[March พาเที่ยว] ภาค อ่างขาง in the rain

สื่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากๆ ของที่ฝางก็คงเป็นดอยอ่างขาง

วันนี้มีโอกาสพักรอไปอยู่เวรบ่าย (ประมาณ 4-5 ชม.) ก็อยากหาอะไรไปเที่ยวบาง นั่งลิสต์ๆ กับเพื่อนก็มีเจ้าอ่างขางนี่แหละที่แว้บเข้ามาในรายการ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าอ่างขางมันเป็นยังไง เห็นเพื่อนๆ เค้าบอกว่าสูงๆ ชันๆ ขับรถลำบาก รถเล็กคงไม่ไหว และควรไปหน้าหนาว….

เอาวะ!!! ก็อยากไปอะ นึกแล้วจึงรวบรวมสมัครพรรคพวกขับรถขึ้นดอยไปกินข้าวบนสโมสรอ่างขางกัน ไปกันแบบคาราวานจิ๋วๆ อันประกอบไปด้วยนิสสันมาร์ชและมาสด้าสอง (ทั้งคาราวานมีสองคันนี่แหละ)…. น่าจะไหวนะ ลองดูๆๆๆ

วันนี้จะเอาน้องมาร์ชขึ้นไปลุยอ่างขาง 🙂

Driving in the rain

คาราวานจิ๋วของเราตั้งต้นจากตัวเมืองฝางจากนั้นก็ขับลงมาทางใต้ มาแถวๆ ตำบลแม่ข่า (ก่อนถึงอำเภอไชยปราการ) วันนี้แดดค่อนข้างดีเลย แสงอาทิตย์ตอบรับกับอารมณ์อยากเที่ยวมากๆ เอาเป็นว่าก็ขับมาเรื่อยๆ ครับ จนถึงป้ายบอกทางเลี้ยวเพื่อขึ้นดอยอ่างขาง โดยระยะทางจากป้ายจนถึงสถานีฯอ่างขางแค่ประมาณ 20 กว่ากม. เอง ,, ซึ่งแถวๆ ตีนดอยจะมีคำเตือนว่าทางชันมาก อย่าซ่านัก ขับระวังๆ แต่ในจังหวะนั้นมันคงเทียบกับความตื่นเต้นของผมไม่ได้หรอก (ประมาณว่ามาร์ชตูแรงเยอะนะเฟร้ยยยยย)


View เที่ยวอ่างขาง in a larger map

แดดจัดจ้านมากกก เหมาะกับการไปปาร์ตี้สุดๆ

พอหนทางเริ่มคดเคี้ยวเพิ่มขึ้นคล้ายเป็นคำเตือนว่าตอนนี้ท่านได้ขึ้นดอยแบบจริงจังแล้ว ช่วงนี้ก็เริ่มมีหมอกหนาลอยผ่านรถเราสลับกับฝนพรำๆ เป็นพักๆ ซึ่งอากาศดีมากๆ เย็นสบายและรู้สึกสดชื่นดี อาจมีดินถล่มข้างทางบ้างก็ระแวดระวังกันไป ,, แต่พอขับไปเรื่อยๆ อีกสักหน่อยรู้สึกว่ารถตัวเองเริ่มอืด อืด และอืดมากขึ้น อืดขนาดที่ว่าเราใช้เกียร์ L แล้วก็ยังขับ 10-20 กม./ชม. ทีแรกก็คิดว่าไม่มีอะไรหรอกมั้ง ก็เลยลองลงมาดู โหยยย แบบว่าเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ เรียกว่าลงมายืนแล้วแทบจะกลิ้งลงดอยไปเลย (ถ้าลื่นล้มคงกลิ้งลงไปจริงๆ อะ)

ส่วนที่รถเราอืดๆ เพราะมันมีถนนช่วงทางตรงชันยาว ทางมันชันมากๆ (ประมาณ 20-25 องศา) แรงเกียร์ CVT ก็ไม่ค่อยเยอะ แถมขับไปก็จะเจอโค้งแบบหักศอกแล้วชันทันที (ซึ่งโหดมากๆ) เป็นพักๆ นับได้ประมาณ 7-8 โค้ง

