อุทยานแห่งชาติดอยภูคา :: เส้นทางปัวคลาสสิกแห่งเมืองน่าน

“การปั่นจักรยานขึ้นเขาก็เหมือนกับชีวิตคนเรานี่แหละ” คุณมิเชลบอกผมก่อนที่เราจะจากกัน

ผมกับคุณมิเชลเราไม่เคยเจอกันมาก่อน แม้ว่าจะอยู่ในก๊วนจักรยานอย่างทีมสุดซอยไทยแลนด์อยู่เป็นพักๆ เราเจอกันประปรายจากเอนโดมอนโดของกรุ้ป แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เจอหน้ากันหลังจากก๊วนสุดซอยเราจัดกิจกรรมชวนกันไปปั่น+บริจาคของให้น้องๆ ที่ อ.ปัว จ.น่านครับ ,, ผมทักทายและพูดคุยกับมิเชลครั้งแรกระหว่างที่เรารับประทานมื้อเย็นกัน

เรื่องหลักๆ ที่เราคุยก็คงไม่พ้นเรื่องทริปการปั่นรอบอุทยานแห่งชาติดอยภูคากัน วางแผนที่จะปั่นให้ครบรอบ ดูแผนที่คร่าวๆ แล้วก็คล้ายๆ สะเมิงคลาสสิก แต่ระยะทางกับความสูงต่างกันมากๆ คือ ระยะทางประมาณ 120 กม. ในความสูงที่น่าจะราวๆ 2,500 เมตร (แต่ทุกอย่างเราประมาณเอาเพราะยังไม่มี full segment โดยเฉพาะความสูง) คุณมิเชลแกมุ่งมั่นมากๆ สำหรับทริปรอบนี้ที่จะทำให้สำเร็จ

แผนที่คร่าวๆ ที่แพลนกับคุณมิเชล
แผนที่คร่าวๆ ที่แพลนกับคุณมิเชล
ปีนเขากันครับ :)
ปีนเขากันครับ 🙂

เอาเป็นว่าไม่ว่าใครจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราจะเป็นสองคนที่ปั่นให้ครบรอบละกัน

เริ่มต้นปั่นถึง check point แรก :: นวดกันจนน่องลาย

เช้าวันรุ่งขึ้น ทีมของเราเริ่มต้นกันเลทนิดนึง กว่าจะได้เริ่มปั่นกันจริงๆ น่าจะราวๆ แปดโมงกว่าๆ จากเดิมทีที่แรกจะออกราวๆ หกโมงเช้า แถมเส้นทางก็ผิดจากที่วางแผนกับมิเชลไว้เล็กน้อย คือทีแรกเราจะขึ้นอุทยานฯ ดอยภูคาก่อน แล้ววนมาบ่อเกลือ (คือวนตามเข็มนาฬิกา) มาเป็นการปั่นไปบ่อเกลือก่อนแล้วค่อยขึ้นอุทยานฯ (คือวนทวนเข็มนาฬิกาแทน)

สมาชิกที่จะไปด้วยมีเยอะกว่าที่คิดแฮะ

พร้อมแล้วก็ไปลุยกันครับ
พร้อมแล้วก็ไปลุยกันครับ

ลักษณะการวนทริปนี้คือ เราจะเข้าทางสถานีตำรวจปัว เข้ามาทางรพ.ปัว ตามเส้น 1081 แล้วก็ไปเรื่อยๆ จนถึงเช็คพอยน์ที่ร้านบ่อเกลือวิลล์ ซึ่งเป็นโรงแรม+ร้านกาแฟวิวสวยๆ ครับ จากนั้นเข้า 1256 จนกลับมาบรรจบที่สถานีตำรวจเช่นเดิม

แบ่งระยะทางโดยประมาณแต่ละช่วงราวๆ นี้ครับ
โรลลิ่งจากบ้านมาจุดเริ่ม 15 โล
จากจุดเริ่ม ไปเช็คพอยน์ 75 โล
จากเช็คพอยน์ ไปยอดภูคา 10 โล
จากยอดภูคา กลับมาที่เดิม 30 โล
โรงลิ่งกลับบ้าน 15 โล

ศิริรวมทั้งทริปราวๆ 145-150 โล

แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะเจอเนินแรกผมก็ซัดเปรี้ยงตามสไตล์ 5555
ต่อมาอีกไม่นานก็เก็บทุกคน รวมทั้งคุณมิเชลด้วย และสุดท้ายผมก็ปั่นคนเดียวตามที่คุ้นเคย
กะว่าจะทิ้ง gap ให้ห่างประมาณครึ่งชั่วโมง
พวกเครื่องมือซ่อมรถของเราก็เอาฝากรถเซอวิสไป ก็ไม่น่าห่วงอะไร
ของกินเราก็พกมาแค่นิดหน่อยพอ น้ำก็แค่กระติกเดียวพอ คิดว่าเดี๋ยวถ้าขาดก็เอาที่รถได้ (ซึ่งคิดผิด)

