Review สายเบรค + เกียร์ Nokon

มีใครรู้จักสาย Nokon บ้างครับ
ผมเชื่อว่าหลายๆ คนเคยเห็นสายแบบนี้ แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่าแฟชั่น

Nokon เป็นเทคโนโลยีที่ผลิตพัฒนาโดยบริษัท Carl Stalh ของเยอรมันครับ โดย Concept ของ Nokon คือเค้าจะทำให้แรงภายในสายมันสม่ำเสมอครับ อารมณ์ประมาณสายทั่วๆ ไป เวลาเราบิดแฮนด์ไปซ้ายหรือขวา ความตึงมันจะไม่สม่ำเสมอจากการบิดงแของปลอกสาย แต่สาย Nokon เค้าจะทำให้สายมันตึงเท่าเดิมตลอด ซึ่งมันน่าจะทำให้การ Brake มีแรงสม่ำเสมอขึ้นและเกียร์มีความแม่นยำเพิ่มขึ้นครับ โดยเฉพาะจังหวะที่สายบิดหรือตอนเราเลี้ยวโค้ง ,, โอวววว ฟังแล้วดูดีมากๆ เลย

Nokon บนรถของ Fabian Cancellara ในงาน Paris-Roubaix 2014 (รูปจาก RCUK)
Nokon บนรถของ Fabian Cancellara ในงาน Paris-Roubaix 2014 (รูปจาก RCUK)

จริงๆ สาย Nokon มีกำเนิดมาหลักสิบกว่าปีแล้วครับ บางคนก็เรียกว่าสายแฟชั่น ก็มีคนใช้แข่งบ้างนะ แต่จะเป็นเสือภูเขาซะมาก ,, จนกระทั่ง Fabian Cancellera เอามาใช้แข่ง Paris Roubiax ปี 2013 แล้วได้แชมป์ สาย Nokon จึงดังขึ้นมาอีกหน่อย (จริงๆ แกก็ใช้มาหลายปีแล้วแหละ)

ทำไมถึงเลือกใช้

ปัญหาหลักๆ ผมอาจไม่ต้องการแรงอะไรที่มันสม่ำเสมอมากมายอะไรหรอกครับ เพราะเสือหมอบเราไม่ได้บิดแฮนด์มากมายขนาดนั้น (เวลาเลี้ยวเราใช้การ Steering/countersteering มากกว่า)

แต่เพราะช่วงก่อนผมมีปัญหานิดหน่อยหลังจากที่ใช้ปลอกสายของ Dura Ace (จากนี้ขอย่อว่า DA นะครับ) แล้วส่วนที่มีการบิดงอมากๆ อย่างของผมก็คือตรงต้นขั้วของสาย (ที่ต่อเข้าจุดซ่อนสาย) มันขาดนิดนึง ทำให้มีช่วงฟรีของก้ามเบรคนิดนึง จับแล้วมันไม่แน่นเหมือนเดิม และอายุสาย DA ที่ค่อนข้างสั้น (เพื่อแลกกับความลื่น)

พอสายมันพังอีกรอบเลยได้โอกาสที่จะได้ลองสายแบบอื่นๆ ซึ่งตั้งใจว่าจะหาสายแปลกๆ มาใช้บ้าง ซึ่งดูมาหลายยี่ห้อทั้งของ Jagwire, Aican Bungarus, Alligator I-link, Yokozuna ,, สุดท้ายก็ตกลงปลงใจกับ Nokon ครับ

แต่ด้วยความยากของการหาของ (ซึ่งดีลเลอร์ของไทยที่เคยนำเข้าก็ยกเลิกไปแล้ว) และราคาที่แพงหูฉีกกว่ายี่ห้ออื่นๆ (เทียบแล้วแพงสุดๆๆ แพงกว่ายี่ห้ออื่นๆ ถ้าเทียบเป็นเงินไทยก็ตกกล่องละ 3,xxx บาท ต่อ 1 ชุด ,, แปลว่าคันนึงต้องใช้ 2 กล่องก็ราวๆ 7,xxx บาทครับ) อีกทั้งไม่ค่อยมีคนไทยใช้ด้วย (แม้แต่ฝรั่งยังไม่ค่อยจะมี) เลยไม่รู้ว่าจะไปเอารีวิวอะไรที่ไหน ซื้อมาแล้วจะคุ้มหรือไม่ กังวลอยู่เหมือนกัน…

หน้าตาของกล่อง Nokon ,, บินมาจากเยอรมันและฮังการีครับ
หน้าตาของกล่อง Nokon ,, บินมาจากเยอรมันและฮังการีครับ

