Review Nokia N8 ภาคสนามและลองใช้จริง

จริงๆ ผมว่าการเลือกมือถือซักเครื่อง เดี๋ยวนี้เราไม่ได้เลือกแค่การโทรเข้าโทรออกเฉยๆ หรอก แต่เรากับมอง Function เสริมอื่นๆ ด้วย จนหลังๆ ผมว่าไอ้พวก Function เสริมพวกนี้แหละที่เป็นจุดขายและเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อมือถือหรือพวก Smart phone ต่างๆ ,,

วันนี้ผมจะพามารู้จัก Nokia N8 มือถืออีกเครื่องที่ผมคิดว่ามันใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะความสามารถในการถ่ายรูปของมันครับ

ที่มากับการหามือถือใหม่

หลังจากเดินทางไปหลายๆ ที่ ไปเที่ยวมาก็หลายสิบที่ ไปกินมาก็หลายร้อยร้าน ,, ต้องบอกจริงๆ ว่านอกจากหน้าตาของเจ้าของ Blog แล้ว จุดขายอีกอย่างของผมอีกอย่างคือภาพสวยๆ ภายใน Blog ,, ซึ่งก็ปกติการถ่ายภาพเอามาทำ blog ผมใช้กล้อง 2 ตัว คือ iPhone 3GS กับ Canon 400D ด้วยเลนส์ 18-55 EFS (เขียนให้ดูดี แต่จริงๆ เป็นเลนส์คิตอะ TT TT)

ปกติก็พก DSLR คู่ใจไปถ่ายนานาสถานที่

พูดตรงๆ ว่าช่วงหลังๆ ผมพยายามพา Canon 400D ไปเที่ยวมากขึ้น เพราะต้องการให้รูปใน blog มันออกมาแหล่มๆ ให้ Noise น้อยๆ และสามารถถ่ายตอนกลางคืนได้เนียนๆ ,, แรกๆ มันก็สนุกดีนะ เฮ้ย ถือกล้องโคตรเท่ ปรับอะไรได้ดั่งใจดีมากๆ แต่พอทำไปซักครึ่งปีมันจะเริ่มพบกับความขี้เกียจแบก รวมทั้งหลังๆ ผมเริ่มสังเกตว่ารูปถ่ายที่มีตัวผมอยู่ด้วยเริ่มร่อยหรอลง เนื่องจากเพื่อนๆ ของผมไม่มีใครสามารถใช้ DSLR ถ่ายรูปออกมาได้งามๆ เลย ,,หรือแม้แต่ไปเที่ยวกับแฟนสองคน จะหาคนใช้ DSLR ถ่ายให้เราก็ลำบาก หรือบางทีเจอคนเล่น Nikon อีก เจอ Pattern การวางของ Canon ก็จะงงๆ ,, บางทีไปกินที่ร้านถือกล้องใหญ่ไปถ่ายเค้าก็จะมองๆ (อารมณ์ว่ามารีวิวแน่) ซึ่งผมชอบแบบแอบถ่ายเนียนๆ แบบว่ามากินปกตินะ กะถ่ายรูปขำๆ เอาไปลง facebook เฉยๆ

คิดมานานหลายนาน… ผมก็เลยเกิดความตั้งใจจะถอยกล้อง Compact แบบดีๆ ซักตัว ,, แต่หลายตัวเลือกก็วิ่งเข้าหัวผมนะ ทั้ง Panasonic LX5, Canon G12, Fuji X100 (ตัวนี้ชอบมาก), Canon S95 ,, แต่พอคิดอีกสามตลบก็พบว่าเราต้องเสียเงินหมื่นเพื่อกล้องที่นานๆ ทีใช้เลยเหรอวะ ,, มันพกทุกวันแบบมือถือก็ไม่ใช่ จะถ่ายรูปทุกวันก็ไม่เชิงเพราะต้องทำงานที่ไม่ได้ออกฟิลด์หรือท่องเที่ยวอะไรมากมาย,, แล้วกล้องตัวเก่าล่ะ จะเอาเก็บไว้ไหน จะยกให้น้องๆ ก็เสียดาย

คิดมาจนถึงตลบที่เจ็ด หรือเราจะหามือถือที่ถ่ายรูปดีๆ คิดถึง iPhone4 ก็ดีนะ แต่เราต้องขาย 3GS และต้องเพิ่มเงินอีกหมื่นนึงก็ดูไม่ค่อยคุ้ม, หรือจะเอา SS Galaxy S ก็แพงไปไม่หน่อย แถมคิดไปคิดมา ราคาก็จะได้กล้อง compact อยู่แล้ว,, เอาไงดีๆๆๆ

และจนมาถึงตลบที่แปด ผมก็เจอสิ่งที่ผมว่ามันลงตัวกับผมมากๆ นั่นคือ มือถือที่ถ่ายรูปได้ เลยได้มารู้จักกับ Nokia N8 ครับ

