La Lanterna di Geneva Pizzeria

ขอเคลียร์บล๊อกที่ดองไว้อีกสักตอนละกัน (ช่วงนี้อาจขึ้นหัวแบบนี้เยอะหน่อยนะ…) เป็นตอนที่เกี่ยวกับพิซซ่าและอาหารอิตาเลี่ยนที่ผมไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่นัก ทั้งการเรียกชื่อ, วิธีกิน, เครื่องปรุงต่างๆ หรืออะไรก็แล้วแต่… ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็บอกด้วยละกันครับ

เดี๋ยววันนี้พาไปกินพิซซ่ากัน 🙂

มีคนแนะนำมาว่าแถวๆ บ้านผมที่แถวๆ ท่าแพ (จ.เชียงใหม่) มีร้านอิตาเลียนพิซซ่าอร่อยมาก โดยเฉพาะพิซซ่าแบบแป้งบางกรอบ กินแล้วแบบว่าฟินเว่อเลย ,, ปัญหาก็คือร้านไหนวะ เพราะเท่าที่เดินดูแถวๆ ย่านที่ผมอยู่มีร้านอาหารเยอะพอควร (ส่วนมากเป็นร้านฝรั่งเปิดเป็นส่วนใหญ่) ส่วนร้านที่มีขายพิซซ่าเท่าที่เห็นมี 3-4 ร้าน แต่ละร้านนี่พูดตรงๆ เลย ผมไม่กล้าเดินเข้าคนเดียวนะ ส่วนนึงคือผมกินพิซซ่าคนเดียวถาดนึงไม่หมด (เดี๋ยวนี้พอเริ่มแก่ตัวลงรู้สึกว่าทานอาหารได้ลดลงมาก โดยเฉพาะพวกบุฟเฟ่ต์ที่กินไม่ค่อยคุ้มแล้ว) กับอีกเหตุผลคือนอกจากพิซซ่าและพาสต้าแล้ว ผมสั่ง+กินอาหารอิตาเลียนชื่อแปลกๆ ทั้งหลายไม่เป็นเลย 🙂

สุดท้าย สอบถามไปสอบถามมา ร้านที่เค้าแนะนำคือ La Lanterna di Geneva Pizzeria อยู่ตรงหลังประตูท่าแพ ติดๆ กับธนาคารไทยพาณิชย์เลย (พอเดินไหว แอบไกลบ้านผมพอควรนะเนี่ย) ร้านจากข้างนอกเป็นห้องเดียว ดูเรียบๆ ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ มองเข้าไปไม่ยักจะเห็นคนไทยซักคน มีแต่ฝรั่งที่มากินกันเรื่อยๆ


View La Lanterna di Geneva Pizzeria in a larger map

อันนี้หน้าร้านครับ ,, มีแต่ฝรั่ง
ส่วนนี่เป็นในร้านครับ บรรยากาศดูนั่งสบายอยู่

โอเค ลองซักยกละกัน

เริ่มต้นที่ออร์เดิร์ฟ

เริ่มต้นมาเปิดเมนูแล้วก็มีงงๆ บ้างครับ ไอ้ผมก็รู้จักแต่พิซซ่า, สปาเก็ตตี้ธรรมดาๆ นี่แหละ ไอ้เมนูชื่อแปลกๆ นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย จินตนาการแทบไม่ออก ดีที่พาเพื่อนๆ หลายคนช่วยสั่งมาให้ด้วย

นอกจากเมนูจะแปลกแล้ว พวกเครื่องปรุงต่างๆ ที่เค้ายกมาให้นี่ก็แปลกด้วย ไม่คุ้นเลยซักอย่าง…

เครื่องปรุงที่ไม่คุ้นเคย ,, มีน้ำมันมะกอก, น้ำส้มสายชูแปลกๆ และอะไรก็ไม่รู้

จากนั้นอีกไม่นาน สองจานแรกที่เราสั่งก็เดินทางมาถึงแล้วครับ นั่นคือสลัดทูน่ากับมอซซาเรลล่าชีสโปะหน้ามะเขือเทศ (จำไม่ผิดเป็นสลัดมอซซาเรลล่านะ) ครับ เค้าแนะนำว่าให้เติมน้ำมันมะกอก+บัลซามิก (น้ำส้มสายชูสีคล้ำหน่อย) แล้วมันจะอร่อยขึ้น ,, ส่วนตัวผมว่ามันก็โอเคนะ แอบแปลกๆ หน่อย ไม่ค่อยคุ้น ปกติจะเอามะเขือเทศฝานจิ้มเกลือกินมากกว่า

