ครั้งหนึ่งในชีวิต พิชิตดอยหลวงเชียงดาว ตอนที่ 2

หลังจากตอนที่แล้วที่เราอุตส่าห์บุกป่าฝ่าดงลุยฝ่าหนทางอันยากลำบากเพื่อขึ้นมายังยอดดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งยอมรับว่าแค่วิวพนะอาทิตย์ตกสวยมากๆ จนยากที่จะบรรยาย ,, ส่วนตอนที่สองนี้ก็จะปีนป่ายอีกครั้งเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดกิ่วลม, รวมทั้งเดินเที่ยวและเล่นเก็บรายละเอียดวิวสวยๆ ของทีนี่เท่าที่เวลา 2 วัน 1 คืนจะพอมี

เดินฝ่ากัน... ไปจนถึงยอดดอยกันครับ 🙂

ลุยกันต่อครับ

ก็เรียกว่าแหกขี้ตากันไป

เรานัดกันตอนตีสี่สิบห้านาทีก่อนที่จะแยกย้ายกันซุกตัวในถุงนอนและพักผ่อนกัน เนื่องจากว่าพรุ่งนี้เราจะต้องตื่นมาตั้งแต่เช้า เดินข้ามดอยอีกลูกนึง (ระยะเวลาประมาณชั่วโมงนึง) เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นให้ทัน…

ผม (น่าจะ) เป็นคนตื่นและออกมาเจอกับความหนาวเหน็บของน้ำค้างยามเช้าเป็นคนแรกนะ (หนาวมากๆ จริง) เหลือบดูนาฬิกาเห็นเวลาตีสี่สี่ครึ่ง อ่าว… มันเลทแล้วนี่หว่า จากนั้นก็รีบปลุกทุกคนให้ตื่น ,, ตอนที่ทุกคนออกมาจากเต๊นท์ เรื่องแรกที่พูดถึงและพูดเป็นเสียงเดียวกันคือมีเสียงกรนระดับเรือกลไฟในเต๊นท์ผม 2 ลำ เสียงดังมากๆ ดังในระดับที่ว่าอยู่เต๊นท์ไหนก็ได้ยิน (และคิดว่าได้ยินไปถึงชายป่าฝั่งกระโน้น) ดังจนระดับที่ว่าเพื่อนๆ ที่พักเต๊นท์เดียวกันนี่นอนไม่หลับเลย แถมเสียงกรนมันยัง Synchronized กันด้วย แบบว่ามีแต่เสียงครอกๆๆๆๆ ต่อสลับกันไปเรื่อยๆ แบบไม่มีช่วงพักเลย จึงไม่แปลกเลยที่ทุกคนตื่นมาแล้วจะไม่สดชื่นเท่าไหร่

กว่าทุกคนจะพร้อมเดินทางก็เกือบๆ ตีห้าแล้ว ,, รีบๆ เดี๋ยวไม่ทัน


View ดอยหลวงเชียงดาว in a larger map

เส้นทางที่จะเดินทางจากที่พัก (อ่างสลุง) จะไปที่จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นของเราที่ยอดกิ่วลมครับ (ตามแผนที่)

ระหว่างเดินพี่คนนำทางบอกว่า จริงๆ ยอดกิ่วลมมีสองฝั่ง คือกิ่วลมซ้ายและกิ่วลมขวา ส่วนตัวพี่เค้าแนะนำไปกิ่วลมขวามากกว่า แม้ว่าสองที่นี่จะมีวิวสวยคล้ายๆ กัน แต่ว่ากิ่วลมขวามีอะไรให้ทำเยอะกว่า ,, เอาว่าก็เดินตามพี่เค้าไปก็แล้วกัน

