Cafe Ubuntu

หลังจากที่มักจะไปนั่งร้านเนื้อย่างและอาหารญี่ปุ่น
จนบางครั้ง รู้สึกว่ากลิ่นเนื้อย่างติดตัวเราอยู่ตลอดเวลา ฮาๆๆๆๆ
วันนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งร้านกาแฟบ้างอะไรบ้าง
เบื่อกาแฟกระป๋องที่ต้องกินก่อนไปเข้าเวรแล้วเหมือนกัน

จริงๆ ผมก็ชอบมานั่งร้านกาแฟนะ

จริงๆ ร้านกาแฟที่ผมชอบมากๆ มันก็มีรายละเอียดเหมือนกันนะ

  • คนไม่เยอะมาก ไม่เอาแบบต้องมาเล่นเก้าอี้ดนตรียืนต่อคิวแย่งโต๊ะกัน
  • มี free wifi ไม่ต้องเร็วเว่อร์ก็ได้ ขอให้เล่นพอได้บ้างเป็นพอ
  • เสียงไม่ดังมาก อยากมีสมาธิทำงานหรืออ่านหนังสือ จะเปิดเพลงฟังสบายๆ ก็โอเคอยู่
  • มีปลั๊กไฟบริการ อันนี้สำคัญ เพราะเวลาใช้ notebook หรือจะชาร์จแบตมือถือระหว่างนั่งก็ดี
  • บรรยากาศโอเค ร้านเป็นกันเอง กาแฟพอกินได้ ไม่แพงเวอร์

ด้วยเหตุผลหลายๆ ข้อ ช่วงนี้ผมถูกใจร้าน Cafe Ubuntu มากๆ

วันนี้มานั่ง Cafe Ubuntu ครับ

ร้านอยู่ในซอยศาลาแดง เดินเข้ามาจาก MRT หรือ BTS ก็ได้ เข้ามาอีกประมาณ 100 เมตร ,,
เดินผ่านศาลาแดงซอยสอง และผ่านตึกสีลมแกรมด์เทอร์เรซ
แล้วก็จะถึงร้าน Cafe Ubuntu ที่เป็นเป้าหมายของผมในวันนี้


View Cafe Ubuntu in a larger map

พอมาถึงแล้ว เราก็จะเจอร้านแบบนี้ครับ แนวมาก ไม่มีหลงหรือหาไม่เจอแน่ๆ
ส่วนเบอร์โทรที่ร้านก็มีนะครับที่ 0818882308 ครับ และ Facebook ของที่ร้านครับ

หน้าร้าน Cafe Ubuntu ที่ในซอยศาลาแดง
ร้านเปิด ทุกวันครับ ถึงประมาณสามทุ่มกว่าๆ

เปิดประตูเข้าไปในร้าน

เข้าร้านมาก็เป็นร้านไม่ใหญ่มาก ประมาณห้องนึง แต่บรรยากาศสบายๆ น่านั่งๆ
ร้านตกแต่งแบบแนวๆ แถมมีกลิ่นหอมๆ ของกาแฟ ผมว่าโอเคเลยนะ

บรรยากาศชั้น 1 ตรง counter หน้า barista
บรรยากาศดีๆ ของชั้น 1 ฝั่งโซฟา ,, มีบริการปลั้กไฟและ wifi ให้ด้วย

ที่ร้านมีสองชั้นนะครับ หรือจะเลือกนั่งหน้าร้านก็ได้ครับ เลือกนั่งได้ตามความสมัครใจ
ส่วนตัวผมแอบชอบบันไดทางขึ้นนะ ดูเก๋ดี แต่พอขึ้นจริงก็เสียวเหมือนกัน

บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวขึ้น ที่ชั้น 2
บันไดวนๆ สำหรับขึ้นชั้น 2

นั่งถามเจ้าของร้านว่า Cafe Ubuntu มันเกี่ยวอะไรกับ OS ที่เป็น Ubuntu หรือเปล่า
เค้าบอก ไม่เกี่ยวกันครับ…
แถมยังให้ประวัติเพิ่มเติมว่า จริงๆ ร้านนี้เปิดมาหลายปีแล้ว แต่ก่อนอยู่ฝั่งตรงข้าม ขายหลายอย่าง ตั้งแต่กาแฟ ขนม ยันไปถึงเฟอร์นิเจอร์ (จริงๆ ก็คล้ายๆ ร้านอะกาลิโกนะ) ร้านใหม่ย้ายฝั่งมาได้ 1-2 ปีแล้ว ขายแต่กาแฟกะขนมเป็นหลัก ชื่อ Ubuntu ก็ใช้มานานมากแล้ว ไม่ได้มีอิทธิพลจากโอเพ่นซอร์ซใดๆ มาเกี่ยว …
ส่วนที่ใช้ Ubuntu เพราะชอบความหมายของมัน ที่แปลว่า ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน…

แบบว่า Ubuntu มากครัฟฟฟฟฟ
ชอบลายบนแก้วกาแฟที่นี่นะ ดูน่ารักและเป็นเอกลักษณ์ดี

นั่งนาน สั่งอะไรมาบ้างอะไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำพี่น้อยหน่า Barista ที่แสนใจดีก่อนครับ ผู้เป็นเจ้าของ Blog หมีป่วยเข้าครัว และหนังสือเบ๊ตเตอร์เบนโตะด้วย (ถ้าสนใจหนังสือบอกพี่เค้าก่อนได้ แล้วไปรับที่ร้านพร้อมลายเซ็นต์ แถมแอบชิมฝีมือพี่เค้าได้ด้วย ฮาๆๆ)