  • วอร์มอัพ 15 กม. จากที่พักมายังจุดนัดพบ ก็เรื่อยๆ ครับ โรลลิ่งชิลๆ แรงเหลือก็ยิงเล่นกัน 555
  • ช่วงแรกๆ ราวๆ 25 กม. แรกจะเป็นการโรลลิ่งชิวๆ วิวสวยๆ ทุ่งนากำลังเหลืองสลับกับวิวต้นไม้สองข้างทาง มีเนินเล็กๆ ขึ้นๆ ลงๆ ให้ได้ปีนเล่นพอเป็นพิธี
  • อีก 20 กม. ต่อมาเป็นการปีนเขาลูกแรกครับ เป็นเขาลูกเล็กๆ ระยะปีน 1.5 กม. ในความชันราวๆ 10% พอขึ้นไปได้ เราก็จะเจอเนินแบบขึ้นๆ ลงๆ แทบจะตลอดทางครับ (บางคนชอบเขาแบบนี้นะ พอจังหวะลงก็พุ่งแรงๆ จะได้มีพลังงานจลน์สู้กับพลังงานศักย์ แต่ส่วนตัวผมชอบแบบปีนยาวๆ ชันๆ 10-15% มากกว่า) วิวสวยมากๆๆๆ เห็นเหมือนเป็นทุ่งหญ้าสีทองสลับกับป่าสีเขียวในวิวที่มีภูเขารอบทิศทาง
  • อีก 20 กม. ต่อมาเป็นการปีนเขาลูกที่สองครับ เป็นเขาที่ลูกใหญ่กว่าเดิม คือต่อจากลูกเดิมมีระยะปีน 2.5+1.5 กม. ครับ ชันประมาณ 7% (มีช่วงปั่นราบๆ ให้พักตรงกลางประมาณ 2 กม.) ช่วงนี้จริงๆ เราจะมีเขาสองยอด ยอดแรกจะเป็นภูเขาที่มีดินสีแดงๆ ส่วนยอดที่สองดินจะออกแนวเหลืองๆ กว่าครับ ตอนนี้ถ้ามองย้อนไป+ดูตรงยอดเขาก็ยังเห็นวิวคล้ายๆ ช่วงก่อนอยู่ แต่ไม่สวยเท่า สนุกน้อยกว่า แถมเหนื่อยกว่าครับ ขาเริ่มล้าบ้าง ขนมเริ่มร่อยหรอเพราะรถเซอร์วิสถามพี่ๆ น้องๆ ข้างหลัง (จุดนี้ผมคิดว่าเค้าน่าจะตามผมไม่เกิน 30-45 นาที)
  • อีก 10 กม. ต่อมาเป็นเนินซึมๆ ความชันประมาณ 1.5% ครับ ช่วงนี้มีบ้านคนเป็นพักๆ ตลอดสองข้างทาง ยาวมาเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าร้านบ่อเกลือวิลล์ครับ
วิวสวยมากๆๆ แต่แดดร้อนไปนิด
วิวสวยมากๆๆ แต่แดดร้อนไปนิด

จุดนี้ผมยังเข้าใจว่าทุกคนน่าจะห่างผมไม่มาก ไม่น่าเกิน 1 ชม. ทีแรกกะจะจิบกาแฟรอพี่ๆ แต่พอนั่งไปได้ซัก 15 นาทีชักทนหิวไม่ไหว เลยสั่งข้าวผัดแหนมมากินรองท้อง
แต่ใครจะรู้ว่าข้าวผัดแหนมราคา 79 บาทนั้นจะกลายเป็นอาหารจานหลัก
แต่ที่แย่กว่าอะไร คือของกินผมเหลือแค่ Kitkat Chunckey อันสุดท้ายแค่อันเดียว (ใครจะไปคิดว่ารถเซอร์วิสจะมาไม่ทัน)

จาก Check point แรก ถึงจุดยอดของเป้าหมาย :: อินทนนท์จำลอง

รอประมาณ 50 นาทีไม่มีทีท่าว่าใครจะมา ผมก็เลยว่า… ปั่นล่วงหน้าไปก่อนละกัน

พอออกจากร้านได้ประมาณ 200 เมตรก็ถึงโซนขึ้นเขาครับ
ช่วงนี้เป็นภูเขาจริงๆ ครับ ขึ้นล้วนๆ ไม่มีลง ระยะทางช่วงนี้ 10 กม. ในความชัน 10% เฉลี่ย