ทางเดินขึ้นยอดดอยกิ่วลมนี่โหดไม่แพ้กับทางขึ้นยอดดอยหลวงเมื่อตอนที่แล้วเลย คือทางมันชันต่อเนื่องมากๆ อีกทั้งทางก็ยังเป็นดินลื่นๆ สลับกับโขดหินเป็นพักๆ บางช่วงทางชันและลื่นมากจนต้องเกาะกิ่งไม้แถวนั้นช่วยด้วย ,, เดินไปเดินมาแล้วเหนื่อยมากๆ เสื้อผ้าที่ใส่มาตั้งแต่ที่เต๊นท์นี่ถอดออกจนเกือบหมด เหงื่อแตกเหมือนกับอาบน้ำ ระหว่างเดินก็ต้องจิบน้ำเป็นพักๆ (หมดไปประมาณขวด 500 ซีซีขวดนึง) กว่าจะถึงนี่เหนื่อยมาก แต่ก็ยังดี ที่มาก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น

อยากบอกว่าข้างบนนี่ลมแรงมากๆ ไอ้เหงื่อที่ออกตะกี๊นี่หายไปหมดเลย เสื้อหนาวที่เหมือนจะถอดทิ้งไว้นี่แทบเอากลับมาใส่ไม่ทัน

พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นแฮะ มาทันเวลาพอดี

ส่วนลานที่เราจะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตรงกิ่วลมขวานี้พื้นมันไม่ได้ราบเรียบเหมือนกับที่ตรงยอดดอยหลวงเมื่อวานนะ แต่นี่เป็นลานที่มีแต่โขดหิน กะอีแค่จะวางขาตั้งกล้องนี่ก็ลำบากแล้ว บทจะยืนถ่ายก็มีช่วงให้ยืนเพียงแคบๆ เท่านั้น จะเปลี่ยนมุมถ่ายทีนี่ลำบากใช่ย่อยเลย ,, แต่สุดท้ายไม่ว่ามุมไหนบนยอดกิ่วลมมองพระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นนี่สวยมากๆ เลย (ของจริงสวยมากๆ) จนคิดว่าพระอาทิตย์ที่นี่คือดวงเดียวกันกับทุกวันที่เราเห็นหรือเปล่า

อีกไม่นานเกินรอ ,, แสงแรกของวันก็พร้อมโผล่ขึ้นมาให้เราชื่นชมแล้ว
แสงแรก... แบบเต็มๆ สวยงามมาก (แต่ทะเลหมอกไม่ค่อยเยอะ)
อากาศยามเช้าหนาวๆ ที่ราวๆ ห้าองศา ,, กำลังสบายเลย

ในขณะที่เรากำลังเพลินกับการถ่ายรูป พี่ลูกหาบก็จัดการหยิบเตาแก๊สจิ๋วและหม้อสแตนเลสมาต้มน้ำร้อน สำหรับเอาไว้ชงมาม่า, โจ๊กคัพ, กาแฟ และโอวัลตินร้อนๆ สำหรับต้านความหิวและความหนาวยามเช้าบนยอดกิ่วลม ,, อยากบอกว่า มันฟินมากๆ ไม่เคยกินโอวัลตินร้อนๆ ที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่มาก่อนเลย

พี่ลูกหาบอุตส่าห์แบกเตาแก๊สน้อยมา แถมต้มน้ำให้ด้วย
มาม่า+โอวัลตินร้อนๆ ,, ฟินมากในจุดนี้

พระอาทิตย์ลอยตัวสูงขึ้น ภาพวิวต่างๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้น ,, ทางเดินต่างๆ และยอดปิดระมิดที่เราผ่านมาหรือยอดดอยหลวงที่เราเมื่อวานเราปีนป่ายมาก็เริ่มเห็นชัดมากขึ้น อยากบอกว่ามันสวยมากๆๆๆ

กิ่วลมซ้าย (ยอดขวา) และยอดดอยหลวง (ยอดกลาง)
ยอดปิรามิด ,, กับดงป่าที่เราเดินฝ่ากันมาเมื่อวาน