หลอกให้อ่านตั้งยาว ง่ายๆ คืออยากลองของแพงน่ะครับ

เล่าเรื่อง Nokon คร่าวๆ

ไม่ยากครับ หาของไทยไม่ได้ ก็สั่ง Ebay เข้ามาครับ

ระหว่างที่รอของ ผมก็มีโอกาสศึกษา Nokon อยู่เล็กน้อยครับ

  • กลไกที่ทำให้มันให้แรงได้สม่ำเสมอคือ มันจะทำสายกับปลอกแนบเป็นชิ้นเดียวกัน ,, กล่าวคือ ถ้าปลอกสายทั่วไป มันจะมีช่องว่างระหว่างผิวด้านในของปลอกสายกับตัว cable นิดนึง ,, แต่เจ้า Nokon มันจะมีปลอก teflon ใส่หุ้มสายไว้ระดับแนบชิด และถือว่าเป็นหัวใจในการควบคุมแรงในสายให้สม่ำเสมอเลย (ส่วนปลอกอลูมิเนียมเอาไว้ไม่ให้ Teflon โดนแดด/ลม/ฝน/ฝุ่น และเพื่อความสวยงามแค่นั้น)
  • ประโยชน์อื่นๆ คือช่วยปกป้อง cable ด้านในให้อายุยืนยาวขึ้น, และก็เบากว่าปลอกสายธรรมดา (ประเด็นนี้เดี๋ยวจะกล่าวในหัวข้อถัดไป)
  • Nokon มี 2 รุ่น คือรุ่นปกติและ Slimline (รวมเบรค+เกียร์แล้วจะมีน้ำหนัก 130 กรัมและ 95 กรัมตามลำดับ) สองอันนี้ระบบเหมือนกันแทบทุกอย่าง เว้นแต่ปลอกอลูมิเนียมที่ขนาดไม่เท่ากัน กับราคาที่ slimline แพงกว่าหน่อยๆ
  • Nokon เวลาซื้อต้องเลือกว่าจะเอาของเบรคหรือเกียร์ (เพราะท่อ Teflon และสาย cable ที่ให้มาจะมีขนาดไม่เท่ากัน ต้องดูละเอียดนิดนึงนะ) แล้วจะเอาไปใช้กับอุปกรณ์ของ Shimano/SRAM หรือ Campagnolo เพราะของที่ให้ไม่เหมือนกัน
  • ถึงแม้จะบอกว่าปลอกอลูมิเนียมข้างนอกไม่ serious มาก แต่พยายามอย่าทำอะไหล่หาย โดยเฉพาะตัวปลอกอลูมิเนียมที่มีหน้าตาแปลกๆ บางตัวและเวลาประกอบ ให้เหลือสายเผื่อให้ยาวนิดนึง

สั่งของมาราวๆ 2 สัปดาห์ ของก็มาถึงครับ

เปิดกล่อง Nokon

กล่องภายนอกดูเรียบง่ายตามสไตล์ผลิตภัณฑ์จากเยอรมันครับ สภาพเยินเล็กน้อยจากการขนส่ง ภายในกล่องประกอบไปด้วย

  • คู่มือการประกอบขนาดเท่าโปสเตอร์ 1 แผ่น มีเขียนไว้หลายภาษาพร้อมภาพประกอบชวนงง
  • สาย cable 1 คู่ครับ (แล้วแต่ว่าเป็นเบรคหรือเกียร์) ซึ่งเป็นสายแบบธรรมดามากๆ ไม่ได้ coat อะไร
  • ปลอกสาย Nokon 1 ถุง ,, แนะนำว่าได้มาแล้วแกะเช็คกับคู่มือนิดนึงว่าตรงกันมั้ย
  • สายยางรอง เอาไว้สวมตรงปลอกอลูมิเนียมอีกชั้น กันปลอกมันมาครูดเฟรมเรา
  • สาย Teflon ยาว 2.5 เมตร เป็นสายสีดำม้วนๆ ธรรมดาๆ แต่จริงๆ นี่คือหัวใจเลยแหละ
  • แท่งอะไหล่อื่นๆ ครับ ในกล่องสายเบรคของผมมีท่อคล้ายๆ หลอดดูด หักงอได้ตลอดทั้งช่วงเพิ่มขึ้นมา (แต่กล่องเกียร์ไม่มี)
อันนี้เป็นของสายเบรคครับ สีดำ ,, ร้อยมาให้บางส่วนแล้ว
อันนี้เป็นของสายเบรคครับ สีดำ ,, ร้อยมาให้บางส่วนแล้ว
ส่วนอันนี้เป็นของเกียร์ครับ ,, ถึงร้อยมาก็ต้องรื้อกันอยู่ดี
ส่วนอันนี้เป็นของเกียร์ครับ ,, ถึงร้อยมาก็ต้องรื้อกันอยู่ดี
อันนี้เป็นหน้าตาของ Slimline ครับ ,, ตัวนี้ปลอกอลูจะเล็กกว่า
อันนี้เป็นหน้าตาของ Slimline ครับ ,, ตัวนี้ปลอกอลูจะเล็กกว่า