ลองศึกษาเครื่องก่อนดีกว่า

แม้ว่ามันจะโฆษณาว่าถ่ายได้ 12 ล้านพิกเซล เท่าๆ กับ Canon 400D แต่สาบานเหอะ ผมไม่เคยสนใจว่ามันจะถ่ายได้กี่ร้อยล้าน pixel เลยยยยย เพราะผมแค่เอามาทำ blog เอง (ผมถ่ายรูปรับปริญญายังใช้แค่ 3-5 Mpx เอง เหตุเพราะมันเปลืองเมมทั้งเมมในการ์ดและคอมเรา และขี้เกียจมานั่ง set RAW files , จังหวะใช้จริงก็แค่อัดโปสการ์ดเอง ซึ่งถ่าย 3Mpx มันอัดได้ถึงกระดาษ A4 เลยนะ) ผมขอแค่ถ่ายรูป 3 Mpx ให้มันชัดก็พอแล้ว ซึ่งรูปที่คุณๆ ดูกันใน Blog ผมมันแค่สองแสนกว่าพิกเซลเอง ยังโดนพวกคิดสั้นก้อบรูปเอามาทำเป็นรูปติดหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ได้เลย

ลองลูบๆ คลำๆ Nokia N8

จริงๆ ก็อยากได้แค่นี้เองนะ อย่างอื่นๆ ที่เค้าโฆษณาเช่นจอ AMOLED, พอร์ทต่อ HDMI หรืออื่นๆ ผมว่ามันเหมือนเป็นของแถมสำหรับผมมากกว่า เอาว่าถ้าใครอยากรู้ Spec แบบเทพๆ ละเอียดตั้งแต่ตัว CPU , เครื่องเคราต่างๆ , กรอบนอกนุ่มในไปถึงซอกตูด N8 ก็ไปดูที่ thaimobilecenter ละกันครับ ผมว่าละเอียดดีครับ

จากนั้นผมก็ไปลองไปดูเค้าทดสอบเครื่องและก็ได้มีโอกาสได้ N8 กลับมาลองเล่นดู พลิกๆๆๆ กดๆๆๆ ลองๆๆๆๆ ,,,, เออ น่าสนดีนะ (ขอบคุณ @nuuneoi ที่ให้โอกาสนะครับ)

คิดดีแล้วจึงถอยมา

มันคงแปลกที่เราเดินพกกล้องตัวนึง+มือถือเครื่องนึงตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอน เข้าห้องน้ำ กินข้าว ไปเรียนหนังสือ ดูหนังกับแฟน อย่างน้อยพ่อผมคนนึงละที่จะต้องถามว่าจะพกกล้องถ่ายรูปตลอดเวลาทำไม,, แต่มันคงธรรมดาที่เราจะพกมือถือ 2 เครื่อง (ซึ่งปกติผมก็พกอยู่แล้วนะ) และการที่เคยได้ลองเครื่องมาก่อนนิดหน่อย ทำให้รู้สึกว่าถอยมาเองเลยดีกว่า ถ้าใครไม่เคยเล่นมาก่อน เจอผมแล้วขอยืมกดๆ เล่นดูได้ครับ

คิดดีแล้วจริงๆ จับและเล่นมาแล้วจริงๆ ก็เลยไปถอยมาครับ

ลองแล้วถูกใจก็เลยต้องถอยเสียหน่อย,, Nokia N8

เปิดกล่องมาก็มีตามนี้ครับ (มี Car charger รวมอยู่ในชุดด้วย) หลักๆ ก็มีพวกคู่มือสายสรรพร้อยสาย หูฟัง และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เกือบครบ ขาดก็แต่สาย HDMI ที่จะต่อเข้า TV น่ะครับ ซึ่งก็มีขายทั่วไป เส้นนึงถ้าไม่ยาวมากก็ประมาณ 300-500 บาท (ที่มีในชุดเป็นตัวแปลงจาก Micro HDMI port เป็น HDMI port ทั่วไป)

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ภายในกล่อง

ส่วนตัวผมโอเคกับรูปร่างรูปทรงมันนะ ,, ส่วนที่ชอบที่สุดสำหรับผมคือส่วน Body ที่เป็นโลหะเกือบทั้งตัว (มีแต่ตรงหัวและท้ายที่เป็นพลาสติกมีดำ) ให้ความรู้สึกขณะสัมผัสที่ผมชื่นชอบ รวมทั้งถ้าเทียบเฉพาะพื้นผิว (ไม่นับร่อง/ซอก/มุมต่างๆ ) ผมว่ามันทำความสะอาดค่อนข้างง่ายเลยแหละ ,, แต่ข้อเสียก็มีคือ ค่อนข้างลื่นเหมือนกัน ถ้ายิ่งจับมือเดียวมีเสียวตกได้ ส่วนริ้วรอยที่จะเกิดจากการเสียดสีมิอาจทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ลองใส่กระเป๋าผม (มักมีเหรียญ, กุญแจ, มือถืออีกเครื่อง ฯลฯ) ก็ไม่ได้มีปัญหารอยขูดขีดอะไร

ถ้าไล่จรดหัวจนถึงตูดดูรูปทรงรูปร่างมันก็ประมาณนี้นะครับ ,,

พอร์ทต่อ HDMI กับแจ๊คหูฟัง 3.5 mm
ด้านหน้าตัวเครื่องมีปุ่ม menu ส่วนด้านล่างมีรูเสียบชาร์จ
ฝาหลังมันจะนูนขึ้นมานิดนึงนะครับ
เปรียบเทียบกับ iPhone 3GS

