Nakatani

นานๆ ทีได้มีโอกาสมากินอาหารที่ร้านหรูๆ กับเค้าบ้าง
จริงๆ ส่วนมากที่กินที่ผ่านมาก็เป็นร้านอาหารธรรมด๊าธรรมดา (เหรอ) เอาเป็นว่า วันนี้แหละ กินหรูสุดแล้ว
ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่รู้จักกันในนามว่าร้าน Nakatani ครับ

ทำเลที่ตั้งร้านนี้

ร้านนี้อยู่ชั้น 1 ของตึก PS residence ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 30 อีกทีนึงครับ
ถ้าจะเลือกมา BTS แนะนำให้ลงสถานีพร้อมพงษ์ แต่ต้องเดินย้อนมานิดนึงนะครับ
เข้ามาในซอยลึกประมาณ 300 เมตรได้ครับ จะเดินมาก็ได้ครับ แต่เหนื่อยหน่อย
โดยจะเห็นตึกอยู่ทางด้านขวามือ สังเกตดีๆ ครับ

หน้าตึก PS residence ที่มีร้าน Nakatani ที่กำลังจะไปชิมกันครับ

จริงๆ ถ้าจะพูดให้ครบ คงต้องเรียกชื่อร้านว่า Wagyu Chyubo Nakatani (ความหมายไม่รู้จริงๆ ฮาๆๆๆ)
เพราะร้านต้นตำรับร้านแรกชื่อว่า Baan Nakatani ครับ อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 11 ติดคลอง


View Nakatani in a larger map

ร้าน Wagyu Chyubu Nakatani ที่ไปวันนี้เปิดเป็น 2 ช่วงนะครับ
คือตอน 11.30-14.30 น และอีกทีตอน 17.30-23.30 น โทร 022043199 ครับ
ส่วนร้าน Bann Nakatani ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 11 จะปรับเปลี่ยนเวลานิดนึง
คือเปิดร้าน 11.30-14.00 น และอีกทีตอน 17.30-22.00 น โทร 026510550 ครับ

วันนี้เอาแค่ที่ร้าน Wagyu Chyubo Nakatani แล้วกัน

หน้าร้านครับ สังเกตว่าจะมีออร่าเปล่งมาจากในร้าน คว้างๆๆๆ
ระวังมันจะรู้สึกดูดๆ อยากให้เราเข้าไปในร้านแบบแปลกๆ อร๊างงงงง

หน้าร้าน Wagyu Chyubo Nakatani ที่ชั้น 1

เปิดประตูเข้ามา กริบ,,,, ไม่มีคนเลยครับ ฮาๆๆๆ
ส่วนตัวชอบนะ ร้านเป็นระเบียบ ดูสะอาดตาดีครับ มีเปิดเพลงคลาสสิกคลอเบาๆ

บรรยากาศภายในร้านครับ ดูเจ้าฮะมากๆ

โดยรวมเท่าที่เปิดเมนูราคาอาหารมาก็ถือว่าค่อนข้างแพงครับ
แต่วันนี้ที่จะมากินเป็นเมนูบุฟเฟต์ครับ เป็นชาบูชาบูเนื้อวากิวแบบบุฟเฟต์
พอดีที่ร้านจัดโปรโมชันลดราคา แต่สังเกตราคาแล้วก็เหงื่อตกเหมือนกัน เฮือกกกก
ซึ่งราคาที่ติดนี้ ยังไม่ได้รวม VAT และ service charge แต่ประการใด

เมนูบุฟเฟต๋เนื้อวากิวพร้อมออเดิร์ฟ ,, แพงใช่เล่น

คิดถึงเนื้อวากิว…. เอาวะ อยากลองชิมดูซักตั้ง,,,,
เมื่อตกลงปลงใจตกร่องปล่องชิ้นแล้วก็จัดมาเหอะครับ

แอพพิไทเซอร์แห่งบุฟเฟต์ขั้นเทพ

ก่อนที่จะได้สัมผัสเนื้อ ทางร้านก็มีของตัดกำลัง เอ้ย!! อาหารเรียกน้ำย่อยครับ
มาแบบอย่างหรูเลย ทั้งใส้กรอกอย่างดี, เป็ดรมควัน, สลัดผัก, หมูดำผัดกระเทียม และ เนื้อวากิวย่างไฟ
แค่อาหารเรียกน้ำย่อยก็ทำดีมากๆ แล้วล่ะครับ

