เมื่อแบตไอโฟนเสื่อมจนต้องเปลี่ยน

หลังจากที่น้องไอโฟนได้รับใช้ผมมาแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลมาปีกว่าๆ
เราทั้งสองได้ผ่านช่วงเวลาที่ดีและวีรกรรมต่างๆ ตั้งแต่สายชาร์จที่ขาดวิ่นและแตกใน, หูฟังที่ส่วนที่เป็นยางหลุดลอกกระจายน้ำบาน และที่สำคัญคือการผ่าตัดจอแตก

สภาพความเยินของ Accessory ต่างๆ 😛

วันนี้ผมจะมาผ่าตัดไอโฟนผมอีกครั้งนึงครับ

วันนี้ผมมาเปลี่ยนแบตไอโฟนครับ

จริงๆ หลังจากใช้ประมาณปีนึง, ทั้งชาร์จบ่อย (ช่วงที่เล่น 3G เยอะๆ นี่ชาร์จวันละ 4 ครั้งได้), และปล่อยแบตหมดจนต้องกู้ชีพน้องไอโฟนกัน ถ้าเฉลี่ยๆ ผมชาร์จวันละ 2 ครั้ง จำนวน charge cycle น่าจะประมาณ 600-700 รอบได้ ,, ผมก็เริ่มสัมผัสถึงความเสื่อมของแบต (เท่าที่ผมเจอมา) ได้ครับ อันได้แก่

  • แบตลดลงเร็วกว่าปกติ เช่นจากเดิมเคยใช้ได้ 8-10 ชม. แต่เล่นไปเล่นมาเหลือแค่ประมาณครึ่งวัน ,, ลองบู๊ตเครื่องแล้วอาการไม่ดีขึ้น ซึ่งในกรณีผมแบตลด 60% ในเวลาไม่ถึง 4 ชม. ซึ่งเท่าที่สังเกตดูตัวเลขลดไหลลงเร็วมากๆ
  • เครื่องดับเองบ่อยๆ ทั้งๆ ที่เราก็ยังมีพลังงานสะสมในแบตพอควร (โดยเฉพาะกดใช้งานโปรแกรมที่ต้องกินแบตมากๆ เช่น Google maps, กล้องถ่ายรูป) เช่นแบตประมาณ 20% แบตก็ดับเองไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งผมเคยดับเองสูงสุดที่ประมาณ 50%
  • แบตลดแบบกระโดด เช่นอยู่ดีจาก 50% ก็วูบเองเหลือ 35% ภายในเวลาสามนาที ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ใช้งานอะไรซับซ้อนหรือหนักอะไรมากมาย
  • ชาร์จแล้วเต็มเร็ว เช่น ชาร์จไฟแค่ 15-20 นาที จากแบต 40% ก็สามารถขึ้นมา 95% ได้ (ทั้งๆ ที่ปกติมันน่าจะนานกว่านี้ปะ) หรือบางคนอาจพบว่าชาร์จแล้วไม่ค่อยเข้า เช่น ชาร์จทั้งคืนกลับขึ้นนิดเดียว (แต่อันที่ชาร์จไม่เข้านี่ผมว่าน่าจะสายหลุดหรือขาดมากกว่า)
  • ใช้โหมดประหยัดไฟ เช่น ปิดจอสว่างต่ำสุด, เปิด Airplane mode, ปิดเสียง, ปิด wifi แล้วแบตก็ยังลดเร็วอย่างกับน้ำตก อันนี้อาการน่าเป็นห่วงครับ
  • ทัชสกรีนใช้ไม่ได้ (จากคำบอกเล่า) บางคนบอกว่าแบตมันบวมมากจนไปกด touchscreen น่ะครับ