หลังจากลองใช้มาเดือนนึงได้ ผมจะลองมาเล่าข้อดีและข้อเสียของ N8 ละกันครับ

ข้อดีและจุดแข็งของ Nokia N8

กล้องถ่ายรูป

นี่เป็น Topic หลักและสำคัญที่สุด ,, อาจยาวนะนิดนึงนะครับ

อย่างที่สรรพคุณที่ผมโม้ไว้ตั้งแต่แรกว่านี่คือ “กล้องถ่ายรูปที่โทรศัพท์ได้” เพราะมันมาพร้อมกับเลนส์ Carl-Zeiss คุณภาพดี และตัวรับแสงขนาดใหญ่สูสีกับกล้องดิจิตอลทั่วๆ ไป จนทำให้ภาพที่ออกมามันเนียนกริ๊กมากๆ แม้หลายๆ คนอาจบอกว่าไม่ชอบที่ข้างหลังนูนมา แรกๆ ผมก็เป็นแบบนั้นนะ แต่พอใช้แล้วผมกลับชอบมาก เพราะมันทำให้ผมเอานิ้วไปโดนหน้ากระจกเลนส์ได้ยากขึ้น หรือแม้เวลาวางราบ เราก็มีไอ้ส่วนนูนเนี่ยช่วยยันให้ตัวกระจกไม่ไปนาบติดพื้นเช่นกัน แถมจริงๆ ใช้ไปๆ มันก็ไม่ได้นูนมากอย่างที่เราคิดหรอกนะ

กล้องของ N8 คือสิ่งที่เจ๋งมากเลยทีเดียว

และแน่นอนครับ ความสามารถด้านกล้องของมันเทพมากครับ ,, จริงๆ ต้องชื่นชมตั้งแต่การวาง Layout ของปุ่มกล้องที่สามารถทำได้เนียนมาก เรียกว่าแทบจะเหมือนกับกล้องดิจิตอลทั่วไปเลย ทั้งปุ่มกดสองจังหวะ (กดครึ่งนึงเพื่อล๊อคโฟกัส และกดเต็มๆ เพื่อถ่าย) หรือถ้าไม่สะดวกก็สามารถสัมผัสหน้าจอแทนปุ่มถ่ายรูปได้ ซึ่งจะโฟกัสให้พร้อมเลย

หน้าจอของ N8 อันคล้ายคลึงกับกล้อง digital ทั่วไป

ซึ่งจริงๆ พลังการถ่ายภาพของ N8 ค่อนข้างรุนแรงและเก็บรายละเอียดได้เยอะมาก ซึ่งส่วนมากผมจะถ่ายแค่ 3 ล้านพิกเซลเท่านั้น พูดตรงๆ ว่า 3 ล้านพิกเซลก็เกินพอที่จะเก็บภาพชีวิตประจำวันทั่วๆ ไปแล้ว

ซูมให้เห็นกันชัดๆๆๆๆ
ถ่ายเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้สวดยวดมากๆ

ตัว Nokia N8 ยังมี Mode สำหรับการถ่ายรูปเยอะมาก ทั้งถ่ายวิว ถ่ายใกล้ ถ่ายไกล ถ่ายกลางคืน หรือถ้าโหมดไหนใช้บ่อยๆ เราจะตั้งโหมดเองก็ได้ ,, แถมแต่ละโหมดยังปรับได้อีกเยอะ ทั้งตั้งแฟลช ตั้งชดเชยแสง ปรับ ISO ตั้งเวลาถ่ายได้ มี face detection ด้วย ฯลฯ

มีโหมดให้เลือกเพียบไม่ต่างกับกล้องดิจิตอลชั้นดี
ทดลองใช้ face detection แหล่มมาก
ลองถ่าย Portrait ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
Silhouette ยามเย็น ,, ภาพเนียน มี noise น้อย
ลองใช้ mode closed-up ดู ,, ชัดเจนเปลี่ยน
ขอ Portrait อีกซักภาพ ,, ใช้สะดวกมากมาย
ปรับโหมดดีๆ ก็เอามาถ่ายภาพจากกล้องจุลทรรศน์ได้สบายๆ

ซึ่งเท่าที่ผมลองแล้ว เลนส์ของ N8 จะออกแนว wide นิดๆ ถ้าเทียบกับกล้อง DSLR คงอยู่ในช่วงประมาณ 20 mm ได้เลย ,, นี่แอบถ่ายเทียบระหว่าง Nokia, Canon 400D และ iPhone 3GS

มุมมอง Wide สุดของ Nokia N8
ส่วนนี่เป็นมุมมองจาก Canon 400D กับระยะ 18 mm (18-55mm)
ภาพจาก iPhone ,, มุมแคบกว่าสองภาพบน
เก็บลานเบียร์ทั้งลานด้วยเลนส์มุมกว้างของ Nokia N8

ยิ่งกว่านั้น N8 ยังสามารถเอามาถ่าย Macro ได้ด้วย โดยใช้โหมด Closed-up (รูปดอกไม้) + พลังซูมของกล้อง โดยระยะทำการจะต้องอยู่ห่างวัตถุประมาณ 10-60 cm แล้วใช้การซูมช่วยเอา ซึ่งการซูมเท่าที่ลองมันจะซูมได้ประมาณ 3 เท่า (จากการคะเนด้วยตา) โดยใช้การเลื่อน scale เอา ซึ่งภาพที่ได้จากภาพที่ซูมมีความคมกริบไม่ต่างจากภาพที่ไม่ซูม

