Thursday 02nd October 2014,
Tongkatsu "Think+Life" Blog

ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคระนอง :: ตอนที่ 1 ชิลๆ ที่บนฝั่งระนอง

Tongkatsu March 31, 2011 Eat-Out, Ranong, Travel 13 Comments

ช่วงนี้เป็นช่วงพักผ่อนเต็มที่โค้งสุดท้ายแล้ว!!!

สิ่งที่ผมคิดไว้อันดับแรกๆ คือไปเที่ยวใต้ กะว่าจะค่อยๆ แล่นไปเรื่อยๆ ชิลๆ จังหวัดละแปดวันสิบวัน ,, แต่คิดว่าถ้าไปแบบนั้นคงต้องขออนุญาติลากันเป็นปีเลยทีเดียว แถมตัวผมเองก็ไม่ได้เชี่ยวสายใต้มาก เพราะตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวันที่ตัดสินใจซื้อตั๋วไปผมยังไม่เคยลงใต้ไปต่ำกว่าชะอำ/หัวหินเลย แถมครั้งนี้ไปแบบลุยเดี่ยวสดๆ อีกต่างหาก

พับผ่าสิ!! เป็นไงก็เป็นกัน ,, ความมันเลยบังเกิด

ซื้อตั๋วไประนองดีกว่า

จังหวัดแรกที่ผมเล็งๆ จะไปคือจังหวัดระนองนี่แหละครับ ,, ถ้าถามผมว่าคิดยังไงไประนอง ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าที่ไปเพราะมีบ้านเพื่อนอยู่ที่นั่น เอิ้กๆๆๆ (ซึ่งก็ต้องขอบคุณขวัญ+ครอบครัวมากๆ ที่ดูแลเราตลอดที่ระนอง) อย่างอื่นๆ เกี่ยวกับระนองนี่ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ,, โดยสิ่งแรกที่สำหรับคนที่จะไประนองคือการซื้อตั๋วครับ

การเดินทางไประนองวิธีการหลักๆ คือการเดินทางด้วยรถทัวร์นะครับ โดยตั๋วรถทัวร์ไประนองจะมีผู้ให้บริการใหญ่และดีๆ (คือเป็นพวก ป.1 อะครับ) คือ

  • บริษัท โชคอนันต์ทัวร์ จำกัด ติดต่อได้ทั้ง Facebook, Twitter หรือเบอร์โทรศัพท์ก็ได้ที่ 02 – 8946300 ถึง 2 ,, โดยโชคอนันต์เค้ามีบริการเดินทางไปชุมพร, ระนอง, สุราษฏร์ฯ นะครับ มีขายตั๋วที่สายใต้ใหม่สุดๆ ที่ช่อง 41-43
  • บริษัท นิวมิตรทัวร์ จำกัด เจ้านี้มีแค่ระนอง-กรุงเทพฯ นะ ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-2816939 และ 02-8946115
  • บริษัทขนส่งจำกัด อันนี้ก็ดูเอาเองละกันนะครับ

(จริงๆ ระนองมีบริการเครื่องบินด้วย ชื่อ Happy Air บริการบินเฉพาะวันศุกร์และวันอาทิตย์ แต่เห็นพ่อเพื่อนบอกว่าคนน้อย ช่วงนี้เหมือนจะยกเลิกเส้นทางไปแล้ว ยังไงก็ลองโทรไปได้ที่ 02-2165151 )

ถ้าเลือกนั่งป.1 ราคาจะตกอยู่ประมาณ 425 บาท ,, ถ้านั่ง VIP ราคาจะตกประมาณ 666 บาท

ส่วนผมเหรอครับ ,, นั่งป.2 ครับ ราคา 335 บาท คือผมไม่ได้งกหรือจะประหยัดอะไรมากขนาดนั้นนะครับ แบบว่าโดนหลอกมานั่งอะ มีคนมาตะโกนๆ เอาตั๋วระนองมั้ยพี่ ผมก็เลยไปเออออห่อหมกกับเค้า สุดท้ายก็ได้นั่งรถป.2 สมกับที่หาข้อมูลมาเพียบจริงๆ เฮ้ออออ

