7 November 2012เสือหมอบคันแรกของผม ,, Bianchi Impulso 2013

ในบรรดายานพาหนะทั้งหลาย ผมว่าจักรยานนี่แหละคืออะไรที่เท่ที่สุดในสายตาของผมแล้ว เวลาที่เห็นคนปั่นจักรยานตามท้องถนนทีไร ผมมักจะอดไม่ได้ที่จะต้องเหลียวมองอยู่เสมอ ,, บางครั้งผมว่ามันเท่กว่าซุปเปอร์คาร์อีกนะ เพราะจักรยานมีตังอย่างเดียวขับไม่ได้ มันต้องมีแรงด้วย พอเรายิ่งออกแรงปั่นก็ยิ่งสนุกขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนตัวผมนะ :: จักรยานคือยานพาหนะที่เท่ที่สุดของมนุษยชาติ

เล่าเรื่องเก่าๆ ระหว่างผมกับจักรยานซักหน่อย

ถ้าพูดถึงจักรยานนี่ต้องย้อนไปไกลถึงสมัยเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย ซึ่งสมัยนั้นผมไปไหนมาไหนทั่วเมืองเชียงใหม่ด้วยจักรยานตลอด โดยเฉพาะจักรยานคันประจำของผมที่ปัจจุบันมีอายุเกือบๆ 20 ปีแล้ว นั่นก็คือ Challenger Comp 560 (รุ่นนี้ออกตั้งแต่ประมาณปี 1994 นะถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งเป็นคันที่ผมได้มรดกจากอามาอีกทีนึง ซึ่งจุดเด่นของคันนี้คือเฟรม Chromoly ของ Tange ที่ทำ Butted มาให้ แถมจัด Groupset Shimano LX มาให้ซะเต็มสูบ ซึ่งผมเอาไปลุยมาสุดหล้าฟ้าเขียวมาซะคุ้ม (ซึ่งปัจจุบันไม่มีอะไหล่ขายอย่างแรง (แม้แต่อะไหล่เทียบ) แค่ Butterfly brake ก็หาผ้าเบรคลำบากมาก)

จักรยานคันเก่าของผม ,, อายุเกือบ 20 ปีแล้ว สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงนัก

อะไหล่ทุกชิ้นเป็น LX ปี 94 หมด ,, งดงามมากๆ

อธิบายนิดหน่อย คือเฟรมจักรยานสามารถทำจากวัสดุได้หลากหลาย ที่เราพอรู้ๆ จักกันเช่น คาร์บอน, อลูมิเนียม, เหล็ก, แต่โลหะอัลลอยผสมอย่างนึงที่นิยมเอามาทำเป็นเฟรมจักรยานคือ Chromoly ซึ่งเป็นโลหะอัลลอยที่มีส่วนผสมของ Chromium และ Molybdenum ซึ่งมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง, แต่กระนั้น เจ้าโครโมลี่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก เค้าเลยมีนวัตกรรมที่เรียกว่า Butted หรือการรีดเอาส่วนบริเวณของท่อที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก/ไม่ค่อยมีแรงเค้นแถวๆ นั้นออก เช่น เหล็กบริเวณกลางท่อจะถูกรีดให้บางกว่าบริเวณข้อต่อเป็นต้น ซึ่งการ Butted นี่ก็มีหลายระดับ ทั้ง Butted เฉยๆ, Double butted หรือ Triple butted เป็นต้น

จนกระทั่งวันนึง ผมโดนขโมยรถจักรยาน (ขนาดจอดในบ้านนะ) ซึ่งแม้ผมจะได้มันคืนมาในอีกหลายปีถัดมา แต่ว่าสภาพรถนี่สนิมเขรอะกรัง+ผมก็ไม่ได้ดูแลต่อเนื่อง(เพราะผมไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ)+ไม่ได้ใช้จักรยานเป็นยานพาหนะหลักแล้ว ผมเลยไม่ค่อยได้สนใจมันเท่าไหร่ ,, ซึ่งกว่าผมจะกลับมาดูแลมันอีกครั้งอะไหล่+อุปกรณ์+เฟรมหลายจุดก็ขึ้นสนิมเพียบแล้ว (ยังรู้สึกผิดกับมันมาจนถึงทุกวันนี้ที่เราดูแลมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ,, เราขอโทษด้วยนะ)

