หลังจากลองปั่น 4000km บน Cannondale Supersix Evo Himod

หลังจากที่ได้กลับมาปั่นจักรยานอีกครั้งและเริ่มรู้แนวการปั่นของตัวเอง จากคันเดิมอย่างเจ้า Bianchi Impulso แล้ว ตอนนี้ก็มีโปรเจคงอกคันใหม่เพิ่มอีกคัน ซึ่งคอนเซปหลักๆ จะต้องเบาและปั่นสบายกว่าเดิมหน่อย, สีต้องโดนใจ, ท่อนอนของเฟรมต้องตรงและขนานกับพื้นมากที่สุด, ออกแนวเรซซิ่งนิดๆ ฯลฯ

เล็งมานาน สุดท้ายก็มาลงตัวกับเจ้า Cannondale Supersix EVO himod ลาย Team Cannondale ปี 2013 ครับ ซึ่งลงตัวหมดแทบทุกจุด ซึ่งทีแรกได้มาผมก็กะเขียนเลยแหละ แต่กลัวว่าจะอวยไปนิด ก็เลยขอลองปั่นทดสอบหน่อย ตอนนี้ผ่านมาก็เกือบๆ 5 เดือนแล้ว ปั่นระยะทางทั้งสิ้น 4,000 กิโล ได้ความสูง 50,000 ม.

ปั่นมาสักช่วง วันนี้เลยขอรีวิวซักหน่อย
ปั่นมาสักช่วง วันนี้เลยขอรีวิวซักหน่อย

ถือเป็นฤกษ์งามยามดีก็เลยจัดซะเลย

คอนเซปของรถคันนี้

จริงๆ ไม่มีอะไรมากเลยครับ นอกจากชอบที่มันตรงสเปคอย่างที่โม้มาด้านบน, ทีแรกก็เล็งๆ หา complete bike ของ Cannondale ที่เมืองไทยนี่แหละ แต่ว่าเจอดีลเลอร์รุงรัง+มีปัญหานิดหน่อย แถมสีที่อยากได้ก็ไม่มี+พูดกับเราก็ไม่ดี ,, พอดีกับผมมีโอกาสไปต่างประเทศพอดี เลยมีโอกาสได้ไปเดินดูร้านจักรยานที่นั่น พอดิบพอดีเจอเฟรมรถรุ่นที่เราอยากได้+มีไซส์+สีที่ชอบพอดีในงบที่เราเตรียมไป ก็เลยจัดมาครับ แถมได้ลดราคาอีกหน่อยเพราะว่าเป็นเฟรมของปีก่อน (แต่วัสดุและน้ำหนักแทบจะเหมือนกันทุกอย่าง)

เวลาเราซื้อจักรยานเฉพาะเฟรมเซตมันไม่ได้มาแค่เฟรมนะครับ จำเป็นต้องตรวจสอบดีๆ ด้วยว่าเค้าให้อะไรมาบ้าง เพราะของบางอย่างค่อนข้างจำเพาะและหาซื้อยาก อย่างเฟรมที่ผมซื้อเค้าจะมีตะเกียบ, ถ้วยคอ, ที่รัดหลักอาน และกะโหลก PF30 มาให้ด้วย

ที่สำคัญ อย่าลืมใบรับประกันและใบเสร็จนะครับ สำคัญมากๆ

ผมค่อนข้างตื่นเต้นกับน้ำหนักมันพอควร เพราะเฟรมไซส์ 50 + ที่รัดหลักอานมีน้ำหนักแค่ 8 ขีด (ทางเดลบอกว่า เฟรมเฉยๆ มีน้ำหนัก 690 กรัมเอง), ส่วนตะเกียบก่อนตัดซางหนัก 320 กรัม, ถ้วยคอ 110 กรัม และกะโหลก PF30 อีก 80 กรัม ,, รวมน้ำหนักชุดเฟรมเซ็ตแล้วไม่ถึง 1.4 โลเลย!!!!

จากนั้นผมก็เตรียมกรุ๊ป Dura-Ace 9000 (ยกเว้น Crankset ใช้ SISL1 ของ Cannondale เอง), ล้อ Eurus ของ Campagnolo, Cockpit ของ Ritchey ประกอบร่างให้มัน

จบเป็นคัน รวมขากระติก, กระติกไม่ใส่น้ำ, Barfly ของการ์มินและบันได 105 น้ำหนักอยู่ที่ 6.8 โลพอดี

สัญลักษณ์บ่งบอก Himod + ราคาเพิ่มขึ้นอีกเป็นหมื่น
สัญลักษณ์บ่งบอก Himod + ราคาเพิ่มขึ้นอีกเป็นหมื่น
Crankset เป็น SISL ของ Cannondale + ใบจาน 50-34 ของ FSA
Crankset เป็น SISL ของ Cannondale + ใบจาน 50-34 ของ FSA
เลือกใช้กรุ๊ป Dura Ace 9000 ครับ
เลือกใช้กรุ๊ป Dura Ace 9000 ครับ
มุมมองจากด้านหน้าครับ
มุมมองจากด้านหน้าครับ
สเตม -17 องศา ,, แบบว่า ก้มสุดๆๆๆ
สเตม -17 องศา ,, แบบว่า ก้มสุดๆๆๆ
ใส่ Arione ลายทีมมาเลย (แต่เป็นลายของ 2014 นะ)
ใส่ Arione ลายทีมมาเลย (แต่เป็นลายของ 2014 นะ)