จริงๆ สถาพรถป.2 ภายนอกก็ดูโอเคนะ ,, ภายในอาจแคบไปนิดสำหรับคนอ้วนๆ อย่างผม แต่สภาพโดยรวมถือว่าพอทำเนา แต่ที่โหดคือรถจอดเยอะมากๆ อยากจอดก็จอด มีคนโบกก็จอด คนอยากลงก็จอด ปวดห้องน้ำก็จอด (เพราะไม่มีห้องน้ำในรถ) ว่างๆ ก็มีแม่ค้าขึ้นมาขายของ มีคนเดินรกไปมา ลุงคนขับก็ดูดบุหรี่ตลอดทาง ,, แต่ต้องชื่นชมรถป.2 ที่รักษาเวลาดีมากๆ แม้จะจอดเยอะแต่ก็เร่งสปีดชดเชยแทน (คือมันขับเร็วมากๆ) แถมลุงคนขับฟิตมากๆ ขับคนเดียวกว่าเก้าชั่วโมงตั้งแต่กทม. จนถึงระนองเลย

ส่วนตัวแนะนำว่า ไม่ควรขึ้นป.2 ฮะ หรือถ้าอยากลองขึ้นเพื่อสนองตัณหาแล้วก็ไม่ควรขึ้นเที่ยวเช้าฮะ เพราะมันจอดบ่อยมากๆ แถมนอนหลับไม่สนิทอีก เพราะขับรถเหวี่ยงได้ใจเหมือนโดนใครเหยียบหางมาเลย

จริงๆ ต้องแอบเม้ามอยนิดๆ ว่าถนนบางช่วงของสายใต้นี่ค่อนข้างแคบมาก แม้ว่าเป็นถนนเส้นหลักอย่างเพชรเกษมก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เราเข้าชุมพรและเลี้ยวตัดมาอีกทาง ต้องยอมรับว่าถนนแถวนั้นขับยากและคดเคี้ยวมากๆ เท่าที่จำได้มีโค้งนึงอันตรายมากๆ (สังเกตว่าโค้งนั้นจะมีรูปพระติดอยู่ และเขียนประมาณว่าช้าๆ ค่อยๆ ขับ) คือมันเป็นโค้งเลี้ยวขวา แต่ถนนมันเทลงซ้าย ทำให้รถไหลไปกระแทกขอบทางอยู่บ่อยครั้ง ขนาดวันที่ไปก็ยังเห็นรถไหลลงไปนอนนิ่งอยู่ที่มุมนั้นด้วยอะ

หลังจากนั่งรถกระดูกป่นมาเก้าชั่วโมงก็ถึงท่ารถที่ระนองแล้วฮะ

ขอเที่ยวบนฝั่งก่อนละกัน

คือจริงๆ ที่เที่ยวที่กินของระนองมีเยอะกว่านี้นะครับ แต่ว่าทั้งหมดที่เที่ยวบนฝั่งใช้เวลา 1 วันถ้วนๆ เลยเก็บมาได้ไม่ครบมาก แถมมีบางช่วงมีฝนปรอยๆ ลงมาด้วย ,, เอาเป็นว่าค่อยๆ ไล่ติดตามจาก Map ละกันครับ ซูมเข้าซูมออกได้ตามอัธยาศัย แถมแต่ละไอคอนของ Map กดเข้าไปมีรายละเอียดสั้นๆ อยู่ หรือใครจะจดเป็นแผนที่ระนองไว้เผื่อไปเที่ยวก็ไม่ว่ากัน

<
ดู ลุยเดี่ยวเที่ยวใต้ ภาคระนอง :: ตอนที่ 1 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เริ่มจากที่เที่ยวกันก่อนดีกว่า

สิ่งนึงที่ควรเผื่อไว้ในการที่คิดจะมาเที่ยวระนองคือเรื่องฝนเพราะที่ระนองฝนตกบ่อยและบางทีตกเพราะอยากตก ถึงขั้นหลายคนกล่าวว่าฝนแปดแดดสี่ (คือมีแดดจริงๆ แค่ 4 เดือนคือช่วงมกราคา-เมษายนเอง) ดังนั้นอาจต้องเตรียมร่มและอุปกรณ์กันน้ำเผื่อไปด้วย และเพื่อความง่ายผมจะแบ่งโซนสำหรับไปเที่ยว 3-4 โซน (ตามที่ผมคิดเอง) ละกัน ,, โดยวันนี้ผมจะขี่มอไซฝ่าสวนปาล์มและสวนยางไปลุยตามที่ต่างๆ นะครับ

