การกลับมาของบ้านกระดาษจาจา

ชื่อตอนนี้อาจทำให้งงๆ กันนิดหน่อย

ถ้าใครเกิดในยุคเดียวกับผม ขนมสุดฮิตในสมัยประถมก็คงไม่พ้นขนมที่เน้นของแถมอย่างกาก้า, คำคำ, โอเดงย่า, โดเรม่อน (ซึ่งพวกนี้จะแถมตุ๊กตุ่นตุ๊กตาเล็กๆ แถมไพ่และสติกเกอร์ตามลำดับ) ,, และขนมอีกยี่ห้อที่เราจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ นั่นก็คือจาจาครับ ซึ่งจาจาจะเป็นขนมแป้งข้าวโพดรสบาร์บีคิวแถมบ้านกระดาษเอามาประกอบเอง มีโคตรจะหลายเวอร์ชั่นมากๆ ผมชอบมากๆๆๆ เด็กๆ นี่จำได้ว่าสะสมแทบจะครบทุกแบบ (ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังเก็บไว้อยู่หรือเปล่านะ ลองกลับไปอ่านตอนบล๊อกที่เขียนเกี่ยวกับของเล่นนี่ก็หารายละเอียดไม่เจอแฮะ) ,, แต่ว่าไปนั่น ซื้อพวกนี้ไม่ค่อยซื้อขนมเท่าไหร่ เหมือนซื้อของเล่นแล้วแถมขนมมากกว่า

จำได้ว่าสมัยก่อนเด็กๆ ผมไม่ได้มีตังเยอะมาก บางวันเวลาเลิกเรียนหิวๆ ก็จะไปเดินขอขนมพวกนี้ที่เพื่อนๆ ไม่กินกันเอามากินเอง บางคนซื้อแบบจริงจังมากๆ หวดทีสามสี่ห่อ เราก็ไปแย่งมันกิน อิ่มสบายตัว ,, โดยเฉพาะโอเดงย่านี่ชอบมากๆ ใครเอาไพ่แล้วทิ้งขนมนี่ขอเลย

หลังจากช่วงมอปลาย พวกขนมคิกขุอาโนเนะเหล่านี้ก็เหมือนจะหายไปจากชีวิตผมเลยนะ (แปลว่านี่เล่นถึงมอต้นเลยเรอะ!!) แล้วก็หายไปเลย หายไปหลักสิบกว่าปี จนเพิ่งมาเจอเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อนว่าจาจามันกลับมาขายที่เซเว่นแล้ว!!!

วันนี้ก็เลยขอลองซักห่อ สนนราคาซองละ 15 บาทครับ

ในที่สุด มันก็กลับมาอีกครั้ง!!!
ในที่สุด มันก็กลับมาอีกครั้ง!!!
ด้านหลังเหมือนจะบอกว่ามีหกลาย
ด้านหลังเหมือนจะบอกว่ามีหกลาย