แต่จริงๆ เราไม่ต้องร้อยสายหมดใหม่นะครับ มาถึงเค้าจะตัด/เรียงให้ + ใส่ถุงแยกว่าตรงนี้คือพาร์ทไหนมาบ้างแล้ว เช่น ช่วงนี้เป็นสายที่โผล่ปลายสำหรับเบรคหลัง, ช่วงนี้เป็นสายที่ต่อกับมือเบรค ซึ่งดูดีมากๆ ทีเดียว

แต่พอทำจริงๆ ไม่ง่ายเลยครับ ,, ออกแนวโคตรยากมากๆเพราะ

  • เราต้องตัดเพื่อให้สายมันพอดีกับรถเรา และก็ต้องใส่ตัวเร่งสาย (Adjuster) โดยเฉพาะเส้นสำหรับสับจาน ก็เหมือนต้องรื้อใหม่เกือบหมดอยู่ดี
  • สายยางรองใส่ยากมากถึงมากที่สุดครับ แน่นแบบเรียกว่าพอดีเกิ้นนนนนน
  • ชิ้นส่วนแต่ละชินเล็กมาก และพร้อมที่จะหายตลอดเวลา ย้ำว่าพยายามอย่าทำหายครับ ปลอกบางตัวมีแค่อันเดียวต่อกล่อง และไม่มีขายแยก (ถ้าอยากได้ต้องสั่งชุดปลอกอลูมิเนียมมา)
  • แนะนำว่าเวลาใส่สาย Nokon ให้ลู่และสวยงาม ควรเอาเทปพันสายไฟพันให้ติดกับตัวแฮนด์เป็นช่วงๆ ครับ ไม่ใช่แบบออกจากชิฟเตอร์แล้วก็เอาผ้าพันแฮนด์พันๆ ไปแค่นั้น
ได้ของมาก็ประกอบเลยสิครับ จะรออะไร!!
ได้ของมาก็ประกอบเลยสิครับ จะรออะไร!!
ประกอบออกมาแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ แฮ่ๆๆ
ประกอบออกมาแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ แฮ่ๆๆ
อันนี้สายจากฝั่งตีนผีครับ
อันนี้สายจากฝั่งตีนผีครับ

แต่พอประกอบเสร็จแล้ว รถจะดูสวยงามมากๆ หรูหราไฮโซแบบเว่อๆ เลย เรียกว่าหายเหนื่อยเลยทีเดียว

ทดลองใช้จริง

จริงๆ มันก็ไม่ยากหรอกครับ ที่ผมจะได้ของมาแล้วก็เขียนรีวิวภาพใน 1 สัปดาห์ ,, แต่ตั้งแต่ผมใช้เวลากับเจ้าสายนี้ 1 ปี เพื่อเก็บประสบการณ์และความรู้สึกต่างๆ ให้เพียงพอก่อน ค่อยขอมาเล่าสู่กันฟังครับ (เลยแอบเลทนิดนึง)

ช่วง 1-2 เดือนแรกของการใช้ :: บอกเลยว่าดีครับ ดีมากๆ คือมันสวยมากๆ ระยิบระยับ ใครเห็นใครก็ทักครับ รถแบบว่าดูหรูหรามีราคาขึ้นแบบชัดเจน แต่ประสิทธิภาพการเบรคและการเปลี่ยนเกียร์ผมว่าไม่ค่อยต่างกับสาย DA เท่าไหร่ อ่า… อาจมี bias นิดๆ ว่า Nokon เปลี่ยนเกียร์ได้ไวกว่านิดนึง เบรคแน่นกว่านิดนึง ในความลื่นที่เท่าๆ กัน

ช่วง 3-6 เดือนของการใช้ :: เป็นช่วงที่ผมว่าโอเคมากๆ กับสาย Nokon เรื่องความคงทนของสายและสม่ำเสมอของแรงที่ได้ เพราะปกติตัวที่ coat สาย DA หรือ ultegra มันจะเริ่มลอกแล้ว และความลื่นก็จะค่อยๆ จางหายไป แล่สาย Nokon ก็ยังลื่นอยู่เท่าๆ เดิมครับ