โซนทางเหนือ

แถวๆ กระบุรี

จริงๆ แถวนี้ผมแวะมานิดเดียว คือขับจักรยานยนต์จากตัวเมืองวนมาแถวๆ สะพานข้ามแม่น้ำกระที่ต้องบอกว่ากว้างพอๆ กับแม่น้ำเจ้าพระยาเลย โดย ณ จุดนี้เราสามารถเห็นพม่าได้ด้วยตาเปล่า ดูสภาพบ้านเรือนและวิถีชีวิตชาวบ้านแถวนั้นเล็กน้อยแล้วกะว่าจะหาอะไรกินแถวนั้น แต่เท่าที่เห็นร้านปิดไปเยอะ เลยไม่ได้ไปลุยต่อ ,, ซึ่งจริงๆ ถ้าลุยไปเรื่อยๆ กระบุรีก็จะมีซาลาเปาทับหลีขายเต็มสองข้างทางถนนเพชรเกษม

น้ำตกบุญญปาล

น้ำตกบุญญปาลก็เป็นอีกที่ที่คนชอบมาเที่ยวนะ ซึ่งน้ำตกดังกล่าวเกิดจากต้นน้ำในป่าละอุ่นและป่าราชกรูด ช่วงหน้าฝนที่น้ำเยอะๆ น้ำตกที่นี่จะสวยและใหญ่มาก (แต่ก็คงมาเที่ยวลำบากเพราะฝนตก) แต่ถ้ามาหน้าแล้งก็จะแบบในรูปที่เห็นอะครับ แต่ผมว่ามันก็ยังสวยนะ ส่วนนึงคงจากความสูงของน้ำตก และความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่แถวๆ นั้น

ช่วงที่ไปแอบโชคดี มีสาวๆ มาเล่นน้ำด้วย :)

สุสานจีน

ใจจริงผมไม่ได้ตั้งใจจะมาหรอกครับ แต่พอดีพี่คนที่พามาด้วยเค้าจะมาไหว้สุสานบรรพบุรุษเค้า ทีแรกไอ้ผมก็กะจะรอข้างนอก แต่เค้าบอกว่าข้างบนสวย ,, เออออห่อหมกแล้วผมก็เลยไปด้วย ซึ่งมันก็สวยจริงๆ ทำเลมันเหมาะกับการเป็นฮวงซุ้ยมากๆ ด้านหลังเป็นภูเขาด้านหน้าเป็นน้ำ (ทะเล) แถมภูเขาที่เห็นลิบๆ ก็คือฝั่งพม่านั่นเอง

ถ้าไปเที่ยวเฉยๆ ไม่ต้องแวะก็ได้ครับ เพราะมันเหมาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเท่าไหร่

จุดชมวิว

ถ้ามาจากตัวเมือง ขี่ฝ่าทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวมาหน่อย จุดชมวิวจะถึงก่อนน้ำตกบุญญปาลนิดนึง

เมื่อถึงจุดชมวิวแล้วต้องบอกว่าเซ็งนิดๆ จริงๆ ที่จุดนี้มันสวยมากๆ เห็นวิวตั้งแต่ป่า ลากยาวมาเจอสวนปาล์มและสวนยาง แต่ถ้ามองทะลุไปก็จะเห็นทะเลด้วย ,, แต่ที่เซ็งเพราะว่าต้นไม้แถวนั้นมันแอบรกบังไปหน่อย (แถมบางส่วนยังเป็นพวกต้นยางของชาวสวนด้วย)

บ่อน้ำร้อนและหาดส้มแป้น

บ่อน้ำร้อนรักษะวาริณ

อีกหนึ่งสิ่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดระนองคือพวกตระกูลน้ำแร่ครับ ,, คนที่นี่เชื่อว่าหากได้อาบและแช่น้ำแร่แล้วจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งถ้าหากจะมาสัมผัสน้ำแร่แล้ว ที่นี่ก็มีใช้แบบทั้งกินและทั้งอาบ มีทั้งแบบเสียเงินเข้าสปาหรูหราไฮโซ หรือจะรับบริการฟรีๆ ที่บ่อน้ำร้อนรักษะวาริณก็ได้ครับ