ภาพซูมให้รายละเอียดที่เนียนกริ๊ก (ภาพนี้ zoom เต็มที่)

อีกอันที่ต้องชม (จากใจจริง) คือเรื่องแฟลช ,, ผมเคยลองมือถือมาหลายยี่ห้อแล้ว ต้องยอมรับว่าแฟลชกล้องมือถือเป็นอะไรที่กากมากๆ แต่ Nokia N8 ปล่อยพลังแฟลชมาได้เนียนยิ่งกว่ากล้อง compact บางยี่ห้ออีก แถมยังเลือก Mode ของ Falsh ได้อีกด้วย

อันนี้แบบไม่เปิดแฟลช
อันนี้แบบเปิด Flash ไปครับ ,, เนียนดีมาก
ลองเปิด Flash แบบลดตาแดง

ส่วนจุดที่ผมว่าอ่อนที่สุดของ N8 ในการถ่ายภาพคือ Night mode เพราะผมว่ามันยังด้อยกว่ากล้อง DSLR ยิ่งนัก เท่าที่เห็นคือ Noise ยังเยอะ แต่ถ้าเทียบกับกล้องมือถือเหมือนกันจะเห็นว่า noise ระดับนี้ถือว่าน้อยมากแล้ว,, ส่วนเรื่องความคมชัด ผมแนะนำว่า ให้เปิดตั้งเวลา 2 วินาทีไว้ เพราะเท่าที่สังเกตการกดปุ่มถ่ายภาพของ N8 มักจะทำให้เกิดมือสั่นนิดๆ อันเป็นเหตุให้รูปออกมาสั่นๆ เบลอ เราเลยใช้ 2 วินาทีเพื่อเป็นช่องว่างหลังกดชัตเตอร์แล้วให้มือมันนิ่งๆ

ลองใช้ Night mode ถ่ายสภาพการจราจรยามค่ำคืน
ใช้ portrait night mode + no flash คร้าบ

ส่วนการถ่ายวิดีโอก็เมพพอกัน โดยเฉพาะการถ่าย HD นั้นสุดยอดทั้งความคมชัดและการกินหน่วยความจำ กะประมาณว่านาทีละ 100MB ไปเลย ถ่ายครบ 10 นาทีก็ประมาณ 1 GB นุ่มๆ (อันนี้เอามาจาก blog ขิมที่อนุเสาวรีย์ชัยนะครับ) ที่เอามาลงที่ blog มันไม่ HD ,, ถ้าอยาก HD ต้องเข้าไปดูที่ YouTube โดยตรงน่ะ

แม้แต่กล้องหน้าที่หลายยี่ห้อเอามาเป็นแค่จุดขายแต่ใช้จริงแล้วเหมือนเปิดทีวีตอนตีสี่ (ที่มันดูซ่าๆๆ) เพราะ noise โคตรเยอะ ,, ผมว่า N8 ทำกล้องหน้าได้ดีขึ้นมาก แถมยังจับโฟกัสแบบขำๆ ได้ด้วย (กรุณาอย่าติดกันรอบขุ่นนะจ๊ะ ไม่งั้นกล้องหน้าก็จะง่อยๆ เหมือนผมตอนนี้ที่เป็นอยู่)

Ovi maps

อันนี้เป็นอันนึงที่ผมว่ามันดีมากถ้าทาง Nokia มีการ upgrade ให้ firmware ใช้งานได้ง่ายกว่านี้ เพราะจุดเด่นของแผนที่ Ovi maps เหนือกว่า Google maps บน iPhone3GS คือ

  • มีความแม่นยำมากกว่าเห็นๆ คือถ้าบริเวณที่ไม่แน่ใจ Google maps จะบอกมาแค่เป็น Zone ตามความกว้าง แต่ Ovi maps เท่าที่ลองจะบอกรายละเอียดที่ชัดลงไปได้มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อผมอยู่ตามตึกหรือบริเวณที่ฟ้าปิดหน่อยจะชัดเจนขึ้น
  • ใช้ได้แม้ตอนที่ไม่มี Internet connection โดยเราจะต้องมีแผนที่โหลดเก็บไว้ก่อนนะครับ แต่แบบนี้จะใช้เวลาพอสมควรในการเชื่อมต่อ บางครั้งช้ากว่าปกติมาก (หลักนาที) แต่ก็ดีกว่าไม่มีเนตก็ใช้ไม่ได้เลย
  • ส่วนที่ Ovi maps โฆษณาว่าทำแผนที่ 3 มิติสำหรับตึกสูงได้ อันนี้เฉยๆ ครับ

แต่อย่างที่บอก ข้อเสียของ Ovi maps ก็อย่างที่บอกแหละครับ เข้าใจและใช้ยากกว่า Google maps เยอะ รวมทั้งพวก interface ต่างๆ ก็ยังไม่เนียนตาเท่า google maps

ถ้า Ovi maps พัฒนามากกว่านี้ + ใช้ง่ายกว่านี้ จะดีมาก

การเติม Memory card เสริม

แม้ว่าในเครื่องจะมีให้อยู่แล้ว 16 GB แต่ถ้าพวกคลั่งการเก็บหนัง ถ่ายวิดีโอ หรืออะไรก็ตาม เราสามารถยัด MicroSD เข้าไปได้เลยครับ ซึ่งมันก็จะเพิ่มความจุของเครื่องได้แบบทันตาเห็นเลย และยังถอดเปลี่ยน MicroSD ได้ดั่งใจต้องการด้วย

