Librarista

เดี๋ยวนี้ร้านกาแฟเชียงใหม่เยอะมาก ใครเคยบอกว่ากินกาแฟหมดทั่วเชียงใหม่แล้วแนะนำมาใหม่ได้เลย

ขนาดวันนี้ที่พามาก็เป็นร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่ประมาณซัก 3 อาทิตย์กว่าๆ (วันที่ไปนี่ยังทำไม่เสร็จดีเลย เห็นยังมีคงลงไปซ่อมสระน้ำอยู๋เลย) โดย Concept และการแต่งร้านของที่นี่เค้าน่ารักมากๆ เลยนะ คล้ายๆ ว่าเอาร้านกาแฟมาผสมกับห้องสมุด ประมาณว่าอ่านหนังสือไปกินกาแฟไปในบรรยากาศสบายๆ ร้านนี้ชื่อว่า Librarista ครับ

หน้าร้าน Librarista ที่เราจะมาเยี่ยมชมกันวันนี้ครับ

ทำเลร้านก็อยู่นิมมานซอย 5 ครับ เลี้ยวเข้ามาในซอยแล้วไม่พลาดแน่ๆ หน้าร้าน Librarista เด่นมากๆ ตกแต่งได้สวยและเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับร้านไหนๆ ร้านเปิดตั้งแต่ 9.00-21.00 น. ครับ หน้าร้านมีที่จอดรถยนต์ได้ 3-4 คันได้อยู่ครับ


View Librarista in a larger map

บรรยากาศด้านนอกร้านครับ ร่มรื่นดี

ร้านน่ารักแบบนี้ ใครๆ เห็นก็คงอยากเข้าแหละ~~

เข้ามาเยี่ยมชม+สั่งกาแฟ

เปิดประตูเข้ามาถึงก็จะเจอเคาน์เตอร์ครับ จุดนี้เราก็สามารถสั่งกาแฟและพวกขนม/เครื่องดื่มต่างๆ ก่อนเลย โดยเมื่อสั่งไปแล้วเราจะต้องจ่ายเงินไปก่อน จากนั้นเราก็จะได้รับสิ่งที่ลักษณะคล้ายๆ จานบินมา จริงแล้วมันเป็นตัวจับเวลา+ส่งสัญญาณให้เราเดินไปเอากาแฟเองที่เคาน์เตอร์เมื่อเค้าชงเสร็จ (อย่างเมืองไทยเท่าที่เคยเห็นใช้ก็เป็นที่ร้าน Tom N Tom’s cafe หรือถ้าใครเคยดูซีรี่ย์เกาหลีบ่อยๆ จะพอเห็นบ้างนะ)

ระหว่างนี้ก็เดินหาที่นั่งกันครับ ,, โดยที่ร้านจะมีที่นั่ง 3 โซน (เท่าที่ผมสังเกตดูนะ)

  • ที่นั่งโซนด้านนอก ผมว่าเป็นโซนที่เหมาะกับมีทติ้งหน้าหนาวมาก สามารถเลือกนั่งได้ว่าจะนั่งริมสระหรือจะนั่งใต้ต้นไม้ สามารถกินกาแฟไป คุยไปโขมงโฉงเฉงได้ เดินไปเดินมารกรุงรังได้เต็มที่ ,, แต่คงจะลำบากหน่อยถ้าฤดูร้อนหรือฤดูฝน
  • ที่นั่งโซนร้านกาแฟ อันนี้ผมว่าก็คล้ายๆ กับที่เราพบเจอตามร้านกาแฟทั่วๆ ไปนะ มีโต๊ะ อาร์มแชร์ โซฟาลายเก่ๆ สามารถนั่งคุยไป อ่านหนังสือไป จิบกาแฟไปได้ มีแอร์เย็นๆ บริการ
  • ที่นั่งโซนห้องสมุด อันนี้เป็นโซนที่ผมว่าพิเศษและไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนเหมือนกัน ผมว่าเป็นจุดไฮไลท์ของร้านนี้เลยก็ว่าได้นะ โดยโซนนี้เราต้องเดินออกไปทางเชื่อม ที่นั่งโซนนี้จะเป็นห้องแอร์ เฟอร์นิเจอร์เป็นบีนแบก เบาะรองนั่ง และโต๊ะญี่ปุ่น ตกแต่งร้านด้วยผนังที่เป็นชั้นหนังสือที่มีหนังสืออย่างเพียบ สามารถหยิบมาอ่านได้ตามอัธยาศัย แถมสามารถเอากาแฟ+ขนมมากินที่นี่ได้ด้วย (แต่หนังสือนี่เป็นสมบัติของเจ้าของร้านนะครับ ไม่ได้เช่ามา เวลาหยิบมาแล้วดูแลดีๆ ด้วย ,, หนังสือแต่ละเล่มก่อนนี้เค้าดูแลมาดีมากๆ)

