ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคสุรินทร์ :: ตอนที่ 4 ลัดเลาะปะการัง

เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหลายร้อยกิโลฯ มาถึงเกาะสุรินทร์ในภาคแรกแล้ว ถึงตอนนี้ก็จะพาไปดำน้ำ Snorkeling หรือการดำน้ำตื้นซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งคนที่ว่ายน้ำเป็นและไม่เป็นที่เดินทางมาที่นี่เลย

เดินฝ่าน้ำใสๆ ชายหาดนุ่มๆ เพื่อไปดำน้ำดูปลา+ปะการังฮะ

มาดำน้ำกันดีกว่า

ก่อนอื่นก็กางแผนที่เกาะกันครับ


ดู ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคสุรินทร์ :: ตอนที่ 3 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

แต่เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวว่าเกิดปะการังฟอกขาว (ซึ่งถ้า Snorkel ไปดูจริงๆ จะพบว่ามันดำแล้ว) ถ้าสรุปง่ายๆ พอเข้าใจคือปะการังเริ่มตาย ถ้าอธิบายตามความรู้ช่วงมัธยมปลายที่ผมมี คือปกติปะการังจะอาศัยอยู่กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยเฉพาะสาหร่ายอย่างสมดุล ปะการังสร้างโครงสร้างที่เป็นจุดเกาะของสาหร่ายให้ ส่วนสาหร่ายก็สังเคราะห์แสงและให้อาหารแก่ปะการัง แต่พออุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน พวกปะการังจะตาย แล้วทีนี้พวกสมดุลก็จะเสียไป ปลาที่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในปะการังก็เดือดร้อน ,, กว่าที่จะใช้เวลาให้มันหวนกลับมาได้หรือเกิดสมดุลใหม่คงต้องใช้เวลาหลายสิบปีหรือนานกว่านั้น ,, จนปัจจุบัน กรมอุทยานแห่งชาติได้ประกาศจุดดำน้ำหลายแห่ง คิดๆ แล้วประมาณกว่าครึ่งนึงของจุดดำน้ำทั้งหมด (ถ้าจำไม่ผิดนี่เค้าเอาเกณฑ์ที่มีการฟอกขาวมากกว่า 80% ถึงจะปิดจุดดำน้ำ เช่น เกาะสต๊อก ซึ่งมีปะการังเขากวางอยู่เป็นป่าเลย มีการฟอกขาวไป 99.7%) ที่เหลือให้ดำได้ประมาณ 6-7 จุดเท่านั้นเอง (แต่แผนที่ข้างบนลงไว้ให้ทุกจุดนะ)

แม้หลายคนจะว่าดำได้น้อย, ฟอกขาวไปซะเกือบหมด ,, แต่ผมลงไปแล้วยังรู้สึกว่าสวยอยู่ (อารมณ์ประมาณดูทีวีขาวดำ) โดยเฉพาะปะการังงอกใหม่ เหมือนกับเป็นจุดที่แสงสว่างในกลุ่มปะการังฟอกขาวเลย รวมทั้งพวกปลาต่างๆ ก็ยังเยอะและสีสันสวยสดมากๆ ทั้งปลาการ์ตูน, ปลาปากแตร, ปลานกแก้ว, กุ้งมังกร, หอยมือเสือ, ปลากระเบนน้อค และสิ่งมีชีวิตอีกสารพัดที่ไม่ทราบชื่อ

น้องเก้า ,, น้องไกด์ทัวร์ประจำทริปผมครั้งนี้ เอิ้กๆๆ
พร้อมแล้วก็ออกทะเลไปกันเถอะครับ
สองภาพนี้ห่างกันไม่ถึง 100 เมตร ,, สีน้ำทะเลต่างกันมากๆๆ
จุดดำน้ำที่หินกอง ,, มองคล้ายๆ หินโสโครกแต่ข้างใต้มีปะการังและปลาเพียบ
มาถึงที่นี่แล้วก็ต้องดำน้ำกันหน่อยคร้าบบบบ

กับการดำน้ำครั้งแรกของผมต้องบอกว่าทรมานมากๆ ส่วนนึงเพราะซ่า ใส่ Snorkel และชูชีพแล้วก็โดดลงไปเลย… ก็งานเข้าสิครับ แหม… ฝึกหายใจยังไม่เคยทำ แถมไม่ได้เช็ค snorkel ว่าแนบสนิทจริงหรือไม่ ,, เอาเป็นว่าดำน้ำที่สุรินทร์ครั้งแรกนี่สำลักน้ำทะเลจนเหนื่อย กินน้ำทะเลจนอิ่ม แสบหูแสบตาไปหมดกว่าที่จะรู้เทคนิคการหายใจผ่านท่อ, เทคนิคการไล่น้ำออกจากท่อและเทคนิคการใส่ Snorkel ให้น้ำไม่เข้ามา

