Nagiya

อาทิตย์ก่อนกลับนี้ ได้รับคำเชิญจากพี่ว่านน้ำและหนูเตยชวนไปกินหม้อไฟญี่ปุ่นที่แถวๆ นิฮงมาจิ ,, เออ… ฟังมาจินตนการหม้อไฟญี่ปุ่นไม่ออกจริงๆ ว่ารูปร่างหน้าตาเป็นยังไง รสชาติเปรี้ยวหวานยังไงไม่รู้อะไรซักอย่าง แต่ถ้าเรื่องกินแล้วสองคนนี้น่าจะโอเคอยู่

ณ เวิ้ง นิฮงมาจิ

ไปนิฮงมาจิกันเถิด โอ้สสสสส!!!

ย่างกรายมานิงฮงมาจิ

หลังคาร์ฟูร์พระรามสี่จะมีเวิ้งที่เป็นแหล่งอาหารไฮโซอยู่สองเวิ้งใหญ่ๆ นั่นแก่ K-Village และ NihonMachi


View Nihomachi in a larger map

วันนี้ผมก็มายัง Nihonmachi ซึ่งสังเกตร้านรวงต่างๆ จะออกแนวญี่ปุ่นๆ แทบทั้งนั้น แถมมีพวกร้านที่มีชื่อหลายๆ ร้านมาเปิดสาขาเพิ่มเติมที่นี่ด้วย

โดยร้านเป้าหมายมีไว้พุ่งชนวันนี้คือ Nagiya ซึ่งอยู่ที่ชั้น 1 ของนิฮงมาจิ ซึ่งร้านนากิยะเป็นหนึ่งในร้านหม้อไฟที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่ญี่ปุ่น

หน้าร้าน Nagiya ที่จะมากินวันนี้
มองเข้าไปในร้านมีพ่อครัวปิ้งย่างอย่างเมามัน ได้บรรยากาศมากๆ

เข้ามาในร้านมี 2 ชั้น ชั้นล่างจะมีให้นั่งทั้งแบบโต๊ะธรรมดาๆ หรือจะเลือกนั่งทีเคาน์เตอร์ก็ได้ ส่วนชั้นลอยจะเป็นโต๊ะแบบญี่ปุ่น สำคัญคือเวลาเดินขึ้นชั้นลอยต้องระวังเพดานเตี้ยๆ เวลาเดินขึ้นมาต้องแอบก้มหัวหน่อยนึง

บรรยากาศโต๊ะชั้น 1 ตรงเคาน์เตอร์
นั่งโต๊ะญี่ปุ่นบนชั้นลอยของร้านนากิยะ

ลองเปิดเมนูดูคร่าวๆ น่ากินดีครับ มีอาหารญี่ปุ่นหลากหลายตั้งแต่ปลาดิบ ซูชิ ของปิ้งย่างต่างๆ ของทอดของดิบต่างๆ ดูจนงงเลยทีเดียว
สุดท้ายคิดไม่ออกเอาอะไร ให้ผู้เชี่ยวชาญเค้าสั่งมาละกัน

เมนูอาหารสุดแสนละลานตา

เห็นว่าสั่งไปเยอะเลย ลองมาตามดูก็แล้วกัน

อาหารเรียกน้ำย่อยทยอยมาละคร้าบบบบ

รอไม่นานมาก ก็มีพนักงานมาเสิร์ฟน้ำชาจีนแก้วโต ได้ยินว่าชาที่นี่ไม่ได้รีฟิลนะครับ คิดราคาเป็นแก้ว (วันนี้เราเลยจะจิบน้ำชากันเบาๆ จะได้เอาค่าชามาเป็นค่าอาหารแทน)

ชาจีนแบบเย็นแก้วโตๆ โนรีฟิลนะครับ

คอยไปสักพักก็เริ่มมีอาหารทยอยมา จานแรกเป็นสลัดเต้าหู้ครับ ,, ทีแรกมองไม่ออกว่าเป็นสลัดเต้าหู้ นึกว่าเป็นสลัดปลาซิว เพราะว่ามีเจ้าปลาตัวจิ๋วโรยอยู่ด้านหน้าเพียบ แต่ล้วงเข้าไปในดงแล้วถึงจะเห็นกลุ่มเต้าหู้เย็นๆ ซุกตัวอยู่ข้างใน ถ้ากินแบบแนวคลุกๆ กับเครื่องต่างๆ แล้วก็ใช้ได้นะ

