The Flowery Home

วันนี้พามากินอีกร้านกับร้านที่มีชื่อว่า The Flowery Home ครับ….

ร้านนี้เป็นร้านที่เปิดใหม่ประมาณปีกว่าๆ (เท่าที่ผมสังเกตดูอะนะ) แอบส่องเข้าไปทีไรก็นึกว่านึกว่าร้านขายดอกไม้ทุกที แต่ก็งงที่หน้าร้านมีบอกว่าขายอาหาร+ขนมด้วยนะ ผ่านหลายทีแต่ก็ไม่ได้ฤกษ์เข้าร้านซักที จนกระทั่งหาสมัครพรรคพวกได้หยิบมือหนึ่ง วันนี้เลยขอเข้าร้านเยี่ยมชมบรรยากาศและชิมฝีมือซักหน่อย

วันนี้พามาชิม Flowery Home ครับ ,, มากินข้าวนะครับ ไม่ได้กินดอกไม้ 🙂

พามากินข้าว+ขนมครับ ไม่ได้กินดอกไม้ 😉

การเดินทางมาที่ร้าน

ส่วนทางไปร้านนี่ไม่ได้ลำบากเลยนะครับ ใครมาจากโรงเรียนปรินส์ฯ ก็ให้เลี้ยวขวาก่อนขึ้นสะพานนครพิงค์ เลี้ยวเข้ามาอีกประมาณร้อยเมตรก็จะพบร้านสีฟ้าพร้อมสวนอลังการตั้งเด่นเป็นสง่าทางด้านขวามือ (เลยริมปิงคอนโดมานิดนึง) จอดรถยนต์ในร้านได้นิดหน่อย หรือจะจอดข้างถนนก็ได้ แต่แนะนำว่าให้จอดร้านอาหารฝั่งตรงข้ามเอาก็ได้ครับ ,, ลองโทรไปก็ได้นะครับ ที่ 053-247212 (จำไม่ผิดร้านปิดวันจันทร์นะครับ)


View Flowery Home in a larger map

หน้าร้าน The Flowery Home ครับ ,, สีฟ้าเด่นเลย

เปิดเข้ามาในร้านเค้าก็ตกแต่งดีนะ ออกแนวโคโลเนียลสีขาวๆ หน่อย ดอกไม้ประดิษฐ์แบบว่าเต็มร้านเลย ไม่ว่าจะที่ไหนก็มีดอกไม้ประดับเต็มไปหมด เยอะจนแทบจะไม่มีทางเดินเลย ,, ส่วนในร้านรองรับลูกค้าได้ประมาณเจ็ดโต๊ะเล็กกับสองโต๊ะใหญ่ แยกตามห้องต่างๆ ทั้งตรงระเบียงร้าน ตรงกลางร้าน หรือห้องแยก (แอร์ทุกจุด)

ดอกไม้ (ประดิษฐ์) เยอะมากจริงๆ เต็มร้านไปหมดเลย สวยมากๆ
มองไปมุมไหนๆ ก็มีแต่ดอกไม้และของประดับเต็มไปหมด
ที่นั่งตรงระเบียงร้าน (ห้องแอร์) หน้าตู้เค้ก ,, ตรงนี้จะเจอแดดเยอะหน่อย แต่ผมชอบนะ
อันนี้ตรงโต๊ะใหญ่ด้านในครับ
ของตกแต่ง+ดอกไม้ประดิษฐ์สวยๆ ของที่ร้าน (เหมือนจะขายด้วยนะ)

ลืมบอกว่า ของประดับต่างๆ ที่ร้าน รวมทั้งดอกไม้ประดิษฐ์นี่เค้าขายด้วยนะครับ 🙂

เริ่มสั่งอาหารกัน

จากนั้นก็เริ่มพลิกเมนูอันไฮโซของทางร้านดูครับ โดยที่เมนูของทางร้านจะมีอยู่ 2 เล่ม ,, เล่มนึงเป็นเมนูอาหาร ส่วนอีกเล่มที่มีโบว์สีฟ้าจะเป็นเมนูเครื่องดื่มครับ ส่วนเค้กให้ไปดูที่หน้าตู้เองจะดีกว่า

