สองป่วน-ปั่น-ญี่ปุ่น :: Cycling Shimanami 2018 — part 0 :: ก่อนเดินทาง

Life is Chance

ความฝันอย่างหนึ่งของผมในการปั่นจักรยาน ก็คือการได้ไปปั่นต่างประเทศนี่แหละ
อารมณ์แบบ อยากมีแมปสตราว่าเก๋ๆ ของต่างประเทศบ้าง
ซึ่งประเทศที่เล็งๆ ไว้อันดับต้นๆ ก็คือญี่ปุ่นนี่แหละ เพราะว่ารีวิวทุกสำนักบอกว่าดีมากๆๆ ทั้งอากาศและการจราจร แล้วก็เดินทางไม่ไกลมากด้วย
จริงๆ ก็แพลนจะไปหลายทีละ แต่ก็ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรชัดเจน จนเราได้มีโอกาสเจองานนึงครับ

งานนั้นชื่อ Cycling Shimanami 2018 ครับ

งานนี้มีความพิเศษคือ เป็นงานปั่นบนทางด่วนที่ปิดแบบว่ามีแต่จักรยานเท่านั้น และงานนี้จะมีทุก 2 ปี!!! โดยปีนี้ จัดในวันที่ 28 ตุลาคม 2561
บนเส้นทางที่สวยงามสุดๆ ในระดับที่จะต้องติด top 3 เส้นทางที่สวยที่สุดของทุกสำนักรีวิวบนโลก
โห แค่คิดก็ขนลุกแล้วครับ!!!

งานนี้ ผมเฝ้าติดตามมานานมากๆ จนเริ่มให้เปิดสมัครไปลงทะเบียนตั้งแต่ราวๆ กลางๆ เดือนกุมภาพันธ์ครับ
ซึ่งลงทะเบียนเสร็จ ไม่ใช่ว่าเราจะได้ไปเลยนะครับ ,, เพราะต้องไปจับฉลากเสี่ยงดวงช่วงกลางเดือนพฤษภาคมอีกที
ถ้าพลาดงานนี้ ก็รอไปอีก 2 ปี (แต่เราปั่นทางปกติได้นะ แค่ไม่ได้ขึ้นทางด่วน)

แล้วโชคก็เป็นของผมและภรรยาครับ!!!!

  • ซึ่งเส้นทาง (course) มีให้เราเลือกหลายแบบ ตั้งแต่ A-G, มีทั้งแบบแค่ปั่นรอบ 2 เกาะบ้าง, 3 เกาะบ้าง, หรือไกลสุดคือไป-กลับ 140 กม.
  • Course ยอดนิยมคือ Course D ที่ปั่นจากเมือง Imabari ไปยังเมือง Onomichi ราว 70 กม. บนทางด่วนแทบจะล้วนๆ
  • เส้นทางนี้รับได้ 1500 คน แต่เท่าที่สอบถามมา มีคนสมัครมีมากกว่า 7000 คน!!!
  • ถ้าจะไป แนะนำให้จองโรงแรมไว้ที่เมือง Imabari รอเลย เพราะโรงแรมจะเต็มก่อนเดือน พค. ที่จะประกาศผล Lotto แล้ว!!
  • ถ้าอยากไปแน่ๆ ให้สมัครแบบ premium ไปเลยครับ รับรองได้แน่ แต่ค่าใช้จ่ายแพงกว่า 3 เท่า (แบบล้อตโต้ 11000 เยน แต่แบบพรีเมียม 33000 เยน, โดยมีเสื้อปั่น+ของที่ระลึกให้เพิ่ม) แม้ว่ามันจะดูแพงแต่ก็อย่าคิดนานนะครับ เพราะเปิดให้ลงไม่ถึงครึ่งวันก็เต็มละครับ!!!
  • 1 คน ลงได้ 1 course ครับ ,, ถ้าจะลงเป็นหมู่คณะ สามารถลงได้สูงสุดที่ละ 5 คน ซึ่งถ้าได้ ก็จะได้ทั้งทุกคน แต่ถ้าแห้วก็ไม่ได้ทุกคนเช่นกัน