ที่นี่อยู่ไม่ไกลตัวเมืองมาก แถมเปิดบริการตลอด แบ่งเป็นโซนหลักๆ เท่าที่ผมจำได้คือ

  • โซนบ่อหลัก คือจริงๆ บ่อที่นี่มีหลายบ่อมากๆ ทั้งบ่อพ่อ, บ่อแม่, บ่อลูกสาว, บ่อลูกชาย แต่ที่คนชอบไปอาบและตักน้ำไปใช้มากที่สุดคือบ่อพ่อ เพราะด้วยขนาดและอุณหภูมิที่ร้อนจัดจ้านประมาณ 50-65 องศา เวลาจะใช้ให้เอาถังหรืออะไรไปตัต่ออีกทีนึงนะ ไม่ใช่โดดลงไปในบ่อตรงๆ (ส่วนบ่ออื่นๆ จะเล็กกว่า ส่องเข้าไปก็มีแต่เหรียญแฮะ)
  • โซนที่เอามาแช่ตัว ซึ่งตรงนี้เค้าจะต่อท่อมาจากแบบแรกแล้วทำเป็นบ่อให้คนมาแช่เลย ไม่ต้องซื้อตั๋วหรือขออนุญาติใคร ชาวบ้านนักท่องเที่ยวจะมานั่งแช่จะอาบก็ไม่ว่ากัน (แนะนำว่าล้างเท้าก่อนที่จะเข้าไปแช่นะ ถ้าขี้เกียจเดินไปล้างก็วักน้ำตรงนั้นมาล้างก็ยังดี) ตัวน้ำแร่จะร้อนกำลังได้ใจมาก คือถ้าเราจุ่มแบบเทสๆ จะรู้สึกว่าร้อนมาก แต่ว่าลองจุ่มไปจริงๆ มันก็ร้อนเฉพาะช่วงแรกๆ แต่ถ้าแช่ไปซัก 1-2 นาทีแล้วจะรู้สึกสบายโคตรๆ เรียกว่าไม่อยากออกมาจากน้ำร้อนเลย

แนะนำให้ไปช่วงเย็นๆ เพราะตอนกลางวันอากาศร้อนมากส์ เจอน้ำร้อนอีกเกรงจะสุกเอา ,, อีกอย่างช่วงเย็นๆ จะมีสาวๆ มาแช่น้ำด้วย แฮ่ๆๆๆ สดชื่นสุดๆๆ

วัดหาดส้มแป้น

ถัดจากบ่อน้ำร้อน ขับขึ้นเขามาเรื่อยๆ ก็จะเจอวัดหาดส้มแป้น หนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากเพราะเป็นที่ตั้งของศาลาที่ประดิษฐานรูปเหมือนของหลวงพ่อคล้าย พระภิกษุที่ชาวระนองเคารพและนับถืออย่างมาก ซึ่งท่านได้มาจำพรรษาและมรณภาพที่วัดนี้ ,, กิจกรรมที่วัดหลักๆ นอกจากไปไหว้พระแล้วก็จะมีให้อาหารปลาด้วย

วันที่ผมไปฝนตกและน้ำในคลองขุ่น แต่ก็ยังเห็นชัดนะว่าปลาที่นี่ตัวใหญ่มากๆ แนะนำว่าถ้าจะมาปล่อยลูกปลาที่นี่อาจลำบากหน่อย เพราะคาดว่าจะเป็นการให้อาหารปลายักษ์เหล่านี้มากกว่า เอิ้กๆๆๆ ,, ส่วนอาหารปลาจะซื้อจากข้างล่างก็ได้หรือจะซื้อที่วัดก็ได้

เหมืองดินขาวกับอ่างเก็บน้ำ

ระหว่างทางที่ขับไปเรื่อยๆ เราก็จะเห็นมีคนขุดดินและทำเหมืองดินขาวเยอะมากๆ ซึ่งดินขาวที่เราใช้ทำเซรามิคส่วนมากก็มาจากระนองทั้งนั้น ,, แต่จริงๆ เหมืองพวกนี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวนะ ผมแค่ชอบมุมและสีมันสวยนะ ดินสีขาวต้นไม้สีเขียวตัดกับท้องฟ้าคราม แถมถ้าแดดแรงๆ น้ำที่เอามาใช้ทำเหมืองดินมันจะออกสีฟ้าครามๆ ด้วย ผมแค่ชอบสีสันของมันเลยเอามาฝากเฉยๆ

แถวนั้นมีสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ด้วย กำลังสร้างกันอยู่ ,,