เอาเป็นว่า ตั้งแต่แกะห่อมา ขอเล่าเป็นข้อๆ ละกันนะครับ เร็วดี

  • ในห่อมีขนมแป้งข้าวโพดรสบาร์บีคิว , แผ่นบ้านกระดาษ, แผ่นบอกว่าบ้านกระดาษคือโมเดลไหน, คูปองสะสมแลกหมอน ,, แต่กลับไม่มีวิธีประกอบ โธ่วววว์
  • ขนมข้าวโพดผมว่าเค้ายังรักษาคุณภาพรสชาติค่อนข้างง่อยกระรอกได้อย่างสม่ำเสมอ แป้งดาดๆ เครื่องปรุงจางๆ ,, ถ้าคิดว่าจาจามีแค่ขนม ราคา 15 บาทนี่จะถือว่าแพงมาก (แต่อันที่จริง คนซื้อจาจาเค้าซื้อบ้าน ไม่ได้ซื้อขนมซักหน่อย)
  • บ้านกระดาษยังคงความประกอบยากและซับซ้อนเหมือนเดิม ยิ่งไม่มีใบที่บอกวิธีการประกอบนี่ต้องเพิ่มจินตนาการอีกเท่าตัว เด็กๆ ที่ซื้อจาจามาคงสร้างภาระแก่พ่อแม่ปู่ย่าตายายไม่มากก็น้อย
  • การพิมพ์สวดลายต่างๆ ผมว่าดรอปลงจากเดิมเยอะ ลายรุ่นใหม่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ (เท่าที่ผมลองเปิดมา 1 ห่อนะ) ไม่ค่อยประทับใจเหมือนตอนเด็กๆ อะ
  • แต่สิ่งที่ดรอปกว่าการพิมพ์คือกระดาษครับ ออกแนวแย่เลย จับๆ ดูกระดาษมันเหมือนจะแข็งแต่จริงๆ แล้วบอบบางมาก อาทิ เดือยที่ยื่นออกมานั้นแทงทะลุร่องลำบากมากๆๆ ทั้งจากร่องนี่แข็งและเจาะยาก เวลาใส่เดือยลงไปกระดาษตรงเดือยก็จะแตกเป็นชั้นๆ ถอดๆ ใส่ๆ เกิน 2 ครั้งกระดาษที่เดือยก็แตกเป็นชั้นๆ เหมือนกัน
  • แนะนำว่าเตรียมบัตรประชาชนมาเจาะถ่างในทุกจุดที่เป็นร่องไว้เลย จากนั้นตอนเสียบเดือยให้ดันเข้าไปนิดนึงพอให้เห็นปลายมันโผล่ฝั่งตรงข้ามแล้วใช้คีมคีบเดือยจากด้านหลังช่วยด้วย
  • แนะนำให้ประกอบตัวบ้านให้เสร็จก่อนถึงค่อยประกอบกับฐานครับ ,, ส่วนตัวบ้าน เลือกประกอบชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนชิ้นใหญ่ๆ

กว่าจะรู้เทคนิคการประกอบบ้านจาจารุ่นใหม่ เดือยบ้านหลังแรกของผมก็เละไปหมดแล้ว ;___;)

เปิดมาด้านใน มีขนมแป้งข้าวโพดง่อยๆ กับแผ่นบ้านกระดาษ
เปิดมาด้านใน มีขนมแป้งข้าวโพดง่อยๆ กับแผ่นบ้านกระดาษ
ดูแล้วประกอบไม่งาย แถมลายนี้ไม่มีที่ซองด้วย
ดูแล้วประกอบไม่งาย แถมลายนี้ไม่มีที่ซองด้วย
ผมว่าคุณภาพมันดรอปลง ทั้งกระดาษและลวดลายนะ
ผมว่าคุณภาพมันดรอปลง ทั้งกระดาษและลวดลายนะ

ลองซื้อมาเล่นกันได้ครับ (แต่อย่าลืมทำตามคำแนะนำข้างต้น)

ครบ 100 Entries ของ tongkatsu.com

ในที่สุด Entry นี้ก็เป็นเรื่องที่ 100 ของ www.tongkatsu.com
ซึ่งเขียน 100 Entries ในเวลาสิบเดือนนี่ก็ถือว่าเยอะเหมือนกัน
นี่ยังไม่นับรวมที่ blog เก่านะ ,, ถ้ารวมๆ แล้วก็ราว 170 Entriesในระยะเวลาปีกว่า
จริงๆ ผมมีดองเรื่องที่ยังไม่ได้เขียนอีกเพียบ

อุตส่าห์ครบรอบก็หาอะไรดีๆ ทำซักหน่อย

คิดมาสามวันละว่าจะเขียนอะไรดี ,, นั่งคิดอยู่นาน ,, ตั้งใจว่าจะเขียนความประทับใจในการทำ blog
แต่ก็คิดไม่ตกจริงๆ ว่าจะเอาออกมาแนวไหนดี
พยายามเปิด blog เก่าๆ ,, จริงๆ ทุกอันก็มีความประทับใจในแต่ละเรื่องของมันเอง รวมทั้งการที่หลายๆ คนเชิญไปออกงานต่างๆ จากการเขียน blog, เชิญไปกินอาหารร้านต่าง, มีให้ของกำนัลต่างๆ หรือแม้แต่มีคนมาติหรือมาชมก็ทำให้ผมประทับใจได้

แต่ครบรอบ 100 Entries จะเขียนอะไรดีครับ

คิดมากจนต้องออกมาหาอะไรกินอีกครั้งครับ 🙂 และแล้วผมก็เจอแรงบันดาลใจจากการกินอีกแล้ว
ครั้งนี้ไม่ใช่อะไรหรูหราจากร้านอะไรที่หรูๆ ใจกลางเมืองหรือ บรรยากาศดีๆ ไม่ได้มีสาวเสิร์ฟสวยๆ หรอก
แต่เป็นร้านปังเย็นน้ำแข็งใสธรรมดาๆ