Planning for Everything

แผนของเราก็ไม่ยากครับ

  • เริ่มเดินทางช่วงบ่าย 23/10 จากเชียงใหม่ด้วยสายการบิน Cathey Pacific โดย transit ฮ่องกง แล้วไปลง Osaka (KIX) ราวหกโมงเช้าของวันที่ 24/10
  • 24/10 กะว่าปั่นเล่นแถว Osaka และไป-กลับ Kobe ที่ห่างไปแค่ 30 กว่าโลเอง, พักที่ Grandouce Tamatsukuri 2 วัน
  • 25/10 กะว่าปั่นไป-กลับ Osaka-Nara ไปเล่นกวาง ,, ถ้าเหลือเวลาก็ปั่นเล่นแถว Osaka + ช้อปปิ่ง
  • 26/10 ปั่นเล่นรอบปราสาท Osaka แล้วเดินทางจาก Osaka – Onomichi ด้วยชินคันเซน ,, พักที่ U2 ละฝากของไว้
  • 27/10 ปั่นจาก Onomichi ไปยัง Imabari แล้วพักที่ AirBNB แถวเมือง Imabari ห่างจากจุดปล่อยตัว 3 กม.
  • 28/10 ปั่นงาน Cycling Shimanami 2018 จากเมือง Imabari กลับมา Onomichi ,, พักที่ Greenhill hotel
  • 29/10 ปั่นเล่นที่ Shimanami Kaido ซึมซับบรรยากาศ, นอน U2 แล้วเตรียมแพคจักรยานส่ง
  • 30/10 ส่งจักรยานผ่าน บ.แมวดำ แล้วเราไปฮิโรชิมา เที่ยวชมเมือง หาของกิน ช้อปปิ้ง
  • 31/10 เที่ยวเกาะ Miyajima +/- Iwakuni, เตรียมเก็บของกลับ
  • 1/11 ออกมาตั้งแต่เช้า มาเอาจักรยานที่ส่ง ขึ้นเครื่อง, transit ฮ่องกงแป้บนึง ละกลับถึงไทยช่วงทุ่มกว่าๆ

แผนการดูดีมากๆ แต่มันจะขาดรสชาติไป ถ้าไร้ซึ่งอุปสรรค!!!

The Obstacles is Chance

จริงๆ ผมจองทุกอย่างไว้ก่อนที่เราจะล้อตโต้ได้แล้วครับ!!
แบบว่า ได้หรือไม่ได้ ก็จะไปปั่นแหละ

แต่เชื่อไหมครับ แม้ว่าจะจองก่อน 6 เดือน เมือง Imabari ที่จะเป็นจุดปล่อยตัวเรา โรงแรมดีๆ แทบจะเต็มทั้งเมือง ที่เหลือๆ ก็ไกลหลัก 10 กม. ขึ้นไป
ผมเลยจอง AirBNB ของชาว ญป ท่านหนึ่งไว้ คุยกันดิบดีมากๆ ห่างที่ปล่อยตัวราว 3 กม. นิดๆ
สายการบิน ขาไปก็จองของ Cathey Pacific (บินจาก CNX-HKG-KIX โดย transit ฮ่องกง 5 ชม.)
แล้วขากลับก็จองของ Hongkong Express (บินจาก HIJ-HKG-CNX โดย transit ฮ่องกง 4 ชม.)
แล้วก็มีจองโรงแรม U2 hotel ที่ Onomichi ไว้ด้วย
เพราะอยากเห็นโรงแรมที่ทุกคนร่ำลือกันว่า ชีวิตของนักปั่นควรได้มานอนกอดจักรยานที่นี่ซักครั้ง

