Little Cook Cafe

จริงๆ ร้านนี้ตั้งใจมากินนานแล้วเหมือนกัน ถึงกระทั่งกด Like Fanpage ร้านเค้ามานานหลายเดือน เคย survey ไปเล่นๆ ทีนึง ประมาณผ่านแถวๆ นี้ก็เลยขอไปดูลาดเลาหน่อยแต่หาร้านไม่เจอ ก็ไม่ได้คิดอะไรมากครับ

จนเมื่ออาทิตย์ก่อน ก็แวะไปเยี่ยมร้านนี้อีกที คราวนี้หาเจอแต่ว่าร้านปิด ,, มางวดนี้ก็เลยขอแก้ตัวกับร้านอาหารแนวติสต์ๆ ที่ร้าน Little Cook ครับ

ลองมาชิมร้าน Little cook ครับ ,,

โลเคชั่นของร้าน

ยอมรับเลยว่าร้านนี้เป็นร้านที่หายากเว่อๆ…

ร้านนี้อยู่ในโครงการ 2BR ครับ โดยโครงการนี้อยู่ถนนศิริมังคลาจารย์ซอย 11 ซึ่งเป็นซอยที่อยู่ตรงข้ามซอยไอเบอร์รี่/หมูกระทะซุ้มสบายเก่า (ตอนนี้เปลี่ยนเป็นร้านสุขเกษมไปแล้ว) สังเกตง่ายๆ ว่าจะมีป้าย NES (ที่สอนภาษาอังกฤษแห่งนึง) ปักอยู่หน้าปากซอย พอเลี้ยวเข้าไปก็ตรงไปเรื่อยๆ ครับ พยายามสังเกต Area ที่มีลาน+มีสวนเขียวๆ ด้านขวาไว้ เพราะที่นั่นคือโครงการ 2BR ครับ

ร้าน Little Cook cafe ของเราอยู่ในโครงการ 2BR นี่แหละครับ


View Little cook in a larger map

เห็นป้ายหน้าร้าน Little Cook cafe แล้วครับ 🙂

เราจะยังมองไม่เห็นร้าน Little Cook ของเราจากหน้าโครงการ แนะนำว่าให้จอดรถแล้วเดินเข้ามางงๆ ในโครงการเดี๋ยวก็เจอเอง ,, หน้าร้านปักป้ายเปิดจันทร์ถึงเสาร์ ตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม แต่จริงๆ ร้านจะเปิดประมาณห้าโมงเย็นและปิดก่อนสี่ทุ่ม (อย่างวันที่ไปนี่ทุ่มกว่าๆ ก็ปิดแล้ว พี่เจ้าของร้านบอกว่าของหมดแล้ว — เอิ่มมมมม พี่ครับ เปิดร้านห้าโมงแล้วปิดทุ่มนึงนี่มันเมพมากเลยนะครับ)

บรรยากาศร้าน+นั่งคุยกับพี่เจ้าของร้าน

จริงๆ ผมว่าร้านเค้าเป็นร้านเล็กๆ (และอาจแคบไปนิดนึงสำหรับผม) บรรยากาศสบายๆ นะ แต่งร้านแบบสบายๆ ดูเรียบง่ายปนกลิ่นติสต์ๆ นิดนึง มีเฟรมจักรยานและรถจักรยานมาแต่งร้านนิดนึง ในร้านมีโต๊ะอยู่ประมาณ 4-5 ตัว แต่รับลูกค้าได้ทีละไม่มาก เพราะว่าที่ร้านมีทำกันแค่ 2 คน ไม่ได้มีลูกน้องอะไร…

ร้านเล็กๆ ที่ปกติสงบๆ ,, แต่วันที่ไปนี่คนเยอะมาก
ที่ร้านจะแต่งด้วยจักรยานซะเยอะเลย ,, ร้านเล็กๆ แต่น่ารักมากๆ

พอดีมีโอกาสคุยกับพี่กบเจ้าของร้าน พี่แกก็บอกว่าจริงๆ ร้านนี้เปิดเป็นคล้ายๆ งานอดิเรกของพี่กบและแฟน วัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ในร้านเป็นของที่ทั้งคู่เคยชิมมาแล้วว่าร้านนี้อร่อย อย่างขนมปังที่ใช้ทำแฮมเบอร์เกอร์, หรืออย่างพวกผัก Hydrophonic ก็เลือกเป็นของโครงการหลวงหรือสวนที่ดีๆ ที่แกรู้จักเอามาใช้ อาจแม้ราคาแพงหน่อยแกก็เอามาทำนะ แถมใส่ให้แบบไม่อั้นด้วย