ระนองแคนย่อน

ที่นี่เค้าว่าเคยเป็นเหมืองเก่ามาก่อน ทีนี้พอขุดเหมืองไปเรื่อยๆ ดันไปเจอตาน้ำ ทำให้ไม่สามารถทำเหมืองต่อได้และก็กลายเป็นระนองแคนยอน ,, ที่นี่เป็นคล้ายๆ ทะเลสาบย่อมๆ อยู่ตรงกลางแล้วมีภูเขาหินปูนทรงประหลาดล้อมรอบ ท่านสามารถมานั่งพักผ่อนชิลๆ ได้ที่ศาลา หรือจะให้อาหารปลาที่นี่ก็ได้

ซึ่งที่นี่ผมชอบมากๆ เพราะน้ำใสและปลาเป็นกันเองมากๆ ไม่กลัวคนเลย (แถมว่ายน้ำตามเราเดินอีกนั่น) เราสามารถลงไปเล่นน้ำตื้นๆ ใกล้ๆ ฝั่งพอได้ แต่อย่าไปไกลเพราะน้ำลึกแบบไม่รู้ตัวและอันตรายมากๆ

ฝั่งท่าเรือและสุสานเจ้าเมือง

จริงๆ ระนองมีท่าเรือ/แพปลาเยอะมาก ทั้งแบบของเอกชนทั่วไปและของราชการ แต่การเดินทางไปท่าเรือเหล่านี้เราจะต้องไปอีกทางตรงทางแยกที่เขียนว่าท่าเรือระนอง ซึ่งทางดังกล่าวเป็นทางเข้าเมืองระนองทางเลียบไปกับน้ำทะเล ซึ่งสมัยก่อนการที่จะเข้าเมืองระนองจะไปทางเส้นนี้ ก่อนที่ต่อมาจะมีการตัดถนนเพชรเกษมและเปลี่ยนเส้นทางหลักไป

ก็ค่อยๆ ลัดเลาะไปเรื่อยๆ เข้าท่านั้น ออกแพนี้ ,, เข้าไปดูบ้าง โดนไล่บ้าง สนุกดี

สุดท้ายจบที่ท่าเรือท่าโพธิ์ครับ ,, ที่นี่ผมโชคดีตรงที่มีชาวพม่าเอาปูดำตัวใหญ่ๆ มาขายเทียบท่า ผมก็เลยไปขอซื้อต่อเค้ามาในกิโลละร้อยกว่าบาท จับตัวใหญ่ๆ มา 4 ตัว ชั่งแล้วบวกลบคูณหาร ตกตัวละห้าสิบบาท (คิดว่าถ้าปูดังกล่าวเดินทางมาถึงภัตตาคารในกทม. น่าจะตกตัวละ 500-800 บาท นะ) ถ้าเทียบขนาดคร่าวๆ แล้วประมาณ 2 เท่าไอโฟนอะ คิดเพลินๆ ว่าถ้าเชือกที่มัดมันขาดออกมาผมว่าก้ามปูอันล่ำสันของมันสามารถงับนิ้วผม Amputate ไปได้สบายๆ เลย เอิ้กๆๆๆ สยอง

ขับไปจนสุดทางท่าเรือ จะวกกลับเข้ามาทางในเมือง ก็ขออนุญาติไปคาราวะสุสานเจ้าเมืองระนอง ซึ่งเป็นที่ฝังศพเจ้าเมืองระนองคนแรกครับ ,, ที่นี่กว้างไพศาลมากๆ ผู้คนส่วนมากที่ขับรถผ่านก็จะบีบแตรเพื่อแสดงความเคารพครับ

หลังจากขับรถวนไปรอบเมืองแล้ว จะสังเกตว่ามีชาวพม่าเยอะมากๆ เผลอๆ จะเยอะกว่าคนระนองอีก มองไปไหนก็พม่า ทางซ้ายหรือขวาก็จะต้องมี บางคนดูเหมือนคนไทย พูดไทยได้นิดหน่อย แต่พอหันไปคุยกับเพื่อนร่วมชาติแล้วคล่องปร๋อมากๆ เท่าที่เห็นส่วนมากเค้ามาขายแรงงานนะ คือเจ้าของกิจการเป็นคนไทยแต่ลูกน้องในร้านหรือในเรือเป็นพม่าเกือบหมด