มาหาอะไรกินแก้เครียด เผื่อมีไอเดียดีๆ

โดยสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจหลังจากที่ไม่ได้กินร้านนี้มานานคือภาพนี้ครับ
ภาพนี้ถ่ายที่หน้าร้านน้ำแข็งใสด้วย Nokia N8 และปรับย่อให้มีขนาด 600×450 px ด้วยโปรแกรมโฟโต้สเคปโดยมิได้ปรับแต่งอะไร
มองอยู่นาน มันก็หน้าร้านธรรมดาๆ ,,, แล้วไงเหรอครับ

ภาพต้นเหตุแห่งความประทับใจ

อาจดูงงๆ ว่ามันคืออะไรกัน!!! ลองสังเกตดีๆ ครับ

แค่ป้ายธรรมดาก็ทำให้ผมมีความสุขได้ 🙂

ซึ่งถ้าลองไปตามที่ป้ายเขียน “ร้านปังเย็น — ร้านน้ำแข็งไสในตำนาน”

ดูเหมือนว่ามันก็จะ link มาที่ blog ผมนะ
มันมาที่ blog ผมจริงๆ ด้วย คริๆๆๆๆ

แอบดีใจลึกๆ นะที่ป้าเค้ามาเห็นและเอามาโฆษณาร้าน (ดูเหมือนว่าป้าเค้าไม่รู้นะว่าผมเป็นเอาร้านเค้ามาลง)
แม้ว่าเราไม่รู้จักกันมาก่อน ไม่ได้สนิทสนมกัน ไม่ได้เป็นญาติ ไม่ได้รับค่าโฆษณาใดๆ
จนถึงทุกวันนี้ เวลาผมมาสั่งอะไรกินที่ร้าน ก็ยังเสียตังค่ากินทุกครั้ง

แต่การที่ blog ของผมหากมันจะมีประโยชน์หรือทำให้คนที่มาอ่านได้มีความสุขบ้างผมก็ดีใจแล้ว (ภายใต้เงื่อนไขเล็กน้อย)

ความสำเร็จของการทำ Blog หลายๆ คนอาจวัดที่จำนวนโฆษณาที่ได้, รายได้, จำนวนคนที่มาดู, หรือ SEO ต่างๆ ,, แต่กับผมแล้ว ความสำเร็จในการเขียน blog คือความสุข ทั้งการที่ผมมีความสุขที่จะเขียนและแบ่งปันมัน และคนอ่านเกิดความสุขหรือได้ความรู้จาก blog ผม ,, แม้จะมีคนอ่านแค่ 1 คน แต่ถ้าเกิดประโยชน์ต่อเค้า ผมก็มีความสุขมากๆ แล้ว

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณทุก comments
ขอบคุณเจ้าของร้านอาหารและสถานที่ต่างๆ
ขอบคุณ @9aum ที่ให้ใช้สถานที่เขียน blog
และขอบคุณที่จะติดตามกันต่อไป -/\-

ในที่สุดผมก็เขียน Blog ครบขวบปีแล้ว!!

ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ้วววววววว ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้วครับ
วันที่ผมได้เขียน blog ครบ 1 ปี แล้ว ในวันที่ 18 สิงหาคม (แต่พอดีกว่าจะเขียนเสร็จก็หลายวันอยู่)
ทั้งจากที่ blog เก่า (tongkatsu.exteen.com) และ blog ใหม่ (tongkatsu.com)
นับรวมๆ เขียนไปไม่น่าต่ำกว่า 140 entries ได้
วันนี้ก็ขอกล่าวอะไรสักเล็กน้อยสำหรับประสบการณ์เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา

อีกหนึ่งปีที่เติบโตขึ้น

เริ่มจากวันที่ไม่รู้จะเขียนอะไร กลายเป็นวันที่เขียนไม่ทัน ดองเรื่องไว้มากมายเต็มไปหมด
เริ่มจากวันที่คนดูหลักหน่วย เป็นหลักร้อย และเข้าใกล้เฉลี่ยวันละพันแล้วในตอนนี้ เย่!!
เริ่มจาก web blog อย่าง exteen จนมาอาศัย hosting เพื่อนและใช้ wordpress ในการเขียนแทน