สนิมแดกเพียบครับ (ที่อื่นก็มีอีกหลายจุดอยู่นะ)

ซึ่งตั้งแต่วันนั้นผมก็มีแพลนจะซื้อจักรยานใหม่ซักคัน แต่ยังไม่ถูกใจซักที เลยพับโครงการเอาไว้ก่อน…

เปิดศักราชใหม่ กับจักรยานคันใหม่

จนกระทั่งประมาณสามเดือนที่ผ่านมา อยู่ดีๆ ก็ปิ๊งโปรเจคจักรยานขึ้นมาอีกที หลายๆ คนเชียร์เล่นฟิกซ์เกียร์แต่ผมไม่ชอบ เพราะไม่มีเกียร์ ไม่มีเบรค ไม่ค่อยเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผมเท่าไหร่ คิดไปติดมาเสือหมอบน่าจะตอบโจทย์อะไรหลายๆ อย่างได้ดีที่สุด เช่น ทางที่ผมใช้ปั่นจริงๆ 95% เป็นทางที่เป็นถนน และอยากลองปั่นเสือหมอบดูบ้างเพราะเคยปั่นเสือภูเขาแล้ว

ทีแรกก็อยากได้รถเฟรมโครโมลี่ท่อเล็กๆ นี่แหละ ผมก็เสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับจักรยานเล่นๆ หลายยี่ห้อทั้ง Trek, Giant, Specialized,ฯลฯ แต่สุดท้ายดันไปปิ้งกับสีฟ้าเซเลสเต้ของ Bianchi เลยลองเข้าไปดู เห็นแล้วชอบ Pista เลยนะ เพราะเราชอบเฟรมเล็กๆ แนววินเทจหน่อยๆ แต่เสียดายที่เป็นฟิกซ์เกียร์ เลยเสิร์ชไปเสิร์ชมาก็ปิ้ง Impulso อีกคัน เพราะนอกจากความสวยที่ผมว่าโอเคมากๆ แล้วราคาของมันยังพอหยิบจับได้สำหรับนักปั่นสมัครเล่นมือใหม่อย่างผม

จริงๆ ผมชอบจักรยานยี่ห้อ Fuji รุ่น Yaiba 111th ที่ออกมาฉลอง 111 ปีของจักรยานยี่ห้อนี้ สวยมากๆๆๆๆๆ ชอบเว่อๆๆๆ แต่เห็นราคาแล้วสลบ เพราะราคาตั้ง 570,000 เยน หรือราวๆ สองแสนกว่าบาทเองนะ

จริงๆ ชอบคันนี้มากเลย แนววินเทจนิดๆ ท่อโครโมลี่ ,, แต่สู้ราคาไม่ไหวจริงๆ

หรืออีกรุ่นที่ step down ลงมาจาก Ultegra มาเป็น 105 + ลดสเป๊กอีกนิดหน่อยก็จะได้เป็นตัว Phantom ซึ่งสวยไม่แพ้กัน (อันนี้จากบล๊อกของร้านค้า) ราคาราวสองแสนเยนกว่าๆ หรือประมาณเก้าหมื่นบาทไทย (เห็น interbike นำเข้ามาด้วย แต่ไม่มีราคาบอก กลัวเห็นราคาแล้วจะช๊อกไป) ,, หรือถ้าลดกว่านี้ก็คงเป็นตัว Stratos R ราคาประมาณเจ็ดหมื่นกว่าๆ เยน (สามหมื่นบาทไทย) ซึ่งราคาขนาดนี้ ผมสู้ไปหาอะไหล่ 105 ยี่ห้ออื่นเล่นดีกว่า