จริงๆ อย่างที่บอกแหละครับ ที่เที่ยวที่นี่ยังมีอีกเยอะ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดก็เลยได้แค่นี้ แต่เชื่อเถอะครับ แค่นี้ก็เหนื่อยมากแล้ว ,, เอาเป็นว่า เราไปกินกันเถอะครับ

ถึงเวลากินกันแล้วสินะ สินะ

เดินทางมาตั้งแต่เช้า แถมเที่ยวมากันจนเหนื่อย จะไม่มีอาหารการกินซักหน่อยก็คงไม่ใช่ blog ผมเท่าไหร่ ซึ่งอาหารทั้งหมดที่เอามาลงมีเจ้าถิ่นพาไปชิมล้วนๆ ,, เอาเป็นว่า เปิดศักราชกันด้วยด้วยติ่มซำ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารเช้ายอดนิยมของชาวระนองกันก่อน โดยจะไปกินกันที่ร้านระนองโอชา ซึ่งเปิดเฉพาะช่วงเช้าและเที่ยงๆ เท่านั้น

ติ่มซำที่นี่เราสามารถเปิดตู้เข้าไปเลือกและหยิบได้เท่าที่เราต้องการเลย (ไม่บุฟเฟต์นะ) ซึ่งถ้าพอใจแล้วก็ส่งให้น้องๆ พนักงานเค้าเอาไปนิ่งให้ ,, ส่วนตัวเราก็เดินเฉิดฉายไปนั่งที่โต๊ะ สั่งเครื่องดื่มหรือพวกอาหารเช้าอื่นๆ มากินด้วยได้ เช่นโจ๊ก ข้าวต้ม ขนมปัง บ๊ะจ่าง ฯลฯ

เท่าที่ลองชิมแล้วคุณภาพใช้ได้เลยนะ อาหารสดดีและน้ำซุปกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ผนวกกับนึ่งมาร้อนๆ ควันพวยพุ่ง (ระวังสะกดผิด) งับเข้าปากแล้วต้องบอกว่าอร่อยมากๆ ให้ความอบอุ่นยามเช้าได้ดีมากๆๆ

สนนราคาติ่มซำจะประมาณ 10-15 บาท แล้วแต่ความหรู เลือกติ่มซำมาแบบจัดหนักจนอิ่มแทบอ้วกสองคน รวมๆ แล้วเฉลี่ยตกประมาณไม่ถึงร้อยบาท เอิ้กๆๆๆ

ต่อกันด้วยซีฟู้ด

แหมๆๆ มาใต้ทั้งทีก็ขอซีฟู๊ดสักหน่อยละกัน

โดยร้านที่วันนีไปเยี่ยมเยียนมีชื่อว่า “ตั้กปลาเผา” ซึ่งร้านนี้หาไม่ยากครับ อยู่ติดถนนเพรชเกษม (ก่อนถึงบขส.ซัก 2 กม.) จุดเด่นของร้านนี้ ปลาและอาหารทะเลบางส่วนนั้นนำมาจากแพของเจ้าของร้านเอง คืออารมณ์ประมาณว่าอยากเปิดร้านอาหารชิลๆ โดยเอาพวกกุ้งหอยปูปลาจากแพมานั่งกินกับเพื่อนๆ ,, แต่ด้วยความสดและรสชาติอาหาร ร้านนี้ก็เลยมีคนมากินเยอะขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้เรียกว่าจะต้องต่อคิวกันเลยทีเดียว

ส่วนปูที่เราซื้อมาล่ะ!!!

ไม่ได้ลืมหรือหนีหายไปไหนหรอกครับ ผมเก็บไว้ไปทำกินอีกมื้อนึงที่พ่อเพื่อนพาไปกินอีกเช่นกัน (แต่ร้านนี้ผมจำชื่อไม่ได้แฮะ) ,, ปูทั้งหลายก็ส่งต่อให้พ่อครัวทำมาให้ (พูดง่ายๆ คือฝากเค้าทำน่ะ เรากินเป็นอย่างเดียว เอิ้กๆๆ) พร้อมระหว่างรอปูก็สั่งอาหารซีฟู้ดนานาชนิดมาชิมกันอีก ทั้งปลาหมึกย่าง, หอยนางรมยักษ์ผัดกระเทียม และปลาสามรส ,, กินอาหารทะเลสดๆ นี่มันอร่อยมาก ต่างกับที่เอาไปกินที่กรุงเทพหรือเชียงใหม่ราวฟ้ากับเหวเลยแฮะ