  • ก่อนอื่นต้องขอบคุณมากๆ สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ และทุกๆ คนที่เข้ามาอ่าน blog ผม ทั้งที่โดยตั้งใจ โดนบังคับ และโดยบังเอิญ หรือแม้แต่คุณ google พามาผิดก็ตาม ฮาๆๆๆ
  • แต่ที่ขอบคุณพิเศษคนแรกเลยคือพี่พัชร หรือ @ipattt ครับ ตั้งแต่ชักนำผมเข้าวงการดนตรีทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก รวมทั้งแนะนำ wordpress และกระตุ้นให้ผมสร้าง blog ใหม่นี้ขึ้นมา
  • อีกคนที่ขอบคุณคือ @pokpitch ที่อนุญาติให้ผมไปเบียดเบียนพื้นที่บน hosting ของเค้า รวมทั้งเป็นธุระจัดการหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับระบบ web ที่ผมไม่ค่อยรู้เรื่อง และทำให้ blog นี้ราบรื่นมากๆ
  • คนที่สามคือ @9aum ที่เป็นคนชวน ผลักดันและแนะนำให้ผมรู้จักกับการเขียน blog ที่ exteen เป็นครั้งแรก
  • และคนสุดท้ายคือ @imenn ครับ ที่ผลิต Theme คลาสสสิกสวยๆ อันนี้มาให้ใช้ครับ

ซึ่งช่วงที่ผ่านมา 1 ปี เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ผมยังมีโอกาสได้ออกไปยังสถานที่ต่างๆ ได้พบปะเพื่อนๆ ใหม่ๆ มากมาย ได้ร่วมแชร์สิ่งดีๆ ให้กันและได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะกับเพื่อนๆ ที่รู้จักกันผ่าน twitter หรือ internet
บางคนเจอกันที่ร้านวาวี บางคนเจอกันที events ต่างๆ หรือบางคนอาจทวีตชวนไปกินข้าวกัน ผมก็บ้าจี้ไปกินด้วยแฮะ หลายครั้งก็แอบเสียวๆ เหมือนกัน แต่เท่าที่ผมเจอเพื่อนๆ มา ทุกคนจริงใจและเต็มที่มากๆ และผมก็พร้อมเต็มที่และจริงใจกลับไปเช่นกัน

ส่วนเรื่องการที่ผมรีวิวอาหารเป็นว่าเล่นนั้น จริงๆ แล้วผมก็ไปกินตามปกตินะ
เพราะถ้าถามว่าผมกินหลายที่กว่าคนอื่นไหม พูดตรงๆ ว่าไม่เลย จริงๆ ผมไปกินข้างนอกอย่างมากก็อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เดือนนึงก็ประมาณ 3-5 ครั้ง แต่ที่ต่างคือผมพยายามเก็บรูปและเก็บรายละเอียดต่างๆ มาแชร์ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งประสบการณ์ที่ได้รับมาจากร้านนั้นจริงๆ เท่าที่ไปกินครั้งนั้นเอง จ่ายเงินเอง ไม่มีส่วนลดที่เกินปกติของร้าน (ทั้งๆ ที่อยากกินฟรีบ้าง อิอิ) ซึ่งส่วนใหญ่ร้านที่ผมจะเอาลงจะค่อนข้างประทับใจ (ที่ไม่โดนไม่ค่อยเอาลง)

สิ่งที่จะวางแผนทำต่อไป

เรื่อง blog ก็คงเขียนต่อไปเรื่อยๆ ครับ เนื้อหาก็คงแบบเดิมๆ แต่จะพยายามเขียนเรื่องวิชาการสลับบ้างเป็นระยะๆ
แต่เป้าหมายหลักช่วงนี้คือต้องการสอบด้านวิชาการแพทย์ทั้งหลายให้ผ่านครับ เพราะมีเยอะเหลือเกินทั้งสอบลงกอง, สอบศรว.ตอนที่3, สอบ compre อีก เฮือกกก ทำให้อาจมีบางช่วงที่หายจากการเขียน blog ไปบ้างในปีนี้เป็นพักๆ แต่ก็จะพยายามเขียนเรื่อยๆ และคงได้กลับมาเขียนจริงจังแบบหนักๆ อีกทีช่วงที่เรียนวิชาเลือกแล้ว คือประมาณต้นๆ ปีหน้าครับ
ส่วนบางคนอาจกังวลว่าผมจะสอบนั่นนี่ กลัวอ่านหนังสือเครียดจนลืมเรื่องงานรื่นเริง แต่จริงๆ การชวนกินชวนเที่ยวยังทำได้นะครับ หากผมไม่ติดเวรหรือออกต่างจังหวัด สามารถชวนและเชิญได้ตามอัธยาศัยครับ

