ่มกันที่ราชประสงค์ตอนต้น

เริ่มมาก็เห็นป้อมยามถูกเผา เฮ้ออออ

ป้อมตำรวจกระจกแตกหมด ควันดำเต็ม เยินๆๆ

แต่ตรงจุดนี้ก็มีประชาชน + กทม. มาช่วยกันทำความสะอาดครับ
เป็นคนละกลุ่มกับสีลม (ที่ส่วนมากจะไปทำที่บ่อนไก่กันต่อ)

นี่ก็อีกกลุ่มที่ช่วยกันทำความสะอาด

จากนั้น ก็เดินแซงผู้คนกลุ่มนี้มาเรื่อยๆ ครับ
จนเจอราชประสงค์ที่เยินๆ เฮือกกกก ไม่น่าเชื่อว่าม๊อบจะอยู่กันได้

เปิดด้วยกองขยะกองใหญ่ หน้า AUA
พี่เค้าลืมเก็บไปนะครับ
ยาง ไม้ และสิ่งปฏิกูล เพียบ!!!

ใต้กองไม้ยังมีปัสสาวะ อุจจาระ ข้าวเน่าๆ อาเจียน ฯลฯ ส่งกลินเหม็นมากๆ
ไม่เชื่อเหรอว่าสิ่งปฏิกูลเพียบ ,,, ดูที่แมลงวันหัวเขียวสิครับ ผมว่ามีเป็นหมื่นๆ ตัว

แมลงวันกองนี้ก็มีเยอะมากๆๆ เดินผ่านทีก็บินว่อน
ธงของ นปช. ที่ทิ้งไว้

และปริศนาว่า ทำไม BTS ยังไม่พร้อมให้บริการที่ราชประสงค์ครับ

บันไดถูกเผาเรียบ ขึ้นไปเสี่ยงจะถล่มหักมา

เดินต่อครับ

แยกราชประสงค์และ CTW

และแล้ว ก็ถึงจุดที่ผมอยากเจอที่สุดจุดนึงแล้วครับ
มาปุ๊บก็เห็นคนมาทำความสะอาด เยอะมากๆ ไม่แพ้กับที่สีลมเลย
โดยที่นี่เป็นคนละกลุ่มกัน โดยทำย้อนไปทางราชประสงค์ สมทบกับอีกกลุ่มที่ผมเดินผ่านมา
อืมมม คนเยอะจริงๆ

ผู้คนมากมายมาช่วยทำความสะอาดแยกราชประสงค์

และแล้วก็ถึงอีกสถานที่นึงที่คนเยอะมาก แต่เป็นคนมาถ่ายรูป/ช่างภาพเป็นหลัก
นั่นคือ Central World Plaza ครับ แม้สภาพเปลี่ยนไป แต่คนยังเพียบ

ภาพ CTW จากมุมไกลๆ
กำลังเกรียมๆ เฮ้อออออ
กระจกรังผึ้งด้านหน้าเสียหายยับ
ที่เสียหายหนักคือส่วน Zen ครับ แหว่งไปเลย

คิดถึง CTW เหมือนกันนะครับ คิดถึงความทรงจำดีๆ ตรงนี้
ต้องรอซ่อมเสร็จ คงอีกหลายเดือนน่าดู เฮ้ออออ

CTW = เซ็นทรัลแหว่ง T T

เดินต่อครับ ไปยังจุดหมายสุดท้าย

ระหว่างทาง และ สยาม

ตอนนั้นแดดร้อนมากๆ ประมาณบ่ายกว่าๆ แล้ว แต่คนยังเพียบ
เดินมาถึงหน้าวัดปทุมวนาราม-สนง.ตร. ก็มีคนทำความสะอาดอีกเพียบ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับทั้งหมด
วันนี้น่ายินดีมากๆๆ

วันนี้คน กทม. รวมใจกันจริงๆ

มีอะไรฮาๆ ระหว่างทางด้วย ^^
เค้าคงมาเตือนเราว่าถ้าแตกความสามัคคี เราคงเสียกรุงแบบอยุธยาเป็นแน่…

นายจันหนวดเขี้ยวหลุดมาจากบางระจัน O_o!!!

ถึงสยามแล้ว
เห็นแล้วก็หดหู่ไป สงสารเจ้าของร้านค้าแถบนี้มากๆ
หลักๆ เท่าที่ผมเห็นจะโดนตั้งแต่แยกเฉลิมเผ่า มาจนถึงซอย 4 อะ

สยามถูกไฟไหม้ไปหลายอยู่
ตู้ ATM ก็ถูกเผาไปหมด
ซอย 4 -- หลังดังกิ้นโดนัท ข้างๆ กาโตว์เฮ้าส์

ที่เยินสุดในโซนนี้ น่าจะเป็นโรงหนังสยามครับ

โรงหนังสยามที่เข้าไปไม่ได้อีกแล้ว
โครงสร้างโรงหนังถล่มมาหมด,, เหลือแต่ป้ายโฆษณาหนัง
โรงหนังแทบไม่เหลืออะไรเลย,,, น่าสงสารมากๆ

และแล้วการเดินทางของวันนี้ก็สิ้นสุดลงครับ

สรุปการเดินทางวันนี้

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าในทีวีจะมีจริง และมันจะเกิดขึ้นที่เมืองไทย”
เป็นประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว ระหว่างที่นั่งรถไฟฟ้าไปยังสถานีศาลาแดงและเห็นสภาพบ้านเมือง
แต่พอเมื่อผมรูดบัตร BTS และเดินลงจากสถานี ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไปมาก
ผู้คนมากหน้าหลายตา ร้อยพ่อพันแม่ ทั้งหญิงและชายลงมากวางถนนสีลมกันเยอะมาก
และมากขึ้นอีกเมื่อผมเดินไปที่ต่างๆ และพบว่าคนที่มาทำความสะอาดนั้น เป็นคนละกลุ่มกัน

“มันเป็นความขัดแย้งทางอารมณ์ รู้สึกเศร้าใจที่เห็นซาก แต่อิ่มเอมใจที่เห็นคนไทยมาทำอะไรร่วมกัน”
บางคนกวาดถนน,, บ้างขัดป้าย,, โรยแฟ๊บ,, ราดน้ำ,, เก็บขยะ…
บางคนเสิร์ฟน้ำ,, บางคนแจกขนม,, แป้งเย็น,, กาแฟ,, ข้าวกล่อง
..ทั้งหน่วยงาน, บริษัทเอกชน, ห้างร้านต่างๆ, กรุงเทพมหานครเอง และประชาชนทุกคนมาร่วมกันปัดกวาดกรุงเทพฯ
ถือเป็นนิมิตรหมายอันดี

แม้บางคนอาจบอกว่ามันกวาดได้เฉพาะพื้นผิวเท่านั้น แต่มันก็ยังดีกว่าไม่กวาดอะไรเลย
แล้วคุณล่ะ กวาดจิตใจตัวเองบ้างหรือยัง
มาช่วยมาทำให้กรุงเทพฯของเรา ประเทศไทยของเราก้าวไปด้วยกันเถอะครับ