ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคสิมิลัน :: ตอนที่ 5 นั่งเรือลุยต่อกัน

กลับมาถึงท่าเรือคุระบุรีแล้ว ,, เราก็จะไปเที่ยวกันต่อเนื่องที่สิมิลัน

จริงๆ ตอนแรกตอนอยู่ที่เกาะสุรินทร์ผมก็ให้บาราคุดาทัวร์ลองติดต่อบริษัททัวร์ที่พาไปเกาะสิมิลันดู สืบราคาและโปรแกรมการท่องเที่ยว ,, สรุปได้มาว่าเป็นของบริษัทเม็ดทรายทัวร์ จำนวนที่ไป 2 วัน 1 คืน แต่ราคาแพงกว่าทัวร์ของบาราคุดาร์ที่มาสุรินทร์ 3 วัน 2 คืนอีก (เท่ากับที่หาได้จากในเนตแหละ) ,, แต่จากการสอบถามผู้คนแวดล้อมหลายคนบอกว่าหาดทรายสวยมาก แถมคิดว่าถ้าไม่ไปวันนี้เราก็คงหาโอกาสมาได้ลำบาก ,, ก็เลยวานบาราคุดาทัวร์ติดต่อจองทัวร์อีกเจ้าให้

เมื่อลงเรือมาก็ต้องรีบต่อรถลงไปทับละมุเลยทันที ,, เพราะบขส.คุระบุรีอารมณ์ประมาณจุดแวะระหว่างทาง ไม่ได้มีรถตลอดเวลา รถคันที่ผมติดไปก็เป็นรถของบ.รุ่งกิจทัวร์ ข้อดีของรถคันนี้คือเป็นรถแอร์เย็นฉ่ำพร้อมบริการ Wifi ภายในรถ ,, แต่ข้อเสียคือ Wifi หลุดบ่อยมาก (จนรำคาญ) แต่ก็เอาเถอะครับ…

เตรียมต่อรถจากคุระบุรีไปยังทับละมุแบบด่วนๆ

ว่าแต่… ทับละมุอยู่ไหน

เฮดดิ้ง ทู ทับละมุ

นั่งรถทัวร์ตะลอนตะลอน ผ่านอำเภอต่างๆ ของพังงา, ผ่านตะกั่วป่า, ผ่านเขาหลัก, …


ดู ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคสิมิลัน :: ตอนที่ 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

จนถึงสามแยกนึง รถทัวร์ก็อัญเชิญผมลง ผมก็งงๆๆ งัวเงียๆ ลงมา ,, เห็นป้ายบ่งชี้ว่าสามแยกนั้นมีชื่อว่าแยกทับละมุ ก็ถึงบ้างอ้อว่าถึงแล้วนะ ซึ่งในจุดนั้นก็มีพนักงานของบริษัทเม็ดทรายเค้าก็มารอรับเราอยู่แล้ว เค้าก็พาเรามายังออฟฟิสฯ เพื่อลงทะเบียนและจ่ายเงินตามที่เราได้จองไว้

หน้าออฟฟิสของเม็ดทรายทัวร์ ,, กว้างขวางดีฮะ

หลังจากไปลงทะเบียนทุกสิ่งอันเรียบร้อย วันนี้ก็จะมาพักที่ศูนย์จุฬาภรณ์ฯ ที่ได้จองไว้ (ตรงข้ามออฟฟิสของเม็ดทรายเลย) ,, กล่าวคือ ภายในศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์นั้นเค้าเปิดบ้านพักรับรองให้เราสามารถไปพักได้ด้วย ส่วนตัวผมว่าคุณภาพโอเคนะ อาจไม่ได้สวยเหมือนโรงแรม แต่ว่าสะอาดและคุณภาพก็ดีเลยทีเดียว แถมใกล้ท่าเรือทับละมุมากๆ ,, บ้านพัก 2 ชั้น (มีที่จอดรถ, ห้องนอน, ห้องน้ำ, ห้องรับแขก, ห้องครัว, UBC, ตู้เย็น, แอร์ 2 ตัว) ที่ผมไปอยู่ราคาคืนละ 600 บาทเอง (เห็นว่ามีห้องเดี่ยวให้พักด้วยนะ ราคาก็ไม่แพง)