จานแรกเป็นออร์เดิฟอย่างสลัดทูน่าครับ
ส่วนออร์เดิฟอีกจานที่เป็นมะเขือเทสกับชีสครับ ,, โออยู่ๆ
เพื่อนสาธิตว่า เวลากินต้องราดน้ำมันมะกอกลงไปด้วย ,, เอ่อ…. ผมว่ามันก็ยังแปลกๆ อยู่ดี

จากนั้นจานต่อมาเป็นโฟร์ชีสครับ พูดง่ายๆ คือมีชีสอยู่สี่อย่าง (อย่างละสองชิ้น) มีน้ำผึ้งให้เราจิ้มอยู่ตรงกลาง จำชื่อชีสทั้งสี่ที่เค้าเอามาเสิร์ฟไม่ได้ทั้งหมดละ จำได้ว่ามีบลูชีสด้วย ,, ลองชิมดูแล้วรสชาติไม่ค่อยคุ้นเคยกับชีสที่เรากินตามร้านพิซซ่าเท่าไหร่ กลิ่นแรงและไม่ค่อยโดนเท่าไหร่เลย ดังนั้นจานนี้ขอผ่านนะครับ

จานนี้เป็น Four Cheese ,, มีชีสชื่อแปลกๆ อยู่สี่อย่าง จำชื่อชีสแต่ละอย่างไม่ได้แหล่ว…

จานต่อมา อันนี้ผมว่าโอนะ เป็นปาร์ม่าแฮมกะเมล่อน ,, คือผมเคยกินปาร์ม่าแฮมมาทีนึงละ มันจะคล้ายๆ แฮมที่มีกลิ่นเหม็นหมักๆ ฉุนๆ+เค็มๆ หน่อย (ไม่ได้เหมือนแฮมซีพีที่ขายตามเซเว่นนะ) ไม่ค่อยปลื้มมากเท่าไหร่ แต่พอกินกะเมล่อนเย็นๆ นี่ผมว่าโอเลยนะ ตัวเมล่อนมันตัดกลิ่นและความแรง+ฉุนของตัวปาร์มาแฮมได้ดี แต่จานนี้แอบแพงนิดนึง (จำไม่ผิดนี่ 280 บาทนะ)

ต่อมาเป็นปาร์ม่าแฮมและเมล่อน ,, เค็มๆ หน่อยๆ อร่อยแบบงงๆ
เวลากินก็บิดปาร์ม่าแฮมกะเมล่อนมากินด้วยกัน ,, ลงตัวแบบแปลกๆ แต่ก็อร่อยดีนะ
เวลากินก็บิดปาร์ม่าแฮมกะเมล่อนมากินด้วยกัน ,, ลงตัวแบบแปลกๆ แต่ก็อร่อยดีนะ

อันนี้แค่ออร์เดิร์ฟนะเธอ….

ลองพวกพาสต้าบ้าง

จากนั้นเราก็มาต่อที่พาสต้าครับ ที่นี่มีเส้นพาสต้า+ชื่อแปลกๆ ซะเยอะเลย ทั้ง Pansoti, Ravioli ฯลฯ

สุดท้ายผมก็สุ่มมาสองจานครับ ,, จานแรกคือสปาเก็ตตี้คาโบนารา เมนูแบบเบสิกๆ ที่หลายๆ คนรู้จักกันดี ,, แต่สิ่งนึงที่ผมชอบคาโบนาราร้านนี้คือเค้าจะผัดเป็นแบบแห้งๆ มีไข่แดงกับชีสเคลือบบางๆ ที่เส้นอย่างทั่วถึง (ต่างกับคาโบนาราแบบไทยๆ ที่มักจะทำแฉะๆ ครีมเยิ้มๆ) กินเปล่าๆ ก็อร่อยแล้ว หรือจะแต้มซอสมะเขือเทศอีกหน่อยก็ไม่เลวนะ

