กับเทรนเนอร์ใหม่ ,, CyclesOps – Magneto

หลังจากช่วงนี้ผมกลับมาปั่นจักรยานอีกครั้ง มันมีความรู้สึกว่าอยากปั่นจักรยานตลอดเวลา มีความสุขมากๆ

แต่ตอนนี้ผมพบว่า การปั่นจักรยานทุกวันนั้นมีอุปสรรคสำคัญอย่างนึงคือการอยู่เวร+ฝนตกครับ

ซึ่งผมก็พยายามหาเวลาแล้วนะ อย่างเช่น วันไหนอยู่เวร ก็จะพยายามลากตัวเองไปปั่นฝ่าลมหนาวที่แม่อายตั้งแต่หกโมงครึ่ง แต่โดยรวมไม่ค่อยสะดวกเลย เพราะปั่นเสร็จมีเพลียนิดๆ บางทีเหมือนทำงานได้ไม่เต็มที่ แถมถ้าช่วงไหนอยู่เวรแบบสองสามวันติดนี่ลำบากสุดๆ ปั่นไปไกลๆ ก็ไม่ได้ แถมถ้าฝนตกนี่เรียกว่าจบกันเลย

ทีนี้ก็เลยวางแผนแก้ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลด้วยการหาเทรนเนอร์ซักตัวครับ

ถ้าคิดไม่ออกว่าเทรนเนอร์คืออะไร…

ที่แน่ๆ มันไม่ใช่ผู้ฝึกสอนนะครับ แต่มันเป็นตัวที่เอาไว้เสียบกับล้อหลังของจักรยานเราให้ยกขึ้นแล้วเราสามารถเอาปั่นในที่ร่มได้ ว่าไปก็คล้ายๆ แปลงจักรยานเสือหมอบตัวเองให้กลายเป็นจักรยานฟิตเนส ประมาณนั้น ,, บางคนอาจคุ้นกับการเอาจักรยานมาวางบนลูกกลิ้ง แบบนั้นก็คล้ายๆ กัน แต่จะเรียกว่าโรลเลอร์น่ะครับ

อันนี้เป็น Roller ครับ (ขอความอนุเคราะห์ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Bicycle_rollers)
อันนี้เป็น Roller ครับ (ขอความอนุเคราะห์ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Bicycle_rollers)

ถ้าสนใจเรื่องเทรนเนอร์แบบเบสิก ผมว่าบทความนี้เขียนได้ดีเลยนะ 🙂

ว่าด้วยเรื่องเทรนเนอร์ที่ตามหา

ก็กลับไปที่ร้านท้อปเกียร์ที่ผมซื้อจักรยานมาแหละครับ คุยกับพี่หนึ่งให้แกช่วงแนะนำให้ ทีแรกแกแนะนำ Minoura รุ่นที่จับขอบล้อมาให้ (เท่าที่รู้นี่เป็นยี่ห้อเดียวที่ทำเทรนเนอร์จับขอบล้อนะ) เพราะข้อดีของพวกนี้ไม่ค่อยเปลืองยาง แต่ข้อเสียคือเสียงดังมากกกกก อื้ออึงมากกกกกกกก หลายคนที่เคยลองถึงกับบอกว่าเสียงดังขนาดที่พูดกันในระยะเมตรนึงแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องเลย

อันนี้เป็นเทรนเนอร์ Minoura แบบจับริมที่เล่ามา (รูปเอาจากลิงก็ด้านบนแหละ)
อันนี้เป็นเทรนเนอร์ Minoura แบบจับริมที่เล่ามา (รูปเอาจากลิงก็ด้านบนแหละ)

เวลาผ่านไปสักช่วง พี่หนึ่งแกก็แนะนำว่าเอาตัว CycleOps ดีกว่า ซึ่งแกก็แนะนำรุ่น Magneto มา (ซึ่งผมเคยเห็นมีคนรีวิวในพันทิปนานละเหมือนกัน) พี่แกว่าข้อดีตัวนี้คือเสียงไม่ดังมากและราคาก็ไม่แพงในคุณภาพพอๆ กัน