คืออยากบอกว่าที่เล่ามา ผมเจอมาทุกอาการแล้วครับ (ยกเว้นทัชสกรีนกดไม่ไป) TT TT

ถ้าเจอแบบนี้เราควรทำอย่างไรต่อดี

ส่วนตัวผมแนะนำว่าเราควรทดสอบว่าแบตเราเสื่อมจริงหรือเปล่า แต่เสียดายที่ไอโฟนเราถอดเปลี่ยนแบตไม่ได้ เราจึงต้องอาศัยวิธีทางอ้อมและการสังเกตเอา, รวมทั้งอาจต้อง update firmware ด้วย หรือถ้าไม่แน่ใจก็อาจต้องพกสายชาร์จและแบตสำรองไปด้วย และที่สำคัญอย่าลืม Backup ข้อมูลต่างๆ ของเราเป็นพักๆ เพราะไม่รู้ว่าจะหลับไม่ตื่นเมื่อไหร่

เท่าที่ผมลองก็แทบจะทุกวิธีแล้วครับ (เว้นแต่ไม่ได้เปลี่ยน firmware แต่ลอง restore แล้วเฉยๆ)
จนต้องใช้ definitive treatment นั่นคือการเปลี่ยนแบตใหม่ ,,

สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนแบตสินะ 🙁

สำรวจราคาตลาดแบต

มีคนเคยบอกว่า ถ้ามีปัญญาไปสอยเองที่เมืองจีนก่อนนึงราคาจะหลักร้อยนิดๆ หรือถ้าสั่งผ่านทาง ebay จะตกราคาประมาณ 8 -15 USD (พร้อม kit เปลี่ยนเอง) ,, แต่ส่วนตัวผมคงไม่เหมาะกับทั้ง 2 วิธีนี้ เพราะไม่มีปัญญาไปเมืองจีนเอง (แถมไปก็ไม่รู้ซื้อที่ไหน) ส่วนจะซื้อ kit มาเองก็ทำไม่เป็น แถมไม่กล้าเอาเครื่องตัวเองมาเสี่ยงด้วยมือตัวเองด้วย

ซึ่งสุดท้ายก็ต้องมาพึ่ง MBK เอาเอง โดยราคา MBK เท่าที่ผมลองหามา เค้าบอกว่าแบตของ iPhone 3GS มี 2 เกรด ,, เกรดก๊อปราคาพร้อมเปลี่ยนจะประมาณ 500-600 บาท ส่วนถ้าแบตแท้จะอยู่ประมาณ 1000-1200 บาท (เคยถามที่แผงมือถือตามห้างเค้าเรียก 1500 บาท) สุดท้ายตกลงปลงใจที่ราคา 1000 บาท ,, แพงเหมือนกันแต่ถ้าเครื่องแบตหมดไวแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

สภาพแบตของ iphone 3GS ครับ

ลืมบอกว่าแบตแต่ละรุ่นของ iPhone จะมีความต่างกัน ตั้งแต่รูปลักษณ์, ลักษณะการเชื่อมต่อกับแผงวงจร และราคาด้วยนะครับ
ยกตัวอย่างเช่นตัว iphone 3GS จะมีส่วนสายแพร์ยื่นออกมาเพื่อเอาส่วนของแบตไปต่อกับวงจรอีกทีหนึ่ง ,, แต่ถ้าเป็นพวก 2G ตัวแบตจะบัดกรีติดกับวงจรเลย

เปลี่ยนเลยก็แล้วกัน

วันนี้แอบโชคดีที่เจอพี่ช่างใจดีด้วย
เห็นเราถ่ายรูปก็เลยพยายามอธิบายแต่ละขั้น (แต่ผมก็งงๆ) พร้อมหยิบเครื่องที่แกะมาให้ดูด้วย

พี่ช่างใจดีกำลังทำงาน (ไม่เผยใบหน้า)
แกะแยกส่วนของ Touchscreen กับตัวเครื่อง
พี่เค้าก็ชี้ๆ ว่าแกะตรงนี้ ทำงี้นะ บลาๆๆๆ
พลิกขวับมาอีกที ก็แกะให้ได้เห็นแบตมาแล้ว เร็วมากส์