ส่วนจานนี้เป็น Spaghetti cabonara ที่คุ้นเคยกันดี
คาโบนาราผัดแบบแห้ง มีไข่แดง+ชีสเคลือบ ,, โอยยยย ฟินอะ...
คาโบนาราผัดแบบแห้ง มีไข่แดง+ชีสเคลือบ ,, โอยยยย ฟินอะ…

จานต่อมาผมขอเลือกพาสจ้าชื่อไม่คุ้นหูอย่าง Gnocchi (เห็นเค้าอ่านว่ายอร์กี้นะ) โดยเอา Gnocchi เอามาทำเป็น Gnocchi 4 formaggi หรือเอามาราดซอสชีสสี่อย่างครับ ,, ตัวยอร์กี้นี่ผมว่าอารมณ์คล้ายๆ บัวลอยในฟอร์มใส้กรอกอีสานแบบจิ๋วนะ กัดแล้วมันจะหยุ่นๆ เลี่ยนๆ หน่อย ไม่ค่อยโดนใจผมเท่าไหร่แฮะ คหสต.ชอบคาโบนารามากกว่ามากๆ ครับ

อันนี้เป็น Gnocchi 4 formaggi ครับ ,, แปลกๆ ไม่ค่อยปลื้ม

จากนั้นก็เข้าเรื่องที่พิซซ่า

มาเข้าจานหลักของเราบ้างดีกว่า

ผมว่าพิซซ่าที่นี่เค้าทำได้ดีมากๆ เลยนะ จุดเด่นของที่นี่จริงๆ เลยคือผมว่าเค้าเตรียม+อบแป้งได้ดีนะ แป้งที่นี่เค้าบางและกรอบพอดีมากๆ นอกจากนั้นชีสและเครื่องต่างๆ บนหน้าพิซซ่าก็จัดเต็มแบบมากๆ ขนาดหน้าเบสิกๆ อย่าง Margherita ที่มีแค่ชีสและซอสมะเขือเทศยังอร่อยโฮกๆๆๆ

จานนี้เป็นพิซซ่าซีฟู้ดครับ ,, อร่อยเว่อมาก แต่อย่ากินเพลินจนลืมแกะหอยจากเปลือกนะ
อีกถาด Return to basic อย่าง Margherita pizza ธรรมดา ,, แค่นี้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว
เวลากินก็ใช้มือกินครับ ,, หบิบมาสดๆ เลย อร่อยมากๆ

ชิ้นเดียวไม่พอจริงๆ 🙂

ที่มากินวันนี้

เท่าที่ชิมมา ผมว่าพิซซ่าแบบแป้งบางของที่นี่อร่อยมากเลยนะ เค้าทำแป้งได้กรอบอร่อย, ใส่เครื่องและชีสค่อนข้างเต็มที่มากๆ ราคาก็ไม่แพงนะ ตัวถูกสุดอย่าง Margheritta (ซอสมะเขือเทศ+ชีส) ก็ 150 บาท หรือจะเอาหน้า Mare Monti (ซีฟู้ด+ชีส) อันนี้ 350 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับร้านตามห้างแล้วผมว่าที่นี่โอกว่าเยอะนะ

ส่วนออร์เดิฟนี่แนะนำไม่ค่อยถูกเหมือนกันเพราะมันเยอะมาก (ส่วนเมนูแปลกๆ ถ้าไม่แน่ใจในรสชาติ แนะนำว่าหลีกเลี่ยงละกัน) จริงๆ สั่งแค่เมนูเบสิกกับพวกพิซซ่าก็น่าจะโอมากแล้ว ,, เอาเป็นว่า ที่กินมา สปาเก็ตตี้คาโบนารา (200 บาท) กับปาร์มาแฮม+เมล่อน (280 บาท) โอเคนะ ,, ราคาอาจเหมือนแพงไปนิดนะ แต่อาหารที่นี่มันได้เยอะ ไม่แนะนำให้ไปคนเดียวเท่าไหร่ เดี๋ยวกินเหลือ

กินไปเพลินๆ ก็อร่อยดีนะ ,, มีบางเมนูที่แปลกๆ แต่โดยรวมก็โออยู่

แวะมาชิมแค่พิซซ่าก็ฟินละ