แต่หลังจากพอดำเป็นแล้วสนุกมากๆ

นี่แทบไม่ต้องดำก็เห็นไปถึงปะการังแล้ว

หลังจากภาพนี้ กล้อง Canon 400D ของผมก็เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ตอนนั้นผมกำลังนั่งถ่ายรูปอยู่บนเรือหางยาว กำลังจับโฟกัสจะถ่ายภาพ ก็มีน้ำทะเลพุ่งข้ามตัวเรือเข้ามาสาดใส่กล้องผมอย่างจัง อารมณ์โดนหมัดตรงของปาเกียวเข้าไปแบบเต็มๆ ,, หลังจากโดนผมก็รีบปิดและเช็ดให้แห้ง ลองเปิดก็ยังติดนะ แต่ว่ามันก็เริ่มมึนๆ ตั้งแต่ขึ้น F00 ถ่ายได้แต่เป็น Full manual แต่พอทิ้งไว้อีกคืนคราวนี้ถ่ายไม่ได้แล้ว เปิดติดอยู่แต่ขึ้น F00, มี Error99 เป็นพักๆ , ชัตเตอร์ลั่นเอง, ฯลฯ ส่วนตัวคิดว่าวงจรกับม่านชัตเตอร์คงเสียไปแล้ว ,, แอบเซ็งนิดๆ เพราะว่าแค่เกาะแรกของทริปนี้กล้องก็มีอันเป็นไปเสียแล้ว

ดังนั้นรูปต่อจากนี้จะมาจาก Nokia N8 เกือบทั้งหมดฮะ

และเพื่อความเร้าใจและความอยากถ่ายรูปใต้น้ำ ผมก็เลยเอา Nokia N8 เอาใส่ถุงร้อนแล้วลงไปลุยในน้ำทะเล ดังภาพและวิดีโอนี้ครับ ,, ตื่นเต้นมากๆ , ไม่ใช่ตื่นเต้นปะการังนะครับ ตื่นเต้นกลัวน้ำเข้าโคตรๆ

ปะการังที่ถ่ายทำจากกล้อง Nokia N8 ครับ

ถามว่าทำยังไง ก็ตามรูปอะครับ (แต่ต้องย้ำนิดนึงว่าการเอากล้องถ่ายรูปใส่ถุงร้อนลงน้ำนั้นมีความเสี่ยงอย่างมากที่น้ำจะไหลทะลักเข้าเครื่องได้ โดยเฉพาะการเอาไปถ่ายในน้ำลึกกว่า 1-2 เมตร ดังนั้นหากเกิดความเสียหายใดๆ กับกล้องท่าน จขบ. ไม่มีส่วนชี้โพรงให้กระรอกแต่อย่างใด สิ่งที่จขบ. ทำเป็นความบ้าชั่วขณะซึ่งจะไม่ทำอีกแล้ว ,, ถ้าอยากถ่ายภาพใต้น้ำจริงๆ ให้ไปซื้อ Housing กันน้ำมาใส่กล้องของท่านแลดูจะปลอดภัยกว่า)

เอา Nokia N8 มาห่อถุงร้อนแล้วเอาไปลุยถ่ายใต้น้ำ ,, เสี่ยงมาก

จากการเอามือถือห่อถุงร้อนแล้วถ่ายใต้น้ำนั้น มันสอนให้ผมรู้ว่า “คุณภาพของถุงร้อนเมืองไทยถือว่ากันน้ำได้ดี แต่ไม่เหมาะกับการที่จะเอามาถ่ายภาพ”

หลังจากดำน้ำเสร็จ สิ่งที่ต้องการมากๆ คือน้ำจืดไว้ล้างปากตอนขึ้นเรือ และขนม+น้ำหวานตอนถึงฝั่งแล้ว ซึ่งบาราคุดาก็ได้เตรียมทั้งหมดไว้ให้ กินกันจนเปรม (ถ้าใครลุยไปเองผมแนะนำให้เอาขวดใส่น้ำจืดไปกับเรือด้วย สำคัญมากจริงๆ )

