Moshi Moshi

หลังจากเล่นของสูงจนทำเอาผมลงยากอย่าง Elite Grill
วันนี้ก็จะลองมากินร้านเนื้อเปิดใหม่บ้างอย่าง Moshi Moshi ครับ
เป็นร้านที่เปิดใหม่จริงๆ ขนาดตัวร้าน-ตัวตึกในวันที่ผมไปกินยังไม่เสร็จดีเลย
เท่าที่สังเกตดูเจ้าของร้านและพนักงานก็ดูใหม่หมดครับ ยังเขินๆ น่ารักดี ^^’

หิวเนื้อย่างงงงงงงงง!!

ทำเลที่ตั้ง-บรรยากาศของร้าน

ร้าน Moshi Moshi อยู่ในซอยเอกมัยครับ อยู่ในส่วนของโครงการ Park Lane ครับ
คือเข้าซอยเอกมัยไปประมาณ 80 เมตร ก็จะเจอปั้ม Esso ทางซ้ายมือ ,, ตัว Park Lane ก็ถัดปั้มเลยครับ, ถ้ามาจาก BTS นั่งจักรยานยนต์รับจ้างมาหรือเดินมาก็ได้ ไม่ลึกมาก ส่วนที่ของ Park lane เองก็มีที่จอดรถให้ด้วย, สังเกตง่ายๆ คือ Park Lane มีวาวีเปิดใหม่อยู่ในโครงการด้วย ตั้งเด่นเป็นสง่ามากๆ มองข้างในก็เห็น Max Value
โดยร้าน Moshi moshi ของเราตั้งอยู่ชั้น 2 นะครับ ขึ้นบันไดทางข้างๆ วาวีสะดวกสุดๆ

หน้าโครงการ Park lane มีวาวีชัดเจนมาก ,, ร้าน Moshi ชั้นสองนะ
หน้าร้าน Moshi Moshi ที่มากินกันวันนี้

ถ้ายังงงๆ ลองตามแผนที่มาดูได้ครับ ไม่ยากๆๆ ,, หรือจะสอบถามรายละเอียดร้านได้ที่ 02-3820098


View Moshi Moshi Yakiniku in a larger map

เข้าร้านมาก็งงๆ นิดนึงครับ ,, แต่เห็นการตกแต่งร้านโดยรวมก็ดูสวยดีครับ ร้านยังมีกลิ่นใหม่เหลืออยู่ แต่โดยรวมดูสะอาดดีครับ คนยังไม่เยอะมากเท่าไหร่ (แต่พอนั่งไปเรื่อยๆ ก็มีคนมานั่งต่อเรื่อยๆ แฮะ)

บรรยากาศภายในร้าน Moshi Moshi ครับ

กำลังคิดจะสั่งอาหาร

หลังจากลองหยิบเมนูขึ้นมาดูก็เห็นว่ามีแต่บุฟเฟต์ ราคา 450 บาทครับ โดยรวมก็คล้ายๆ ร้านอื่นๆ แต่เท่าที่ดูแปลกๆ ก็มีเบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ส่วนเนื้อมีให้เลือกสามแบบ ออ,, มีลิ้นวัวด้วยครับ อิอิ

เมนูรายการอาหารบุฟเฟต์

ส่วนมองไปทางขอบโต๊ะก็เห็นเครื่องปรุงครับ มันสร้างความสับสนแก่ผมยิ่งนัก เนื่องจากขวดน้ำจิ้มและขวดน้ำมะนาวต่างเป็นสีขาว แถมโต๊ะที่ผมไปนั่งดันแปะฉลากผิดอีก เทออกมาเลยกลายเป็นน้ำมะนาวเต็ม แถมเวลาเทก็คุมปริมาณน้ำจิ้มยากอยู่เหมือนกัน

เหล่าบรรดาน้ำจิ้มและเครื่องปรุงทั้งหลาย คริๆๆๆ

ส่วนเครื่องดื่มก็ทั่วๆ ไปครับ ชอบตรงที่มีให้เราเลือกหลากหลายดี ทั้งน้ำเปล่า ชาบาร์เลย์ และน้ำอัดลม

ค่อยๆ จัดมาทีละเมนู!!