บ้านพักของที่นี่,, จัดเต็มให้ทีละหลังเลย
สภาพภายในโอเคมากๆๆ ,, ทั้งหลังแค่คืนละ 600 บาท

ถ้าสนใจลองโทรไปจองและสอบถามเพิ่มเติมที่ 076-595090

นั่งเรือไปสิมิลันกัน

หลังจากหลับเต็มอิ่มที่บ้านพักรับรองฯ แล้วก็เดินทางมายังออฟฟิสของบริษัททัวร์ หม่ำข้าวเช้าให้อิ่มท้องซักหน่อย ,, จากนั้นเราก็เดินไปยังท่าเรือทับละมุ (ซึ่งอยู่ในศูนย์อนุรักษ์ฯ นั้นแหละ) จากนั้นเราก็นั่ง Speed Boat ของทางบริษัทอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ เพื่อมายังเกาะครับ

บรรยากาศเหงาๆ ตอนเช้าของท่าเรือทับละมุ
มาขึ้นสปีดโบ๊ทไปที่ท่าเรือทับละมุเพื่อไปสิมิลัน


ดู ลุยเดี­่ยวเที­่ยวใต้ ภาคสิ­มิลัน :: ตอนที่ 6 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เห็นเกาะอยู่ลิบๆ แล้วคร้าบบบบบบ

ในที่สุดก็ถึงเกาะซักที

อดทนนั่งสปีดโบ๊ทชั่วโมงครึ่งก็มาถึงเกาะครับ โดยเกาะที่วันนี้จะมาพักแรมคือเกาะสี่ครับ (หมู่เกาะสิมิลันเป็นภาษายาวี แปลว่าเก้า ซึ่งเกาะสิมิลันก็มีเกาะที่เป็นองค์ประกอบหลัก 9 เกาะ) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะที่มีศูนย์บริการของอุทยานฯ อยู่ เราสามารถพัก (เลือกได้นะว่าจะเอาบ้านพักหรือจะนอนเต๊นท์) และทำกิจกรรมบนเกาะนี้ได้ ส่วนอีกที่ที่เราสามารถไปพักได้คือเกาะแปดครับ ,, ส่วนเกาะอื่นๆ เช่นเกาะ 1-2-3 ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงที่เต่าไปวางไข่ เลยอดไปเล่นน้ำแถวๆ นั้นเลย (ถ้าใครจะไปลองแวะไปดูที่เวปของอุทยานก่อนก็ดีนะ)

โวๆๆๆๆ คนมาสิมิลันอย่างเพียบ (ส่วนมากเป็นฝรั่ง)
ถ่ายรูปที่ระลึกกับป้ายอุทยานฯ สิมิลัน (ที่เกาะสี่) ซักหน่อย

วันนี้คนค่อนข้างเยอะ ต้องรีบไปขึ้นทะเบียนแล้วไปรับกุญแจเต๊นท์ก่อน (ไปพร้อมกับพี่ไกด์ของบริษัททัวร์) ,, พอถึงเต๊นท์แล้วก็ถึงบางอ้อว่าทำไมชาร์จค่าที่พักกรูแพงวะ มันเอาเต๊นท์สำหรับนอน 3 คนให้กรู!!! กว้างมากๆ ใช้สอยพื้นที่ไปไม่ถึงครึ่ง ที่เหลือเอาไปเตะบอลได้

ปกติถ้าเราไปทัวร์คนเดียวมักจะถูกชาร์จค่าที่พักเพิ่ม เต๊นท์และห้องพักส่วนมากออกแบบสำหรับไป 2 คน อย่างเช่นเต๊นท์ของอุทยานก็มีเต๊นท์เล็กสำหรับ 2 คน และเต๊นท์ใหญ่สำหรับ 3 คน หารราคาเฉลี่ยแล้วจะตกคนละร้อยกว่าบาทต่อคืน แต่ถ้าเราลุยเดี่ยวเราก็ต้องรับภาระราคาที่พักแบบคนเดียว ยิ่งถ้าได้เต๊นท์ใหญ่เราก็ต้องจ่ายหนัก

มาถึงแล้วก็ต้องมาลงทะเบียนกันที่นี่ก่อนนะ
เต๊นท์ที่พักวันนี้ครับ ,, เค้าจองเต๊นท์ 3 คนมาให้ผมนอนคนเดียว