รวมทั้งถ้าหากผมได้มีโอกาสกลับไปกินหรือ update ที่ร้านที่ผมเคยทำ blog ไปแล้ว ผมจะเอาเนื้อหาและรูปแทรกต่อใน blog เดิมเป็นหลักนะครับ อาจมีบางครั้งอาจแยกเป็น entry ใหม่บ้าง ส่วนที่ blog เก่า ยังมีร้านที่ผมชอบอีกหลายร้าน เดี๋ยวจะเอาไปเนื้อหามาแปะไว้ที่นี่ที่เดียว เวลาไปหาจะได้ไม่ลำบากมากละกัน
รวมทั้งตอนนี้ผมพยายามหากล้องถ่ายรูปใหม่ด้วย เนื่องจากเลนส์คิท 18-55 เสียพอดี รวมทั้งหลังๆ เริ่มขี้เกียจพกกล้อง DSLR จริงๆ อยากได้ EVIL แต่ราคามันเหนือชั้นมาก คงหากล้อง compact ถูกๆ เผื่อเอามาถ่ายเล่นๆ พกมาง่ายๆ

ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ผมมีความสุขในการเขียน blog มากๆ ครับ
แล้วเจอกันต่อใน Entry หน้าครับ

ของเล่น — อารยธรรมของผมในวัยเด็ก

คนเราทุกคนล้วนย่อมเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน เดินก้าวผ่านข้ามเวลามาเรื่อยๆ
จากเด็กเป็นวัยรุ่น จากวัยรุ่นเป็นผู้ใหญ่ จากนั้นก็เริ่มมีครอบครัวกันไป

บล๊อกนี้ผมได้แรงบันดาลใจระหว่างกลับบ้านที่เชียงใหม่ ซึ่งนานๆ กลับที
วันนี้ผมลองหยุดและมองกลับหลังไปในอดีต สมัยที่ยังไม่ได้แยกห้องนอนกับแม่
ยุคสมัยที่การถ่ายรูปเป็นเรื่องลำบาก ทีวียังเป็นจอนูน ไม่มีห้างมากมาย ต้นไม้ยังเต็มเชียงใหม่
และกลับไปเจอเพื่อนๆ ของผมนอนอยู่ในกล่องอย่างดี

ใช่ครับ วันนี้ผมจะไปเปิดกรุของเล่นของผมเก่าๆ

กองกรุของเล่นครับ

ของเล่นพวกนี้เป็นของเก่าเก็บมากๆ อายุแต่ละชิ้นน่าจะเกือบๆ ยี่สิบปี
พอหยิบมันมาทีไร ภาพเก่าๆ ก็ย้อนกลับมาตลอด

..คิดถึงวันที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งอยากได้ของเล่น งอแงจะเป็นจะตาย
..คิดถึงวันที่สอบได้เกรด 4.00 สมัยปอ 3 (ได้กันครึ่งห้อง) แล้วพ่อพาไปซื้อของเล่น
..คิดถึงวันที่อาเอาของเล่นมาให้เป็นของขวัญวันเกิด
..คิดถึงตอนเหงาๆ ไม่มีพี่น้อง ไม่มีเพื่อนให้เล่น มันก็อยู่กับผม
..คิดถึงบ้านเพื่อนที่เราจะชอบไปเล่นเกมส์แฟมิคอมบ้านเค้า
..คิดถึงหลังห้องที่จะมาเล่นไพ่เขี่ยๆ แล้วสุดท้ายเราก็ยึดการ์ดของเพื่อนมาหมด
..คิดถึงและขอบคุณผู้หญิงคนนี้ครับ เธอคือแม่ของผมเอง เป็นผู้เก็บและดูแลอารยธรรมของผมมาตลอด