หลังจากปิ้งกับจักรยานที่ผมชอบแล้วผมก็เลยไปสั่งจักรยานที่ร้านประจำของผม คือร้าน Topgear ที่เชียงใหม่ ซึ่งพี่หนึ่งเจ้าของร้านก็ตบปากรับคำว่าจะหามาให้แต่ขอเวลาหน่อย เพราะของมีไม่มาก แถมสีเขียวเซเลตเต้ของปี 2012 ก็มีคนอยากได้เยอะอยู่ ซึ่งผมก็ไม่ได้รีบ ปล่อยแกหาไปเรื่อยๆ ,, จนกระทั่งวันนึงแกบอกว่ารออีกหน่อยมั้ย เพราะตัวเฟรม Impulso สีเซเลตเต้ของปี 2013 นี่ใช้ในทีม Vacansoleil-DCM ด้วย

รอไปรอมาเพลินๆ ประมาณสามเดือนกว่าๆ (วันที่ 31 ตุลา) ร้านก็โทรมาบอกว่าได้รถแล้วนะ :)

ที่สุดแห่งการรอคอย ,, Bianchi Impulso ตัว 105 ก็มาแล้ว :)

ดีใจมากที่จะได้กลับมาปั่นจักรยานแบบจริงจังอีกครั้ง

ว่าด้วยเรื่อง Impulso 2013

ก่อนที่จะลองปั่นจริงก็ขอโม้เกี่ยวกับเสือหมอบคันแรกของผม และเป็นรถเฟรมอลูคันแรกของผมเช่นกัน (ก็แน่นะ คันก่อนเป็นเสือภูเขาเฟรมโครโมลี่หนิ)

คัน Impulso ที่ผมเลือกเป็นตัวที่ใช้อะไหล่ Shimano รุ่น 105 แต่ว่าคันนี้ใช้อะไหล่ Shimano 105 กับเฉพาะตีนผีกับมือเกียร์+ก้ามเบรคเท่านั้นแหละ ส่วนอะไหล่อื่นๆ ที่เหลือนี่ไม่ได้ใช้ของ 105 เลย ,, ไล่ตั้งแต่ Crank, โซ่กับถ้วยคอเป็นของ FSA, สับจานหน้ากับเฟืองหลังเป็น Tiagra, ดุมล้อหน้าหลังเป็นของ Novatech ส่วนที่เหลือๆ ใช้ของ Reparto Corse (ซึ่งเป็นอะไหล่ในเครือของ Bianchi เอง) คหสต.ผมว่าแอบเสียดายที่ไม่ได้ใช้ Groupset 105 ทั้งหมดเลย (ซึ่งถ้าใช้จริงอาจทำให้ราคาสูงกว่านี้ประมาณหมึ่นกว่าๆ ได้เลย)

นอกจาก Impulso ที่ใช้อะไหล่ของ Shimano 105 แล้ว Impulso ก็ยังมีอีกรุ่นที่ใช้อะไหล่ Veloce ของ Campagnolo ,, ซึ่งสาเหตุที่ผมเลือก 105 มากกว่า เพราะว่าผมประทับใจกับ Shimano มาตั้งแต่รถคันเก่า แถมราคา 105 ก็ไม่แรงมากเท่าไหร่ หรือถ้าจะหาอะไหล่ในอนาคตก็คงง่ายกว่าตัว Campag ด้วยแหละ ,, สุดท้ายก็เลยลงตัวกับ Impulso อะไหล่ 105

ตรานกฟินิกซ์ที่ปักชื่อ Eduardo Bianchi ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งจักรยานยี่ห้อนี้

Impulso รุ่นนี้สีเขียวป้าดดดดด ,, ขนาดที่หุ้มแฮนด์ยังเขียว (แต่อีกไม่นานคงดำตามขี้มือ)