เฟรม Supersix มันจะแปลกๆ กว่าเจ้าอื่นหน่อยๆ คือจะซ่อนเฉพาะสายเบรคหลังนะครับ สายเกียร์เดินออกด้านนอกปกติ ,, แถมพิเศษเฉพาะ Size 48 และ 50 รูเปิดปลายสายเบรคจะออกทางปลายของ Top tube, ส่วน size อื่นๆ จะออกทาง Seat stay ครับ

มีแค่เบรคหลังที่ซ่อนสายนะครับ
มีแค่เบรคหลังที่ซ่อนสายนะครับ

หลังจากลองปั่นจริง

ขอเล่าเป็นฉากๆ เลยละกันนะครับ (อาจดูไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ที่ผมเทียบกับคันเดิม เพราะสเปคต่างกันเยอะไปหน่อย)

  • ครั้งแรกที่ลองปั่น บอกไม่ค่อยถูกครับ แต่รู้เลยว่ารถเบา พุ่งกว่าเดิมเยอะชัดเจน เทียบกับ Impulso คันเดิมแล้วชอบฟีลของอลูที่ดิบมากกว่า ชอบฟีลที่เหมือนกับเราเอาตัวไปแนบกะพื้นเลย หินทุกก้อน, ทรายทุกเม็ด ส่งแรงกระเทือนมาหาเราทุกดอก (คิดว่าเราคงติดการ set รถคันเก่าและอารมณ์เดิมๆ อยู่)
  • หลังจากเทสไปซัก 30-40 โล เราเริ่มรู้ละว่าคำว่านุ่มเป็นไง คือขับผ่านทางขรุขระไม่มากในความเร็วระดับนึง (มากกว่า 20 กม./ชม.) แล้วรู้สึกว่าเหมือนความขรุขระมันหายไปซักครึ่งนึงหรือมากกว่า แต่แรงกดต่างๆ ที่เราส่งไปให้รถแทบจะเหมือนรถอลูเลย ชอบมากๆ ,, ดูจากรีวิวหลายที่ เค้าบอกว่าที่หางหลังมันมีระบบ SAVE ช่วยรับแรงกระแทกให้เรา
  • จากนั้นลองเทสปั่น 100+ กม. พบว่าอาการปวดหลังในช่วงที่เราปั่นนานๆ เกินสองชั่วโมงครึ่งลดลงไปเกินครึ่ง คือมันก็ยังมีเมื่อยนิดๆ นะ แต่สบายกว่าเดิมมากๆๆ (ขนาดคันใหม่นี่ต่อให้ใช้สเตม -17 ซึ่งโคตรก้มอะ แต่ยังปวดหลังน้อยกว่า) ,, แต่ที่ชอบสุดๆ เลยคงเป็นจังหวะขึ้นเขา เพราะรถมันเบาเร่งขึ้นได้ดั่งใจ กดเป็นมา รู้เลยว่าน้ำหนักที่หายไปทำให้เราขึ้นเขาได้แจ่มแมวมากขึ้นแค่ไหน แถมอาการปวดหลังช่วงขึ้นเขาของผมก็หายไปแทบจะปลิดทิ้ง
  • พอปั่นไปนานๆ ลุยดอยมาเป็นร้อยลูก ปั่นมาเป็นพันโล พบว่าเจ้า Cannondale ยิ่งปั่นยิ่งสนุกเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากๆ กลับไปปั่น Impulso แล้วไม่ตอบสนองได้ไม่เท่าเลย เรียกได้ว่าแทบอยากขายรถอลูทิ้งเลย ซึ่งผมชักเข้าใจละว่าทำไมเค้าถึงขายทิ้งกันซะเยอะ 555
  • ใช้ Dura Ace แล้วฟินมากๆ ฟีลลิ่งดีกว่า 105 แบบขาดลอย (เทียบกับราคาที่อัพมาสามเท่ากว่าๆ อะนะ) ส่วนเบาะ Arione แรกๆ ใช้ละโคตรเมื่อยตูด แข็งก็แข็ง แต่พอใช้ไปนานๆ + ปรับระยะดีๆ แล้วนั่งสบายกว่าเบาะนุ่มๆ อีก แถมเซตตัวเองให้ปั่นให้แอโร่ง่ายขึ้นด้วย
เทสกับการปั่นขึ้นอ่างขาง (จากทางฝาง)
เทสกับการปั่นขึ้นอ่างขาง (จากทางฝาง)
ขึ้นถึงป้ายดอยลาง-ผ้าห่มปกแอบชันไปนิด แต่ก็สนุกดี
ขึ้นถึงป้ายดอยลาง-ผ้าห่มปกแอบชันไปนิด แต่ก็สนุกดี

สรุปง่ายๆ ละกัน

แม้ว่าค่าตัวจะแรงไปนิดเพราะถือว่าเป็นเฟรมตัวท๊อปในไลน์แล้ว แต่ส่วนตัวผมว่าเป็นรถที่ปั่นดีนะ ปั่นสนุกมากๆ ทำให้เข้าใจว่ารถที่สติฟแต่ไม่กระด้างเป็นอย่างไร ขึ้นเขาสบายขึ้นเยอะ จะทางราบก็โอเคมากๆ อาการปวดหลังจากการปั่นจักรยานนานๆ (เรียกว่าความเบาเป็นพระรองไปเลย) ก็ดีขึ้นมาก เรียกว่าแทบจะหาข้อเสียไม่มีเลย

แต่ถ้ามีคันหน้า อยากได้รถที่ปั่นสบายแบบนี้ แต่ดูแลง่ายๆ กว่านี้+ปัญหาจุกจิกน้อยกว่านี้อีกหน่อย 555