ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคสิมิลัน :: ตอนที่ 6 สวรรค์บนดิน

หลับไปเต็มอิ่มมาจากตอนที่แล้วเพราะว่าครีมกันยุงไว้ยังกะโบกปูนในแทบทุกจุนอกร่มผ้า การหลับเลยราบรื่นเอาเสียมากๆ แถมเมื่อคืนก็หลับไปตั้งแต่หัวค่ำด้วย ,, เช้านี้ก็เลยตื่นมาตั้งแต่พระอาทิตย์ไม่ขึ้น สำรวจตัวเองและสภาพโดยรอบว่ามีอะไรหลุดเข้ามาในเต๊นท์ระหว่างกรูหลับหรือไม่ (เท่าที่ดูก็เรียบร้อยดี) งั้นไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วไปดูพระอาทิตย์ขึ้นครับ

ยามเช้าที่สิมิลัน

อยู่เกาะสี่หรือเกาะเมี่ยงนั้น หากจะไปรับแดดแรกของวันเราต้องลุยหน่อยครับ คือเราต้องเดินเข้าป่า (ก่อนพระอาทิตย์จะมืดนิดนึง แต่ก็พอมองเห็นรำไรๆ นะ) ผ่านบ้านปูไก่ แล้วเลยไปอีกนิดก็จะถึงหาดเล็กซึ่งมีชายหาดที่แสนเงียบสงบมากๆ (เพราะคนส่วนมากยังไม่ตื่นกัน) หันออกไปทางทิศตะวันออก เหมาะกับการฟังเสียงคลื่นพร้อมกับรับแสงแดดยามเช้าสุดๆ

ยามเช้า ,, ที่อ่าวเล็ก
ตอนเช้าที่อ่าวเล็กสดชื่นมากๆ อากาศดีสุดๆ

ดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จก็กลับมาหาดหน้า เก็บของให้พร้อมและเล่นน้ำทะเลให้เต็มที่ก่อนที่จะไปล่องเรือ แอบเสียดายที่ได้เล่นหาดที่สวยงามมากๆ แค่นิดเดียวเอง ซึ่งกิจกรรมที่เหลือของทัวร์ก็มักจะเป็นการล่องเรือ+กินข้าวบนเรือแทน ,, วู้ๆๆๆ เซ็งหน่อยๆ คราวหน้าจะมาเองดีกว่าเพราะประหยัดกว่าเยอะ โดยเฉพาะสำหรับคนจะมาซึมซับแค่ความสวยงามของหาดเฉยๆ (ซึ่งส่วนตัวคิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการพักผ่อนแล้ว) หรือถ้าใครอยากดำน้ำหรือไปเที่ยวเกาะแปดก็ไปกับเรือของอุทยานฯ ก็ได้

มุมสงบของหาดหน้าในยามเช้า

ข้อดีอีกอย่างนึงของคนที่ตื่นเช้าๆ คือเราจะได้เห็นหาดหน้าในช่วงที่คนไม่เยอะ เราสามารถกระโดดเล่นบนทรายนุ่มๆ เหมือนกับเป็นหาดส่วนตัวได้สบายๆ ,,

จริงๆ เท่าที่สังเกตนักท่องเที่ยวบางคนมาแค่ one day trip คือมาเช้าเย็นกลับดังนั้นช่วงที่คนจะเยอะคือช่วงที่เรือเอาคนมาลงที่เกาะ ประมาณช่วงสิบโมงเช้าจนถึงประมาณบ่ายสาม ,, แต่พอนอกเหนือช่วงนี้ก็จะมีแค่นักท่องเที่ยวที่พักอยู่เกาะเท่านั้นที่จะมาเล่น ซึ่งไม่เยอะอย่างที่คิด โดยเฉพาะช่วงเช้าๆ นี่คนน้อยสุดๆ

กระโดดเย้เย ,, เดี๋ยวเราจะไปลุยเกาะต่างๆ รวมทั้งเกาะแปดกัน

นั่งเรือใหญ่ไปเกาะต่างๆ

หลังจากหลั่นล้าตอนเช้าได้สักพักก็ต้อง Check-out ออกจากที่พัก จากนั้นก็ทัวร์วันนี้ก็เริ่มกิจกรรมที่ไปกินข้าวเช้าบนเรือแล้วเดินทางยาว แต่ว่าถ้าใครอยากนอนเล่นหาดมากกว่า ไม่ได้เดินทางไปกินกับเรือด้วยก็อาจต้องหาทานเองที่อุทยานฯ นะ (ผมงงๆ เหมือนกันว่าทำไมต้องกินข้าวบนเรือ เพราะว่าอุทยานฯ ก็มีที่ให้กินข้าวนะ ไม่แน่ใจว่ามีประเด็นอะไรกับทางอุทยานฯ หรือเปล่า)