หลังจากนั้นก็เอาแบตใหม่กับแบตเก่ามาเทียบกัน,,, ลืมบอกว่าเป็นแบต Lithium-ion นะครับ
เหมือนกันจัง เหมือนจนเกือบลืมว่าอันไหนแบตเก่าอันไหนแบตใหม่

เอาแบตมาเทียบกัน ^^ เหมือนกันมาก

ถ่ายรูปสะใจก็คืนให้พี่ช่างไปประกอบแบตกลับ
หวังว่าจะหยิบคืนให้พี่เค้าไม่ผิดนะ ^^’

ประกอบแบตกลับคืน ,, พร้อมกลับมาใช้งานอีกครั้ง

เมื่อได้เปิดเครื่องอีกครั้ง

ยอมรับว่าตื่นเต้นเหมือนกันที่จะได้เปิดเครื่อง แต่พอดูอีกที อ้าว.. มีแอปเปิ้ลโผล่มาละ พี่เปิดให้แล้วนี่นา
หลังจากเปิดผมมีแบตประมาณ 50% กว่าๆ ได้
ส่วน App ต่างๆ ก็ครบถ้วนดี ,, พวก รูปต่างๆ, Message และ Contact ก็อยู่ปกติสุขดี
ที่มีผิดเพี้ยนไป (เท่าที่ตอนนี้หาเจอ) มีแค่วันและเวลาที่เพี้ยนไปหน่อย ,, แค่ตั้งกลับมาก็กลับคืนดีแล้ว

เท่าที่ลองเล่นมายังไม่มีความผิดปกติอื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากเงินหายไปพันนึงครับ TT TT

การดูแลแบต Li-ion ให้มีชีวิตยืนยาว

จริงๆ แล้วผมเคยเขียนเรื่องนี้ลงใน blog เก่าแล้ว แต่วันนี้เอามา revised อีกที โดยขออ้างอิงจากกระทู้ที่ ThaiThinkpad ด้วยนืดนึง

“แบตเตอร์รี่แบบ Li-Ion และรวมถึงแบตฯรุ่นใหม่ Li-Polymer ด้วย นั้นจะ นับรอบการชาร์จ (Cycle) ของ แบตฯ ของตัวมันเอง ซึ่งรอบการชาร์จของแบต Li-Ion คือ ชาร์จรวมกันแล้ว 85 – 95 % ขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วย) ถึงจะนับเป็น 1 รอบ ไม่ใช่จำนวนครั้งในการชาร์จ อย่างที่เข้าใจกัน ตัวอย่าง เช่น คุณชาร์จไปครั้งแรก ใช้ไปแค่ 20% ซึ่งแบตของคุณในตอนนั้นเหลือ 80% คุณก็ชาร์จไฟเข้าไปใหม่ คุณจะสามารถทำอย่างงี้ไป 5 ครั้ง ถึงจะ นับ 1 รอบ การชาร์จ

“แล้วอีกอย่างถึงแม้แบตเราจะไม่ได้ทำการชาร์จเลยเป็นเวลานานก็ตามแบตก็จะเสื่อมไปเองภายในเวลา 3 – 5 ปีครับ อันเนื่องมากจากการทำงานของสารเคมีภายในที่หมดคุณภาพไปครับ หรืออาจจะเป็นเพราะข้อจำกัดของสารประกอบและกรรมวิธีของมันเองมากกว่าครับ อันนี้ผมไม่ขอตอบแน่ชัดเพราะว่ายังไม่มีรายงานใดๆ ออกมาครับจึงสรุปได้ไม่เต็มปากครับ แต่ที่สังเกตก็เป็นเช่นนั้นครับ ใช้ไม่ใช้ก็มีอายุเท่ากันแต่ใช้แล้วเนี่ยมันจะสั้นกว่า แต่ก็ไม่ต่างกันมากนักขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างเช่น