ใส่เมมเพิ่มได้ตามใจต้องการ

ส่วนตัวผมแนะนำว่าการซื้อ MicroSD ควรเลือกที่มันเป็น class4 เป็นต้นไป ถ้ารวยจัดตังเหลือก็กด class10 ไปเลย เพราะเท่าที่ลองมาอัตราการโอนถ่ายข้อมูลของ class4 ยังเพียงพอต่อการถ่ายและเล่น HD video รวมทั้งไฟล์เพลงที่ bit rate 320 kbps ครับ , ถ้าใช้ class 2 หรือต่ำกว่าผมไม่แนะนำครับ เพราะมันจะทำให้การเล่นหรือถ่าย video มันอาจมีสะดุดกึ๊กๆ บ้างในบางคราว รวมทั้งการเปิดภาพหรือเล่นโปรแกรมต่างๆ ที่อยู่ภายใน MicroSD ก็จะช้าครับ

การเชื่อมต่อต่างๆ

สิ่งที่ผมว่า Symbian เริ่ดกว่า iphone แบบกินขาดสามช่วงตัวคือเรื่อง Data transfer ทั้งการเชื่อมต่อ bluetooth, การต่อ cable เข้ากับคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การถอดเมมโมรี่การ์ดออกมา และก็สามารถเข้าถึงข้อมูลและจัดการ files ของเราได้ทั้ง copy, ลบ, หรือเซฟลงไป, ส่งต่อ หรือทำอะไรก็ได้อย่างอิสระ ซึ่งเกือบทั้งหมด iphone ได้จำกัดความสามารถเหล่านี้ เวลาจะแก้ไขอะไรทีต้องจัดการผ่าน itunes เท่านั้น (ถ้าคุณไม่เจลเบรค)

และที่เริ่ดเหนือเริ่ด ตัว Nokia N8 มีพอร์ตน้อยทางด้านซ้ายมือ ซึ่งเราสามารถเอามาต่อเข้ากับ Handy drive หรือ memory card ต่างๆ ได้เลยโดยตรงผ่านสายที่มีอยู่ใน set อยู่แล้ว ,, อารมณ์ว่าถ้าเราไปเที่ยวกับเพื่อนที่มีกล้อง + มี card reader เราก็สามารถแชร์ภาพกันได้สบายๆ

สามารถเชื่อมต่อกับ Handy drive ได้โดยตรง

ในจุดนี้ขอปรบมือให้จริงๆ ตรั่บๆๆๆๆ

การใช้หูฟัง

ช่องแจ๊คเสียบหูฟังของ Nokia N8 เป็นแบบมาตรฐานทั่วๆ ไปคือ 3.5 mm ซึ่งใช้หูฟังอะไรมาเสียบก็ได้
แต่ที่เริ่ดคือเอาหูฟังของ iphone มาเสียบได้ ,,
มันเริ่ดตรงที่ สามารถใช้ small talk ของหูฟัง iphone ได้เลย สบายนุ่ม

เอาหูฟังของ iPhone มาเสียบได้สบายๆ

แต่พูดตรงๆ ผมชอบหูฟังของ Nokia ที่ให้อยู่ในกล่องมากกว่านะ

แบตเตอร์รี่ที่ให้มาในเครื่อง

แม้ว่า Nokia N8 จะแกะแบตออกมาค่อนข้างลำบาก (มาก) แต่เท่าที่ลองใช้ แบตของผมถ้าใช้งานปกติจะอยู่ได้ประมาณวันครึ่ง เมื่อเทียบกับ iPhone 3GS (หลังจากเปลี่ยนแบตมาแล้ว) ที่จะอยู่ได้วันนึง ,, โดยผมเคยลุยโดยสร้างกิจกรรมทั้งวันให้กับ N8 ด้วยการลุยถ่ายรูปทั่วกรุง ถ่ายวิดีโอ ต่อเนต เล่นนั่นเล่นนี่เกือบตลอด ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นๆ แบตก็ยังเหลืออยู่ประมาณ 2 ขีด ,, สิ่งนึงที่ผมว่ามันช่วยได้คือ Nokia N8 มันมี Mode ประหยัดแบตนะ จุดนี้ผมว่าโอเคเลย แบบว่าถ้าเรารู้ plan ว่าวันนี้เราจะลุยข้างนอกสองวันไม่ได้ชาร์จ เราก็เปิด Mode นี้ไว้เลย สบายมากๆ

นอกจากนั้นการชาร์จแบตอาจเลือกชาร์จผ่านหัวชาร์จโนเกีย (อันเล็ก) หรือจะชาร์จผ่านคอมเอาก็ได้ ,, ผมว่าสะดวกดี

การมี software พื้นฐานบางอย่างติดมาให้เลย

ต้องร่วมชาบูจริงๆ ที่ Nokia N8 มี Quick Office และ PDF reader ตัว Light version มาให้ ,, แม้จะแก้เอกสารอะไรไม่ได้ แต่มันก็อ่าน File พวกนี้ได้อย่างเนียน ซึ่งถ้าใครอยากอัพเกรดเป็นตัวเต็มที่ทำได้ทุกอย่าง แก้ไขงานเอกสารได้ ทำนั่นทำนี่ได้ก็สอย Full version มาได้นะครับ ราคาประมาณ 100 บาทเอง ,,นอกจากงานเอกสารแล้ว N8 ยังสามารถอ่าน Zip file ได้, มี dictionary มาให้ และวิทยุ FM ติดมาให้ฟรีๆ ด้วย , แหล่มจริงๆ ในจุดนี้ 🙂