ออ… อีกอย่างคืออาหารของเม็ดทรายไม่มีหมูนะครับ 😀

กินข้าวกันบนเรือครับ ,, กินไปนั่งเรือไป สบายๆ

จากนั้นเรือก็แล่นออกจากเกาะ 4 ไป ส่วนเราก็กินข้าวไป ,, เรือก็ข้ามไปเกาะต่างๆ ของสิมิลัน ไล่ไปตั้งแต่เกาะห้าและหกที่อยู่ติดๆ กัน, ผ่านเกาะเจ็ดไป… อืมมมม จริงๆ นั่งรับลมบนเรือนั่งชมวิวระหว่างไปเกาะต่างๆ ก็ดีเหมือนกันนะ บรรยากาศดีใช้ได้ อากาศก็สดชื่น (ถ้ามีโอกาสอยากไปดำ Scuba กับเค้าเหมือนกันนะ เห็นพวกพี่ๆ ที่มีประสบการณ์เค้าเล่าก็อยากจะลองดูซักที)

ลัดเลาะไปตามเกาะต่างๆ ,, เพื่อไป Snorkel กัน!!!
มุมสวยๆ ที่เกาะห้า และเกาะหก (ใกล้ๆ เกาะสี่)
อันนี้ถ้าจำไม่ผิด ,, น่าจะเป็นเกาะเจ็ดนะครับ

พอมาถึงเกาะ 9 ซึ่งถ้ามองจากเรือจะเห็นแค่หาดน้อยๆ แล้วที่เหลือเป็นโขดหินก้อนกลมๆ เกือบทั้งเกาะ ,, พี่ไกด์บอกว่าแถวนี้มีจุดดำน้ำเยอะนะ แต่ส่วนมากเป็นสคูบ้า แต่ Snorkel ก็พอมีบ้าง โดยตรงที่จะไปดำนี่เรียกว่า Christmas Point ,, แต่เท่าที่ลงไปดำๆ ดูนี่ผมว่าเทียบกับเกาะสุรินทร์ไม่ได้เลย ปลาอาจสวยพอๆ กัน แต่ปะการังและสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลสวยงามแตกต่างกันมากๆ ฮะ

มุมสวยๆ ตรงฝั่งที่เป็นโขดหินของเกาะเก้า
วนมาเกาะเก้าอีกฝั่ง ,, เห็นไกด์บอกว่าแถวนี้เรียกคริสมาสต์พอยท์
จอดเรือพักซักแป๊บ ,, ไปดำน้ำเล่นกัน
น้ำทะเลสีเขียวมรกต ,, สวยดีครับ
ตอนนี้ชักหลงรักการดำน้ำแล้วแฮะ ,, อยากดำสคูบ้าบ้าง

ไปเที่ยวมา 4-5 วันแล้ว ดำน้ำทุกวัน แถมถอดเสื้อเล่นน้ำด้วยนะ ,, ตอนนี้ตัวแดง (จากโดนแดดเผาอย่างหนัก) คิดว่าถ้าเล่นน้ำแบบนี้อีกสี่ห้าวันคงตัวดำเหมือนชาวมอแกนแน่ๆ (ฮาๆๆๆ)

มาเหยียบเกาะแปดแล้ว

พอดำน้ำจากเกาะเก้าเสร็จ เราก็มาเกาะแปดหรือเกาะสิมิลันที่อยู่ไม่ได้ไกลกันมาก

จริงๆ เกาะแปดก็เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะสิมิลันเลย โดยเรือใหญ่ของเราจะจอดแถวๆ Donald Duck bay คิดว่าน่าจะเรียกชื่อตามก้อนหินก้อนนึงที่มีลักษณะคล้ายๆ หัวเป็ดนะ ,, จากนั้นก็นั่งเรือยางเล็กเพื่อเข้าหาดและไปดูหินเรือใบที่เป็นหินทรงประหลาดตั้งเด่นอยู่เหนือก้อนหินทั้งปวงบนเกาะแปด ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็น Landmark ของหมู่เกาะสิมิลันเลยก็ว่าได้

