วัดท่าตอน

Entry นี้ออกจะแหวกแนวซักหน่อยเพราะว่าผมไม่ค่อยจะเป็นคนที่คลั่งไคล้การเข้าวัดซักเท่าไหร่ ,, แต่หลังจากที่มาเที่ยวฝางและแม่อาย หนึ่งในวัดที่หลายๆ คน recommend ว่าสวยงาม อลังการ บรรยากาศดี และไม่ควรพลาดที่จะเข้าไปเยี่ยมชมเลย นั่นก็คือ วัดท่าตอนครับ

สรุปง่ายๆ คือ วันนี้จะพาไปเที่ยววัดน่ะครับ

วันนี้มาเที่ยววัดท่าตอนกันครับ 😉

มาแม่อาย ก็ต้องมาวัดท่าตอน

วัดท่าตอนอยู่ที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย ห่างจากตัวเมืองฝางไม่ไกลครับ ประมาณ 30 กม. (แต่ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ 180 กม.) แผนที่เหมือนอยู่ไกล แต่มาไม่ยากครับ ขับรถมาเรื่อยๆ ทางเหนือของเชียงใหม่ ผ่านอำเภอแม่ริม-แม่แตง-เชียงดาว-ไชยปราการ-ฝาง ผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า โค้งแล้วโค้งอีก ขับไปเรื่อยๆ จนผ่านตัวเมืองแม่อายแล้วอีกสักพักก็ถึงท่าตอนเองครับ


View วัดท่าตอน in a larger map

เมืองท่าตอนบรรยากาศดีมากครับ ,, เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตรงไหล่เขา บรรยากาศสงบ อากาศดี มีแม่น้ำไหลผ่าน น่ามานอนพักซักเดือนช่วงหน้าหนาว คงฟินน่าดู (แต่เห็นชาวบ้านเค้าบอกว่าแถวนี้มันหนาวมากเลยนะเธอ)

สภาพเมืองที่ท่าตอน ,, เป็นเมืองเล็กๆ สงบ และบรรยากาศดีมากๆ
ป้ายทางเข้าวัดท่าตอนครับ... เลี้ยวเข้าไปได้เลย

เห็นป้ายวัดท่าตอนแล้วก็เลี้ยวขึ้นไปได้เลยครับ

มาถึงวัดท่าตอนแล้วจ้า

วัดท่าตอนไม่ใช่วัดที่เลี้ยวมาแล้วจะถึงตัววัดเลยนะครับ เพราะวัดท่าตอนเป็นวัดที่อยู่บนเขา ตัววัดจะทอดไปตามไหล่เขาเป็นชั้นๆ เราจะต้องค่อยๆ ไต่เขาไปทีละชั้น เพื่อไปเยี่ยมชมและสักการะแต่ละชั้นไปเรื่อยๆ โดยมีทั้งหมด 9 ชั้น ,, ซึ่งนอกจากพระพุทธรูปและสิ่งก่อสร้างต่างๆ แล้ว แต่ละชั้นก็จะมีจุดเด่นคือวิวและบรรยากาศสวยๆ ที่แตกต่างกันไปด้วย