สลัดเต้าหู้ มีโรยปลาซิวเล็กๆ+ปลาแห้งด้วย

ต่อมาเป็นซาซิมิไก่ดิบ ตามตรงเห็นทีแรกแล้วไม่กล้ากิน ดูแล้วแอบหยิยๆ หน่อยนึง ,, แต่พอแตะวาซาบินิด จิ้มโชยุหน่อย เออ.. อร่อยดีเหมือนกันแฮะ ไก่มันสดดีมาก ไม่มีกลิ่นคาวหรือความรู้สึกหยึยๆ เลย

ซาซิมิไก่ดิบ หั่นมาอย่างสวย รสชาติอร่อยดีนะๆ

ไหนๆ ก็ลุยของดิบมาก็ขอลุยต่อด้วยยุกเกะไก่ (อารมณ์คล้ายๆ ยำไก่ดิบแบบญี่ปุ่น) เนื้อเนื้อไก่สับหมักคลุกกับน้ำมันงาจนหอม รสชาติอร่อยดีครับ

ยุกเกะไก่ครับ น่ากินดีมากๆ เลย
คลุกไข่แดงและเนื้อไก่ให้เข้ากัน แล้วหม่ำเป็นคำๆ หอมน้ำมันงาดี

ต่อมา… อันนี้ไม่แน่ใจ อารมณ์พะโล้หมูตุ๋นมาพร้อมกับไข่ยางมะตูม อันนี้ผมว่าเฉยๆ นะ ไข่พะโล้บ้านเราน่าจะโดนกว่า (แต่ไข่ยางมะตูมเค้าแหล่มมากเลยนะ)

หมูตุ๋น+ไข่ต้มยางมะตูม (จำชื่อจริงๆ มันไม่ได้อะ)
เฉาะไข่ต้มดู ,, ไข่แดงไหลเยิ้มเชียว

ของปิ้งย่างทั้งหลายแหล่

หลังจากหมดอาหารล๊อตแรกไป คลื่นอาหารชุดที่สองก็มาละครับ คราวนี้เป็นพวกเสียบไม้ปิ้งย่าง เจ้ว่านแกจัดหนักจริงๆ ทั้งไก่ทั้งเนื้อ ดูแล้วน่ากินมากๆ

จานนี้เป็นเนื้อย่างกับเนื้อส่วนกระบังลม (ถ้าจำไม่ผิดนะ)
เนื้อกระบังลมแบบชัดๆ อีกมุมนึง
อันนี้จำไม่ได้ แต่อารมณ์ประมาณหมูหมักพิเศษเสียบไม้ย่าง
จำชื่อไม่ได้อีกเช่นกัน แต่เห็นเค้าเรียกว่าลูกชิ้นไก่อะ

อยากบอกว่า Set ปิ้งย่างมานี่หอมมากๆ ชิมดูก็ถือว่าอร่อย ต้องชมตั้งแต่เนื้อส่วนที่เลือกมาอร่อยแถมหมักเนื้อต่างๆ ได้กำลังดี จากนั้นก็ปิ้งได้สุกพอดี โดยเฉพาะเนื้อที่ยังมีส่วนกลางๆ ของเนื้อที่ยังสุกไม่มาก เคี้ยวแล้วมีน้ำหวานของเนื้อไหลออกมาด้วย

เวลากินก็แกะไม้เสียบออกมา ก็จะได้เนื้อย่างดีๆ นี่เอง

กินมาก็อร่อยดีนะ แต่ถ้าเทียบกับราคาแล้วผมว่ากินพวกเนื้อปิ้งหมูปิ้งเสียบไม้ทั่วๆ ไปแล้วดูน่าจะคุ้มกว่าเยอะ เพราะนี่จานนึงก็หลักร้อยขึ้นไปเลยทีเดียว แพงใช้ได้เลยทีเดียว

หม้อไฟมาแล้ว

มาร้านหม้อไฟญี่ปุ่นก็ต้องจัดหนักมาซักชุด แต่เท่าที่เห็นเมนูแล้วหม้อไฟเค้ามีให้เลือกหลายสิบหน้ามากๆ มีทั้งแบบเผ็ดมากเผ็ดน้อย เนื้อก็มีให้เลือกทั้งหมูหรือไก่สามารถเลือกได้ โดยเราสามารถเลือกปริมาณซุปตามจำนวนคนได้ เช่นถ้ามากัน 4 คนเราก็สั่งหม้อไฟสำหรับ 4 ที่ได้ ซึ่งราคามันก็จะคูณ 4 ไปเช่นกัน ถ้าคิดที่ละ 200 บาท หม้อไฟนั้นก็จะราคา 800 บาท ซึ่งจะแอบตกใจรุนแรงเวลาเห็นใบเสร็จ