ในที่สุด... ก็ถอยมันมาแล้วครับ :)
ในที่สุด… ก็ถอยมันมาแล้วครับ 🙂
อันนี้เป็นโปรไฟล์ของ Magneto ครับ
อันนี้เป็นโปรไฟล์ของ Magneto ครับ

ว่าแล้วก็ตกลงจ่ายเงินราวๆ 6,500 บาทแล้วรับเจ้า Magneto มาเป็นเจ้าของครับ

เล่าคร่าวๆ เลย ตั้งแต่ประกอบถึงลองใช้มา

หลังจากได้ของมา ด้วยความเห่อจึงเปิดคู่มือประกอบเทรนเนอร์กันที่ร้านเลย (จริงๆ ผมทำไม่เป็นด้วยแหละ) ซึ่งเวลาประกอบจริงๆ ดูก็ไม่ยากเพราะมีสองส่วน คือส่วนที่เป็นตัวฐานกับส่วนที่เป็นตัวลูกกลิ้งที่เอามารองล้อหลัง แล้วจากนั้นก็ยึดสองส่วนด้วยน้อต จากนั้นก็เปลี่ยน quick release ของล้อหลัง (จากเดิมที่ติดรถมามันเป็นพลาสติก) ให้มาเป็นเหล็กเพื่อว่าเวลาเอามาไว้บนเทรนเนอร์แล้วมันจะได้ไม่บู้บี้จากการโดนเทรนเนอร์บีบ

จากนั้นก็เอาจักรยานขึ้นบนเทรนเนอร์ ล๊อคล้อหลังให้ดี แล้วค่อยๆ หมนุนเกลียวจนตัวลูกกลิ้งแนบกับล้อหลัง จากนั้นก็บิดเข้าไปอีกสองรอบครึ่งตามที่คู่มือแนะนำ เพื่อที่จะได้น้ำหนักที่พอดี

ประกอบเสร็จแล้วครับ ^^
ประกอบเสร็จแล้วครับ ^^
เอาลูกกลิ้งมาประกอบกับขาตั้งแล้วขันน้อตให้แน่น ไม่ยากๆๆ
เอาลูกกลิ้งมาประกอบกับขาตั้งแล้วขันน้อตให้แน่น ไม่ยากๆๆ
ด้านข้างลูกกลิ้งจะมีพัดลมอยู่ เวลาเราปั่นมันก็จะช่วยหมุนระบายความร้อนไปด้วย
ด้านข้างลูกกลิ้งจะมีพัดลมอยู่ เวลาเราปั่นมันก็จะช่วยหมุนระบายความร้อนไปด้วย
ส่วนด้านนี้เป็นฝั่งที่ล้อค Quick release ให้เข้ากัยฐานของ Trainer
ส่วนด้านนี้เป็นฝั่งที่ล้อค Quick release ให้เข้ากับฐานของ Trainer
ส่วนเติมเต็มสุดท้าย... ฐานรองล้อหน้าครับ
ส่วนเติมเต็มสุดท้าย… ฐานรองล้อหน้าครับ
พอเอาจักรยานเรามาประกอบกับเทรนเนอร์มันก็จะได้แบบนี้แล :)
พอเอาจักรยานเรามาประกอบกับเทรนเนอร์มันก็จะได้แบบนี้แล 🙂

