ข้าวเกรียบปากหม้อ ลุงจรวัดเกต

พาไปกินร้านเก่าแก่อีกร้านที่เชียงใหม่คือ ข้าวเกรียบปากหม้อลุงจร หรือที่คนส่วนมากจะรู้จักในชื่อข้าวเกรียบปากหม้อวัดเกตุครับ ,, แม้ว่ามันไม่ใช่อาหารเหนือ แต่ผมก็ยังไม่เจอร้านไหนแหล่มเท่าร้านนี้ (โดยเฉพาะว่าถ้าชอบอารมณ์แบบมันๆ กะทิๆ หน่อย) สุดยอดมากจริงๆ

ข้าวเกรียบปากหม้อที่ถือว่าเป็นตำนานของเชียงใหม่

เท่าที่จำความได้ ร้านนี้ผมกินมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม (กะว่าน่าจะมากกว่า 20 ปีอะนะ) คือเมื่อก่อนร้านหลักที่วัตเกตุจะขายตอนกลางวัน ส่วนตอนเย็นๆ จะมีทีมงานเข็นรถเข็นข้ามสะพานนครพิงค์มาขายหน้าธนาคารกรุงเทพฯ สาขากาดหลวง ขายกันต่ออีกทั้งคืน ยิ่งดึกยิ่งมีคนต่อคิวเยอะ (แต่เดี๋ยวนี้เท่าที่ผ่านไม่เห็นรถเข็นมาขายแล้วนะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเปลี่ยนที่หรือเปล่า)

เดินทางมาร้านนี้

ร้านนี้เดินทางไปตามถนนเจริญราษฎร์ ซึ่งเป็นถนนที่ติดกับแม่น้ำ ถ้าเทียบให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือถนนเส้นที่มีร้านอาหาร Good view, Riverside จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ อีกนิดก็จะเจอร้านข้าวเกรียบปากหม้อซึ่งตรงข้ามกับวัดเกตุการามพอดี๊พอดีครับ ,, ถ้าให้ specify ลงไปอีกนิด ร้านนี้จะอยู่ใกล้ๆ ขัวแขก ซึ่งเป็นสะพานเดินเท้าและเข็นจักรยานสำหรับข้ามแม้น้ำปิงที่อยู่ระหว่างสะพานนวรัฐและนครพิงค์ (งงละซี๊ :P)


View ข้าวเกรียบปากหม้อวัดเกต in a larger map

ปกติร้านขายวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เช้า เท่าที่เคยเห็นร้านเปิดประมาณ 8.00 น. แต่กว่าจะเริ่มอุ่นเตา ลงแป้ง ปั้นเป็นชิ้นๆ สวยงาม กะเวลาพร้อมจำหน่ายจริงๆ จะประมาณ 8.30 น. แล้วจากนั้นก็จะขายไปเรื่อยๆ จนถึงของหมด เทียบๆ แล้วก็ประมาณบ่ายสามโมงหรือเร็วกว่านั้น ,,

หน้าร้านข้าวเกรียบปากหม้อวัดเกต

ถ้ามาถึงร้านเปิดก็จะเห็นเป็นคูหาสองห้องทำข้าวเกรียบปากหม้อ/สาคูใส้หมูกันอยู่กันเป็นทีมอย่างเมามัน ,, แต่ถ้ามาถึงแล้วเห็นประตูสีฟ้าปิดอยู่แปลว่าร้านไม่เปิดครับ ;P

จัดหนักมากันได้เลยครับ

ที่ร้านหลักๆ จะขายแค่ข้าวเกรียบปากหม้อและสาคูใส้หมูซึ่งที่ร้านทำเองสดๆ แต่ก็จะมีของอย่างอื่นข่ายด้วย เช่นหมี่กรอบและขนมเบื้องญวณ (ซึ่งผมไม่เคยกิน) ,, จนวันนี้ผมก็จัดหนักข้าวเกรียบปากหม้อและสาคูใส้หมูมาครับ สนนราคากล่องละ 20 บาทเท่ากัน

Package แสนเรียบง่าย 🙂

เปิดกล่องมาครับ ทั้งข้าวเกรียบปากหม้อและสาคูใส้หมู ทั้งคู่เรียงมาสวยงาม ดูสะอาดดีครับ