ช่วงแรกแดดร้อนมากๆ ก็ได้แต่ทำใจก้มหน้าก้มตาปั่นไป
อีกสักพักปั่นไปเจอหมา ภาวนาบอกว่าขอแม่งอย่าไล่กัดกูละกัน
อีกสักพักปั่นไปเจอฝูงวัว ภาวนาบอกแม่งอย่าไล่ขวิดกูละกัน

ยิ่งขึ้นสูง อากาศยิ่งเปลี่ยน ,,
จากด้านล่างที่ร้อนชิบ กลายเป็นฝนกระหน่ำลง และเปลี่ยนเป็นความหนาว
มุมมองที่สดใส กลายเป็นหมอกบดบังไปทั่ว
อากาศที่เราหายใจเรื่อยๆ ก็ดูชักจะบางเบาลงไปเรื่อยๆ
คิทแคทชิ้นสุดท้ายต้องแบ่งกินเป็น 7 คำเพื่อประคองให้มีแรงถึงยอด
รถยนต์ที่ขับผ่านก็ให้กำลังใจคนบ้าที่ปั่นเดี่ยวฝ่าฝนขึ้นยอดเขา
ทุกครั้งที่เราปั่นทำได้แต่ก้มหน้าและมองตรงเท่านั้น
เพราะทุกครั้งที่มองขึ้นไป เราจะเห็นทางที่เราจะต้องปีนต่อ ซึ่งโคตรบั่นทอนกำลังใจ
และอุทานในใจว่า “มึงเป็นเล่นไป จะให้กูขึ้นไปตรงนั้นเนี่ยนะ…”

แต่ถ้าไม่ขึ้นไป ก็ไม่มีทางอื่น

แต่สุดท้าย 1 ชม. ผ่านไปก็ถึงยอดจุดชมวิวอุทยานฯ ดอยภูคาครับ

ในที่สุดก็ถึงแล้ว เหนื่อยมากๆๆๆ
ในที่สุดก็ถึงแล้ว เหนื่อยมากๆๆๆ
ฟ้าหลังฝน... งดงามเสมอ
ฟ้าหลังฝน… งดงามเสมอ

เทียบๆ ไปความชันช่วงนี้คล้ายๆ อินทนนท์เลยนะ แค่ช่วงนวดมันนานกว่าเท่านั้นเอง

จากจุดยอดดอย ถึงจุดเริ่มต้น :: ลงไม่จริง

ถ้าถามว่าช่วงไหนที่รู้สึกท้อสุดๆ ในทริปนี้ ผมต้องยอมรับเลยว่าอีช่วงขาลงนี่แหละ
เฮ้ย!! ขาลงนะมึง ไหลยาวๆ ระยะทางแค่ราวๆ 30 โลเอง ชิวๆ… ถ้าคิดแบบนี้ คุณคิดผิดเพราะมันลงไม่จริง
ช่วงแรกของการลง ทำความเร็วได้ช้า เพราะความหนาว+หมอก+ถนนลื่น/เสียเป็นช่วงๆ
ถัดมา… ช่วงที่จะลงเขามันลงไม่จริง ลงไปสักพักก็ขึ้น อีกแป๊บได้ลง ลงสักพักก็ขึ้น ซ้ำๆๆ แบบนี้ไปเรื่อย (แถมจังหวะขึ้นนี่แบบ 12-15% อะ) ขาโคตรล้าแล้วยังต้องมาปีนเขาช่วงนี้อีก ทุกครั้งที่เห็นเนินนี่โคตรท้อ อยากจะจอดรถแล้ว
ถัดมา… ช่วงลงจัดๆ ชันแบบ -10% ถึง -15% ก็ไม่สามารถลงได้เร็ว เพราะว่าทางโค้งหักศอกเพียบ ลงแรงๆ รับรองว่ามีแหก แถมจังหวะสาดโค้งกว้างๆ นี่ก็ต้องโคตรระวัง เพราะชอบมีเศษหินวางเรียงรายอยู่ด้านปลายโค้ง
ถัดมา… ได้ตรง ได้ชัน แต่ถนนเห้ พื้นผิวถนนนี่ปะแล้วปะอีกจนไร้ความเรียบ สะเทือนยังกะปั่นบนดาวอังคาร สุดท้ายต้องหลบไปปั่นไหล่ทาง

บรรยากาศดอยที่น่านครับ
บรรยากาศดอยที่น่านครับ
เจอต้นชมพูภูคาด้วย มีแต่ดอกตูมๆ เพราะยังไม่ถึงหน้าบาน
เจอต้นชมพูภูคาด้วย มีแต่ดอกตูมๆ เพราะยังไม่ถึงหน้าบาน

แต่วิวช่วงลงนี่สวยมากๆๆๆๆ ส่วนนึงเพราะแสงพระอาทิตย์ใกล้ตกด้วย ทำให้เห็นทุ่งหญ้าสีทองบนภูเขาที่สลับกันเรียงตัวสวย แต่ตอนนี้ขากรูไม่ไหวแล้ววววววว