หลายคนเคยบอกผมนะว่าร้านนี้ติสต์ วันไหนลูกค้าเยอะก็ไล่ลูกค้า, จะเปิดก็เปิดจะปิดก็ปิด ,, หลังจากผมลองถามพี่กบแล้ว จริงๆ แกไม่ได้ติสต์มากหรอก (อันที่จริงผมว่าก็พอตัวอยู่) ผมว่าร้านนี้เค้ายังใส่ใจลูกค้าโดยเฉพาะในจุดเล็กๆ ที่ไม่มีใครที่ไหนสนใจ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อทำอาหารให้ดีที่สุดทั้งคุณภาพและชาติมากกว่าที่ขายเอาปริมาณอย่างเดียว อย่างเช่นวันที่ผมไปแล้วสั่งสลัดผัก แต่พอดีจำนวนผักไม่ครบตามที่แกตั้งใจไว้ แกก็แถมจานนั้นเลย หรือบางเมนูของหมดก่อน บางทีก็งดขายเมนูนั้นหรือบางทีก็ปิดร้านไปเลย (แรงมาก), วันไหนคนเยอะ แกคะเนแล้วว่าทำไม่ทันแน่ๆ หรือถ้าทันก็ออกมาแย่ๆ แกก็จะเชิญลูกค้าไปกินร้านอื่นเลยเพราะไม่อยากให้รอนาน (อันนี้แรงกว่า) ซึ่งผมไม่เคยพบเจอร้านแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเหมือนกัน

เบื้องหลังพี่กบ ,, ผู้เป็นผู้ช่วยแม่ครัวอีกทอดนึง

ทั่วๆ ที่ร้านไปคนไม่ได้เยอะเท่าไหร่ + เจ้าของร้านไม่ได้ต้องการให้ลูกค้าเยอะมากด้วย (แต่วันที่ผมไปนี่คนเยอะมากกกก แบบว่าที่นั่งเต็มทุกโต๊ะเลย ทุ่มนึงพี่แกก็เลยปิดร้านเลย) ซึ่งวันที่พี่เค้าแนะนำให้ไปคือธรรมดาจะดีกว่า เพราะว่าคนจะไม่พลุกพล่าน ไม่ต้องรออาหารนาน ค่อยๆ ปราณีตทำอาหาร แถมพี่เค้าสามารถดูแลลูกค้าได้ทั่วถึงกว่า ส่วนวันเสาร์ที่ร้านจะไม่ได้สต๊อกของไว้เยอะ ทำให้บางเมนูอาจทำไม่ได้ (แถมพวกวันศุกร์หรือเสาร์คนอาจเยอะขึ้นมาอีกนิดนึง)

ว่าแล้วก็สั่งอาหารมา

เริ่มต้นที่เครื่องดื่มครับ ผมกับเพื่อนๆ ทุกคนสั่ง Italian soda กันมาเกือบหมด ผมสั่งรสชาเขียว ไม่ค่อยโดนมากเท่าไหร่นะ เทียบกับของเพื่อนๆ ที่สั่งกัน (จำไม่ผิดมีกีวี, แคนตาลูป) อร่อยกว่านะ ,, แต่เหนือกว่าอื่นใดต้องน้ำเปล่าที่ร้านบริการฟรีครับ อิตาเลียนโซดาดูดแป๊บเดียวหมดเลย

อิตาเลียนโซดาสีสันสดใสมากๆ
ร้อนๆ แบบนี้ขอเริ่มด้วยเครื่องดื่มเย็น

รอสักครู่ใหญ่ๆ (ประมาณ 30+ นาทีอะ) อาหารก็เริ่มทยอยมาครับ

โดยอาหารจานแรกเป็น Appetizer อย่างขนมปังกระเทียมชีส ,, ผมว่าอร่อยเลยแหละ ต้องไล่ตั้งแต่วัตถุดิบที่เป็นตัวขนมปังที่ผมว่าเนื้อแน่นได้ที่ ผ่านการอบอย่างลงตัว แบบว่าขอบขนมปังกรอบ โปะด้านหน้าด้วยมอซซาเรลล่าชีสอย่างเยอะ กัดทีแล้วดึงชีสยืดตึ๋งหนืดๆ เลย อร่อยมากๆ

ขนมปังกระเทียมชีส....
ชีสเยอะมากๆๆ แบบว่ายืดๆๆๆ ได้อีก

ส่วน Appetizer จานที่สองเป็นกุ้งห่อแป้งปอเปี๊ยะ (อันนี้จำชื่อเก๋ๆ ของทางร้านไม่ได้) แนะนำให้กินตอนร้อนๆ อร่อยดีมาก