นั่งสำนึกเมนูจนได้ที่แล้วก็พยายามจัดมาทุกอย่างครับ เอาตั้งแต่เบสิกๆ ก่อน
เริ่มที่ข้าวกระเทียมครับ ส่วนตัวผมว่าไม่ค่อยถูกปากผมเท่าไหร่ มันยังไม่เข้าถึงพอ

ข้าวกระเทียมกลางๆ ไม่ค่อยโดนผมเท่าไหร่

ผักยำของร้าน Mochi ,, อันนี้ใช้ได้ ให้อารมณ์แบบตำไทยสไตล์เกาหลี กินกับเนื้อโอเคอยู่

ผักยำของ Moshi ครับ ,, ลองสั่งมาดูก็โออยู่

เริ่มมาด้วยเห็ดออรินจิครับ ชิ้นใหญ่ดีเหมือนกัน ราดซ๊อสเป็นวงกลมด้านหน้า

เห็ดออรินจิครับ ชิ้นใหญ่ดีครับ

แล้วก็เป็นกุ้งแม่น้ำครับ ,, อันนี้ผมไม่ได้กินแฮะ ขี้เกียจแกะ ถ้ามีบริการแกะให้จะดีมาก

กุ้งแม่น้ำครับ ดูก็โอเคอยู่ ,, ถ้าแกะให้จะดีมาก อิอิ

ปลาแซลม่อนครับ มาแบบเป็นชิ้นๆ ขนาดกำลังพอดี ราดน้ำจิ้มมาให้ ดูน่ากินดีครับ เท่าที่ลองกินก็สดใช้ได้ครับ แต่อาจต้องปิ้งนานนิดนึง เดี๋ยวตรงกลางจะไม่สุก

ปลาแซลม่อนขนาดพอดีคำครับ

ต่อไปเป็นปลาหมึกครับ พ่อครัวเค้าหั่นมารูปทรงแปลกๆ แต่พอย่างแล้วอร่อยดีนะครับ สดใช้ได้ ,, อยากสั่งอีกจานแต่ทีมงานบนโต๊ะบอกว่าปลาหมึกแคลอรี่เยอะ จะเอาแต่เนื้อวัว (เอ่อ,,, กินแบบนี้แคลอรี่ก็เยอะหมดแหละครับ)

นั่นแน่!!! ดูออกไหมครับว่านี่คือปลาหมึก

ต่อไปเป็นเบคอนพันเห็ดเข็มทองครับ รูปลักษณ์ดูดี แต่เอาไปย่างจริงๆ แล้วไม่ค่อยโดนอย่างที่คิดแฮะ แอบผิดหวังเบาๆ อาจเป็นเพราะเราคาดหวังสูงเกินไปหน่อย

เบคอนพันเห็ดเข็มทองครับ ชิมแล้วไม่ค่อยโดนอย่างที่คิด

จากนั้นก็เป็นไก่ครับ รูปร่างกระจุ๋มกระจิ๋ม ท่าทางดูสวยดี อัดเป็นก้อนซะงดงาม รสชาติก็โอเคครับ

ไก่ราดซ้อสพร้อม ขนาดพอดีคำครับ

ต่อมาก็เป็นหมูครับ เป็นหมูสันคอและเบคอนครับ โดยรวมถือว่ากลางๆ ตามมาตรฐานร้านเนื้อย่าง
ผมว่าก็โอเคนะ สำหรับคนที่ไม่ชอบกินเนื้อก็มาเลือกกินหมูเอาแทนได้

อันนี้หมูสันคอ รสชาติถือว่าไม่เลวครับ
หมูอะไรซักอย่างนี่แหละครับ ดูน่ากินดี แต่มันเยอะไปหน่อย

ต่อมาก็ถึงตระกูลเนื้อวัวบ้างครับ เริ่มที่เนื้อติดมันครับ ราดซอสหมักมาให้พร้อม น่ากินดีครับ หลังจากเอาไปย่างพอดีๆ รสชาติถือว่าไม่เลวเลยครับ

เนื้อติดมัน เอามาย่างแล้วแหล่มดีครับ

ต่อมาเป็นลิ้นวัวหมักเกลือและพริกไทยมาครับ สำหรับคนชอบลิ้นอย่างผมก็ต้องบอกว่าน่ากินมากๆ อิอิ

ลิ้นวัวหมักเกลือและพริกไทยมาแบบเต็มจาน

ต่อไปเป็นเนื้อสันครับ ส่วนตัวผมว่าเนื้อสันที่นี่โอมากครับ นุ่มกำลังพอดี ไม่เหนียวหรือด้านเกินไป เอามาย่างไฟพอสุกแล้วเอามาสะเด็ดกับน้ำจิ้มนิดนึงถือว่าอร่อยเลย