แม้ว่าจะพยายามแพลนหลายๆ อย่างไว้ล่วงหน้า แต่ทุกอย่างไม่ได้เรียบง่ายครับ!!
เริ่มที่ ญี่ปุ่นพายุเข้าหนักๆ 3 ลูกครับท่าน แถมโดนเมืองที่เราจะไปทั้งนั้น โอซากา ฮิโรชิมา ฯลฯ
ซึ่งพายุทั้งสาม ได้แก่ชงดารี (28 ก.ค.) เชบี (4 ก.ย.) และจ่ามี (30 ก.ย.)
ซึ่งแต่ละลูกความเร็วระดับ 150-200 กม./ชม. สร้างความเสียหายยับ ทั้งสะพานเชื่อมสนามบิน KIX หรือบางเมืองของจังหวัดฮิโรชิมาพังราบ
ก็ลุ้นนะว่างานจะยกเลิกหรือเปล่า แต่ในเวปหรือในอีเมลล์ก็ไม่แจ้งอะไร
แถมโพสกำหนดการวันงาน การรับป้ายชื่อ และรายละเอียดการปล่อยตัวเพิ่มอีกต่างหาก..

ต่อจากพายุ ก็มาที่สายการบินครับ เพราะ HKexpress เลื่อนไฟล์ตครับ
เลื่อนรอบแรก เมื่อ 26 สิงหาคม มีข้อความเข้ามาว่าจะเลื่อนไฟลต์ HKG-CNX เข้ามา 10 นาทีครับ ,, อืมมมม อันนี้รับได้ แต่ก็เสียวดีเลย์นิดๆ
เลื่อนอีกรอบ เมื่อ 18 กันยายน มีข้อความเข้ามา เลื่อนไฟลต์ HIJ-HKG ออกไป 5 ชั่วโมงครับ
อ่าวววววววววว งานเข้า!!!! เพราะกลายเป็นว่าไฟล์ต HIJ-HKG จะมาทับ HKG-CNX แบบเต็มๆๆๆๆ
โหยยยย เครียดมากกกกกกก

ซึ่งตั้งแต่ได้รับข้อความนี่ ไม่ได้นิ่งนอนใจเลยนะ เมลไปถาม, ทักแชทบ๊อกซ์, โทรหาจนท.ไทยหรือแม้แต่โทรไปฮ่องกง!!
เพราะหนทางที่ดีที่สุดในกรณีนี้ คือเลื่นไฟล์ต HKG-CNX ไปอีกวัน (เพราะ HKG-CNX ที่บินมาเชียงใหม่มีแทบทุกวัน แต่ HJI-HKG มีแค่อาทิตย์ละ 2 ไฟล์ต) แล้วเราก็ต้องอยู่ฮ่องกงอีกวัน
แต่ความพยายามหลายๆ ครั้ง บอกเลยว่า ไม่ได้อะไรที่เป็นประโยชน์ขึ้นมาเลยครับ!!!
น้องคนไทยก็พยายามช่วยคุยกะเรา แต่สุดท้าย เค้าก็ไม่มี Authority ที่จะทำอะไรได้…
โทรไปฮ่องกง ก็คุยได้แต่ภาษาจีน…
เมลไปสองรอบ สามรอบ ก็ไม่ตอบอะไร…
ผ่านมาเดือนกว่าๆ เหลืออีกแค่สัปดาห์เดียวจะเดินทางแล้ว ยังดูมืดมน ,, เอาไงดีวะ จะซื้อตั๋วใหม่ป่าว หรือจะยังไงดี

เครียดมาจะเดือนก็พอมีแสงสว่างนิดๆ เพราะทักแชทไปอีกครั้ง ทางฮ่องกงเค้าตอบมาแล้วครับ!!!
แต่คำตอบที่ได้คือ ไฟลต์ที่ดีเลย์ ไม่ใช่ไฟล์ตที่ยูอยากเลื่อน แถมไฟล์ตยูก็จองมาด้วยกัน จะเลื่อนก็ต้องเลื่อนทั้งหมด ทั้ง HIJ-HKG และ HKG-CNX!!
โอยยยยย!! บอกเลยว่าอารมณ์ขึ้นสุด หัวร้อนสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยด่าฮ่องกงไปแม่งเป็นชุดเลยครับ
ด่าจนมันบอกว่า ขอเช็คแพพ แล้วมันก็เลื่อนไฟลต์บินกลับเชียงใหม่ (HKG-CNX) ไปอีก 1 วัน จาก 1/11 เป็น 2/11 แล้วก็จบ…
เออ… ก็ไม่ได้ยากนี่หว่า คุยดีๆ แต่แรกก็ไม่เลื่อนให้ ,, พวกนี้ชอบให้ด่า
ส่วนสำนักงานไทย ถ้าตัดสินใจอะไรไม่ได้ ก็ปิดๆ ไปเถอะครับ