  • การใช้เครื่องชาร์จที่ได้รับไฟฟ้าที่นิ่งๆ คือการได้รับไฟฟ้าที่ไม่มีไฟตกไฟเกินไฟกระฉาก ครับ อันนี้มีผล ต่อการชาร์จไฟที่มีคุณภาพ 10 – 20% ครับ
  • อุณหภูมิในระหว่างการชาร์จ หรือประจุไฟควรประจุที่อุณภูมิปกติ และไม่มีความชื่นมากนักเพราะจะทำให้การถ่ายเทความร้อนทำได้ยากขึ้น
  • ขั้วแบตและขั้วส่วนของเสียบสายชาร์จนั้นต้องมีการส่งผ่านไฟที่สม่ำเสมอ เพราะว่าทำให้การประจุไฟหรือการชาร์จเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลที่ดี
  • การหลีกเลี่ยงการทำแบตตกพื้นเพราะจะทำให้หน้าสัมผัสภายในเสียหรือหลุด ได้โดยที่เราไม่รู้ รวมถึงทำให้สารประกอบต่างๆ รั้วไหลได้ (เป็นต้นเหตุให้ระเบิดได้)
  • ควรใช้แบตอย่างถูกต้องตามแบบสารประกอบนั้นๆ เช่น NiCd ให้ใช้หมดก่อนแล้วชาร์จ NiMH , Li-ion , Li-Poly ลักษณะการใช้งานคล้ายมาก จะชาร์จตอนไหนก็ชาร์จเพียงแต่ NiMH นั้นยังมี memory effect ซึ่ง NiMH นั้นเป็นแบตที่เป็นต้นแบบของ Li-ion เลยก็ว่าได้เพราะว่าเอาแก้ไขส่วนของ memory effect ของ NiCD โดยเฉพาะครับ แต่ว่า Li-ion ทำได้ดีกว่า ส่วน Li-ion กับ Li-Poly นั้นแทบจะไม่มีหรือไม่มีเลย
  • การชาร์จในตอนแรกที่ได้รับแบตมานั้น NiCD , NI-HM นั้นใช้ชาร์จ 12 – 14 ชม. 3 ครั้งทุกครั้งใช้แบตให้หมด เพื่อเป้นการกระตุ้นธาตุ Ni ครับ ส่วน Li-ion และ Li-Poly นั้นไม่ต้องครับ แค่ทำให้มันเต็มหรือชัวช์ๆ ก็ 3 ครั้งแรกชาร์จสัก 6 ชม. ก็พอครับ แต่ Li-ion อย่าทำให้แบตหมดเกลี้ยงเป็นอันขาดนะครับ เพราะจะทำให้แบตเสียได้ ส่วน Li-Poly นั้นแก้ไขส่วนนี้มาแล้ว และเป็นแบตที่มีน้ำหนักเบากว่า Li-ion ครับ
  • หวังว่าคงเข้าใจพอสมควรแล้วนะครับ ลองหาอ่านได้จากหนังสือ แบตเตอร์รี่ของ Se-ed ครับผมจำได้ว่าการ สร้าง NiMH นั้นสร้างมาเพื่อลบจุดด้อยเรื่อง memory effect ของ NiCD ครับแต่ว่าไม่มากพอซึ่งมีบ้างแต่ไม่มีเท่าครับแต่ได้ความจุที่มากกว่า NiCD มากเลยนั้นคือสิ่งที่ดีของ NiMH ที่ดี แต่ด้อยตรงที่ NiCD นั้นคายประจุได้สม่ำเสมอและเที่ยงตรงมากที่สุดในแบตที่ชาร์จใหม่ได้ครับ …………… ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสียของมันครับ”

รวมทั้งเท่าที่ผมรวมข้อมูลจาก Apple มาครับ

“Standard Charging

Most lithium-ion polymer batteries use a fast charge to charge your device to 80% battery capacity, then switch to trickle charging. That’s about two hours of charge time to power an iPod to 80% capacity, then another two hours to fully charge it, if you are not using the iPod while charging. You can charge all lithium-ion batteries a large but finite number of times, as defined by charge cycle.

Charging cycle

Charge Cycle. Using and recharging 100% of battery capacity equals one full charge cycle.

