เที่ยวสระแก้วตอนที่ 1 :: ครั้งแรกกับสระแก้ว

“เย่ๆๆ จะได้ไปเที่ยวสระแก้วแล้ว..” ว่าแต่ จะไปเที่ยวอะไรดีล่ะ

ตั้งแต่ครั้นวัยเยาว์สมัยเรียนวิชาสังคม ผมก็รู้จักแค่ว่าสระแก้วแยกมาจากปราจีนบุรีแค่นั้น แต่จะให้ระบุในแผนที่จริงๆ อยากบอกว่าไม่รู้ครับนอกจากโรงเกลือ , สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็ไม่รู้จัก อาหารมีอะไรกินบ้างก็ไม่รู้ ,, มีหลายคนถามผมว่าไปสระแก้วทำไม, จะไปเที่ยวโรงเกลือเหรอ, จังหวัดมันไม่มีอะไรเลยนะ บลาๆๆ ผมก็เริ่มสงสัยว่าจะไปทำไมวะครับ โรงเกลือคืออะไรก็ไม่รู้จัก เหมือนนาเกลือหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

แต่ไม่ทันไรก็ซื้อตั๋วละครับ

ในที่สุดก็ได้ตั๋วรถทัวร์มาแล้ว ,, เย่ๆๆๆ

เดินทางไปสระแก้วกันเถิด

จริงๆ การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสระแก้วมีหลากหลายวิธีนะ หลักๆ ก็จะขึ้นรถเอาไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์หรือรถตู้ที่เขียนป้ายว่าสระแก้ว, อรัญประเทศ, โรงเกลือ หรืออะไรทำนองนี้ ในจุดนี้ผมขออนุญาตแบ่งตามสถานที่ที่ขึ้นรถและเท่าที่ผมทราบและหาข้อมูลได้นะ

  • หมอชิต – ที่นี่บริการรถทัวร์ ป.1 แบบเทียมๆ ยังไงไม่รู้ คือสภาพรถไม่ค่อยดีเท่าไหร่+แอร์ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ (และแวะจอดรับ-ส่งคนบ่อยมากๆ ) เส้นทางจะไปทางองครักษ์แล้วตัดเข้าปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางมาตรฐานในการเดินทางไปสระแก้วตั้งแต่สมัยอดีต เส้นทางจะอ้อมและถนนเป็นสองเลนสี่เลนบ้างสลับกันไป แต่ถ้านั่งชมวิวตลอดทางแบบชิลๆ จะพบว่าวิวสวยใช้ได้นะ แถมถ้ามีสัมภาระเยอะๆ ก็สามารถเอาไปใส่ไว้ใต้ท้องรถได้ด้วย ,, สนนระยะเวลาการเดินทางเกือบ 250 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำแล้วแต่ว่ามีคนขึ้น-ลงเยอะแค่ไหนด้วย (เส้นสีแดง)
  • อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – เป็นรถตู้หรูหรา (จริงๆ ก็เหมือนรถตู้ที่เรานั่งในกทม. แหละ) เส้นทางจะมาทางสุขุมวิทแล้วเข้ามอเตอร์เวย์ จากนั้นจะตัดเข้ามาทางฉะเชิงเทรา ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางใหม่ตัดใหม่ที่สั้นกว่า ถนนใหญ่ไฮโซหกเลนแปดเลน แต่ข้อเสียคือไม่มีวิวอะไรเลย แต่ข้อดีคือสะดวกรวดเร็วกว่า สนนระยะทาง 200 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งก็ถึง (เส้นสีน้ำเงิน)
  • ท่ารถสายตะวันออก (เอกมัย) – อันนี้แค่มีคนบอกมา ว่ามีรถไปเหมือนกัน แต่รายละเอียดจริงๆ ไม่ทราบ แต่คิดว่าน่าจะไปทางมอเตอร์เวย์แล้วตัดเข้าฉะเชิงเทราเหมือนกัน