โปรแกรมที่แสนจำเป็น มีติดมาให้ฟรีเลย 🙂

การแสดง Graphic+เพลง๙วิทยุ และพอร์ท HDMI

การแสดงผลกราฟิกของ N8 ทั้งผ่านหน้าจอมือถือ หรือผ่านพอร์ท HDMI ผมว่าเค้าทำได้ดีนะ ,, ในส่วนนี้ผมขอไม่พูดมาก เพราะไม่ได้ใช้จริงเท่าไหร่ (ปกติไม่ค่อยได้ดูหนังจากมือถือหรือเอาหนังใส่ในมือถือน่ะ)
ส่วนเรื่องฟังเพลงผ่าน N8 ผมว่าเค้าทำ player ได้ดีนะ เล่นง่ายและเข้าใจง่ายดี,, มองเผินๆ คล้ายๆ กับ iPod เหมือนกันแฮะ
ส่วนวิทยุผมไม่รู้จะบรรยายไงแฮะแต่โดยรวมผมว่าโอเคนะ เสียงใช้ได้ ส่วนการ scan หาคลื่นอัตโนมัติก็ดีนะ สะดวกที ไม่ต้องกดหาเองแต่รกและเยอะ เพราะคลื่นเล็กๆ น้อยๆ คลื่นแทรกคลื่นแซบอะไรปนมาหมด ซึ่งต้องมาลบอีกที (เห็นเพื่อนบอกว่ามี application ที่เราปล่อยคลื่นวิทยุได้ด้วย เช่น เรานั่งในรถยนต์ ต้องการฟังเพลงในเครื่องเรา เราก็ให้ Nokia ปล่อยคลื่นแล้วใช้วิทยุในรถจูนหาคลื่นได้ — แต่ตอนนี้ยังหาไม่เจอแฮะ)

ส่วนข้อเสียของ N8 ล่ะมีไหม

ต้องยอมรับว่า มีไม่น้อยเหมือนกัน ฮาๆๆๆ แนะนำให้ลืมคำชมก่อนนะครับ ^^’

เครื่องดับ?!!?

อันนี้เป็นปัญหาที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน เห็นที่เข้าพูดกันอารมณ์ชาร์จไม่เข้าหรือไม่ก็ปลุกไม่ตื่น แก้ไขอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปอ่านที่บอร์ดของ N8lover.com ละกันครับ ,, แต่ดูเป็นปัญหาที่สำคัญเหมือนกันแฮะ

ระบบ Symbian^3 และ Keyboard

แม้หลายคนจะบอกว่า Symbian^3 ที่เป็นระบบปฏิบัติการของ Nokia N8 จะเป็น Symbian ตัวที่เริ่ดที่สุด ทำงานได้ลื่นและตอบสนองได้ดีเยี่ยม ,, แต่กระนั้นเลย ผมว่า มันยังกากส์มากส์เมื่อเทียบกับ Android และ iOS หรือแม้แต่ Windows Phone 7 เท่าที่ผมลองมานี่โคตรแม่เจ้าจะลื่นปรื๊ดๆ แถมตอบสนองได้ทันใจกว่ามากๆ ,, ดังนั้น ขอจงอย่าลำพองใน IU ที่ท่านมั่นใจนะครับ

อีกเรื่องเลยที่มากับเครื่องคือเรื่อง Keyboard โดยที่น่าด่าเป็นภาษาฮิบรูที่สุดคือ Keyboard แนวตั้งครับ แม้ว่าคุณพี่จะมีระบบเดาคำ (ที่ผมว่ามันใช้ได้นะ) แต่เห็นแบบนี้พูดไม่ออกจริงๆ โดยเฉพาะภาษาไทย รบกวนคุณพี่จะทำ virtual keyboard เหมือนเจ้าอื่นๆ ได้ไหมครับ นี่ผมต้องกลับมานั่งท่อง ก-ฮ ใหม่อีกรอบเลยนะเนี่ย ,, โอเคครับ จะเถียงว่าตอนแนวนอน keyboard จะเป็นแบบทั่วๆ ไป แต่ layout ของแป้นพิมพ์พี่ก็ดันไม่เหมือนชาวบ้านอีก

เห็นคีย์บอร์ดแบบนี้พูดตรงๆ ว่าปวดตับจริงๆ

และที่น่าด่าเป็นภาษาตุรกีคือการเปลี่ยนภาษาครับ กว่าที่ผมจะเข้าไปเปลี่ยนได้ทีนี่กดไปประมาณ 4-5 ครั้ง ซึ่งต่างกับเจ้าอื่นๆ ที่กด 1-2 ทีก็เปลี่ยนได้เลยสะดวกโยธิน

การเข้าถึง Social media

แม้ว่า Nokia N8 จะได้รับการโฆษณาว่าออกแบบมาสำหรับการเล่น social media แต่เท่าที่ผมลองเล่นดู ไม่เห็นมันจะสนับสนุนตรงไหนเลย ไล่ตั้งแต่