เค้าจะให้เมนูมาสองเล่มนะครับ ,, เล่มนึงเป็นอาหาร อีกเล่มเป็นเครื่องดื่ม

ซึ่งเท่าที่ผมดูเมนูของกินแล้ว ที่นี่น่าจะเป็นพวกอาหารเบาๆ นั่งกินชิลๆ ซะมากกว่า (แต่ราคาไม่ค่อยเบาเท่าไหร่นะ) เท่าที่เห็นหนักๆ ก็มีแค่พาสต้าเท่านั้นเอง ส่วนเมนูเครื่องดื่มนั้นนอกจากชา, กาแฟและเครื่องดื่มมาตรฐานแล้ว สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจคือพวกเมนูตระกูลชาเย็นและเครื่องดื่มใส่น้ำแข็งชื่อแปลกๆ ทั้งหลายครับ

โชคดีที่วันนี้มาหลายคน เลยได้สั่งหลายอย่างหน่อย…

จนกระทั่ง… อาหารมาเสิร์ฟ

สั่งไปได้ซักพัก อาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟครับ

เริ่มที่ซีซ่าสลัดที่ผักสดดีมากๆ + ชีสเยอะดี, ขนมปังกระเทียมรสชาติเข้มข้น (ตอนที่กำลังอบนี่แบบว่ากลิ่นคละคลุ้งไปทั่วร้านเลย), แองเจิลส์วิงส์ (อารมณ์คล้ายๆ ปีกไก่ย่าง จิ้มกับน้ำจิ้มไก่ ,, ก็อร่อยดีนะ) และแซนวิชแฮมชีสรสเยี่ยมที่มาพร้อมกับเฟรชฟรายทอดกรอบได้ที่ จิ้มกินกับซอสมะเขือเทศและมายองเนส ,, ทั้งหลายทั้งแหล่กินไปกินมากับเพื่อนๆ นี่เพลินดีมากเลย

จานแรกครับ ซีซาร์สลัด ,, ผักสดดีมากๆ
ขนมปังกระเทียมของที่นี่กรอบอร่อยและรสชาติเข้มข้นดีครับ
จานนี้ชื่อ แองเจิลส์วิงส์ครับ ,, น่ารักมากๆ (อร่อยดีด้วย)
จานนี้เป็นแซนวิชแฮมชีสครับ เสิร์ฟคู่กับเฟรนช์ฟราย

ต่อมาเมนูจานหนักเพิ่มขึ้น…. มีผักโขมอบชีสแล้วก็เฟตตูชินี่ไวท์ซอสกับแฮมและใส้กรอกครับ (หนักสุดแล้ว) ทั้งสองจานผมว่าอร่อยดีนะ หนักชีสทั้งคู่เลย ถ้าใครชอบกินชีสนี่ผมว่าไม่ผิดหวังแน่นอนอะ

เฟตตูฯ ไวท์ซอส แฮม+ใส้กรอกครับ ,, ฉ่ำชีสมากๆ หอมมากๆ ครับ
ผักโขมอบชีสแบบยืดด…ดดดด~~

กินเบาๆ แบบหลายๆ คนไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่เลยแฮะ

มาต่อกันที่เครื่องดื่มและของหวานกัน

อย่างที่เล่าไปแหละครับ อย่างกาแฟร้อนที่นี่ก็มี คหสต.ผมว่าก็หอมดีนะ รสชาติใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไรมาก

ลาเต้ร้อนของพี่แก๊ป ,, ก็ใช้ได้นะ (พี่เค้าเล่ามา)

แต่ที่ผมว่าแปลก+สวยดีคงเป็นพวกเมนูเครื่องดื่มที่เติมน้ำแข็งอะนะ จัดมาหลายน้ำทั้งมะนาวโซดา, แมนดารินโอเรียนทอลไอซ์ที และเป๊บเปอร์มินท์คูล ไอซ์ที ผมว่าเค้าแต่งแก้วสวยดีอะ รสชาติก็ใช้ได้นะ อย่างแมนดาริโอเรียนทอลก็เป็นชาเย็นที่แหละ รสชาติหวานกลมกล่อมดี มีกลิ่นส้มแห้งปนนิดหน่อย ดูเป็นเอกลักษณ์ดี, ส่วนไอ้ตัวเป๊บเปอร์มินท์ก็จะเป็นชาสองสี ด้านบนเป็นสีชา ด้านล่างเป็นสีเขียว ดื่มแล้วสดชื่นดีนะ (แต่แม่บอกว่ารสชาติคล้ายยาสีฟัน) แต่ดูดปื้ดๆ เพลินๆ แป้บเดียวหมด…