ตัวมือเกียร์+ก้ามเบรคเป็น Shimano 105 ครับ

ตีนผีเป็น 105 ,, แต่สับจานหน้าเป็น Tiagra

ตัวเบรคเป็น Reparto Corse คุณภาพใช้ได้นะ

เบาะก็สีเขียว ส่งเข้าประกวดโดย Selle San Marco

เฟรมอลูตัวนี้แอบใส่เทคโนโลยีเก๋ๆ ของ Bianchi มาให้เพียบเลย ทั้ง Triple Hydroform, USST, BAT+KVID ซึ่งผมไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หรอก แต่เห็นพี่เค้าบอกว่ารุ่นนี้เค้าเชื่อมท่อเนียนและสวย+เทคโนโลยีต่างๆ ทำให้ฟีลลิ่งการปั่นนุ่มกว่าอลูทั่วไป จนบางทีความนุ่มนวลคล้ายๆ พวกเฟรมคาร์บอนด้วยซ้ำ (ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจอะนะ แต่ถ้าสนใจก็ลองไปอ่าน Link นี้ ดีเหมือนกัน)

อย่างที่บอกแหละครับ พอดีเฟรมอลูมิเนียม Impulso (ย้ำว่าเฉพาะเฟรมนะครับ ไม่ใช่ทั้งคันที่มาขาย) รุ่นนี้ได้รับเลือกจากทีม Vacansoleil-DCM ให้ไปแข่งงาน Paris-Roubiax ของปี 2012 ดังนั้น เฟรมตัวนี้เลยแอบมีสกรีนลายทีมให้ด้วย ดูเพลินๆ สวยดีเหมือนกัน แถมเพิ่มพลังปั่นได้สองแรงโม้ ฮาๆๆๆ

เทคโนโลยีต่างๆ ที่ทาง Bianchi พัฒนาแล้วอัดมาในเฟรมอลูรุ่นนี้

มีสกรีนชื่อทีม Vacansoleil-DCM + FSA เพิ่มขึ้นจากเดิม

สุดท้ายเพื่อสนองนี๊ดตัวเองที่จะให้มันเป็นอะไหล่ 105 เลยเปลี่ยน Crank FSA ที่ให้มาตั้งแต่ตอนแรกเป็น Crank ของ Shimano 105 ร่วมกับใช้บันไดของ 105 ด้วยเช่นกัน (แอบมีเหตุผลแฝงนิดๆ คือกระโหลกของ FSA มันไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเท่าไหร่ กลัวว่าถ้าอีกหน่อยต้องซ่อมจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงเปลี่ยนเป็น 105 ตั้งแต่เนิ่นๆ เลย) ซึ่งในจุดนี้ต้องเพิ่มเงินอีกหลายพันเหมือนกัน (จริงๆ อยากเปลี่ยนดุมด้วยนะ แต่มันต้องขึ้นล้อใหม่เลย เอาเป็นว่าวันไหนล้อคดล้อพังแล้วค่อยเปลี่ยนดุมก็แล้วกัน, ส่วนตัวเบรกไม่ได้เปลี่ยน เพราะ Reparto Corse มันก็โอเคนะ)

ติดกระเป๋า+ไฟท้าย+เอาไมล์ VDO จากคันเก่ามาติดเพิ่มอีกหน่อยเพื่อประโยชน์ใช้สอยในการใส่ของขณะเดินทาง+ความปลอดภัยในยามค่ำคืน ,, สรุปสุดท้ายทั้งหมด เอารถไปชั่งกิโล ทำน้ำหนักได้ 9.2 กิโลกรัม :)

แอบเปลี่ยนสับจานหน้าจาก FSA เดิมเป็น Shimano 105 แทน

ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว บันไดก็เอาตัว 105 ด้วยเลยแล้วกัน

