Blog Action Day 2010 : Water

กิจกรรมนึงของ blogger ที่ทำร่วมกันทุกๆ ปีคืองาน Blog Action Day ครับ
พูดง่ายๆ มันคือวันที่ blogger ทั้งโลกพยายามเขียน blog ในหัวเรื่องเดียวกัน และก็จะรวมพลังเขียนในวันเดียวกัน ในวันที่ 15 ตุลาคม ของทุกๆ ปีครับ ,,

ประเด็น Blog Action Day ของปีนี้คือเรื่องน้ำ

ปีที่แล้วผมก็มีโอกาสเข้าร่วม campaign ของ Blog Action Day 2009 ด้วยในหัวข้อ Climate Change ซึ่งผมก็ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกอย่าง Ethanol ซึ่งอ่านแล้วยังไงก็ไม่เกี่ยวกับหัวเรื่องที่ Blog Action Day ระบุไว้เลย

ส่วนปีนี้หัวข้อที่ทางผู้จัดยกประเด็นขึ้นมาคือเรื่องน้ำ (Water) ครับ ,, ไม่ค่อยถนัดแนวนี้เท่าไหร่ แต่ปีนี้ผมพยายามเขียนนะครับ ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยครับ 😀

น้ำนั้นสำคัญไฉน

บางสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราอาจมองข้ามความสำคัญไปก็ได้

ในองค์ประกอบของคนที่ปกติเรามองจากภายนอกก็เห็นเป็นแค่เนื้อหนัง แต่จริงๆ ร่ายกายเราประกอบด้วยน้ำมากถึงร้อยละ 60 ของน้ำหนักตัว และเราต้องการน้ำประมาณวันละ 30-40 mL/kg/วัน หรือเฉลี่ยๆ วันละ 1500-2000 mL ต่อวัน ซึ่งน้ำที่อยู่ในแต่ละส่วนของร่างกายจะทำหน้าที่ที่หลากหลาย ตั้งแต่การสร้างสมดุลอิเล็กโตรไลท์, การสร้างพลังงาน, การช่วยนำพาสารและของเสีย ฯลฯ ,, และยิ่งคุณสมบัติของน้ำ เราสามารถนำมันกลับมาใช้ใหม่ได้จนอาจเรียกได้ว่าเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดหากเราคิดเพียงแค่ผิวเผิน

น้ำมีอยู่ทั่วไป จนกลายเป็นสิ่งชินตาของเราไป

แต่ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา ประเทศกลับพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำมากมายทั้งน้ำขาดแคลน น้ำท่วม น้ำสกปรก รวมทั้งหลายๆ ประเทศมีน้ำสะอาดที่ไม่เพียงพอที่จะใช้จนเกิดสงครามย่อมๆ (ซึ่งบ้านเราก็เห็นว่ามีเหมือนกัน),, เพราะจริงๆ กว่าที่เราจะหมุนเวียนทรัพยากรน้ำเพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพอีกครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่นะครับ ยิ่งกว่านั้น การกักเก็บน้ำเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ทั้งอุปโภคและบริโภคยังเป็นเรื่องยากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอีกด้วย

น้ำในชีวิตประจำวัน

ในทุกวันที่มีแต่ความเร่งรีบและสภาพสังคมเมืองในปัจจุบัน แทบจะปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำดื่มบรรจุขวดมีอิทธิพลต่อชีวิต โดยเฉพาะคนในสังคมเมืองจนแทบจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผมเองที่แทบทุกวันผมต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดราคาแพงเพื่อเอามาใช้บริโภค ส่วนตัวยอมรับเรื่องความสะดวกสบาย แต่ขวดพวกนี้กลับสร้างปัญหาแก่สิ่งแวดล้อมอย่างมาก

น้ำบรรจุขวด,, ความสบายที่แลกมาด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อม