เบื้องหลัง Barista พี่น้อยหน่า -- น่ารักมากๆๆ

หิวมากสั่งแซนวิช พี่น้อยหน่าเลยจัดแซนวิชแต่งหน้าหมีมาให้
น่ารักมากๆๆๆ กินไม่ลงเลยอ่า ,, เอาเป็นว่าถ่ายรูปเก็บไว้ซักหน่อย

แซนด์วิชประยุกต์ของพี่น้อยหน่า น่ารักมากๆๆ

แต่พอกินแซนวิช ,, ก็เริ่มติดคอ ,, หรือนี่จะเป็นแผนของพี่น้อยหน่าวะ -_-!!!
งั้นก็ขอสั่งพวกเครื่องดื่มเย็นก่อน จะได้ลื่นๆ คอ อันนี้เป็นชา Saffron พิเศษ หอมดีครับ

ชา Saffron เย็นชื่นใจดีครับ

ส่วนนี่เป็นน้ำแอปเปิลปั่นผสมอะไรซักอย่าง
จริงๆ เป็นของของลูกค้าข้างนอก ,,เห็นสีสวยน่ากิน เลยขอพี่น้อยหน่าถ่ายก่อนยกไปเสิร์ฟ
น่าจะแอบชิมซักนิด ,, เสียดายจัง

น้ำแอปเปิ้ลปั่นผสมอะไรซักอย่าง น่ากินดี

นั่งนานก็ขอสั่งคาปูชิโนร้อนๆ สักแก้ว,, อันนี้ของผมเอง,, พี่น้อยหน่าก็ยังไม่ลืมทำหมีให้
ส่วนตัวรสชาติกาแฟผมว่าโอเคเลยนะ หอมอร่อยและปรุงหวานได้ดี
ดื่มเข้าไปนอกจากจะให้กลิ่นหอมและรสที่สดชื่นของกาแฟ ในแก้วยังเต็มไปด้วยความพิถีพิถันและความตั้งใจของ Barista ที่ใส่ลงไปในแก้วอย่างเต็มเปี่ยมด้วย ,, เคลิ้มไปเลยทีเดียว

Cappucino แบบหมีๆ ,, มีที่นี่ที่เดียวละกระมัง

นอกจากเครื่องดื่มก็มีอย่างอื่นอีกนะเธอ

จริงๆ ที่ร้าน (เพิ่งสังเกตเมนู) มีพวกอาหารคาวขายด้วยนะครับ
ตั้งแต่ข้าวกระเพา หมูกระเทียม ลามไปถึงอาหารหนักแบบสเต๊กด้วย น่ากินมากๆ

สเต๊กปลากับใส้กรอก ,, ของโต๊ะข้างนอกเช่นกัน -_-!!

และที่ไม่ควรพลาดเลยคือขนมครับ มีให้เลือกเต็มตู้ด้านหน้าเลย
มีเยอะมากตังแต่เค้กส้ม บราวน์นี่ ฯลฯ แต่ที่มีชื่อเสียง (เห็นคนอื่นบอก) ว่าคัพเค๊กอร่อย
แต่วันนั้นหมด!!! (พี่น้อยหน่าบอกมาตามนี้ ;P)

เค้กส้มครับ
ดูเหมือนจะเป็นคัพเค้ก ,, น่ากินดีนะ

สุดท้าย เห็น Red Velvet สีสันจี๊ดจ๊าดมันบาดไปถึงลำใส้เล็กส่วนต้น
แถม Barista มาช่วยเชียร์อีก ,, เอ้า!! เลยจัดมาซักชิ้น
สีแดงของเนื้อเค๊ก Red Velvet มาจาก Raspberry น่ะครับ ทำให้ในเนื้อมีเม็ดๆ ของ Raspberry ปนมาด้วย แถมผมว่ามันเปรี้ยวๆ นิด ไม่ค่อยถูกปากผมเท่าไหร่น่ะ แต่ถ้าคนชอบเปรี้ยวๆ คงอร่อยมากๆ

Red Velvet สีแดงบาดใจมากๆๆๆ

แล้วจะมารอคัพเค๊กคราวหน้า ฮาๆๆๆๆๆ

ที่มากินวันนี้

ส่วนตัวผมชอบร้านนี้ในเกือบทุกจุดนะ ตั้งแต่บรรยากาศสบายๆ บริการโอเค รสชาติกาแฟไม่แพ้ร้านดังๆ เลย
มันเหมาะมากๆ กับการนั่งสบายๆ หรือทำงานที่ร้านกาแฟได้อะ
เพราะที่ร้านเค้า support เราตรงนี้ทั้งหมดโดยที่เราไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลย
ส่วนราคาเครื่องดื่มและอาหารผมว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้นะ โดยเฉพาะในทำเลยที่ศาลาแดง

ร้าน Cafe Ubuntu ที่ซอยศาลาแดงครับ เชิญได้ๆ

เสียดายที่ร้านแอบอยู่ไกลจากที่พักผมเหมือนกัน ไม่งั้นคงมาบ่อยกว่านี้
แล้วคราวหน้าจะพกหนังสือมาอ่าน ,, แต่ก็คงมาเล่น wifi ที่นี่มากกว่าแหละ