ซู ซู รัน

วันนี้จะไปกินซูซูรันกันครับ

สำหรับคนเชียงใหม่แล้ว ร้านซูซูรันเป็นหนึ่งในร้านเนื้อย่างของเชียงใหม่ที่มีชื่อติดปากมากว่าสิบปีแล้ว ตัวผมเองก็ได้ยินชื่อนี้มาไม่ต่ำกว่า 5-6 ปี แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสมากินซักที (ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่เชียงใหม่แล้ว) ส่วนนึงคือเมื่อก่อนมีคนชวนมากินแต่ผมก็ไม่ได้มาด้วย ครั้นเวลาอยากกินก็ดันหาร้านไม่เจอซะงั้น

มาหม่ำเนื้อย่างชั้นดีที่ซูซูรันกันครับ

วันนี้รวบรวมสมัครพรรคพวกได้หยิบมือหนึ่งไปลุยซูซูรันกัน!!!

อุปสรรคในการมาร้าน

จริงๆ ทำเลยของร้านนี่อยู่ในเมืองนะ แถมอยู่ใกล้กับห้างแอร์พอร์ทมากๆ แต่ปัญหาคือที่ร้านไม่มีป้ายที่สังเกตได้ชัดอะ ถ้าขับรถแบบผ่านๆ นี่แทบจะไม่เห็นป้ายเลยด้วยซ้ำ แถมป้ายร้านจะวางอยู่หลังทางเข้าที่จอดรถ (ซึ่งถ้าเห็นป้ายแล้วไม่ทันตั้งตัวมาก่อนก็จะเลยที่จอดรถไปโดยปริยาย ซึ่งกว่าจะกลับรถมาอีกทีนี่ต้องอ้อมกันไกลมากๆ) ซ้ำไปกว่านั้นตัวร้านยังถูกปกคลุมไปด้วยสุมทุมพุ่มไม้ (จนทีแรกผมและเพื่อนๆ เกือบหาทางเข้าร้านไม่เจอกันเลย)

แนะนำว่าพอใกล้ๆ ถึงคอสะพานข้ามแยกแอร์พอร์ทให้ชะลอๆ แล้วเปิดไฟเลี้ยวไว้เลยละกัน หรือถ้างงรายละเอียดก็โทรไปได้นะครับที่ 084-6082339 ครับ ,, ร้านเปิด 17.00-24.00 น. (แต่ครัวปิด 22.00 น.) เปิดทุกวันเว้นวันอังคาร


View ซูซูรัน in a larger map

มาถึงร้านซูซูรันกันแล้วครับ 🙂

พอเลี้ยวเข้ามาได้ก็สบายละครับ เพราะที่จอดรถเพียบ

ข้อจำกัดแห่งซูซูรัน

ที่ร้านซูซูรันจริงๆ เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปอาหารนะครับ ทั้งหมดเป็นการแอบถ่ายของผมเอง ทำให้การทำ entry นี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก (ถ้าหากเจ้าของร้านมาเห็นแล้วไม่เหมาะสมสามารถบอกผม remove เอารูปออกได้นะครับ)

นอกจากนั้น ซูซูรันยังมีพวกข้อจำกัดและเงื่อนไขต่างๆ เยอะมากๆ เช่น

  • โต๊ที่ให้บริการทั้งร้านรองรับคนได้ราว 50-60 คน ,, โดยโต๊ะยาว (เป็นโต๊ะแบบญี่ปุ่นที่มี 2 เตา) ต้องมีคนนั่งอย่างน้อย 6 คน หากน้อยกว่านี้ทางร้านจะมีปรับ 100 บาทต่อคนที่ขาดไป
  • หากเราเลือกสั่งบุฟเฟต์แบบใด ทั้งโต๊ะก็ต้องกินบุฟเฟ่ต์แบบนั้น (ถ้างงลองอ่านต่อด้านล่างนะ)
  • ถ้าปล่อยหม้อสุกี้แห้งโดยไม่แจ้งพนักงานจนไหม้คานั้น ปรับ 50 บาท
  • กินอาหารเหลือปรับขั้นต่ำ 50 บาท ,, ส่วนเนื้อคิดแยกตามชนิดของมัน (โดยเนื้อถ้าเราสั่งมาแล้วไม่รับคืนนะครับ ต้องจัดการให้หมด)
  • ตักน้ำจิ้มเกิน คิดถ้วยละ 6 บาท

อ่านแล้วอาจดูเรื่องเยอะไปหน่อย แต่จริงๆ ผมว่าเค้าก็ไม่ได้โหดขนาดที่เนื้อเหลือชิ้นนึงก็เอามาปรับนะครับ ,, และหมดจากข้อจำกัดเหล่านี้ ซูซูรันมันคือสุดยอดเนื้อย่างของที่นี่ครับ

ว่าแล้วก็จัดบุฟเฟ่ต์มาหน่อย!!!