ถ้าเรามาคิดสนุกๆ เล่นๆ ว่า 5% ของคนทั้งประเทศต้องการน้ำบรรจุขวดในการดื่มกิน โดยเทียบกับจำนวนประชากรไทยราวๆ ประมาณ 3 ล้านคนต่อวัน กับปริมาณน้ำที่กินอย่างที่บอกข้างต้นคือประมาณ 2 ลิตรต่อวันก็จะได้ว่า

  • เราต้องการน้ำบรรจุขวดวันละ 6 ล้านลิตรต่อวัน
  • ถ้าแบ่งลงขวด 1.5 ลิตรแล้วจะต้องใช้ขวดพลาสติก 4 ล้านขวดต่อวัน
  • ซึ่งหนึ่งปี เราจะเกิดขวดพลาสติก 1,460 ล้านใบ

ลืมแนะนำไปนิดนึง พลาสติกที่เอามาทำขวดน้ำพลาสติกแบบใส คือ polyethylene terephthalate (PET) ชาวบ้านเรียกขวดเพทหรือเพชร ส่วนพลาสติกที่ทำขวดน้ำแบบขุ่นคือ polyethylene (PE) ครับ

เราลองมาลดขยะพวกนี้ลงมาดูไหมครับ

หลากล้านแนวทางในการพัฒนาแหล่งน้ำ

จริงๆ มันก็มีเยอะนะ ในไอเดียแต่ละวันที่เราพอทำได้ เช่น

  • เก็บขวดน้ำเก่าๆ ไปขาย ก็ดีครับ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างความตระหนักและการกระตุ้นการเอาขวดน้ำพลาสติกของเรากลับมา Recycle ใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยลดขยะ, สร้างรายได้ และลดมลภาวะแก่โลกใบนี้ได้ด้วย
  • เอาขวดน้ำที่ใช้แล้วกลับมาเติมน้ำใหม่
    ,, อันนี้อยากแอบแตกประเด็นนิดๆ เนื่องจากมันมีข่าวลือว่าใช้ขวดซ้ำๆ มันจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ,, ส่วนตัวผมยอมรับนิดๆ ว่าแรกๆ สับสนเหมือนกัน โดยเฉพาะข่าวที่มีคนบอกว่าการใช้ขวดซ้ำเยอะๆ จะมีโอกาสเกิดมะเร็งขึ้น เท่าที่หาดู มันบอกว่าขวดพลาสติกใสหรือ PET เมื่อถูกกระแทก หรืออุณหภูมิร้อนจัด-เย็นจัด จะมีสาร DEHA ปนออกมา (แค่ DEHA ก็งงแล้ว เพราะถ้า DEHA ย่อมาจาก diethylhydroxylamine อันนี้บางรายงานการวิจัยก็บอกว่ามันสามารถเป็นสารก่อมะเร็งของสัตว์ทดลองได้ แต่สารนี้ไม่น่าจะได้ใส่ในอุตสาหกรรมพลาสติกนะ ตัวที่ใส่น่าจะเป็น di(2-ethylhexyl) adipate ซึ่งใส่ในเนื้อพลาสติกเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นมากกว่า) แต่หลังๆ งานวิจัยจะออกมาทางว่าขวดสามารถใช้ซ้ำได้ปลอดภัยนะ พลาสติกไม่อันตราย แต่ที่อันตรายคือเชื้อโรคที่ล้างขวดไม่สะอาดมากกว่า ,, แต่ก็แอบสังเกตข้างขวดเหมือนกัน.. ทั้งขวดไทยขวดเทศมีหมด

    เขียนกันข้างขวดแบบนี้นี่ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
  • น้ำประปาดื่มได้ อันนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่ผมว่าดีมากๆ เลยนะ เพราะมันจะช่วยลดปัญหาเกือบทุกอย่าง ทั้งปัญหาขยะขวดพลาสติกล้นโลก, ปัญหาน้ำขวดราคาแพง, ปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มในที่ทุรกันดาร, ปัญหาการพกพาน้ำ และปัญหาอีกร้อยแปด ,, เพราะเท่าที่ผมเคยไปดูงานพวกโรงทำน้ำประปาและขั้นตอนการทำและตรวจสอบน้ำประปาแล้วเค้าทำได้ดีเลยนะ
    น้ำประปาสะอาดๆ เป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญมากๆ

    ประเด็นเรื่องน้ำที่โรงงานสะอาดผมไม่เถียงเลยนะ แต่ปัญหาหลักๆ คือมันมีกลิ่นคลอรีน ซึ่งจริงๆ คลอรีนเป็นสิ่งที่จำเป็นในการใส่ลงน้ำประปาเพื่อกำจัดเชื้อโรคที่มีอยู่ตามแหล่งน้ำอยู่แล้ว ซึ่งคนที่แพ้หรือไวอาจมีพวกผื่นแดงขึ้นบริเวณผิวหนังได้ ซึ่งจริงๆ กลิ่นคลอรีนเราสามารถกำจัดได้โดยการทิ้งน้ำ/ต้มน้ำไว้สักครู่ หรือเครื่องกรองน้ำที่มีไส้กรองเป็นคาร์บอนก็ช่วยได้ ถ้ายังงงๆ ลองอ่านแผ่นพับของการประปาเพิ่มเติมละกันครับ
    อีกเรื่องคือเรื่องพวกตะกอนหรือเศษต่างๆ ที่มาพร้อมกับน้ำประปา ส่วนมากเป็นอะไรที่อยู่ตามท่อหรือที่กักเก็บน้ำของเรามากกว่า

  • นอกจากนั้นก็อยากฝากให้ทุกคนช่วยดูแลแหล่งน้ำสาธารณะให้มันยังคงความสะอาดตลอดไป พูดแล้วมันก็ common sense แถมให้อารมณ์แบบใครๆ ก็รู้น่ะ ทั้งไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ, ช่วยกันเก็บกวาดและดูแลแหล่งน้ำ ฯลฯ แต่แค่รู้ไม่พอ ต้องช่วยกันทำด้วยนะครับ
  • นอกจากที่เราจะอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแล้วก็อย่าลืมที่จะดูแลทรัพยากรอื่นๆ ด้วยนะครับ

ทุกอย่างไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อธรรมชาติ เพื่อลูกหลานของเรา เพื่อชาติไทยของเรา และเพื่อโลกของเราที่จะมีแหล่งน้ำที่เกิดประโยชน์สืบไป ,, ตอบคำถามได้นางสาวไทยมากครับ ^^

Published by

Tongkatsu

ผู้ชายเคยอ้วน เดินช้า ขับรถเร็ว ชอบปั่นจักรยาน รักภูเขา ชอบชิมกาแฟกะชา นักล่าเนื้อและแซลม่อนชั้นยอด

7 thoughts on “Blog Action Day 2010 : Water”

  1. น้ำประปาผมว่าเอาเข้าจริงๆ ทุกครัวเรือนก็ต้มน้ำกินกันหมดแหละครับ จากต้นทางอาจจะดื่มได้แต่ท่อส่งน้ำจะสะอาดได้ระดับเดียวกับต้นทางรึเปล่าก็น่าสงสัย (ฮา)

    ปล. ขวดพลาสติกใส่น้ำแบบกลมขนาด 600 – 700 ml ของบางเจ้าที่บางๆ หน่อยพอดื่มเสร็จแล้วจับหัวจับท้ายแล้ว “บิด” ได้นะครับจะได้ประหยัดเนื้อที่

    1. ส่วนตัวผมว่าถ้าเราสามารถประหยัดพวกการใช้ขวดน้ำพลาสติกได้มันคงจะดี นอกจากประหยัด ช่วยลดขยะที่ไม่จำเป็น ปลอดภัยแก่ตัวเราและสิ่งแวดล้อมด้วย