และแล้วปูของเราก็มาในรูปแบบของพริกไทยดำและอบวุ้นเส้นครับ ,, ปูสดและหวานมากๆ ไม่มีกลิ่นดินหรือกลิ่นน้ำมันเลย แถมเนื้อปูยังเด้งดึ๋งเป็นก้อนดี โดยเฉพาะส่วนก้ามปูนี่เป็นอะไรที่อร่อยมากๆ มันหนุบหนับดึ๋งดั๋งอย่างบอกไม่ถูกเลย แนะนำว่าราดน้ำที่ผัดพริกไทยดำลงไปหน่อยนี่ โอ๊ย… ได้โดนมากๆ เข้ากันสุดๆ

ซัดปูไปสี่ตัวแล้วก็อิ่มมากมาย ,, เดี๋ยวไปเที่ยวภาค 2 ที่เกาะพยามกันต่อดีกว่า

Like this Article? Share it!

About The Author

ผู้ชายเคยอ้วน เดินช้า ขับรถเร็ว ชอบปั่นจักรยาน รักภูเขา ชอบชิมกาแฟกะชา นักล่าเนื้อและแซลม่อนชั้นยอด

13 Comments

  1. jaaja March 31, 2011 at 09:36

    อ่านแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวเองเลย สนุกดี

  2. 9AuM March 31, 2011 at 11:41

    อ้าคคคค ปูเป็นปู !!!!

  3. uglypink March 31, 2011 at 13:08

    อิ่มหนำ!!!!!! (T..T) อยากกินหนมจีบใต้สุดๆๆๆ

    เพิ่งรุ้ว่าตอนดึกบ่อน้ำพุร้อนจะยังคนเยอะขนาดนั้นนะ ^ ^ รออ่านตอนต่อไปจ้า

  4. Pandypu March 31, 2011 at 18:26

    เคยไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนตอนเด็กๆ เอาไข่ไปต้มในบ่อพ่อดวยแหละ อิอิ สงสัยต้องกลับไปเที่ยวระนองอีกซักรอบบบ

  5. bravel tangkok April 1, 2011 at 00:19

    รูปที่น้ำพุร้อนสวยมากครับ เหงปูตอนดึกเช่นนี้ ก็นึกหิวขึ้นมาทันที เพิ่งจะรู้ว่าระนองก็เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวเหมือนกัน :)

    • Tongkatsu April 1, 2011 at 00:21

      แค่ส่วนนึงนะครับ เดี๋ยวมีมาอีกหลายตอนครับ (แต่เวียนหลายจังหวัด)

  6. ch_bowl April 1, 2011 at 18:22

    รูปสวยจังเลย

  7. giraffe May 8, 2011 at 23:45

    อ่านแค่ทริปแรกก้สนุกเหมือนไปเองเลย
    กว่าจะเที่ยวจบน่าออกเป็นพ๊อกเกตบุ๊คนำเที่ยวนำชิมได้เลยนะคะพี่ :D

    • Tongkatsu May 9, 2011 at 22:20

      ไม่อยากทำหนังสือเท่าไหร่ อยากให้คนมาอ่านฟรีๆ ให้มาแชร์ประสบการณ์กัน

  8. tidduek July 1, 2011 at 10:09

    555+ ปลาเป็นกันเอง – -“

  9. เม August 7, 2011 at 13:33

    ว่าจะไประนองเหมือนกัน ช่วงปลายตุลา

  10. OmOMaNz September 4, 2011 at 02:18

    ผมเป็นคนระนองอาศัยอยู่ระนองตั้งแต่เกิดยังไปเที่ยวได้ไม่เท่าคุณเลย บ่อน้ำร้อนแนะนำหลังเที่ยงคืนอย่าได้หลงไปนะคับเด็กแว้นมันเย๊อะ อ่านแล้วสนุกดีเหมือนไปด้วยกันเลย เอิ้กๆ

    • Tongkatsu September 27, 2011 at 15:21

      ต้องขอบคุณคุณพ่อ+คุณแม่ของเพื่อนผมที่เป็นเจ้าถิ่น ให้ที่พัก แนะนำที่กิน และพาผมไปนั่นไปนี่ครับ

Leave A Response

Spam Protection by WP-SpamFree