แม่ผมเอง ผูเก็บทุกอย่างไว้อย่างดีเวอร์

แม้แต่วันนี้เธอก็มาช่วยรื้อค้น ปัดฝุ่น และเก็บเข้าที่ด้วย น่ารักจริงๆ ครับ

มาเปิดกรุกันดีกว่า

แม่ผมนอกจากจะยัดของเล่นผมไว้ตามรูต่างๆ ของห้องนอนเธอแล้ว
เธอยังจะแบ่งหมวดของเล่นไว้นะครับ แบ่งเป็นกล่อง ตามชนิดของมัน
ซึ่งตั้งแต่เด็กๆ แม่จะสอนผมเสมอ พยายามฝึกให้เป็นนิสัย

แม่ก็มาช่วยงานรื้อค้นวันนี้ด้วย

แต่ผมกลับเป็นคนที่มองอะไรต่างมุมกันไปนะครับ ทำให้ความเห็นเราบางครั้งไม่ตรงกัน
ผมจะชอบเอาแต่ละอันมาผสมๆๆ และเก็บรวมกัน หรือถ้าวุ่นวายมากก็จะไม่เก็บเลย
และมักจะเป็นอย่างหลังมากที่สุด

ถ้าพูดกันตรงๆ ผมขี้เกียจเองแหละครับ เลยยัดๆๆ รวมๆ กันไปหมด ต้องเดือดร้อนแม่มาแยก

หุ่นยนต์คุณภาพดี

ของเล่นกลุ่มนี้ราคาจะแพงครับ และเป็นสิ่งที่ผมมักจะชอบเล่นในอดีต
พวกนี้ทำมาจากพลาสติกหรือโลหะอย่างดี สามารถบิดหมุนแขนได้ หรืออาจมีความสามารถพิเศษบางอย่าง
ตั้งแต่คินิขุแมน, หุ่นกันดัม, เซนต์เซย่า, ดรากอนบอล หุ่นประกอบร่างบ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้ เท่ๆ ฯลฯ

หุ่นกันดั้มของผม สภาพสมบูรณ์ 90%

ผมก็เล่นมันได้ทุกวี่ทุกวัน ตามประสาเด็กเหงาที่ไม่มีพี่น้อง
จำได้ว่าชอบกันดั้มมากๆ แต่ประกอบไม่สวย เบี้ยวๆ เอียงๆ
แต่พอเรามองย้อนไป มันเหมือนฝึก fine motor และ creativity ของเด็กในวัยนั้น
ส่วนตัวผมชอบมากกว่าเลโก เพราะมันต่อแล้วเห็นจุดหมาย ผมไม่ได้มีหัวครีเอทอะไรขนาดนั้น

กันดั้มตัวโปรด ซื้อที่อิเซตัน เวิล์ดเทรด (เดี๋ยวนี้คือเซ็นทรัลเวิร์ล)

แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นคินิขุแมน อันนี้เก็บเกือบครบชุด
จำได้ว่าสมัยนั้นผมชอบคินิขุแมนมากๆ เกมส์กดแฟมิคอมก็เล่นคินิขุแมน บ้าโคตรๆ
มันน่าจะเป็นอิทธิพลมาจากมวยปล้ำ ยุคนั้นนี่ก็ต้องเป็นสติง, ฮัลก์โฮแกน อะไรประมาณนี้ (เก่ามากๆ)

แม่เก็บคินิขุแมนไว้อย่างดี

ของเล่นตระกูลรถ

ส่วนถ้าพูดถึงรถก็นี่ครับ รถแข่งทามิยา ของแท้รูปดาวคู่
เรียกว่าสมัยซัก 15 ปีก่อนนี่เป็นยุครุ่งเรืองของทามิยาเลย
คิดว่าเด็กชายทุกคนต้องซื้อมันมาประกอบเล่น ในชีวิตอย่างน้อยก็หนึ่งคัน ซึ่งกล่องนึงราคาก็ไม่ได้ถูกเลย
จนหลังๆ มีตัวก๊อบจากจีนมาขายด้วย ราคาถูกกว่าเกินครึ่ง แต่คุณภาพห่วยแตก

รถทามิยาคันโปรด

สมัยก่อนนี่ออพชันแท้ของทามิยาแพงมากๆๆๆ
ถ่านชาร์จ มอเตอร์ โครงรถ ลูกรอก โอยยย เด็กไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับ
เราได้แต่ทำครับ สมัยนั้นนั่นหลังกับเพื่อนก็มาปั่นมอเตอร์กันเอง ตามประสาเด็ก
ทำเสียไปหลายอันครับ แต่อันนี้เวิร์คสุด แต่มันเร็วเกือบๆ เท่ากับมอเตอร์ดำแดง