      1. นึกแล้วก็เซ็งครับเรื่องนี้ อย่างผมกินข้าวที่โรงอาหารจุฬาฯ (จำไม่ได้คณะไหน) ร้านน้ำบางที่เดี๋ยวนี้ไม่มีขวดแก้วให้แล้วนะครับ บางทีตามศูนย์อาหารเขาก็นิยมใช้ขวดพลาสติกกัน ถ้าเราเริ่มตั้งแต่ตรงนี้ได้ก็จะดีครับเพราะผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่ขวดพลาสติกมันเยอะเพราะตามร้านอาหารที่ทานกันช่วงเที่ยงหรือตามร้านหรูๆ ชอบใช้ขวดพลาสติกแทนขวดแก้วกันเกือบหมดแล้วครับ

  2. เป็นอีกวิธีที่ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ดีครับ ก็ช่วยกันคิดและเผยแร่การลดก๊าซคาร์บอน เพื่อช่วยลดโลกร้อนนะครับ และตอนนี้ก็มีกิจกรรมร่วม ลดคาร์บอน 84 ล้านกิโลกรัมเฉลิมพระเกิยรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาศเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 5ธันวาคม 2554 นี้ด้วยครับ ช่วยกันคนละนิด คนละหน่อยรวมกันก็ได้เยอะครับ

  3. น้ำประปาดื่มได้เป็นแนวทางที่ดีในการลดการใช้พลาสติก แต่จริงๆแล้วพลาสติกที่ใช้ทำขวดPET มีการนำกลับมาใช้ใหม่อย่างแพร่หลายเหมือนกันครับ และน้ำประปาที่จะใช้ดื่มได้นั้นยังมีข้อจำกัดเยอะเกินไป เช่นภายหลังการซ่อมท่อประปา อาจมีเชื้อโรคปะปนลงไปในระบบเส้นท่อที่บางครั้งผู้ใช้ไม่รู้ได้เลย เพราะสลล.ที่ปนมากับน้ำหรือเชื้อโรคที่ปนมากับน้ำนั้นไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าครับ ถ้าให้ชัวร์จริงการมีเครื่องกรองน้ำเองในบ้านดีกว่าครับ ราคาไม่แพงกรองได้น้ำที่ได้คุณภาพมาตรฐานน้ำดื่มของกรมอนามัย และมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำมีมากมายครับ เพียงแต่ต้องเข้าใจหลักการในการบำบัดน้ำ นั้น เริ่ม แหล่งน้ำที่จะกรองเป็นน้ำอะไรมีคุณภาพอย่างไร(เหมือนวัตถุดิบ) จะต้องทำการกำจัดสิ่งที่ปลอมปนมานั้นๆด้วยอะไรวิธีการอย่างไร(กระบวนการผลิต) และต้องการน้ำนั้นไปเพื่อทำอะไร ปริมาณการใช้น้ำจำนวนแค่ไหน(เป้าหมายในการผลิต) ก็จะสามารถเลือกเครื่องกรองน้ำที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องราคาสูงเหมือนหลายๆยี่ห้อที่มีการสร้างภาพให้กับเทคนิคในการกรองแต่ค่าบำบัดน้ำนั้นแพงเวอร์ได้ครับ อย่างผมเคยผลิตเครื่องกรองน้ำที่ใช้ในห้องแล็บขนาดเล็กต้องการน้ำคุณภาพ DI (Deminerization) ซึ่งเป็นน้ำที่ไม่มีประจุใดๆปนเลย ในการใช้กับเครื่องมือวัดทางการแพทย์ อันนี้ก็ชัดเจนครับ น้ำที่ใช้เป็นวัตถุดิบคือน้ำ ประปา/น้ำประปาชุมชน ซื้อมีค่าการนำไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 400 ไมโครซีเมนต์ต่อซม. ต้องการน้ำใช้เป้าหมายคือ มีค่าการนำไฟฟ้าไม่เกิน 10 ไมโครซีเมนต์ต่อซม.แต่ปริมาณการใช้น้ำต่อวันน้อยมาก 20 ลิตรต่อวัน ผมก็แค่เลือกเทคนิคในการบำบัดน้ำให้เหมาะสมแล้วได้กำลังการผลิตเท่าที่ลูกค้าต้องการ แค่นี้ค่าเครื่องก็จะไม่แพงเกินไป และได้น้ำตามคุณภาพที่ต้องการแล้วครับ ส่วนเรืื่องค่าบำรุงรักษา พอเรารู้ว่าเราใช้เทคนิคอะไรปริมาณการบำบัดน้ำเท่าไหร่ก็สามารถคำนวณย้อนกลับไปได้ครับว่ามีค่าใช้จ่ายในการดูแลอย่างไรต่อเดือนเท่าไหร่ต่อปีเท่าไหร่ เช่นเดียวกันครับ กับเครื่องกรองน้ำดื่มซึ่งง่ายกว่าการผลิตน้ำDI ลองดูคุณภาพน้ำดื่มนะครับ

    มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท

    คุณลักษณะ ดัชนีคุณภาพน้ำ หน่วย ค่ามาตรฐาน
    (เกณฑ์อนุโลมสูงสุด)
    ทางกายภาพ 1.สี (Colour) ฮาเซนยูนิต(Hazen) 20
    2.กลิ่น(Odour) – ไม่มีกลิ่น
    (ไม่รวมกลิ่นคลอรีน)
    3.ความขุ่น(Turbidity) ซิลิกาสเกลยูนิต
    (silica scale unit) 5
    4.ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) – 6.5-8.5
    ทางเคมี 5.ปริมาณสารทั้งหมด(Total Soilds) มก./ล. 500
    6.ความกระด้างทั้งหมด(Total Hardness)
    (คำนวณเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต) มก./ล. 100
    7.สารหนู (As) มก./ล. 0.05
    8.แบเรียม (Ba) มก./ล. 1.0
    9.แคดเมียม (Cd) มก./ล. 0.005
    10.คลอไรด์
    (Cl, คำนวณเป็นคลอรีน) มก./ล. 250
    11.โครเมียม (Cr) มก./ล. 0.05
    12.ทองแดง (cu) มก./ล. 1.0
    13.เหล็ก (Fe) มก./ล. 0.3
    14.ตะกั่ว (Pb) มก./ล. 0.05
    15.แมงกานีส (Mn) มก./ล. 0.05
    16.ปรอท (Hg) มก./ล. 0.002
    17.ไนเตรต
    (NO3-N, คำนวณเป็นไนโตรเจน) มก./ล. 4.0
    18.ฟีนอล (Phenols) มก./ล. 0.001
    19.ซิลิเนียม (Se) มก./ล. 0.01
    20.เงิน (Ag) มก./ล. 0.05
    21.ซัลเฟต (SO4) มก./ล. 250
    22.สังกะสี (Zn) มก./ล. 5.0
    23.ฟลูออไรด์ (F)
    (คำนวณเป็นฟลูออรีน) มก./ล. 1.5
    24.อะลูมิเนียม มก./ล. 0.2
    25.เอบีเอส (Alkylbenzene Sulfonate) มก./ล. 0.2
    26.ไซยาไนด์ มก./ล. 0.1
    ทางบัคเตรี 27.โคลิฟอร์ม (Coliform) เอ็ม.พี.เอ็น/100 มล. 2.2
    28.อี.โคไล (E.Coli) เอ็ม.พี.เอ็น/100 มล. ตรวจไม่พบ
    29.จุลินทรีย์ทำให้เกิดโรค(Disease-causing bacteria) เอ็ม.พี.เอ็น/100 มล. ตรวจไม่พบ

    ค่าต่างๆเป็นค่าไม่เกิน ถ้าแค่นี้เครื่องกรองน้ำระบบ RO ที่มีคนคอยดูแลดีๆก็เพียงพอแล้วครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This blog is kept spam free by WP-SpamFree.