พี่เค้าบอกว่าอีกหน่อยจะมีโปรเจคจะทำบัตรสมาชิกร้าน (วันที่ไปยังไม่มี) สามารถมาใช้บริการของห้องสมุดได้ตลอดเวลา แถมสามารถยืมหนังสือออกไปได้อ่านต่อที่บ้านได้ด้วย (เท่าที่สังเกตดูเป็นพวกหนังสือท่องเที่ยวซะเยอะเลย)

เข้ามาถึงก็มาสั่งกาแฟกันก่อนครับ
เดินออกจากร้านกาแฟเข้าสู่โซนที่เป็นห้องสมุดของที่นี่
หนังสือเยอะดีมากๆ (หนังสือเป็นของเจ้าของร้านนะครับ)
เห็นแล้วแบบว่า… โคตรชิลเลยอะครับ

หลังจากที่ยานบินส่งเสียงหวอๆๆๆ นั่นแปลว่า เราได้กาแฟแล้ว… ก็รวดไปหยิบกาแฟที่เคาน์เตอร์พร้อมเลือกหนังสือมานั่งอ่านด้วย

กาแฟที่ผมสั่งมาวันนี้คือ Iced Librarista ก็โอนะ รสชาติกลางๆ แต่หอมกลิ่นคาราเมลหน่อยๆ ,โกโก้เย็นก็เฉยๆ นะครับ ส่วนชาเขียวมะนาวนี่ไอเดียดีนะ เพื่อนผมชอบ บอกว่าสดชื่นดี แต่ผมว่ารสชาติมันแปร่งๆ อะ ฮาๆๆๆๆ คงยังไม่คุ้นเท่าไหร่ ,, ส่วนขนมที่สั่งไปมีชีสเค๊กผลไม้นี่อร่อยดีครับ ส่วนอีกก้อนจำไม่ผิดนี่เป็นเค๊กมูสล๊อกโกแลตนะ สวยดี แต่ผมว่ารสชาติกลางๆ นะครับ

เฉลี่ยๆ จากที่กินวันนั้นแล้วราคาเครื่องดื่มแก้วละประมาณ 80-95 บาท, ส่วนขนมเค๊กประมาณก้อนละ 70-80 บาท

กาแฟเย็นของผม กับบรรยากาศอ่านหนังสือสบายๆ ของที่ร้าน
มีหนังสือเล่มโปรด จิบกาแฟไปด้วย ,, ลงตัวมากๆ ครับ
โกโก้เย็น vs. ชาเขียวมะนาว
อันนี้เป็นชีสเค๊กแล้วมีผลไม้แปะอยู่ด้านบน อร่อยดีนะครับ
อันนี้จำไม่ผิดเป็นช๊อกโกแล๊ตมูส สวยดีแต่กลางๆ นะ

ถ้าอ่านหนังสือแล้วเผลอหลับไปนี่นอนทั้งวันแน่ๆ

ของเล่นใหม่ น่าซื้อเก็บไว้บ้าน

ของเล่นอีกอย่างของที่นี่คือ Nespresso หรือที่พี่บาริสต้าบอกว่ามันคือกาแฟแคปซูลครับ!!

หลายๆ คนที่ชอบกินกาแฟสดคงเคยมีความผันว่าอยากได้เครื่องชงเอสเพรซโซ่ไว้ที่บ้าน แต่เครื่องชงเอสเพรซโซ่เครื่องนึงก็หลายหมื่น, ไหนจะเครื่องบดเมล็ดกาแฟอีก ซื้อเมล็ดทีก็ลำบาก เพราะเค้าไม่ได้ขายย่อยๆ ทีละห้าเม็ดสิบเม็ด แถมถุงนึงก็กินได้ตั้งนาน จะซื้อมาหลายๆ แบบก็คงกินไม่หมดแน่ๆ ,, แถมเราชงเองก้ไม่ค่อยโออีก น้ำเยอะไปบ้าง กดผงกาแฟนานไปบ้าง …. ผมว่าเจ้า Nespresso นี่ตอบโจทย์พวกที่อยากมีเครื่องชงกาแฟสดที่นานๆ กินทีได้เยอะมาก