มอเตอร์ปั่นเอง

สมัยก่อนนี่รถใครวิ่งเร็วโคตรเท่เลยครับ
ผมแรกๆ ก็เร็วหรอกครับ แต่ผมใช้ถ่านเนชันแนล AA อะครับ มันสู้เค้าไม่ได้ แถมเปลืองเงินอีก
จะซื้อถ่านชาร์จก็แพง ต้องซื้อที่ชาร์จอีก (ซึ่งมันไม่เหมือนสมัยนี้)
สุดท้าย ก็เอามาวิ่งเล่นกันแถวบ้านครับ

หุ่นยางหลากหลายสีสัน

เป็นหุ่นยางราคาถูกแต่ชอบเล่น มักเอามาเป็นตัวประกอบ
ส่วนมากได้มากับการแถมขนม หรือไม่ก็ซื้อแบบเป็น Mass มาเลย
ดังนั้น จำนวนที่แม่เก็บไว้มันจะเยอะมากๆๆๆๆ

หุ่นยางในกล่อง

นอกจากนั้นมันก็จะมีหุ่นยนต์แบบอื่นๆ ด้วย
ถ้าไฮโซขึ้นนิดก็จะมีทั้งประกอบร่าง เสริมเกราะ มีออพชันเสริมพิเศษ

หุ่นยางอุลตราแมนแบบประกอบเกราะได้

หุ่นยางตอนเด็กกับหุ่นยางตอนโตมันต่างกันจริงๆ

โคตรการ์ด

การ์ดหรือไพ่นี่เป็นอะไรที่จะต้องมีไปเล่นครับ ขาดไม่ได้จริงๆ ในการไปโรงเรียนแต่ละวัน
แต่ละคนจะมีตัวที่เอามาเขี่ยพิเศษ แบบแหลมๆ จะได้งัดเทคนิคมาตามสะดวก

ส่วนมากการ์ดพวกนี้ก็แถมโอเดงยาครับ (ขนมอื่นๆ ก็มีบ้าง) ขนมที่เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว
จำได้ว่ามีเพื่อนที่พอมีฐานะ ก็จะซื้อเพื่อเอาแต่ไพ่ไป แล้วทิ้งขนม คือด้านจะขอเนี่ย ไม่มีใครว่าเลยครับ
(จริงๆ มี sticker ติดแล้วเอาไปแลกขนมโดเรมอนด้วยนะ แต่อันนั้นแม่เก็บไว้ในกล่องอันในสุด)

โคตรแม่การ์ด เยอะมากๆๆ

หลักๆ ไพ่ที่มีก็เป็นหน้าดรากอนบอล, สตรีทไฟเตอร์, ไดโนเสาร์, ฯลฯ
เรียงได้ประมาณสี่กล่อง เยอะมากๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ทำไมเก็บไว้
มีหลายชุด ส่วนมากจะเกือบครบ ไพ่ที่ขาดนี่หาไม่ได้จริงๆ

การ์ดสตรีทไฟเตอร์เกือบครบชุด

เกมส์กด

เมื่อก่อนที่บ้านผมไม่มีเครื่องแฟมิคอม ผมก็จะไปชอบนั่งบ้านเพื่อนข้างๆ ดูมันเล่นเกมส์
ดูเฉยๆ ครับ ไม่ค่อยได้เล่น เพราะมันมีแต่ร้อคแมน หรือไม่ก็เกมส์ลุยด่านต่างๆ ที่เล่นคนเดียว แถมจอยสองเสียอีก
จนวันนึง มีเครื่องแฟมิคอมเป็นของตัวเอง ก็ยังชอบไปเล่นบ้านเพื่อนมากกว่า
เพราะผมจะได้ตลับเกมส์ปีละสองครั้ง คือตอนเกรดออก แต่บ้านเพื่อนน่ะ พ่อมันเล่นเกมส์เองเลย
ดังนั้น ที่บ้านมันจะมีเกมส์ใหม่ๆ ตลอด อิอิ
(ตอนนี้เครื่องแฟมิคอมผมได้รับการสืบทอดไปให้น้องแล้ว แต่ได้ข่าวว่าเล่นไปสองวันก็กลับไปเล่นเกมส์ในคอมเหมือนเดิม ก็แน่แหละ กราฟิก ความคมชัด ความหรูหรามันต่างกันมากมาย)