กุ้งห่อแป้งปอเปี๊ยะ อร่อยมากๆ

ส่วนอีกจานเป็นแฮมเบอร์เกอร์เนื้อ (มีหมู/ไก่/ปลาให้เลือกด้วยนะ) จานนี้ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่เลย เห็นใครมาก็สั่งกันแทบทุกคน (สังเกตจากอินสตาแกรมและเฟสบุ๊ก) ,, ซึ่งพอถึงเวลาจริงที่ยกมาเสิร์ฟต้องบอกว่ามันอันใหญ่มากๆ (แถมผักสลัดที่ให้มาคู่ด้วยก็ต้องบอกว่าเยอะมากๆ ด้วย) แบบว่าว่าถ้าผมไปคนเดียวแล้วเจอจานนี้จานเดียวก็น่าจะจอดแล้ว ส่วนรสชาติผมว่าอร่อยใช้ได้เลยนะ น้ำสลัดที่ใส่ด้วยเนี่ยกลมกล่อมดี แถมไม่เลี่ยนมากด้วย ก็เพราะไอ้ผักที่เค้าให้มาด้วยเนี่ยเหมือนจะเยอะ แต่ถ้าเทียบกับปริมาณแฮมเบอร์เกอร์แล้วต้องบอกว่าพอดีกัน!!!!

เวลากินแนะนำว่าไม่ควรแหกปากกว้างแล้วกัดเป็นคำเหมือนกับแฮมเบอร์เกอร์ตามร้านอาหารแดกด่วนทั่วๆ ไป เพราะมันจะทำให้คุณมีโอกาสกรามหลุดได้ง่ายๆ เลย ,, แนะนำว่าให้ไปขอมีดและส้อมจากทางร้านแล้วหั่นรับประทานเป็นคำๆ จะปลอดภัยต่อตัวท่านและได้รับอรรถรสในการทานที่ดีกว่า

จริงๆ พี่เค้าบอกว่ามีแข่งกินเบอร์เกอร์ด้วยนะ ปีละครั้ง แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ละ 😉

แฮมเบอร์เกอร์เนื้อชิ้นโต... น่ากินดีมากๆ
หั่นแฮมเบอร์เกอร์มาดู ,, แบบว่า เต็มคำมากๆ
เบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่มาก ต้องค่อยๆ หั่นทีละคำ...

ถัดมาเป็นพิซซ่าครับ โดยพิซซ่าที่นี่จะเป็นแบบพิซซ่าแป้งบางกรุบกรอบ ซึ่งหน้าที่ผมสั่งไปเป็นพิซซ่าหน้าผักโขมและเบค่อน ,, เท่าที่เห็นด้วยตาจากบนจานแล้วพบว่าทางร้านให้หน้ามาเยอะมาก มากแบบว่ามองไม่เห็นส่วนที่เป็นแป้งกันเลย แต่พอถึงเวลาตักแบ่งกันก็ค้นพบว่า ชีสก็ให้เยอะมาก ดึงพิซซ่าตั้งยาวจนจะติดเพดานอยู่แล้วชีสยังไม่ยอมขาดออกจากกันเลย ฮาๆๆๆ

ส่วนแป้งหอมและอบได้กรุบกรอบดีครับ

จานต่อไป... เป็นพิซซ่าหน้าผักโขมและแฮมถาดเล็ก
จานนีจำไม่ผิดจะเป็นพิซซ่าแฮมกับเห็ดนะ
พิซซ่าแป้งบางกรอบที่อัดแน่นไปด้วยชีส ตักทีก็ยืดๆๆๆ

อีกสามจานนี่รวบเลยละกันนะครับ

อันนึงเป็นสเต๊กครับ พอดีทีแรกสั่งสเต๊กเนื้อไปแต่วันนั้นเนื้อหมดก็เลยเปลี่ยนเป็นสเต๊กปลาแซลม่อนแทน ซึ่งได้ปลามาชิ้นโตมากเสิร์ฟคู่กับผักสลัดจำนวนมาก ผมว่าเค้าย่างปลาอร่อยดีนะ

กับอีกจานเป็นสปาเก็ตตี้นโปลิตันรสชาติเข้มข้ม เท่าที่สั่งมาทั้งมื่อนี่ผมชอบจานนี้มากๆ เพราะนอกจากรสชาติเข้มข้นมากและใส้กรอกอร่อย ผมว่าทางร้านเค้าลวกเส้นสปาเก๊ตตี้ได้ดีมากๆ กัดไปแล้วได้รสสัมผัสทั้งความเหนียวและความนุ่มไปในคำเดียวกันเลย