เนื้อสันของ Moshi Moshi แหล่มไม่เลวเลยครับ

สุดท้ายเป็นเนื้อติดมันครับ เนื้อนุ่มดี มีมันแทรกเป็นระยะๆ มาพร้อมกับซ้อสหมัก รสชาติโอเคครับ

เนื้อลายมันครับ เป็นลายสวยงามกันเลยทีเดียว

เมื่อของต่างๆ มาครบ เราก็มาปิ้งกันเถอะ

รอจนได้เมนูต่างๆ มาครบ ก็เอาสารพัดเมนูลงตะแกรงพร้อมๆ กัน สภาพมันเลยเป็นแบบนี้ครับ จะดูเยินๆ นิดนึง ฮาๆๆๆ,, เสียงฉ่าๆ ของเนื้อย่างฟาดลงบนตะแกรง กุ้งเปลี่ยนเป็นสีแดง และมีกลิ่นหอมของถ่านไม้ โอยยยย หิวมากมาย!!!

จัดหนักของทุกอย่างลงตะแกรงได้ครับ โอ๊สสสสสส!!!

เนื้อที่ย่างกำลังพอดี เอามาสัมผัสกับน้ำจิ้มเบาๆ ก่อนที่จะผ่านริมฝีปากและรับรู้รสชาติผ่านลิ้น!! โอยยยย สุดยอด

เอาเนื้อย่างเราไปจิ้มกับน้ำจิ้มที่เราปรุงรสมาอย่างดี

ซัดกันโหดมาก แต่มันก็ยังไม่หมดครับ เรายังมีของหวานกันอีก
ที่นี่เราเลือกของหวานได้ 2 อย่างคือน้ำแข็งไสถั่วแดง และน้ำแข็งไสสตรอเบอร์รี่ ,, ส่วนตัวถั่วแดงที่นี่แอบเค็มไปนิด ส่วนสตรอเบอร์รี่ถือว่าแหล่มเลยล่ะครับ

น้ำแข็งไสถั่วแดง รสชาติมาตรฐาน ออกเค็มๆ นิดๆ
น้ำแข็งไสสตรอเบอร์รี่ กับสตรอเบอร์รี่สดราดนมข้นหวาน

อิ่มมากมายครับ

ที่มากินวันนี้

ส่วนตัวผมว่ารสชาติอาหารเค้าก็โอเคแหละครับ คล้ายๆ กับร้านเนื้อย่างที่เปิดทั่วๆ ไปในระดับราคาบุฟเฟ่ต์ราคาเท่านี้ (แต่ถ้าส่วนตัวผมว่า 450 ออกจะแพงไปนิดนึงนะครับ) คุณภาพเนื้อเค้าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ ส่วนรสชาติอาหารอย่างอื่นๆ ก็ใช้ได้ครับ แต่เบคอนพันเห็ดแอบทำผมผิดหวังเบาๆ (หรืออาจเพราะเราย่างไม่เป็นเองหว่า)
ส่วนที่ผมว่าอาจต้องจูนกันหน่อยคือเรื่องบริการครับ ซึ่งร้านที่เปิดใหม่มักมีปัญหาด้านนี้เสมอ คล้ายๆ อารมณ์ว่ายังไม่ค่อยเข้าเข้าขากันซักเท่าไหร่ ลองเปิดไปซักช่วงคงจะดีขึ้น ,, อีกเรื่องที่ผมมองเป็นจุดอ่อนของร้านคือร้านหายากครับ เพราะร้านอยู่ชั้นสอง แถมจากถนนมองป้ายไม่ชัดเจนเท่าไหร่ มองหายากจริงๆ ถ้าไม่รู้มาก่อนนี่ลำบากมาก แถมข้างล่างยังมีร้านชาบูชั้นดีอย่างโดนาเบะดักคออีกดอก เฮือกกก

ลืมบอกว่า ช่วงนี้ถึงสิ้นเดือนกันยายนเค้ามีโปรโมชันด้วย มา 4 จ่าย 3 นะครับ,, หารๆ เฉลี่ยแล้วตกคนสามร้อยกว่าบาท ถือว่าใช้ได้เลยกับราคาแบบนี้กับคุณภาพเนื้อแบบนี้ครับ