โรลลิ่งกลับ สภาพเหมือนจะพิการ

ช่วงนี้เป็นช่วงนึงที่ผมล้ามากๆ แรงหมดเกลี้ยง แถมขาก็เริ่มเจ็บ อาการขาดน้ำและขาดพลังงานเกือบตลอดช่วงการปั่นมารุมเร้าช่วงไถกลับอีก 15 กม. รอบขานี่แบบว่าไม่ไหวแล้ว เปลี้ยสุดๆๆๆ แต่ก็ต้องปั่น ไม่งั้นถ้ามืดจะลำบากกว่านี้

ปั่นไปก็รู้สึกดีใจนะที่ทำได้
อีกใจก็คิดว่าตอนนี้เรารอดมาได้ไงฟระ
อีกใจก็คิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆ อีก 20 ชีวิตและคุณมิเชลว่าจะทำได้มั้ย

แต่จุดๆ นั้นมันรู้สึกอย่างนึงนะ อยากพักการปีนเขาไปซักอาทิตย์นึง ,, การปีนขึ้นเนินกลับหลังจากดิ่งตัวลงมามันเหมือนเป็นเดจาวูซ้ำๆ ที่หลอกหลานผมแม้กระทั่งตอนที่นั่งเขียนบล๊อกนี้

Reunion Survival + สรุปผล

กดดูรายละเอียดการปั่นที่สตราว่า หรือจะเอ็นโอมอนโดก็ได้นะครับ

หลังจากนั่งรอที่บ้านราวๆ ชั่วโมงนึง ทุกคนก็กลับมาด้วยรถเซอวิส ดราม่ากันเป็นแถบ
ส่วนมากทุกคนปั่นได้แค่เช็คพอยน์ที่ร้านบ่อเกลือวิวเท่านั้น
อยากบอกว่าถึงจุดนั้น แม้จะได้ทางเกือบๆ 90 โล แต่เป็นความโหดแค่ 30% แค่นั้น
มีแต่ผมที่ปั่นจบครบวงกลม เป็นเส้นทางปัวคลาสสิกที่โหดนรกโดยแท้
ปั่นราวๆ หกชั่วโมงครึ่ง (ถ้านับปั่นจากที่พักก็เจ็ดชั่วโมงครึ่ง)
พักใหญ่ๆ สามครั้ง (ที่ร้านบ่อเกลือวิว, ที่ยอด แล้วก็ร้านลาบหลังจากปั่นครบวง)
พักเล็กๆ สองครั้ง (ซื้อน้ำก่อนถึงบ่อเกลือวิว กับหลังบ่อเกลือวิว)

สรุปสเตจครับ ,, ปั่นไปได้ยังไง
สรุปสเตจครับ ,, ปั่นไปได้ยังไง
ให้เวป Veloviewer มาช่วยโหน่ยยยยย ,, จะได้เห็นกราฟิคสวยๆ
ให้เวป Veloviewer มาช่วยโหน่ยยยยย ,, จะได้เห็นกราฟิคสวยๆ

ขอบคุณกล้วยตาก+เจเล่+คิทแคทและขนมต่างๆ ที่เอาไปครึ่งเดียวจากที่เตรียมไว้
ขอบคุณที่ยางไม่รั่ว, รถไม่ล้ม, หมาไม่กัด, วัวไม่ขวิด
ขอบคุณรถทุกคันที่ให้กำลังใจแม้ว่าการกดแตรของทุกท่านจะทำให้ผมสะดุ้งหลายครั้ง
ขอบคุณทีมงานสุดซอยไทยแลนด์ที่ได้ทำพาผมไปสัมผัสสวรรค์ในนรก และความทรมานบันเทิงอย่างแท้จริง

แต่ที่ขอบคุณที่สุดคือมิเชลครับ

หลังจากที่บริจาคของให้น้องๆ เด็กๆ เสร็จ ผมก็มีโอกาสไปคุยกับมิเชล
คือจริงๆ อยากไปปลอบแก เพราะแกมุ่งมั่นมากๆๆๆ แต่ไม่สำเร็จ
แกก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก บางครั้งเราก็สำเร็จไปได้ด้วยดี บางครั้งก็ทุลักทุเล บางครั้งก็อาจล้มเหลวบ้าง ไม่ใช่ทุกวันที่ล้มเหลวแค่อย่าเพิ่งไปท้อมัน

เพราะชีวิตมันก็มีแค่นั้นแหละครับ

ปล. ขอบคุณรูปจากมะต๋าว, ทีมงานสุดซอยไทยแลนด์ และนักท่องเที่ยวที่เจอกันที่ยอดภูคาที่ถ่ายรูปให้นะครับ