View สระแก้ว ตอนที่ 1 in a larger map

นอกจากนั้นเรายังมีอีกวิธีคือการนั่งรถไฟจากหมอชิตมายังสถานีรถไฟสระแก้วนะครับ

เอาเป็นว่าผมโปรโมตวิธีนั่งรถบัสจากหมอชิตละกันสำหรับคนที่ยังไม่เคยเดินทางไปสระแก้วมาก่อน ซึ่งทัวร์ที่ผมไปคือแอร์อรัญฯ ขึ้นรถที่หมอชิต รถมีออกเกือบทั้งวันตั้งแต่เช้าแทบจะทุก 1-2 ชั่วโมงเลย สนใจลองโทรไปได้ที่ 02-512 3755-6,02-272-0365 ค่าตั๋ว 173 บาท แถมน้ำดื่ม 1 แก้ว

ได้รถทัวร์กันแล้ว เตรียมลุยๆๆๆ

บรรยากาศการขึ้นรถทัวร์แบบหวานเย็น

การคิดจะขึ้นรถทัวร์ถ้าว่างจริงๆ ก็คงมีสัมภาระเยอะมาก เพราะรถทัวร์ขับแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ แถมแอร์นี่ออกแนวร้อนนิดนึง ,, แต่ต้องบอกว่ารถทัวร์นี่ถือเป็นความสนุกอย่างหนึ่งเลยนะ บรรยากาศที่เราค่อยๆ ขับรถไปชื่นชมธรรมชาติและวัฒนธรรมจากแต่ละจังหวัดที่ผ่าน มีหยุดพักเป็นช่วงๆ ตามอารมณ์คนขับและคนโบกรถข้างทาง

ขับไปก็ชิลไปบนถนนสองเลน ,, อยากลงไหนบอกพี่่โชเฟอร์ได้สบาย
ขับไปตามป้ายเรื่อยๆ ครับ ,, สบายๆ 🙂

ขับไป พักไป จอดไป แถมทริปที่ผมไปมีการรับผู้โดยสารจากรถคันอื่นที่เสียด้วย -_-a (ตอนที่รับผู้โดยสารเพิ่มจากรถที่เสียนี่มันส์มากๆ เพราะคนที่ขึ้นมาใหม่เนี่ยจะต้องยืนเบียดๆ จินตนาการว่าเอาประชากร 1 รถทัวร์เอามายัดตรงทางเดินอะ แน่นยิ่งกว่ารถเมล์หลังเลิกงานอีก แอร์ที่ไม่เย็นตอนนี้กลายเป็นร้อนไปเลย, ปริมาณออกซิเจนบนรถก็เบาบางลงและถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเต่าและกลิ่นรองเท้า)

คนโคตรแน่น เหม็นเต่า และขาดอากาศหายใจหลังจากรับคนมาเพิ่มอีกหนึ่งคันรถ
ในที่สุดก็ถึงสระแก้วซักที วะฮะฮ่า

รถออกบ่ายโมงครึ่ง ถึงนั่นเกือบหกโมง… เหยียบสระแก้วโดยสวัสดิภาพละครับ

River Resort ,, ที่พักสุดเริ่ด

สิ่งแรกหลังจากมาถึงสระแก้ว (โดยเฉพาะขึ้นรถทัวร์มาแบบเยินๆ อะนะ) สำหรับผมแล้วคงเป็นที่พักดีๆ บรรยากาศโอเค ยิ่งถ้าได้หลับซักงีบคงจะดี ,, ซึ่งรีสอร์ทที่พักคราวนี้มีชื่อว่า River Resort and Spa ซึ่งจะออกมาจากตัวตัวเมืองนิดนึง ถ้าใครขับรถมาเองก็สะดวกนะ เพราะติดกับถนนใหญ่ทางที่จะไปโรงเกลืออะ แถมที่จอดรถของที่นี่ก็เยอะดีครับ

ป้ายด้านหน้าของ River Resort and Spa ที่มาพักครั้งนี้
พลิกตัวเข้ามาใน River Resort แล้วครับ ,, บรรยากาศดีมาก
ที่จอดรถสำหรับบริการผู้เข้าพักทุกท่านครับ

สิ่งแรกที่มาถึง River Resort and Spa คือพนักงานต้อนรับขี้เล่นและเป็นมิตรสองตัวครับ คือ คือพนักงานต้อนรับสาวพันธุ์ลาบราดอร์ชื่อชูใจ และพนักงานต้อนรับหนุ่มรูปหล่อพันธุ์บีเกิ้ลชื่อมานะ ครับ (เออ.. พนักงานที่เป็นคนก็มีนะครับ)