ส่วนอันนี้มะนาวโซดาครับ (ไม่แน่ใจว่ามีชื่อหรูหรือเปล่า จำไม่ได้อะ)
แก้วนี้… แมนดารินโอเรียนทอลไอซ์ทีครับ ,, สวยมั้ยล่ะ!!!
ส่วนเจ้าสองสีนี่คือเป๊บเปอร์มินท์ไอซ์ทีครับ ,,

แวะมาขนมต่อนะครับ…

เห็นหลายคนเล่ากันมาว่าที่นี่ชีสเค๊กอร่อย ซึ่งพอเราเดินไปดูที่ตู้เค้กจริงๆ แทบทุกเมนูเป็นชีสเค๊กเกือบหมดเลย ฮาๆๆๆ จะสั่งให้หมดทุกอย่างทั้งตู้กระเป๋าตังคงฉีกกระจายเป็นจุลพร้อมกับพุงน้อยๆ ของผมเป็นแน่ ว่าแล้วก็เลือกซักสองอย่างมาลองชิมดู

จานแรกเป็นบานาน่าชีสเค๊กครับ เสิร์ฟพร้อมวิพครีม, กล้วยหอมเบิร์น และราดคาราเมล ,, เมนูนี้ผมชอบนะ ตัวชีสเค๊กของที่นี่หอมอร่อยมากสมกับคำร่ำลือจริงๆ แถมยังลงตัวกับกลิ่นและเนื้อกล้วยที่ใส่ลงมาผสมในเนื้อเค๊กด้วยกัน เติมความมันด้วยวิพครีมเข้มข้นและเติมกลิ่นหอมหวานด้วยคาราเมล และเติมเต็มความสมบูรณ์ด้วยกล้วยหอมเบิร์น… แหล่มมากครับ ขนาดผมไม่ค่อยชอบกินกล้วยยังแอบตกหลุมรักเมนูนี้เลย

Banana Cheese Cake ครับ ,, ห้ามพลาดเลยเมนูนี้

ส่วนอีกจานเป็น Mango Cool Cheese อันนี้นอกจากตัวคูลชีสที่หอมกรุ่น, รสชาติของมะม่วงและข้าวเหนียวมูนราดไวท์ซอสที่หวานมันแล้ว จุดเด่นอีกอย่างของจานนี้คือรสสัมผัสครับ แบบว่ามันหลากหลายและลงตัวดีมากๆ ทั้งความนุ่มแบบหยุ่นๆ ของคูลชีส, ความกรุบกรอบของชั้นคุ๊กกี้ด้านล่าง, ความเหนียวหนึบของข้าวเหนียวมูน, ความละมุนของมะม่วงสุกและความมันของอัลมอนด์ฝานที่โรยหน้า… เป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่คาดไม่ถึงมาก่อน

Mango Cool Cheese ครับ ,, เด่นตรงรสสัมผัสเลยจานนี้

ที่มากินวันนี้

ส่วนตัวนะ ผมว่าบรรยากาศดีมาก อาหารใช้ได้ เหมาะมากินแบบโรแมนติกๆ หรือเอาบรรยากาศๆ นิดนึง, ส่วนขนมนี่ผมว่าอร่อยเลยแหละ ชีสเค๊กที่นี่โอมากๆ ขอให้ลองมาโดนซักครั้ง (ผมลองแค่กล้วยนะ แต่เห็นคนสั่งเชอร์รี่กะบลูเบอร์รี่ดูน่ากันมากๆๆๆ), เครื่องดื่มตกแต่งสวยดีครับ รสชาติใช้ได้

ส่วนราคาแอบสูงนิดนึง (แถมไม่รับบัตรเครดิตด้วยอะ ;________; ) อย่างซีซ่าร์สลัดจำไม่ผิดนี่โถนั้นราว 200+ นะ, น้ำแก้วประมาณ 70, ส่วนบานาน่าชีสเค๊กนี่ 120 นะ ,, แต่ถ้าใครเคยทานอาหารคุณภาพระดับนี้แล้ว ผมว่าคุ้มค่าสมกับราคาอยู่นะ เพราะว่าเค้าเลือกใช้ของต่างๆ ดีมากเลย

ลองแวะมาทานที่ The Flowery Home กันได้นะครับ

ลองแวะมาทานกันดูได้ครับ แล้วจะไม่ผิดหวัง