Maisen Tonkatsu

วันนี้ผมกลับมากทม. อีกครั้งหลังจากที่ผมไปทำงานที่เชียงใหม่ในรอบกว่าสองปี แม้ครั้งนี้จะมาธุระเพียงช่วงเวลาสั้นๆ (ถ้านับเป็นชั่วโมงนี่แค่ 32 ชั่วโมงเอง) แต่ก็ได้หาของกินมารีวิวได้ครับ (ซึ่งตอนนี้ต้องให้เครดิตน้องปังมากๆ นะครับ ที่แนะนำมา)

วันนี้มาลองชิม Maisen tonkatsu กันครับ

วันนี้จะพาไปกินทงคัตสึที่ร้าน Maisen ครับ ซึ่งเท่าที่ผมหาประวัติอ่านดู ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่และมีชื่อเสียงพอตัวในญี่ปุ่น คือก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยคศ.1965 แล้วก็ขยายสาขามาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ฤกษ์มาตั้งสาขาที่บ้านเราเมื่อปีนี้เอง ซึ่งเห็นเค้าบอกว่าไมเซนมีจุดเด่นตรงการเลือกวัตถุดิบที่ดี และซอสสูตรพิเศษของเค้า

ฟังดูแล้วน่าสนใจดีมาก

ดั้นด้นไปกินจนได้

ร้านนี้หาไม่ยากครับ มันอยู่ชั้นล่างของตึกสีลมคอมเพล็กครับ อยู่แถวๆ หน้าห้างท๊อปส์เลย ,, ซึ่งสีลมคอมเพล็กซ์นี่ผมไม่ได้ไปประมาณสองปีกว่าๆ กลับไปครั้งนี้ตกใจเหมือนกัน ทำตึกสวยขึ้นมากๆ แถมมีร้านไฮโซๆ ทั้งของคาวของหวานเอามาดูดเงินของมนุษย์เงินเดือนแถวนั้นอย่างเพียบ เอิ้กๆๆๆๆ


View Maisen Tonkatsu in a larger map

น้องปังบอกว่าแกเคยไปสายแล้วทีนี้หมูดำหมด คราวนี้ผมก็เลยไปตั้งแต่ห้างเปิดเลย และเข้าร้านเป็นลูกค้าคนแรกของร้านเลย

หน้าร้าน Maisen ครับ ,, หาไม่ยากๆ
มาตั้งแต่สิบโมงครึ่ง เป็นลูกค้าคนแรกเลย 🙂
เปิดเมนูสั่งกันเลยดีกว่า…

ระหว่างนั่งรออาหาร ก็ชำเลืองมองไปที่เซ็ทเครื่องปรุงต่างๆ ที่อยู่บนโต๊ะ อันประกอบไปด้วยไหสีดำสองอัน อันนึงใส่ซอสอะมาคุจิซึ่งเป็นซอสที่ออกหวานๆ หน่อย ส่วนอีกไหใส่ซอสคาราคุจิจะเป็นซอสที่ออกรสเค็มๆ หน่อย (ถ้าผมฟังน้องเค้าพูดไม่ผิดอะนะ), ที่เหลือก็มีน้ำสลัดสองแบบ (มันเป็นงาๆ ทั้งคู่อะ อันนึงเป็นแบบงาทั่วๆ ไป สีขาวๆ อีกอันเป็นคล้ายๆ งา+น้ำส้มสายชู), เกลือ, มัสตาร์ด และพริกครับ

เซ็ทเครื่องปรุงที่คุ้นเคยครับ แต่แปลกตรงที่มีน้ำจิ้มสองไห
ไหนึงเป็นแบบหวาน ส่วนอีกไหเป็นแบบเค็ม ,, เลือกจิ้มได้ตามชอบเลย

มาชิมอาหารกันดีกว่า

เริ่มต้นด้วยชาเขียวเย็นรสชาติใช้ได้ครับ เสิร์ฟพร้อมผ้าเช็ดมือแบบอุ่นๆ มาให้

เริ่มต้นที่ชาเขียวเย็นๆ ซักแก้ว (เติมน้ำได้เรื่อยๆ)

จากนั้นต่อด้วยออร์เดิฟเบาๆ อย่างสลัดปูซูวาอิครับ ,, อันนี้ค่อนข้างเหนือความคาดหมายผมนิดหน่อย เพราะทีแรกผมนึกว่าจะมีปูหิมะให้เรากินคู่กับสลัดแบบจริงจังเนื่องจากว่าราคาสลัดจานนี้สูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบห้าบาท แต่ที่มันมานี่กลายเป็นแตงกวาราดน้ำสลัดที่ผสมวาซาบินิดนึง แล้วก็โรยฝอยๆ อะไรซักอย่างไว้ด้านบน (ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นปูซูวาอินี่แหละ) ซึ่งไม่ได้ฟีลลิ่งแห่งปูหิมะที่ผมเคยไปกินมาที่ฮอกไกโดเลยแม้แต่น้อย…

