เที่ยวสระแก้วตอนที่ 2 :: ปางสีดา

หลังจากที่มาถึงสระแก้วดังในภาคที่ 1 ที่ได้เที่ยวนิดหน่อย+กินอิ่ม+นอนอุ่นไปแล้ว วันนี้ก็จะมาวางแผนท่องเที่ยวสระแก้วต่อ โดยใน Entry นี้จะเป็นภาคครึ่งเช้า ก่อนที่จะเข้าภาค 3 ที่จะเป็นการไปเที่ยวสระแก้วภาคบ่ายต่อนะครับ

ยามเช้าที่สระแก้ว

หลังจากที่หลับสบายที่ River Resort and Spa ก็รีบตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น…

นี่มันไม่ใช่ทะเลหรือยอดเขานะ จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ ,, เอาเป็นว่าก็เดินเล่นแถวรีสอร์ทแทนแหละครับ ว่าไปวันนี้มีคิวไปเที่ยวเยอะเลย (เพราะว่ามานอนคืนเดียวและกลับเย็นวันนี้) เอาเป็นว่าไปเติมพลังที่ตลาดสระแก้วก่อนละกัน และเริ่มต้นเช้านี้ด้วยโจ๊กหมูร้อนๆ

อรุณสวัสดิ์ ,, สระแก้ว
ได้โจ๊กหมูเพิ่มพลังตอนเช้า ,, สุดยอดมาก

ระหว่างกินก็พลิกแผนท่องเที่ยวครึ่งวันเช้าของเราออกมา ซึ่งจะไปทางโซนเหนือของสระแก้ว ไปจนถึงส่วนของอุทยานแห่งชาติปางสีดาที่หลายคนบอกว่าสวยมากๆ


View สระแก้ว ตอนที่ 2 in a larger map

เดินตลาดเช้าที่สระแก้ว

หลังจากหม่ำโจ๊กอิ่มก็มาเดินเล่นที่ตลาดหน่อย โดยส่วนตัวผมว่ามันก็คล้ายๆ กับตลาดสดทั่วๆ ไปแถวๆ บ้านผมแหละ แต่ที่ผมว่าเก๋คือความเป็นกันเองของพ่อค้าแม้ค้าที่นี่ที่จะยิ้มแย้มและคุยเล่นกับผมเกือบตลอด (ไม่รู้เพราะว่าเห็นผมพกกล้องด้วยหรือเปล่า) ,, เดินตั้งนานสุดท้ายได้ขนมครกและน้ำมะเหน็ด (น้ำอัดลมโบราณที่เจ้าถิ่นบอกว่าขายมานานกว่า 30 ปีแล้ว) มานั่งกินเล่น

บรรยากาศตลาดเช้านี่คนอย่างเยอะเลย
บรรยากาศร้านขายผักในตลาดสด
ผักหลากชนิดหลายสีสัน ,, ที่ตลาดสระแก้ว
กินน้ำมะเหน็ดโบราณ ,, สดชื่นดีมากๆ
นั่งดูเค้าทำ+รอขนมครก ,, เอาแบบสดใหม่จากเตาเลย
ขนมครกร้อนๆ ได้แล้วจ้า ,,

น้ำมะเหน็ดสดชื่นดี ส่วนขนมครกมีองค์ประกอบของแป้งเยอะกว่ากะทิเยอะ ช่วงตอนร้อนๆ ก็อร่อยดีนะ แต่พอมันเย็นตัวลงเหมือนแป้งแฉะๆ ไม่น่ากินเท่าไหร่ ,, เท่าที่ชิมมายังหาขนมครกเมพเท่าเจ้าขนมครกเข้าวังราชวัตรไม่ได้

ออกเดินทางกันเถอะครับ

ระหว่างทางไปปางสีดา

หลังจากเติมพลังงานด้วยข้าวและขนมมาเกือบเต็มหลอด เราก็ออกเดินทางกันครับ ,, โดยระยะทางที่เราจะไปถึงด้านหน้าของอุทยานแห่งชาติปางสีดานั้นประมาณ 30 กม. และเพื่อไม่ให้เบื่อหรือหลับไป ระหว่างทางก็ได้แวะเก็บภาพต่างๆ ทั้งสถานีรถไฟสระแก้ว, สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติสองข้างทาง