เจ้าชูใจ พนักงานต้อนรับสาวครับ ส่วนด้านหลังคือมานะ
ส่วนพนักงานต้อนรับหนุ่มของเราหนีไปนอนนี่เอง

ส่วนบรรยากาศข้างในรีสอร์ทก็สวยดีครับ ,, มีต้นไม้ทั้งเล็กและใหญ่ ทำให้รีสอร์ทดูร่มรื่นดีนะ แถมมีสระว่ายน้ำเล็กๆ และลานกิจกรรมด้วย ซึ่งถ้ามีกิจกรรมกลุ่มก็มาจัดที่นี่ได้ ,, ส่วนห้องพักก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากๆ ทั้งเรื่องความสะอาด การบริการต่างๆ และความสะดวกสบายครับ

บรรยากาศที่ร่มรื่นภายในรีสอร์ทครับ
อีกมุมที่ River Resort and Spa ครับ
ลานกิจกรรมและสระเล็กๆ ด้านหลังรีสอร์ทครับ
อันนี้ในห้องพักครับ ,, แอร์เย็น+เตียงนอนสบาย
ของที่ระลึกก็มีขายนะเธอ

เอาเป็นว่าถ้าสนใจรายละเอียด River Resort and Spa ก็ดูรูปเพิ่มเติมที่เวปไซต์ของเค้า หรือลองโทรไปสอบถามรายละเอียดได้นะครับ ที่เบอร์ 037-421111 ครับผม

ไปหาอะไรกินกันเถอะครับ

กิจกรรมค่ำคืนแรก (และคืนเดียว) ในสระแก้ว


View สระแก้ว ตอนที่ 1 in a larger map

เริ่มต้นที่กินกันก่อนดีกว่าครับ โดยเลือกเอาใกล้ๆ ที่พักก็แล้วกัน

วันดี ย่างเกาหลีครับ

จริงๆ ร้านอาหารในสระแก้วก็มีเยอะนะ ส่วนนึงที่เลือกกินหมูกระทะอย่างวันดี ย่างเกาหลี (ไม่น่าเชื่อว่าอิทธิพลเกาหลีก็ระบาดมาถึงสระแก้วเช่นกัน) คือโคตรหิวจากการเดินทาง ต้องการกินอะไรแบบ Mass หน่อย , อีกส่วนคือเจ้าถิ่นบอกว่าหมูกระทะเจ้านี้มีทีเด็ดที่เนื้อไก่ที่ไม่เหมือนเจ้าอื่น อารมณ์เป็นปีกไก่ท่อนกลางเลาะเอากระดูกออกแล้วหมักด้วยซอสงาขาว เคี้ยวแล้วจะกรุบๆ หน่อยเพราะมีกระดูกอ่อนปนๆ มาด้วย ,, กินแล้วต้องบอกว่าสุดติ่งจริงๆ ครับ หยุดไม่ได้แค่ชิ้นเดียวแน่นอน (วันนั้นตักไก่ไปสามจานได้ ฟาดไก่กันมันปากเลยทีเดียว) แต่ข้อเสียของร้านนี้คือไม่มีเนื้อวัวนั่นเอง

ร้านวันดี ย่างเกาหลี ,, หลังคายังไม่เสร็จดีนัก -_-a
บรรยากาศการสู้ศึกย่างเกาหลี (ก็คือหมูกระทะนั่นแหละ)
สารรูปของไก่เมพครึ่งจาน ,, อีกครึ่งจานอยู่บนเตา
ตกดึกแล้วประชากรผู้มาเข้าประชันในร้านหมูกระทะเยอะมากๆ

จริงๆ มีหมูกระทะอีกร้านถัดไปอีกหน่อยชื่อร้านมาลัย เจ้าถิ่นบอกว่าร้านนี้ไม่แหล่มเท่าวันดี แต่ว่ามีเนื้อวัวให้กินด้วย