ฝนตกพรำๆ แหมซักกำก็มีหมอกมาแทน (คำเมือง)
ขับไปๆๆ อีก 7 โลเอง (แถวนี้เป็นจุดนึงที่ผมว่าเป็นทางตรงที่ชันนะ)
ทำตัวขนานถนน แล้วให้เส้นขอบฟ้าทำมุมกับเรา = ความชันที่เป็นอยู่
ลงมาถ่ายให้เห็นกันจะจะว่าถนนมันเอียงขนาดไหน
แบบว่า... หักศอกกันแล้วหายไปเลย ทางโหดได้ใจมาก
วู้ๆๆๆๆ อากาศข้างบนดีมากๆ เลยอะ
ระหว่างทางไปอ่างขาง... มีแต่หมอก (ขนาดหน้าฝนนะ)

ขับไปก็มีพักบ้าง เห็นข้างทางสวยดี อิอิ (จริงๆ คือกลัวน้องมาร์ชเหนื่อยเกินไป เลยขอจอดพักซักหน่อย) เห็นเค้าเขียนว่าที่พักริมทางนะ แต่ดูแล้วยังไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ (หน้าเทศกาลคงดูดีกว่านี้)

พักน้องมาร์ชก่อน... ปล่อยให้เจ้าฟีโน่แซงไปก่อน ฮึ่มๆๆๆ
นั่งพัก ถ่ายรูป+กินน้ำ แถวๆ ป่าสนข้างทาง
บรรยากาศประดุจหนึ่งในฉากแฮรรี่พอตเตอร์
พักทั้งรถ พักทั้งคน ,, แถวนี้หมอกเยอะแต่ก็สวยมากๆ เลย

พักพอหายเหนื่อยก็กดรอบเดียวให้ถึงยอดดอยเลยละกัน

ถึงสถานีอ่างขางแล้ว ,, ชมนกชมไม้กันหน่อย

ดีใจมากๆ ถึงจุดหมายแล้ว พอมาถึงให้ขับรถแล้วเลี้ยวขวาเข้าไปในสถานีได้เลย (ไม่จำเป็นต้องซื้อของข้างนอกก็ได้นะ ข้างในก็มีของพวกโครงการหลวงขาย ,, อันนี้แล้วแต่) เสียค่าเข้าสถานีคนละ 50 บาท รถคันละ 50 บาท ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วสามารถไปเที่ยวชมภายในสถานีฯ แบบไม่อั้นภายใน 1 วัน

แต่ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นแหละ วันนี้มากินข้าวเป็นหลัก ไม่ได้มาเที่ยวน่ะ ส่วนนึงคือไม่มีเวลาเพราะเดี๋ยวลงดอยเสร็จก็ต้องไปอยู่เวรต่อ อีกส่วนคือทางสถานีฯยังเตรียมพวกดอกไม้ในแปลงกลางแจ้งไม่เสร็จสมบูรณ์เท่าไหร่ ซึ่งตอบรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ประปรายมากๆ

แต่พวกแปลงดอกไม้ในร่มนี่มีเยอะอยู่นะ โดยภายในนั้นเค้าจะจัดเป็นโซนๆ แต่ละโซนก็เหมือนมีธีมของมัน ซึ่งผมว่ามันสวยดีมากเลย ทั้งต้นไม้ดอกไม้และไอเดียการตกแต่ง แถมคนก็ไม่เยอะเท่าไหร่ ถ่ายรูปสบายสุดๆ เลือกมุมได้จนกว่าคุณจะพอใจแบบไม่ต้องไปตบตีแก่งแย่งชิงดีกับใคร (แต่บางแปลงก็อาจมีคนสวนกำลังเตรียมดินอยู่นะ)

ถึงที่หมายแล้ว ,, คนไม่เยอะ ดอกไม้ก็ยังไม่ได้ลงแปลงดี
แปลง outdoor ยังไม่ค่อยมีอะไรอะ เหมือนกำลังเตรียมดินกันอยู่เลย
แปลงในร่มยังมีดอกไม้สวยๆ อยู่เพียบ (ดีใจๆๆ)
ดอกไม้สวยๆ + เฟิร์น ,, มีทั้งปลูกบนดินและลอยฟ้า
แปลงในร่มเหมือนกับว่าเค้าเตรียมมาไว้สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งปีเลย
มีการแต่งสวน แบ่งเป็นโซนๆ ให้เราค่อยๆ เดินเข้าไปดูทีละส่วนๆ
ดอกไม้สวยๆ จากอ่างขางในส่วนแปลงในร่มจ้า ,, สวยดีมากๆ
ดอกไม้หลากสี+เฟิร์นมีเยอะมากๆ ดูแล้วงงไปหมด