ถึงสถานีรถไฟสระแก้วแล้วครับ
เราถึงสระแก้วกันแล้ว!! (เวอร์ชั่นมาด้วยรถไฟ)
ควายระหว่างทาง ,, ควายจริงๆ ครับ
ฝูงควายน่ารักดีนะ ,, เป็นกันเองดี (แต่ไปใกล้ก็หนีเหมือนกัน)
บรรยากาศแบบร่มรื่นระหว่างทาง (ซึ่งเป็นส่วนน้อย)
ข้ามคลองรัก , ทะลุป่ายูคา , ไปปางสีดาครับ

ระหว่างทางที่ขับไป อากาศสดชื่นดีมาก ถนนเรียบและกว้างดีมาก สองข้างทางจะเป็นบรรยากาศป่ายูคาลิปตัสสลับกับที่นาหรือแปลงเกษตรเป็นพักๆ ,, ใช่ครับ เค้าปลูกต้นยูคาลิปตัสเป็นป่าเลย ในระดับที่เนินเขาทั้งเนินมีแต่ต้นยูคาลิปตัส แล้วเราก็จะเห็นรถสิบล้อขนไม้ยูคาสวนกับเราเป็นช่วงๆ เพื่อเอาไปป้อนโรงงานกระดาษแถวนี้ ,, ในฐานะของนักท่องเที่ยวก็สวยดีนะครับ แถมกระตุ้นเศรษฐกิจแถวนี้ดี ส่วนนึงที่ถนนแถวนี้ดีเริ่ดคงเพราะเอามาให้สิบล้อขนด้วยแหละมั้งครับ แต่ถ้าพูดถึงการปลูกในระยะยาวผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

ขับรถไป ,, ดูป่ายูคาที่มีต้นยูคาเรียงกันเป็นตับ เป็นช่วงๆ
สองข้างหนูมีแต่ป่ายูคาลิปตัส ,, สวยดีนะ
ยูคา ยูคา และยูคาตลอดทาง (อันนี้ยูคากำลังเริ่มโต)
ขับขึ้นดอยหน่อยๆ ตามพี่แทร๊กเตอร์ไป

อุทยานแห่งชาติปางสีดา

ขับรถมาสักช่วงนึงในที่สุดก็ถึงซักทีครับ กับอุทยานแห่งชาติปางสีดา ,, อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่กว้างกว่าห้าแสนไร่ ครอบคลุมทั้งจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว ลักษณะโดยทั่วไปเป็นป่าบนเทือกเขาที่มีแหล่งกำเนิดน้ำ ลำธาร และน้ำตกต่างๆ อุดมไปด้วยธรรมชาติทั้งต้นไม้และสัตว์ป่าจำนวนมาก เห็นพี่เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าที่นี่มีสัตว์ป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งช้าง เสือ วัวป่า และนกนานาชนิด ,, ถ้าใครจะมาเที่ยวและพักข้างในตัวอุทยานเลย แนะนำว่าควรเอารถกระบะหรือโฟร์วีลไดร์ฟมา เพราะทางที่กว่าจะไปถึงจุดตั้งแรมเป็นทางดินและไม่ได้เรียบตลอดเส้นทาง

เดินทางมาถึงแล้วครับ!!
สภาพเส้นทางหลังจากป้ายบอกชื่ออุทยานครับ ,, เป็นดินล้วนๆ

แต่ถ้าใครอุตส่าห์ขับรถมาแล้วไม่ได้ขึ้นไปข้างบนก็ไม่ต้องเสียใจ ส่วนข้างล่างก็มีที่ท่องเที่ยวสวยนะครับ ทั้งส่วนของน้ำตกและดงผีเสื้อครับ ,, น้ำตกผมว่าก็โอเคนะ เสียดายว่าช่วงที่ไปเป็นหน้าแล้ง น้ำเลยไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แต่ที่เก๋คือผีเสื้อนี่แหละครับ ช่วงที่ผมไปนี่มีหลายสิบสายพันธุ์หลายร้อยหลายพันตัวสวยงามมากตามช่วงเวลาและฤดูกาล วิจิตรงดงามเหมือนเราเป็นศูนย์กลางแล้วมีผีเสื้อมาบินรอบๆ ตัว ว่อนกันผมงงไปเลยเหมือนกัน