บ้านลอยนวล

เนื่องจากจขบ. กินยังไม่อิ่ม เลยมาต่อที่บ้านลอยนวลซึ่งอยู่ด้านหลังริเวอร์รีสอร์ทที่จขบ. พักอยู่,, ที่นี่เป็นร้านอาหารสวยๆ ติดริมน้ำ ตกแต่งร้านแนวร่วมสมัย หลายๆ ครั้งร้านนี้ได้รับเกียรติต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่มาเยี่ยมเยียนด้วย ,, เจ้าถิ่นบอกว่าที่นี่นอกจากอาหารอร่อย บรรยากาศดี จะเลือกนั่งกินข้าวแบบจริงจังหรือว่าจะสั่งกับแกล้มพร้อมจิบเบียร์ก็ได้ครับ ,, ที่สำคัญจุดเด่นอีกอย่างคือเจ้าของร้านครับ

ณ ร้านอาหารบ้านลอยนวลครับ
บรรยากาศส่วนนึงภายในบ้านลอยนวล
ทอดมันปลา ,, ส่งประกวดในฐานะกับแกล้ม
ข้าวกรอบๆ คลุกแหนม ,, สุดยอดกับแกล้มแห่งปี

ทีแรกผมเห็นก็แค่ลุงแก่ๆ ธรรมดา มันจะเด่นอะไรเหรอ ,, แต่อีกสักพักเท่านั้นแหละครับ แกก็ถือ ukulele เดินเล่นตามโต๊ะต่างๆ แบบเป็นกันเอง (แต่เพลงนี่ต้องย้อนไปประมาณ 30-40 ปีนะ) แถมอีกสักพักแกก็ไปนั่งตรงลานข้างหน้า เล่นเองร้องเองอย่างเมพ ทั้งกีตาร์ เปียโน และไวโอลิน ,, แถมเสียงของคุณพี่เจ้าของร้านนี่ระดับศิลปินยังอาย เพราะแกร้องเพราะมาก ในจังหวะนั้นเหมือนผมติดในภวังค์คล้ายกับดูศิลปินระดับโลกแสดงอยู่ต่อหน้า ,, แอบอัดวิดีโอมาหน่อยนึงด้วย hTC HD7 ฮะ

เจ้าของร้านเล่นดนตรีแล้วคร้าบบบบ

สุดท้ายเลยไปแจมกับพี่เจ้าของร้านหน่อยนึง ^^

มาสระแก้วห้ามพลาดร้านนี้นะครับ

กิจกรรมพิเศษในคืนนี้

จริงๆ วันที่ผมไปมันเป็นวันมาฆบูชาพอดี (รับรู้กันให้ทั่วว่าดอง blog ไว้นานมากๆ) เท่าที่สังเกตคนจะชอบไปที่วัดสระแก้ว ซึ่งเป็นวัดใหญ่และคนค่อนข้างเยอะมากๆ เจ้าถิ่นเค้าก็เลยพาผมไปเวียนเทียนที่วัดศาลาลำดวน (ซึ่งต้องขับออกนอกเมืองไปหน่อย)

ดอกไม้, ธูปเทียนเตรียมพร้อมแล้วกับวันมาฆบูชา
อุโบสถของวัดศาลาลำดวน ,, ในคืนวันเพ็ญครับ

วัดศาลาลำดวนเป็นวัดที่สวยและได้รับการดูแลดีมาก ทั้งเรื่องความสะอาดและการดูแลสภาพโดยรอบวัด ,, ขนาดอยู่ไกลจากตัวเมืองแต่ก็มีคนมาเวียนเทียนไม่น้อยเลยทีเดียว

มีคนมาเวียนเทียนไม่น้อยเลยนะเนี่ย
ทักษิณานุประทาน 3 รอบแล้ว
นับเทียนดูแล้วจะรู้ว่ามีคนมากี่คน (ซึ่งเยอะมาก)

ที่ผมชอบคือบรรยากาศที่ครอบครัวพากันมาเวียนเทียน มีทั้งวัยรุ่นหนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่พี่น้องและลูกเด็กเล็กแดงก็ขนๆ กันมา เรียกว่ามากันเต็มวัด ,, อบอุ่นดีจัง

พ่อแม่ก็พาเด็กๆ มาเวียนเทียนกันไม่น้อยเลย
พาเจ้าตัวน้อยมาไหว้พระครับ ,, น่ารักมาก

เอาว่าขอไปพักก่อน แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปทัวร์สระแก้วในโซนไกลๆ กันต่อ