เอาเป็นว่า เดี๋ยวค่อยๆ ไล่ไปทีละชั้นละกันนะครับ

แผนที่วัดครับ (เครดิตจาก http://www.wat-thaton.org/mapWatThaton.htm )
  • ชั้น 1 :: หลักๆ ที่ชั้น 1 จะเป็นเขตปริยัติ, มีโรงเรียนปริยัติ, ศาลาการเปรียญ, เจดีย์องค์เดิม, เจ้าแม่กวนอิมยืนประทานน้ำ ,, จริงๆ อยากบอกว่าแค่วิวในชั้นนี้ก็สวยมากๆ แล้ว เห็นแม่น้ำกกไหลผ่านตัวเมืองท่าตอนย้อนไปทางเชียงรายด้วย (ซึ่งมีเรือจากที่นี่ไปเชียงรายด้วยนะ สนนราคาคนละ 300 บาท นั่งได้ที่ท่าเรือท่าตอนครับ) แถมบางมุมถ้าดูดีๆ ยังสามารถเห็นหมู่บ้านชาวเขาได้ด้วย
วิวสวยๆ ในเมืองท่าตอนเมื่อมองย้อนลงไปจากชั้น 1 ของวัด
เจดีย์องค์เก่าของวัดท่าตอนครับ
รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมยืนประทานน้ำ
  • ชั้น 2 :: เป็นพระอุโบสถของวัดครับ
  • ชั้น 3 :: เป็นพระองค์ขาว หรือชื่อเต็มๆ ว่าพระพุทธนิรันดรชัยครับ อยู่ไม่ห่างกับชั้น 2 มากเท่าไหร่
อุโบสถและพระองค์ขาวในชั้นที่ 2 และ 3 ตามลำดับ
จากมุมนี้ของวัดก็เห็นแม่น้ำกกสวยๆ และหมู่บ้านชาวเขาต่างๆ
  • ชั้น 4 :: เป็นชั้นที่มีพระนาคปรก หรือชื่อเต็มๆ คือ พระพุทธสิริประชานาคบรรพต จุดเด่นคือเป็นพระนาคปรกองค์ใหญ่มากๆ ใต้องค์พระมีฐานมีห้องเอาไว้ปฏิบัติธรรม แต่ที่ต้องระวังนิดนึงในชั้นนี้คือมีรังผึ้งขนาดมหึมาเกาะที่บริเวณคางของตัวพระและนาคปรกด้วย
หลวงพ่อพระนาคปรกที่ชั้น 4 ครับ ,, ยิ่งใหญ่มากๆ
ทางขึ้นไปวัดท่าตอนก็ถือว่าโหดใช่เล่นนะครับเนี่ยยยยยย
  • ชั้น 5 :: เป็นเขตปฏิบัติและกุฏิพระครับ
  • ชั้น 6 และ 7 :: เป็นเขตปฏิสัณฐาน ชั้นนี้จะมีบ้านพักรับรอง, ห้องประชุมและศาลาไว้ปฏิบัติธรรม
  • ชั้น 8 :: เป็นเจดีย์แก้ว หรือมีชื่อเต็มๆ ว่า พระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์ ภายในมีสามชั้น ซึ่งแต่ละชั้นนั้นได้แบ่งเป็นห้องและโซนต่างๆ ไว้ สามารถเข้าไปเดินชมภายในได้ ,, ซึ่งภายในมีพระพุทธรูปเยอะมากๆ และที่ชั้นที่ 3 ก็ยังมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุให้เราสักการะด้วย รวมทั้งช่วงกลางคืน ทางวัดเค้าจะเปิดไฟให้เจดีย์แก้ว ซึ่งบอกว่าสวยมากๆ คนละอารมณ์กับตอนกลางวันเลย (จำไม่ผิดเค้าจะเปิดไฟให้เจดีย์แก้วถึงประมาณสามทุ่มนะ) ,, จริงๆ ข้างในเจดีย์แก้วมีรายละเอียดเยอะมากๆ จนบรรยายไม่หมดเลย (ขนาดมาตั้งหลายครั้งแล้วนะ)
เจดีย์แก้วดูสง่าและอลังการมากๆ เลย
มุมต่างๆ ของเจดีย์แก้วครับ 😀
บรรยากาศภายในเจดีย์แก้วครับ
ห้องโถงภายในเจดีย์แก้วมีพระพุทธรูปเยอะ รวมทั้งบอกชั้นต่างๆ ของวัดด้วย
เดิยขึ้นบันไดมังกร เพื่อขึ้นไปยังชั้น 3 กันครับ!!
เราสามารถมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุได้ชั้นสามของเจดีย์แก้วครับ
มุมมองจากยอดเจดีย์ลงมายังลานจอดรถ ,, สวยเว่อ~
เจดีย์แก้วตอนกลางคืนเค้ามีเปิดไฟด้วย ,, สวยมากๆ เลย
เจดีย์แก้วตอนกลางคืนนี่ก็สวยไปอีกแบบนะ
  • ชั้นที่ 9 :: คือการจะมาชั้นนี้ได้จะลำบากนิดนึง คือจะต้องเดินทางจากเจดีย์แก้วผ่านเขาอีก 2 ลูก (อยากบอกว่าครั้งแรกที่ไปนี่ขี่มอไซไป ลำบากมากๆ แต่ก็ไปถึงอยู่นะ, รวมทั้งไม่แนะนำให้ไปตอนกลางคืนด้วย เพราะทางมืด เปลี่ยวและอันตราย) จนสุดทางก็จะเจอพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรยืนตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ โดยพระองค์นี้มีชื่อว่าหลวงพ่ออิ่มตลอดกาล (มีชื่อเต็มๆ ด้วยนะ แต่จำไม่ได้) ,, รวมทั้งในชั้นที่ 9 นี้มีวิวสวยมากๆ ทั้งมองไปทางเชิงเขาหลังองค์พระและมองย้อนกลับไปทางเจดีย์แก้ว
เราต้องขับข้ามดอยอีก 2 ลูก กว่าจะถึงชั้นที่ 9 ของวัดท่าตอนแน่ะ
หลวงพ่ออิ่มตลอดกาลประจำชั้นที่ 9 ครับ
วิวสวยๆ เมื่อมองไปทางด้านหลังองค์พระ ,, สวยมากๆๆๆ
ส่วนฝั่งนี้มองย้อนไปทางเจดีย์แก้วครับ ,, สวยงามมากๆ

จริงๆ entry นี้ผมเก็บภาพมาหลายครั้งมากๆ หลังจากไปเที่ยววัดท่าตอนมาหลายครั้ง อยากเอารูปลงเยอะๆ แต่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันเทียบไม่ได้เลยกับตอนที่เรามาเที่ยวเอง โดยเฉพาะช่วงกลางวันและกลางคืนนี่ให้อารมณ์ต่างกันมากๆ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสก็มาเที่ยวกันได้ แนะนำให้มาทั้งสองช่วงเลย หรือจะมาตอนเย็นๆ แล้วอยู่ให้ถึงค่ำเลยก็ได้

แล้วคุณจะชื่นชมในความงามของวัดและหลงไหลบรรยากาศของเมืองท่าตอนครับ 🙂