จอดรถไว้ข้างนอก แล้วเดินเข้ามาชมธรรมชาติครับ
ดงผีเสื้อปางสีดา
ฝูงผีเสื้อที่กำลังเกาะนิ่งๆ นิ่งๆ นิ่งๆ รับแดดยามเช้า

ไม่ได้เตรียมเลนส์ดีๆ ไป (ที่พกไปมีแค่ 18-55 kit แค่นั้น) จะบอกว่า ภาพผีเสื้อถ่ายยากมากครับ เหมือนจะถ่ายได้แล้วแต่พอเจอจังหวะหุบปีหรือกางไม่สุดนี่ก็ไม่สวยไปเลย

หลากลีลาของผีเสื้อที่ปางสีดา

ส่วนน้ำตกอย่างที่บอกครับ น้ำแล้งไปหน่อย เห็นเค้าว่าช่วงฤดูฝนจะมีน้ำเยอะกว่านี้มากๆ แต่สภาพแวดล้อมแถวๆ นั้นก็ยังร่มรื่นด้วยต้นไม้สูงและมีใบเขียวอยู่เป็นส่วนมาก นั่งไปสักพักก็มีเด็กๆ (ผู้ชาย) แถวนั้นมาเล่นน้ำอยู่นะ

ทางเดินลงไปน้ำตกปางสีดาครับ
ต้นไม้สูงและใบไม้เขียวขจีที่น้ำตกปางสีดา
มีแมลงแปลกๆ มาตอมผลไม้ ,, ริมน้ำตกฮะ
ถึงน้ำตกปางสีดาแล้วคร้าบบบบบ
ช่วงหน้าแล้ง,, แห้งไปหน่อยแต่ก็ยังมีน้ำไหลดีอยู่นะครับ

ด้วยเวลาที่จำกัด เลยได้แค่เยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติปางสีดาแค่ดงผีเสื้อและน้ำตกแค่ 2 ชั้นเอง ,, แต่แค่นี้ก็มีความสุขมากๆ แล้ว

ถ้ามีเวลา ,, อุทยานแห่งชาติปางสีดาเป็นอะไรที่ไม่ควรพลาด

เติมพลังด้วยกาแฟอีกหน่อย

ลงจากอุทยานแห่งชาติมา ก็หากาแฟเติมสักหน่อยครับ ที่ร้านต้นข้าวกาแฟ ,, แม้ชื่อร้านจะดูงงว่าขายต้นข้าว, กาแฟ หรือต้นกาแฟ (จริงๆ เจ้าของร้านชื่อต้น+ข้าวน่ะครับ) แต่บรรยากาศข้างในดีมาก

ที่นี่ ,, ร้านต้นข้าวกาแฟครับ
บรรยากาศภายในร้านต้นข้าวกาแฟ ,, แอร์เย็นฉ่ำ

สั่งกาแฟไป นั่งคุยกับเจ้าของร้านไป กาแฟก็มาเสิร์ฟถึงที่ครับ ส่วนขนมหยิบเอาเอง ,, แอบชิมดูรสชาติกาแฟถือว่าไม่เลวเลย ขนมก็อร่อยดี ทั้งแอล์แคร์และบราว์นี่ แถมที่นี่ยังมีขายโปสการ์ดสวยๆ ด้วย

จิบกาแฟร้อนเติมพลังสักหน่อย
บราวน์นี่หน้านิ่ม ,, กินคู่กับกาแฟแล้วรสชาติไม่เลวเลย
กาแฟเย็น เอามากินคู่กับเอลแคร์ครับ
บรรยากาศร้านของเค้าดีจริงๆ นะเธอ
อิ่มกาแฟ+ขนม ก็พร้อมออกเดินทางไปเที่ยวกันต่อแล้วววว

เติมพลังกันเต็มที่ ก็ออกเดินทางกันต่อกับภาค 3 ละกันครับ