กล่องนี้เป็นข้าวเกรียบปากหม้อครับ ,, มาพร้อมพริกและกะทิ
สาคูใส้หมูเรียงเป็นระเบียบดีมาก ,,

แค่เปิดกล่องสิ่งแรกที่จะมาก็คือกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว (จริงๆ ไม่เปิดกล่องก็ได้กลิ่นทะลุออกมานะ) ซึ่งเย้ายวนมากๆ แถมหน้าตาของทั้งคู่ก็ดูดีเอาเสียมากๆ ,, เอาเป็นว่า รีบกินกันดีกว่า อิอิ

หิวกันแล้วสินะ ,, กินกันไม่ยากหรอก

ถ้าเป็นสาคูใส้หมู เปิดกล่องมา เทกระเทียมเจียวจากซอง แล้วก็กินคู่กับพริกขี้หนูและผักได้เลย

โรยกระเทียมลงไป ให้ทั่วๆ ,,
จากนั้นก็เสียบไม้ลงไป จะรู้ถึงความตึ๋งหนึบของสาคู
สาคูใส้หมูหนึบหนับพร้อมหม่ำแล้ว!! เย่ๆ

แต่ถ้าเป็นข้าวเกรียบปากหม้อก็จะมี process เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ,, นั่นคือการเทกะทิครับ

ชิ้นข้าวเกรียบปากหม้อทรงสี่เหลี่ยมเรียงสวยงามในกล่อง
ราดน้ำกะทิปรุงรสลงไป ,, ชุ่มฉ่ำๆๆ

น้ำกะทิที่ราดไปเป็นกะทิปรุงรส ,, รสชาติเข้มข้นมากๆ ออกแนวหวานๆ เค็มนัวๆ เข้ากับสาคูใส้หมูอย่างดี … ออ หลังจากเทกะทิเสร็จ ก็ราดกระเทียมเจียวต่อเนื่อง

โรยกระเทียมเจียวกรอบๆ แบบต่อเนื่อง
ชอบกะทิชุ่มฉ่ำๆ ,, ข้าวเกรียบปากหม้อหวานมันสุดๆ

ซึ่งข้าวเกรียบปากหม้อที่นี่จะวางเป็น 2 ชั้นครับ ระหว่างชั้นคั่นกันด้วยถุงพลาสติก ซึ่งไม่ต้องห่วงเรื่องความเข้มข้น เพราะพอเรายกขั้น กะทิปรุงรสของเราก็จะไหลตามน้ำลงไปข้างล่างเอง (แต่กระเทียมเจียวอาจไม่สมดุลเท่านะ)

ยกชั้นแรกขึ้น ก็จะเจอชั้นใต้ดิน ,, วะฮะฮ่า
เท่านี้ ข้าวเกรียบปากหม้อก็พร้อมแล้ววววววว....

สุดๆ อะวันนี้ ,, ผมชอบร้านนี้มากจริงๆ 🙂

ที่มากินวันนี้

พูดตามตรงว่าเป็นร้านข้าวเกรียบปากหม้อที่ผมว่าดีที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมาเลยนะ ,, ทั้งเรื่องความสะอาด, ความละเมียดละมัยในการทำ, ความเอาใจใส่ และที่เด็ดที่สุดคือรสชาติครับ ข้าวเกรียบปากหม้อและสาคูที่นี่จะออกรสมันค่อนข้างรุนแรง (โดยเฉพาะน้ำกะทิที่หวานมันโคตรๆ ) ถ้าใครชอบมันๆ นี่อร่อยเหาะ แต่ถ้าใครไม่ชอบมันนี่ก็จะเลี่ยนมากๆ ,, ยังไงแนะนำให้กินผักแกล้มไปด้วย

ข้าวเกรียบปากหม้อที่เชียงใหม่ครับ

แม้แผนที่ร้านจะดูงงๆ แถมเปิดเช้าและไม่เปิดวันอาทิตย์อีก แต่มาเชียงใหม่ทั้งทีห้ามพลาดร้านนี้ด้วยหลายประการทั้งปวง