เที่ยวพอเป็นสังเขป ,, มากินข้าวกันเต๊อะ

ณ สโมสรอ่างขาง

สโมสรอ่างขางเหมือนเป็นจุดแลนด์มาร์กเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่ให้บริการอาหาร+ของว่าง แถมมีซุ้มกาแฟเล็กๆ ข้างนอกด้วย แถมช่วงหน้าฝนนี้คนน้อยดีมากๆ สั่งไปแป้บเดียวยกมาเสิร์ฟอย่างเร็ว (แต่บางอย่างก็ช้านะ)

ใครหิวก็ต้องแวะมาที่นี่... สโมสรอ่างขาง
ภายในสโมสรอ่างขางครับ ,, วันนี้คนน้อยมาก เลือกที่นั่งตามสบาย
ช่วงหน้าเทศกาลอย่าหวังได้เห็นภาพแบบนี้ตอนเที่ยงวันนะครับ

สั่งอาหารกันครับ!!! ของคาวเท่าที่สั่งไปก็มีขาหมู, สลัดยูนนาน, น้ำพริกรักฉ่อง, หมูคำหวาน, ผัดซาโยเต้, เห็ดทอด ฯลฯ ,, ส่วนตัวผมว่าน้ำพริกรักฉ่องกับสลัดยูนนานถือว่าแหล่มเลยทีเดียว ,, ซึ่งกับข้าวที่นี่จะมีจุดเด่นคือผัก ผักที่นี่ก็เป็นผักโครงการหลวงที่ปลูกกันบนดอยนี่แหละ ผักของที่นี่พูดตรงๆ ว่าสดสะท้านมาก ประหนึ่งว่าเพิ่งเด็ดแล้วมาให้กินเลยทันที ซึ่งพอตักเข้าปากแล้วเหมือนความสดชื่นมันแตกในปากในทุกคำที่เคี้ยวเลย แถมไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวแบบที่เราคุ้นชินกัน มันสุดยอดมากๆ ,, ใครไม่ชอบกินผัก หากได้ลองมาชิมที่นี่อาจเปลี่ยนใจมากินมังสวิรัติเลยก็ว่าได้ (ไม่ได้เว่อนะเธอ)

ปัญหาโลกแตก... แดกอะไรกันดี
มาถึงที่นี่... ต้องเน้นกินผักกันละครับ!!!
สลัดยูนนาน :: ผักที่สดและกรอบ กับน้ำสลัดแบบซ้อสญี่ปุ่นเข้ากันอย่างดี
น้ำพริกปลารักฉ่อง :: น้ำพริกออกแนวกรอบๆ ปรุงรสได้ที่ สุดยอดมากหากกินกับผักสดๆ
หมูคำหวาน :: ก็ใช้ได้นะ แต่ยังไม่โดนใจเท่าที่ควรอะ
ขาหมูอ่างขาง :: รสชาติเข้มข้นดีมาก กินกับหมั่นโถวอร่อยดี
เห็ดหอมสดทอด :: อร่อยดีครับ ทอดได้กรอบแถมกลิ่นก็ไม่ฉุนมาก
เอามาจิ้มกินกับซ้อสพริกแล้วซี้ดดด อร่อยกรุบกรอบ

แหมๆๆ อย่าเพิ่งอิ่มครับ เรายังมีของหวานอยู่นะ

ทีเด็ดมันอยู่ที่ขนมหวาน

เท่าที่เห็นในลิสต์มีขนมหวานให้เลือกชิม 4 อย่าง เลยจัดเต็มมาหมดทุกอย่างเลย อันได้แก่ พีชลอยแก้ว, บัวลอยอ่างขาง, เลมอนนมแพะ และปอเปี๊ยะกล้วยหอมทอด

อย่างเลมอนนมแพะชื่อาจฟังดูไม่ค่อยน่าทาน แหมๆ แต่ลองได้ชิมแล้วจะรู้ว่า พุ้ดดิ้งนมแพะที่มีเยลลี่เลมอนรองอยู่ก้นแก้วแล้วแปะหน้าด้วยเปลือกมะนาวหั่นฝานบางๆ นี่มันสุดจะแหล่ม ความหอมมันของนมแพะเหมือนจะตรงข้ามกับความเปรี้ยวของกลิ่นมะนาว แต่พอเราลองกินด้วยกันกับค้นพบว่ามันเริ่ดมากๆ