อย่าเพิ่งเหนื่อยกันไปครับ ยังมีอะไรให้ดูต่ออีก

ไม้ดอกฯ บนดอยหลวง

อีกสิ่งนึงที่คนไปเที่ยวดอยหลวงเชียงดาวไม่ควรพลาดคือการเที่ยวชมดอกไม้ครับ

ต้นไม้ที่นี่เป็นกลุ่มต้นไม้กึ่งอัลไพน์เฉพาะถิ่นดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้น ดอกไม้สวยๆ หลายอย่างของที่นี่ไม่มีพบที่อื่น (แถมเอาไปปลูกที่อื่นไม่ได้ด้วย เห็นเค้าบอกว่าต้นไม้ที่นี่ต้องการทั้งอุณหภูมิ, ความสูง, อากาศ, น้ำ และสิ่งเวดล้อมแบบดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้) รวมทั้งแต่ละเดือนที่ไปก็มีผลด้วย เพราะดอกไม้ไม่ได้บานพร้อมกันทีเดียว แต่พี่ไกด์บอกว่าถ้าจะให้ดีแนะนำว่าควรมาต้นๆ ฤดูท่องเที่ยว (ประมาณพฤศจิกายน) เพราะว่าป่าที่นี่จะสดกว่า และมีดอกไม้สวยๆ เยอะกว่าช่วงท้ายๆ ที่ป่าจะออกแนวแห้งๆ แล้ว

ช่วงที่ผมไปดอกไม้เลยไม่ค่อยเยอะเหมือนที่คนอื่นๆ ถ่ายรูปได้ พวกดอกเซเลปๆ อย่างเทียนนกแก้วหรือชมพูเชียงดาวก็ไม่ปรากฎให้เห็นเลย (มีก็เหี่ยวๆ ดอกร่วงเกือบหมดแล้ว) หรืออย่างเหยื่อจง ช่วงต้นๆ ฤดูจะเป็นดอกไม้สวยเลย แต่ช่วงที่ผมไปมันไม่เหลือดอกแล้ว มีแค่ส่วนที่ (น่าจะเป็น) ผลแล้ว (แถมจับแล้วแตกใส่มือด้วย) ,, ไม่เป็นไรๆ ก็เอาเท่าที่ได้ก็แล้วกัน

ส่วนตัวผมชอบกระทู้นี้ของพันทิปกับเวปอันนี้นะ เค้าถ่ายดอกไม้ได้เยอะมากๆ + ถ่ายสวยดี แถมเก็บรายละเอียดเรื่องชื่อดอกไม้ได้เยอะดีด้วย

ดอกไม้อะไรไม่รู้สีเหลืองๆ บนโขดหิน สีสดดีมากๆ
เอื้องป่า (ไม่ทราบสายพันธุ์เหมือนกัน) ถ้าผลิดอกแล้วน่าจะสวยมาก
ดอกฟ้าคราม... ช่วงที่ไปเบ่งบานเยอะดีมากๆ
กุหลาบเชียงดาว ,, กว่าจะได้ภาพนี้ลำบากมาก (แต่ก็คุ้มสุดๆ)
ปาล์มรับเมฆ ,, ปาล์มอะไรมาขึ้นบนภูเขาเนี่ย แปลกดี
อันนี้จำไม่ผิดเรียกว่าดอกหนาดขาวครับ
ส่วนนี่เรียกว่าขาวปั้นครับ
ดอกนี้เรียกว่าผักไผ่น้ำครับ ,, เค้าบอกว่าถ้าหน้าเยอะๆ จะออกเป็นช่อ สวยมาก
ส่วนดอกนี้เค้าเรียกกันว่าแสงแดงครับ
ผลของต้นเหยื่อจง (แบบไม่มีดอกแล้ว) บีบแล้วดีดใส่มือด้วย
ผลบุกสีแดงสด
อันนี้ดอกอะไรไม่รู้ เห็นสวยดี เลยถ่ายมา
ผลอะไรไม่รู้ ดูแล้วคล้ายๆ ลูกกีวี่จิ๋ว แต่เปรี้ยวและเฝื่อนมากๆ