  • keyboard ที่เพิ่งบ่นไปเมื่อกี้ กับรูปลักษณ์ที่ทำตัวเหมือนปุ่มกดสิบสองปุ่ม ไม่สนับสนุนการเล่นเท่าที่ควร โดยเฉพาะการเล่นมือเดียว
  • ตัวโปรแกรม Social ที่แถมมาให้ ขอบอกว่า ใช้ยากมากส์ ตั้งแต่การ Login แล้ว ที่มันจะชอบเด้งออกเองตลอดเวลาปิดโปรแกรม ทำให้ต้องกด Login และใส่ password ใหม่แทบทุกครั้ง
  • หน้าตาของ Social ที่ Nokia ,, ที่ผมว่ามันยังไม่ดีพอ
  • ตัว twitter ก็รองรับแค่ reply กับ favorite กับอัพโหลดรูปง่ายๆ ส่วนฟังก์ชันการทวีตอื่นๆ ขอเรียกว่าง่อย ตั้งแต่การ retweet, การดูการตอบ reply, การแสดง profile ของคนที่เราสนใจ และอื่นๆ อีกมากมายที่สาธยายทั้งสัปดาห์ก็ไม่หมด
  • ส่วน facebook เหมือนจะดูดีนะ และมีความสามารถมากกว่า twitter แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ ตั้งแต่ไม่มี notification , ตัวภาษาที่ยังดูแปลกๆ , การเข้าไปดู profile ของเพื่อนก็ลำบากอยู่ ทำให้รู้สึกว่าถ้าย้ายค่ายจาก Facebook บน iPhone มาเล่นบน Facebook ของ Nokia นี่ต่างกันราวฟ้ากับเหว เล่นลำบากจริงๆ แถมฟังก์ชันก็ไม่ครบ
  • ใช้ Twitter, Facebook ยากมวากส์
  • ตอนนี้หาลอง Social ดีๆ แต่ยังไม่ perfect โดนใจเท่าที่ควร ทั้ง Nimbuzz, Snaptu, IM+ หรือ Gravity ,, แต่เท่าที่ work สุดน่าเป็นเจ้า Gravity นี่แหละ แต่ตัวเต็มราคา 215 บาทถ้วน ตัวเดียวที่ผมมองว่าพอเข้าท่าคือ Whatsapp (อันนี้ไม่มีข้อติ)
  • ยิ่งไปกว่านั้น การ upload รูปผ่านปุ่ม share (เป็นปุ่มที่กดทีเดียว กระจายไป social ทุกที่,, มักแทรกซึมตัวเองหากเรากดดูรูป) คุณภาพรูปที่ upload ขึ้นไปนี่ผมรับไม่ได้จริงๆ บีบอัดรูปได้เละมากๆ เรียกว่ากล้องที่เรียกว่าชัดโคตรๆ ของ N8 ก็มาเสียคนก็เพราะปุ่ม share นี่แหละ,,แต่แม้ความกากของ Share จะมีมาก ผมแนะนำให้ลง PixelPipe เอามากระจายรูปแทน Share ได้ ,, พูดตรงๆ ว่า PixelPipe มาเติมความสุมดุลตรงจุดนี้ได้ดีโคตรๆ
การมาของ PixelPipe มันสวดยวดมาก

ระบบแบตเตอร์รี่ของ N8

อาจงงว่าเมื่อกี๊เพิ่งชมแบตว่าดีนักดีหนา ไหนมาด่าว่ามันแย่ล่ะ
จริงๆ ตัวแบตไม่ได้แย่หรอกครับ แต่ที่แย่คือ ระบบและวงจรของเครื่อง Nokia N8 ที่มันเอามาต่อกับ Mobile booster ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตัว Nokia N8 เกิดทีหลัง Mobile Booster แล้ว แต่ทำไมยังไม่รองรับสกิลในจุดนี้ ไม่เข้าใจ,,
แม้หลายคนจะกร่นด่าว่า iPhone เปลืองแบตมากๆ เล่นเกมส์แป๊บเดียวหมดไป 40% ,, แต่การที่เรามี external battery อย่าง Mobile booster ทำให้ยืดพลังได้ไปอีกหลายสิบชั่วโมงเลย ,, แต่ Nokia N8 แม้จะมีแบตเยอะกว่าและรองรับระบบประหยัดพลังงานที่ดีกว่า แต่ถ้าต่อแบตนอกไม่ได้ก็จบก่อนแน่นอน

ความหลากหลายของ Application

แม้ Ovi store จะบอกว่าตนโตขึ้นทุกวัน มียอดดาวน์โหลดเยอะเท่านั้นเท่านี้ แต่ในโลกแห่ง end user ตาดำๆ แล้ว เท่าที่ผมสังเกต พวก Application ขยะนั้นยังมีจำนวนเยอะอยู่ ซึ่งจริงๆ จุดนี้ผมว่ามันเป็นปัญหามาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาจิ๋นที่เริ่มมี Nokia ลงโปรแกรมได้ใหม่ๆ แล้ว ,, เพราะว่า Nokia ที่ต่างรุ่นกันบางทีไม่ support โปรแกรมกันเอง อาจเป็นปัญหาระดับจอบ้าง, ระดับรุ่นของ Symbian ไม่ตรงบ้าง ,, เหนื่อยทั้งคนพัฒนาโปรแกรม เหนื่อยทั้ง user ,, แต่สุดท้าย คนที่เสียก็คือตัว Nokia เอง