A charge cycle means using all of the battery’s power, but that doesn’t necessarily mean a single charge. For instance, you could listen to your iPod for a few hours one day, using half its power, and then recharge it fully. If you did the same thing the next day, it would count as one charge cycle, not two, so you may take several days to complete a cycle. Each time you complete a charge cycle, it diminishes battery capacity slightly, but you can put notebook, iPod, and iPhone batteries through many charge cycles before they will only hold 80% of original battery capacity. As with other rechargeable batteries, you may eventually need to replace your battery. ”

ถ้าแปลภาษาอังกฤษไม่ออกก็ไปอ่านข้างบนครับ คล้ายๆ กัน

สรุปใจความในกรอบ

  • ชาร์จแบตไปเหอะครับ เหลือ 70-80% ก็ชาร์จได้ครับ ไม่ต้องรอให้ลดเหลือ 5% ยิ่งต่ำไปมันไม่ดีครับ
  • เครื่องชาร์จก็เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะดูแลแบตเราครับ เวลาจะชาร์จแนะนำให้เสียบที่ชาร์จกับปลั้กก่อนที่จะเอามาเสียบเครื่อง (บางคนชอบเสียบเครื่อง+ที่ชาร์จแล้วค่อยเอาไปเสียบปลั้ก) ก็คู่มือมันว่ามาตามนี้น่ะครับ
  • อายุแบตอยู่ประมาณ 3-5 ปีโดยเฉลี่ยตามการดูแลตามข้อมูลเบื้องต้น
  • ไม่ควรให้แบตนิ่งโดยไม่มีไฟผ่านเป็นเวลานานๆ ครับ แบตพวกนี้ต้องการการกระตุ้นครับ
  • บทความนี้รวมถึงแบต notebook ที่เป็น Li-ion ด้วยครับ
  • การซื้ออุปกรณ์มือสองควรสอบถามเรื่องแบตด้วย ทั้งเรื่อง cycle count และอายุของแบต ส่วนอุปกรณ์มือหนึ่งควรถามเรื่องการประกันของแบตด้วย ซึ่งบางรายอาจให้ระยะเวลาประกันของแบตไม่เท่ากับตัวเครื่อง
  • อย่าทำแบตตกหรือกระแทกแรงๆ

ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาแจ้งให้ทราบก็แล้วกันครับ
หรือมีปัญหาก็ถามมาดูได้ครับ แต่จขบ. (เจ้าของบล๊อก) ไม่ใช่ช่าง อาจตอบไม่ได้บ้างต้องขออภัย

หลังจากลองใช้มา 10 วัน (Edit เพิ่มจากเดิม)

หลังจากส่งออก Entry นี้ออกไป หลายคนมาให้ comment นอกรอบว่าควรระวังร้านหลอกเอาแบตที่ไม่ดีใส่คืนเราด้วย บางคนบอกว่าลองไปใช้ 3-4 วันแล้วแบตก็ตกฮวบเหมือนเดิม ซึ่งร้านบางส่วนก็จะไม่มีประกันให้หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนแบต เพราะกลัวเราไปแกะเอาแบตออกเองแล้วมาเคลมว่าแบตเค้าเสียเหมือนกัน ,, ผมก็กลัวๆ อยู่เหมือนกันว่าจะสูญเงินพันไปฟรีหรือไม่

หลังจากลองใช้ 10 วันแล้ว แบตอยู่ได้นานขึ้นครับ สภาพเครื่องใกล้เคียงกับเดิม เพราะปกติชีวิตประจำวันผม ถ้าวันไหนเล่นหนักๆ (โดยเฉพาะพวก twitter) ก็จะอยู่ได้ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นๆ ประมาณ 3-4 โมง , แต่ถ้าวันไหนเล่นกลางๆ ก็จะอยู่เหลือราว 40% , ถ้าวันไหนไม่ได้เล่น ก็เหลือไม่ต่ำกว่า 80% ,,

วันนี้ใช้โทรปกติ เล่นปานกลาง ,, เหลือ 39% ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงคืน

ถ้าไม่ลืมจะมา Progress แบตให้เป็นระยะๆ ครับ 🙂