สรุปคือ ออกจากฮิโรชิมาช่วงบ่าย แล้วไปพักที่ฮ่องกงคืนนึง
และเราก็ต้องเสียค่าโรงแรม ค่ารถ และค่าอาหารที่ฮ่องกงเองหมด รวมๆ สองคนก็หมดหกเจ็ดพันอยู่….
(และต้องลางานเพิ่มด้วย 1 วัน…)

แต่เพิ่งดีใจเรื่องตั๋วได้ไม่นาน AirBNB ก็เทเราอีกรอบครับ!!!!
เค้าบอกเหตุผลคือ ญี่ปุ่นมีกฎหมายใหม่ ที่จะให้ใครมานอนบ้านตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่ใช่โรงแรมหรือเกสเฮ้าท์ที่ลงทะเบียนจริงจัง
โอย!!! เครียด เพราะเข้าไปเช็คใน Agoda, Booking ฯลฯ คือแบบ Imabari ทั้งเมืองไม่เหลือโรงแรมว่าแม้แต่หลืบซอกไร
มีใกล้ที่สุดคือเมือง Matsuyama ที่ห่างไป 50 กม. (คือวันงานต้องตื่นตีสี่ แล้วนั่งรถไฟเที่ยวพิเศษมา อีก 1 ชมกว่า)
สุดท้ายเช็คใน AirBNB อีกครั้ง เหลือที่สุดท้ายของสุดท้าย
ที่นี่ป็นเกสเฮ้าท์ (ก็น่าจะไม่โดนเทละนะ) อยู่บนเกาะ Oshima ที่ห่างจุดปล่อยตัวไป 20 กม.
เราก็คิดว่า 20 กม. ก็น่าจะพอไหวนะ ตื่นเช้าหน่อยก็แล้วกัน… สุดท้ายก็เลยจองที่นี่ไป

All about the box

โจทย์ต่อมา คือ การขนจักรยานไปปั่นที่นู่นครับ
ข้อดีคือ เราจะได้ใช้รถของเรา ที่คุ้นมือคุ้นเท้ากันมาตลอด อยากปั่นเมื่อไหร่ก็ได้ (แถมประหยัดค่ารถไฟ)
แต่ก็ต้องแลกกับการขนของแบบพะรุงพะรังโคตร (แต่เปลืองค่าเครื่องบิน)
คิดไปหลายตลบ สุดท้ายก็ตัดสินใจจะขนไปด้วยกล่อง MOVE ครับ เพราะนอกจากจะถอดแยกชิ้นส่วนไม่มากแล้ว (แค่แกะล้อ) แล้วยังวางตะแคงได้
หายืมเพื่อนๆ ก็ดันไปตรงกับช่วงที่เค้าแข่ง Taiwan KOM กัน
จะซื้อเอง ก็แพงไปหน่อย แถมขี้เกียจหาที่เก็บช่วงไม่ได้ใช้ด้วย เพราะแอบเทอะอะพอควร
ค้นไปค้นมา ที่เชียงใหม่มีร้านให้เช่ากล่องจักรยาน MOVE นะครับ ชื่อร้าน Movable CNX ครับ
ค่าเช่าประมาณวันละ 150 บาท (ถ้าหลายวันมีลดราคาให้!!!) และมัดจำ 2500 บาท (คืนกระเป๋าก็ได้เงินคืน)
ซึ่งผมก็รีบติดต่อจองไปเลย ซึ่งร้านน่ารักมากๆ ครับ มาส่งกระเป๋าให้ถึงบ้านด้วย (ที่ร้านมี 2 ใบที่เช่าได้นะครับ ในตอนนี้)