ส่วนตัวผมชอบพีชลอยแก้วมากๆ กินแล้วฟินสุดๆ ทั้งความอิ่มตัวและความสดเหมือนถูกอัดเข้าไปในเนื้อลูกพีช แค่เรากัดลงไปที่เนื้อพีชก็เหมือนความสดชื่นทั้งหลายมันระเบิดตัวกระจายอยู่ในปากเรา แถมน้ำลอยแก้ว+น้ำแข็งก็เหมือนเป็นตัวเร่งให้ความสดชื่นในเนื้อลูกพีชมันแตกได้รุนแรงขึ้น ,, เพียงแค่ชิมไปครั้งเดียวนี่เรียกว่ายากจะลืมเลือนและผมว่าคุณไม่สามารถหยุดมันได้แค่คำเดียวแน่ๆ

ลูกพีชลอยแก้ว :: อันนี้ห้ามพลาดครับ แหล่มมากๆ
เลมอนนมแพะ :: อีกเมนูของหวานที่ไม่ควรพลาดนะ
ปอเปี๊ยะกล้วยทอด :: ผมว่ากลางๆ นะ แป้งหนาไปหน่อย
บัวลอยอ่างขาง :: บัวลอยไข่หวานสูตรที่นี่ จะใช้น้ำอ้อยแทนน้ำเชื่อมทั่วไป ซึ่งมีกลิ่นพิเศษ

อิ่มอร่อยกันแบบสุดๆ หารค่าอาหารแล้วตกคนละ 150 บาทเอง (เอาบัตรประตูทางเข้ามาลดค่าอาหารได้ด้วยนะ) ถ้ามันไม่ต้องขึ้นดอยชันแบบนี้ ผมคงมากินทุกอาทิตย์เลยทีเดียว

ออๆๆ อย่าลืมแวะกินกาแฟ+ซื้อของฝากที่ซุ้มด้านข้างสโมสรอ่างขางนะครับ กาแฟของที่นี่ก็เป็นกาแฟดอยคำจากโครงการหลวง ส่วนตัวผมว่าแก้วเล็กไปนิดแต่รสชาติก็ใช้ได้นะ ส่วนของฝากส่วนมากจะเป็นพวกชานานาชนิด แถมยังมีพีชลอยแก้วกับน้ำพริกรักฉ่องที่นี่ก็มีขายเหมือนกัน เผื่อว่าใครติดใจก็เอาไปกินต่อที่บ้านได้ (แต่โปสการ์ดของที่นี่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่)

แวะชิมกาแฟ+ซื้อของฝากที่ซุ้มข้างสโมสรอ่างขางได้นะ

ลงดอยกันแล้ว

ถึงเวลาก็ต้องลงดอยเพื่อไปประกอบภารกิจกันต่อ…

ผมว่าการลงดอยนั้นน่ากลัวและอันตรายกว่าการขึ้นดอยมากๆ โดยเฉพาะรถที่เป็นเกียร์ออโต้และคนที่เป็นมือใหม่ในการขับรถ ถ้าเราเพลินกับการใช้เกียร์ D แล้วปล่อยรถไหลไปตามพลังงานศักย์นั้นเกรงว่าจะแหกโค้งกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะช่วงโค้งหักศอกทั้งหลาย ,, ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้เกียร์ L สลับกับแตะเบรคเป็นพักๆ กะให้รอบวิ่งไม่เกิน 4000-5000 รอบขณะที่รถไหลลงไป รวมทั้งถ้ารู้สึกว่ารถเราไม่พร้อมหรือกลัวว่ามันจะเหนื่อยเกินไปให้จอดพักแวะข้างทางบ้าง (แนะนำตรงป่าสนเขาที่ผมจอดขาขึ้นอะ) รวมทั้งควรตรวจสภาพรถให้พร้อมก่อนเอาขึ้นด้วยนะจ๊ะ

นิสสันมาร์ชไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการขี่บนดอยซักเท่าไหร่ แต่ถ้าถามว่าขึ้นดอยอ่างขางไหวไหม ผมว่าก็ได้นะ พวกโค้งหักศอกก็ไม่ได้เป็นปัญหามากนักนะ แต่ช่วงขาขึ้นอาจรู้สึกสงสารรถนิดนึงที่เหมือนเร่งแล้วสู้รถคันอื่นๆ ไม่ได้ แต่จังหวะอื่นๆ แทบไม่เป็นปัญหาอะไร

แล้วจะพาน้องมาร์ชไปเที่ยวเรื่อยๆ นะครับ 🙂

แล้วจะพาไปเที่ยวอีกนะครับ (ขอจัดสรรตารางเวรก่อน)