ใส้กรอกในน้ำร้อน,, กรอบอร่อยดีมากครับ
Wagyu Roast Beef อร่อยดีอะ หม่ำกะวาซาบิ
หมูดำผัดกระเทียม น่ากินๆๆๆ
สลัด + น้ำสลัดแบบญี่ปุ่น ^^
เป็ดรมควันอย่างเมพ,, ชอบมากๆๆ

ผมว่าแค่เมนูเรียกน้ำย่อยก็สุดยอดแล้วล่ะครับ
ส่วนตัวผมชอบเป็ดรวมควันกับเนื้อวากิวรมควันนะ ผมว่าเค้าทำได้ดีเลยล่ะ
แค่กินออร์เดิฟก็อิ่มจะแย่แล้วครับ เอิ้กๆๆๆๆ

เนื้อวากิวรวมควันอย่างดี อร้างงงงงง!!

เปิดศักราชด้วยสุกี้-ชาบูดีกว่า

ก่อนที่จะซัดบุฟเฟต์ออร์เดิฟจนอิ่ม ก็สั่งเนื้อวากิวมาลองดีกว่าครับ
แต่ก่อนที่เนื้อจะมาลง ก็ต้องตะเตรียมเครื่องเคราต่างๆ ให้มันเรียบร้อยก่อน
ทั้งน้ำจิ้ม เตา และผัก (ผักไม่กินเยอะนะ ฮาๆๆๆ)

ชุดผักสำหรับสุกี้และชาบู ,, ต่างกันนิดหน่อย
ชุดน้ำจิ้ม เครื่องเคียง และไข่

ส่วนหม้อก็มีมาสองเลย อันนึงสุกี้ (หม้อดำ-น้ำดำ) อีกอันชาบู (หม้อเงิน-น้ำใส)
ถ้าอธิบายสั้นๆ สุกี้แบบญี่ปุ่นเค้าจะเป็นน้ำดำๆ รสชาติเค็มๆ หวานๆ ต้มผักอะไรในนั้น เวลากินก็เอาเนื้อดิบลวกเป็นคำๆ แล้วจิ้มน้ำจิ้มหรือไข่ดิบ ซึ่งต่างกับบ้านเราอย่างแรง ,, ส่วนชาบูอารมณ์คล้ายๆ สุกี้บ้านเราปนๆ กับพวกชาบูตามห้าง คือเป็นน้ำใสๆ ดื่มกินได้ จะกินก็เอาเนื้อลงไปลวก หรือจะตักขึ้นมาเป็นถ้วยๆ ก็ได้ แล้วแต่จิตศรัทธา

หม้อสำหรับสุกี้ครับ ,, กำลังเตรียมผัดมันเลย
หม้อนี้เป็นชาบู น้ำใสไหลเย็น ฮว้ากกก

และแล้ว เนื้อวากิวที่รอคอยก็มา แช่แข็งเรียงกันเป็นตับกันมาเลยครับ
เนื้อวากินชิ้นโต หั่นบางๆ และมีลายเนื้อสวยงามดีมาก มองแล้วหิวตะหงิดๆ

อ่า,, เนื้อวากิวที่รอคอย
มองไปดูอีกจาน,, เห็นแล้วสดชื่นดีจัง
เนื้อวากิวแบบระยะใกล้ ,, คิดแล้วหิวตาม

คนไม่กินเนื้อก็มีหมูดำด้วยนะครับ
เนื้อแน่นอร่อยครับ แต่จานแรกที่มาเสิร์ฟแอบมันเยอะไปหน่อยนะ

จานนี้เป็นหมูดำครับ ,, เหนียวนุ่ม

เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เตรียมความพร้อมก่อนเอาเนื้อไปลงน้ำ,,
ไอ้ที่เป็นชาบูก็ไม่มีอะไรมาก เอาน้ำลง ผักลง คนๆๆ ก็โอเค
ส่วนชาบูก็ต้องมีผัดเครื่องลงไปก่อน ถ้าผัดไม่เป็นก็มีพนักงานเค้าช่วยผัดด้วยนะเธอ