ถ้าเทียบง่ายๆ ตัว Nespresso มันประมาณว่าเค้าบดกาแฟมาให้แล้ว เอาใส่ capsule กันอากาศและกันแสง (ไม่ร้องไห้นะ), เราอยากกินกาแฟอะไร ความเข้มแค่ไหนเราก็แค่เลือกซื้อแคปซูลแบบที่เราชอบมา จะซื้อทีละห้าอันสิบอันก็แล้วแต่ พอถึงเวลาอยากกินก็เลือกเอากาแฟแคปซูลใส่เครื่อง Nespresso อันนึง เครื่องมันก็จะเจาะฝาและฉีดน้ำร้อน ,, ผลสุดท้ายเราก็จะได้กาแฟ Espresso รสชาติเยี่ยมแบบง่ายๆ เลย

ที่ร้านบอกว่ามันคือกาแฟแคปซูล Nespresso ครับ (ดูทีแรกงงๆ นิดนึง)
Nespresso ง่ายกว่าที่คิดมากๆ ,, ใส่เครื่องก็เสร็จแล้ว

พอดีไม่ได้ถามราคาเครื่อง Nespresso ที่ร้านมา แต่เท่าที่คุณ blltz หาข้อมูลมาให้ เครื่องรุ่นธรรมดาจะตก 200 เหรียญ (ราวๆ หกพันนิดๆ บาท) แต่ถ้าเครื่องไฮโซ (อาทิ ทำฟองนมได้) จะตกราว 300 เหรียญ (ประมาณเกือบหมื่นนึง) ส่วนแคปซุลนี่ประมาณอันละเหรียญหรือ 30 บาท

เท่านี้ก็ได้กาแฟสดแบบไม่ต้องมีเครื่องมืออะไรมากแล้ว

ค่าเสียหาย 75 บาทต่อการเล่นหนึ่งครั้ง….

สำหรับ Librarista ที่มากินวันนี้

ผมว่าร้านนี้แต่งร้านและมีบรรยากาศที่สวยมากๆ อาจเป็นร้านกาแฟที่สวยที่สุดที่เคยไปกินมาเลย แถมไอเดียก็น่ารักดีด้วย คิดได้ไงเอาร้านกาแฟมาบวกกับห้องสมุด ลงตัวแบบสุดๆ เลยนะเนี่ย!!

แต่กระนั้นเลยครับ ผมแอบมี comments นิดหน่อย

  • ที่นั่งในโซนห้องสมุดน้อยมาก (มีแค่ประมาณ 5 โต๊ะเอง) และเต็มเกือบตลอด แถมแต่ละคนนั่งทีนี่นั่งกันยาวนานเป็นหลักชั่วโมง กะว่าจะต่อคิวไปนั่งห้องสมุดดูดกาแฟหมดไปสามแก้ว บางคนมาคนเดียวแต่นั่งครองทั้งโต๊ะก็แอบเสียดายที่ที่เหลือเหมือนกัน ถ้ามีพวกเคาน์เตอร์หรือคอกสำหรับนั่งคนเดียวก็ดีเหมือนกัน
  • แอบเสียดายหนังสือนะ แบบว่าพี่เจ้าของดูแลหนังสือดีมากๆ บางเล่มซื้อมานานแล้วแต่สภาพยังดีเว่อ บางเล่มหายากแต่ก็มีให้เราหยิบจับแบบเป็นๆ ,, ผมแอบกลัวว่าลูกค้าที่หยิบยืมหนังสือทั้งที่จิบกาแฟไปอ่านไปที่ร้าน หรือว่ายืมกลับบ้านจะทำหนังสือเยินหรือเสียหาย แอบเสียดายแทน แต่ครั้งจะไม่ให้เอากาแฟเข้ามาก็กลัวจะผิดคอนเซปไปหน่อย
  • หนังสือหนักไปทางท่องเที่ยวซะเยอะ
  • ที่ร้านมีปลั๊กไฟ แต่เหมือนไวไฟจะต้องซื้อชั่วโมงของที่ร้านเอา
  • Nespresso เจ๋งดีนะ เห็นแล้วแอบอยากได้ไปไว้ที่บ้านเหมือนกัน
ชอบนะครับ… กับร้าน Librarista 🙂

ร้านน่ารักมากครับ ^^