พวก Application ที่ผมว่าไม่ค่อยมีประโยชน์มีเยอะอะ

แถมชนิดของ Application ที่มีก็ยังไม่หลายหลากเท่าไหร่ โดยเฉพาะสำหรับผม กลุ่ม Application ทางการแพทย์ก็ยังไม่มี ก็เสียตลาดกลุ่มพวกแพทย์ไปส่วนนึง (ซึ่งถ้ามีจริง ราคาคงแหงหูฉีกปอดฉีกเลยทีเดียว) ,, ส่วนเกมส์นอกจากความหลากหลายแล้ว (แต่เริ่มมีเกมส์เจ๋งๆ ใน Ovi Store เยอะขึ้นนะ) ผมว่ายังไม่สวยและลื่นเท่ากับ iphone เทียบเห็นๆ ด้วย Need for Speed : Shift ซึ่งมีทั้งใน Nokia N8 และ iPhone 3GS ,, เวลาเล่นผ่าน 3GS มันจะ smooth มากกว่าและ graphic ก็ทำได้เต็มที่กว่ามาก

อย่าคิดว่าตัวเองคือ Perfect และเจ้าตลาด

ในอดีตต้องยอมรับว่า Nokia เป็นเจ้าตลาดมือถือจริงๆ ออกรุ่นไหนมาก็จบตรงนั้น ไม่ค่อย/ไม่มี update อะไรเพิ่มเติมแบบ official เท่าไหร่ โดยเฉพาะตัว firmware ของเครื่อง (เพราะเท่าที่เห็น firmware มันก็เป็นพวก unofficial ที่แฟนๆ ทำขึ้นมาเพื่อหักลบจุดด้อยจากของเดิม) ,, หรือถ้ามันให้ update จริงๆ พอ update ก็แทบไม่เห็นความต่างหรือความจำเป็นที่จะต้อง update ใดๆ รวมทั้ง Nokia ชอบกั้กเทคโนโลยีไว้ ทั้งๆ ที่ตัวเองก้าวไปถึงข้างหน้าแล้ว แต่ก็ยังไปปล่อยเอาของที่ยังไม่เป็นที่สุดออกมา แม้แต่ N8 ก็ตาม ทั้งเรื่อง CPU และ Software ก็ยังปล่อยไม่สุด

ผมว่าแนวคิดแบบนี้เป็นอะไรที่โคตรผิดมหาศาลเลย ,, Nokia N8 เป็นรุ่นที่ยังมีความสามารถอะไรอีกมากและยังสามารถเพิ่มขีดจำกัดของตัวมันได้อีก หาก Nokia ตั้งใจจะแก้ไขพวกจุดด้อยที่ผมพล่ามๆ มาพวกนี้แบบจริงจัง เช่นการ upgrade ตัว firmware จากปัจจุบันที่เป็น Symbian^3 ไปเป็น MeeGo ได้ในอนาคต หรือแม้แต่การออก virtual keyboard ในแนวตั้ง หรืออย่างน้อยก็มีการ update firmware หรือแก้ bug ต่างๆ , การออก program ที่ support กล้องเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไอ้พวกลูกเล่นที่ดูเหมือนจะติ๊งต๊องๆ หน่อยๆ เช่น ทำ Lomo, แต่งภาพตลกๆ, ถ่าย Polaroid อะไรแบบนี้ด้วย ซึ่งมันจะเพิ่มกลุ่มตลาดของคนใช้ Nokia N8 ให้เพิ่มขึ้นได้ รวมทั้งเป็นนิมิตรหมายอันดีที่จะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ที่ไปในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย

แบบนี้ Nokia N8 น่าซื้อไหม

ก่อนอื่น ผมต้องขอบอกว่า Nokia N8 เป็นมือถือที่ดีมากเครื่องหนึ่งที่ผมลองเล่นมา ,, มันเหมาะกับชีวิตผมมาก โดยเฉพาะการถ่ายรูปต่างๆ และการโอนถ่ายข้อมูล แต่ก็ยังมีข้อติด้าน Social network และเรื่อง firmware ต่างๆ

Nokia N8 ,, อีกหนึ่งโทรศัพท์มือถือที่ดีมากๆ

แต่จริงๆ คำถามแบบนี้เป็นประโยคโลกแตกพอๆ กับไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน
ผมแนะนำว่า ลองถามตัวเองก่อนว่า วันๆ นึงเราใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง มีกิจกรรมหรืองานอะไรบ้าง ,,
เราแค่โทรศัพท์, ต่ออินเตอร์เนต, ถ่ายภาพและวิดีโอ, พกไว้เป็นเครื่องที่สอง, ฟังเพลง, เอามาใช้ chat หรือ share ผ่าน social network, เอามาเล่นเกมส์, หรือพกเท่ๆ ตามกระแสไปแบบนั้นแหละ ,, เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มันเป็นอะไรได้มากกว่าที่มันเคยเป็นน่ะครับ

มันไม่มีอะไรที่ดีที่สุดหรอก ,, มีแต่อะไรที่เหมาะสมและเข้ากับคุณได้ดีที่สุดมากกว่า
ผมรู้ว่าคุณตอบคำถามได้ด้วยตัวเองนะว่าตัวเองเหมาะกับมือถือแบบไหน