น้ำหวานและขนมหลังจากดำน้ำเสร็จนี่ยิ่งกว่าสวรรค์เลย

จริงๆ การไปทัวร์ดำน้ำครั้งนี้ผมก็ต้องอึ้งกับบาราคุดาอีกครั้ง เพราะว่าทัวร์รอบผมมีคนไปแค่คนเดียว (นั่นคือผมเอง) ส่วนนึงผมคิดว่าวันที่ผมไปเกาะนั้นมันเป็นวันพุธ-พฤหัสบดี-ศุกร์ แต่ทางบริษัทก็มีสปิริทที่จะออกเรือและพาผมไปดำน้ำตามในโปรแกรมแบบจัดเต็มเหมือนเดิม คือออกเรือพร้อมกับน้องไกด์วันละ 2 รอบ รอบเช้าและบ่าย รอบนึงก็ประมาณ 2 ชั่วโมงหน่อยๆ แถมไปแบบเดี่ยวๆ เราก็สามารถออกแบบจุดดำน้ำได้ด้วยตัวเองด้วย ,, เรียกว่า ผมละเกรงใจบริษัททัวร์จริงๆ เลย

หมู่บ้านมอแกน

หลังจากดำน้ำก็มาเที่ยวหมู่บ้านมอแกนที่อ่าวบอนใหญ่ครับ หลักๆ ก็มาดูความเป็นอยู่ การยังชีพและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ โดยเฉพาะหลังจากที่โดนสึนามิไป บ้านเรือนและเครื่องมือหาปลาของชาวบ้านหลายๆ อย่างถูกกระแสน้ำพัดหายไป อีกทั้งความเป็นอยู่ของชาวบ้านส่วนนึงเปลี่ยนแปลงไป ชาวบ้านบางส่วนก็อพยพขึ้นฝั่ง แต่ก็ยังมีชาวมอแกนที่อยู่ที่เดิมและประกอบอาชีพหาปลาเพื่อยังชีพเหมือนในอดีต ,, ผมว่าพวกมอแกนนี่ดำน้ำเก่งเว่อร์อะ ยังกับมีเชื้อสายเงือกอยู่ครึ่งนึง

แล่นหางยาวฝ่าทะเลสีฟ้า ,, ไปเที่ยวหมู่บ้านมอแกนกันครับ
หมู่บ้านมอแกนที่อ่าวบอนใหญ่ครับ
เดินลุยเข้าไปในหมู่บ้านมอแกนโลด
บ้านของชาวมอแกนครับ ,, ส่วนมากเป็นบ้านที่สร้างใหม่หลังสึนามิ
วิถีชีวิตชาวมอแกน ,, อัธยาศัยดีนะ

พักแรมยามค่ำคืน

จริงๆ ผมไป 3 วัน 2 คืนน่ะ เลยถือโอกาสเอาหัวข้อนี้มาเล่าช่วงพักผ่อนยามค่ำคืนซักหน่อย

ตอนกลางคืนหลังจากกินข้าวเสร็จเป็นเวลาที่ออกแนวฟรีสไตล์นะ บางคนอาจนอนเล่นเดินเล่นชายหาด, บางคนนั่งดูทีวีที่ตรงอุทยานฯ (ซึ่งถ้าคืนไหนมีบอลจนถึงดึกๆ เค้าก็จะเปิดไฟฟ้าให้เกือบทั้งคืน), บางคนนั่งชาร์จแบตมือถือและกล้องถ่ายรูป (ปลั้กไฟมีไม่เยอะ ถ้าเป็นไปได้ให้เตรียมพวกปลั้กสามตามาด้วย) ฯลฯ

นานากิจกรรมก็ทำไปครับไม่ว่ากัน แต่สิ่งที่สำคัญระดับห้ามลืมเอามาสำหรับผู้ที่นอนเต๊นท์คือ โลชั่นกันยุงและแป้งเย็น เพราะบนเกาะ ถ้าวันไหนฝนไม่ตก อากาศจะร้อนอบอ้าวเป็นพิเศษ แถมยุงก็จะมาอย่างเพียบ ยุงที่นี่เกาะเราติดแน่นมากขนาดเราเดินไปแล้ว มันก็ยังเกาะดูดเลือดเราที่เดิม คิดว่าคงเอาพากลับบ้านได้ไม่ยาก , ส่วนแป้งเย็นนี่แล้วแต่นะ ผมไม่ได้เอาไปก็ร้อนพอทนได้ แต่คนที่ขี้ร้อนมากๆ เห็นพกพัดลมสนามไปเลยก็มี

ตื่นมากับอาหารเช้า

ตื่นเช้ามาทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มารับอาหารเช้าครับ เป็นอเมริกันเบร๊คฟัสทั่วๆ ไป ,, ขนมปังเอาไปปิ้งกับเตา (ไฟแรงระดับวางยี่สิบวิแล้วไหม้) ทาแยมหรือเนยก็ตามสบาย, ไส้กรอก (ไม่ค่อยอร่อย) มะเขือเทศ และไข่ดาว ,, แลดูไม่ค่อยอิ่มมาก แต่ว่าเหมาะแล้วกับการที่จะต้องไปดำน้ำต่อ เพราะถ้าอัดเต็มหลอดแล้วไปดำน้ำต่อ รับรองว่าได้ให้อาหารปลาแน่ๆ