ชุดหม้อไฟ เนื้อหมู+ไก่ดิบ+ผัก+เครื่องปรุง
พร้อมแล้วก็เปิดไฟให้แรงได้เลยครับ
เนื้อหมู+ไก่จัดเต็มมาพร้อมในชุดแล้ว (อันนี้ขนาดสี่คน)

ทุกอย่างมาแบบดิบๆ (แต่ดูเนื้อหมูเนื้อไก่สดดีนะ) ก็ต้องต้มนานหน่อย จริงๆ จะให้สุกตามสูตรต้องให้มันร้อนๆ แล้วผักมันจะถล่มลงไปเอง แต่เจ้ว่านใจร้อนเลยเอาน้ำซุปเดือดๆ ราดให้ผักมันถล่มลงเร็วขึ้น ,, ก็ดีๆๆ จะได้กินเร็วๆๆๆ

เจ้ว่านเร่งราดน้ำซุปเดือดๆ ลงตรงกองผักตรงกลาง

รอจนเดือด ปุด ปุด ปุด … แล้วก็ตักแบ่งกันเป็นถ้วยๆ น้ำซุปร้อนๆ กำลังได้ที่

เดือดแบบนี้ก็เตรียมถ้วยแยกไว้ได้เลย อิอิ
ใส่ถ้วยแยกมาแล้ว ,, น่ากินมากมาย

หม่ำๆ รสชาติอร่อยดีนะ เนื้อหมูและไก่นุ่มดี น้ำซุปกระดูกหอมกลิ่นเครื่องเทศ รสชาติเข้มข้น ออกแนวเค็มๆ เผ็ดๆ เข้ากันกับเนื้อและผักดี ไอ้ผักที่ดูคล้ายๆ กุยช่ายก็ไม่ได้มีกลินแรงอย่างที่คิด หลังจากซัดทั้งถ้วยรู้สึกสดชื่นดี ,, โดยเฉลี่ยแล้วจะตักแบ่งได้ 2-3 ถ้วย (เช่นแบบในรูปสั่งมาสำหรับ 4 คน ก็จะตักได้ประมาณ 10-12 ถ้วยแบ่ง)

แต่ได้ข่าวว่าหม้อนี้หลักพัน แพงได้อีก OMG!!!

ที่มากินวันนี้ครับ

ส่วนตัวผมว่าร้านนี้บรรยากาศดีนะ เหมือนในหนังญี่ปุ่นที่เราดูเค้ากินหม้อไฟกันเลย ส่วนรสชาติอาหารโดยรวมก็ถือว่าโอเคนะ ,, คุณภาพเนื้อหรือผักต่างๆ นี่ถึงขั้นยอดเยี่ยม ใช้ของสดดี หมักเนื้อได้ดี การย่างนี่ย่างได้ที่มากๆ เนื้อไม่สุกเกินไป ,, ส่วนหม้อไฟผมว่ากำลังพอดีนะ แถมการได้ซดหม้อไฟร้อนๆ นี่เหมือนเติมความสดชื่นกลับคืนมาเลย เหมาะเป็นร้านสังสรรค์หลังเลิกงานหรือนัดรวมกลุ่มเพื่อนๆ มากินกันน่าจะสนุกดี ถ้าได้เบียร์แทนน้ำชานี่จะแหล่มมาก ,,

แต่ข้อตินิดนึงคือผมว่ามันแพงไปอะ แม้คุณภาพของต่างๆ เค้าดีจริงแต่ถ้าเทียบกับราคาแล้วผมว่าร้านต้มแซบของไทยถ้ามากินกันแบบนี้น่าจะรวมๆ แล้วประมาณห้าหกร้อย แต่นี่เฉลี่ยคนละเกือบห้าร้อย (ตอนเช็คบิลนี่แทบทรุดกันไป) จะมากินทีนี่ต้องคิดดีๆ เลยทีเดียว

บรรยากาศร้านนากิยะจากชั้นลอยของร้าน

สุดท้ายต้องขอบคุณพี่ว่านสำหรับทริปเลี้ยงส่งนี้นะครับ