แต่เกมส์กดเครื่องแรกน่าจะเป็นเกมส์กดดองกี้คองรับสับปะรดนะ

เกมส์กดเครื่องแรกในชีวิต

จนต่อมาเริ่มมเกมส์บอยครับ ตอนนั้นฮิตมากๆ ใครมีนี่ถือว่าเท่สุดๆ
จำได้เลยว่าซื้อที่เซ็นทรัลกาดสวนแก้ว พ่อซื้อให้ซักงานนึงนี่แหละ
เป็นเกมส์ที่ชอบมาก เพราะพกไปไหนมาไหนได้สะดวก
(แต่กับผมยังไงก็เสียบปลั้กต่ออแดบเตอร์เล่นอยู่ดี)

เกมส์บอยคลาสสิก

แต่ข้อเสียคือ เพื่อนๆ มีตลับเกมส์ของจริงกันน้อย และเกมส์รวมมักจะซ้ำๆ กัน
สุดท้ายด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง เกมส์บอยเลยกลายเป็นไม่ค่อยฮิตไป และหลังๆ ผมก็เริ่มเล่นน้อยลงด้วย
ตอนนี้ล่าสุดที่ลองเปิดมันยังเปิดได้นะ แต่คงต้องใช้ถ่านเอา เพราะปลั้กหลวม

กลุ่มจิปาถะ

กล่องพวกนี้แบ่งหมวดไม่ได้จริงๆ ส่วนมากเป็นอะไรก็ไม่รู้มาปนๆ กัน
ก็มีทั้งหุ่นยาง โยโย่ ลูกข่าง สิงสาราสัตว์ต่างๆ หุ่นยาง ลูกแก้ว หมากรุก ฯลฯ โอยยยยยยย เยอะ

กล่องนี้มีแต่ของเล่นแปลกๆ

แต่ของเล่นทั้งหมดในกล่องก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดี แม้ว่ามันจะแก่แค่ไหนก็ตาม
อย่างลูกดิ่ง (หรืออะไรซักอย่าง) ของแถมอันนี้ แม่ยังจำวิธีเล่นมันได้เลย เก๋มากๆ
คิดว่าเมื่อก่อนแม่คงแอบมาเล่นเหมือนกัน

มันยังเล่นได้นะเธอว์

เท่าที่ค้นไหวก็มีเท่านี้
จริงๆ นี่ค้นได้ประมาณ 40% เองนะ ยังเหลือกล่องที่อยู่ลึกๆ อีก
ความขี้เกียจและสงสารแม่ที่ต้องมาคอยเช็ดฝุ่น-เก็บของให้เลยพอก่อน
แต่คิดว่าของเล่นในกรุชั้นลึกน่าจะเป็นของเล่นชิ้นใหญ่ๆ ที่ไม่ค่อยได้เล่น
เช่นไม้เบสบอล, ไม้ปิงปองแต๊กๆ, ชุดโต๊ะสนุ๊กเด็ก, เยอะมาก จนไม่คิดว่าจะกล้าเก็บ

นานาของเล่นในวัยอดีต

แม้หลายๆ อย่างในตอนเด็กๆ มันจะผ่านไปแล้วก็ตาม
ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ ห่างบ้านมาไกล ไม่รู้จะได้หลับอีกเมื่อไหร่
เพราะถึงวันหยุด ผมก็ยังต้องมีงานตอนเช้าหรือไม่ก็เวรอีก
แต่อย่างน้อยที่ผมได้เขียน Entry นี้ ทำให้ผมกลับไปมองย้อนถึงความสุขในวัยเด็กๆ อีกที
คิดถึงทีไรก็มีรอยยิ้มทุกที

และสุดท้าย ต้องขอบคุณคุณแม่จริงๆ ที่ช่วยเก็บความทรงจำของผมไว้ครับ
ผมว่าแกคงกะเก็บให้ลูกผมเล่นเลยมั้งครับ สมัยนั้นเค้าจะเล่นแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้
แล้วยังไงจะไปรื้อใหม่ ช่วยเก็บด้วยนะครับ 😉