กับจานสุดท้ายเป็นสปาเก็ตตี้คาโบนาราที่เป็นคาโบนาราแบบฝรั่งทำและเป็นแบบที่ผมชอบ กล่าวคือ คาโบนาราแบบไทยๆ จะอารมณ์ประมาณน้ำเยอะๆ ท่วมๆ เส้นสปาเก็ตตี้จนบางทีนึกว่ากินสปาเก็ตตี้ซอสครีมขาว แต่ของที่นี่จะผัดแห้งๆ น้ำงวดๆ มีเครื่องปรุงและไข่เคลือบอยู่บนเส้นสปาเก้ตตี้ที่เหนียวนุ่มกำลังได้ที่อีกที ,, กินไปฟินไป

จานต่อมาเป็นสเต๊กปลาแซลม่อนชิ้นโตเว่อกับสลัดข้างเคียง
บีบมะนาวหน่อยอร่อยมาก ,, ถ้าเกรียมกว่านี้อีกหน่อยจะ Perfect เลย
สปาเก็ตตี้นโปลีตัน ,, เส้นอร่อยมากแถมได้เยอะโคตรๆ
เป็นจานนึงที่ผม Recommend เลยฮะ (ได้เยอะมากกกกก)
ที่ร้านทำสปาเก้ตตี้คาโบนาราได้อร่อยมากๆ

และสุดท้ายเป็นจานที่ได้ฟรีครับ (ดังที่ข้างบนได้กล่าวไว้แล้ว) คือสลัดผักจานเล็กกับน้ำสลัดซีซ่าร์ครับ แบบว่าจานเล็กนี่กินกันสี่คนพออยู่ท้องเลยนะครับ ถ้าจานใหญ่เนี่ยคงต้องเหลือผักไปปลูกต่อที่บ้านแน่ๆ (เห็นขนาดของถ้วยสำหรับสลัดจานใหญ่แล้วแทบเป็นลม) ที่นี่ใช้ผักไฮโดรโฟนิกส์นะครับ กรอบและสดอร่อยมากๆ (ใครกลัวผักแนะนำว่าอย่างสั่งจานนี้นะครับ คุณฝันร้ายไปต่ออีกเป็นเดือนแน่ๆ)

สลัดผักจานเล็ก (เล็กแล้วเหรอ) ได้เยอะมากๆ

ดูเหมือนจะกินกันเยอะนะครับ แต่ยังเหลืออีกเมนูอีกตั้งหลายอย่างที่น่ากินมากๆ เลยแต่ของหมด ไว้คราวหน้ามาใหม่

ที่มาวันนี้ครับ

ผมว่าเป็นร้านที่น่ารักมากๆ ร้านนึงที่ผมมากินเลยนะ โดยรวมทุกเมนูที่ผมสั่งมานี่เรียกว่าอร่อยหมด เอาใจใส่กับอาหารทุกจานที่ทำออกมา เมนูอาจชื่อฝรั่งไปซะเยอะแต่รสชาติรับรองว่าจัดจ้านอร่อยมากๆ ใสเครื่องและใส่ชีสแบบไม่มีหวง แถมให้ปริมาณอาหารมาเยอะโคตรๆ แบบว่าถ้ากินไม่อิ่มแล้วไม่ต้องออกจากร้านกันเลย โดยเฉพาะผักสลัดนี่เหมือนกับว่าเหมาผักทั้งฟาร์มมาใส่ในจานคุณ (ถ้าจะสั่งสลัดแนะนำว่าเอาถ้วยเล็กก่อนครับ เยอะแบบว่าโหดสัส)

แต่ว่าเวลามากินอาจต้องทำใจนิดนึงเรื่องความช้านิดนึง (เพราะว่าพี่เค้าทำกันแค่ 2 คน), ที่นั่งเต็มหรือว่าของหมด รวมทั้งบางวันอาจไม่เปิดขายหรือว่าปิดเร็วกว่ากำหนดได้ แนะนำว่าถ้าจะไปกินลองโพสถามพี่เค้าในเฟสก่อนหรือโทรถามได้ที่เบอร์ 0857141189 ก่อนได้ (รับโทรสั่งแบบกลับบ้านนะ แต่ไม่รับจองที่นะ อยากมากินที่ร้านต้องสั่งหน้าเคาน์เตอร์เอง) แต่เท่าที่สังมายังไม่เจออะไรไม่อร่อยนะครับ…

แล้วจะแวะมาเยี่ยมใหม่นะครับ ^^

แล้วคุณจะติดในกับ Little Cook Cafe ,, ร้าน cafe ที่ไม่มีกาแฟขายครับ ^^