ออเดิฟอย่างสลัดปูซูวาอิหรือปูหิมะครับ ,, แอบเฟลพอควร

เคยไปกินปูหิมะย่างที่ฮอกไกโดมาแล้วฟินกว่านี้มากจริงๆ ครับ ที่สั่งมาเพราะคิดถึง แต่มาแล้วเฟลอย่างแรงครับ ไอ้ที่ฝอยๆ ที่โปะข้างหน้านี่เทียบอะไรไม่ได้กับปูหิมะที่ผมเคยกินเลยอะ

ปูซูวาอิหรือปูหิมะย่างที่ฮอกไกโดอร่อยมากกกกกกกกกกกก

รออีกสักครู่ ชุดหมูคุโรบุตะสันนอกชุบเกล็ดขนมปังทอดของผมก็เดินทางมาถึงครับ ,, นอกจากหมูแล้วในเซ็ตยังมีข้าว, ชุดผักดอง, กะหล่ำซอย และซุปมิโสะครับ (รู้แค่กะหล่ำเติมได้เพิ่มนะ แต่อย่างอื่นไม่ได้ถาม)

จุดเด่นที่ผมว่าสุดยอดมากๆ คือความนุ่มของเนื้อหมูคุโรบุตะครับ มันนุ่มมากๆ โดยเฉพาะหมูสันในนี่เห็นชัดมากๆ ว่ามันนุ่มและเนียนมาก ต่างกับหมูสันในเนื้อแน่นๆ ด้านๆ เหมือนที่ผมเคยรู้จักเลย ส่วนหมูสันนอกนี่ก็นุ่มมาก แถมส่วนที่เป็นไขมันก็ไม่ได้เยอะมากด้วย ซึ่งผมว่าความนุ่มของมันเข้ากับความกรอบและละเอียดของเกล็ดขนมปังที่กรอบกำลังได้ที่นะ (แม้ว่ามันจะไม่หนามากอย่างที่ผมคาดไว้ก็ตาม)

อันนี้เป็นเซ็ตทงคัตสึคุโรบุตะสันนอกของผมครับ ,, หมูชิ้นไม่โตมาก
นอกจากหมูแล้ว ในเซ็ตยังมีข้าว, ซุปมิโสะ, กะหล่ำซอย และผักดองด้วย
ทอดแป้งด้านนอกได้กรอบใช้ได้นะ แต่ผมว่ามันยังไม่ค่อยฟูมากเท่าไหร่
อันนี้เป็นทงคัตสิคุโรบุตะสันนอกครับ ,, เนื้อนุ่มมาก มีติดมันนิดหน่อย
ส่วนอันนี้เป็นทงคัตสึคุโรบุตะสันในครับ ,, เนื้อนุ่มเอาเสียมากๆๆๆ

ส่วนตัวผมชอบซอสอะมาคุจิ (ที่เป็นซอสหวาน) ผมว่ามันดูลงตัวและเข้ากับทงคัตสึได้ดี ส่วนอีกอันมันจะออกเค็มๆ ปะแล่มๆ หน่อย ไม่ค่อยโดนผมเท่าไหร่ ,, ส่วนน้ำสลัดที่เอามาราดกะหล่ำซอยผมชอบอันที่มันสีดำๆ หน่อย มันจะเป็นงานผสมกับน้ำส้มสายชูอะ กลิ่นมันหอมงานะแต่กลับไม่ค่อยมีกลิ่นสาบเปรี้ยวเลย แปลกๆ ดี แถมไม่เลี่ยนเท่าอีกอันด้วย

ส่วนตัวผมชอสอะมาคุจิที่มีสีแดงๆ ออกหวานหน่อยๆ มากกว่า

แม้หมูชิ้นไม่ใหญ่มาก แต่ผมว่ากินแล้วอิ่มพอดีๆ นะ เหลือที่สำหรับหยอดไอศครีมชาเขียวปิดท้ายเซ็ตได้อีกลูกนึงสบายๆ

