Akiyoshi

วันนี้ขอเปิด Entry ย้อนหลังนิดนึงครับ
ต้องพูดย้อนไปถึงอดีตที่มาอยู่กทม. ใหม่ๆ นับย้อนไปก็ 6-7 ปีมาแล้วสินะ (นานจัง^^)
สมัยนั้นเป็นยุคเฟื่องฟูของหมูกระทะ โดยเฉพาะขาโหดบุฟเฟต์ทั้งหลายทุกคนจะมุ่งเป้าไปยังหมูกระทะ ดูบอลก็หมูกระทะ เลี้ยงน้องก็หมูกระทะ นัดเจอเพื่อนจิบเบียร์อะไรก็หมูกระทะ,, ส่วนคนที่นิยมกินเนื้อก็จะออกแนวลำบากนิดนึง จะหาร้านเนื้ออร่อยๆ สักร้านนี่ลำบากมากจริงๆ

เห็นชาบูแล้วก็อยากกินชาบู ฮว้ากกกก

วันนี้ผมก็เลยมารำลึกความหลังกับร้านเนื้อร้านแรกที่ผมได้มากินที่ร้าน Akiyoshi ครับ

ขอย้อนอดีตอีกนิดนึง

จำได้ว่าสมัยก่อนได้ยินชื่อเสียงร้านนี้จากเพื่อนๆ และพี่ๆ ,, ไอ้เราก็อยากชิมว่าเนื้ออร่อยๆ มันเป็นอย่างไร (ตอนนั้นผมก็กินแต่หมูกระทะเหมือนกัน ยังไม่ได้บ้าคลั่งล่าเนื้อเหมือนตอนนี้) แต่สมัยนั้นยังไม่มีปัญญามากิน ทั้งด้วยราคาที่ถือว่าแพงของระดับนักศึกษาบ้านนอกเข้ากรุง (ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็เรียนอยู่) แถมเดินทางไปก็ไม่ถูก ตึกเติกอะไรก็ไม่รู้จัก พระโขนงอยู่ไหนก็ไม่รู้ ,, สรุปเลยก็ต้องบอกว่าโชคดีนิดนึง ที่มีเฮีย+ครอบครัวพามากิน จำได้ว่าดีใจมากๆ เพราะได้มากินร้านที่ได้กินร้านเนื้อที่ชื่อเสียง

หน้าร้าน Akiyoshi ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง

จำได้ว่าอร่อยมากๆ และก็กินไปเยอะมากด้วย ประมาณ 8-10 จานคนเดียว กินเยอะแบบบ้าคลั่งไปเลย รวมทั้งประสบการณ์หลังจากกินเนื้อวัวชั้นดีเสร็จถือว่าดีมากๆ อร่อยแบบสุดๆ เนื้อก็ดี น้ำซุปก็โอ แถมกินไม่อั้นอีก ,,, แว้ๆๆ อยากกินอีก ,, หรือนี่เป็นจุดเริ่มของการล่าเนื้อของผมหว่า

เกริ่นนิดๆ ว่าร้าน Akiyoshi อยู่ที่ตึก Taisin นะครับ ติดกับรถไฟฟ้า BTS พระโขนงเลย หรือถ้าขับรถมาก็สามารถจอดรถภายในบริเวณอาคารได้ โดยเมื่อก่อน Akiyoshi จะมีแค่ชั้น 2 เป็นชาบู+สุกี้ครับ แต่พอกินไปกินมา พักหลังทางร้านก็งอกเงยชั้นล่าง รวมทั้งมีแผนกปิ้งย่างโผล่มาด้วย ส่วนตัวอยากลองชิมดูเหมือนกันแต่ยังไม่เคยแฮะ


View Akiyoshi in a larger map

ส่วนเวลาเปิดปิด (ล่าสุดที่ถามมา) วันจันทร์ – ศุกร์ร้านจะเปิดเป็นสองช่วง คือตอน 11.00-14.00 น.และ 18.00-22.00 น., แต่ถ้าเป็นวันเสาร์ – อาทิตย์จะเปิดทั้งวัน ตั้งแต่ 11.00-22.30 น.
เอาเป็นว่าไปรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะครับ ที่เบอร์ 023812267, 027140791, 0818696479 ครับ