วิวที่กิ่วลม สวยเกินห้ามใจ

เดินมาเรื่อยๆ จากจุดที่เราชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นอีกหน่อยก็จะเข้าสู่ส่วนที่เรียกว่าสันกิ่วลม ตรงนี้อารมณ์ประมาณเราอยู่บนโขดหินขรุขระที่โผล่ขึ้นมาเป็นทางไว้ บางช่วงเดินสบายๆ บางช่วงต้องปีนป่าย ส่วนด้านซ้ายเป็นเหว ด้านขวาเป็นเหว ถ้าพลั้งเผลอตกไปก็ตัวใครตัวมันละครับ

แต่ยอมรับว่า วิวตรงสันกิ่วลมนี้สวยมาก และเป็นจุดที่ผมประทับใจมากมากที่สุดด้วย เหมือนเราอยู่บนสรวงสวรรค์ ยืนอยู่เหนือก้อนเมฆทั้งหลาย รวมทั้งบรรยากาศ ณ จุดนี้มันดีมากๆ เหนือคำบรรยายใดๆ และไม่สามารถเก็บมาแบ่งปันได้จริงๆ ถ้าไม่ได้ไปเอง 🙂

ต้องฝ่าโชดหินนับร้อย... กว่าจะได้ชมวิวสวยๆ
นี่เรากำลังยืนอยู่บนสัน ,, ด้านขวาเป็นเหว ด้านซ้ายเป็นเหว
เหมือนถ่ายรูปอยู่บนสรวงสวรรค์ ,, สวยมากๆ จริงๆ
กว่าจะได้แต่ละรูป อยากบอกว่าไม่ได้ง่ายเลย
มองไปทางเหวด้านซ้ายมือ ,, เห็นดอยอีกดอยทั้งลูกเลย
หุบเหวกับปาล์มรับเมฆสองต้นคู่กัน
เห็นเป็นแนวสันให้เราเดินตามไปตรงถึงมุมสุดเลย
กับวิวสวยๆ ที่ใครมาถึงก็อยากถ่ายรูปเก็บไว้
มีถ้ำด้วยแฮะ ,, เห็นเค้าว่าทะลุไปถึงถ้ำเชียงดาวเลย (แต่ไปไม่ได้นะ)
สุดขอบสันกิ่วลม (ปลายสุดเท่าที่จะเดินไหวแล้ว)

เดินเล่นบนสันกิ่วลมถึงสิบโมงกว่า เพลินมากๆ

ถึงเวลากลับกันแล้ว

ลงจากสั่นกิ่วลมจนถึงอ่างสลุงราวสิบเอ็ดโมง นั่งเก็บของ, เก็บเต๊นท์, เตรียมตัวลงดอยและกินข้าวเที่ยง ซึ่งเป็นอาหารกระป๋อง, หมูหยองและแหนมเหมือนมื้อเย็นเมื่อวาน ซึ่งจากการกินมันสองมื้อติด (แบบเย็นๆ) ทำให้แขยงอาหารกระป๋องไปเป็นเดือนเลย

เอาเป็นว่าทุกคนสะพายเป้พร้อมเดินทางตอนเที่ยงตรง แต่ขาลงนี่ทุกคนจ้ำลงกันเร็วมากๆ ยังกะกลิ้งลงดอย พักก็น้อย รูปก็ไม่ค่อยถ่าย (ซึ่งต่างกับตอนขึ้นลิบลับ) เดินเรื่อยๆ สบายๆ จ้ำไปๆๆ (แต่เห็นมีคนบอกว่าถ้าลงที่ปางวัวหรือบ้านถ้ำทางจะชัดโหดมาก บางคนต้องค่อยๆ เอาตูดไถลงไปก็มี) ทำให้เราถึงจุดหมายที่เด่นหญ้าขัดเร็วกว่าที่คิดไว้ คือราวๆ สี่โมงสิบห้า

ขาเดินลงจากดอยหลวงนี่เร็วติดสปีดกันมากๆ
ถ้าเดินไหว ,, ปีหน้าฟ้าใหม่จะมาอีกนะครับ 🙂

ไม่ไปเอง ไม่รู้จริงๆ ,, เอาเป็นว่าถ้าไหว ปีหน้าฟ้าใหม่เราเจอกัน