กล่องที่แข็งแรงหน่อย แล้วแกะน้อยๆ ก็จะมี Scicon Aerocomfort แล้วก็ MOVE นี่แหละครับ ,, แต่ Move ก็มีข้อจำกัดหลายอย่างนะครับ เช่า ถ้ารถใหญ่มากๆ เช่น เกินไซส์ 52 หรือไซส์ M อาจใส่ไม่ได้ หรือต้องถอดหลักอานด้วย รวมทั้งกล่องระดับนี้ จะแข็งแรงแค่ระดับหนึ่งนะครับ ,, ถ้าจะเอาดีกว่านี้ อาจต้องใช้พวก Hard case เลย ซึ่งแข็งแรงกว่ามากๆ แต่ก็ต้องรื้อรถเราไปอย่างมากเช่นกัน บางทีแกะจนกลัวจะประกอบไปเป็นแบบเดิมไม่ได้เลย ฮาๆๆ

ออ อีกอย่าง กระเป๋า MOVE สามารถยัดสูบตั้งพื้นไปได้ด้วยนะ (อย่าลืมเอาไปล่ะ!!!)

Maps is important than underware

จากนั้น เราก็จัดของไปตามปกติครับ แต่พอคิดๆ จะให้เหมือนปกติไม่ได้ เพราะว่าเราจะไม่ใช้กระเป๋าลากครับ
เราสองคนเลยพยายามแพคของอัดในกระเป๋าแบคแพคของผมให้ได้มากที่สุด แล้วเรากระเป๋าเดินทางของแฟนเสริมไปอีกใบ
ซึ่งพอมาดูจริงๆ ของไม่ได้เยอะมากนะครับ เพราะชุดจักรยานค่อนข้างบางๆ อัดเข้าไปในใบเดียวก็พอไหว
แถมอุณหภูมิช่วงที่ไป ก็ยังไม่หนาวจัดนะครับ ราวๆ 10-25 องศาเอง (ก็น่าจะพอไหว ถ้าไม่ปั่นกลางคืน)
เสื้อผ้าและเสื้อกันหนาวก็แทบไม่ได้เอาไปเลย เพราะแพลนเรานี่ปั่นเสียเยอะ โดยเฉพาะกางเกงในที่เอาไปน้อยมาก ฮาๆๆๆ

แต่มันก็ต้องแลกมากับการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้ครบครับ ตั้งแต่ตัวล้อค, ไฟหน้า/หลัง, กระดิ่ง, กระติกน้ำ, ตัวจับความเร็ว, เครื่องมือ/อะไหล่/ยางใน, Sim2fly ฯลฯ

อีกเรื่องที่สำคัญคือ การณ์มินที่ซื้อเมืองไทย จะไม่มีแผนที่ที่ญี่ปุ่นนะครับ ต้องโหลดแผนที่มาเพิ่มครับ โดยเราสามารถโหลดได้ที่นี่นะครับ (แต่เหนือสิ่งอื่นใด แนะนำให้ไปอ่านที่เวป DC rainmaker ก่อนครับ ,, ในเวปจะสอนวิธีทำค่อนข้างละเอียดมากๆๆๆๆ อยู่แล้วแทบทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น EDGE 1030 ครับ (ซึ่งใช้รุ่นนี้อยู่!!!) ,, ซึ่งวิธีสำหรับ EDGE 1030 บอกเลยว่าง่ายสุดๆ

  • โหลดแผนที่ลง Micro-SD card โดยสร้างและเก็บใน folder garmin
  • เอาเมม (ที่มีแมปแล้ว) ใส่ด้านหลังเครื่อง โดยต้องใช้เหรียญเปิดฝาหลังออก จะเจอช่องใส่เมม ,, ใส่เสร็จก็ปิดฝาครับ
  • จากนั้นเปิดเครื่องครับ ,, แผนที่จะทำงานทันที โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม

หรือถ้าคิดว่ายุ่งยาก แนะนำให้ซื้อที่ติดไอโฟนบนแอนด์จักรยานไปเลย

ถ้าทุกอย่างพร้อม ก็ออกไปผจญภัยกันเถอะครับ