ชาบูก็ใส่น้ำแล้วก็ใส่ๆๆๆ ผักไป ,, รอลงเนื้อ
อ่า ผัดหอม และเนื้อลงไปก่อน สำหรับสุกี้ครับ
ทำไม่เป็นก็มีน้องพนักงานมาช่วยผัดให้ ฮาๆๆๆ

และแล้ว ,, ก็ถึงคราวที่เนื้อเราจะลงไปแล้ว

หิวแบบกำลังดี เลยขอเอาเนื้อลงไปกระซวกในน้ำซักทีซิ
อยากรู้เหมือนกันว่าวากิวจะแหล่มแค่ไหน

เอาเนื้อลงไปกระซวกน้ำแบบสุกี้ ฮว้ากกกก
รอให้เนื้อสุกได้ที่,, บุ๋งๆๆๆๆ เนื้อค่อยๆ เปลี่ยนสี

ความสุกของเนื้อนี่แล้วแต่ชอบครับ แต่แนะนำว่าอย่าสุกมาก มันจะเหนียวไป
ของผมแนะนำเอาแบบแดงปะแล่มๆ สีแบบนัวๆ กำลังพอดีๆ ,,
แล้วพอลวกเนื้อเสร็จ บางคนอาจชอบน้ำจิ้ม แต่ผมชอบจิ้มไข่ดิบนะ อร่อยดี

แล้วก็เอามาจิ้มไข่ดิบ ,,, อร่อยๆ

ลองชิมมา เนื้อวากิวมันก็อร่อยแหละ เนื้อเกรดดี นุ่ม และมีส่วนของมันที่กำลังดี
ถ้าเอาเนื้อลงลวกในน้ำสุกี้แบบกำลังแดงนัวๆ พอดีๆ นี่แจ่มมากเลย เนื้อมันได้ที่มากๆ
ถ้าอร่อยก็กินเรื่อยๆ ละครัฟฟฟฟฟ

เอาเนื้อลงอีกเรื่อยๆๆๆ อร่อยจัง

อิ่มมากๆ ครับ จำไม่ได้ว่าซัดไปกี่จานได้ ,,
แต่ถ้าเฉลี่ยจากวันนั้นที่กินไข่ดิบ (ที่เอามาจิ้ม) ไปสามฟอง ,, ตีๆ น่าจะได้สิบจานใหญ่ได้
เวลาเหนื่อยๆ แล้วได้เนื้อเติมพลังนี่ดีจังแฮะ

ที่มากินวันนี้

เนื้อวากิวมันก็อร่อยอย่างที่เค้าบอกแหละนะ
ทั้งเรื่องความนุ่ม ปริมาณไขมันต่อชิ้น รวมทั้งกลิ่นของเนื้อที่ไม่มีเหม็นเลย
จะว่าระดับเทพไหม ผมให้แค่ระดับอร่อยมาก ,, เพราะส่วนตัว ชอบเนื้อย่างมากกว่า ฮาๆๆๆ

เนื้อวากิวอย่างดีที่ Nakatani

แต่ส่วนตัวผมก็ยังมองว่ามันแพงมากๆๆๆๆ อยู่ดี ถ้าตกหัวละพันแบบไม่รวม vat + service charge ซึ่งคิดรวมๆ แล้วประมาณพันสองได้ (นี่ยังไม่ได้รวมเมนูนอกเหนือจากบุฟเฟต์นะครับ) เอาซะเครียดตอนจ่ายเงินเลย
ซึ่งนอกจากเมนูบุฟเฟต์แล้ว จริงๆ เมนูอื่นๆ ของร้านก็ดูน่าสนใจมากๆ ทั้งอาหารชุดและอาหารกินเล่น แถมราคาก็อยู่ในเกณฑ์ที่ผมว่าไม่โหดมากด้วย ,, ถ้ามีโอกาสก็ลองมาชิมกันดูได้

(ปล, โปรโมชัน 999 ของเนื้อวากิวมันมีเวลาจำกัดนะครับ ไม่แน่ใจว่าหมดไปหรือยัง แนะนำว่า ลองโทรไปสอบถามกับทางร้านก่อนดีกว่า)