เก็บของในเต๊นท์ (เหลือบไปเห็นตัวเหี้ย (ที่เห็นเรียกกันตัวเงินตัวทองอะไรนั่นล่ะครับ) เดินอยู่ด้วย กลัวมันเข้าเต๊นท์โคตรๆ ใครมีอาหารไว้ในเต๊นท์ระวังได้นอนกะเหี้ยแบบไม่รู้ตัว ฮาๆๆๆ) ล๊อกเต๊นท์ให้แน่น แล้วก็ออกไปกินข้าวที่บริษัททัวร์เค้าเตรียมไว้ให้ ,, มื้อนี้หิวนิดนึงเลยจัดหนักไปหน่อย

เติมพลังก่อนที่จะไปเล่นน้ำกันครับ ,, กินแบบไม่กลัวจุกเลย

น้ำทะเลใสๆ กับทรายสวยๆ

อีกหนึ่งในสิ่งที่เป็นสเน่ห์ของสิมิลันนอกจากการดำ Scuba ก็คือหาดทรายและทะเลนี่แหละ ,,

หาดทรายที่นี่นุมละมุนฝ่าตีนยิ่งกว่าพรมเสียอีก หาดทรายที่นี่เกิดจากเศษเปลือกหอยและเศษปะการังที่ตายแล้วถูกน้ำทะเลซัดและขัดสีมาหลายสิบหลายร้อยปีจนกลายเป็นทรายอนุภาคเล็กๆ นุ่มๆ ให้เราเหยียบ (ดังนั้น เราไม่ควรเอาทรายกลับบ้านนะจ๊ะ ปล่อยให้เป็นสมบัติของคนไทย ให้ลูกหลานเราได้มาเหยียบทรายที่ละมุนตีนโคตรๆ กันเถอะ)

ส่วนน้ำทะเลที่นี่ก็โคตรใส ใสยิ่งกว่าน้ำในสระ ใสแบบไม่มีคำบรรยาย ใสจนคิดว่าตอนนี้เราอยู่ในแดนสวรรค์หรือไร ,, เอาเป็นว่าขนาดยืนลงไปครึ่งตัวแล้วมองลงไปยังเห็นปลายตีนของตัวเอง (ถ้าไม่โดนคลื่นซัดทรายมาถมทับปลายตีนท่าน) พวกปลาก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

น้ำทะเลสีเขียวมรกตคล้ายๆ ที่สุรินทร์เลยแฮะ
แต่พอถึงเกาะสี่แล้ว ,, น้ำใสมากๆๆๆๆๆๆ
น้ำทะเลใสแบบนี้จริงๆ นะ ,,ไม่ได้โม้
ใครๆ ก็หลงไหลและชื่นชมหาดทรายและน้ำทะเลที่นี่
น้ำใสแบบนี้ ,, ใครจะอดใจไม่เล่นไหว

เห็นน้ำใสๆ ใครอดใจเล่นอยู่ก็แปลกละเหอะ

ใสขนาดที่ว่า ,, ลงไปลึกครึ่งตัวแล้วก็ยังเห็นปลายเท้า
กะว่าจะไม่เล่นน้ำแล้ว ,, แต่มันอดใจกับทะเลใสๆ ไม่ได้จริงๆ
หาดทรายและทะเลที่นี่สวยงามยิ่งกว่าในนิยาย

นั่งเล่นหาดทรายสักครู่ ก็ออกเรือไปชมเกาะต่างๆ (อยู่ในโปรแกรมทัวร์)

นั่งดูพระอาทิตย์ตก

จากนั้นเรือก็พาเราไปเที่ยวเกาะต่างๆ รวมทั้งพาไปดำน้ำด้วย ส่วนตัวผมว่าก็โอเคนะ ปะการังไม่ค่อยมี ไอ้ที่มีก็ฟอกขาว ส่วนปลาก็มีเยอะอยู่นะ แต่กิจกรรมที่ผมชอบอีกอันคือการนั่งดูพระอาทิตย์ตกพร้อมกับรับประทานอาหารเย็นไปด้วย บรรยากาศมันทั้งชิลและโรแมนติกมากๆ ,, ค่อยๆ มองดูพระอาทิตย์คล้อยตัวต่ำลงเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ามันดูสวยกว่าทุกวัน ทั้งๆ ที่มันก็ตกทุกวัน