หลังจากที่ไม่ได้กินมานาน

มากินอีกทีหลังจากที่ไม่ได้กินมานาน แต่ครั้งนี้ผมมาแบบผู้ล่าเนื้อมารอบทิศแล้ว ฮาๆๆๆ อะไรๆ หลายๆ อย่างในครั้งนี้มันก็คงต่างจากครั้งแรก ซึ่งจากประสบการณ์ผม ร้านเนื้อที่ดังๆ หลังจากผ่านช่วง peak แล้วมักจะเจอช่วง depress เนื่องจากจะโดนลูกค้าแห่ไปถล่มจนปรับตัวไม่ทันและกลายเป็นถูกรุมด่าเพราะ service และคุณภาพเนื้อไม่ได้เท่าที่รีวิวไว้โดยจขบ. คนแรก

วันนี้ที่ผมมาก็ได้รับการต้อนรับจากพนักงาน และชาจีนเย็นๆ

ต้อนรับด้วยชาจีนเย็นๆ ครับ

จริงๆ Akiyoshi เริ่มต้นด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปแหละ มีเนื้อชาบูอะไรตามเรื่องตามราว แต่ที่แกดังคือแกล่อเป้าถูกจุดคือเปิดบุฟเฟ่ต์สุกี้ชาบู และก็ไปโดนเข้ากับพวกล่าเนื้อ จากนั้นร้านแกก็ดังมากๆ ,, จนถึงมีช่วงนึงที่ร้านเจอของดี โดนโพสในเนตเพียบ พร้อมกับสมัยนั้นเริ่มมีร้านเนื้อบุฟเฟต์ออกมาเยอะขึ้น เห็นว่าลูกค้า drop ไปเยอะเหมือนกัน

แต่จริงๆ ผมเคยไปกินบุฟเฟต์เนื้อที่นึง ผมไปกินคนเดียว (ด้วยความหิวบ้างคลั่ง) นั่งข้างๆ กับกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คน ,, พอน้องๆ เคากินจะเสร็จก็โวยวายว่าเจอปีเตอร์ โวยวายจนผู้จัดการมาต่อรอง ตอนแรกกลุ่มเด็กๆ กะกินฟรี แต่ต่อไปต่อมาก็ลดราคาครึ่งนึง ,, ทีแรกไอ้ผมที่นั่งกินอยู่ก็เสียววาบว่ากรูจะเจอบ้างรึเปล่าวะ แต่พอแอบฟังกลุ่มเด็กๆ เค้าหัวเราะคิกๆ คักๆ และพูดกันต่อ สรุปใจความว่าของดีนั้นไม่ได้มาจากทางร้าน แต่ว่าเค้าแอบเอามาใส่เอง ,, อันนี้อย่างไรก็พิจารณากันเองนะครับ

แต่เท่าที่ดูแล้ว ลูกค้าทั้งไทยทั้งญี่ปุ่นก็ยังเยอะนะ มาเรื่อยๆ ,,

บรรยากาศในร้าน มีทั้งโต๊ะทั่วไป และห้องแยกโต๊ะญี่ปุ่น

เอาว่าวันนี้ผมก็กินบุฟเฟต์ก็แล้วกัน

และแล้วก็เริ่มสั่งกันเพอะครับ

จริงๆ ก่อนสั่งเราก็เลือกก่อนครับ ว่าจะเอาสุกี้ (น้ำดำๆ) หรือชาบู (น้ำใสๆ) หรือจะเอาสองอย่างซึ่งถ้าเอาทั้งสองอย่างในหม้อเดียวจะต้องเพิ่มเงินนะครับ ^^ วันนี้ผมเลือกกินสุกี้ครับ ,, ส่วนตัวผมชอบน้ำสุกี้ของร้านนี้อะ มันแนวเค็มๆ หวานๆ เข้มข้นดี ,, ถ้าสั่งสุกี้ผมก็ไม่พลาดที่จะสั่งไข่ดิบมาด้วย ,, คิดแล้วหิวๆๆๆ

อย่าลืมไข่ดิบเอามาจิ้มเป็นอันขาด (อันนี้แล้วแต่ชอบ)
ชุดผักมาเสิร์ฟแล้ว

แอบงงว่าเดี๋ยวนี้มีกฏแปลกๆ เช่นจะสั่งผักต้องมี 2 อย่างขึ้นไป เช่น จะเอาเห็ดเข็มทองเพียวๆ ไม่ได้ ต้องเอาเห็ดเข็มทอง+ผักกาดขาว ,, เออ แปลกๆ ดี ,, ไม่รู้ว่าเดี๋ยวจะมีกฏแปลกๆ อะไรมาเพิ่มหรือเปล่า