โชวท้าย (ติดกระเป๋า+ติดไฟเพิ่ม) ,, เท่ไม่หยอกเลย

โม้ซะเยอะ ลองมาปั่นจริงดีกว่า

ลองปั่นดูจริงๆ มาประมาณเกือบอาทิตย์

เท่าที่ลองปั่นดูนะประมาณอาทิตย์กว่า ผมว่ามันสนุกมากๆ เหมือนความรู้สึกตื่นเต้นและสนุกของการปั่นจักรยานในอดีตของผมกลับมาอีกครั้ง เผลอๆ ผมว่าสนุกกว่าปั่นเสือภูเขาด้วย ส่วนนึงผมว่ารถมันเบาและหน้ายางแคบมาก รถมันเลยพุ่งกว่ามากๆ โดยเฉพาะการปั่นบนถนนเรียบๆ นะสนุกมากเลย บางช่วงอัดความเร็ว 35-40 กม./ชม. ได้สบายๆ ทั้งๆ ที่เราลงแรงประมาณนี้ในเสือภูเขาจะได้แค่ 28-32 กม./ชม. (อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ) แถมจังหวะโยกขึ้นดอยรถพุ่งดีนะ หรือจะเป็นจังหวะลงนี่พุ่งเนินโหดมาก ยิ่งอัดเสริมลงไปนี่ 50+ กม./ชม. ได้เลยนะ (ซึ่งความเร็วในจุดนั้นน่ากลัวมาก ฮาๆๆๆ)

แต่ข้อเสียคือเวลาที่เจออะไรไม่เรียบ เช่นถนนขรุขระ หรือทางออฟโรดหน่อยๆ มันจะค่อนข้างกระด้างหน่อย+ความมั่นใจในการลุยจะไม่ค่อยมีเพราะกลัวยางรั่ว (เห็นหมอบนี่ยางรั่วกันเป็นปกติมากๆ) กับอีกอย่างคือเวลาหมอบจะก้มลงค่อนข้างเยอะ ซึ่งผมไม่ค่อยคุ้น+ติดพุง+เมื่อยหลังนิดหน่อย (แต่พอปั่นไปวันหลังๆ นี่เริ่มดีขึ้นนะ) และแม้ว่าจังหวะขึ้นดอยจะพุ่งดี แต่ถ้าเจอชันๆ ยาวๆ นี่ลำบากเหมือนกัน เพราะมีจานหน้าแค่ 2 ใบเอง (เสือภูเขาทั่วๆ ไปจะมี 3 ใบ) ซึ่งในจุดนี้ผมคงต้องปรับเรื่องความฟิตของร่างกายเพิ่มขึ้นอีกหน่อยน่าจะดีขึ้น

ประทับใจมากๆ ครับ กับเสือหมอบคันแรก

สำหรับผมนะครับ ปั่นจักรยานนี่แหละ สนุกที่สุดแล้ว


Tags: , , , , , , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (2 votes, average: 3.50 out of 5)
Loading ... Loading ...

5 Responses to “เสือหมอบคันแรกของผม ,, Bianchi Impulso 2013”

  1. wiennat says:

    ราคารวมเท่าไหร่ครับนี่
    ไฟท้ายนี่ใช้ของอะไรเหรอครับ มีเพื่อนใช้ Cateye Rapid 3 อยู่สว่างใช้ได้เลยแต่เปลืองแบตสุดๆ

    • Tongkatsu says:

      ราคารถจริงๆ เห็นที่ TCA ตั้งไว้ที่ 39,800 บาท แต่ผมสอยมาในราคา 33,xxx ครับ

      ส่วน Crank 105 นี่ผมจำราคาเป๊ะๆ ไม่ได้นะ แต่ราวๆ 5,000 บาท (ส่วน Crank อันเดิมผมฝากเค้าขายมือสอง), ส่วนบันได 105 นี่ราวๆ 1,500 บาท