ปิดท้ายด้วยไอศครีมชาเขียว ,, อร่อยใช้ได้ แก้เลี่ยนได้ดีเลย

ขออนุญาตติชมหน่อยละกัน

ถ้าเป็นข้อดีหลักๆ ที่ผมคิดออกละกัน

  • ที่ผมชอบคือเนื้อหมูนุ่มมาก โดยเฉพาะตัวคุโรบุตะที่ผมสั่งนีเนื้อนุ่มจริงๆ แม้แต่เนื้อส่วนสันในที่ปกติจะด้านๆ แต่ผมก็ว่ายังนุ่ม หรือสันนอกที่ผมสั่งนี่ส่วนที่เป็นมันก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ร้านอื่นๆ ในระดับเดียวกันก็มีความนุ่มของหมูไม่ต่างกันเท่าไหร่
  • ตัวเกล็ดขนมปังผมชอบแบบฟูๆ ที่นี่ก็โอเคในระดับนึงนะ แต่ถ้าฟูกว่านี้ได้ก็จะดีมาก
  • น้ำจิ้มมีให้เลือกเยอะดี ซึ่งผมว่าน้ำจิ้มหวานเค้าอร่อยดี, ส่วนน้ำจิ้มราดกะหล่ำนี่สองรสนี่อร่อยพอกัน สูสีมาก

ส่วนข้อติที่ผมพอจะหาเจอบ้าง

  • บริการไม่ค่อยดีอย่างที่คิดไว้ คือต้องกระตุ้นพนักงานเรื่อยๆ เช่นกะหล่ำซอย+น้ำชาเขียวหมดพร้อมกัน ไม่มีการเดินมาถามว่าเราอยากได้เพิ่มมั้ย ต้องถามเองว่าอันนี้เติมได้มั้ย ซึ่งถ้าอยากได้ก็ต้องสั่งอีกทีนึง (ซึ่งต่างกับร้านอื่นๆ ที่ผมกินมาพอสมควร) และเวลาเติมนี่ไม่ได้เติมทุกอย่างพร้อมกันนะ พอบริกรมาเติมกะหล่ำเสร็จก็หายเงียบไป ต้องเรียกมาเติมน้ำอีกที (ซึ่งช่วงที่ผมไปนี่ลูกค้ามีไม่ถึง 20% ของเก้าอี้ที่ร้านนะครับ)
  • ราคาอาหารค่อนข้างแพงครับ ขนาดผมยังสะดุ้งเลยเหมือนกันนะ อย่างอาหารชุดคุโรบุตะสันนอกที่ผมสั่งเนี่ย ถ้าชิ้นนึง 235 บาท แต่ถ้าสั่งเป็นเซ็ทนี่ 365 บาท หรือถ้าเป็นคุโรบุตะสันในนี่ 255 บาท หรือถ้าสั่งเป็นเซ็ตนี่ 395 บาท (ราคากระโดดขึ้นมากแบบงงๆ ว่าข้าว+ซุป+ผักดองมันเพิ่มอีกร้อยสี่สิบเลยเหรอ) หรือสลัดที่ผมสั่งที่ก็ดูแพงไปเหมือนกัน ,, แม้ที่นี่จะไม่คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ค่าเซอวิสชาร์จที่คิดแยกอีก 10% (แต่จุดนี้ทำใจไว้แล้วส่วนนึง) คหสต. ผมนะ รวมทุกสิ่งแล้วเซ็ตนึง 200-250 บาทน่าจะเป็นราคาที่ผมว่าสมเหตุสมผลกว่านี้
  • เพิ่งไปลองดูรูปเมนูเก่า+รีวิวเจ้าอื่นๆ เห็นเค้าได้อัลมอนด์คัสตาร์ดกัน แต่ทำไมเราไม่ได้หว่า เค้าลืมเอาให้เราหรือเราได้ไอศครีมแทนไปแล้ว แล้วทำไมเค้าไม่บอกเราหนอ แอบเฟลนิดๆ…
  • อีกเรื่องคือไม่มีงาบดครับ คือผมชอบน้ำจิ้มที่ใส่งาที่ให้บดมาก เลยแอบเฟลแบบส่วนตัวนิดนึง, ซึ่งผมว่าในจุดนี้เป็นจุดอ่อนของทางร้านนะ เพราะไม่มีถ้วยใส่น้ำจิ้มก็ต้องเทราดลงบนหมู พอเทราดแล้วมันก็มีโอกาสทำให้แป้งมันแฉะและไม่กรอบได้ ยิ่งบางคนเทน้ำจิ้มเยอะๆ เนี่ยแป้งจะแฉะมาก ถ้าไม่รีบกินนี่เกล็ดขนมปังทั้งหลายจะนิ่มและความอร่อยก็จะอันตรธานหายไปตาม (แถมผมรู้สึกว่าเกล็ดขนมปังที่ร้านนี่หายกรอบได้ง่ายมากเลย ทิ้งไว้นานหน่อยจนเย็นแป้งก็เหมือนจะไม่กรอบแล้ว)
ส่วนตัวผมว่า Maisen โอเคเลยนะ ,,

รูปไม่งามมากเท่าไหร่ครับ ถ่ายด้วยไอโฟนเอา 🙂