พอเตาแก๊ส+หม้อมา ก็ผัดเนื้อ กับมันและผัก แล้วก็เติมน้ำสุกี้ลงไป …. รอให้เดือดๆๆ

เติมน้ำสุกี้ให้พร้อม รอให้เดือด วะฮะฮ่าๆ

จากนั้นก็มีเนื้อมาเสิร์ฟครับ ทั้งเนื้อวัว เบคอนและเนื้อหมู
เท่าที่รู้เราเลือกส่วนของเนื้อไม่ได้นะ เค้าเอามาเสิร์ฟให้เลยอะ ,, น่ากินดี

จานนี้เบคอนครับ ,, มันเยอะดีมาก
อันนี้เนื้อหมูครับ แล่มาบางๆ จานใหญ่ไม่แพ้กัน
ส่วนนี้เป็นเนื้อติดมัน ชอบมากๆๆ
อันนี้น่าจะเป็นส่วนเนื้อสันในนะ ,, แดงสดดี

แอบเหลือบดูว่าน้ำสุกี้ที่ต้มเป็นยังไงบ้าง ,, โอ๊ยๆๆ หิวแล้วอะ

เกือบได้ที่แล้ว รออีกนิงนึงก็แล้วกัน เย่ๆๆๆ
ตีไข่รอพร้อมจิ้มสุกี้แล้ว (ผมไม่ได้เทราดนะ^^)

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เย่!!!

เมื่อพร้อมแล้วก็กินกันเถอะครับ

บรรจงค่อยๆ คีบเนื้อขึ้นมา ,, สุดยอดๆๆ
เอาเนื้อมาจุ่มในหม้อสุกี้ ,, เอาแค่ลวกพอสะดุ้ง
อันนี้สุกไปนิดนึง แต่ก็โอเคนะ หิวแล้ว
จิ้มไข่ดิบ แล้วก็เอาเข้าปาก อ้ำๆๆ อร่อยๆ

กินคำแรกต้องบอกว่าอร่อยมากๆ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยกินครั้งแรกมันกลับมาอีกครั้ง
เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าตัวเองกินได้ลดลงแฮะ -_- .. สรุปกินไปประมาณ 5 จานเอง คริๆๆๆ

ที่มากินวันนี้

เท่าที่ผมมาวันนี้ ส่วนตัวผมว่าโอเคนะ เท่าที่กินสุกี้มาหลายที่ ผมถูกปากร้านนี้มากที่สุดแล้ว รสชาติมันเข้มข้นมาก ความหวานและเค็มมันกำลังเข้ากันได้ดี คือยิ่งถ้ากินสไตล์ผมที่จิ้มเนื้อแบบแค่พอสุกขำๆ มันจะเข้มได้ที่ แต่หลายๆ ที่ชอบปรุงน้ำแบบกลางๆ (ซึ่งถ้ากินแบบแช่ให้เนื้อสุกเลยก็น่าจะพอดี) แต่มากินแบบผมมักจะจืดไป ,, แต่พอกินไปเรื่อยๆ น้ำสุกี้เริ่มระเหย ทีนี้เราก็ได้สารละลายที่เข้มข้มระดับเค็มมากๆ ในจุดนี้ควรระวัง ส่วนตัวแนะนำว่าหาน้ำชาบู (น้ำใสๆ) หรือน้ำเปล่าแอบเติมลงไปเป็นพักๆ

อีกอย่างที่ผมว่าดรอปลงคือเรื่องความสม่ำเสมอของเนื้ออะครับ
ไม่ใช่เนื้อแย่ลง แต่มันจะมีเนื้อที่ร่วนๆ ไม่เป็นแผ่นดีๆ ปะปนมาด้วย อารมณ์คีบแล้วเนื้อแตกเป็นชิ้นๆ อะ กินลำบากมากๆ ,, เคยขอเปลี่ยนไป เค้าก็เปลี่ยนให้นะ แต่มันก็กลับมาเหมือนเดิม ,,

เนื้อจานนี้มันเป็นแบบร่วนๆ อะ ,, เจอแล้วเซ็ง

นอกจากนั้นที่ผมว่าแปลกๆ คือมีกฏยิบๆ ย่อยๆ อีกอะ อย่างที่บอกไปเช่น ห้ามสั่งเห็ดอย่างเดียว ต้องสั่งคู่ผัก ฯลฯ
ส่วนการบริการอื่นๆ ก็ยังคล้ายๆ เดิม ผมว่าโอเคนะ เอาใจใส่ดีระดับนึง (ถ้าเป็นญี่ปุ่นมาก็จะดีอีกระดับ)
แต่โดยรวมที่มากินอีกครั้ง ผมว่ามันก็ยังโอเคอยู่นะ ถ้าปรับปรุงเรื่องเนื้อร่วนหน่อยจะดีมากๆ ครับ

ความประทับใจดีๆ มีอยู่รอบตัวเสมอครับ ^^