ช่วง 6-12 เดือนหลังการใช้ :: ตอนนี้จะเริ่มพบข้อเสียของสาย Nokon เพิ่มขึ้น คือตัวปลอกอลูมิเนียมเริ่มมีสีถลอกออก (มันไม่ได้ทนทานตราบชั่วกาลปาวสานนะครับ) ส่วนมากเกิดจากโดนเหงื่อกัดบ้าง หรือสายไปสีกะสายเองบ้าง แต่ข้อเสียสำคัญที่สุดที่ผมว่าคือพอใช้ไปนานๆ มันมีจะเสียงแกรกๆๆๆ น่ารำคาญมากๆ เวลาเราบิดแฮนด์ไปซ้ายหรือขวาครับ (ให้อารมณ์เหมือนถ้วยคอเราใกล้จะพังแล้วไงงั้นเลย) ซึ่งมันเกิดจากการที่มีเศษดินเศษฝุ่นไปค้างที่ข้อต่อสายแล้วไปบี้/ขัดสีช่วงหัวของข้อต่ออลูมิเนียมให้เยินและถลอกออก (ซึ่งที่มาของเสียงแกรกๆๆ ก็คือเสียงอลูมิเนียมสีกัน) ,, แต่ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้โดยเอาข้อต่ออลูมิเนียมที่เหลือมาใส่แทน แต่ใครจะรื้อออกมานี่ขอคิดดีๆ เลยนะครับ การร้อยสาย Nokon กลับก็ไม่ใช่เรื่องสนุกเช่นกัน)

ส่วนเรื่องที่ผมว่าเป็นข้อดีของมันคือ สาย cable ที่ผมใช้มันยังทนทานดีมากๆ ประสิทธิภาพแทบไม่ลดลงจากตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ เลย เทียบกับรถอีกคันที่ใช้สาย/ปลอกสาย DA ใช้ได้ประมาณ 7-8 เดือนสายก็เริ่มลอกและก็ต้องเปลี่ยนแล้ว ,, แต่ Nokon นี่ปีกว่าสายในยังไฉไลอยู่เลย

สภาพสายหลังใช้มาปีกว่าๆๆ เยินพอควร แต่สายในสวยงามมาก
สภาพสายหลังใช้มาปีกว่าๆๆ เยินพอควร แต่สายในสวยงามมาก
ซ้ายสุดเป็นของใหม่ครับ ,, ส่วนที่เหลือนี่เป็นของที่ผ่านการใช้งานมาเยินๆ (บางตัว)
ซ้ายสุดเป็นของใหม่ครับ ,, ส่วนที่เหลือนี่เป็นของที่ผ่านการใช้งานมาเยินๆ (บางตัว)
แก้ง่ายๆ ก็คือ รื้อมาเปลี่ยนปลอกใหม่ครับ (แต่ทำไม่ง่ายเลย)
แก้ง่ายๆ ก็คือ รื้อมาเปลี่ยนปลอกใหม่ครับ (แต่ทำไม่ง่ายเลย)

สรุปแบบฟันธงเลยละกัน

สรุปเลยคือไม่น่าใช้ครับ (สำหรับเสือหมอบ) ฮาๆๆ อาจงงว่าทำไมผมถึงบอกแบบนี้
เพราะเหตุผลหลักๆ คือ โคตรไม่คุ้มราคาครับ

แม้ว่าเทียบแล้วสาย Nokon อาจดูโดดเด่นเรื่องความสวยและยืดอายุสายให้ยาวนานเพิ่มขึ้น
แต่กับประสิทธิภาพที่ได้ที่เรียกว่าแทบจะไม่แตกต่าง, น้ำหนักที่เคลมว่าเบากว่า 30-40% ดูเหมือนเยอะนะครับ แต่คิดแล้วแค่ 40-60 กรัมแค่นั้นเอง ,, ถ้าเทียบความคุ้มค่าแล้ว เงินสามพันกว่าบาทเราสามารถซื้อสายเบรค/เกียร์แบบดีๆ พร้อมปลอกสายใหม่ได้ตั้ง 7-8 ครั้ง ตีคร่าวๆ คือสามารถเอาเงินที่ซื้อ Nokon มาหมุนวนเป็นสายใหม่ๆ ได้อีกห้าหกปีเป็นอย่างต่ำ ,, แถมปัญหานึงที่โคตรน่ารำคาญคือเสียงแกรกๆๆๆ หลังจากที่ปลอกสายมันเริ่มเยิน และการรื้อสายมาทำใหม่ก็ไม่ใช่งานที่สนุกเลย…

เก็บตังไปแต่งรถที่อื่นดีกว่าครับ

ปล. ขอบคุณช่างมิกที่เสียสละเวลาประกอบและดูแลสาย Nokon อันยุ่งยากให้ตลอดมา