ว่าแล้วก็หยิบเมนูมาดู พบว่าที่ร้านมีให้เลือกระหว่างสั่งเนื้อมากินเป็นจานธรรมดาๆ หรือว่าจะเอาเป็นบุฟเฟ่ต์ก็ได้ ซึ่งบุฟที่นี่ก็มีให้เลือกหลายราคาครับ ตั้งแต่ 300-380-580 บาท โดยถ้าเราสั่งไปแล้วไม่สามารถสั่งข้ามเมนูได้ (เช่นเราเลือกแบบ 580 บาท จะไปเอาเนื้อลายธรรมดามากินไม่ได้นะจ๊ะ) ,, ราคาอาจดูสูงไปนิด แต่เพื่อนผมบอกว่าร้านนี้เค้าใช้เนื้อนำเข้าคุณภาพดี อืมมมม เดี๋ยวลองชิมดู

มีเพื่อนแนะนำว่าบุฟเฟ่ต์เนื้อแบบราคา 300 บาทกับ 380 บาทนั้นคุณภาพของเนื้อใกล้เคียงกัน ถ้าอยากกินเนื้อแบบดีๆ ไปเลยแนะนำให้สั่งแบบ 580 บาท แต่ว่าถ้าอยากประหยัดหน่อยก็เลือกเอาบุฟแบบ 300 บาทก็พอครับ

บรรยากาศภายในร้านครับ ,, มีทั้งแบบโต๊ะยาวและโต๊ะเล็ก
รายการอาหารที่นี่ครับ ,, มีทั้งสั่งแยกและแบบบุฟฯ

วันนี้ผมก็จัดแบบ 580 บาทไปครับ (ซึ่งเลือกบุฟแบบไหนก็ต้องกินกันทั้งโต๊ะ)

ระหว่างรอเนื้อ

ระหว่างรอเนื้อ อย่าเพิ่งนั่งหน้าเตาเอาหน้าอังรับความร้อนเฉยๆ ครับ เรายังมีกิจกรรมอีกมากครับ ตั้งแต่

  • เลือกเครื่องดื่ม (คือที่ร้านจะมีตู้แช่ ให้เราไปเลือกน้ำโค้ก น้ำเปล่า หรือเบียร์จากตู้มาเอง)
  • ตักน้ำจิ้ม (ที่ร้านมีน้ำจิ้มราว 4-5 ชนิด แต่ชนิดที่กินกับเนื้อคือซีอิ้วแบบหวานนะครับ)
  • การตักเครื่องเคียงอื่นๆ แล้วมาปิ้งย่างเอง มีทั้งไก่ หอย ปลา และพวกลูกชิ้นใส้กรอกต่างๆ (ร้านนี้เจ้าของร้านเค้าเป็นร้านอิสลามนะครับ ไม่มีหมู!!!!!!)
เตาถ่านขนาดใหญ่พร้อมหม้อสุกี้ด้านข้าง (ระวังอย่าให้น้ำแห้งนะ)
พวกไก่และใส้กรอกต่างๆ ,, จะเอามาต้มหรือย่างก็ได้ฮะ
พวกผักและเห็ดต่างๆ ก็ตักมารอไว้ได้เลย

จริงๆ รายการในเมนูบุฟเฟต์นอกจากซุ้มอาหารตักๆ แล้วยังมีพวกอุด้งร้อน-เย็น, ข้าวปั้น, บะหมี่, ซุปเนื้อ แต่เมนูที่ไม่น่าพลาดอันนึงคือซาซิมิเนื้อ ดูดิบๆ หน่อยแต่เร้าใจดีมากๆ (แต่น้ำจิ้มที่เค้าเอามาให้จะเค็มไปหน่อย แนะนำให้ตักซ้อสหวานมาเพิ่ม) ส่วนถ้าถามถึงทีเด็ดสุดๆ คงต้องเป็นข้าวหน้าเนื้อน้ำชุ่มๆ ซึ่งผมว่าหอม เข้มข้น และอร่อยมากๆ เลย

ยำเนื้อดิบ ,, ดูสยองๆ หน่อยแต่อร่อยใช้ได้เลย
หนึ่งในเมนูเด็ดโคตรๆ ,, ข้าวหน้าเนื้อมาพร้อมขิง 1 ชิ้น

อร่อยจริงแต่อย่าเพิ่งรีบซัดเยอะครับ เรายังรอเนื้อย่างอยู่

และแล้ว…. เนื้อที่รอคอยก็มา

รอสักครู่… ในที่สุดทั้งเนื้อสันและเนื้อลายแบบพิเศษ เสิร์ฟพร้อมราดซีอิ๊วแบบหวานและพริกไทยก็มาแล้วครับ ,, แบบว่าจานใหญ่มากๆ แถมเนื้อนี่อัดเต็มพื้นที่ทุกอนูของจานเลย

เนื้อสัน-เนื้อลายมันชุดพิเศษของเรามาแล้ววววววว

เนื้อลายและเนื้อติดมันแบบพิเศษที่นี่ (บุฟเฟต์แบบราคา 580 บาท) คุณภาพดีมากๆ แค่เห็นลายเนื้อของทั้งคู่ก็ต้องบอกว่ามันไม่ธรรมดาจริงๆ รวมทั้งการหั่นเนื้อที่นี่เค้าก็หั่นเนื้อแช่แข็งมาให้ทีละจานๆ ไม่ได้หั่นเนื้อทิ้งไว้เหมือนร้านอื่นๆ ซึ่งทำให้ได้คุณภาพของเนื้อที่ดีกว่ามาก

ผมไม่ได้กินเนื้อดีๆ แบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย!!!