เริ่มเห็นเกาะแปดอยู่ลิบๆ แล้ว ,, วู้ๆๆ
น้ำทะเลสีฟ้า ,, กับหินทรงแปลกหน้าตาคล้ายโดนัลดั้ก
หินทรงแปลกด้านบน ,, เค้าเรียกว่าหินเรือใบ
ถ่ายกับป้ายและหินเรือใบ ,, สัญลักษณ์แห่งเกาะแปด

เพื่อให้ได้อรรถรสของการผจญภัยอย่างครบถ้วนก็ควรต้องเดินขึ้นไปเยี่ยมหินเรือใบด้วย ซึ่งทางอุทยานฯ เค้าก็ได้ทำทางไว้ให้เดินขึ้นแล้ว แต่ทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรือแม้แต่เศษใบไม้หรอกนะ ,, ทางเดินขึ้นหินเรือใบค่อนข้างชันและอันตรายมาก ใครไม่พร้อมเช่นพาอาม่าแก่ๆ ถือไม้เท้ามาก็ให้แกนั่งด้านล่างเหอะ หรือถ้าใครพาเด็กมาก็อย่าปล่อยให้วิ่งซนขึ้นไปคนเดียว เพราะทางบางช่วงเป็นทางโล่งๆ ไม่ได้มีอะไรกั้น

แต่ถ้าใครขึ้นมาก็เรียกว่าคุ้มค่ามากๆ ได้ชมวิวสวยๆ จากข้างบนนี่สุดยอดมากๆ

เส้นทางขึ้นหินเรือใบลาดชันใช้ได้เลย ,, อันตรายด้วย
ข้างบนวิวสวยมากๆ คุ้มค่ากับที่ขุ้นมาสุดๆๆ
จากหินเรือใบ ,, มองไปยังหาดที่เราขึ้นมาตะกี้
จากหินเรือใบ ,, มองไปยังเกาะเก้าที่อยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่
เก็บตกมุมสวยๆ จากเกาะแปดครับ ,, เกาะนี้สงบมากๆ

มีคนถามว่า หินเรือใบทรงตัวอยู่ได้อย่างไร ,, นี่คงเป็นความลับกระมัง

ความลับในการทรงตัวและท้าแดดท้าฝนของหินเรือใบ

เอาฮานะครับ 😀

แล่นเรือกลับหาด

หมดเวลาเที่ยวสิมิลัน ,, ช่วงเวลาแห่งความสุขสองวันหนึ่งคืนนี่ผ่านไปเร็วแบบไม่ทันตั้งตัวเลย เก็บของขึ้นสปีดโบ๊ทเพื่อขึ้นฝั่งกันเถอะครับ ,, แม้ว่าที่หมู่เกาะสิมิลันท้องฟ้าจะแดดจ้าสมกับเป็นหน้าร้อน แต่ที่ฝั่งนี่เมฆสีเทาดำก่อตัวครึ้มหนามาแต่ไกล เป็นลางว่าน่าจะมีฝนตกในเร็วๆ นี้แน่ๆ (ลืมบอกว่าหน้ามรสุมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันปิดนะครับ ,, อุทยานฯ เปิดเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายนเท่านั้นนะ)

ลาก่อนนะหาดของหมู่เกาะสิมิลัน ,, แล้วจะมาหาน้ำใสๆ อีก
เมฆครึ้มเริ่มเข้ามาเยือน ,, รีบกลับฝั่งกันเถอะ

พอมาถึงทับละมุ การเดินทางของผมมี 2 ทางเลือกครับ คือไปกระบี่หรือภูเก็ต (เพราะรถตู้ที่เดินทางจากหน้าออฟฟิสเม็ดทรายมีอยู่แค่นี้ ที่เหลือเราต้องหาทางไปเอง) ,, แอบตกใจเพราะว่าเป้าหมายจริงๆ จะไปที่ตรัง…. มาแบบนี้เอาไงดีวะ….

นั่งรถตู้ลุยฝน ,, ไปต่อกันที่ภูเก็ต

ไปภูเก็ตละกันครับ