เล่าประสบการณ์ดีกว่าว่าลองใช้มาซักช่วงแล้วเป็นไงบ้าง

  • การเอาจักรยานเข้ามาใส่นี่ก็ไม่ได้ยากนะ แค่เอามาเสียบกับฐานแล้วล๊อคล้ิอหลังไว้ จากนั้นก็หมุนๆ ที่จับสีเหลืองจนพอดีแล้วบวกไปอีกสองรอบครึ่ง
  • ความคล้ายๆ กับการปั่นผมให้อารมณ์ใกล้เคียงกับการปั่นบนถนนเรียบมากกว่าทางขรุขระนะ (ส่วนที่ฉลากเค้าบอกว่าเหมือนกับปั่นขึ้นดอยนี่ผมไม่ได้รู้สึกถึงขนาดนั้นนะ) แต่ให้อารมณ์ลอยๆ เวลาเราปั่นรอบขาเร็วๆ ตอนใช้เกียร์ต่ำๆ
  • เวลาจะปรับความหนักอาศัยการเปลี่ยนเกียร์เอา ไม่ได้มีตัวปรับความหนืด อันนี้ผมว่าสะดวกดีนะ
  • เรื่องเสียงนี่ผมว่าก็ดังระดับนึงนะ อารมณ์คล้ายๆ เราเปิดเครื่องปั่นน้ำผลไม้อะ เอาเป็นว่าผมลองเฟสไทม์ด้วยไอแพดโดยวางบนเก้าอี้ทิ้งให้ห่างจากล้อหน้าประมาณ 1 เมตร + เปิดเสียงดังสุดก็ได้ยินเสียง+คุยสนทนาได้ปกติดี อีกฝั่งก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ
  • พี่เจ้าของร้านเตือนเรื่องความร้อน (จริงๆ เวลาเราปั่นมันจะมีพัดลมหมุนไล่ความร้อนในตัวอยู่แล้วนะ) พี่เค้าแนะนำให้หาพัดลมมาวางอีกซักตัว แต่ช่วงนี้แถวๆ ที่ผมอยู่มันหนาวมาก (คือใครเปิดพัดลมนี่เรียกว่ามึงบ้าไปแล้ว) เลยไม่มีปัญหาอะไร
  • อารมณ์ตอนขึ้นโยกก็โอเคนะ แต่จะมีฟีลลิ่งลอยๆ ในช่วงแรกๆ (คล้ายๆ ข้ิอข้างบน)
  • หนาแน่นดีนะ โยกแรงๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่จะมันปัญหาตอนคร่อมรถนิดนึง เพราะเวลาเอารถขึ้นเทรนเนอร์แล้ว top tube จะสูงขึ้นอีกเป็นนิ้ว จนมันแทบจะชนกับแหนมตุ้มจิ๋วของผมเลยทีเดียว
  • ถ้ามีเทรนเนอร์แนะนำให้ติดตัว Sensor ไว้ที่ล้อหลังครับ เผื่อเวลาปั่นแล้วมันจะได้ขึ้นค่าต่างๆ บ้าง แม้ว่าจะไม่ค่อยแม่นเท่าไหรก็ตาม (แล้วจะย้ายมาติดด้านหลังทำไมเนี่ย)
  • แนะนำให้หาอะไรมารองเหงื่อ+ทรายจากรองเท้านะ จะดูดีก็เอาพรมของยี่ห้อไฮโซๆ ก็ได้ แต่ส่วนตัวผมแนะนำซื้อพรมโยคะจากโลตัสมารอง ประมาณ 300 บาทครับ (ถ้าดูรูปก็ไอ้สีชมพูที่รองจักรยานนั่นแหละ) หรือถ้าจะให้ไฮโซขึ้น มันจะมีผ้ารองเหงื่อไม่ให้หยดใส่เฟรมขายด้วย (มีทั้งของ Minoura และ Cycleops) แต่ราคาค่อนข้างแพง

สรุปเลยก็แล้วกัน

เท่าที่ลองขึ้นมาก็โอเคนะครับ โดยรวมผมประทับใจนะ ให้อารมณ์คล้ายๆ ไปปั่นจักรยานที่ฟิตเนสแต่ได้ใช้จักรยานที่เราถนัด ประกอบกับตัวรถง่าย เสียงดังกลางๆ ความน่าซื้ออยู่ในระดับเฉยๆ มีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร ,, คหสต. แนะนำว่าให้ลองไปใช้จริงก่ิอน (ถ้าหาได้นะ) ก่อนจะซื้อ เพราะผมว่าความสุขของการปั่นเทรนเนอร์หายไปประมาณ 60% เมื่อเทียบกับการปั่นจักรยานบนถนนทั่วไป แค่ลดความอยากในการปั่นจักรยานลงไปได้แค่นั้น

ถนนลาดยาง, ท้องฟ้าปลอดโปร่ง, แดดไำม่แรงมาก, มีลมพัดตีหน้าเบาๆ ,, นั่นแหละครับ.. ความสุขในการปั่นจักรยานอันแท้จริง