เนื้อลายมัน ,, มีมันแทรกอยู่เป็นอันมาก น่ากินสุดๆ
เนื้อติดมันขนาดพิเศษขนาดบิ้กเบิ้ม!! ใหญ่สะใจมากๆ
เอาเนื้อทั้งสองแบบฟาดลงไปบนเตาและจัดเรียงให้สวยงาม!!!!

จังหวะที่ได้เอาลงเนื้อไปย่างไฟบนตะแกรงนั้นเป็นอะไรที่เร้าอารมณ์สุดๆ เนื้อชั้นดีผ่านความร้อนด้วยถ่านจนไขมันบางส่วนละลายกลายไปน้ำมันและหยดลงไปในตะแกรงถ่านแล้วแปรสภาพตัวเองส่งกลิ่นหอมขึ้นมา… มันเย้ายวนแบบสุดตรีนมาก

รอสักพักจนย่างเนื้อจนได้ที่ ก็บรรจงหยิบเนื้อลงจิ้มซีอิ้วญี่ปุ่น (ถ้าเป็นเนื้อติดมันชิ้นใหญ่ก็ต้องม้วนๆ หน่อยนึง) แล้วยัดเข้าปากไป … พูดได้คำเดียวว่า “อื้อหือ เหยดดดดดดด เมพสาดดดดดด” แล้วก็ก้มลงซัดชิ้นต่อไป ,, มันเป็นความอร่อยที่เหนือคำบรรยาย ทั้งความนุ่ม ความหวานฉ่ำ กลิ่นหอม ฯลฯ ทุกๆ อย่างมันลงตัวแบบสุดๆ กินแล้วให้อารมณ์ที่พวยพุ่ง เย้ายวน ร้อนแรง ดึงดูดและผสมกลมกลืนไปในคำเดียว อ่า…..

นี่มันสุดยอดชัดๆ ว้ากๆๆๆ ขนาดอิ่มแล้วก็อยากกินอีก

ย่างเริ่มได้ที่แล้วววว ,, หอมฉุยๆๆ
เนื้อติดมันชิ้นโตที่ย่างมาได้ที่แล้ว ,, หอมมากๆ
เอาลงไปจิ้มน้ำจิ้มซีอิ้วแล้วเอาเข้าปาก ,, สุดยอดจริงๆ ครับ
เนื้อติดมันพิเศษนี่ทีเด็ดมากๆๆๆ ซัดกันไม่หยุดเลย

กินไปราวสองจานกว่าๆ พร้อมเครื่องเคียง ,, อิ่มเว่อร์ ยัดไม่ไหวแล้วแต่ก็อยากกินอีก

ที่มากินวันนี้

ถ้าไม่นับพวกเงื่อนไขแปลกๆ แล้ว ซูซูรันน่าจะเป็นเนื้อย่างบุฟเฟต์ที่ดีที่สุดที่เชียงใหม่ที่ผมกินมาละครับ และเป็นร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างที่ดีอันดับสองที่ผมลองกินในเมืองไทยครับ (ร้านที่ผมโปรดสุดๆ คงเป็น Elite Grill เช่นเดิม) ,, แม้หลายคนบอกว่าราคาบุฟดูแพง แต่ผมว่ามันสมเหตุผลครับ!!!

ส่วนตัวผมแนะนำให้วางแผนการกินนิดนึง เช่นจำนวนคน หรือปริมาณที่กิน คือถ้ากินไม่มาก ไม่ได้กินล้างผลาญ แนะนำให้สั่งเนื้อเป็นจานแยกแทนการสั่งบุฟ เพราะผมลองคำนวณคร่าวๆ ราคาของบุฟมันจะประมาณเนื้อจานครึ่ง+เครื่องเคียง 3 อย่าง ซึ่งถ้าเรากินน้อยกว่านี้จะออกแนวขาดทุน ซึ่งถ้าเราสั่งจานแยกเราจะประหยัดพวกเครื่องเคียงไปสั่งเป็นเนื้อแบบอื่นๆ ได้อีกอะครับ (แต่บุฟที่นี่ดีตรงที่ไม่กำหนดเวลา)

เนื้อสันติดมันพิเศษ ,, เป็นอะไรที่ห้ามพลาดจริงๆ

ใครชอบกินเนื้อ ถ้ามีโอกาสแวะมาเชียงใหม่ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