มาหาอาหารที่ร้านสวัสดิการ ,, แฮ่ๆๆ
อาหารเช้าของวันนี้ ,, AFB มาตรฐาน

อิ่มแล้วก็ไปเที่ยว+ดำน้ำต่อฮะ

ที่หาดไม้งาม

นอกจากจุดดำน้ำทั้งหลายแล้ว อีกจุดที่ห้ามพลาดคือหาดไม้งามครับ ,, จุดเด่นของหาดไม้งามคือเป็นลักษณะหาดคล้ายๆ ตัวยูเว้าเข้ามา ด้านนอกหาดเป็นทะเลลึกและมีโขดหินเยอะจะเข้ามาโดยตรงไม่ได้ การเข้ามาหาดไม้งามต้องเข้ามาจากด้านหลังหาด ตรงจุดที่เรียกว่า จุด 200 เมตร คือจากจุดนี้เราต้องเดินทะลุป่าไปอีก 200 เมตรถึงจะถึงหาดไม้งาม ,, หากเดินสำรวจหาดไม้งามโดยทั่วแล้ว ขอบๆ ตัวยูเป็นป่าชายเลน ส่วนตรงกลางในส่วนโค้งตัวยูเป็นทรายละเอียดผสมดินเลนสีขาวนุ่มเท้ามากๆ มาพร้อมกับน้ำใสๆ ไม่ลึกมาก ,, เดินไปเดินมาก็พบได้ทั้งปลา ทั้งปู ทั้งหอย

การเข้าหาดไม้งามต้องเข้าผ่านจุด 200 เมตร ,, แล้วเดินจนถึงหาด
น้ำใสๆ สูงระดับเข่าๆ ทรายขาวๆ น่าเล่นสุดๆ
น้ำใสมากๆๆๆๆ แถมมีปลามาแหวกว่ายใกล้ๆ เราด้วย
ปลาและหอยชักตีน ,, ที่หาดไม้งาม
เที่ยวมาทั้งวัน แต่ยังกระโดดไหวอยู่

หาดไม้งามเป็นอีกที่นึงที่สามารถตั้งเต๊นท์พักที่นี่ได้ (แต่ไม่มีบ้านพักนะ) และมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ , ร้านสวัสดิการและห้องน้ำอยู่ (แต่ไม่ได้ใหญ่มากเท่าที่อ่าวช่องขาด) อารมณ์ของคนที่พักที่นี่เท่าที่สังเกตมักเป็นฝรั่งนะ หรือไม่ก็เป็นคนที่ชอบอะไรที่ออกแนวสงบๆ เงียบๆ หน่อย

ความทรงจำที่หาดไม้งาม ,, สวยงามจนยากจะลืมเลือน

กลับฝั่งพังงา ตามล่าสิมิลัน

หลังจากเที่ยวกันมา 3 วัน 2 คืนแบบเต็มๆ ส่วนตัวผมคิดว่าเที่ยวโอเคแล้วนะ ,, ดำน้ำก็แทบทุกจุดที่เค้าเปิดให้ หาดไม้งามก็ไปเที่ยวมาแล้ว ส่วนช่องทางศึกษาธรรมชาติจากอ่าวช่องขาด-หาดไม้งามนี่ผมก็ไม่ได้เดินเพราะว่าวันที่ก่อนไปฝนตกหนักมากจนเกิดดินถล่มในบางช่วงและทำให้ช่องทางเดินเสียหาย

ถึงเวลาร่ำลาชายหาดที่เรานอนมาสองคืน
ชุดอาหารมื้อสุดท้าย ก่อนออกจากหมู่เกาะสุรินทร์ครับ
เข้าสู่ท่าเรือ ไปยังสปีดโบ๊ทสำหรับกลับสู่ฝั่ง

ถึงเวลาก็ขึ้นสปีดโบ๊ทออกจากเกาะสุรินทร์แล้ว ,, พร้อมภาวนาว่าปะการังสวยๆ จะกลับมาเหมือนเดิมในเร็ววัน และผมจะกลับมาเยี่ยมที่นี่อีกแน่นอน (พร้อมกล้องกันน้ำ)

สปีดโบ๊ทอย่างเร็วอะ ,, ถึงฝั่งท่าเรือคุระบุรีแล้ว

ตอนหน้าไปสิมิลันกันต่อครับ