ออกเรือไปเล่นน้ำและไปดูพระอาทิตย์ตก
ระหว่างรอพระอาทิตย์ตก ,, ก็มีขนมและอาหารอย่างเพียบ
พระอาทิตย์กำลังคล้อยตัวลงต่ำ ,, สวยมากๆๆๆ
ทุกคนบนเรือกำลังดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ตก

จริงๆ บนฝั่งพระอาทิตย์ตกก็สวยนะ 🙂

แต่จริงๆ ก็ถึงบางอ้อว่าทำไมทัวร์สิมิลัน 2 วัน 1 คืน ถึงแพงกว่าทัวร์สุรินทร์ 3 วัน 2 คืน ,, เพราะว่าที่ทัวร์ของเม็ดทรายกิจกรรมของนักท่องเที่ยวจะอยู่บนเรือแทบทั้งหมด จะอยู่บนเกาะก็แค่เล่นหาด, นอนเต๊นท์ ส่วนที่เหลือจะอยู่บนเรือเกือบทั้งหมด ตั้งแต่กินข้าวเช้า, เที่ยง, เย็น, เล่นน้ำ, ชมเกาะต่างๆ ,, ส่วนตัวผมคิดว่ามาทัวร์นี้แล้วแพงไป ไม่ค่อยคุ้มเลยนะ (เพิ่งเห็นว่ามีคนไม่พอใจเม็ดทรายทัวร์ด้วย แต่เราไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้) จริงๆ เสียเงินค่าเรือกับค่าที่พักให้อุทยานฯ แล้วนอนบนทรายให้น้ำทะเลซัดก็พอแล้ว แถมราคาก็น่าจะถูกลงซักครึ่งนึงด้วย

มุมเหงาๆ ตอนพระอาทิตย์ตก จากชายฝั่ง
พระอาทิตย์ตกแล้ว ,, เหลือเพียงแต่แสงสุดท้ายของวัน

พระอาทิตย์ก็ตกแล้ว กินก้อิ่มแล้ว อย่าเพิ่งรีบหลับนะครับ

กิจกรรมคืนนี้ยังไม่จบ

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดอีกอย่างในยามราตรี (นอกจากนั่งฟังเสียงค้างคาวแม่ไก่ร้องทั้งคืนแล้ว) คือเราจะไปดูปูไก่กันครับ ,, เค้าบอกว่าที่มาของปูไก่เนี่ยเกิดจากเสียงก้ามปูที่เวลาขยับชนกันแล้วจะมีเสียงเหมือนแม่ไก่ (เค้าเล่ามา ไปดูเองแล้วไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งสิ้น)

ปูไก่มีวงจรชีวิตที่ไม่ค่อยซ้ำใครคือ วัยอ่อนเจริญในน้ำทะเล พอโตก็ย้ายมาอยู่บนบก ขุดรูและหากินใกล้ๆ แหล่งน้ำจืด จนถึงระยะผสมพันธุ์-วางไข่ ตัวเมียก็ลงไปปล่อยไข่ริมทะเล ให้น้ำทะเลพาไข่กลับไปฟักเป็นตัว เจริญอยู่ในน้ำทะเล ก่อนที่จะกลับมาอยู่บนบกวนเวียนไปแบบนี้ ,, ตัวผู้สีจะซีดๆ ม่วงๆ เทาๆ ส่วนตัวเมียสีสด ออกแนวสีส้มๆ แดงๆ โดยเฉพาะตรงก้ามมัน

ปูไก่ตัวใหญ่ พระเอกของเราในคืนนี้
ปูไก่แว๊บไปมา ,, แต่ในที่สุดเราก็ปูไก่ (พี่จนท.จับ)

แม้ปูไก่ตัวใหญ่และดูน่ากิน แต่เค้าบอกว่าปูไก่ไม่อร่อย เพราะกลไกการขับของเสียของปูไก่จะต่างกับปูอื่นๆ คือปูไก่จะเก็บของเสียส่วนนึงไว้ในตัวในรูปของกรดยูริคด้วย (แต่ก็ไม่ได้ลองกินเช่นกัน)

ปูไก่ตัวใหญ่มากๆ

ดูปูไก่เสร็จ คืนนี้ก็พอพักก่อน ตรวจที่นอนไม่มีเหี้ยหลุดเข้ามา นอนได้สบาย พรุ่งนี้เจอกัน