      นอกจากนั้นผมยังมีของอีกหลายชิ้นที่ซื้อเพิ่ม (ราคาทั้งหมดนี่โดยประมาณนะครับ) เช่น ถุงมือ Bontrager 500 บาท, รองเท้า Northwave รุ่น Fighter SBS 4,000 บาท (ชิ้นนี้รอสีที่อยากได้อยู่ เดี๋ยวถ้าได้จะเพิ่มรูปไปละกัน), ไฟท้าย (จำไม่ผิดยี่ห้อ Infinity นะ) 250 บาท, กระเป๋าท้าย 400 บาท (หมวกกันน้อคใช้ใบเดิม ส่วนแว่นตา) ,, นอกจากนั้นก็มีของอื่นๆ อีกนะ เช่น Rack ท้ายรถของ Hollywood 2,000 บาท, ยางสำรอง+ที่งัดยาง (รวมๆ กันน่าจะซัก 300 นี่แหละ)

      ดังนั้น ถ้ารวมๆ เฉพาะตัวรถก็น่าจะเฉียดๆ สี่หมื่นได้ (อันนี้ยังไม่หักลบกับ Crank FSA ที่ฝากขายไป) แต่ถ้าเราปั่นไม่ Serious เอารองเท้าผ้าใบธรรมดาปั่นก็ใส่บันไดธรรมดาก็ได้ครับ จะได้ใช้บันไดธรรมดาด้วย แบบไม่แพงก็ 200-300 บาทก็มีครับ

      แต่ถ้าสไตล์มือใหม่ไม่อยากเอาแบบแพงมาก ก็อาจเล่นรุ่นที่ต่ำกว่าอย่างพวก Bianchi Nirone หรือไม่ก็ Trek 1.1 หรือ 1.2 ก็ได้ครับ หรือ Specialized allez C2 หรือจะ Giant SCR ก็โอนะ ,, จริงๆ ยังมียี่ห้ออื่นๆ อีกเพียบนะครับ ลองวนๆ หาดูที่เราชอบละกัน

      เลือกตามอัธยาศัยได้เลยครับ ;)

  2. Pinyo says:

    ผมพึ่งได้มาวันนี้เองเป็นคันแรกในชีวิตเหมือนกันประเดิมล้อตกร่องฝาท่อเป็นรอยเรียบร้อยแล้ว… ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนเกียร์พอจะช่วยแนะนำได้ไหมครับ เพราะเห็นส่วนใหญ่เป็น3เฟืองแต่อันนี้แค่2เฟืองเอง ขอบคุณครับ

    • Tongkatsu says:

      ต้องออกตัวเบาๆ ก่อนว่าจริงๆ ผมก็ไม่ได้เก่งมากหรอกนะครับ จริงๆ เกียร์เสือหมอบก็ไม่ยากหรอกครับ ซ้ายเป็นของจานหน้า, ขวาเป็นจานหลัง เทคนิคก็ทั่วๆ ไปน่ะครับ

      แต่มันจะมีเทคนิคที่เรียกว่า trimming อะครับ เช่นเวลาเราปั่นจานเล็ก แล้วเราเริ่มตบเกียร์ให้เฟืองหลังลงมาอันเล็กๆ ด้วย ตัวโซ่มันจะสีกับขอบสับจาน จังหวะนี้ก็ให้เราบิดสับจานหน้าให้เลื่อนไปครึ่งจังหวะ สับจานมนัก็ไม่มีเสียงแล้ว, ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราปั่นจานใหญ่แต่ก็อยากใช้เฟืองหลังใหญ่ๆ ด้วย เราก็กดเกียร์ลงมาครึ่งนึงเหมือนกันครับ

  3. […] แบบอลูด้วยสิ 555) ก็ปั่นคันเดิมๆ คือ Bianchi Impulso แต่เสริมล้อ Eurus เข้าไปหน่อย […]

Leave a Reply

Spam Protection by WP-SpamFree